สดุดี 138 องค์ผู้สูงส่ง กับคนต่ำต้อย

 Jean-François Millet, The Angelus (1859)

แด่หัวหน้านักร้อง สดุดีของดาวิด

บรรยายคำสรรเสริญ
1 โอ พระยาห์เวห์ ข้าขอบพระคุณพระองค์ด้วยสุดใจ
ข้าร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ต่อหน้าเหล่าเทพ
2 ข้าก้มกราบลง ณ พระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์
และขอบพระคุณพระนามของพระองค์
สำหรับความรักมั่นคง
และความซื่อตรงของพระองค์
เพราะว่า พระองค์ทรงยกพระนาม
และพระดำรัสของพระองค์ขึ้นเหนือสิ่งอื่นใด

3 ในวันที่ข้าร้องทูล พระองค์ทรงตอบข้า
พระองค์ทรงเพิ่มกำลังในจิตใจ
4 โอ พระยาห์เวห์
กษัตริย์ทั้งหลายในโลกจะถวายคำขอบพระคุณ
เพราะพวกเขาได้ยินพระดำรัสจากพระโอษฐ์ของพระองค์
5 และพวกเขาจะร้องเพลงถึงวิถีทางของพระยาห์เวห์
เพราะว่า พระสิริของพระยาห์เวห์ใหญ่ยิ่งนัก

เหตุผลที่สรรเสริญพระเจ้า
6 เพราะถึงแม้พระยาห์เวห์ทรงอยู่สูงส่ง
พระองค์ยังทรงใส่พระทัยในคนที่ต่ำต้อย

แต่พระองค์ทรงเห็นคนที่เย่อหยิ่งได้แต่ไกล
7 แม้ว่าข้าจะเดินท่ามกลางความยากลำบาก
พระองค์ก็ทรงรักษาชีวิตของข้าไว้
ทรงยื่นพระหัตถ์ออกมาต่อต้านความเกรี้ยวกราดของศัตรู
และพระหัตถ์ขวาได้ช่วยกู้ข้าไว้
8 พระยาห์เวห์จะทรงทำให้แผนการของพระองค์
เกี่ยวกับข้าได้สำเร็จผล
โอพระยาห์เวห์
ความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงนิรันดร์
ขออย่าทรงทอดทิ้งผลงานแห่งฝีพระหัตถ์ของพระองค์เลย

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 111:1 ; 95:3; 96:5

2* สดุดี 28:2; 1 พงศ์กษัตริย์ 8:29 สดุดี 5:7

4 * สดุดี 102:15

5* สดุดี 103:7

6* สดุดี 131:1; สุภาษิต 3:34; ลูกา 1:48; ยากอบ 4:6; สดุดี 113:5, 6

7* สดุดี 23:4 ; 71:20;1 ซามูเอล 24:6; โยบ 1:12; สดุดี 60:5

8* สดุดี 57:2; ฟีลิปปี 1:6 สดุดี 136:1; 1 พงศาวดาร 16:41; สดุดี 100:3

สดุดี 138:1-5บรรยายคำสรรเสริญ
ดาวิดทราบดีว่า ขณะที่ท่านร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้านั้น เหล่าเทพหรือ วิญญาณต่าง ๆ ก็ได้ยินได้ฟังคำสรรเสริญเหล่านั้น และท่านรู้ชัดว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าเทพเหล่านั้น (สดุดี 95:5)
พระเจ้าทรงยกให้พระนาม และพระดำรัสของพระองค์ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ คำว่า พระนามนั้น มีความหมายถึงแก่นแท้ของพระลักษณะ ความยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดของพระองค์ พระดำรัสนั้นคือ ทุกอย่างที่ตรัส ทุกอย่างที่ทรงสัญญา จะสำเร็จตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้
การที่พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของดาวิด คือการเพิ่มกำลังใจให้กับท่านในการสู้ต่อ และสำหรับเราก็เหมือนกัน
ในข้อสี่และห้า เราเห็นว่า ดาวิดได้อธิษฐานเผื่อผู้นำ กษัตริย์ท่านอื่น ๆ ในยุคของท่านเองว่า พวกเขาจะได้รู้ว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ และหันกลับมาสยบต่อพระองค์

สดุดี 138:6-8 เหตุผลที่สรรเสริญพระเจ้า
แม้ท่านจะเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล แต่ดาวิดเองทรงรู้ชัดมาแต่ไหนแต่ไรว่า พระเจ้าทรงเอาใจใส่คนที่ต่ำต้อย อย่างท่านเองเคยเป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะ แต่พระเจ้าทรงเลือกออกมาจากพี่น้องที่ดูดีกว่าเป็นไหน ๆ เราทุกคนที่เป็นคนไม่สำคัญในโลกนี้ ไม่ต้องห่วงว่า พระเจ้าจะไม่ทรงเห็นเรา …
การเดินท่ามกลางความลำบาก เป็นชีวิตประจำวันของดาวิดในเบื้องต้นจริงๆ. และท่านเองได้ประสบความช่วยเหลือของพระเจ้ามาโดยตลอด กษัตริย์ดาวิดไม่ได้คิดว่า ท่านประสบความสำเร็จทุกอย่างด้วยตนเอง แต่พระเจ้าเท่านั้นทรงทำให้ชีวิตของท่านเป็นอย่างที่เป็น
เราได้คิดอย่างดาวิดคิดไหม? ถ้าคิดได้จริง ชีวิตของเราจะเปลี่ยนจากปัจจุบันเป็นดีขึ้น ๆ อย่างไม่น่าเชื่อเลย

สดุดี 137 จะร้องเพลงของพระยาห์เวห์ได้อย่างไร?

By the Rivers of Babylon, Gebhard Fugel, 1920

ผู้เขียนคร่ำครวญ
1 ที่ริมฝั่งน้ำในบาบิโลน เรานั่งร้องไห้
ใช่ เราร้องไห้ยามที่เรานึกย้อนไปถึงศิโยน 
2 เราแขวนพิณของเรา
ไว้บนต้นหลิวที่นั่น
3  ณ ที่นั้น คนที่จับเราเป็นเชลยสั่งให้เราร้องเพลง
คนที่ทรมานเรากล่าวอย่างร่าเริงว่า
“ร้องเพลงของศิโยนให้ฟังสักเพลงหนึ่งสิ”
4 แล้วเราจะร้องเพลงของพระยาห์เวห์
ในแผ่นดินของคนต่างแดนอย่างไร
?

คำสาบานของผู้เขียน
5 โอ เยรูซาเล็ม หากข้าลืมเจ้าไป
ก็ขอให้มือขวาของข้า ไร้ความสามารถไปเสีย
6 หากข้าจำเจ้าไม่ได้ 
ขอให้ลิ้นของข้าติดอยู่กับเพดานปาก
หากข้ามิได้ยกให้เยรูซาเล็มอยู่เหนือความยินดีที่สุดของข้า 

ความปรารถนาของผู้เขียน
7 โอ พระยาห์เวห์ ขอทรงระลึกว่า
ชาวเอโดมนั้นได้ทำอะไรลงไปบ้าง  
ในวันหายนะของเยรูซาเล็ม 
ที่พวกเขากล่าวว่า
“เอามันให้พินาศ  ทำลายมันถึงรากถึงโคน!” 
8 โอ ธิดาแห่งบาบิโลนเอ๋ย 
เจ้าถูกกำหนดไว้แล้วว่าเจ้าจะพินาศ  
ผู้ที่ตอบสนองเจ้าอย่างที่เจ้าได้ทำแก่พวกเราก็เป็นสุข !
9 คนที่เอาเด็กเล็กของพวกเจ้าโยนกระแทกหินก็เป็นสุข !

พระคำเชื่อมโยง

4* เนหะมีย์ 2:3

5* สดุดี. 76:5

6* โยบ 29:10; เอเสเคียล3:26

7* อิสยาห์ 34:5, 6; บทเพลงคร่ำครวญ 4:21, 22;เอเสเคียล. 35:2; อาโมส 1:11, 12; เยเรมีย์ 49:7-22; เอเสเคียล 25:12-14; โอบาดีย์ 8-14; โยบ 18:20; ฮาบากุก 3:13; เศฟันยาห์. 2:14

8*อิสยาห์ 21:9; 47:1-15; เยเรมีย์ 25:12; 50:1-46; 51:1-64; อิสยาห์ 13:1-22 ; เยเรมีย์ 51:24, 56; สดุดี 28:4

9* 2 พงศ์กษัตริย์ 8:12; อิสยาห์ 13:16; โฮเชยา 10:14; นาฮูม 3:10

สดุดี 137:1-4 ผู้เขียนคร่ำครวญ
ไม่ใช่เฉพาะผู้เขียนเท่านั้นที่นั่งลงริมฝั่งน้ำในบาบิโลนและร้องไห้คิดถึงเยรูซาเล็ม คนอิสราเอลถูกจับไปเป็นเชลย เพราะพวกเขาได้ทำผิดบาปต่อพระเจ้า และนี่เป็นโทษที่เขาได้รับจากพระองค์โดยตรง ดังนั้น แม้คนที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าก็ถูกกวาดไปพร้อม ๆ กับคนที่กบฎต่อพระองค์
พวกเขาถูกสั่งให้ทำงานหนักเยี่ยงทาส และมีเวลาที่พวกเขาจะไปรวมกันริมฝั่งน้ำ และที่นั่น พวกเขาพากันคร่ำครวญ ไม่ร้องเพลงอย่างที่เคยทำในศิโยน
พวกเขาแขวนพิณเอาไว้ .. ทั้งๆ ที่ชาวบาบิโลนต่างพากันเยาะเย้ย และสั่งให้ร้องเพลง เป็นภาพที่น่าสลดสำหรับคนอิสราเอลเหลือเกิน
พิณเป็นเครื่องมือที่พวกเขาแสดงออกถึงความชื่นชมยินดีในพระเจ้า
พวกเขาจะทำใจร้องเพลงต่อหน้าศัตรูได้หรือ…ยิ่งร้องน่าจะยิ่งเจ็บปวด
ไม่ต่างอะไรกับตอนที่นาซีจับคนยิวไปหลายล้าน และมีการตั้งวงดนตรีจากเหล่านักโทษเพื่อให้เล่นเพลงคลาสสิคของชาวเยอรมัน!

สดุดี 137:5-6 คำสาบานของผู้เขียน
ผู้ที่เป็นคนของพระเจ้าแล้วมาเป็นเชลยในบาบิโลนไม่อาจลืมเยรูซาเล็มได้ เพราะเมืองนี้คือ การสถิตอยู่ของพระเจ้า พันธสัญญา การช่วยเหลือของพระเจ้าทุกด้าน  
เขาขอให้เขาไม่มีความสามารถในการเล่นดนตรีอีกต่อไป ไม่อาจร้องเพลงได้อีกต่อไป หากเขาไม่เห็นความสำคัญของเยรูซาเล็มอย่างที่สุด

สดุดี 137:7-9 ความปรารถนาของผู้เขียน
เขายังจำถึงวันที่ถูกคนต่างชาติเข้ามาทำลายเยรูซาเล็มได้ ศัตรูตั้งใจที่จะถอนรากถอนโคนไม่ให้มีกรุงเยรูซาเล็มนี้ต่อไป
เป็นการพยายามทำลายแผ่นดินของพระเจ้าโดยไม่ให้เหลือการเชื่อพระเจ้าด้วย
ในช่วงเวลานั้น เอโดมเป็นพันธมิตรกับบาบิโลนในการทำลายเยรูซาเล็ม
ในที่สุด เขากล่าวคำทูลขอพระเจ้าให้ทรงแก้แค้นแทนพวกเขา คือขอให้บาบิโลนเองถูกทำลายเช่นกัน และสิ่งที่เขาขอนั้นคือสิ่งที่เอโดมได้ทำกับพวกเขาเมื่อเข้ามาโจมตีเยรูซาเล็ม

สดุดี 136 รักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณพระเจ้าองค์นี้
1 จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์แสนดี
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
2 จงขอบพระคุณองค์พระเจ้าผู้ทรงอยู่สูงเหนือพระทั้งหลาย
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
3 จงขอบพระคุณ องค์เจ้านาย แห่งเจ้านายทั้งหลาย
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
4 แด่พระองค์ผู้ทรงทำการอัศจรรย์ เพียงผู้เดียว
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง
5 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ด้วยความเข้าใจ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
6 แด่พระองค์ผู้ทรงกางแผ่นดินโลกออกเหนือผืนน้ำ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
7 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างบรรดาดวงสว่างดวงใหญ่
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
8 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างให้ดวงอาทิตย์ครองกลางวัน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
9 ทรงให้ดวงจันทร์และดวงดาวครองกลางคืน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับชัยชนะของพระเจ้า
10 แด่พระองค์ผู้ทรงประหารบุตรหัวปีของอียิปต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
11 ทรงนำชนอิสราเอลออกไปจากกลุ่มคนอียิปต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
12 ด้วยพระหัตถ์ที่แข็งแกร่ง และพระกรที่เหยียดออกไป
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
13 แก่พระองค์ผู้ทรงแยกทะเลแดงออกเป็นสองฟาก
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
14 และทรงให้ชนอิสราเอลเดินผ่านสองฟากฝั่งนั้น
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
15 แต่ทรงเขวี้ยงฟาโรห์และกองทัพของท่านลงในทะเลแดง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
16 แด่พระองค์ ผู้ทรงนำประชากรของพระองค์ผ่านถิ่นกันดาร เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
17 แด่พระองค์ผู้ทรงสังหารเหล่ากษัตริย์ที่เข้มแข็ง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
18 และทรงสังหารกษัตริย์ใจกล้า
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
19 คือสิโหน กษัตริย์ของชาวอาโมไรต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
20 และโอก กษัตริย์แห่งบาชาน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
21 และประทานแผ่นดินเหล่านั้นเป็นมรดก
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
22 เป็นมรดกแก่ชนชาติอิสราเอล ผู้รับใช้ของพระองค์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับการดูแลของพระเจ้า
23 พระองค์ทรงระลึกถึงพวกเรายามที่เราตกต่ำ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
24 ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากศัตรู
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
25 พระองค์ประทานอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
26 จงขอบพระคุณพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เถิด
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

พระคำเชื่อมโยง
1*สดุดี 106:1; 107:1; 118:1 ; 1 พงศาวดาร 16:41
2* เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17
3* ดูข้อ 2
4* สดุดี 72:18
5* สุภาษิต 3:19; เยเรมีย์ 10:12; 51:15 ปฐมกาล 1:1
6* อิสยาห์ 42:5; 44:24 สดุดี 24:2
7* ปฐมกาล 1:14-18
10* สดุดี 78:51
11*อพยพ 12:51; 13:3
12* เฉลยธรรมบัญญัติ 4:34
13* สดุดี 78:13
14* อพยพ 14:21, 22
15* อพยพ 14:27; สดุดี 78:53; 136:15
16* อพยพ 15:22; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:15; สดุดี 77:20
17*ดูข้อ 17-22, สดุดี 135:10-12
22* สดุดี 105:6,
23* ปฐมกาล 8:1;เฉลยธรรมบัญญัติ 32:36
24* สดุดี 107:2
25* สดุดี 104:27; Job 36:31
26* เอสรา 5:12; เนหะมีย์ 1:4; ดาเนียล 2:18

ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรานั้น ลึก กว้าง สูง ยาวเกินความเข้าใจจริง ๆ เป็นความรักที่ยืนยงคงกระพัน ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่พระองค์ทรงสร้างโลกจนมาถึงทุกวันนี้ แม้ว่ามนุษย์ทำให้พระองค์ทรงเสียพระทัยครั้งแล้วครั้งเล่า คำยืนยันว่า “ความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์” ทำให้เรารู้ชัดว่า พระองค์ทรงทำทุกอย่างเพราะความรักมั่นคงนี้เอง มีการย้ำความรักนี้ถึง 26 ครั้งในบทนี้ เป็นสดุดีบทที่แปลกกว่าบทใด ๆ
สดุดี 136: 1-4 ขอบพระคุณพระเจ้าองค์นี้ เพราะว่า
พระเจ้าแสนดี ทรงอยู่สูงสุด ทรงเป็นจอมเจ้านาย เป็นองค์ผู้ทรงทำการอัศจรรย์ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพระองค์ทรงรักมั่นคงนิรันดร์
สดุดี 136:5-9 ขอบพระคุณสำหรับสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง
ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก และดวงสว่างที่ยิ่งใหญ่ ดาวที่เราคิดว่า เล็กนั้น ไม่มีดวงไหนที่เล็กเลย ล้วนเป็นดาวดวงใหญ่ที่เราไม่อาจเข้าใจได้ทั้งสิ้น และพระองค์ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้ เพราะความรักที่มั่นคงนิรันดร์
สดุดี 136:10-22ขอบพระคุณสำหรับชัยชนะของพระเจ้า
พระเจ้าทรงชนะศัตรูเพื่อคนอิสราเอลจะออกมาจากการเป็นทาส ทรงพาพวกเขามายังแผ่นดินที่ทรงสัญญา และยังทรงจัดการศัตรูที่อยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างราบคาบ
สดุดี 136:23-26 ขอบพระคุณสำหรับการดูแลของพระเจ้า
เพราะความรักมั่นคงยืนยงของพระองค์ ไม่ว่าเราจะอยู่สูงหรือต่ำในโลกนี้ เราก็มั่นใจว่า พระเจ้าทรงอยู่ด้วย และมั่นใจในความรักของพระองค์ได้ทุกเวลา
พระเจ้าทรงสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์ทุกคน และให้เราโอบกอดเอารักของพระองค์ไว้ตลอดกาล

สดุดี 135 พระนามของพระองค์ดำรงนิรันดร์

ภาพโดยคุณ ตูตู ฮาร์เลน บาร์เซลลอส

ชวนกันมาสรรเสริญพระเจ้า
1 จงสรรเสริญพระนามของพระยาห์เวห์
เหล่าผู้รับใช้ของพระยาห์เวห์ จงสรรเสริญพระนามเถิด
2 ท่านผู้ที่ยืนอยู่ในพระนิเวศของพระยาห์เวห์
ในลานพระนิเวศของพระเจ้าของเรา

พระลักษณะของพระเจ้าผู้ทรงเลือกยาโคบ
3 จงสรรเสริญพระยาห์เวห์ เพราะพระยาห์เวห์ทรงดีเลิศ
จงร้องเพลงสดุดีพระนามของพระองค์
เพราะเป็นที่น่าชื่นใจยิ่ง
4 เพราะว่า พระยาห์เวห์ทรงเลือกยาโคบ
ไว้สำหรับพระองค์เอง
ทรงเลือกอิสราเอลให้เป็นสมบัติล้ำค่าของพระองค์

สรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่ง
5 เพราะข้ารู้ว่า พระยาห์เวห์ทรงยิ่งใหญ่นัก
และองค์เจ้านายของพวกเราทรงยิ่งใหญ่กว่าเหล่าพระทั้งหลาย

6 พระยาห์เวห์ทรงพอพระทัยสิ่งใด
พระองค์ก็ทรงกระทำสิ่งนั้น
ทั้งในฟ้าสวรรค์ บนแผ่นดิน ทั้งในทะเลและที่น้ำลึกทั้งสิ้น
7 พระองค์ทรงทำให้เมฆลอยมาจากที่สุดปลายโลก
ทรงทำให้เกิดฟ้าแลบ กับฝน
ทรงนำลมให้พัดออกมาจากคลังลมของพระองค์

สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงไถ่คนของพระองค์
8 พระองค์คือผู้ประหารบุตรหัวปีของอียิปต์
บุตรหัวปีของทั้งคนและสัตว์
9 โอ อียิปต์ พระองค์ทรงส่งหมายสำคัญ
และการอัศจรรย์ต่าง ๆ มาเพื่อต่อต้านฟาโรห์และเหล่าราชบริพาร 10 พระองค์ทรงประหารคนชาติต่าง ๆ เป็นอันมาก
และทรงประหารเหล่ากษัตริย์ที่มีใจกล้า
11 สิโหน กษัตริย์แห่งอาโมไรต์ โอก กษัตริย์แห่งบาชาน
และอาณาจักรทั้งสิ้นของคานาอัน
12 จากนั้นพระองค์ประทานแผ่นดินของพวกเขาให้เป็นมรดก
เป็นมรดกแก่คนของพระองค์คืออิสราเอล

พระนามอันเป็นที่จดจำ
13 โอ พระยาห์เวห์ พระนามของพระองค์ดำรงอยู่นิรันดร์
พระนามของพระองค์เป็นที่จดจำอยู่ตลอดทุกชั่วอายุคน
14 เพราะพระยาห์เวห์ทรงพิสูจน์ว่า คนของพระองค์ถูกต้อง
และทรงกรุณาต่อเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์

ความไร้ค่าของรูปเคารพ
15 รูปเคารพของชาติต่าง ๆ เป็นเงินและทอง
เป็นฝีมือของมนุษย์
16 มันมีปาก แต่พูดไม่ได้ มีตา แต่มองไม่เห็น
17มีหูแต่ไม่ได้ยิน และไม่มีลมหายใจในปากของรูปเหล่านั้น
18คนที่สร้างรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนพวกมัน
ใครที่เชื่อวางใจรูปเหล่านั้นก็เช่นกัน

ชวนทุกคนมาสรรเสริญพระเจ้า
19 วงศ์วานอิสราเอลเอ๋ย จงถวายพระพรแด่พระยาเวห์
วงศ์วานอาโรนเอ๋ย จงถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์
20 วงศ์วานเลวีเอ๋ย จงถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์
ท่านผู้ยำเกรงพระเจ้าเอ๋ย จงถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์
21 ถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์จากศิโยน
พระองค์ผู้ทรงดำรงในเยรูซาเล็ม
สรรเสริญพระยาห์เวห์กันเถิด

พระคำเชื่อมโยง
1* สดุดี 104:35 ; 113:1
2* สดุดี 134:1; 92:13
3* สดุดี 100:5 ;147:1; 52:9 135:3
4* เฉลยธรรมบัญญัติ 7:6, 7; 10:15; สดุดี 105:6 ; อพยพ 19:5
5* สดุดี 95:3
6* สดุดี 115:3
7* เยเรมีย์ 10:13; 51:16
โยบ 28:25, 26; 38:25; เศคาริยาห์ 10:1;
8* สดุดี 78:51
9* เฉลยธรรมบัญญัติ 6:22
10* ข้อ 10-12, สดุดี 136:17-22
11* เฉลยธรรมบัญญัติ 29:7; กันดารวิถี 21:21-26; 21:33-35 โยชูวา 12:7-24
12* เฉลยธรรมบัญญัติ 29:8; สดุดี 78:55
13* อพยพ 3:15
สดุดี 102:12 ,135:13 Or
14* เฉลยธรรมบัญญัติ 32:36 สดุดี 90:13
15* ข้อ 15-18, สดุดี 115:4-8
19 สดุดี 115:9
21 สดุดี 128:5; 132:13, 14
ข้อ 1

สดุดี 135:1-2 ชวนกันมาสรรเสริญพระเจ้า. ผู้เขียนชักชวนผู้รับใช้ของพระเจ้ามาสรรเสริญพระเจ้าเหมือนบทที่แล้ว การสรรเสริญคือการยกย่องพระเจ้าในฐานะที่พระองค์ทรงดำรงอยู่
เราจะไม่มัวจดจำความทุกข์ใจ เรื่องราวของตนเองแต่มุ่งไปที่ความบริสุทธิ์ของพระเจ้า ที่กล่าวว่าสรรเสริญพระนามคือ การสรรเสริญพระองค์โดยตรง ข้อสองคงหมายถึงประชาชนที่ไม่ได้เข้าไปในสถานบริสุทธิ์ ผู้ที่เข้ามานมัสการตามลานพระนิเวศ
สดุดี 135:3-4 พระลักษณะของพระเจ้า
การร้องเพลงสดุดีพระนามพระเจ้าแตกต่างจากการร้องเพลงทั่ว ๆ ไป ที่อาจร้องเพื่อความสุข ร้องเป็นอาชีพ ร้องเพื่อดัง แต่การสดุดีพระนามของพระเจ้านั้นต่าง ออกไป คนที่ไม่เชื่อจะรู้สึกประหลาดเมื่อได้ยินเพลงนมัสการพระเจ้า แต่สำหรับผู้เชื่อ การนมัสการเป็นเหมือนการเปิดประตูให้เราเข้าไปต่อพระพักตร์เลยทีเดียว .. ข้อสี่บอกเราว่า พระเจ้าทรงเลือกอิสราเอลด้วยพระองค์เอง ให้เป็นผู้ที่ล้ำค่า แม้ว่าในวันนี้ คนอิสราเอลก็ยังเป็นศัตรูกับพระองค์ แต่ก็มีคนเข้ามาภักดีต่อพระองค์มากขึ้นเรื่อย ๆ

สดุดี 135:5-7​ สรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เหนือสรรพสิ่ง
ผู้เขียนบอกสิ่งที่ท่านรู้ และแน่ใจ คือ พระเจ้าองค์นิรันดร์ ทรงยิ่งใหญ่ แล้วท่านยังย้ำความเป็นองค์เจ้านายเหนือชีวิตของเราด้วย
พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าพระปลอมของเหล่าคนต่างชาติที่อยู่รอบ ๆ คนอิสราเอล
ผู้เขียน ยืนยันต่อ ว่าในฟ้า แผ่นดิน น้ำลึก พระเจ้าก็ยังทรงยิ่งใหญ่กว่าเหล่าพระของคนเหล่านั้น พระองค์ทรงเป็นผู้ควบคุมทั้งสามมิตินี้

สดุดี 135:8-12 สรรเสริญพระเจ้าผู้ทรงไถ่คนของพระองค์
พระเจ้าทรงเป็นผู้กำจัดศัตรูของอิสราเอลให้ยามที่เขาเป็นทาสในอียิปต์ จากนั้น ในแผ่นดินคานาอัน พระองค์ก็ยังทรงกำจัดศัตรูให้อีก แล้วพระองค์จึงประทานแผ่นดินที่ทรงสัญญาให้ด้วยพระองค์เอง

สดุดี 135:13-14 พระนามอันเป็นที่จดจำ
พระนามดำรงนิรันดร์ เท่ากับองค์พระเจ้าเองทรงดำรงนิรันดร์ มนุษย์จะเกิดตายไปกี่รุ่น พระเจ้าก็ยังทรงพระชนม์อยู่เหมือนเดิม

สดุดี 135:15-18 ความไร้ค่าของรูปเคารพ
ผู้เขียนแจ้งให้ผู้อ่านทราบว่า รูปเคารพมีลักษณะอย่างไร และคนที่เชื่อรูปปั้นเหล่านั้น ก็เหมือนตายอย่างพวกมัน

สดุดี 135:19-21 ชวนทุกคนมาสรรเสริญพระเจ้า
จากนั้น ท่านชวนผู้รับใช้ในตำแหน่งต่าง ๆ มาสรรเสริญพระเจ้า และเหล่าประชาชนผู้เชื่อในพระเจ้ามานมัสการพระเจ้าร่วมกัน