ยินดีต้อนรับสู่พระคำ.คอม

พระคำ.คอม นำพระคัมภีร์ มาเล่าพร้อมภาพประกอบ
พระคัมภีร์นี้ ใช้เวลาเขียนเกือบ 1600 ปี ตั้งแต่ประมาณปี 1500 ปีก่อนคริสตศักราชจนถึงปี ค.ศ. 90 และมีผู้เขียนมากกว่า 40 คน
ผู้เขียนแต่ละคนได้รับการบันดาลใจจากพระเจ้าให้เขียนบันทึกไว้ และมีความเชื่อมโยงกันอย่างมหัศจรรย์ตั้งแต่เล่มแรกจนเล่มสุดท้าย
มีการคัดลอกต่อเนื่องกันมา และเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงสมัยของเรา

ขอแนะนำให้ เริ่มอ่านจาก
หนังสือ มาระโก 

มียูทูบสำหรับเด็ก โดยดูได้จาก พระคัมภีร์สำหรับเด็ก


บุคคลสำคัญในพระคัมภีร์คือ คือ พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสร้างโลกนี้ และองค์พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ที่มาบังเกิดในโลกเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
พระคัมภีร์เล่าวว่าพระองค์ทรงทำอะไรบ้าง และที่น่าทึ่งคือ มีคำบอกล่วงหน้าหลายร้อยปี ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของพระองค์ รวมถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย!!



แนะนำเรื่องขึ้นใหม่

พระคัมภีร์เดิม

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
Wisdom
Wisdom
มีเสียงอ่านประกอบ
Wisdom
Minor Prophet

พระคัมภีร์ใหม่

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
ประวัติคริสตจักรแรก
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายไปยังพี่น้อง
จดหมายท่านยากอบ
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านยอห์น
จดหมายท่านยูดา

ปฐมกาล 41 เป็นรองแค่ฟาโรห์

ฝันประหลาดของฟาโรห์
1 เวลาผ่านไปสองปีเต็ม ฟาโรห์ฝันไปว่าท่านกำลังประทับยืนบนฝั่งแม่น้ำไนล์
2 ดูสิ มีวัวอ้วนเจ็ดตัวร่างกายแข็งแรงเดินขึ้นมาจากแม่น้ำไนล์ พวกมันเริ่มเล็มใบอ้อริมฝั่ง
3 หลังจากนั้น ดูสิมีวัวอีกเจ็ดตัวขึ้นมารูปร่างน่าเกลียด ผอมโซ
พวกมันมายืนอยู่ข้างกลุ่มวัวอ้วนที่ริมฝั่งแม่น้ำ
4 แล้ววัวรูปร่างน่าเกลียดผอมกระหร่องก็กินวัวอ้วนจนหมด! ถึงตอนนี้ฟาโรห์ก็ตื่นขึ้นมา
5 พอบรรทมต่อ ก็ฝันอีกครั้ง มีรวงข้าวต้นหนึ่งกำลังออกรวงเจ็ดรวง มีเมล็ดงามสมบูรณ์ดี
6 หลังจากนั้น มีรวงลีบอีกเจ็ดรวงงอกออกมา มันถูกลมตะวันออกพัดจนเหี่ยวแห้ง
7 แล้วข้าวรวงลีบเพราะถูกลมตะวันออกพัดกระหน่ำก็กินข้าวทั้งเจ็ดรวงที่อุดมสมบูรณ์จนหมด แล้วฟาโรห์
ก็ตื่นขึ้น จึงเห็นว่าเป็นความฝัน
8 เช้าวันต่อมา ฟาโรห์ รู้สึกหดหู่จนพระองค์ต้องบัญชาให้เหล่าหมอเล่นอาคมและนักปราชญ์ทั้งหลายของอียิปต์มาเข้าเฝ้า ฟาโรห์เล่าสุบินให้พวกเขาฟัง แต่ปรากฏว่า ไม่มีใครสามารถบอกความหมายของสุบินนั้นได้เลย

ออกจากคุก เฝ้าฟาโรห์
9 แล้วข้าราชบริพารทำหน้าที่เชิญจอกเหล้าองุ่น ทูลต่อฟาโรห์ว่า “วันนี้ทำให้ข้าพระบาทนึกถึงครั้งที่ตนเองพลาดพลั้งไป
10 ครั้งหนึ่งที่ฝ่าพระบาททรงกริ้วข้าพระบาท ทรงจำคุกข้าพระบาทในบ้านของหัวหน้าองครักษ์ พร้อมทั้งข้าราชบริพารทำขนมปัง 
11 คืนหนึ่งเราทั้งสองต่างฝันไป เป็นฝันที่มีความหมายต่างกัน
12  ที่นั่นมีชายหนุ่มฮีบรูเป็นทาสรับใช้ของหัวหน้าองครักษ์ เราเล่าฝันให้เขาฝัน และเขาแก้ฝันให้ตามความหมายของฝัน
13  และต่อมา สิ่งที่เขาแก้ฝันนั้นก็เป็นจริง ข้าพระบาทได้กลับมาทำหน้าที่ ส่วนอีกคนถูกประหาร”

ฟาโรห์สั่งปล่อยตัว
14ฟาโรห์จึงบัญชาให้นำตัวโยเซฟมาเฝ้า และพวกเขาก็นำตัวโยเซฟจากคุกทันที ให้โกนหนวดเครา เปลี่ยนเสื้อผ้า และเขาก็ได้เข้ามาเฝ้า
15 ฟาโรห์ กล่าวกับโยเซฟว่า “เราฝันไปและไม่มีใครแก้ฝันนั้นได้แต่เราได้ยินคนพูดถึงเจ้าว่า เมื่อเจ้าได้ยินความฝัน เจ้าสามารถแก้ฝันได้”โยเซฟตอบฟาโรห์ว่า
16 “ข้าพระบาทมิได้เป็นคนแก้พระสุบินพะยะค่ะ พระเจ้าจะประทานคำตอบเพื่อให้พระองค์สบายพระทัย”

โยเซฟบอกความหมายฝันให้ฟาโรห์
17 ฟาโรห์กล่าวแก่โยเซฟว่า “เราฝันว่า เรายืนริมฝั่งแม่น้ำ
18 มีวัวอ้วนเจ็ดตัวขึ้นมาจากแม่น้ำและกินหญ้าริมน้ำนั้น
19 ต่อมาก็มีวัวอีกเจ็ดตัวขึ้นมา มันดูผอมโซน่าเกลียด ตัวลีบ เราไม่เคยเห็นวัวรูปร่างน่าเกลียด
อย่างนี้มาก่อนในแผ่นดินอียิปต์เลย 
20 แล้ววัวตัวผอมน่าเกลียดนั้น ก็กินวัวอ้วนจนหมด

21 หลังจากที่มันกินวัวอ้วนจนหมด ไม่มีใครบอกได้ว่า มันกินไปหมดแล้วทุกตัว เพราะมันยังดูผอมกระหร่องเหมือนเดิม พอถึงตรงนี้ เราก็ตื่นขึ้นมา
22 แล้วเราก็ฝันอีก เห็นรวงข้าวเจ็ดรวงที่สมบูรณ์งอกขึ้นมาจากต้นข้าวต้นหนึ่ง
23 แล้วหลังจากนั้น ดูสิ ก็มีรวงข้าวที่เมล็ดแห้งเพราะถูกลมตะวันออกพัดงอกขึ้นมา
24 และรวงข้าวแห้งนั้นก็กลืนกินข้าวสมบูรณ์ไปหมด เราบอกเนื้อความแก่คนที่เล่นอาคมฟัง แต่ไม่มีใครสามารถอธิบายให้เรารู้ได้

ความหมายแท้ ๆ ของฝัน
25 โยเซฟกล่าวแก่ฟาโรห์ว่า “พระสุบินของฟาโรห์นั้นมีความหมายเหมือนกัน  พระเจ้าทรงบอกให้องค์
ฟาโรห์ทรงทราบว่า ควรจะทำอย่างไร
26  วัวอ้วนเจ็ดตัว และรวงข้าวที่สมบูรณ์เจ็ดรวงหมายถึงเจ็ดปี  ความฝันนั้นหมายถึงสิ่งเดียวกัน
27 วัวผอมรูปร่างน่าเกลียดที่ขึ้นจากน้ำหลังจากวัวอ้วนหมายถึงเจ็ดปี  ข้าวลีบที่ถูกลมตะวันออกพัดก็ หมายถึงว่าจะมีการกันดารอาหาร เจ็ดปีพะยะค่ะ
28 อย่างที่ข้าพระบาททูลองค์ฟาโรห์ พระเจ้าทรงสำแดงให้ ทรงทราบว่า พระองค์จะทรงทำอะไร
29  คือจะมีเจ็ด ปีที่สมบูรณ์ทั่วแผ่นดินอียิปต์ 
30 แต่หลังจากนั้น จะมีเจ็ดปีที่แห้งแล้งตามมา และอียิปต์จะลืมความอุดมสมบูรณ์ทั้งหมดที่เคยมี การกันดารอาหารจะทำลายแผ่นดินนี้
31 จะไม่มีความทรงจำถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีอีกต่อไปเพราะความอดอยากซึ่งตามมานั้น รุนแรงเป็นที่สุด

โยเซฟทูลแนะนำต่อ
32 เหตุใดจึงทรงฝันสองอย่างนี้เล่า? เพราะพระเจ้าทรง ตัดสินพระทัยว่า จะให้เกิดขึ้นในไม่ช้านี้
33 ดังนั้นองค์ฟาโรห์ทรงโปรดเลือกคนที่ทั้งฉลาดหลักแหลมเต็มด้วยสติปัญญาที่จะดูแลทั้งแผ่นดินอียิปต์พะยะค่ะ
34 สิ่งที่องค์ฟาโรห์ควรทำคือ จัดตั้งข้าราชการผู้ดูแลตามเขตต่าง ๆ เพื่อรับเก็บภาษีหนึ่งในห้าของผลผลิต ที่เก็บเกี่ยวได้ ในช่วงเวลาแห่งความอุดม
35 พวกเขาควรเก็บรวบรวมอาหารทั้งหมดที่ผลิตได้ในปีแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่จะมาถึง และเก็บแยกธัญพืชขององค์ฟาโรห์เพื่อเป็นคลังอาหารตามเมืองต่าง ๆ
36 นี่จะเป็นเสบียงสำรองสำหรับเจ็ดปีแห่งการอดอยาก ซึ่งจะมาถึงทั้งแผ่นดินอียิปต์ เพื่อว่าประชาชนทั้งแผ่นดินจะไม่พินาศไปเพราะการกันดารอาหาร

รับตำแหน่งที่ไม่คาดฝัน
39 ฟาโรห์กล่าวกับโยเซฟว่า “ในเมื่อพระเจ้าทรงแจ้ง ทุกอย่างให้เจ้ารู้ ไม่มีคนใดหยั่งรู้และมีสติปัญญาเหมือนอย่างเจ้า 40 ดังนั้น เจ้าจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ กิจการงานในแผ่นดินของเรา ประชาชนของเราจะอยู่ใต้การปกครอง ตามคำสั่งของเจ้า มีเพียงเรา ผู้เดียวที่ปกครองจากบัลลังก์นี้ที่เป็นใหญ่เหนือเจ้า” 41 แล้วฟาโรห์กล่าวกับโยเซฟว่า “นี่แน่ะ เราตั้งเจ้าให้ดูแลทั้งแผ่นดินอียิปต์”

42 จากนั้นฟาโรห์ ถอดแหวนตราประจำพระองค์ สวมให้โยเซฟ และให้เขาได้สวมเสื้อลินินเนื้อดี มีสร้อยทองคำด้วย
43 ยังอนุญาตให้เขาได้ขี่รถศึกส่วนพระองค์คันที่สอง และพวกเขาจะร้องไปล่วงหน้าว่า “จงน้อมตัวลง!” นี่คือฟาโรห์ได้แต่งตั้งให้เขามีอำนาจดูแลทั่วแผ่นดินอียิปต์
44 ทั้งฟาโรห์กล่าวกับโยเซฟว่า “แม้เราเป็นฟาโรห์ แต่หากเจ้าไม่ได้อนุญาต ก็จะไม่มีใครในแผ่นดินอียิปต์ยกมือยกเท้าได้”

งานที่พระเจ้าทรงเตรียมให้โยเซฟ
45 ฟาโรห์ตั้งชื่อให้โยเซฟว่าศาเฟนาท ปาเนอาห์ และทรงยกอาเสนัส ธิดาของโปทิเฟราปุโรหิตแห่งโอนให้เป็นภรรยา แล้วโยเซฟ ก็ออกไปทั่วแผ่นดินอียิปต์
46 โยเซฟอายุสามสิบปีเมื่อเขายืนเฝ้าฟาโรห์กษัตริย์แห่งอียิปต์ แล้วเขาก็ออกเดินทางไปทั่วแผ่นดินอียิปต์
47 ระยะเวลาเจ็ดปีของความอุดมสมบูรณ์นั้นผืนดินได้ทำให้มีผลผลิตเหลือเฟือ
48 เขาเก็บรวบรวมอาหารจากเจ็ดปีนั้นโดยเก็บสะสมไว้ในเมือง ส่วนพืชที่ได้มาจากไร่นารอบเมืองใดก็จะเก็บไว้ในตัวเมืองนั้น
49 โยเซฟเก็บสะสมธัญพืชไว้มากมายราวกับทรายริมฝั่งทะเล มากจนกระทั่งพวกเขา ต้องหยุดนับจำนวน เนื่องจากมีมากล้นจนนับไม่ไหว

ลูกชายทั้งสองของโยเซฟ
50 ก่อนจะเกิดการกันดารอาหาร โยเซฟมีลูกชายสองคนที่เกิดจากอาเสนัทซึ่งเป็นลูกสาวของ
โปทิเฟราปุโรหิตแห่งเมืองโอน
51โยเซฟตั้งชื่อลูกชาย หัวปีว่า มนัสเสห์ (แปลว่าช่วยให้ลืม) เพราะพระเจ้าทรงช่วยให้ข้าพเจ้าลืมความทุกข์ยากลำบากทั้งสิ้น ที่ข้าพเจ้าต้องทนทุกข์และครอบครัวของข้าพเจ้า”
52 ลูกชายคนที่สองให้ชื่อว่า เอฟราอิม (แปลว่าเกิดผลสองเท่า) “เพราะพระเจ้าทรงช่วยให้ข้าพเจ้าเกิดผล ในแผ่นดินแห่งความทุกข์ยากของข้าพเจ้า”

ความอดอยากเกิดขึ้นตามฝันของฟาโรห์
53 แล้วความอุดมสมบูรณ์ในอียิปต์เจ็ดปีก็สิ้นสุดลง
54 และเป็นการเริ่มต้นของเจ็ดปีแห่งความอดอยากตามที่โยเซฟได้กล่าวไว้ มีการกันดารอาหารเกิดขึ้น ทั่วทุกประเทศ ยกเว้นในอียิปต์ที่ยังมีอาหารอยู่
55 เมื่อชาวอียิปต์เริ่มรับผลการขาดแคลนอาหารประชาชนก็ร้องขออาหารจากฟาโรห์ และฟาโรห์ตรัสสั่งชาวอียิปต์ทุกคนว่า”จงไปหาโยเซฟ และทำตามที่เขาสั่ง”
56 ช่วงนั้นเอง  การกันดารอาหารขยายไปทั่วโลก โยเซฟก็เปิดยุ้งฉางและขายข้าวให้แก่ชาวอียิปต์เพราะเกิดการอาหารอย่างรุนแรงยิ่งนักทั่วแผ่นดินอียิปต์  
57 ยิ่งกว่านั้น คนจากประเทศทั่วโลกเดินทางมา อียิปต์เพื่อซื้อข้าวจากโยเซฟ เพราะเกิดการกันดารอาหารอย่างรุนแรงทั่วโลกด้วย

อธิบายเพิ่มเติม

ฟาโรห์ที่ครองในช่วงเวลานั้น เกิดฝันไป และเป็นฝันเกี่ยวกับวัวอ้วนเจ็ดตัว วัวผอมเจ็ดตัว และรวงข้าวดีเจ็ดรวง รวงข้าวลีบเจ็ดรวง  เป็นฝันที่ประหลาด มีความหมายแบบเดียวกัน แต่ไม่มีใครในสำนักราชวังสามารถแปลความหมายฝันนั้นได้ และนี่เองเป็นโอกาสของโยเซฟ เป็นเวลาที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้

ฝันประหลาดของฟาโรห์
ปฐมกาล 41:1-8
ผู้เขียนพระคัมภีร์เล่าว่า เวลาผ่านไปสองปีเต็มที่โยเซฟยังอยู่ต่อไปในคุก สำหรับโยเซฟ ก็เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังไม่น้อย เพราะว่า เขาไม่อาจจะเชื่อใจคนเลย ทั้ง ๆ ที่มีความตั้งใจ แต่ก็ลืมโดยที่ไม่ได้คิดว่าจะลืม แต่พระเจ้าทรงทำให้เราเห็นว่า ทรงอยู่กับโยเซฟเสมอ และเวลาของพระองค์จะเป็นเวลาที่พอเหมาะ  อยู่มาวันหนึ่ง ฟาโรห์ก็ไม่ได้อย่างที่ทรงต้องการ นั่นคือ ความฝันสองเรื่องที่ไม่มีใครสักคนในแผ่นดินที่สามารถทำนายฝันให้ได้!!ปราชญ์ในราชวังยอมรับว่า พวกเขาไม่สามารถบอกความหมายของฝันได้  พวกเขาไม่รู้อนาคตจริง ๆ มีหน้าที่ช่วยให้กษัตริย์ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในการปกครอง แต่ครั้งนี้พระเจ้ากำลังเปิดทางให้โยเซฟ

ออกจากคุก เฝ้าฟาโรห์
ปฐมกาล 41:9-16
ข้าราชบริพารผู้ทำหน้าที่เชิญจอกเหล้าองุ่น ได้รู้เรื่องนี้ด้วย เพราะเขาใกล้ชิดองค์ฟาโรห์อยู่แล้ว ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า เคยเจอนักโทษหนุ่มผู้หนึ่งในคุกหลวงและเป็นคนที่ทำนายฝันได้ตรงเป๊ะ ไม่พลาดเลย   เขาทูลฟาโรห์ให้รู้ว่า ชายคนนี้เป็นฮีบรู ซึ่งเป็นชนชาติที่อียิปต์ไม่ค่อยชอบสักเท่าไร

แค่นั้นเอง ประตูคุกหลวงก็เปิดออกปล่อยให้โยเซฟออกมา ให้เขาทำความสะอาดร่างกาย โกนหนวดเครา และเข้าเฝ้าอย่างด่วน!
นี่เป็นหนทางของพระเจ้า เมื่อพระองค์จะทรงทำอะไรแล้วจะทรงวางให้พอเหมาะกับเวลา  คนของพระองค์มีหน้าที่คือฟังพระสุรเสียงว่า เวลาใดเป็นเวลาของพระองค์
หากเขาออกมาก่อนหน้านี้ อาจจะมีชีวิตเป็นอย่างอื่นไป  หรือหาทางกลับบ้านเกิด  เวลาของพระเจ้านั้น เป็นของพระองค์  เป็นเหมือนที่ดาวิดบอกไว้ว่า “วันทั้งสิ้นที่กำหนดให้ข้าพระองคนั้น ถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระองค์ ตั้งแต่ยังไม่มีวันนั้นเลย” (สดุดี 139:16)
เมื่อโยเซฟพบกับฟาโรห์  เขายืนยันทันทีโดยไม่กลัวว่า พระเจ้าเป็นผู้ประทานคำตอบให้ฟาโรห์ เพื่อให้องค์ฟาโรห์เองสบายพระทัย โล่งใจ ได้รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป 

โยเซฟไม่ได้คิดว่า จะใช้โอกาสนี้ทำให้ตนเองก้าวไปสู่ตำแหน่งโหรหลวงเลย  เขาถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่พบกับฟาโรห์  เขาทำให้ฟาโรห์ตระหนักทันทีว่า มีพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าฟาโรห์เองด้วย 

น่าสนใจที่ฟาโรห์องค์นี้ เป็นคนฉลาดที่ยอมฟังและยอมคิดตาม ฟาโรห์รู้หน้าที่ของตนในแง่ของความเป็นผู้นำประเทศ ท่านยอมฟังแม้กระทั่งชายหนุ่มชาวฮีบรูที่เพิ่งออกมาจากคุกหลวง!

โยเซฟบอกความหมายฝันให้ฟาโรห์
ปฐมกาล 41:17-31
มีการทบทวนความฝันอีกครั้งหนึ่งให้แก่ผู้อ่าน
ฟาโรห์เล่าความฝันอย่างตรงไปตรงมาให้กับโยเซฟ ซึ่งเมื่อเขาฟังอยู่นั้น พระเจ้าก็ทรงบอกเขาทันทีถึงความหมายของความฝัน
ฝันแรกคือวัวผอมเจ็ดตัว กินวัวอ้วนเจ็ดตัว
ถึงอย่างนั้นมันผอมเหมือนเดิม
ฝันที่สองคือ ข้าวลีบเจ็ดรวง กินข้าวดีเจ็ดรวง
ถึงอย่างนั้น ข้าวก็ลีบเหมือนเดิม

โยเซฟฟังแล้วรู้ทันทีว่า ความฝันมีความหมายเช่นเดียวกัน   เวลาพระเจ้าตรัสบอกอะไรกับคนของพระองค์ บางครั้งพระองค์จะตรัสสองคำต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นการเน้นให้รู้ว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมากต้องเอาใจใส่ ครั้งนี้ พระเจ้าทรงเตือนฟาโรห์ให้มุ่งความสนใจไปที่ความฝัน เพราะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนอียิปต์ทั้งประเทศ รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงอียิปต์ด้วย

ความสำคัญที่โยเซฟบอกคือ จะมีความอุดมสมบูรณ์ในอียิปต์เจ็ดปี จากนั้นประเทศจะเผชิญกับความอดอยากแสนสาหัสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นความกันดารที่จะทำลายประเทศได้อย่างราบคาบ 

โยเซฟทูลแนะนำต่อ
ปฐมกาล 41:32-36
โยเซฟบอกอย่างหนึ่งที่สำคัญกับฟาโรห์ให้รู้ว่า พระเจ้าทรงตัดสินว่า จะให้สิ่งทั้งหมดเกิดขึ้นในไม่ช้านี้เอง  โยเซฟเน้นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเหนือแผ่นดินอียิปต์  โยเซฟทำให้ฟาโรห์ตระหนักว่า เขาไม่ได้เป็นเหมือนผู้ทำนายในราชวังของฟาโรห์ แต่เขาเป็นคนของพระเจ้าแห่งอิสราเอล

จากนั้น เขาก็ขอให้ฟาโรห์เลือกคนเก่งมาก ๆ ที่จะดูแลจัดการเรื่องอาหาร  เตรียมการล่วงหน้าก่อนที่จะไม่ไหว ไม่ให้เกิดมีการตายทั้งประเทศแล้วสิ่งที่โยเซฟแนะนำนั้น กลับกลายเป็นวิธีการทำงานที่เต็มด้วยการจัดระบบระเบียบที่จะทำให้อียิปต์ทั้งประเทศสามารถรับมือกับความอดอยากเจ็ดปีที่จะเกิดขึ้นได้  มีการเตรียมข้าราชการตามเขตต่าง ๆ มีการจัดเก็บภาษี การเก็บอาหารให้ยุ้งฉางทั่วประเทศ ไม่ใช่เป็นการจัดเก็บแบบรวมอำนาจ
ประเทศอียิปต์มีพื้นที่มากมาย และสิ่งที่จะเก็บเหล่านี้ ก็เป็นภาษีที่ประชาชนจะต้องส่งอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการบีบเลือดจากประชาชน  ภาษีดังกล่าวจะกลายเป็นเสบียงสำรองเพื่อชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนต่อไป

รับตำแหน่งที่ไม่คาดฝัน
ปฐมกาล 41:39-44
เมื่อได้ฟังความหมายของฝัน และวิธีที่จะจัดการกับหายนะที่กำลังจะมาถึง  ฟาโรห์เห็นทันทีว่า ท่านไม่ต้องจัดการเรื่องนี้เอง คนเก่ง มีความสามารถเหลือล้นมายืนอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ฟาโรห์แต่งตั้งให้โยเซฟเป็นรองจากฟาโรห์ อะไรกัน เพียงแค่ยังไม่ข้ามคืน โยเซฟกลับกลายเป็นคนที่มีตำแหน่งสูงยิ่งกว่าชายคนแรกที่ซื้อเขามาเสียอีก เขายิ่งใหญ่กว่าโปติฟาร์แล้ว เป็นรองแค่ฟาโรห์ มีอำนาจดูแลทั้งอียิปต์ ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้การปกครองของโยเซฟ !


เพื่อยืนยันว่า หมายความอย่างนั้นจริง ฟาโรห์ได้ถอดแหวนตราประจำพระองค์ ซึ่งมีความหมายว่า โยเซฟสามารถสั่งการแทนฟาโรห์ได้ สั่งสิ่งใด ก็เหมือนฟาโรห์สั่งเอง  มีรถม้าส่วนตัว มีเกียรติยศที่ใคร ๆ ต้องนอบน้อมให้  จากเด็กหนุ่มที่ถูกขายเป็นทาสในเรือน บัดนี้ เขากลายเป็นผู้ปกครองประเทศไปแล้ว นี่เป็นการเตรียมของพระเจ้าอย่างชัดเจน จากลูกชายสุดที่รักของพ่อ โยเซฟต้องผ่านโรงเรียนแห่งความยากลำบาก การถูกใส่ร้าย การเข้าไปอยู่ในคุก 
วันนี้ วันที่ออกมาบอกความหมายของฝันให้กับฟาโรห์ โยเซฟคิดเพียงว่า เมื่อเสร็จแล้วจะขอให้ตนเองได้ออกจากคุก แต่ว่า พระเจ้าทรงมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่โยเซฟจะคิดได้

งานที่พระเจ้าทรงเตรียมให้โยเซฟ
ปฐมกาล 41:45-49
ฟาโรห์ตั้งชื่อให้ใหม่ “ศาเฟนาท ปาเนอาห์” แปลว่าพระเจ้าตรัส และพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ หรือถ้าเป็นคนอียิปต์จะมีความหมายหลายอย่างมาก ตั้งแต่ว่าเป็น ผู้ทำนาย ผู้ไถ่ ผู้เผยพระดำรัส ผู้สนับสนุน ผู้แปลความหมายฝัน คนฉลาด คนสุภาพ และคนมีปัญญา  ยกอาเสนัส ลูกสาวปุโรหิตแห่งโอนให้เพื่อเขาจะมีครอบครัวอยู่ในอียิปต์จากนั้นโยเซฟก็ออกเดินทาง ดูแลทั้งเจ็ดปีแรกและเจ็ดปีช่วงที่สอง
พวกเขาเก็บรวบรวมอาหารจากแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์มาก พระเจ้าทรงอวยพระพรพวกเขาอย่างมากมาย เป็นประโยชน์กับคนอียิปต์อย่างไม่คาดฝัน
ที่เคยทำบัญชีสินค้าเกษตรก็ต้องหยุดทำ เพราะมีมากล้นเกินที่จะทำ!

ลูกชายทั้งสองของโยเซฟ
ปฐมกาล 41:50-57
สำหรับโยเซฟแล้ว ลูกชายทั้งสองเตือนให้เขารู้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา ตอนนี้โยเซฟมีอายุประมาณ 30-37 ปี เราไม่ทราบว่าลูกชายเกิดตอนไหน แต่เป็นช่วงที่ก่อนเกิดกันดารอาหาร เป็นช่วงเวลาที่อียิปต์กำลังมีอาหารอย่าง อุดมสมบูรณ์ เป็นครอบครัวที่พ่อ และแม่ต่างเป็นคนที่ใหญ่โตในแผ่นดิน พ่อเป็นชาวฮีบรู และแม่เป็นชาวอียิปต์
เด็กทั้งสองคนนี้ มีเชื้อสายสองชนชาติในตัว
ลูกชายทั้งสองคือ มนัสเสห์ และเอฟราอิม ชื่อของลูกชายบ่งบอกความรู้สึกของโยเซฟที่มีต่อชีวิตของตนเองและความสัมพันธ์ของเขากับพระเจ้า


ความอดอยากเกิดขึ้นตามฝันของฟาโรห์
ปฐมกาล 41:53-57
เมื่อเจ็ดปีแห่งความอุดมสมบูรณ์จบลง ฝนเริ่มไม่ตก แม่น้ำไนล์เริ่มเหือดแห้ง  ดินแข็ง ไม่สามารถปลูกพืชได้  ประชาชนต่างเดือดร้อนกันถ้วนหน้า พวกเขาจึงร้องขออาหารจากผู้ปกครองประเทศคือฟาโรห์ ฟาโรห์เตรียมพร้อมล่วงหน้าแล้ว ท่านสั่งประชาชนให้ไปหาโยเซฟและทำทุกอย่างตามที่สั่ง
โยเซฟเตรียมเสบียงไว้ล้นเหลือ การขาดแคลนจึงบรรเทา และไม่ช่วยแค่อียิปต์เท่านั้น แต่คนชาติต่าง ๆ รอบข้างก็เดินทางมาซื้อข้าวกับโยเซฟเช่นกัน ประชาชนได้รับการบรรเทา และฟาโรห์ก็มั่งคั่งขึ้นด้วย 




พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 41
1* ปฐมกาล 40:5
6* อพยพ 10:13
8* ดาเนียล 2:1, 3; 4:5, 19
9* ปฐมกาล 40:1, 14, 23
10* ปฐมกาล 40:2-3; 39:20
11* ปฐมกาล 40:5
12* ปฐมกาล 39:14; 43:32; 37:36; 40:12
13* ปฐมกาล 40:21-22
14* สดุดี 105:20; ดาเนียล 2:25; 1 ซามูเอล 2:8; 2 พงศ์กษัตริย์25:27-29
15* ดาเนียล 5:16
16* ดาเนียล 2:30;2:22, 28, 47
17* ปฐมกาล 41:1

24* อิสยาห์ 8:19
25* ดาเนียล 2:28-29, 45
27* 2 พงศ์กษัตริย์ 8:1
28* ปฐมกาล 41:25, 32
29*ปฐมกาล 41:47
30* ปฐมกาล 41:54, 56; 47:13
32* กันดารวิถี 23:19
34* สุภาษิต 6:6-8
35* ปฐมกาล 41:48
36* ปฐมกาล 47:15, 19
37* กิจการ 7:10
38* กันดารวิถี 27:18
40* สดุดี 105:21
41* ดาเนียล 6:3

42*เอสเธอร์ 3:10; 8:2, 15;
ดาเนียล 5:7, 16, 29
43* ปฐมกาล 46:29; เอสเธอร์ 6:9 ;
ปฐมกาล 42:6
45* ปฐมกาล 46:20
46* 1 ซามูเอล  16:21
49* ปฐมกาล 22:17
50* ปฐมกาล 46:20; 48:5
51* สดุดี 45:10
52* ปฐมกาล 17:6; 28:3; 49:22
54* กิจการ 7:11; ปฐมกาล 41:30
55* ยอห์น 2:5
56* ปฐมกาล 42:6
57* เอเสเคียล 29:12; ปฐมกาล 27:28, 37; 42:3