ยินดีต้อนรับสู่พระคำ.คอม

พระคำ.คอม นำพระคัมภีร์ มาเล่าพร้อมภาพประกอบ
พระคัมภีร์นี้ ใช้เวลาเขียนเกือบ 1600 ปี ตั้งแต่ประมาณปี 1500 ปีก่อนคริสตศักราชจนถึงปี ค.ศ. 90 และมีผู้เขียนมากกว่า 40 คน
ผู้เขียนแต่ละคนได้รับการบันดาลใจจากพระเจ้าให้เขียนบันทึกไว้ และมีความเชื่อมโยงกันอย่างมหัศจรรย์ตั้งแต่เล่มแรกจนเล่มสุดท้าย
มีการคัดลอกต่อเนื่องกันมา และเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงสมัยของเรา

ขอแนะนำให้ เริ่มอ่านจาก
หนังสือ มาระโก 

มียูทูบสำหรับเด็ก โดยดูได้จาก พระคัมภีร์สำหรับเด็ก


บุคคลสำคัญในพระคัมภีร์คือ คือ พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสร้างโลกนี้ และองค์พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ที่มาบังเกิดในโลกเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
พระคัมภีร์เล่าวว่าพระองค์ทรงทำอะไรบ้าง และที่น่าทึ่งคือ มีคำบอกล่วงหน้าหลายร้อยปี ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของพระองค์ รวมถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย!!



แนะนำเรื่องขึ้นใหม่

พระคัมภีร์เดิม

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
Wisdom
Wisdom
มีเสียงอ่านประกอบ
Wisdom
Minor Prophet

พระคัมภีร์ใหม่

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
ประวัติคริสตจักรแรก
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายไปยังพี่น้อง
จดหมายท่านยากอบ
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านยอห์น
จดหมายท่านยูดา

ปฐมกาล 34 การแก้แค้นเพื่อน้องสาว!

James Tissot

ดีนาห์แค่อยากมีเพื่อน
1 มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ดีนาห์ ลูกสาวเลอาห์กับยาโคบออกไปเยี่ยมเด็กสาวในท้องที่
2 และเชเคม ลูกชายของฮาโมร์ชาวฮีไวต์ (หรือ ชาวฮีว)ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องที่นั้นเห็นเธอเขาก็ฉุดเธอไป ทั้งยังข่มขืนและเหยียดหยามเธอด้วย
3 แต่จริงแล้ว เขารู้สึกผูกพันกับดีนาห์ ลูกสาวของยาโคบ เขาเกิดรักเธอ และพูดอ่อนโยนกับเธอ
4 เชเคมกล่าวกับฮาโมร์พ่อของเขาว่า “ขอพ่อช่วยไปสู่ขอเด็กสาวคนนี้ให้ฉัน เพราะฉันต้องการให้เธอมาเป็นเมีย”
5 ตอนที่ยาโคบได้ข่าวว่าเชเคมย่ำยีลูกสาวของเขานั้น ลูกชายของเขากำลังอยู่กับฝูงสัตว์ในทุ่ง ยาโคบจึงนิ่งอยู่ คอยจนกว่าพวกเขากลับมา
6 พ่อของเชเคมคือฮาโมร์ ได้เข้ามาเจรจากับยาโคบ
 7 เมื่อลูกชายของยาโคบได้ยินว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็กลับมาจากทุ่ง ทั้งเสียใจทั้งโกรธจัด เพราะเชเคมทำให้เกิดความเสื่อมเสียในอิสราเอล
โดยไปนอนกับลูกสาวของยาโคบ เป็นสิ่งซึ่งไม่ควรทำเลย

ข้อเสนอที่ฮาโมร์ยื่นให้
8 แต่ฮาโมร์กล่าวกับพวกเขาว่า “ลูกชายเชเคมของเรานั้นโหยหาลูกสาวของท่าน ขอท่านยกเธอให้เป็นภรรยาของเขา
9 ให้พวกเรามาแต่งงานข้ามเผ่าพันธุ์กันเถิด ยกลูกสาวของท่านให้เรา และรับลูกสาวของเราไปเป็นภรรยาพวกท่าน
10 แล้วท่านก็จะตั้งถิ่นฐานท่ามกลางพวกเขา แผ่นดินนี้เปิดกว้างให้กับท่านแล้ว ขอท่านเข้ามาอาศัย ไปมาอย่างอิสระ และท่านก็เป็นเจ้าของที่ดินได้ด้วย”

11 แล้วเชเคมก็กล่าวกับพ่อและพี่ชายของดีนาห์ว่า “ขอท่านกรุณาข้าพเจ้าในเรื่องนี้ด้วย และท่านขออะไรข้าพเจ้าจะให้ท่านตามที่ขอทุกอย่าง
12 ท่านจะเรียกค่าสินสอดทองหมั้น
มากเท่าไรก็ได้และข้าพเจ้าจะมอบให้กับท่าน เพียงแต่ขอยกเธอให้เป็นภรรยาของข้าพเจ้า”

แผนการที่ใครก็คาดไม่ถึง
13 แต่ในเมื่อเชเคมได้ทำให้ดีนาห์น้องสาวของพวกเขาเสื่อมเสีย พวกลูกชายของยาโคบจึงตอบเชเคมและพ่อของเขาอย่างมีเลศนัย
14 “พวกเราทำไม่ได้นะเรื่องนั้น” พวกเขาตอบ “ที่จะมอบน้องสาวของเราให้กับคนที่ ไม่เข้าสุหนัต เท่ากับเป็นความอับอายของพวกเรา
15 เราจะยินยอมเรื่องนี้ หากท่านทำตามเงื่อนไขของเรานั่นคือ ให้พวกท่านที่เป็นผู้ชายทุกคนเข้าสุหนัตมาเป็นเหมือนพวกเรา
16 แล้วเราก็จะให้ลูกสาวของเรากับท่าน และรับลูกสาวของท่านมาเป็นภรรยาเรา แล้วเราจะอาศัยกับท่านเป็นชนชาติเดียวกัน
17 แต่หากท่านไม่ยอมที่จะเข้าสุหนัต
เราก็จะเอาตัวน้องสาวของเราไปเสีย”
18 ฮาโมร์กับเชเคมลูกชายเห็นว่าข้อเสนอของพวกเขานั้นดี
 19 ชายหนุ่มคนนั้นเป็นคนสำคัญที่สุดในครอบครัวเขาไม่รีรอที่จะทำตามเงื่อนไขดังกล่าว เพราะเขาอยากได้ลูกสาวยาโคบมาก

ชักชวนชายทั้งเมืองให้เจ็บตัว
20 ดังนั้นฮาโมร์และเชเคมลูกชายของเขาก็ไปยังประตูเมือง
และแจ้งชาวเมืองว่า
21 “คนเหล่านี้เป็นมิตรกับเรา ให้เขามาอาศัยและค้าขายในแผ่นดินของเรา ที่จริงผืนดินนั้นกว้างขวางพอรับพวกเขา ให้เราแต่งงานกับลูกสาวของเขา
และยกลูกสาวของเราให้พวกเขาด้วย

22 แต่พวกเขามีเงื่อนไขคือ เขาจะตกลงมาอยู่ท่ามกลางเรา เป็นชนชาติเดียวกับเราหากพวกผู้ชายของเราทำสุหนัตเหมือนพวกเขา
23 แล้วฝูงสัตว์ของ พวกเขา ทรัพย์สมบัติ และสัตว์ต่าง ๆ จะไม่ตกมา
เป็นของพวกเราหรือ? เพียงเรายอมพวกเขาเรื่องนี้ และพวกเขาก็จะมาอยู่ท่ามกลางเรา”
24 ผู้ชายทั้งหลายที่ประตูเมืองก็เห็นด้วยกับฮาโมร์และเชเคมลูกชายของเขา ดังนั้น ทุกคนในเมืองจึงพากันเข้าสุหนัต!

แก้แค้นตามแผน
25 สามวันต่อมา เมื่อพวกเขายังเจ็บแผลอยู่ ลูกชายสองคนของยาโคบคือ สิเมโอนและเลวีซึ่งเป็นพี่ชายของดีนาห์ ก็ถือดาบเข้าไปในเมืองโดย ที่ใคร ๆ ไม่ทันระวังตัว แล้วสังหารผู้ชายทุกคน
26 พวกเขาฆ่าฮาโมร์และเชเคมลูกชายด้วยดาบ พาดีนาห์ออกจากบ้านของเชเคมและไปจากที่นั่น
27 แล้วลูกชายของยาโคบก็ข้ามศพของคนที่ถูกสังหารเหล่านั้น เข้าปล้นเมืองที่น้องสาวของเขาถูกย่ำยี
 28 พวกเขายึดทั้งฝูงแพะ แกะ วัว ลา และข้าวของทรัพย์สินทั้งในเมืองและในทุ่งนาไป
 29 พวกเขาโกยเอาสมบัติทั้งหมดไป รวมทั้งกวาดเด็ก ๆ และผู้หญิง มาเป็นเชลย

ยาโคบคิดอย่างไร?

 30 แล้วยาโคบกล่าวกับสิเมโอน และเลวีว่า “เจ้าได้นำความเดือดร้อน ให้พ่อเป็นที่น่ารังเกียจกับคนชาวคานาอันและชาวเปริสซี ซึ่งเป็นคนในแผ่นดินนี้ พวกเรามีกันไม่กี่คน ถ้าเขารวมพลมาสู้พ่อ และโจมตีพ่อ ทั้งตัวพ่อและครอบครัวจะหายนะเป็นแน่”
31 แต่พวกเขาตอบว่า “ควรให้เขามาปฏิบัติกับน้องสาวของเราเยี่ยงหญิงขายตัวอย่างนั้นหรือ?

ดีนาห์แค่อยากมีเพื่อน
ปฐมกาล 34:1-7
ยังไม่ทันไร ยังอาศัยแถวนั้นไม่นาน เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นกับครอบครัวของยาโคบ
ลูกสาวของเลอาห์ซึ่งเธออายุไม่เกินสิบหกปี  แค่ต้องการออกไปหาเพื่อนเล่นที่เป็นเด็กหญิงด้วยกัน   แต่แล้วเธอถูกฉุดไปข่มขืน ไม่ได้มีการควบคุมตนเองจากความรู้สึกต้องการทางเพศ เชเคมได้ ทำให้เธอต้องอับอาย ชุมชนที่พวกเขาอยู่นั้นไร้พระเจ้า ทำอะไรตามใจตนเอง ผู้ชายแข็งแรงกว่าก็ทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า
จะเห็นว่า การเลือกอยู่ใกล้เมืองเชเคมของยาโคบไม่ได้เป็นผลดีกับครอบครัว ทั้ง ๆ ที่
พระเจ้าทรงเรียกให้เขาไปเบธเอล..31:13

ชายคนที่ล่วงเกินดีนาห์ ชื่อเหมือนเมืองคือ เชเคม เขาเป็นลูกชายของฮาโมร์ และเป็น ชายหนุ่มที่ทำอะไรตามใจตัวเองได้หมด  เป็นที่รักของพ่อ เป็นเด็กเกเร อยากได้อะไรต้องได้   เมื่อข่มขืนดีนาห์แล้ว เขาก็เกิดรักใคร่เธอ แทนที่จะปล่อยให้ดีนาห์กลับบ้าน กลับกักเก็บตัวเธอไว้ และยังพูดดี ๆ กับดีนาห์  แล้วขอให้พ่อไปสู่ขออีก ทั้งที่ทำผิด   ฮาโมร์ผู้เป็นพ่อจึงต้องเป็นคนสะสางปัญหาของลูกชาย

ยาโคบซึ่งเป็นพ่อ เมื่อได้ข่าวทั้งหมดเขาก็ไม่แสดงอาการอะไรแต่นิ่งอยู่ นี่ก็แปลกมาก ถ้าเป็นพ่ออื่นจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ถ้าอ่านไปตอนสุดท้ายของเรื่องจะรู้ว่า เขาคิดอะไรอยู่  ลูกสาวถูกทำร้าย  เธอจะเจ็บปวด อับอาย ตลอดชีวิตของเธอ นี่คือบาปของเชเคมทำร้ายทั้งดีนาห์และครอบครัวใหญ่ของเธอ
และเมื่อพ่อของเชเคมมาเจรจาด้วย  เขายังนิ่งไม่ตอบอะไร
เมื่อพี่ชายมาพวกเขาก็โกรธมาก เป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรง  ในขณะที่สำหรับ
ครอบครัวของเชเคมแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก การที่พวกเขาข่มเหงผู้หญิงเป็นเรื่องธรรมดา ที่แปลกคือ กลับกลายเป็นเขามาขอลูกสาว
พี่ชายสองคนของดีนาห์ซึ่งเป็นพี่ชายแม่เดียวกันรับไม่ได้ และพวกเขาจะไม่ยอม

ข้อเสนอที่ฮาโมร์ยื่นให้
ปฐมกาล 34:8-12
การเข้ามาเจรจาครั้งนี้ ฝ่ายฮาโมร์มีเชเคมเข้าปฐมกาล 34:8-12
ฮาโมร์ได้อ้างว่า ลูกชายของเขารักดีนาห์มาก แต่นั่นไม่เป็นผู้ชายที่ครอบครัวของยาโคบต้องการ ความรักที่เขาให้นั้นไม่ใช่รัก แต่เป็นความเร่าร้อนเป็นความลุ่มหลงที่ไม่อาจควบคุมได้
 ตอนนี้ยาโคบมีลูกสาวเพียงคนเดียว ลูกชาย 11คนที่ยังจะต้องแต่งงานต่อไป ฮาโมร์เลยเสนอสิ่งที่ดูเหมือนว่า ครอบครัวยาโคบจะได้ประโยชน์อย่างมาก เพราะลูกสาวของคนในเมืองจะเข้ามาเป็นคนในครอบครัวของยาโคบ
มาเป็นแรงงานให้กับครอบครัว

ตรงนี้ เราเห็นแผนของศัตรูของพระเจ้าที่ต้องการรวมคนอิสราเอลซึ่งยังไม่เป็นชาติเลย ให้ เชื้อชาติของพระเจ้าสูญพันธุ์ไปก่อนที่จะมีชาติเสียด้วยซ้ำ ฮาโมร์เชิญชวนให้ยาโคบมาเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขา  เอาที่ดิน เอาการเป็นอยู่อย่างอิสระมาล่อให้หลง
เชเคมยังเสนอให้สินสอดแบบไม่อั้น  (ซึ่งในสมัยโบราณนั้นคือ การให้เงินทดแทนแรงงานของอีกบ้านที่หายไป แทนที่ดีนาห์จะทำงานให้บ้านของเธอ กลับกลายย้ายมาเป็นบ้านของฝ่ายชาย)
หากมีการตกลงยอมเพื่อเห็นแก่เงินของยาโคบ อิสราเอลจะตกต่ำลงไปขนาด ไหน และพวกเขาก็จะไม่มีเชื้อสายของครอบครัวอิสราเอลหรือยาโคบเหลืออยู่เลยแผนการของพระเจ้าจะหยุดลง 
ฮาโมร์และเชเคมไม่รู้ว่า พวกเขากำลังเจรจากับใครอยู่ เราอย่าลืมว่า ครอบครัวของยาโคบนั้น เป็นครอบครัวจอมหลอก เราเห็นจากคุณตาลาบัน คุณยายเรเบคาห์ พ่อยาโคบ แม่เลอาห์และราเชล ทุกคนมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายในตัว  ที่พวกเขาผ่านมาได้ จนเป็นอิสราเอลทุกวันนี้ เพราะความดี และพระสัญญาของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะรอดตัวมาได้เอง 
พวกเขาเจอศัตรูมาตั้งแต่ต้น จนวันนี้ยังไม่เลิกรา ต้องการให้อิสราเอลหายไปจากแผนที่โลก

แผนการที่ใครก็คาดไม่ถึง
ปฐมกาล 34:13-19
ในสังคมตะวันออกกลาง เรื่องของความอับอายความเสื่อมเสีย เกียรติ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ พี่ชายของดีนาห์มีน้องสาวคนเดียว แล้วเธอก็ถูกกระทำให้เจ็บปวด เสื่อมเสีย
เป็นอันว่า มีการต่อรองระหว่างพี่ชายของดีนาห์
กับเชเคม แต่ผู้เขียนได้บันทึกว่า พวกเขาตอบ
เชเคมอย่างมีเลศนัย เราจะเห็นว่า เชเคมไม่ได้
สังเกตอะไรเลย พี่ชายขอเพียงให้ผู้ชายทุกคนของ
เชเคมทำตามประเพณีของบ้านยาโคบคือชายทุกคนต้องเข้าสุหนัตเหมือนพวกเขา
ลูกชายกำลังตามืดตามัวอยากได้ดีนาห์มาเป็น
ของตน พ่อเองก็ตามใจลูกคนนี้ ทั้งสองไม่ได้
คิดให้รอบคอบ เห็นว่าข้อเสนอของพี่ชายดีนาห์
นั้นใช้ได้ทีเดียว โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า คน
เหล่านี้กำลังคิดแผนซ้อนแผน
ยิ่งกว่านั้น ฮาโมร์กับเชเคม ยังคิดว่า ไป ๆ มา ๆ ตัวเองจะได้ประโยชน์จากการรวมเผ่าพันธุ์เสียอีก  สองพ่อลูกรีบกลับไปหาทางขายความคิดดี ๆ นี้ให้กับชาวเมืองเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ให้เราได้เห็นว่า กว่าจะมาเป็นชาตินั้นต้องเจออะไรมาบ้าง


ชักชวนชายทั้งเมืองให้เจ็บตัว
 ปฐมกาล 34:20-24
เชเคม ลูกชายฮาโมร์ผู้นี้ เป็นคนโหดร้ายต่อผู้หญิงเจ้าเล่ห์แสนกล การที่พวกเขาไปขอให้ชาวเมืองเข้าสุหนัตในครั้งนี้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่า เขากำลังเจรจาทำไมตรีกับครอบครัวของยาโคบเพื่อประโยชน์ของชาวเมืองโดยแท้ ไม่ได้กล่าวถึงความผิดของตนที่ทำกับเด็กสาวคนหนึ่งเลย  พวกเขาพูดไม่เหมือนกับที่พูดกับยาโคบ แต่ทำให้ชาวเมืองหลงเชื่อว่าจะได้ผลประโยชน์มากมายจากครอบครัวของยาโคบที่ใคร ๆ ก็รู้ว่า มั่งมีมาก
ฮาโมร์มีคงเป็นคนที่พูดจาน่าเชื่อถือ ผู้ชายทุกคนในเมืองจึงยอมที่จะเข้าสุหนัตเพราะเห็นแก่ประโยชน์เป็นอย่างแรก 

แก้แค้นตามแผน
ปฐมกาล 34:25-29
ระหว่างที่ชาวเมืองผู้ชายทั้งหลายยังไม่หายเจ็บ
จากแผลทำสุหนัต ขณะที่อาจจะยังฝันว่าจะได้
ครอบครัวยาโคบซึ่งเป็นครอบครัวที่มั่งคั่งเข้ามามีสัมพันธ์ทางการค้า และการแต่งงานข้ามเผ่าพันธุ์เวลานั้นเอง ตอนที่ไม่รู้ตัว พวกเขาก็ถูกพี่ชายของดีนาห์เข้ามาบุกสังหารทุกคนในเมือง รวมทั้งพ่อลูกตัวปัญหาด้วย
นึกไม่ถึงเลยว่า การข่มเหงหญิงสาวคนเดียวจะทำให้เกิดการฆ่าล้างได้ขนาดนี้  ความจริงคือพี่ชายไม่ต้องการต่อรองอะไรทั้งสิ้น และพี่ชายทั้งสองก็เป็นพี่ที่มียาโคบและเลอาห์เป็นพ่อแม่
ทั้งสองคือ สิเมโอนและเลวี  ชายสองคนสามารถฆ่าได้ทั้งเมือง พวกเขาได้ทำสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าที่เชเคมทำ  ตรงนี้เราจะเห็นเลยว่า การที่พระเจ้าได้ทรงให้โมเสสทำการบัญชาเรื่องการลงโทษว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ก็เพื่อป้องกันไม่ให้อิสราเอลนั้น ลงโทษคนอื่นมากเกินกว่าโทษที่ทำครั้งแรก
 
ส่วนลูกชายคนอื่นของยาโคบก็มายังที่ผู้คนนอนตายเกลื่อนกลาดและปล้นเมืองที่น้องสาวถูกทำให้เป็นมลทินพวกเขากวาดเอาฝูงแพะแกะ ฝูงวัวและฝูงลา ตลอดจนข้าวของในเมืองและในทุ่งแล้วยังกวาดเอาทรัพย์สมบัติ ข้าวของทุกอย่างในบ้านของพวกเขา รวมทั้งกวาดต้อนผู้หญิงกับเด็กมาเป็นเชลย  พวกนี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอิสราเอลในอนาคตด้วย 

ยาโคบคิดอย่างไร?
ยาโคบคิดอย่างไร?
ปฐมกาล 34:30-31

คนที่ผิดสุดในสายตาของยาโคบก็คือ สิเมโอนกับเลวีนั่นเอง เราจะเห็นชัดในปฐมกาล 49:5-7 เมื่อยาโคบได้พยากรณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกหลานของเขา แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้ตำหนิลูกว่า ทำผิดศีลธรรม ทำร้ายคนอย่างเกินแค้น เขาแค่เป็นห่วงว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาหากว่าผู้คนแถบนั้นรวมตัวกันมาโจมตี เห็นได้ว่า ยาโคบนั้นห่วงตัวเองเป็นที่สุด

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 34
1* ปฐมกาล 30:21
2* ปฐมกาล 20:2
4* ผู้วินิจฉัย 14:2
5* 2 ซามูเอล 13:22
7* ผู้วินิจฉัย 20:6 ; 2 ซามูเอล 13:12
12* อพยพ 22:16-17
13* ปฐมกาล 31:7


14* อพยพ 12:48; โยชูวา 5:2-9
19* 1 พงศ์กษัตริย์ 4:9
20* รูธ 4:1, 11
24* ปฐมกาล 23:10, 18
25* ปฐมกาล 29:33-34; 42:24; 49:5-7
26* ปฐมกาล 49:5-6
30* ปฐมกาล 49:6; โยชูวา 7:25; อพยพ 5:21; เฉลยธรรมบัญญัติ 4:27