สดุดี 62 รอคอยพระองค์ผู้เดียว

ภาพจาก pexel.com โดย Philippe Donn

สดุดี 62
ถึงหัวหน้านักร้อง ตามทำนองเยดูธูน เพลงสดุดีของดาวิด

รอคอยด้วยความมั่นใจ
1 จิตวิญญาณของข้า นิ่งสงบรอคอยพระเจ้าเพียงผู้เดียว
เพราะความรอดของข้ามาจากพระองค์
2 พระองค์เท่านั้นที่ทรงเป็นศิลาและความรอดของข้า
ทรงเป็นป้อมอันมั่นคง ข้าจะไม่หวั่นเกรงสิ่งใด


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดาวิด
3 พวกเจ้าจะเข้ามารุมทำร้ายคน ๆ เดียวอย่างข้าอีกนานเท่าใด?
เจ้าทุกคนจะถูกสังหาร เหมือนกำแพงที่เอียง และรั้วที่โยกเยก
4 จริงสิ พวกเขาคิดจะดึงเหยื่อลงมาจากตำแหน่งที่มีเกียรติ
พวกเขาชอบการมุสา
ปากของเขาอวยพรแต่กลับแช่งอยู่ในใจ เซ ลาห์


เหตุการณ์ร้ายแค่ไหน พระเจ้าทรงเป็นพระศิลาที่ลี้ภัย
5 จิตวิญญาณของข้าเอ๋ย จงนิ่งสงบรอคอยพระเจ้าเพียงผู้เดียว เพราะพระองค์ทรงเป็นความหวังของข้า
6 พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและความรอดของข้า
ทรงเป็นป้อมสูงของข้า ข้าจึงไม่หวาดผวา
7 ความรอด และเกียรติของข้านั้น อยู่กับพระเจ้า
พระองค์ทรงเป็นศิลามั่นคงและที่ลี้ภัยของข้า
8 โอ ประชาชนทั้งหลาย จงวางใจในพระเจ้าตลอดเวลา
จะเทใจของท่านต่อพระพักตร์พระองค์
พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของพวกเรา เซ ลาห์

ความจริงเป็นอย่างนี้
9 จริงสิ คนที่ต่ำต้อย ก็เป็นเพียงลมหายใจ
คนสูงส่งก็เป็นแค่ภาพลวงตา เมื่อเอาไปชั่ง ก็ไม่มีน้ำหนัก
พวกเขารวมกันยังเบากว่าลมหายใจ
10 อย่าคิดพี่งการบีบบังคับ
อย่าหวังว่าจะได้ความสำเร็จจากการปล้น
แม้จะมีทรัพย์สมบัติมากขึ้น ก็อย่างวางใจในความมั่งคั่ง
11อย่างหนึ่งที่พระเจ้าได้ตรัส
และข้าได้ยินอย่างนี้สองครั้งแล้วคือ
ฤทธิ์เดชเป็นของพระเจ้า!
12 ข้าแต่องค์เจ้านาย พระองค์ทรงเต็มด้วยความรักมั่นคง และพระองค์ทรงตอบแทนทุกคนตามการกระทำของเขา

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 33:20; เพลงคร่ำครวญ 3:25;  ยากอบ 5:7

2* สดุดี 18:2; 2 โครินธ์ 4:8-9; อิสยาห์ 26:4

3*เยเรมีย์ 4:14; สุภาษิต 1:22; สดุดี 140:2

4*สดุดี 28:3; 55:21; 5:9

5* มีคาห์ 7:7; สดุดี 27:13-14; 42:11

6* สดุดี 62:2; 16:8; อิสยาห์ 45:17

7*สดุดี 3:3; เยเรมีย์ 3:23; กาลาเทีย 6:14

8*ฟีลิปปี 4:6; เพลงคร่ำครวญ 2:19 ; 1 ซามูเอล 1:15

9*สดุดี 39:5; 118:9; อิสยาห์ 40:15,17

10*1 ทิโมธี 6:17; เยเรมีย์ 17:11; สดุดี 52:7

11* วิวรณ์ 19:1; โยบ 33:14; อิสยาห์ 26:4

12* มัทธิว 16:27; สดุดี103:8; โยบ 34:11; โรม2:6

สดุดี 62:1-2 รอคอยด้วยความมั่นใจ
เวลานี้ ศัตรูกำลังคบคิดกัน พยายามที่จะถอดกษัตริย์ดาวิดออกจากบัลลังก์ ถึงเป็นกษัตริย์ แต่ถ้ามีศัตรูห้อมล้อมอยู่ และไม่รู้เลยว่าในบรรดาคนใกล้ชิดนั้น คนไหนเป็นหนอนบ่อนไส้ ทำให้เหตุการณ์น่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้น ตอนนี้ สิ่งที่ท่านทำไม่ใช่การโวยวาย ไม่ใช่การตามหาตัวการ ท่านกลับหันมานิ่งสงบกับพระเจ้า นี่เป็นจุดแรกของการโต้กลับของท่าน
ท่านแจ้งว่า พระเจ้าผู้เดียวเท่านั้นเป็นศิลาที่ลี้ภัย เป็นความรอดของท่าน ไม่ใช่ทหารใกล้ตัวผู้ภักดีเสียด้วยซ้ำ ท่านย้ำกับตัวเองว่า จะไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
สดุดี 62:3-4 พระคำข้อนี้ แปลกที่มีการแปลแตกต่างกันไปมาก ในฉบับเดิมภาษาฮีบรู แปลตามที่มีข้างบนนี้ บางเล่มแปลว่า เจ้าทุกคนที่เป็นฆาตกรอันตรายราวกับกำแพงที่เอียงเหมือนรั้วที่โยกเยก
บางเล่มว่า เจ้าทั้งหมดจะโค่นล้มเขาที่เหมือนกำแพงเอียงและรั้วที่โยกเยกนี้หรือ จะอย่างไรก็ตาม เราจะพบว่าข้อสี่สรุปให้ว่า ศัตรูของดาวิดเป็นพวกปากปราศรัย ใจเชือดคอ
สดุดี 62: 5-8 เหตุการณ์ร้ายแค่ไหน พระเจ้าทรงเป็นพระศิลาที่ลี้ภัย
ดาวิดได้ย้ำความเชื่อมั่นคงในข้อ 1-2 อีกครั้ง ท่านบอกประชาชนของท่านว่า พระเจ้าคือผู้ใด และท่านก็ได้ชักชวนให้ทุกคนวางใจในพระองค์ตลอดเวลา ทั้งวางใจ และเทใจ คือการอธิษฐานอย่างทุ่มเทชีวิตเพื่อพระเจ้าจะทรงช่วยกู้
สดุดี 62:9-12 ความจริงเป็นอย่างนี้
ดาวิดได้มองเห็นสภาพแท้จริงของมนุษย์ว่า เป็นเช่นใด พวกเขาแม้จะดูน่าเกรงขามขนาดไหน แต่ก็เหมือนลมหายใจเบามาก พวกเขาวางใจในความเก่งกล้าสามารถของตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงคือ ฤทธิ์เดชเป็นของพระเจ้า และพระองค์จะทรงตอบแทนทุกคนอย่างแน่นอน ทำอะไรไว้จะได้อย่างที่ทำ

สดุดี 61 คำปฏิญาณจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน

ภาพจาก Pexels.com ของ Alesia Kozic


ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสายของดาวิด
คำวิงวอน
1 โอพระเจ้า ขอทรงฟังเสียงร้องของข้า
ขอทรงเอียงพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้า
2 ข้าร้องหาพระองค์จากที่สุดปลายแผ่นดิน
ยามที่ใจของข้าอ่อนระโหย
ขอทรงนำข้าไปสู่ศิลาที่อยู่สูงกว่าข้า

ดาวิดมั่นใจ
3 ด้วยว่า พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงใจของข้า
เป็นป้อมที่มั่นคงเพื่อต่อต้านศัตรู
4 ข้าขออาศัยในพลับพลาของพระองค์ตลอดไป 
ข้าจะลี้ภัยใต้ร่มปีกของพระองค์ เซ ลาห์
5 โอ พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสดับคำปฏิญาณของข้า
พระองค์ประทานมรดกของคนที่ยำเกรงพระนามให้แก่ข้า

คำทูลเพื่อกษัตริย์
6 ขอทรงให้องค์กษัตริย์ มีอายุยืนนานต่อไป
ขอให้ท่านมีอายุยืนนานไปทุกชั่วชาติพันธ์ุ
7 เพื่อองค์กษัตริย์จะครอบครองต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นนิตย์
ขอให้ความรักมั่นคงและความซื่อตรงของพระองค์รักษาท่านไว้

สัญญาทำตามคำปฏิญาณ
8 แล้วข้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์ตลอดไป
ขณะที่ข้าทำตามคำปฏิญาณของข้าทุกวัน

พระคำเชื่อมโยง

1*ฟีลิปปี 4:6; สดุดี 4:1; 130:2

2*สดุดี 18:2; 139:9-10; อิสยาห์ 32:2

3* สุภาษิต 18:10; สดุดี 62:7; 2 โครินธ์ 1:10

4* สดุดี 91;4; 27;4; 23:6

5*สดุดี 56:12; มาลาคี 3:16-18; 115:13

6*สดุดี 21:4; 89:36-37; 21:6, 136:21-22, 135:12

7*สดุดี 40:11; 41:12; 57:3

8*สดุดี 65:1; 145:1-2; 66:13-16

สดุดี 61:1-2. คำวิงวอน
จากที่สุดปลายแผ่นดิน.. นี่คือความรู้สึกของดาวิดยามที่ท่านร้องหาพระเจ้า เป็นความรู้สึกว่า ทั้งอยู่ไกลและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เขารู้สึกห่างจากพระเจ้า สิ่งที่ทูลขอคือ ขอพระองค์ทรงนำไปยังศิลาที่สูงกว่า นั่นคือ ท่านกำลังขอพระเจ้านำท่านไปยังที่ปลอดภัย มั่นคงจากศัตรู ศิลานั้นไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา แต่ศิลาคือบุคคล คือพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ดาวิดกับเราไม่ต่างกัน เมื่อเกิดความรู้สึกห่างไกลและท้อแท้เช่นนี้ เราต้องการให้พระเจ้าสถิตอยู่ด้วยอย่างชัดเจน

สดุดี 61:3-5 ดาวิดมั่นใจ
เมื่อท่านทูลขอแล้ว ก็ไม่ได้ลังเล สงสัยเลย ดาวิดมั่นใจว่าท่านได้อยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้า ดูสิว่า ท่านกล่าวถึงพระเจ้าอย่างไร พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงใจ ทรงเป็นป้อมมั่นคง พลับพลา ร่มปีก. อย่างนี้แล้วจะให้ขาดความมั่นใจได้อย่างไร เรามองพระเจ้าอย่างนั้นไหมเมื่อเราท้อแท้ พระองค์เป็นที่พักพิงใจได้จริง ๆ แต่เราต้องเข้ามาหาพระองค์และมั่นใจอย่างดาวิด
ดาวิดได้สัญญาบางอย่างกับพระเจ้า และท่านมั่นใจว่าพระเจ้าทรงฟัง ท่านยังกล่าวถึงมรดกของคนที่ยำเกรงพระเจ้า ในความคิดของดาวิดนั่นคือ แผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาจะให้ชนอิสราเอล

สดุดี 61:6-7 คำทูลเพื่อกษัตริย์
กษัตริย์องค์นี้ก็คือตัวดาวิดเอง ท่านขอพระเจ้าทรงรักษาท่านให้มีอายุยืนนาน เพื่อว่าจะปกครองประเทศอย่างทรงธรรมต่อไป แปลกที่ท่านขอให้มีชีวิตยืนนานชั่วชาติพันธุ์ นั่นคือ ให้บัลลังก์ของท่านอยู่ไปตลอดนิรันดร์ ท่านกำลังมองไปในอนาคตถึงองค์พระเมสสิยาห์ที่จะมา และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานนี้แล้วด้วยองค์พระเยซูคริสต์

สดุดี 66:8 สัญญาทำตามคำปฏิญาณ
แล้วเราก็มารู้ว่าท่านปฏิญาณสิ่งใดกับพระเจ้า ท่านสัญญาว่า จะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระเจ้าตลอดไป คำปฏิญาณนี้ยังสืบทอดต่อมารุ่นต่อรุ่นจนปัจจุบัน สดุดีของดาวิดไม่ได้เคยหายไปจากการนมัสการพระเจ้าของคนรุ่นต่อมา เป็นคำสรรเสริญที่พระเจ้ายังคงได้รับจากมวลมนุษย์ที่วางใจในพระองค์ เป็นวิถีชีวิตของคนที่เชื่อในพระองค์ เป็นชีวิตประจำวันของเราทุกคน ​​การสรรเสริญพระเจ้านั้นสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการยอมรับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในแง่มุมต่าง ๆ และเมื่อการสรรเสริญเป็นกิจวัตรของใคร ชีวิตของคนนั้นก็จะเต็มด้วยพระพรที่หาจากไหนไม่ได้เลย