อพยพ 2 40-40-40


ทารกที่ผ่านคำสั่งประหาร
1 ชายคนหนึ่งจากวงศ์วานเลวี แต่งงานกับหญิงคนวงศ์วานเดียวกัน   
2 ภรรยาตั้งครรภ์คลอดลูกชาย  เมื่อเธอเห็นว่าลูกชายนั้นแข็งแรงน่ารัก เธอจึงซ่อนเขาไว้ถึงสามเดือน 
3 หลังจากสามเดือน เธอไม่อาจซ่อนเขาไว้ได้ต่อไป ดังนั้นเธอจึงสานตะกร้าด้วยต้นกก ชันยางมะตอยและยางไม้ เพื่อจะลอยได้ แล้ววางทารกนั้นในตะกร้า นำไปลอยท่ามกลางดงต้นอ้อริมแม่น้ำไนล์ 4 โดยให้พี่สาวของเขาแอบอยู่ไม่ไกล คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับน้องเล็ก
5 แล้วพระธิดาของฟาโรห์เสด็จมาสรงน้ำที่แม่น้ำไนล์  ส่วนเหล่านางกำนัลก็เดินไปตามตลิ่งน้ำ  และเมื่อพระธิดาทรงเห็นตะกร้าในดงอ้อ จึงรับสั่งให้นางกำนัลไปนำตะกร้านั้นมา
6 เมื่อเปิดมาก็เห็นทารกชายที่กำลังร้องไห้ จึงสงสารนัก และตรัสว่า “นี่ต้องเป็นทารกชาวฮีบรูแน่นอน”
7 จากนั้น พี่สาวของทารกจึงทูลพระธิดาว่า
“จะให้หนูไปหาแม่นมชาวฮีบรูมาให้นมเด็กเพื่อพระนางไหมเจ้าคะ?”
8 พระธิดารับสั่งว่า “เอาเลย!” เด็กหญิงก็ไป และนำแม่ของทารกน้อยมา
9 พระธิดาของฟาโรห์ตรัสกับหญิงนั้นว่า “จงเอาเด็กคนนี้ไปเลี้ยงให้ฉัน และฉันจะจ่ายค่าจ้างให้” หญิงคนนั้นจึงนำทารกน้อยไปและเลี้ยงดูเขา
10 เมื่อเขาโตขึ้น เธอก็นำมาเฝ้าพระธิดาฟาโรห์ พระนางทรงรับเขาเป็นโอรส ทรงตั้งชื่อว่า “โมเสส” ตรัสว่า “เพราะเราได้อุ้มเขาขึ้นมาจากน้ำ”

ช่วยคนฮีบรู กลับกลายเป็นต้องหนี
11 โมเสสเติบโตขึ้น เป็นชายหนุ่ม วันหนึ่งเขาออกไปเยี่ยมคนชนชาติเดียวกับเขา  ก็ได้เห็นกับตาว่า พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานหนัก และเห็นชาวอียิปต์คนหนึ่งกำลังตีชายฮีบรูซึ่งเป็นชนชาติเดียวกับเขา
12 โมเสสเหลียวมองซ้ายขวา เห็นว่า ไม่มีใครดูอยู่ เขาจึงฆ่าชายอียิปต์คนนั้น และซ่อนศพของเขาไว้ในพื้นทราย

13 วันต่อมา โมเสสก็กลับไปอีก และเห็นชายฮีบรูสองคนกำลังสู้กัน จึงถามคนที่ทำผิดว่า “ทำไมท่านจึงทุบตีพี่น้องฮีบรูด้วยกันอย่างนี้เล่า?”


14 เขาตอบกลับว่า “ใครตั้งให้เจ้าเป็นเจ้านายหรือ คนตัดสินพวกเรา? นี่เจ้าจะฆ่าเราเหมือนกับที่ได้ฆ่าคนอียิปต์อย่างนั้นหรือ?”  โมเสสตกใจและคิดว่า “นี่ใคร ๆ คงรู้เรื่องที่เราทำไปแล้วแน่นอนเลย”
15 เมื่อฟาโรห์ทรงทราบเรื่องเข้า ก็พยายามตามตัวเขาเพื่อจะประหาร
แต่โมเสสได้หนีจากฟาโรห์ไปยังดินแดนมีเดียน 
และเขานั่งลงข้างบ่อน้ำแห่งหนึ่ง

โมเสสในแผ่นดินมีเดียน

16 ปุโรหิตมีเดียนคนหนึ่งชื่อเรอูเอล หรือเยโธร  มีลูกสาวเจ็ดคน  และพวกเธอก็ออกไปยังบ่อน้ำ ใส่รางให้ฝูงสัตว์ของพ่อ
17 มีกลุ่มคนเลี้ยงแกะ มาไล่พวกเธอ แต่โมเสสได้ปกป้องพวกเธอ และช่วยเอาน้ำให้ฝูงสัตว์   
18 เมื่อพวกเธอกลับมาหาพ่อ เรอูเอล เขาถามพวกเธอว่า “ทำไมวันนี้พวกเจ้ากลับบ้านเร็วนัก?”
19 ลูกสาวจึงตอบว่า “คนเลี้ยงแกะมาไล่พวกเรา แต่มีชายอียิปต์คนหนึ่งมาช่วยเราให้พ้นคนพวกนั้น แล้วยังโพงน้ำให้ฝูงสัตว์ของเราด้วย”

  20 เขาถามลูกสาวว่า “ชายคนนั้นอยู่ที่ไหน? ทำไมเจ้าปล่อยให้เขาอยู่อย่างนั้น? ไป ไปเชิญเขามากินอาหารกับเรา” 
21 โมโสสจึงตกลงใจที่จะอยู่กับเยโธร ซึ่งเขาก็ยกลูกสาวชื่อศิปโปราห์ให้เป็นภรรยา
22 เธอคลอดลูกชายให้เขา โดยโมเสสตั้งชื่อเขาเป็นภาษาฮีบรูว่า เกอร์โชม (เสียงเหมือนคำว่าคนแปลกหน้า) เพราะโมเสสกล่าวว่า “เราเป็นคนต่างด้าว ในต่างแดน”
 

เมื่ออิสราเอลร้องทูลพระเจ้า
23 เวลาผ่านไปนานมาก กษัตริย์อียิปต์ก็สิ้นพระชนม์ ประชาชนอิสราเอลคร่ำครวญเพราะพวกเขาถูกขู่เข็ญให้เป็นทาสทำงานหนัก เมื่อพวกเขาร้องขอความช่วยเหลือ  พระเจ้าทรงได้ยิน 
24 พระเจ้าทรงได้ยินเสียงร้องทุกข์ของพวกเขา พระองค์ทรงระลึกถึงพันธสัญญาที่ทรงให้ไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ พระเจ้าทรงเห็นความทุกข์ยากของพวกเขา และทรงเป็นห่วงพวกเขา 

อธิบายเพิ่มเติม

อุ้มเขาขึ้นมาจากน้ำ
อพยพ 2:1-10
บทที่หนึ่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นประมาณ 400 ปี มาเน้นช่วงสุดท้าย สำหรับบทที่ 2 นี้ เล่าเรื่องอย่างรวดเร็วตั้งแต่โมเสสเกิดจนเขาต้องย้ายไปมีเดียน ซึ่งพอจบบท โมเสสก็อายุประมาณ 80 ปีแล้ว
เมื่อมีคำสั่งให้โยนเด็กชายลงน้ำ พ่อแม่ทุกคนต้องพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น แต่ละบ้านก็ต้องมีวิธีการของตนเอง
และสำหรับบ้านของอัมราม โยเคเบด พ่อแม่ของเด็กทารกน้อยคนหนึ่ง มีวิธีการที่แยบยลมาก  เธอซ่อนลูกชายไว้สามเดือน แต่แล้วเมื่อไม่อาจซ่อนไว้ได้อีกต่อไป เธอ ตัดสินใจนำลูกน้อยไปลอยน้ำ เพราะเธอรู้ว่า ใกล้ ๆนั้น เป็นที่เจ้าหญิง พระธิดาของฟาโรห์มาอาบน้ำ   เธอทำตามวิธีการที่คิดไว้อย่างดี และให้พี่สาวคอยดูว่า พระธิดาจะเมตตากับลูกชายอายุสามเดือนไหม …​

ในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตใหญ่ของชนอิสราเอล   โยเคเบดตั้งใจช่วยลูกน้อย ด้วยความเชื่อในพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน ด้วยความกล้าหาญที่จะมอบลูกน้อยไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า   และเราเห็นการช่วยเหลือของพระเจ้าผ่านคุณแม่ฮีบรูธรรมดา ที่ทั้งฉลาด กล้าท้าทายกับพระธิดาฟาโรห์
เธอเป็นวีรสตรีตัวอย่างสำหรับเรา สิ่งที่เธอลงมือทำกลายเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติอิสราเอล  เรื่องราวของเธอคือตัวอย่างสำหรับผู้เชื่อที่จะเดินไปด้วยความเชื่อ ไม่ใช่ด้วยการแค่มองเห็นสถานการณ์เลวร้าย  และยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้

โยเคเบดเห็นว่า ลูกชายของเธอนั้น แข็งแรงน่ารัก  ในภาษาเดิมว่า ดี טוֹב โทฟ  เป็นคำเดียวกับที่พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งแล้วพระองค์ทรงเป็นว่า ดี  เป็นคุณลักษณะที่เพียบพร้อม ไม่มีตำหนิเลย

ตะกร้าที่แม่สานให้ทารกน้อย เรียก תֵּבָה เทบา และมีคำนี้ก่อนหน้านี้ครั้งเดียวคือ ครั้งที่โนอาห์สร้างนาวา (ปฐมกาล 6) นาวาน้อยของโมเสสได้ช่วยชีวิตเขาไว้ เหมือนกับนาวาใหญ่ของโนอาห์ที่ช่วยทั้งครอบครัวให้รอดตาย  
เรียบง่าย และมหัศจรรย์
น่าแปลก เจ้าหญิงรู้ทันทีเมื่อเห็นเด็กน้อยว่า ต้องเป็นทารกของทาสที่ต้องการให้ลูกรอดชีวิต  และเธอก็พร้อมที่จะช่วยเด็กคนนี้  เธอตั้งชื่อได้อย่างยอดเยี่ยม โมเสส ความหมายคือ ดึงออกมาจาก
แผนการของพระเจ้านั้นยอดเยี่ยม แม้ทารกจำนวนมากอาจถูกทำลายไป แต่คนนี้ คนที่พระเจ้าทรงหมายพระทัยไว้ ได้รับการช่วยชีวิตจากเจ้าหญิง  เขาได้รับการดูแลจากแม่ของตนเองในฐานะแม่นม  ได้เลี้ยงลูกของตนเอง แล้วยังได้ค่าจ้างอีก!! 
ด้วยโอกาสนี้ เธอ ได้สอนให้ลูกรู้จักพระเจ้า  การเชื่อฟังพระเจ้า  แล้วเขาก็ ได้อยู่ในราชวัง เรียนรู้การปกครอง การเป็นผู้นำ วิทยาการต่าง ๆ ของอียิปต์  ไม่ว่าฟาโรห์จะพยายามกดขี่ชนอิสราเอลมากเพียงใด  แต่แผนการของพระเจ้าก็ยังจะดำเนินต่อไป เงียบ ๆ

แม้เมื่อโมเสสเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวังฟาโรห์ เขาก็ยังระลึกถึงความเป็นชนชาติของพระเจ้าไม่มีวันลืม เขารู้เทือกเถาเหล่ากอของตนเอง  รู้ว่า ตนเป็นวงศ์เลวี  เป็นลูกหลานของอับราฮัม    พระคัมภีร์เล่าให้เราฟังเรื่องราวตอนต้นแค่สั้น ๆ และบอกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องหนีไปจากอียปต์
เรื่องที่น่าประหลาดอีกคือ พระเจ้าทรงใช้ครอบครัวของฟาโรห์เป็นผู้เลี้ยง ดูวีรบุรุษที่จะนำคนอิสราเอลออกจากการเป็นทาสในอียิปต์! … เป็นการกระทำที่ต้านฟาโรห์อย่างเหลือเชื่อ

อยากช่วยเขาแต่เขาไม่เล่นด้วย
อพยพ 2:11-15
ฐานะของโมเสสเมื่อเติบโตขึ้นคือ เขาเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าหญิงฟาโรห์  ได้รับการศึกษาดีที่สุดในโลกโบราณ “โมเสสได้รับการศึกษาในภูมิปัญญาทั้งหมดของชาวอียิปต์และมีอํานาจในการพูดและการกระทํา”  กิจการ 7:22)    เขามีสิทธิพิเศษของเจ้าชาย  รับการฝึกอบรมด้านรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ทางทหาร และการบริหาร
โมเสสเป็น ชนชั้นสูงนี้ จนกระทั่งวัยผู้ใหญ่แต่ได้เลือกมรดกฮีบรูของเขาและหนีออกจากอียิปต์
ในข้อสิบเอ็ด โมเสสออกไปเยี่ยมชนชาติเดียวกับเขา เขาเห็นการกดขี่จากชนอียิปต์  นั่น.. คนอียิปต์กำลังตีคนฮีบรูคนหนึ่ง ไม่ได้ …ต้องจัดการ โมเสสกำลังใช้วิธีของอียิปต์จัดการนั่นคือ ฆ่าคนอียิปต์นั้นแล้วหมกศพไว้ในทราย
แต่แล้วอีกวันเมื่อเห็นฮีบรูตีกันเอง เขาจึงเข้าไปถาม และปรากฎว่า ความลับที่เขาได้ฆ่าคนอียิปต์นั้นถูกเปิดเผย ไม่ได้การ ต้องหนี แล้วเขาก็หนีไป ก่อนที่ฟาโรห์จะจับตัวทัน 

บ้านใหม่ในมีเดียน
อพยพ 2:16-22
โมเสสได้พบกับครอบครัวของปุโรหิตมีเดียน ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อน  เขาเดินทางหาทุ่งหญ้า บ่อน้ำไปรอบ ๆ คาบสมุทรซีนายและดินแดนคานาอัน—ทุกพื้นที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนที่สัญญากับอับราฮัม และที่นี่ดูเหมือนเยโธรเจ้าของบ้านจะเป็นคนที่นมัสการพระเจ้าเที่ยงแท้ (อ่าน อพยพ 8:9-12) 
โมเสสพบกับลูกสาวของเยโธรก่อน แล้วช่วยเหลือพวกเธอ  พ่อจึงให้ลูกสาวไปตามโมเสสมากินข้าวที่บ้านเป็นการตอบแทน ในที่สุด เขาตกลงใจเป็นลูกเขยเยโธร และมีหลานให้คนหนึ่ง ชื่อเกอร์โชม ..เป็นชื่อที่ทำให้เขาระลึกเสมอว่า เขาเป็นคนทั้งต่างด้าว อยู่ในต่างแดน  และเขาได้อาศัยในครอบครัวนี้ กลายเป็นคนเลี้ยงแกะแถบมีเดียน  จากเจ้าชายในอียิปต์  เขาหันกลับไปทำอาชีพที่คนอียิปต์รังเกียจ ตัวเขาเองคิดอย่างไรบ้างนะ? (ปฐมกาล 46:34)  แต่ในช่วงนี้เป็นเวลาที่โมเสสได้อยู่กับพระเจ้า และเรียนรู้ส่วนของชีวิตคนอิสราเอล

 คาดการณ์ว่ามีเดียนเป็นแถบที่ดินสี่เหลี่ยมตามแนวด้านตะวันออกของอ่าวอากาบา ไอลัต ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตแดนตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบีย






 

 สี่สิบปีผ่านไป
อพยพ 2:23-25
เมื่อฟาโรห์สิ้นไป (น่าจะเป็นฟาโรห์ ทัตโมสที่สาม ซึ่งสิ้นชีวิตในปี 1447 กคศ.)  อิสราเอลอธิษฐานร้องทูลต่อพระเจ้า ตอนนี้ใจของคนส่วนใหญ่ พร้อมที่จะออกจากอียิปต์แล้ว
โมเสสผู้เล่าเรื่องนี้ ได้ย้อนกลับไปถึงพันธสัญญาที่พระเจ้าประทานแก่อับราฮัม อิสอัคและยาโคบ (ปฐมกาล 12:1-3) คำสัญญาของพระเจ้าจะนานแค่ไหน กี่ร้อยปี พวกเขายังจำกันได้
พระเจ้าทรงฟังคำร้องทูลของคนที่สิ้นหวัง หมดกำลังใจ คนที่ไม่มีอะไรเหลือ นี่เป็นตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจน  ที่จริงพระองค์ไม่ได้มาทันเวลา แต่พระองค์ทรงเตรียมผู้ที่จะนำการปลดจากการเป็นทาสให้พวกเขานานแล้ว  พระเจ้าจะทรงส่งคำตอบมาให้ตามเวลาของพระองค์
ดูเหมือนว่า เมื่อฟาโรห์องค์นี้ตาย ก็มีการยกเลิกคำตัดสิน หรือ คดีต่าง ๆ ที่ทำให้โมเสสจะกลับไปในอียิปต์โดยจะไม่โดนฟ้องร้อง (อพยพ 6:19)

ข้อสังเกตบางอย่างในบทนี้
ฟาโรห์ถูกผู้หญิงห้าคนขัดขวางเขาอย่างที่ไม่น่าเชื่อ
เจ้าหญิง พระธิดาของฟาโรห์เอง
มิเรียม พี่สาวของโมเสส
ชีพราห์ และปูอาห์ หมอตำแยสาวสองคน
โยเคเบด คุณแม่ของโมเสส ….

เรื่องราวของพ่อแม่โมเสสเป็นตัวอย่างกับเรา
เรามาทราบชื่อของพ่อแม่คู่นี้ในอพยพ 6:20 คืออัมรามและโยเคเบด  อัมรามเป็นลูกของโคฮาท ส่วนโยเคเบดเป็นน้องสาวของโคฮาท (ซึ่งเป็นลูกของเลวี ลูกชายยาโคบ)
พวกเขาเป็นญาติใกล้ชิด พวกเขาแต่งงานกันโดยที่ตอนนั้นยังไม่มีข้อห้ามเรื่องนี้  ต่อมาในเลวีนิติ  พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้ญาติใกล้ชิดแต่งงานกัน เราจะเห็นว่า ไม่ว่าภูมิหลังในครอบครัวจะเป็นอย่างไร เราเคยทำสิ่งที่ไม่สมควรอย่างไร แต่เมื่อแผนการของพระเจ้าจะใช้คน ๆ นั้น พระองค์จะทรงชำระทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาได้อย่างสะอาดหมดจด
เราทุกคนต้องได้ยินสิ่งเหล่านี้: สิ่งที่บรรพบุรุษทํา  ไม่จํากัดพระเจ้า  พระองค์ทรงสามารถให้เราพ้นจากผลต่าง ๆ ที่เราคิดว่า มีอยู่ ไม่ว่าในอดีตจะเกิดอะไรขึ้น พระเจ้าไม่แค่ปลดปล่อยเราได้เท่านั้น แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนเราให้กลายเป็นภาชนะแห่งการปลดปล่อยเพื่อผู้อื่นhttps://www.oneforisrael.org/the-mysterious-case-of-moses-parents/



 

พระคำเชื่อมโยง

อพยพ 2
1* อพยพ 6:16-20
2* กิจการ 7:20
3* อิสยาห์ 18:2; ปฐมกาล 14:10; 6:14; อิสยาห์ 19:6
4* กันดารวิถี 26:59
5* กิจการ 7:21
10* กิจการ 7:21
11* ฮีบรู 11:24-26
12* กิจการ 7:24-25
13* กิจการ 7:26-28; สุภาษิต 25:8
14* กิจการ 7:27-28; ผู้วินิจฉัย 6:27

15* กิจการ 7:29 ;อพยพ 3:1; ปฐมกาล 24:11,29:2
16* อพยพ 3:1; 4:18; 18:12; ปฐมกาล 24:11, 13, 19; 29:6-10; 30:38
17* ปฐมกาล 47:3; 26:19-21; 29:3, 0
18* กันดารวิถี 10:29; อพยพ 3:1; 4:18
20* ปฐมกาล 31:54; 43:25
21* อพยพ 4:25; 18:2
22* อพยพ 4:20; 18:3,4; กิจการ 7:29
23* กิจการ 7:34; เฉลยธรรมบัญญัติ 26:7; ยากอบ 5:4
24* อพยพ 6:5; ปฐมกาล 15:13; 22:16-18; 26:2-5; 28:13-15; 12:1-3; 15:14; 17:1-14
25* อพยพ 4:31; 3:7