ปฐมกาล 30 เลอาห์ VS ราเชล + ยาโคบ vs ลาบัน

ราเชลตีตื้น
1  เมื่อราเชลเห็นว่าตัวเธอไม่สามารถตั้งครรภ์มีลูกให้ยาโคบได้ เธอก็รู้สึกอิจฉาพี่สาว จึงกล่าวแก่ยาโคบว่า “ต้องให้ลูกกับฉันนะ ไม่งั้นฉันขอตายดีกว่า”
2 ยาโคบโกรธเธอ และกล่าวว่า “เราเป็นพระเจ้าหรืออย่างไร ที่จะยับยั้งไม่ให้เธอมีลูก?”
3 เธอจึงพูดว่า “นี่..บิลฮาห์สาวใช้ของฉัน ท่านไปนอนกับเธอแล้วกัน   เธอจะได้ตั้งท้องมีลูกมาให้ฉันอุ้มบนตัก  และฉันจะสร้างครอบครัวขึ้นผ่านเธอ”
4 เท่ากับว่าราเชลมอบสาวใช้คือบิลฮาห์ให้เป็นภรรยาของยาโคบ เขาได้นอนกับเธอ
5 และบิลฮาห์ตั้งครรภ์มีลูกชายให้เขา จากนั้น
6 ราเชลจึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงให้ฉัน ได้ชนะ พระองค์ทรงฟังคำร้องทูลและประทานลูกชายให้ฉัน” เธอตั้งชื่อเขาว่า ดาน 
7 ต่อมา บิลฮาห์สาวใช้ของราเชลก็ตั้งครรภ์อีก และมีลูกชายคนที่สอง
ให้ยาโคบ
8 แล้วราเชลก็กล่าวว่า “ฉันได้ต่อสู้กับพี่สาวมาอย่างหนักหน่วงตลอดมา และตอนนี้ฉันชนะแล้ว” เธอตั้งชื่อเขาว่า นัฟทาลี

เลอาห์เป็นต่ออยู่ดี
9 เมื่อเลอาห์เห็นว่าตนเองหยุดมีลูก เธอจึงยกศิลปาห์สาวใช้ให้เป็นภรรยาของยาโคบ
  10 ศิลปาห์ให้ลูกชายคนหนึ่งแก่ยาโคบ
 11 และเลอาห์กล่าวว่า “โชคดีจริง ๆ นะ” ตั้งชื่อเขาว่า กาด
 12 แล้วศิลปาห์ก็ให้ลูกคนที่สองแก่ยาโคบ
13 เลอาห์กล่าวว่า “ฉันมีความสุขจริง ๆ  พวกผู้หญิงจะกล่าวว่าฉันมีความสุข” เธอตั้งชื่อเด็กชายว่า อาเชอร์ 

โอกาสที่ไม่คาดฝันของเลอาห์
14 ต่อมาในช่วงฤดูเกี่ยวเก็บข้าวสาลี
รูเบนได้ออกไปที่ทุ่งและพบต้นดูดาอิม จึงนำมาให้เลอาห์แม่ของเขา ราเชลร้องขอเลอาห์ว่า “ขอดูดาอิมของลูกชายพี่ให้ฉันบ้างสิ”
15 แต่เลอาห์ตอบว่า
“ที่เธอเอาสามีของพี่ไปยังไม่พออีกรึ?
ตอนนี้ยังจะมาขอดูดาอิมของลูกชายพี่อีกอย่างนั้นหรือ?​” ราเชลกล่าวว่า
 “ถ้าอย่างนั้น ให้เขาไปนอนกับพี่คืนนี้แลกกับดูดาอิมของลูกชายพี่แล้วกัน” ราเชลกล่าว

16 ตอนเย็น เมื่อยาโคบกลับมาจากทุ่ง เลอาห์ออกไปพบเขาและกล่าวว่า “ท่านต้องมานอนกับฉัน เพราะวันนี้ ฉันได้จ่ายค่าจ้างท่านเป็นผลดูดาอิมของลูกชายฉันแล้ว” ดังนั้น เขาจึงนอนกับเธอในคืนนั้น
17 พระเจ้าทรงฟังเลอาห์ และเธอได้ตั้งครรภ์ให้ลูกชายคนที่ห้าแก่ยาโคบ
18 จากนั้นเลอาห์กล่าวว่า “พระเจ้าประทานรางวัลที่ฉันได้ยกสาวใช้ให้สามี” เธอจึงตั้งชื่อเขาว่า อิสสาคาร์
19 แล้วต่อมาเลอาห์ก็ตั้งครรภ์และให้ลูกชายคนที่หกแก่ยาโคบ
20 เธอกล่าวว่า “พระเจ้าประทานของขวัญแสนดีให้ฉัน ครั้งนี้ สามีจะยกย่องฉัน เพราะฉันให้ลูกชายแก่เขาหกคน” เธอตั้งชื่อเขาว่า เศบูลุน (อยู่ด้วยกัน)
21 หลังจากนั้น เธอได้คลอดบุตรสาวชื่อว่า ดีนาห์ (สู้เพื่อสิทธิ)

เมื่อราเชลอธิษฐาน
22 แล้วพระเจ้าทรงระลึกถึงราเชล พระองค์ทรงฟังคำทูลและทรงเปิดครรภ์ของเธอ
23 เธอตั้งครรภ์ และให้กำเนิดลูกชาย เธอกล่าวว่า “พระเจ้าทรงเอาความอับอายของฉันไปแล้ว”
24 เธอตั้งชื่อเขาว่า โยเซฟ (ขอพระองค์ทรงเพิ่ม) และเธอกล่าวว่า “ขอพระยาห์เวห์ทรงเพิ่มลูกชายให้ฉันอีกคนเถิด”

การต่อรองของชายสองคน
25 หลังจากที่ราเชลได้ให้กำเนิดโยเซฟ ยาโคบกล่าวกับลาบันว่า “ขอให้ฉันไปตามทางของฉันเถิด เพื่อฉันจะได้กลับไปยังบ้านเกิดของฉัน
26 ขอมอบภรรยาและลูก ๆ ทั้งหมดด้วยเพราะฉันได้รับใช้ท่านลุงเพื่อได้พวกเขามาแล้ว และฉันก็จะไปตามทางของฉัน ท่านลุงก็รู้นี่นาว่า ฉันได้ทำงาน
ให้ท่านลุงมากเพียงไร” 
27 แต่ลาบันกลับตอบว่า “ถ้าเจ้าเห็นแก่เราก็ขอให้อยู่ต่อไปเถิด เราได้รู้จากคำทำนายว่า พระยาห์เวห์ทรงอวยพรเราก็เพราะเจ้า”
28 เขากล่าวต่อด้วยว่า“จะเรียกค่าจ้างเท่าไรก็บอกมาเราจะจ่ายตามนั้น” 
29 ยาโคบตอบว่า “ท่านลุงก็รู้ว่าฉันได้รับใช้ท่านมาอย่างไร และฉันดูแลให้ฝูงแพะแกะของท่านลุงจนเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย
30 ความจริงแล้ว ตอนที่ฉันมาถึง
ท่านลุงก็มีอยู่ไม่เท่าไร แต่ตอนนี้ท่านลุงก็มีสมบัติเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว พระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรท่านลุง
ไม่ว่าฉันจะตั้งต้นทำอะไร แต่ เมื่อไรที่ฉันจะได้จัดหาให้ครอบครัวของฉันบ้าง?”
 

31 “แล้วเราควรให้อะไรกับเจ้าล่ะ?” ลาบันถาม “ท่านลุงไม่ต้องให้อะไรกับฉันเลย” ยาโคบตอบ “เพียงแต่ท่านลุงตกลงอย่างหนึ่งกับฉัน ฉันก็จะ
เลี้ยงและดูแลฝูงสัตว์ให้ท่านลุง…
32วันนี้ขอฉันออกไปสำรวจฝูงสัตว์ของท่านลุง และแยกแกะลายด่าง ลูกแกะตัวสีคล้ำ ๆ รวมทั้งแพะที่มีลายด่าง หรือจุด พวกนี้ฉันขอเป็นค่าจ้างของฉัน”
 33 ในภายหน้า เวลาท่านลุงจะตรวจสอบค่าจ้าง ท่านลุงจะรู้ง่าย ๆ เลยว่า ฉันซื่อสัตย์ กับท่านลุงหรือไม่  หากฉันมีแพะที่ไม่มีลายด่างหรือจุด  หรือมีลูกแกะสีอ่อน จะถือว่า เป็นสัตว์ที่ฉันขโมยมา  ลาบันกล่าวว่า “ก็ดีนะ เราตกลงทำตามอย่างที่เจ้าว่าแล้วกัน”
35แลัววันนั้นเอง ลาบันก็ออกไปเลือกแพะผู้และแพะเมียทุกตัวที่มีลายด่างแยกออกมา ทุกตัวที่มีแต้มสีขาว และลูกแกะดำทุกตัว แล้วเอาไปให้พวกลูกชายของเขาเลี้ยงดู
36 จากนั้น เขาก็แยกฝูงสัตว์ให้ห่างกันเป็นระยะทางใช้เวลาเดินทางสามวัน ในขณะที่ยาโคบก็เฝ้าดูแลฝูงสัตว์ของลาบันที่เหลือต่อไป

ทีเด็ดของยาโคบ
37อย่างไรก็ดี ยาโคบได้เอากิ่งสดของต้นปอปลาร์ต้นอัลมอนด์ และต้นเปลน มาลอกเปลือกออกทำให้เห็นเนื้อไม้สีขาวข้างใน
38 จากนั้นก็วางกิ่งที่ลอกเปลือกออกนี้ ไว้ที่รางน้ำ พอเวลาฝูงแพะแกะมาดื่มเลียน้ำ กิ่งจะอยู่ตรงหน้าพวกมัน ดังนั้นเวลา
ที่ฝูงแพะแกะเป็นสัด และมาดื่มน้ำ 
39 มันก็ได้ผสมพันธุ์หน้ากิ่งไม้ลอกเปลือกเหล่านั้น เวลามีลูกจึงมีทั้งลายทาง ลายด่าง หรือลายจุด
40 ยาโคบจะแยกลูกสัตว์มีลายเหล่านั้น ไว้ต่างหาก ส่วนฝูงสัตว์ที่เหลือหันหน้าไปทางสัตว์ลายด่างและสีคล้ำของฝูงของลาบัน นี่เป็นวิธีที่เขาจัดให้มีฝูงสัตว์ของตนเองโดยไม่รวมไว้กับฝูงของลาบัน
41 เมื่อใดที่สัตว์ตัวเมียที่แข็งแรงเป็นสัดขึ้นมา ยาโคบก็จะวางกิ่งไม้ลอกเปลือกไว้หน้าสัตว์ตรงรางน้ำนั้น ให้พวกมันเห็นชัด ๆ เพื่อพวกมันจะได้ผสมพันธุ์กันหน้ากิ่งไม้เหล่านั้น
 42 แต่หากสัตว์อ่อนแอ เขาก็จะไม่วางไม้ไว้ดังนั้นสัตว์ที่อ่อนแอที่เกิดมาก็จะเป็นของลาบัน ส่วนตัวที่แข็งแรงเป็นของยาโคบ
43 ดังนั้นยาโคบจึงมั่งคั่งขึ้นอย่างมาก
เขามีสัตว์ฝูงใหญ่ มีคนรับใช้ชายหญิงมากมายรวมไปถึงอูฐและลาด้วย

อธิบายเพิ่มเติม

ราเชลตีตื้น
ปฐมกาล 30:1-8
ด้วยความอิจฉาพี่สาว ราเชลคิดแผนได้ นั่นคือ เธอส่งสาวใช้ให้สามี เพื่อว่าเธอจะได้มีลูกผ่านสาวใช้ของเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนสมัยก่อนในแถบนั้นนิยมทำกัน สาวใช้ออกลูกแทนนายสาว แล้วเด็กคนนั้นจะถือว่าเป็นลูกของนาย มีบันทึกในโคดของฮัมมูราบีชัดเจน แสดงว่า ทำกันอย่างถูกกฎหมาย
ไม่อยากมีเรื่อง…​หรือว่าดีใจได้ผู้หญิงอีกคน? ยาโคบนอนกับบิลฮาห์ตามแผนของราเชล และเมื่อได้ลูกชายมา เธอตั้งชื่อว่า ดาน แปลว่า พระเจ้าทรงตัดสิน เธอคงอธิษฐานและก็คิดแผนตามวิธีมนุษย์ไปด้วย และเชื่อว่า พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน
ไม่นานบิลฮาห์ก็ตั้งท้องอีก และได้ลูกชายที่ราเชลตั้งชื่อว่า นัฟทาลี แปลว่า การต่อสู้ของฉัน
เธอมองว่าอย่างน้อยพระเจ้าก็ทรงช่วยให้ชนะพี่สาว มีลูกชายแล้วสองคน จากคำพูดของราเชลทำให้เราเห็นว่า เลอาห์กับราเชลสู้กันมาตั้งแต่วันแรกที่เป็นครอบครัวร่วมกับยาโคบ
เป็นครอบครัวแบบที่โหดพอตัวทีเดียว

เลอาห์เป็นต่ออยู่ดี
ปฐมกาล 30:9-13
ความคิดของราเชลนี้ไม่เลวเลย เลอาห์ส่ง
ศิลปาห์สาวใช้ส่วนตัวของเธอให้ยาโคบ
แล้วศิลปาห์ก็ได้ลูกชายคนแรกชื่อกาด ซึ่ง
เลอาห์รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้ลูกชายคนที่ห้าของเธอ เธอตั้งชื่อเขาว่า กาด แปลว่า โชคดี เป็นเรื่องธรรมดาที่คนครอบครัวนี้จะพูดถึงโชคลางเพราะพ่อของพวกเธอก็เชื่อเรื่องพวกนี้

ต่อมาศิลปาห์ตั้งท้องได้ลูกชายอีกคน คราวนี้เลอาห์ตั้งชื่อเขาว่า อาเชอร์ เพราะเท่ากับเธอมีลูกชายหกคน เป็นคนที่ใคร ๆ ต้องมองว่า มีความสุขมาก


โอกาสที่ไม่คาดฝันของเลอาห์
ปฐมกาล 30:14-21
เขามองกันว่า ผลดูดาอิม เป็นผลไม้แห่งความรัก มันมีสารกระตุ้นแบบนาร์โคติกด้วย คงทำให้กินแล้วล่องลอย มีความสุข บางที่เรียก แอปเปิ้ลแห่งรัก

เมื่อราเชลเห็นก็อยากกิน เพราะเชื่อว่าถ้ากินแล้วเธอจะได้มีลูกกับเขาบ้าง เธอยอมแลกให้สามีไปอยู่กับพี่สาวเพื่อจะได้กินผลไม้นี้ แสดงว่าในเวลานั้นเป็นของหายาก น่าแปลกที่ฝ่ายภรรยามีการตกลงกันได้ว่า จะให้สามีไปนอนกับใคร จะเป็นสาวใช้หรือพี่สาวน้องสาวตัวยาโคบเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขามีเรื่องต้องดูแลในไร่มากมาย พอกลับมาถึงบ้าน จึงกลายเป็นเหมือนตัวละครที่มีผู้กำกับสั่งให้ทำอะไรก็ทำ ไม่หือไม่อือ ยังไงก็ได้นอนกับภรรยา คนไหนก็ได้
พี่สาว น้องสาวคู่นี้ก็อาจมีเรื่องถกเถียงทะเลาะกันเสมอทำให้เขาตามใจเธอทั้งสองโดยไม่ต้องหาเรื่องเพิ่ม
แล้วช่วงนี้เองที่เลอาห์ได้ลูกหัวปีท้ายปี คือ
อิสสาคาร์ซึ่งชื่อมีความหมายถึงการจ้าง การได้รางวัล กับเศบูลุนหมายถึงอยู่ด้วยกัน เลอาห์รู้แน่ว่า ลูกทุกคนที่เธอได้มานั้น เธอได้มาจากการอวยพระพรของพระเจ้า และยังได้ลูกสาวคือดีนาห์เพิ่มมาอีกคน

เมื่อราเชลอธิษฐาน
ปฐมกาล 30:22-24
และแล้ว ด้วยความปรารถนาสุดหัวใจ ด้วยการอธิษฐาน ราเชลก็ได้รับคำตอบจากพระเจ้า เธอได้ลูกชายคนแรก ชื่อโยเซฟ ซึ่งหมายถึงการ “เพิ่มพูน ขอพระเจ้าทรงเพิ่ม” ลูกชายคนนี้ กลายเป็นลูกรักของยาโคบ แบบว่า รักสุดหัวใจ ไม่ได้รักลูกคนไหนเหมือนอย่างที่รักโยเซฟเลย สร้างปัญหาใหญ่ในครอบครัวใหญ่ที่มีพ่อหนึ่ง แม่อีกสี่ เป็นความแตกร้าวอย่างที่เกือบจะไม่อาจต่อติดได้
ลูกชายคนนี้เป็นคนที่พระเจ้าทรงอยู่ด้วยตลอดชีวิต พระเจ้าทรงใช้เขาอย่างมหัศจรรย์เพื่อช่วยคนจำนวนมากให้รอดตายจากการกันดารอาหาร
พระคัมภีร์บอกเราชัดว่า ราเชลได้ลูกชายโยเซฟมาไม่ใช่เพราะกินผลดูดาอิม แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน และลูกชายคนนี้เป็นคนที่พระเจ้าทรงเลือกสำหรับการใหญ่

การต่อรองของชายสองคน
ปฐมกาล 30:25-36
ยาโคบคุยกับลาบัน ขอลาออกและนำลูกเมียกลับไปบ้านเกิดของตนเอง เขาตั้งใจจะอยู่ไม่นานแต่เผลอ ก็เกือบยี่สิบปีเข้าไปแล้ว เขาคงคิดถึงการกลับไปอยู่ตลอดเวลา แต่ยังไม่ได้โอกาส ครั้งนี้ คุยกับลาบัน แต่ลาบันเองไปหาหมอดู และรู้ว่า ที่เขามั่งคั่งขึ้นก็เพราะพระเจ้าของยาโคบนั่นเอง เขากล่าวว่า “เราได้รู้จากคำทำนายว่า พระยาห์เวห์ทรงอวยพรเราก็เพราะเจ้า” ตัวยาโคบเองก็ย้ำเตือนว่า คำนั้นเป็นความจริง ความจริงแล้ว ตอนที่ฉันมาถึง
ท่านลุงก็มีอยู่ไม่เท่าไร แต่ตอนนี้ท่านลุงก็มีสมบัติเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว พระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรท่านลุง ไม่ว่าฉันจะตั้งต้นทำอะไร


แล้วทั้งสองตกลงกันว่า ยาโคบขอแกะที่ตัวสีคล้ำดำ และมีลายด่าง ส่วนตัวที่เป็นสีปกติก็จะเป็นของลาบัน ยาโคบบอกว่าขอเลือกสัตว์ที่มีสีด่างออกมาเพื่อเป็นของเขา

แต่ทันทีนั้นเอง ลาบันก็เลือก แยกสัตว์ด่างเอาออกไปเลี้ยงไกล ๆ แทนที่จะให้กับยาโคบล่วงหน้าไปเลย เขาคงกลัวว่ายาโคบจะเลี้ยงให้มีแกะด่างมากกว่าแกะสีปกติ เขาคงคิดว่าจากฝูงแกะที่มีสีปกติ ต่อมาก็จะมีลูกผ่าเหล่าไม่กี่ตัว
ยาโคบก็ไม่ได้ว่าอะไร เขามีแผนอยู่แล้ว ดังนั้นฝูงแกะด่างที่ไปอยู่ไกลก็คงกลายเป็นของลาบันอยู่ดี พ่อตาคนนี้ ไม่คิดถึงลูกสาวกับหลานของตนเองเลย

ทีเด็ดของยาโคบ
ปฐมกาล 30:37-43
ต่อไปก็เป็นวิธีการทำให้สัตว์ที่แข็งแรงออกลูกเป็นตัวด่าง ๆ ลาย ๆ ซึ่งเป็นวิธีการที่เขาได้มาจากพระเจ้า ดูข้ามไปที่ 31:8-12 เราไม่อาจอธิบายได้ว่า เหตุใดการทำเช่นนี้จึงทำให้สัตว์เกิดลูกหลานเป็นตัวด่าง แต่สิ่งที่เห็นคือ พระเจ้าทรงบันดาลให้เกิดลูกสัตว์ตัวด่าง โดยให้ยาโคบทำอะไรบางอย่างที่ประหลาด เขาต้องเชื่อพระเจ้าว่า มันจะออกมาอย่างนั้น และเขาก็ได้ตามที่เขาเชื่อ และลงมือทำลงไป ทั้ง ๆ ที่เป็นการกระทำที่แปลกจริง

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ ยาโคบมีฝูงสัตว์ตัวแข็งแรงที่มีสีไม่พึงใจของคนทั่วไป และเขากลายเป็นคนมั่งคั่งขึ้นในพื้นที่ของลาบันเอง
ข้อ 43 สรุปชัดเจนว่า เขามีอะไรมากขึ้นบ้าง และนี่ น่าจะเป็นเหตุให้ลาบันทั้งโกรธและเสียหน้า

พระคำเพิ่มเติม

ปฐมกาล 30
1* ปฐมกาล 16:1-2; 29:31; 37:11; โยบ 5:2
2* 1 ซามูเอล 1:5
3* ปฐมกาล 16:2; 50:23; 16:2-3
4* ปฐมกาล 16:3-4
6* เพลงคร่ำครวญ 3:59
9* ปฐมกาล 30:4
13* ลูกา 1:48
14* ปฐมกาล 25:30

15* กันดารวิถี 16:9, 13
21* ปฐมกาล 34:1
22* 1 ซามูเอล 119-20; ปฐมกาล 29:31
23* ลูกา 1:25
24* ปฐมกาล 35:16-18
25* ปฐมกาล 24:54, 56; 18:33
26* ปฐมกาล 29:18-20, 27, 30
27* ปฐมกาล 26:24; 39:3
28* ปฐมกาล 29:15; 31:7, 41

29* ปฐมกาล 31:6; 38-40
30* 1 ทิโมธี  5:8
32* ปฐมกาล 31:8
33* สดุดี 37:6
35* ปฐมกาล 31:9-12
37* ปฐมกาล 31:9-12
43* ปฐมกาล 12:16; 30:30; 13:2; 24:35; 26:13-14

ปฐมกาล 29 เวลา แรงงาน ภรรยา

ภาพวาดโดย Jusepe de Ribera 1632 Naples Italy

ไปจนถึงเมืองที่ตั้งใจ
1 ยาโคบเดินทางต่อไป จนถึงแผ่นดินของชาวเมืองทางตะวันออก 
2 เขามองไปเห็นบ่อน้ำในทุ่ง และใกล้ ๆ นั้นก็มีฝูงแกะอยู่สามฝูง เพราะว่า ฝูงแกะได้น้ำจากบ่อนี้ มีหินก้อนใหญ่วางปิดปากบ่ออยู่
3 เมื่อฝูงแกะเข้ามารวมกันที่นั่น ผู้เลี้ยงจะช่วยกันเลื่อนหินออกจากปากบ่อ และให้น้ำแก่แกะเหล่านั้น เมื่อเสร็จแล้วก็จะเลื่อนหินปิดปากบ่อดังเดิม
4 “พี่น้องเอ๋ย” ยาโคบถามผู้เลี้ยงแกะ “พวกท่านมาจากไหน?”
“เรามาจากฮาราน”
5 “ท่านรู้จักท่านลาบัน หลานชายท่านนาโฮร์ไหม?
“รู้จักสิ” พวกเขาตอบ
6 “ท่านสบายดีหรือเปล่า?” ยาโคบถาม
“แน่นอน” พวกเขาตอบ “นั่นไงลูกสาวของเขา ราเชลกับฝูงแกะของท่าน”

7 ยาโคบกล่าวต่อไป “เอ ตอนนี้แสงแดดแรง ไม่ใช่เวลาที่จะรวบรวมฝูงสัตว์ ให้น้ำ และนำกลับไปยังทุ่งนี่นา”
8 แต่พวกเขาตอบว่า “เราทำไม่ได้ จนกว่าเราจะรวบรวมฝูงสัตว์ และเลื่อนหินจากปากบ่อเสียก่อน แล้วเราจะให้น้ำกับพวกแกะ”
9 ขณะที่เขายังคงคุยอยู่กับคนเลี้ยงแกะ ราเชลก็มาถึงพร้อมกับฝูงสัตว์ของพ่อ เพราะเธอเป็นคนเลี้ยงแกะ  
10 ทันทีที่ยาโคบเห็นราเชล ลูกสาวของพี่ชายแม่ของเขา มาพร้อมกับฝูงสัตว์ของลาบัน เขาก็ขึ้นไปที่บ่อน้ำ  และช่วยกลิ้งหินจากปากบ่อ และให้น้ำกับแกะของลุงของเขา

พบราเชลและครอบครัว
11 จากนั้นยาโคบจูบราเชลและร้องไห้เสียงดัง
12 เขาบอกเธอว่า เขาเป็นลูกชาย
ของเรเบคาห์ซึ่งเป็นญาติของพ่อเธอ และเธอจึงรีบวิ่งไปบอกเรื่องนี้กับพ่อ

13 เมื่อลาบันได้ข่าวเรื่องลูกชายของน้องสาวเขา คือยาโคบ เขาก็รีบวิ่งออกไปพบหลานชาย เขากอดหลานและจุบเขา นำเขาไปที่บ้าน แล้วยาโคบก็จึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด
14 ลาบันก็กล่าวว่า “เจ้าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเราจริง ๆ”
จากนั้นยาโคบจึงอาศัยอยู่กับลาบันหนึ่งเดือน
15 ลาบันกล่าวแก่เขาว่า “เราจะให้เจ้าทำงานเปล่า ๆเพราะเพียงเจ้าเป็นญาติอย่างนั้นหรือ? ไหนบอกมาสิว่า เจ้าจะคิดค่าจ้างเท่าไร?”

ทำงานแลกหญิงสาว
16 ลาบันเองมีลูกสาวสองคน
คนโตชื่อเลอาห์ ส่วนคนน้องคือ ราเชล
17 เลอาห์เป็นคนมีดวงตาอ่อนโยน
ส่วนราเชลนั้นรูปร่างดีและงดงาม
18 เป็นเพราะยาโคบรักราเชล เขาจึงตอบว่า “ฉันจะรับใช้ท่านลุงเจ็ดปีเพื่อจะได้ลูกสาวคนเล็กคือราเชล”  
19 ลาบันตอบว่า “เราให้เธอกับเจ้าก็ดีกว่าให้กับชายอื่น ถ้าอย่างนั้นก็อยู่กับเราที่นี่”
20 ดังนั้นยาโคบจึงรับใช้ลาบันเจ็ดปีเพื่อราเชล แต่นานขนาดนั้นก็เหมือนไม่กี่วัน เพราะเขารักเธอมาก
21 ในที่สุด ยาโคบกล่าวกับลาบันว่า
“ขอท่านลุงยกลูกสาวให้เป็นภรรยาฉันได้แล้ว เพราะได้รับใช้ท่านลุงครบตามกำหนดแล้ว ฉันจะได้ ใช้ชีวิตร่วมกับเธอ”

เจอลุงเล่นไม่ซื่อ!
22 ลาบันจึงเชิญเหล่าบุรุษทั้งหลายในแถบนั้น และจัดงานเลี้ยงขึ้น
23 แต่พอเย็นลง ลาบันก็นำเลอาห์ลูกสาวมามอบให้เขา และเขาก็ได้เธอเป็นภรรยา
24 โดยที่ลาบันได้ให้ศิลปาห์สาวใช้ของเขาเป็นสาวใช้ส่วนตัวของเลอาห์ด้วย

25 เช้าวันต่อมา ยาโคบพบว่า นั่นเป็นเลอาห์นี่นา! “ท่านลุงทำอย่างนี้กับฉันทำไม?” ยาโคบกล่าวกับลาบัน “ฉันทำงานให้ท่านลุงเพื่อราเชลไม่ใช่หรือ? ทำไมท่านลุงจึงหลอกลวงฉัน?”
26 ลาบันตอบว่า “ตามประเพณีของเราจะไม่ให้น้องแต่งงานไปก่อนพี่สาว
27 เอาอย่างนี้ เมื่อเราเลี้ยงฉลองเสร็จสัปดาห์นี้ เราจะยกลูกสาวคนเล็กให้แล้วเจ้าก็ทำงานให้เราอีกเจ็ดปีแล้วกัน”

28 และยาโคบตกลง เมื่องานเลี้ยงเสร็จในสัปดาห์นั้น ลาบันก็ยก
ราเชลให้เป็นภรรยาของเขา
29ลาบันยังได้ให้ บิลฮาห์เป็นสาวใช้ส่วนตัวของราเชลด้วย
30 ยาโคบได้หลับนอนกับราเชลเช่นกัน และเขารักเธอมากกว่าเลอาห์ และเขาจึงทำงานให้ลาบันอีกเจ็ดปี

ลูกชายสี่คนแรก
31 เมื่อพระยาห์เวห์ทรงเห็นว่า เลอาห์ไม่เป็นที่รัก พระองค์ก็ทรงเปิดครรภ์ของเธอแต่ราเชลเป็นหมัน
32 เลอาห์ได้ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดลูกชาย เธอตั้งชื่อเขาว่า รูเบน เพราะเธอพูดว่า“พระยาห์เวห์ทรงเห็นความทุกข์ใจของฉัน  ตอนนี้สามีจะรักฉันแล้ว”
33 ต่อมาเธอก็ตั้งครรภ์อีก ให้กำเนิดลูกชาย กล่าวว่า“เพราะพระยาห์เวห์ทรงได้ยินว่า ฉันไม่เป็นที่รักพระองค์ก็ประทานลูกชายคนนี้ให้ด้วย” เธอตั้งชื่อเขาว่า สิเมโอน
34 แล้วเลอาห์ก็ตั้งครรภ์อีก ให้กำเนิดลูกชาย เธอกล่าวว่า “ตอนนี้สามีจะใกล้ชิดกับฉัน เพราะฉันมีลูกชายให้เขาสามคนแล้ว” ลูกชายคนนี้จึงชื่อว่า เลวี
35 และต่อมาเธอก็ตั้งครรภ์ ให้กำเนิด
ลูกชาย กล่าวว่า “ครั้งนี้ฉันจะสรรเสริญพระเจ้า”เธอจึงให้ชื่อเขาว่า ยูดาห์ จากนั้นมาเธอก็ไม่ได้ตั้งครรภ์อีก 

อธิบายเพิ่มเติม

ไปจนถึงเมืองที่ตั้งใจ
ปฐมกาล 29:1-10
ระหว่างทางจากบ้านเกิดไปถึงบ้านเกิดของแม่เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร คนของพระยาห์เวห์ กำลังจะก้าวเข้าไปในครอบครัวของชาวเมืองฮารานที่ไม่ได้เชื่อพระเจ้า
ตอนนี้ยาโคบใกล้มาถึงจุดหมายปลายทาง เขา
สังเกตเห็นการเลี้ยงสัตว์ การปกป้องบ่อน้ำ มี
ระเบียบในการให้น้ำสัตว์ มีการช่วยเหลือกัน
ระหว่างผู้เลี้ยงแกะที่ต่างก็เอาแกะมาไว้ในที่ใกล้ ๆกันนี้
การมีบ่อน้ำแสดงถึงการมีชุมชน การมีคนที่ใช้บ่อร่วมกัน การมีชีวิตชีวา บ่อนี้ มีหินใหญ่ปิดปากไว้ และคนเลี้ยงแกะทั้งหมดก็ต้องรอให้ฝูงแกะของเพื่อน ๆ มาจนครบจึงจะเปิดบ่อซึ่งต้องการกำลังผู้ชายเพราะหินใหญ่พอสมควร
พวกเขามีการให้น้ำกับสัตว์แตกต่างจากที่บ้านของยาโคบ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ บ่อน้ำเป็นชีวิตของทั้งชุมชน พวกเขาพึ่งพาน้ำเพื่อให้สัตว์ได้มาดื่ม
ขณะที่กำลังถามไถ่ว่าลาบัน ลุงของเขานั้นมีความเป็นอยู่อย่างไร เขาก็ได้พบลูกสาวของลาบันคือ ราเชลที่คุมแกะออกมายังบ่อน้ำ คนเลี้ยงแกะที่รออยู่ได้แนะนำให้เขารู้ว่า เธอเป็นลูกหลานใคร ดังนั้นก่อนอื่นใด เขาช่วยเปิดบ่อให้ฝูงแกะก่อน

พบราเชลและครอบครัว
ปฐมกาล 29:11-15
แล้ว จึงเข้าไปทักทาย และวันนั้น เขาน่าจะตื่นเต้นสุด ๆ เพราะราเชลเป็นสาวแสนสวยจริง ๆ มาไม่เสียเที่ยวเลย เขาแนะนำตัวเอง จูบเธอในฐานะพี่น้อง ร้องไห้ดีใจที่ได้พบญาติแล้ว …​
น่าตกใจจริง ๆ สำหรับราเชล อยู่ดี ๆ มีชายแปลกหน้า อายุไม่น้อย อย่าลืมว่าเจ็ดสิบกว่าแล้ว มาทักทายด้วยการจูบและร้องไห้โฮ นี่มันอะไรกัน?
แต่เมื่อยาโคบเล่าว่า เขาคือใคร เธอก็ไม่ได้กลัว ไม่แปลกใจ เพราะวันที่เรเบคาห์ถูกนำตัวไปเป็นเจ้าสาวแดนไกลนั้น ใคร ๆ ก็รู้เรื่อง มีการเล่าต่อกันมา สำหรับลาบัน พ่อของราเชลยินดีให้หลานชายพักอยู่ด้วยเดือนหนึ่ง … เขามั่นใจว่า ยาโคบเป็นหลานชายแท้ ๆ พอจะรู้ด้วยว่า ยาโคบคนนี้ ไม่ใช่คนยากไร้ เขามาจากครอบครัวมั่งคั่งทีเดียว และ เห็นความสามารถ ปัญญาและความเต็มใจที่จะช่วยงาน ตัดสินใจลึก ๆ ว่า คน ๆ นี้แหละที่เขาจะได้เป็นลูกเขยฝากลูกสาวให้ดูแลต่อไป
ในที่สุดเขาจึงรับให้ยาโคบทำงานดูแลสัตว์ของเขา โดยตกลงค่าจ้างกันแต่ต้น

ทำงานแลกหญิงสาว
ปฐมกาล 29:16-21
พระคัมภีร์เล่าว่า ลาบันมีลูกสาวสองคน คนโตนั้นมีดวงตาที่อ่อนโยน ใสซื่อ (บางเล่มแปลว่าเศร้า) ส่วนราเชลนั้น งดงามทั้งตัว สะดุดตามากอย่าลืมว่า สาวตะวันออกกลางที่สวยนั้น สวยบาดใจจริง ๆ ทั้งโครงหน้า ดวงตา จมูก ผิวและรูปร่าง!
ยาโคบบอกราคาของค่าจ้างคือ ทำงานเจ็ดปี แล้วจะได้ลูกสาวคนที่สองคือราเชล ลาบันเองก็บอกความในใจว่า เขาพอใจที่จะให้ลูกสาวกับยาโคบมากกว่าชายอื่น หน่วยก้าน และการทำงานของยาโคบนั้น เป็นที่พอใจของลาบันอยู่แล้ว
ทุกวันที่ทำงานในทุ่ง ยาโคบมีความสุขเสมอ เขาได้พบเจอกับราเชลตลอดถึงแม้จะไม่มีโอกาสอยู่กันสองต่อสองแบบคนสมัยใหม่ จนครบเจ็ดปีจึงบอกลุงว่า ถึงเวลาที่จะแต่งงาน
ลาบันก็ไม่ได้คัดค้านเลย …​

เจอลุงเล่นไม่ซื่อ!
ปฐมกาล 29:22-30
มีการฉลองการแต่งงานระหว่างยาโคบและราเชล ชาวบ้านชาวเมืองก็มาร่วมงานกันคับคั่ง พวกเขาสนุกกันเต็มที่เหมือนงานแต่งงานทั่วไป
เจ้าบ่าวเองก็ตื่นเต้นเป็นที่สุด ตอนค่ำ ลาบันนำลูกสาวมาให้ และยาโคบก็ดื่มด่ำกับเจ้าสาวของเขาทั้งคืน …สมัยก่อนเจ้าสาวต้องสวมผ้าคลุมจนกระทั่งอยู่กับเจ้าบ่าวตัวต่อตัว แต่ถึงตอนนั้นมันก็มืดมาก ไม่ได้เห็นตัวว่าใครเป็นใคร พี่สาวน้องสาวก็อาจจะมีรูปร่าง คล้ายกัน

แต่เช้ามาพบว่า ถูกลุงบังคับแต่งกับสาวผิดตัว
ยาโคบเคยแต่ต่อกรกับพี่ชายที่แพ้ทุกครั้ง คราวนี้ ถูกลุงดัดหลัง ยาโคบเป็นฝ่ายแพ้ คงเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเอซาวแล้วว่าเป็นอย่างไร มันน่าโกรธ ที่ลุงทำกับเขาอย่างนี้
แต่ลุงลาบันก็อ้างว่า พี่สาวต้องแต่งงานก่อนน้องสาว …​และยังยินดีมอบลูกสาวคนเล็กให้ แต่ขอให้ทำงานอีก เจ็ดปี ลุงคนนี้ สุดยอดเลย
ได้ประโยชน์ทุกทาง ลูกสาวทั้งสองมีสามี และตนเองก็ได้คนงานทำงานในไร่นาอีกเจ็ดปี!

การที่ชายคนเดียวมีภรรยาหลายคนในวันเดียวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของพวกเขา ดังนั้น วิธีแก้ไขคือ มอบลูกสาวคนเล็กให้ด้วย ตัวเขาเองก็อาจมีภรรยาหลายคนอยู่แล้ว ส่วนยาโคบ ก็เลยตามเลย ถ้าไม่ยอมก็จะไม่ได้สาวคนที่เขาหมายปอง

พระคัมภีร์บันทึกว่า ยาโคบรักราเชลมากกว่าเลอาห์ ซึ่งนี่เองการต่อสู้ระหว่างพี่น้องสองสาวจะต้องเข้มข้นมาก สำหรับเลอาห์คือการต่อสู้เพื่อให้สามีรัก ส่วนราเชลเป็นอีกเรื่อง เธอต้องต่อสู้เพื่อให้มีลูกชาย ! และความอิจฉาก็กรุ่นอยู่ในจิตใจไม่หมดสิ้น

ยาโคบต้องต่อสู้กับพี่ชายมาโดยตลอด คราวนี้เขาต้องเผชิญเรื่องชิงรักหักสวาทในครอบครัวใหม่ แล้วตัวเองก็ได้แต่วางตัวเป็นกลาง ในขณะเดียวกันก็รักราเชลมากกว่า… ก็รักมานานแล้ว
ตอนนี้ในครอบครัวของยาโคบ มีเลอาห์กับสาวใช้ส่วนตัว และราเชลกับสาวใช้ส่วนตัว

ลูกชายสี่คนแรก
ปฐมกาล 29:31-35
31 เมื่อพระยาห์เวห์ทรงเห็นว่า เลอาห์ไม่เป็นที่รัก พระองค์ก็ทรงเปิดครรภ์ของเธอแต่ราเชลเป็นหมัน
เรื่องราวทั้งหมดนี้ พระเจ้าทรงเห็นโดยตลอด และเมื่อเลอาห์ขาดความรัก พระเจ้าก็ทรงอวยพระพรให้เธอมีลูก ในขณะที่ราเชลนั้นไม่มีลูกสักคน … คนแรกที่เธอได้มาชื่อ รูเบน ชื่อนี้มีความหมายว่า “ดูสิ ลูกชาย” เธอคิดว่าการมีลูกชายคนนี้ สามีจะตื่นเต้นและหันมารักเอาใจใส่เธอ
ลูกชายคนที่สอง ชื่อสิเมโอน มีความหมายว่า
“ได้ยิน” เพราะพระเจ้าทรงเห็นหัวใจอันว้าเหว่ ไม่เป็นที่รักของสามี
ขณะที่เลอาห์มีลูกชายคนที่สาม ราเชลก็ยังไม่สามารถมีลูก ลูกคนนี้ชื่อ เลวี เธอยังโหยหาสามี เชื่อว่า เขาจะเข้าใกล้ชิดเธอมากขึ้น ลูกชายคนนี้ เป็นต้นตระกูลของโมเสส และอาโรนซึ่งเป็นผู้รับใช้พระเจ้าในพลับพลาและในพระวิหาร

ลูกชายคนที่สี่ของเลอาห์ ชื่อยูดาห์ เธอหันมามองที่พระเจ้าแล้ว ไม่ได้ห่วงหาสามีเหมือนก่อน และกล่าวผ่านชื่อลูกคนที่สี่ว่า ฉันจะสรรเสริญพระเจ้า และจากลูกชายคนนี้เอง เป็นวงศ์วานที่พระเจ้าทรงให้พระเยซูมาบังเกิด!
หลังจากลูกชายสี่คน เลอาห์ก็ห่างการตั้งครรภ์ไปเลย …

จากบ้านที่ไม่มีใครไว้ใจใครของครอบครัวอิสอัค ที่มีเรเบคาห์เป็นแม่ ลูกชายสองคนที่ต่อสู้กันมาตลอด ตอนนี้ยาโคบก็มาเจอครอบครัวของลาบันที่เต็มด้วยเล่ห์เหลี่ยมสารพัด
พระเจ้าทรงให้ยาโคบต้องเผชิญกับคนที่เห็นแก่ตัวอย่างลาบัน เขาได้รับผลของสิ่งที่เขาเคยทำกับเอซาว แต่พระเจ้าก็ยังจะทรงใช้เขาให้เป็นผู้ก่อเกิดชนชาติที่พระองค์ทรงเลือก โดยที่ตัวเขาเองยังต้องมีอะไรที่เรียนรู้ ลำบาก และทั้งรับพระพรต่อไปอีกจนสิ้นชีวิต ในที่สุดเขาจะรู้จริง ๆ ว่า สิ่งดีที่สุดคือ พระเจ้าทรงอยู่ด้วยตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้จริง ๆ



พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 29
1* กันดารวิถี 23:7
2* ปฐมกาล 24:10-11
4* ปฐมกาล 11:31; 28:10
5* ปฐมกาล 24:24, 29; 28:2
6* ปฐมกาล 43:27; อพยพ 2:16-17
9* อพยพ 2:16
10* อพยพ 2:17
11* ปฐมกาล 33:4; 45:14-15

12* ปฐมกาล 13:8 ; 14:14, 16; 28:5; 24:28
13* ปฐมกาล 24:29-31
14* ปฐมกาล 2:23; 37:27
15* ปฐมกาล 30:28; 31:41
17* ปฐมกาล 12:11, 14; 26:7
18* ปฐมกาล 31:41
20* ปฐมกาล 20:26
21* ผู้วินิจฉัย 15:1
22* ยอห์น 2:1-2

24* ปฐมกาล 30:9-10
25* 1 ซามูเอล 28:12
27* ผู้วินิจฉัย 14:2
29* ปฐมกาล 30:3-5
30* เฉลยธรรมบัญญัติ   21:15-17; ปฐมกาล 30:26; 31:41
31* สดุดี 127:3; ปฐมกาล 30:1
32* เฉลยธรรมบัญญัติ 26:7
35* มัทธิว 1:2

ปฐมกาล 28 ฝันสำคัญที่เบธเอล

จำเป็นต้องส่งไปไกล
1 อิสอัคได้เรียกยาโคบมาและอวยพรเขา “เจ้าอย่าไปแต่งงานกับผู้หญิงคานาอัน” เขากำชับลูกชาย 
2 “ตอนนี้ ให้เจ้าไปยังปัดดานอารัม​ บ้านของท่านเบธูเอล พ่อของแม่เจ้า และหาภรรยาจากลูกสาวของลาบัน พี่ชายของแม่เจ้า
3 ขอพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทรงอวยพรเจ้า และทรงทำให้เจ้าเจริญ ทวีคูณขึ้น เพื่อว่าเจ้าจะได้กลายเป็นชนชาติใหญ่
4และขอพระองค์ประทานพรของอับราฮัมแก่เจ้าแก่ลูกหลานของเจ้า เพื่อว่าเจ้าจะได้ครอบครองแผ่นดินที่เจ้ากำลังจะไปอาศัยอยู่อย่างคนต่างด้าว ดินแดนที่พระเจ้าประทานแก่อับราฮัม

5 ดังนั้น อิสอัคจึงส่งยาโคบไปยังปัดดานอารัมไปหาลาบันลูกชายเบทูเอลชาวอารัม เขาเป็นพี่ชายของเรเบคาห์ซึ่งเป็นแม่ของยาโคบและเอซาว

เอซาวพยายามปรับตัว
6 ส่วนเอซาวได้ยินว่า อิสอัคอวยพรยาโคบ และส่งเขาไปยังปัดดาน อารัมเพื่อจะได้ภรรยาจากที่นั่น และยังสั่ง “เจ้าห้ามแต่งงานกับหญิงชาวคานาอัน”
7 และยาโคบก็เชื่อฟังทั้งพ่อและแม่ แล้วเดินทางไปปัดดานอารัม
8 เมื่อเอซาวเห็นว่า พ่ออิสอัคไม่เห็นด้วยกับการ แต่งงานกับหญิงคานาอัน
9 เขาจึงไปหาอิชมาเอล และแต่งงานกับมาหะลัท ซึ่งเป็นน้องสาวของเนบาโยท ลูกสาวของอิชมาเอล ซึ่งเป็นลูกชายอีกคนของอับราฮัม เพิ่มจากภรรยาที่เขามีอยู่แล้ว

ความฝันที่เบธเอล
10
ในขณะเดียวกัน ยาโคบเดินทางออกจากเบเออร์เชบา มุ่งหน้าไปยังฮาราน
11 เขาไปถึงที่แห่งหนึ่ง  ดวงอาทิตย์ตกแล้ว เขาจึงหยุดพักที่นั่น และเอาหินก้อนหนึ่งจากแถวนั้น ใช้หนุนศีรษะและก็เอนกายลงนอน
12 แล้วยาโคบก็ได้ฝันเห็นบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปจากพื้นโลกถึงสวรรค์ และเหล่าทูตของพระยาห์เวห์เดินขึ้นลง บันไดนั้น
13 และที่บันไดขั้นสูงสุด พระยาห์เวห์ทรงยืนอยู่ตรัสว่า “เราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของบิดาอับราฮัมและเราเป็นพระเจ้าของอิสอัคพ่อของเจ้า 
*เราจะมอบแผ่นดินที่เจ้านอนอยู่นี้ให้กับเจ้า และลูกหลานของเจ้า
14 * เจ้าจะมีลูกหลานจำนวนมากมายราวกับฝุ่นในโลก

*และเจ้าจะขยายออก ไปทางตะวันตกและตะวันออกไปทางเหนือและทางใต้ *ครอบครัวทั้งหลายในโลกจะได้รับพรผ่านเจ้าและลูกหลานของเจ้า
15 *
ดูเถิด เราอยู่กับเจ้าและ*จะดูแลเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด และ*เราจะนำเจ้ากลับมายังดินแดนนี้ เพราะ*เราจะไม่ละจากเจ้าไปจนกว่าเราจะได้ทำสิ่งที่เรา
สัญญากับเจ้าสำเร็จ”

ยาโคบปฏิญาณตน
16 เมื่อยาโคบตื่นขึ้นมา  เขากล่าวว่า “พระยาห์เวห์ทรงอยู่ที่นี่แน่นอน แต่ข้า
กลับไม่รู้ตัวเลย”
17 และก็เกิดกลัวขึ้นมา กล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้น่ายำเกรงยิ่งนัก จะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากพระนิเวศของพระเจ้า นี่เป็นประตูสู่สวรรค์!”
18
เช้าวันต่อมา ยาโคบได้นำเอาหินที่เขาหนุนหัวเมื่อคืน *มาวางตั้งขึ้นเป็นเสาแล้ว*เทน้ำมันบนหินนั้น 
19 *เขาเรียกที่นั่นว่า เบธเอล แม้ว่าที่นั้นเป็นเมืองที่เคยชื่อว่า ลูส
20 แล้วยาโคบก็*กล่าวคำปฏิญาณว่า “หากพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพเจ้า และทรงดูแลปกป้องข้าพเจ้าในการเดินทางครั้งนี้ และประทานอาหารให้กินและเสื้อผ้าให้สวมใส่
21 เพื่อว่าข้าพเจ้าจะกลับมาบ้านของพ่ออย่างปลอดภัย พระยาห์เวห์จะทรงเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า
22 และหินที่ข้าตั้งขึ้นเป็นเสาก้อนนี้ จะกลายเป็นพระนิเวศของพระเจ้า และทุกอย่างที่พระองค์ประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะซื่อสัตย์ที่จะมอบถวายคืนแด่พระองค์หนึ่งในสิบ

อธิบายเพิ่มเติม

จำเป็นต้องส่งไปไกล
ปฐมกาล 28:1-5
ในที่สุด จากการที่ลูกชายคนเล็กแย่งสิทธิบุตรหัวปีจากลูกชายคนโต ทำให้ครอบครัวต้องแยกจากกัน อิสอัคเองก็ ต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นไปตามคำของพระเจ้าใน 25:23 ที่ว่าคนพี่จะรับใช้น้อง สิ่งสำคัญคือ การที่ต้องมีลูกหลาน สืบตระกูล
อิสอัคกำชับยาโคบว่าจะต้องไม่แต่งงานกับหญิงคานาอันอย่างที่เอซาวทำ    เขาเป็นคนที่จะสืบทอดวงศ์วานของพระเมสสิยาห์โดยที่เขาไม่รู้ตัว  อิสอัคได้ย้ำพรที่เขาให้ไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้ลูกชายได้เห็นความสำคัญของพรดังกล่าว  เขาขอพรจากพระเจ้าให้เขาได้ครอบครองแผ่นดินที่กำลังจะไปด้วย   โดยสรุปคือ
ยาโคบต้องไปอยู่บ้านลุง และหาภรรยาจากลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง  เขาจะต้องมีลูกหลานสืบเชื้อสาย กลับมาครอบครองดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ 

ปฐมกาล 28:6-9
เอซาวเห็นแล้วว่า อิสอัคย้ำกับยาโคบให้แต่งงานกับญาติพี่น้องของตน ไม่แต่งกับหญิงชาวคานาอัน
เขาจึงไปแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง คือลูกสาวของลุงอิชมาเอล ซึ่งเป็นลูกชายคนแรกของอับราฮัม  เขารู้สึกสบายใจขึ้นว่าได้ทำอย่างที่พ่อบอกน้อง 
นี่เป็นการสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีก และดูเหมือนว่า ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะครอบครัวของเขาน่าจะวุ่นวายไม่น้อยกับภรรยาหลายคนและลูกหลายแม่

ความฝันที่เบธเอล
ปฐมกาล 28:10-15
ก่อนหน้านี้ยาโคบเป็นคนรักอยู่ในร่ม ชอบทำอาหาร เขาคือลูกรักของแม่ที่เป็นน้องของลาบัน เป็นจอมโกงในบ้าน ซึ่งเห็นได้จาก วันที่เขาเกิดมาแล้ว
เชื่อว่าเขามีความเข้าใจเรื่องสิทธิลูกหัวปีเป็นอย่างดี เขาอาจคิดด้วยว่า แค่เกิดห่างกันนิดเดียว เขาก็ไม่มีสิทธิเสียแล้ว จะต้องเอาสิทธินั้นมาให้ได้ และเขาก็ทำสำเร็จสองขั้นตอนคือ แลกสิทธิกับพี่ชายด้วยแกงแดง และหลอกให้พ่ออวยพรด้วยพรที่เก็บไว้สำหรับลูกชายหัวปี

คนที่ไม่เคยออกไปล่าสัตว์ แต่คราวนี้ต้องเดินทางไปหลายร้อยกิโลเมตรคนเดียว ต้องหนีจากพี่ชายที่โกรธจัดพร้อมที่จะฆ่าให้ตายคามือ
วันแรกนั้นเขาเดินทางจากบ้านไปถึงเขตเมืองลูส พระเจ้าทรงปรากฏแก่เขาเป็นครั้งแรก!

เราต้องไม่ลืมว่า พระเจ้าทรงตั้งพระทัยจะใช้เขาคนนี้ที่ไม่ได้เป็นคนดี เที่ยงธรรม น่ารัก แต่พระองค์กำลังจะทรงทำการในชีวิตของเขา โดยที่เขาเองไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง พระเจ้าทรงทำการเช่นเดียวกันนี้ในชีวิตของเราที่ยังบกพร่องอยู่เช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราต้องมั่นใจว่า พระเจ้าทรงอยู่ด้วย และน้ำพระทัยดีเลิศในชีวิตของเราจะสำเร็จ
พระเจ้าทรงให้ยาโคบได้ฝันเห็นบันไดขึ้นลงจากสวรรค์สู่โลก … นี่บอกเราว่าโลกและสวรรค์ติดต่อกันได้! แม้ว่าเขาจะรู้ถึงพระสัญญาของพระเจ้าที่มีต่อคุณปู่คืออับราฮัม และพ่อของเขาคืออิสอัค แต่…ครั้งนี้ พระเจ้าทรงมาย้ำพระสัญญาแก่ยาโคบด้วยพระองค์เอง ศักดิ์สิทธิ์ ทรงอำนาจ ชัดเจน ให้ทั้งความมั่นใจและกำลังใจ ให้ทั้งความอบอุ่นและการตระหนักว่าจะปลอดภัยเสมอ ให้รู้ว่าอนาคตของเขาและลูกหลานจะเป็นอย่างไร นี่เป็นครั้งแรกที่พระองค์ปรากฏแก่ยาโคบ
ลองนับดูว่า
พระพรที่พระเจ้าทรงให้ยาโคบนั้นมีกี่ประการ

ยาโคบปฏิญาณตน
ปฐมกาล 28:16-22
ทั้งวัน ยาโคบต้องเดินทางให้เร็ว เขารู้วิธีไปยังบ้านเดิมของแม่เรเบคาห์แล้ว ที่ต้องเร็วเพราะหนีพี่ชายด้วย .. เขาเหน็ดเหนื่อย อยู่คนเดียว ไม่ทันได้มองฟ้าก็หลับ ใช้ก้อนหินต่างหมอน

พระเจ้าแสนดี พระองค์ทรงปรากฏอย่างอ่อนโยนพร้อมพระสัญญาที่เชื่อมั่นได้ ทำให้เขาตระหนักว่า พระเจ้าทรงอยู่กับเขาเสมอไม่ว่าจะไปที่ใด เขาเองเริ่มกลัวก็ตอนตื่นแล้ว เป็นความกลัวเกรงพระเจ้าแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ปลอดภัยสำหรับเขาอย่างยิ่ง
Spurgeon กล่าวว่า“การที่พระเจ้าประทานอาหารให้ยาโคบกินและเครื่องนุ่งห่มนั้นก็มาก แล้วแต่เทียบไม่ได้เลยกับคำว่า ‘เราอยู่กับเจ้า’
การที่พระเจ้าส่งทูตสวรรค์ของพระองค์มาปกป้องยาโคบก็มากแล้ว แต่เทียบไม่ได้เลยกับคำว่า ‘เราอยู่กับเจ้า’ เพราะการที่พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย ยิ่งใหญ่กว่าพรทั้งหมดที่เราจะนึกคิดได้ ”

นับจากวันนี้ไป ยาโคบตระหนักถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้าตลอดเวลา เขาไม่เคยคิดว่า พระเจ้าทรงอยู่ด้วยใกล้ชิดขนาดนี้ พวกเราสมัยนี้ได้รับพระวิญญาณประทับในเรา ไม่ได้ต่างอะไรกับพรที่ยาโคบได้ในคืนนี้
เมื่อตระหนักถึงความจริงของพระสัญญาทั้งหมด ยาโคบได้ตั้งหิน เทน้ำมันลงเพื่อนมัสการพระเจ้า ตั้งชื่อที่นั้นว่า บ้านของพระเจ้า
สังเกตดูสิว่า การปฏิญาณตนของยาโคบนั้นยังเป็นแบบโลกหมุนรอบตัวฉัน!!
หากพระเจ้าทรงอยู่กับข้าพเจ้า
ทรงดูแลปกป้องข้าพเจ้า
ประทานเสื้อผ้าให้ข้าพเจ้า
เพื่อข้าพเจ้าจะกลับบ้านอย่างปลอดภัย
แล้ว…. พระองค์จะเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า
หินนี้จะเป็นพระนิเวศของพระเจ้า​
ข้าพเจ้าจะคืนหนึ่งในสิบที่พระองค์ประทาน
สิ่งสุดท้าย ดูเหมือนดี แต่..มองอีกด้าน เหมือนกับถ้าได้ก็จะคืนพระเจ้าหนึ่งส่วนสิบ แต่ต้องได้ก่อน! บทสรุปคือ ยาโคบยังต้องการบทเรียนอีกหลายบท
เขาเป็นต้นแบบให้เรารู้ว่า ทุกวัน เราต้องมีการเปลี่ยนชีวิตให้เข้ากับพระเจ้าให้ได้ ไม่ใช่ต่อรองกับพระองค์

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 28
1* ปฐมกาล 27:33; 24:3
2* โฮเชยา 12:12; ปฐมกาล 25:20; 22:23; 24:29; 27:43; 29:5
3* ปฐมกาล 17:16; 35:11; 48:24; 26:4, 24
4* ปฐมกาล 12:2-3; 22:17; 17:8; 23:4; 36:7
8* ปฐมกาล 24:3; 26:34′ 35; 27:46
9* ปฐมกาล 26:34, 35; 36:2-3; 25:13
10* โฮเชยา 12:12 ;ปฐมกาล 12:4-5; 27:43; 29:4




12* ปฐมกาล 31:10;41:1; ยอห์น 1:51
13* ปฐมกาล 35:1; 48:3; 26:24; 13:15, 17; 26:3; 35:12
14* ปฐมกาล 13:16; 22:17; 13:14-15; 12:3; 18:18; 22:18; 26:4
15* ปฐมกาล 26:3, 24; 31:3 ;48:16; 35:6; 48:21; เฉลยธรรมบัญญัติ 7:9; 31:6, 8 กันดารวิถี 23:19  


16* อพยพ 3:5
18* ปฐมกาล 31:13, 45; เลวีนิติ 8:10-12
19* ผู้วินิจฉัย 1:23, 26
20* ผู้วินิจฉัย 11:30; ปฐมกาล 28:15; 1 ทิโมธี 6:8
21* ผู้วินิจฉัย 11:31; เฉลยธรรมบัญญัติ  8:10-12
22* ปฐมกาล 35:7, 14; 14:20

ปฐมกาล 27 บ้านนี้ ไว้ใจใครไม่ได้

ภาพวาดโดย James J. Tissot, “Jacob Deceives Isaac” (c. 1896-1902),
gouache on board, 16.9 x 25 cm, Jewish Museum, New York.

แม่ได้ยินความลับ
1 ต่อมาเมื่ออิสอัคชราและตามืดมัว มองไม่เห็น เขาเรียกลูกชายคนโตมาหากล่าวว่า “ลูกชายของข้า” “ลูกอยู่ที่นี่ขอรับ” เอซาวตอบ
2 อิสอัคกล่าวว่า “นี่แน่ะ พ่อนะแก่แล้ว ไม่รู้จะตายเมื่อไร
3 ให้เจ้าเอาอาวุธของเจ้าคือ ธนูและลูกธนูออกไปท้องทุ่ง ล่าเนื้อมาให้พ่อ
4 แล้วเตรียมอาหารรสดีที่พ่อชอบ เอามาให้พ่อกินเพื่อว่าพ่อจะอวยพรเจ้าก่อนที่พ่อจะตายไป”
5 ส่วนเรเบคาห์ก็แอบฟังสิ่งที่อิสอัคสั่งลูกชายเอซาวดังนั้น เมื่อเอซาวออกไปทุ่งกว้างเพื่อล่าสัตว์และนำกลับมานั้นเอง
6 เรเบคาห์บอกยาโคบว่า “ดูสิ แม่ได้ยิน พ่อพูดกับพี่เอซาวว่า
7ให้เอาเนื้อมาให้พ่อและทำอาหารรสดีให้กินเพื่อว่าพ่อจะอวยพรเจ้าต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ก่อนที่พ่อจะตาย
8 เอาอย่างนี้ลูกชายของแม่ ฟังแม่และทำทุกอย่างตามที่แม่สั่ง
9 ให้เจ้าไปที่ฝูงสัตว์ และคัดเลือกลูกแพะมา และแม่จะเตรียมอาหารที่พ่อชอบให้ 
10 แล้วเจ้าก็เอาไปให้พ่อเพื่อพ่อจะอวยพรเจ้า ก่อนที่พ่อจะตาย
11 ยาโคบตอบเรเบคาห์แม่ของเขาว่า “แต่ว่าพี่เอซาวนั้นเป็นคนขนดก ตัวลูกเองเป็นคนผิวเกลี้ยงนะ” 11 ถ้าพ่อจับตัวลูก พ่อก็จะรู้ว่าลูกไปหลอกลวงท่าน และลูกจะถูกสาปแช่งแทนที่จะได้พร”
13 แต่แม่ของเขากล่าวว่า “ให้คำสาปนั้นตกอยู่กับแม่  ลูกรัก ไปทำตามที่แม่บอก ไป เอาลูกแพะมาให้แม่”

14 ดังนั้นยาโคบจึงออกไปเลือกแพะและนำมาให้แม่ของเขา ซึ่งเธอก็ได้ทำอาหารรสชาติที่พ่อของเขาชอบ 
15 แล้วเรเบคาห์ก็เอาเสื้อดีท่ีสุดในบ้านที่เป็นของลูกชายคนโตคือเอซาว
สวมเสื้อตัวนั้นให้ลูกชายคนเล็กคือ ยาโคบแล้วเธอยังเอาหนังลูกแพะหุ้มที่มือและ
ตรงส่วนคอที่เกลี้ยงเกลาของเขาด้วย  17 จากนั้นเธอก็เอาอาหารรสชาติดีรวมทั้งขนมปังที่เธอทำส่งให้ลูกชาย 

ปลอมตัวเข้าหาพ่อ
18 ดังนั้น ยาโคบจึงเข้าไปหาพ่อของเขา พูดว่า “ท่านพ่อ” และยาโคบตอบว่า
“พ่ออยู่นี่.. เจ้าเป็นใครกัน?”
19 ยาโคบตอบพ่อของเขาว่า “เอซาวไงขอรับ ลูกชายหัวปีของท่านพ่อ ลูกทำอย่างที่ท่านพ่อสั่งลูกแล้ว ขอท่านพ่อลุกขึ้นนั่งและกินเนื้อที่ ลูกล่ามาเถิด เพื่อว่าท่านพ่อจะได้อวยพรลูก”
 20 แต่อิสอัคถามลูกชายว่า “เหตุใดเจ้าจึงพบมันเร็วนัก? ลูกพ่อ” “เพราะว่าพระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านพ่อทรงนำมันมาให้ลูกขอรับ” เขาตอบ


21 แล้วอิสอัคจึงพูดกับยาโคบว่า “ลูกเอ๋ย ไหน.. เข้ามาใกล้พ่อสิ เพื่อพ่อจะได้คลำตัวเจ้าดูว่า เจ้าเป็นลูกเอซาวใช่หรือไม่” 


โกหกหน้าตายแลกคำอวยพร

22 ดังนั้นยาโคบจึงขยับตัวเข้าไปใกล้พ่ออิสอัคซึ่งเขาก็แตะต้องตัวลูกและกล่าวว่า “เสียงของเจ้าเป็นเสียงยาโคบ แต่มือเป็นมือของเอซาว”
23 แต่อิสอัคจับไม่ได้ว่าใครเป็นใครเพราะมือของเขานั้นขนดกเหมือนเอซาวพี่ชายดังนั้นเขาจึงอวยพรลูกชาย
24 เขาถามขึ้นมา “เจ้าเป็นลูกเอซาวของพ่อจริงหรือ?” ยาโคบตอบว่า “จริงสิท่านพ่อ”
25 แล้วอิสอัคกล่าวว่า “เอาแกงมาให้พ่อเถอะพ่อจะได้กินอาหารที่ลูกล่ามาแล้วพ่อจะให้พรแก่เจ้า”  ดังนั้นยาโคบเอาอาหารมาให้อิสอัคก็กินเขาเอาเหล้าองุ่นมาอิสอัคก็ดื่ม

26 จากนั้นอิสอัค พ่อของเขาก็พูดกับเขาว่า“ลูกเอ๋ย ขอเจ้าเข้ามาใกล้ ๆ และจูบพ่อหน่อย”

คำอวยพรนี้ยั่งยืน
27 เขาก็เข้ามาใกล้และจูบพ่อ เมื่ออิสอัคได้กลิ่นเสื้อผ้าของเขา เขาก็อวยพรกล่าวว่า “อา.. กลิ่นของลูกชายข้าเป็นเหมือนกลิ่นของท้องทุ่งที่พระยาเวห์ทรงอวยพระพร
28 ขอพระเจ้าประทานน้ำค้างจากฟ้าสวรรค์แก่เจ้า  รวมทั้งความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน คือมีข้าว และน้ำองุ่นใหม่อย่างเหลือเฟือ 

29 ขอให้ชาติต่าง ๆ ได้รับใช้เจ้า
และชาติทั้งหลายนอบน้อมต่อเจ้า
จงเป็นเจ้านายเหนือพี่น้องของเจ้า
และให้เหล่าลูกชายของแม่เจ้าได้นอบน้อมต่อเจ้า ใครก็ตามที่สาปแช่งเจ้าจะถูกสาป ทุกคนที่อวยพรเจ้าจะได้รับพร”

เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก
30 ทันทีที่อิสอัคอวยพรยาโคบเสร็จ และเขาก็ออกไปจากพ่อ ยังไม่ทันพ้นหน้าพ่อพี่ชายก็กลับมาจากการล่าสัตว์
31 เขาก็ทำอาหารรสชาติดี นำมาให้พ่อของเขาและกล่าวว่า “ท่านพ่อขอรับ ขอท่านนั่งและกินอาหารที่ลูกล่ามา เพื่อว่าท่านพ่อจะได้อวยพรลูก”
32 แต่พ่ออิสอัคกลับตอบว่า “เจ้าเป็นใครกันนี่?” เขาตอบว่า “เอซาวขอรับ ลูกชายหัวปีของพ่อไง”
33 อิสอัคได้ยินอย่างนั้น ก็ตัวสั่นระริกขึ้นมาอย่างรุนแรง กล่าวว่า “แล้วใคร ใครที่ไปล่าเนื้อเอามาให้พ่อ? ก่อนเจ้าจะเข้ามา พ่อได้กินมันจนหมด  และอวยพรเขาแล้วและเขาก็จะได้รับพรแน่นอน”


34 เมื่อเอซาวได้ยินคำของพ่อดังนั้น เขาก็ร้องออกมาเสียงดังอย่าง
ขมขื่นยิ่งนัก  กล่าวกับพ่อว่า “ขอพ่ออวยพรลูกด้วยเถิด โอ ท่านพ่อ!”
35 แต่อิสอัคกล่าวว่า “น้องชายของเจ้า
มาหลอกพ่อ และเอาพรของเจ้าไปเสียแล้ว”

ขอพรที่เหลืออยู่บ้าง
36 ดังนั้นเอซาวจึงกล่าวว่า “เขาทำตัวสมกับชื่อของเขาว่ายาโคบไม่ใช่หรือ? เพราะเขาหลอกลูกสองครั้ง เขาเอาสิทธิบุตรหัวปีของลูกไปและคราวนี้ก็มาแย่งเอาพรของลูกไปด้วย”แล้วเขาก็ถามว่า “พ่อไม่ได้เก็บพรให้ลูกไว้บ้างเลยหรือขอรับ?”
37 แต่อิสอัคตอบเอซาวว่า “ดูเถิด พ่อตั้งเขาให้เป็นนายเหนือเจ้า และมอบญาติพี่น้องทั้งหมดให้เป็นคนรับใช้ของเขา พ่อได้ให้ทั้งข้าวและเหล้าองุ่นใหม่ มีอะไรเหลือที่พ่อจะทำให้เจ้าได้อีกเล่า?”
38 เอซาวกล่าวกับพ่อว่า “พ่อมีพรอย่างเดียวหรือ? ขอพ่ออวยพรลูกด้วยเถิด!”
แล้วเอซาวก็ร้องไห้เสียงดัง
 39 พ่อของเขาตอบว่า “ดูเถิด ที่อาศัยของเจ้าจะอยู่ห่างไกลจากความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ห่างไกลจากน้ำค้างจากฟ้าเบื้องบน
40 เจ้าจะดำรงชีวิตด้วยดาบ และรับใช้น้องชายของเจ้า แต่เมื่อเจ้าขัดขืน เจ้าก็จะหักแอกของเขาสลัดหลุดจากคอของเจ้า”
 41 เอซาวรู้สึกเคียดแค้นยาโคบ
เนื่องจากพรที่พระเจ้าได้อวยพรแก่เขา
เอซาวพูดกับตัวเองว่า “วันที่ข้าจะไว้ทุกข์ให้พ่อนั้นใกล้เข้ามาเต็มทีวันนั้นข้าจะสังหารยาโคบน้องของข้า”

ผลของการหลอกลวง
42 เมื่อคำของเอซาวลูกชายคนโตมาเข้าหูเรเบคาห์เธอจึงเรียกให้ยาโคบลูกชายคนรองเข้ามาพบและบอกเขาว่า “ดูสิ พี่เอซาวของเจ้าปลอบใจตัวเองด้วยการจะฆ่าเจ้าเสีย
43 ตอนนี้ ลูกเอ๋ยขอเจ้าฟังเสียงของแม่และให้หนีไปหาลุงลาบานพี่ชายของแม่ในฮาราน 44 ไปอยู่กับเขาสักพักจนกว่าพี่จะหายโกรธ  
45 เมื่อพี่หายโกรธ 
และลืมว่าเจ้า
ได้ทำอะไรกับเขา  แม่จะส่งข่าวไปให้รู้ และส่งคนไปรับเจ้ากลับมาจากที่นั่น ทำไมแม่จะต้องเสียลูกทั้งสองคนภายในวันเดียว?”

46 แล้วเรเบคาห์กล่าวกับอิสอัคว่า “ฉันเหนื่อยกับชีวิตเพราะผู้หญิงชาวฮิทไทต์เหล่านี้ยิ่งนัก  ถ้ายาโคบไปเอาหญิง
ฮิตไทต์มาเป็นภรรยาอีก ฉันก็ไม่อยากจะมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว?”

อธิบายเพิ่มเติม

แม่ได้ยินความลับ
ปฐมกาล 27:1-4
ครอบครัวอิสอัค-เรเบคาห์ทำให้เราเห็นภาพชัดถึงความรักที่ลำเอียงของทั้งพ่อและแม่ และพร้อมที่จะแย่งสิทธิ์ของอีกคนได้อย่างหน้าตาเฉย และเราจะเห็นการไม่วางใจพระเจ้าในทั้งสี่คนทั้ง ๆที่พระเจ้าได้ตรัสแล้วว่า พระดำริของพระองค์เป็นอย่างไร อิสอัคตั้งใจให้พรของลูกชายหัวปีแก่ลูกชายหัวปีที่เขารักทั้ง ๆ ที่พระเจ้าได้ตรัสแล้วว่าพี่จะรับใช้น้อง เขาไม่เห็นด้วยกับพระดำริ!
อิสอัคอายุประมาณ 137 ปี แล้ว เขาแก่หง่อมแต่ยังมีชีวิตต่อไปอีกนาน อีก 43 ปี จึงสิ้นชีวิต เมื่ออายุ 180 ปี แต่เวลานี้ เขารู้สึกเหมือนว่ากำลังจะจากไป
ส่วนเรเบคาห์เองก็ยึดคำที่พระเจ้าตรัสไว้กับเธอว่าพี่จะรับใช้น้อง ทั้ง พ่อ แม่ พี่ และน้อง ต่างสู้กันเพื่อให้ได้มาถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการ 
ดูอายุอิสอัค ที่นี่

ปฐมกาล 27:5-8
จำได้ไหมว่า ยาโคบเองได้แลกแกงกับสิทธิบุตรหัวปีไปแล้ว โดยที่เอซาวไม่ได้เห็นคุณค่าของสิทธินั้น .. ครั้งนี้ เรเบคาห์กำลังจะปิดงาน
ของการยื้อแย่งสิทธิให้จบไปเลย เธอได้ยินสิ่งที่
สามีพูดกับลูกชายคนโต ( ทั้งที่พระเจ้าทรงประสงค์อีกอย่างยาโคบเองพร้อมที่จะทำตามใจของตนเอง) และเธอก็รักยาโคบมากกว่าเอซาวอยู่แล้วด้วย ครอบครัวนี้เต็มด้วยการชิงดี ทั้งแม่และลูกชายคนเล็กมีชั้นเชิงที่เหนือกว่าพ่อและลูกชายคนโต แม้พระเจ้าตรัสแล้วว่าน้องชายจะใหญ่กว่าพี่ แต่เรเบคาห์ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้สำเร็จเสียเองแทนที่จะรอวิธีการของพระเจ้า ในเรื่องนี้ ลูกชายทั้งสองอายุ 77 ปีแล้ว เขาทั้งสองไม่ใช่เด็กหนุ่ม หรือวัยรุ่น

ปฐมกาล 27:9-10
คำสั่งของแม่นั้น เป็นสิ่งที่ยาโคบจะไม่คัดค้าน
แน่นอนที่ว่าเขาถูกเลี้ยงดูมาใกล้ชิดกับแม่มาก
กว่าพ่อ ในขณะที่พ่อสนิทสนมกับเอซาวมากกว่าเรเบคาห์พร้อมที่จะหักหลังลูกชายคนโตด้วยมือของเธอเอง ช่างเป็นคุณแม่ที่น่ากลัวเหลือเกิน  เธอเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ได้วางใจ
พระเจ้าสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้แล้ว

ปฐมกาล 27:11-13
เรเบคาห์รักยาโคบมาก พร้อมที่จะทำทุกวิถีทางที่จะให้ยาโคบได้พรของลูกหัวปี
ส่วนยาโคบก็ยังกลัวว่าพ่อจะจับได้เพราะเป็นคนผิวต่างจากพี่ เสียงก็ไม่เหมือน เขารู้ตัวดีว่าถ้าพ่อจับได้ก็จะกลายเป็นคนลวงโลก  (ทั้งที่เขาทำกับพี่มาก่อนเรื่องให้พี่แลกสิทธิหัวปีกับแกงแดง) แต่ถ้าเกิดมีอะไรพลาดขึ้นมา เรเบคาห์เองยอมที่จะให้คำสาปนั้นตกอยู่กับเธอ 

ปฐมกาล 27:14-16
ยาโคบทำตามคำสั่งของแม่ แล้วเรเบคาห์ก็รีบ
ทำอาหารให้เสร็จก่อนที่ลูกชายคนโตจะกลับมาเสร็จแล้วก็ปลอมตัวให้กับยาโคบ ใส่เสื้อของพี่และยังเอาขนสัตว์หุ้มที่มือและคอของพี่
เธอปลอมตัวได้เยี่ยมมาก และเธอมั่นใจว่าแผน
ของเธอจะสำเร็จเป็นอย่างดี ที่จริงพี่ชายของเรเบคาห์ต่อมาก็ได้หลอกใช้ยาโคบเป็นเวลาหลายปี  แสดงว่าครอบครัวนี้เก่งเอาเปรียบ!
เวลานี้ยาโคบกำลังเรียนรู้กลโกงต่าง ๆ ที่แม่ทำเป็นตัวอย่างและในอนาคตเขาคงได้ใช้กลเม็ดเหล่านี้ในชีวิต

ปลอมตัวเข้าหาพ่อ
ปฐมกาล 27:17-19
ก่อนหน้านี้ ในปฐมกาล 25:23 พระเจ้าตรัสกับ
เรเบคาห์ตรง ๆ แล้วว่า มีสองชนชาติอยู่ในครรภ์ของเธอ และพี่ชายจะเป็นผู้ที่รับใช้น้องชาย ทำไมเรเบคาห์กล้า ทำการล่วงหน้าพระเจ้า.. กล้า รับคำสาปแทนลูกชาย กล้า
และที่สำคัญ อิสอัคก็ยอมเชื่อฟังทำตามแม่ทุก
อย่างทั้งที่รู้ว่า ไม่ควร 
อิสอัคเองก็ไม่ได้หมือนกับอับราฮัมในแง่ที่ว่า
ยอมเชื่อพระเจ้าทุกอย่างและรอคอยพระองค์แม้จะนานมาก เขาก็ยังรอ  

ปฐมกาล 27:20-21
นี่เป็นการโกหกแบบอ้างพระเจ้าด้วย ทำให้เราคิดว่า เขาน่าจะเคยทำแบบนี้มาก่อนกับพ่อ จนกระทั่งพ่อเองก็ไม่ไว้ใจว่า นี่เป็นลูกชายคนโตจริงหรือไม่ เขาขอจับตัวดูว่า เป็นเอซาวแน่ ดวงตาของอิสอัคนั้นมืดมัวไม่เห็นจริง ๆ ถ้ายาโคบเป็นคนซื่อตรง ก็อาจจะสารภาพผิดตอนนั้น กล่าวคำขอโทษพ่ออย่างละอายใจไปแล้ว

โกหกหน้าตายแลกคำอวยพร
ปฐมกาล 27:22-24
อิสอัคพูดออกมาตรง ๆ ตามความรู้สึกของเขา
ว่า เสียงลูกคนนี้เป็นคนรอง แต่มือมีขนดก
แบบเอซาว เขาจึงพร้อมที่จะอวยพรให้ลูกอย่าง
ที่เหมาะสม แต่แล้วเขาก็ยังไม่แน่ใจ ถามย้ำ ซ้ำ
อีกครั้งว่า เป็นเอซาวแน่หรือ และยาโคบก็ตอบ
หน้าไม่อายว่า เขาเป็นเอซาว มีคนให้ความเห็นว่าเพราะเขาคิดว่าอย่างไรเสีย สิทธิบุตรหัวปีก็ต้องเป็นของเขา ดังนั้น ถ้าเขาโกหกอย่างนี้ ไม่น่าจะเสียหายอะไร เพราะมันเป็นของเขาอยู่แล้ว ถ้ายาโคบวางใจพระเจ้า เรื่องราวก็จะไม่เป็นอย่างนี้

ปฐมกาล 27:25
อิสอัคถูกลูกชายต้มตุ๋นจนสุกคาที่ เขาตรวจแล้ว เขาตรวจสอบอีกหลายครั้ง ความไม่แน่ใจที่รู้สึก ในครั้งแรก ก็ลบเลือนไปเพราะความสามารถในการหลอกลวงของยาโคบเอง
พ่อตั้งใจจะกินอาหารที่ลูกล่ามาเพื่อพ่อ และพ่อจะอวยพรให้ โดยที่พ่อไม่รู้ว่าถูกลูกชายคนรองหลอกอยู่!

คำอวยพรนี้ยั่งยืน
ปฐมกาล 27:26-27
กินอาหารเสร็จแล้ว อิสอัคก็ขอตรวจสอบความ
ถูกต้องอีกครั้ง เขาขอให้ลูกมาใกล้ ๆ และจูบ
เขา เขาต้องการได้กลิ่นลูกชายคนโตเป็นกลิ่น
ของทุ่งกว้าง โดยหารู้ไม่ว่า ภรรยานั้นเตรียมทุกอย่างแนบเนียนมาก เพื่อปิดความจริงจนมิด

ปฐมกาล 27:28-29
คำอวยพรของพ่อนั้น ไม่ใช่เป็นการพูดอวยพร
ลอย ๆ แล้วจบไป แต่เป็นมีความหมายสำคัญ
ต่อลูกและจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต พระเจ้าทรง
ให้เกียรติแก่พ่อที่จะอวยพรลูก และเกิดผลตามนั้น นี่เป็นคำอวยพรที่ตั้งใจจะให้เอซาว ไม่ใช่ของยาโคบ อิสอัคขอให้เอซาวมีทั้งทรัพย์สิน
มากมาย ได้มีอำนาจจนคนชาติต่าง ๆ มารับใช้
เขาจะได้เป็นเจ้านาย

เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก
ปฐมกาล 27:30-32
หลังจากที่ได้พรไปแล้ว ยาโคบก็รีบออกไปเลย เขาน่าจะได้ยินเสียงพี่ชายกลับมา เอซาวกลับมาพร้อมกับความเหน็ดเหนื่อย แต่ก็เข้าครัว
ทำแกงอร่อยที่พ่อชอบ จากนั้นก็เอาไปให้
เพื่อว่าพ่อจะได้อวยพร
แต่แล้ว …ด้วยความตกใจ อิสอัคถามว่าเจ้าเป็นใครกัน.. เอซาวตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไร แต่
อิสอัครู้ตัวแล้วว่า เขาได้ทำพลาดไปแล้ว ..

ปฐมกาล 27:33-35
อิสอัคผู้เป็นพ่อ รู้สึกตกใจ รู้สึกแย่ที่สุดในชีวิต เขาตัวสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีคนเอา
แกงมาให้แล้ว และอวยพรไปแล้ว! เอซาวรู้ทันทีว่า ถูกน้องชายโกงพรไป เขาร้องไห้เสียงดัง ขอพรจากพ่อ แต่พ่อได้ให้พรดี ๆ ไปกับยาโคบเสียหมด พรจากพ่อ เป็นสิ่งที่มีค่ามาก แต่มาบัดนี้ เอซาวลูกคนโตกลับถูกริบพรไป …
อิสอัคพยายามเอาพรที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้กับเอซาว  แต่แล้ว  ถูกลูกชายคนรองมาตัดหน้า!  

ขอพรที่เหลืออยู่บ้าง
ปฐมกาล 27:36-38
ครั้งแรกที่ยาโคบขโมยสิทธิหัวปีนั้น เป็นการที่
เอซาวร่วมมือด้วย เขายอมแลกสิทธินั้นกับอาหารเพราะในวันนั้นเขาหิวแทบตาย จึงคิดว่า สิทธิหัวปีไม่ได้มีค่าไปกว่าความหิวของเขา (25:32-34) เวลานี้ที่เขาต้องการพรแห่งลูกหัวปี เพราะพรนั้นจะเป็นเครื่องนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้ตัวเอง
เสียดายเหลือเกินที่อิสอัคเองได้มอบพรดี ๆ ให้
กับลูกชายจอมหลอกของเขาไปแล้ว น่าแปลกที่
เขาไม่คิดพรเผื่อลูกชายอีกคนไว้เลย
แล้วเรื่องราวกลับพลิกอย่างไม่คาดฝัน แทนที่จะเป็นเอซาว พรที่อิสอัคได้รับมีทั้งตำแหน่ง ฐานะให้เป็นนายเหนืออีกคน ให้ญาติพี่น้องทั้งหลายเป็นรอง เป็นผู้รับใช้ แล้วยังแถมข้าว เหล้าองุ่นอีก ตัวอิสอัคเองก็อวยพรอย่างล้นเหลือโดยที่ไม่ได้คิดถึงลูกอีกคน
(เขาตั้งใจให้กับเอซาวทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรให้ยาโคบ)

ปฐมกาล 27:39-40
ถ้าเทียบกับพรที่ยาโคบได้ไป สิ่งที่เอซาวรับ เหมือนเศษของพรที่เหลือ เขาจะอยู่อย่างยากลำบาก ไม่มีความสมบูรณ์
แต่ในประโยคหลัง แม้เขาจะต้องต่อสู้กับศัตรูด้วยดาบ ซึ่งเขาก็เป็นคนเก่งอยู่แล้ว น่าจะผ่านได้ แม้ต้องรับใช้น้อง ในที่สุดเขาจะไม่ได้เป็นทาสของน้อง เขาจะเป็นอิสระ ตัวเอซาวเองก็ต้องจำใจพอใจกับพรแบบนี้ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ในที่สุดลูกหลานของเอซาวก็กลายเป็นชาวเอโดมอาศัยในเขต ซึ่งเป็นประเทศจอร์แดนในปัจจุบัน

ปฐมกาล 27:41
ช่วงเวลานั้น เอซาวยังยั้งมือของตัวเองไว้แม้จะ
โกรธน้องมาก ๆ เขายังรู้สึกเกรงใจพ่อ เพราะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ตั้งใจว่า เมื่อพ่อตายไป ยาโคบต้องกลายเป็นศพแน่นอน เอซาว นายพรานคนเก่ง ได้พรที่เหมาะกับตัวเขา เขายังไม่ได้สังเกตว่า พรนั้นจะปกป้องชีวิตเขา
ในเวลาต่อมา
ผลของการหลอกลวง
ปฐมกาล 27:42-44
ความคิดจะแก้แค้นของเอซาวไม่ได้อยู่แค่ในหัวของเขา เขาคงพูดให้กับคนงานในบ้าน หรือพูดกับเพื่อนของเขา ทำให้เรื่องนี้มาถึงเรเบคาห์ ซึ่งเธอก็รีบแก้ไขสถานการณ์ทันที เธอขอร้องให้ยาโคบไปอยู่กับพี่ชายของเธอในฮารานซึ่งอยู่ไกลมาก ๆ แต่ก็ทำให้พ้นจากอันตรายถึงชีวิตและเหตุการณ์ครั้งนี้ จะทำให้เธอและลูกชายสุดรักต้องจากกันตลอดไป ไม่มีวันได้เจอกันอีก น่าเสียใจเหลือเกินสำหรับเรเบคาห์
ปฐมกาล 27:45-46
ถึงแม้ว่าเรเบคาห์จะรักน้องมากกกว่าพี่ แต่เธอ
ก็ไม่ต้องการให้พี่น้องฆ่ากันเอง เธอยังมีความ
หวังใจว่า วันหนึ่งเอซาวจะหายโกรธน้อง ลืมสิ่งที่น้องได้ทำกับตัวไว้ ทำให้เธอส่งลูกรักออกไปอยู่ในที่แสนไกล
นอกจากนั้น เราจะเห็นความทุกข์ใจของเรเบคาห์ชัด จากลูกสะใภ้ชาวฮิทไทต์ด้วยคงป่วนบ้านพอสมควรทีเดียว เธอจึงต้องการให้อิสอัคได้ภรรยาจากครอบครัวญาติพี่น้องของเธอ
น่าเสียดายกับบ้านที่ไม่ได้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงทำการของพระองค์ แต่พวกเขาต่างตั้งหน้าที่จะสร้างอนาคตของตนเอง ในที่สุดยาโคบเองก็ต้องพบเจอการคดโกงอย่างที่เขาเคยทำให้กับเอซาวเช่นกัน

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 27
1* ปฐมกาล 35:28; 48:10
2* สุภาษิต 27:1
3* ปฐมกาล 25:27-28
4* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:1
8* ปฐมกาล 27:13, 43
9* ปฐมกาล 27:4
10* ปฐมกาล 27:4; 48:16
11* ปฐมกาล 25:25
12* ปฐมกาล 27:21-22; เฉลยธรรมบัญญัติ 27:18
13* ปฐมกาล 43:9
14* สุภาษิต 23:3




15* ปฐมกาล 27:27
19* ปฐมกาล 27:4
21* ปฐมกาล 27:12
23* ปฐมกาล 27:16
25* ปฐมกาล 27:4, 10, 19, 31
27* ปฐมกาล 29:13; บทเพลงโซโลมอน 4:11
28* ฮีบรู11:20 ;เฉลยธรรมบัญญัติ 33:13, 28; ปฐมกาล 45:18; เฉลยธรรมบัญญัติ 7:13 33:28
29* ปฐมกาล 9:25; 25:23; 37:7, 10; 49:8
31* ปฐมกาล 27:4
33* ปฐมกาล 25:23; 28:3-4


36* ปฐมกาล 25:26, 32-34
37* 2 ซามูเอล 8:14 ; ปฐมกาล 27:28-29
38*  ฮีบรู 12:17
39*  ฮีบรู 11:20
40* ปฐมกาล 25:23; 27:29; 2 พงศ์กษัตริย์ 8:20-22
41* ปฐมกาล 26:27; 32:3-11; 37:4, 5, 8; 50:2-4, 10; โอบาดีย์ 10
42* สดุดี 64:5
43* ปฐมกาล 11:31; 25:20; 28:2, 5
44* ปฐมกาล 31:41
46* ปฐมกาล 26:34-35; 28:8; 24:3