ปฐมกาล 46 ย้ายไปอียิปต์ทั้งครอบครัว

ย้ายไปอียิปต์ทั้งครอบครัว

1 ดังนั้น อิสราเอลจึงออกเดินทางพร้อมกับทรัพย์สินทั้งหมด
พอมาถึงเบเอร์เชบา เขาก็ถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าของอิสอัคพ่อของเขา  2 เวลากลางคืน อิสราเอลได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้าในจินตภาพว่า “ยาโคบ ยาโคบเอ๋ย” เขาตอบว่า”ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่พระเจ้าข้า” 3 พระองค์ตรัสว่า “เราคือพระเจ้า คือพระเจ้าของพ่อของเจ้า อย่ากลัวที่จะลงไปยังประเทศ อียิปต์ เพราะเราจะทำให้เจ้าเป็นชาติใหญ่ที่นั่น 4 เราจะลงไปยังอียิปต์กับเจ้า ยิ่งกว่านั้น เราจะยังนำเจ้ากลับมาที่นี่อีกหลังจากที่โยเซฟได้ปิดตาของเจ้า” 
5 ดังนั้น ยาโคบจึงออกจากเบเออร์เซบา ลูกชายของ อิสราเอลได้นำยาโคบพ่อของพวกเขาไป พร้อมลูกเล็ก และภรรยาของพวกเขาขึ้นเกวียนที่ฟาโรห์ได้ส่งมารับ 6 พวกเขาเอาฝูงสัตว์และข้าวของ ซึ่งหามาได้ในแผ่นดินคานาอัน รวมทั้งลูกหลานไปด้วย
7 และเดินทางมาถึงอียิปต์ เขาได้พาลูกชายหลานชาย ลูกสาว หลานสาว และเชื้อสายทั้งหมดไปยังอียิปต์กับเขา

รายชื่อลูกหลานที่ไปอียิปต์
8จากนี้เป็นรายชื่อของผู้สืบเชื้อสายของอิสราเอลที่เข้าไปยังประเทศอียิปต์ คือ ยาโคบและพวกลูกชายของเขา รูเบน ลูกชายคนหัวปีของยาโคบ
9 ลูกชายของรูเบนคือ ฮาโนค เฮสโรน และคารมี
10 ลูกชายของสิเมโอนคือ เยมูเอล ยามีน โอหาด ยาคีน โศคาร์ และชาอูลซึ่งคนนี้เป็นลูกชายที่เกิดจากหญิงคานาอัน
11 ลูกชายของเลวีคือ เกอร์โชน โคฮาท และเมรารี
12 ลูกชายของยูดาห์คือ เอร์ โอนัน เซลาห์ เปเรศและเศรัค (แต่เอร์ และโอนันเสียชีวิตในคานาอันไปแล้ว) ลูกชายของเปเรศ คือ เฮสโรน และฮามูล
13 ลูกชายของอิสสาคาร์คือ โทลา ปูวาห์ โยบและชิมโรน

14 ลูกชายของเศบูลุนคือ เสเรด เอโลน และยาเลเอล
15 ที่กล่าวมานั้นเป็นลูกชายของเลอาห์ที่เธอให้กำเนิดแก่ยาโคบในปัดดาน อารัม เธอมีลูกสาวด้วยชื่อดีนาห์ รวมลูกหลานทั้งชายและหญิง 33 คน
16 ลูกชายของกาดคือ ศิฟิโยน ฮักกี ซูนี เอสโบน เอรี อาโรดี และ อาเรลี
ต่อไปนี้เป็นรายชื่อบรรดาผู้สืบเชื้อสายของอิสราเอลที่ไปยังอียิปต์คือ ยาโคบและบรรดาลูกชายของท่าน รูเบนลูกชายหัวปีของยาโคบ
9 ลูกชายของรูเบนคือ ฮาโนค ปัลลู เฮสโรน และคาร์มี
10 ลูกชายของสิเมโอนคือ เยมูเอล ยามีน โอหาด ยาคีน โศหาร์ และชาอูลบุตรของหญิงชาวคานาอัน
11 ลูกชายของเลวีคือ เกอร์โชน โคฮาท และเมรารี
12 ลูกชายของยูดาห์คือ เอร์ โอนัน เชลาห์ เปเรศ และเศรัค (แต่เอร์และโอนันสิ้นชีวิตที่ดินแดนคานาอัน) เปเรศมีลูกชายชื่อ เฮสโรน และฮามูล
(อ่านมัทธิว 1:3-6)
13 ลูกชายของอิสสาคาร์คือ โทลา ปูวาห์ โยบ และชิมโรน
14 ลูกชายของเศบูลุนคือ เสเรด เอโลน และยาเลเอล
15 (ชายที่กล่าวข้างต้นเป็นลูกชายของเลอาห์ที่ได้ให้กำเนิดแก่ยาโคบที่ปัดดานอารัม ท่านมีลูกสาวชื่อดีนาห์ รวมจำนวนลูกหลานชายหญิงได้ 33 คน)
17ลูกชายของอาเชอร์คือ อิมนาห์ อิชวาห์ อิชวีเบรีอาห์ กับเสราห์น้องสาวพวกเขาลูกชายของเบรีอาห์ คือ เฮเบอร์และมัลคีเอล
18 คนเหล่านี้ที่กล่าวมา เป็นลูกหลานของยาโคบทางสายนางศิลปาห์สาวใช้ของเลอาห์ซึ่งลาบันผู้เป็นพ่อยกให้นาง รวม 16 คน
19 ลูกชายของราเชล ภรรยายาโคบคือ โยเซฟ และเบนยามิน โดยที่โยเซฟมีลูกชายสองคนเมื่ออยู่ใน อียิปต์ คือ 20 มนัสเสห์ และเอฟราอิม ทั้งสองเกิดจากนางอาเสนัส ลูกสาวของโปทิเฟรา ปุโรหิตแห่งเมืองโอนในอียิปต์

13 ลูกชายของอิสสาคาร์คือ โทลา ปูวาห์ โยบและชิมโรน
14 ลูกชายของเศบูลุนคือ เสเรด เอโลน และยาเลเอล
15 ที่กล่าวมานั้นเป็นลูกชายของเลอาห์ที่เธอให้กำเนิดแก่ยาโคบในปัดดาน อารัม เธอมีลูกสาวด้วยชื่อดีนาห์ รวมลูกหลานทั้งชายและหญิง 33 คน
16 ลูกชายของกาดคือ ศิฟิโยน ฮักกี ซูนี เอสโบน เอรี อาโรดี และ อาเรลี
26 รวมจำนวนลูกหลานสายตรงของยาโคบที่เข้าไปในอียิปต์ทั้งหมด 66 คน ไม่นับลูกสะใภ้
 27 รวมลูกชายทั้งสองคนของโยเซฟ ดังนั้น คนในครอบครัวยาโคบที่อยู่ในอียิปต์ คือ 70 คน

พ่อลูกพบกันตามพระประสงค์
28 ยาโคบได้ส่งยูดาห์ไปหาโยเซฟล่วงหน้าเพื่อว่าโยเซฟจะได้บอกทางไปยังโกเชน แล้วพวกเขาก็มา ถึงแผ่นดินโกเชน 
29 โยเซฟจัดเตรียมรถม้าศึกเพื่อไปพบอิสราเอล พ่อของเขา ทันทีที่พบพ่อ เขา ก็โผเข้ากอด และร้องให้ที่บ่าของพ่อเป็นเวลานาน
30 แล้วอิสราเอลกล่าวกับโยเซฟว่า “ตอนนี้ พ่อก็ตายตาหลับได้แล้ว เพราะพ่อได้เห็นหน้าเจ้า และรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่”
31 โยเซฟกล่าวกับพี่น้องและครอบครัวของพ่อว่า”เราจะขึ้นไปทูลฟาโรห์ว่า ‘พวกพี่น้องและครอบครัวของบิดาของข้าพระบาทที่อาศัยในคานาอันได้มาหา ข้าพเจ้าแล้ว
32 พวกเขาเป็นคนเลี้ยงแกะ ดูแลฝูงสัตว์ และได้นำฝูงแพะ แกะ สัตว์อื่น ๆ และข้าวของมาด้วย’ 
33 เมื่อฟาโรห์เรียกพวกเราเข้าเฝ้า และถามว่า ‘พวกเจ้าทำอะไรเพื่อเลี้ยงชีพ?’
34 พี่ ๆ ควรตอบว่า ‘ผู้รับใช้ของพระองค์เลี้ยงสัตว์ตั้งแต่เด็กมาจนทุกวันนี้ ทั้งพวกเราและบรรพบุรุษด้วย’ แล้วทุกคนก็จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในแผ่นดินโกเชน เพราะคนอียิปต์รู้สึก รังเกียจคนเลี้ยงแกะ”

อธิบายเพิ่มเติม

ย้ายไปอียิปต์ทั้งครอบครัว
ปฐมกาล 46:1-7
ในปฐมกาล 28:12-17 พระเจ้าได้ตรัสกับยาโคบตอน ที่เขาหนีพี่ชายไปหาลุง ครั้งนี้ พระเจ้าก็ได้มาพบกับเขาอีกในที่เดียวกัน สั่งไม่ให้กลัว เพราะว่าพระองค์ทรงประสงค์ให้ครอบครัวเขากลายเป็นชนชาติใหญ่เพื่อจะกลับมายังแผ่นดินที่ทรงสัญญา ณ จุดนี้ที่เบเออร์เซบา มีหลายอย่างเกิดขึ้นกับทั้งอับราฮัมและอิสอัค เป็นเหมือนที่นัดพบของพระเจ้ากับพวกเขาเลยทีเดียว
เราจะเห็นว่าเมื่อพระเจ้าทรงพระดำริสิ่งใดแล้ว พระองค์ทรงโปรดให้สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามพระทัย  โยเซฟผ่านการหล่อหลอมชีวิตจากการที่ถูกพี่เกลียดชัง ขายไป และถูกกล่าวหาใส่ร้าย เข้าคุก…เป็นเวลาหลายปี เพื่อเขาจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ เป็นรูปแบบอย่างที่ยากอบได้บอกไว้ ยากอบ 1:2-4  และเปโตรก็พูดถึงเช่นกัน 1 เปโตร 1:6
เมื่อพระเจ้าจะทรงให้ยาโคบทำอะไร เมื่อพระองค์ทรงประสงค์ให้เขามั่นใจ พระองค์ตรัสกับเขาโดยตรง เป็นพระสุรเสียงในจินตภาพ ส่วนโยเซฟนั้น พระเจ้าตรัสผ่านความฝันเสมอ
สำหรับเราล่ะ? พระเจ้าตรัสผ่านพระคัมภีร์ สถานการณ์ ผ่านพี่น้อง ผ่านคำเทศนา ฯลฯ
พระวิญญาณที่ประทับในใจก็ตรัสด้วยเช่นกัน

การเดินทางครั้งนี้ ไม่ได้ทิ้งใครไว้ที่คานาอัน พวกเขามากันหมด คงไม่มีใครอยากถูกทิ้งให้เผชิญการกันดารอาหารคนเดียว   การไปครั้งนี้จะช่วยชีวิตทั้งครอบครัวให้รอดจากการอดตาย!

รายชื่อลูกหลานที่ไปอียิปต์
ปฐมกาล 46:8-27
คนที่ไม่ใช่อิสราเอล คงรู้สึกแปลกใจ รู้สึกกับพระคัมภีร์ว่า ผู้เขียนนี้ช่างใส่ใจกับการบันทึกลำดับวงศ์วานของคนนั้น คนนี้  แต่พระเจ้าไม่ทรงให้เราต้องไปค้นหาเรื่องราว หรือบันทึกอื่น ๆ ในหนังสือม้วนใด ๆ พระเจ้าทรงให้เราเห็นความจริงว่า ในเชื้อสายของลูกหลานอับราฮัมนั้น ต่อมา จะมาถึงองค์พระเยซูคริสต์ได้อย่างไร  บอกเสียแต่ต้นให้ชัดเจน   นี่เป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ของพระคำของพระเจ้าที่เขียนกันมานานกว่าหลายพันปี แต่ยังคงทิ้งหลักฐานที่จำเป็นไว้ครบครัน

ในข้อสิบสองเราเห็นว่า พระเจ้าทรงเลือกยูดาห์เป็นเป็นบรรพบุรุษของกษัตริย์ดาวิดและต่อมาคือพระเยซู  พระเจ้าทรงทำการในชีวิตของยูดาห์จนเราได้เห็นว่า จากคนที่ออกนอกลู่นอกทางไปแต่งงานกับหญิงชาวคานาอัน 
จากคนที่ไม่รับผิดชอบต่อเรื่องราวของลูกสะใภ้ทามาร์  เขากลับกลายเป็นพี่ชายที่ยอมรับโทษเพื่อคนอื่นได้ … กว่ายูดาห์จะได้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของพระเยซู พระเจ้าก็ทรงทำการมากมายในชีวิตของเขา

มีการบันทึกชื่อของคนทั้งครอบครัวที่มาอยู่ในอียิปต์นั้น  และจากเจ็ดสิบคนนี้ กลายเป็นคนจำนวนล้านที่ออกมาจากอียิปต์ในเวลาสี่ร้อยกว่าปีต่อมา ตามคำที่พระเจ้าตรัสไว้กับอับราฮัม


พ่อลูกพบกันตามพระประสงค์
ปฐมกาล 46:28-34
ยาโคบเป็นคนระมัดระวัง แม้จะได้ยานพาหนะที่ล้ำยุคที่สุดในสมัยนั้น แต่ก็ส่งยูดาห์มาถามทางให้แน่ใจ  พ่อใช้ยูดาห์ที่เขามั่นใจในคำพูดครั้งสุดท้ายเรื่องการรับผิดชอบน้องเบนยามิน 
เป็นชายชราแก่หง่อมแต่ต้องเดินทางไกลครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ  ยาโคบหวังว่าเขาจะได้พบโยเซฟ ไม่ต้องการให้อะไรพลาดเลย ทุกอย่างต้องมีการดูแลอย่างรอบคอบ

เมื่อพ่อลูกได้พบกันหลังจากที่จากกันหลายสิบปี ด้วยความเข้าใจว่าลูกชายตายแล้ว นั่นเป็นความยินดีเปี่ยมล้นของยาโคบ ส่วนโยเซฟโล่งใจที่แผนการทั้งหมดที่เขาเตรียมกับพวกพี่ชายสำเร็จตรงที่พ่อได้มาพบเขาจริง ๆ

พระคัมภีร์บันทึกว่า โยเซฟกอดพ่อ และร้องไห้ที่บ่าของพ่อเป็นเวลานาน  แน่นอนที่ยาโคบต้องร้องไห้และขอบคุณพระเจ้าเป็นที่สุด เขาดีใจที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่  เขาไม่คิดเหมือนเดิมอีกต่อไปว่า ทุกอย่างทำร้ายจิตใจเขาทั้งหมด (ปฐมกาล 42:36) เขาเคยอยากตาย แต่บัดนี้ ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว คราวนี้ไม่กลัวตายอีกต่อไป  เขาจะตายอย่างเป็นสุข

ลูกหลานอิสราเอลได้รับเลือกให้อยู่ในโกเชน เป็นเมืองทางใต้ และทำงานเลี้ยงสัตว์อย่างที่พวกเขาเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นการดีที่พวกเขาไม่ต้องกระจัดกระจายไปทั่วอียิปต์ พวกเขาอยู่ด้วยกัน และดำรงความเชื่อของบรรพบุรุษในพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวไว้

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 46
1* ปฐมกาล 21:31, 33; 26:32-33; 28:10; 26:24-25; 28:13; 31:42; 32:9
2* ปฐมกาล 15:1; 22:11; 31:11
3* ปฐมกาล 17:1; 28:13; เฉลยธรรมบัญญัติ   26:5
4* ปฐมกาล 28:15; 31:3; 48:21; 15:16; 50:12, 24-25; 50:1
5* กิจการ 7:15; กิจการ 45:19-21
6* เฉลยธรรมบัญญัติ   26:5
8* อพยพ 1:1-4; กันดารวิถี 26:4-5
9* อพยพ 6:14



10* อพยพ 6:15
11* 1 พงศาวดาร 6:1, 16
12* 1 พงศาวดาร 2:3; 4:21; ปฐมกาล 38:3, 7, 10; 38:29
14* กันดารวิถี 26:26
15* ปฐมกาล 35:23; 49:31
17* 1 พงศาวดาร 7:30
18* ปฐมกาล 30:10; 37:2; 29:24
19* ปฐมกาล 35:24; 44:27
20* ปฐมกาล 41:45, 50-52; 48:1
21* 1 พงศาวดาร 7:6; 8:1; กันดารวิถี 26:38-39

24* กันดารวิถี 26:48
25* ปฐมกาล 30:5,7 ; 29:29
26* อพยพ 1:5; ปฐมกาล 35:11
27* เฉลยธรรมบัญญัติ 10:22
28* ปฐมกาล 31:21
29* ปฐมกาล 41:43; 45:14-15
30* ปฐมกาล 2:29-30
32* ปฐมกาล 47:3
33* ปฐมกาล 47:2-3
34* ปฐมกาล 47:3; 30:35; 34:5; 37:17; 43:32

ปฐมกาล 45 เปิดเผยความจริง

โยเซฟเปิดเผยตนเอง
1 ในที่สุด โยเซฟก็ไม่อาจควบคุมความรู้สึกต่อหน้าคนรับใช้ได้อีก จึงร้องออกมาว่า “ทุกคนตรงนี้ ออกไปให้หมด!” ดังนั้นเมื่อโยเซฟเปิดเผยว่าเขาเป็นใครให้พี่น้องทราบนั้น จึงไม่มีใครอยู่กับเขา 
2 เขาร้องไห้เสียงดังมาก และคนอียิปต์ก็ได้ยิน และข่าวนี้ก็ไปถึงวังของฟาโรห์ 
3 โยเซฟกล่าวกับพี่น้องว่า “เรา คือโยเซฟ จริงหรือที่ว่าท่านพ่อของเรายังมีชีวิตอยู่?’ พี่น้องไม่อาจตอบอะไรเพราะพวกเขากำลังตะลึงกับการพบเจอโยเซฟในแบบนี้
4 โยเซฟกล่าวกับพี่น้องของเขาว่า “มา เข้ามาใกล้ ๆ เราเถิด” พวกเขาจึงเข้าไปใกล้ “เราคือโยเซฟ น้องชายของพี่ที่พี่ได้ขายเรามายังอียิปต์ 

พระเจ้าทรงส่งเรามา
5 แต่อย่าเสียใจหรือโกรธตัวเองที่พวกพี่ ๆได้ขายเรามาเป็นทาสที่นี่ เพราะเป็นพระเจ้าทรงทรงส่งเรามา ก่อนหน้าพวกพี่ ๆ เพื่อช่วยชีวิต
6 ความอดอยากเกิด ขึ้นมาแล้วสองปีทั่วแผ่นดิน และยังมีอีกห้าปีที่เราจะไม่มีการไถหรือเก็บเกี่ยวได้เลย
7 พระเจ้าทรงส่งเรามาก่อนหน้าพี่เพื่อแน่ใจว่า พวกพี่จะมีลูกหลานบนแผ่นดิน และเพื่อช่วยชีวิตพวกพี่ด้วยการช่วยกู้ที่ยิ่งใหญ่
8 ดังนั้น จึงไม่ใช่พวกพี่ที่ส่งเรามาที่นี่ แต่เป็นองค์พระเจ้าเอง ทรงให้เราเป็นดั่งพ่อของฟาโรห์เป็นเจ้านายเหนือราชวงศ์ของท่านทั้งยังปกครองทั่วแผ่นดินอียิปต์



สิ่งที่ต้องทำต่อไป
9 ดังนั้นจงรีบกลับไปหาพ่อของเรา และบอกท่านว่า’โยเซฟ ลูกชายของพ่อพูดว่า “พระเจ้าทรงทำให้ลูกเป็นผู้ปกครองทั้งอียิปต์! ขอให้พ่อเดินทางลงมาหาลูก อย่าช้าเลย!
10 พ่อจะได้อาศัยในแผ่นดินโกเชนอยู่ใกล้เรา ใกล้พี่ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ แพะ แกะ ฝูงสัตว์ที่พ่อมีอยู่ในครอบครอง
11 ลูกจะจัดเตรียมให้พ่อที่นั่น เพื่อว่าพ่อจะไม่อดอยาก ทั้งพ่อและครอบครัว รวมทั้งทุกอย่าง เพราะความอดอยากจะมีต่อไปอีกห้าปี
12 พี่ ๆ ได้เห็นกับตา เบนยาบินก็ได้เห็นด้วยว่าเป็นเราจริง ๆ ที่พูดกับพี่ตรงนี้
13 ช่วยบอกท่านพ่อว่าเราได้รับเกียรติขนาดไหนในอียิปต์รวมถึงทุกสิ่งที่พี่เห็น
14 จากนั้นเขาก็กอดน้องชายเบนยามินและร้องไห้เบนยาบินก็กอดพี่แล้วร้องไห้
15 โยเซฟจูบพี่น้องทุกคนและร้องไห้กับพวกเขา หลังจากนั้นพวกพี่ ๆ จึงได้คุยกับโยเซฟ 

ฟาโรห์ยินดีต้อนรับ
16  มีคนไปรายงานถึงราชวังของฟาโรห์ว่า “พี่น้องของโยเซฟมาที่นี่” และฟาโรห์พร้อมกับ ข้าราชบริพารต่างยินดีกันถ้วนหน้า
17 ฟาโรห์ตรัสกับโยเซฟว่า “จงบอกพี่น้องของเจ้าว่าให้นำของขึ้นลา กลับไปยังคานาอัน
18 แล้วพาพ่อครอบครัวของเจ้า กลับมาหาเรา เราจะมอบผืนดินงดงามในอียิปต์ให้ และพวกเจ้าจะได้กินสิ่งดี ๆ ในแผ่นดินนี้
19 ยิ่งกว่านั้น เราขอสั่งให้ทำตามนี้ ให้นำเอาเกวียนจากอียิปต์ไปรับเด็กเล็ก ๆ และภรรยาของพวกเจ้า พาพ่อของเจ้ามา

20 ไม่ต้องห่วงทรัพย์สินของเจ้าที่นั่น เพราะทุกสิ่งที่ดีในแผ่นดินอียิปต์เป็นของพวกเจ้าแล้ว”

หลักฐานเพื่อยาโคบ
21 เหล่าลูกชายของอิสราเอลก็ทำตามคำสั่งนั้น และโยเซฟให้เกวียนไปตามคำบัญชาของฟาโรห์ และยังให้เสบียงไปตามทางด้วย
22  เขาได้มอบเสื้อชุดใหม่ให้พี่แต่ละคน ส่วนเบนยาบินได้ให้เงินหนัก 300 เซเขลและเสื้อผ้าใหม่อีกห้าชุด
23 สำหรับพ่อ โยเซฟส่งลาไป สิบตัวบรรทุกสินค้าดี ๆ จากอียิปต์ พร้อมลาตัวเมีย อีกสิบตัวบรรทุกธัญพืช ขนมปัง และอาหารสำหรับ พ่อเพื่อกินระหว่างการเดินทางกลับมา
24 เขาส่งพี่น้องกลับไป และพวกเขาก็ออกเดินทาง แต่ก่อนไปนั้นโยเซฟกล่าวว่า “ระหว่างเดินทาง พี่อย่าทะเลาะกัน!

25 พวกเขาจึงเดินทางออกจากอียิปต์ ขึ้นไปยังดินแดนคานาอัน กลับไปหายาโคบพ่อของพวกเขา
26 พวกเขาบอกพ่อว่า “โยเซฟยังมีชีวิตอยู่ และตอนนี้เขาเป็น ผู้ปกครองเหนืออียิปต์!” พ่อตกใจกับข่าวนี้มากไม่เชื่อเสียด้วยซ้ำ
27 พวกเขาจึงเล่าถึงทุกอย่างที่โยเซฟ พูดกับพวกเขา และเมื่อพ่อเห็นขบวนเกวียนที่โยเซฟ ส่งมาเพื่อรับเขาไปนั้น ก็ทำให้จิตใจยาโคบพ่อของพวกเขาชุ่มชื่นขึ้นมา แล้วอิสราเอลจึงกล่าวว่า
28 “พอแล้ว! ลูกชายโยเซฟของเรายังมีชีวิตอยู่!เราจะไปพบกับเขาก่อนที่เราจะตาย”

 

อธิบายเพิ่มเติม

โยเซฟเปิดเผยตนเอง
ปฐมกาล 45:1-4
โยเซฟกลั้นความรู้สึกไว้ไม่ได้แล้ว  พี่ชายยูดาห์ไม่เหมือนเดิม เขาเปลี่ยนไปเป็นอีกคน พร้อมที่จะรับผิดชอบครอบครัว   โยเซฟเห็นว่า พวกเขาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสามารถรับความจริงได้แล้ว โยเซฟร้องไห้และบอกความจริงกับพี่ชายซึ่งต่างตะลึงไปตาม ๆ กัน
ใครจะคาดว่าอุปราชของอียิปต์คือน้องชายของพวกเขา เสียงร้องไห้ที่ดังมากของโยเซฟบ่งบอกให้รู้ว่า ข้างในของเขาต้องอดกลั้นมากเพียงใด ความรู้สึกของ พี่ชายขณะนั้นทั้งตกใจ ตะลึงขนาดกลัวลานเลยภาษาฮีบรูว่า บาฮัล เป็นความตกใจเพราะเจอสิ่งที่น่ากลัวสุด ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนลงโทษขนาดไหนถ้าโยเซฟเป็นน้องชายของเขาจริง ๆ

พระเจ้าทรงส่งเรามา
ปฐมกาล 45:5-8
แล้วโยเซฟปลอบใจพี่ชายว่า พระเจ้าทรงส่งเขามา ไม่ใช่พวกพี่ ๆ พวกพี่ ๆ เป็นแค่เครื่องมือ ตรงนี้เราเห็นเลยว่า พระเจ้าทรงวางแผนการไว้เรียบร้อย ทรงให้โยเซฟฝันมาก่อนนานแล้วว่า จะเกิดอะไรขึ้น แต่ช่วงตอนยังเด็กเขาไม่เข้าใจ เวลานี้ โยเซฟเข้าใจทุกอย่างชัดเจน จากเวลาที่เข้ามาในอียิปต์จนวันนี้ โยเซฟเห็นการจัดเตรียมของพระเจ้า เขามั่นใจว่านี่คือการงานของพระเจ้าที่จะทำให้ผู้คนไม่ล้มหายตายจากไปจากโลกนี้ แต่ยังคงมีชีวิต มีลูกหลานสืบต่อไป
แผนการของพระเจ้าที่ทำให้โยเซฟกลายเป็นรองฟาโรห์นั้นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เราเห็นการวางเหตุการณ์ การตอบโต้ของโยเซฟอย่างถ่อมตนมาโดยตลอด

สิ่งที่ต้องทำต่อไป
ปฐมกาล 45:9-15
แล้วโยเซฟก็สั่งให้พี่ชายไปพาพ่อกลับมา
โดยขอให้บอกทุกอย่างตามความจริง
โยเซฟจัดเตรียมทุกอย่างที่บอกว่าให้พ่อนั้น
ความจริงคือจัดเตรียมให้ครอบครัวใหญ่ของเขานั่นเอง
โยเซฟบอกพวกเขาให้รู้เลยว่า ความอดอยากจะมีอยู่ต่อไปอีกนานถึงห้าปี กว่าฝนจะลงมาอีก กว่าน้ำในแม่น้ำไนล์จะเต็มอีกครั้ง
โยเซฟยังต้องดูแลทั้งประเทศอียิปต์ ทิ้งไปไม่ได้ แต่แผนการของพระเจ้าคือพวกเขาจะได้อยู่ในแผ่นดินนี้อีกนานหลายร้อยปี
ดีที่สุดคือให้พ่อและครอบครัวย้ายมาให้เขาได้อยู่ใกล้ ๆ เป็นคำที่เขาเน้นย้ำ โยเซฟจะมีครอบครัวใหญ่ใกล้ชิดเขา นั่นเป็นความสุขที่สุด
แล้วจากนั้น โยเซฟก็ได้กอดน้องชาย กอดพี่ชายร้องไห้ด้วยกัน… ชายชาวตะวันออกกลาง
สามารถแสดงความรู้สึกได้อย่างอิสระ ไม่เหมือนผู้ชายชาติอื่นที่สังคมกำหนดว่า ต้องไม่ร้องไห้ ต้องไม่แสดงความอ่อนแอ
จากนั้นก็ได้พูดคุยถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในส่วนของครอบครัวและโยเซฟเอง … 
ภาพที่เราเห็นตอนนี้คือ โยเซฟ กับพี่น้องได้คืนดีกันโยเซฟไม่ได้ถือโทษพวกเขา ด้วย
1 เขารู้ว่าเป็นแผนการของพระเจ้าที่ให้เขามาอียิปต์
2 เขาได้เห็นแล้วว่า ความฝันที่เกิดขึ้นตอนเด็ก ๆ นั้น เกิดขึ้นจริง
3 เขารักพี่น้องมากพอที่จะให้อภัย การแก้แค้นและความเกลียดไม่ได้มีอยู่ในตัวโยเซฟ แต่พร้อมที่จะรับผิดชอบดูแลทั้งครอบครัว

ฟาโรห์ยินดีต้อนรับ
ปฐมกาล 45:16-20
พระพรเพิ่มเติมที่โยเซฟและครอบครัวได้รับมาก็คือฟาโรห์เองยินดีกับการที่โยเซฟจะนำครอบครัวมาอยู่ในอียิปต์ ฟาโรห์เปิดทางให้พวกเขาสร้างงาน มีอาชีพเลี้ยงสัตว์ในอียิปต์ มอบแผ่นดินให้เพื่อทำมาหากิน ไม่ได้คิดว่าในภายภาคหน้าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง (อย่างเช่น วิกฤติของการมีประชากรชาวยิวมากมายเกินคาด การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของอียิปต์ก็ทำให้ยิวมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบากในเวลาต่อมา)

หลักฐานเพื่อยาโคบ
ปฐมกาล 45:21-28
เพื่อยืนยันว่า โยเซฟมีชีวิตอยู่จริง เขาได้ส่งลาเพื่อบรรทุกของและอาหารไปให้เพียงพอที่จะกินอยู่ตลอดการเดินทางของพี่ ๆ เวลาที่เตรียมตัวจะมาและเวลาที่เดินทางกลับมายังอียิปต์ นี่เป็นภาพของการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ใหม่กับพี่ชายที่เคยพยายามเอาชีวิตของโยเซฟ มีการให้เสื้อผ้า และให้เงินเป็นการบอกถึงการคืนดีกับพี่น้องของเขา เรากลับมาเป็นพี่น้องกันใหม่ เราไม่บาดหมางใจกันอีก และโยเซฟก็เตือนไม่ให้พี่ทั้งหลายบาดหมางใจกัน

แล้วในที่สุด ยาโคบก็ได้รู้ความจริงทุกอย่างที่ผ่านมา ความทุกข์ใจตลอดหลายสิบปีนั้น เป็นทุกข์ที่เกิดจากการหลอกลวงของลูกชายที่ขายน้องไปแต่ในที่สุด ความจริงก็ปรากฏ และพระเจ้าทรงเมตตาให้เขาได้พบ และจะได้อยู่กับลูกชายอีกครั้ง ก่อนจะจากโลกนี้ไปสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของยาโคบ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตั้งแต่ต้นจนถึงลูกหลานอยู่ในการดูแลของพระเจ้าตลอดมา

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 45
1* กิจการ 7:13
2* ปฐมกาล 43:30; 46:29
3* กิจการ 7:13
4* ปฐมกาล 37:28, 39
5* ปฐมกาล 45:7-8; 50:20
6* ปฐมกาล 43:1; 47:4, 13
7* ปฐมกาล 45:5; 50:20
8* โรม 8:28; อิสยาห์ 22:21; ปฐมกาล 41:43; 42:6
10* ปฐมกาล 46:28, 34; 47:1, 6


11* ปฐมกาล 47:12
12* ปฐมกาล 42:23
13* กิจการ 7:14
15* ปฐมกาล 48:10
18* ปฐมกาล 27:28; 47:6
21* ปฐมกาล 45:19; 46:5
22* 2 พงศ์กษัตริย์ 5:5; ปฐมกาล 43:34
26* โยบ 29:24
27* ผู้วินิจฉัย 15:19

ปฐมกาล 44 แผน:ถ้วยเงินหาย

ถ้วยเงินในกระสอบของเบนยามิน
 1 แล้วโยเซฟก็สั่งพ่อบ้านของเขาว่า “จัดอาหารใส่เข้าไปในกระสอบมากเท่าที่พวกเขาจะขนไปไหว และใส่เงินของแต่ละคนไว้ที่ปากกระสอบด้วย
2 ใส่ถ้วยเงินของเราไว้ที่ปากกระสอบของน้องคนสุดท้อง พร้อม กับเงินที่เขาเอามาซื้อข้าว” พ่อบ้านก็ทำตามอย่างที่โยเซฟสั่ง
3 ฟ้าสางวันต่อมา พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางไปกับลาของเขา
4 แต่ไปไม่ไกลนัก โยเซฟก็บอก พ่อบ้านว่า “จงรีบตามคนพวกนั้นไป พอตามจับทันจงพูดว่า ‘เหตุใดท่านจึงทำชั่วตอบแทนความดีเล่า?
5 นี่เป็นถ้วยเงินที่นายของข้าใช้ดื่มนี่นา ที่จริงท่านใช้ในการทำนายด้วย สิ่งที่เจ้าทำลงไปนั้นชั่วร้ายมาก!!”
6 พ่อบ้านของโยเซฟก็ไล่ตามไป และพูดคำที่โยเซฟสั่ง  
7 พวกเขาตอบว่า “เหตุใดนายท่านจึงกล่าวเช่นนี้เล่า?ไม่มีทางที่พวกเราจะทำเช่นนั้น!
8 ทำไมล่ะ เงินที่เราพบที่ปากกระสอบ เราก็นำกลับมาคืนจากแผ่นดินคานาอัน แล้วเราจะขโมยเงิน หรือทองคำจากบ้านของเจ้านายของนายท่านได้อย่างไร?
9 หากถ้วยของ ท่านอยู่กับพวกเราคนใด ก็ขอท่านประหารคนนั้นและเราทุกคนจะยอมเป็นทาสของเจ้านายของนาย ท่าน”
10 เขาตอบว่า “อย่างนั้นก็ดี ขอให้เป็นไปตามที่เจ้าพูดเถิด ถ้าถ้วยใบนั้นอยู่กับใคร คนนั้นจะต้องเป็นทาสของเรา ส่วนคนอื่น ๆ ก็จะพ้นผิดไป”
11 แล้วแต่ละคนจึงขนกระสอบลงมาไว้ที่พื้น ต่างพากันเปิดกระสอบของตน
12 แล้วพ่อบ้านก็เริ่มค้นจากพี่ชายคนโตสุดลงมา จบที่คนสุดท้อง และพบถ้วยทองในกระสอบของเบนยามิน

13 เห็นเช่นนั้นพวกเขาจึงฉีกเสื้อเพราะทุกข์ใจนัก แล้วพากันขนกระสอบขึ้นลา เดินทางกลับเข้าเมือง
14 เมื่อยูดาห์และพี่น้องของเขามาถึง บ้านของโยเซฟซึ่งเขายังอยู่ที่นั่น พวกเขาทิ้งตัวลง กับพื้น ต่อหน้าโยเซฟ
15  โยเซฟกล่าวกับพวกเขาว่า”พวกเจ้าทำอย่างนี้ได้อย่างไร? เจ้าไม่รู้หรือว่า คนอย่างเราจะรู้ความจริงต่าง ๆ ได้จากการทำนาย?”
เป็นทุกข์สุดขีด
16 ยูดาห์กล่าวว่า “เราไม่อาจพูดอย่างใดกับท่านได้เลยเราจะพูดได้อย่างไร? ไม่มีทางที่จะแก้ต่างให้ตัวเราพระเจ้าทรงเปิดเผยให้ท่านได้เห็นความผิดของผู้รับใช้ของท่าน เราอยู่ตรงนี้แล้ว เป็นทาสของท่าน ทั้ง ตัวเราและคนที่ถูกจับได้ว่ามีถ้วยในครอบครอง”
17 แต่โยเซฟตอบว่า “เราจะไม่ทำอย่างนั้นหรอก คนที่มีถ้วยเท่านั้นที่จะเป็นทาสของเรา ส่วนเจ้าทั้งหลายก็กลับขึ้นไปหาพ่อของพวกเจ้าอย่างปลอดภัย”

ยูดาห์ต่อรองกับโยเซฟ
18 ยูดาห์จึงเข้าไปใกล้โยเซฟ กล่าวว่า “โอ นายท่าน ข้าพเจ้าขออนุญาตกล่าวคำกับท่านเป็นส่วนตัว และขอท่านอย่าโกรธผู้รับใช้ของท่าน เพราะท่านก็เป็นดั่งฟาโรห์อยู่แล้ว
19 นายท่านได้ถามพวกเราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของ ท่านว่า ‘พวกเจ้ามีพ่อ หรือน้องชายหรือไม่?’
20 พวกเราตอบว่า ‘เรามีพ่ออายุมากและน้องชายที่เกิดเมื่อท่านชราแล้ว เป็นน้องคนที่พี่ชายแม่เดียวกันของเขาเสียชีวิตไป จึงเหลือเขาอยู่คนเดียว และพ่อ ก็รักเขา’
21 แต่ท่านกล่าวกับผู้รับใช้ของท่านว่า ‘จงนำเขามาหาเรา เพื่อว่าเราจะได้เห็นตัวเขา’
22 เราตอบนาย ท่านว่า ‘เด็กคนนี้ละจากพ่อมาไม่ได้ หากเขาละจาก พ่อ พ่อจะตาย’
23 นายท่านก็บอกเราว่า ‘พวกเจ้าจะไม่ได้เห็นหน้าเราอีก ยกเว้นน้องชายจะมากับเจ้า’ 

24 พวกเรากลับไปหาพ่อ และเล่าสิ่งที่ท่านกล่าว
25 แต่ เมื่อพ่อบอกให้เรา  ‘ไปอีกครั้ง และซื้ออาหารมาให้ครอบครัวเรา’
26 พวกเราตอบท่านว่า ‘เราลงไปซื้ออาหารไม่ได้ยกเว้นให้น้องชายไปด้วย เราจึงจะไป เพราะเราจะไม่ได้พบนายท่านนอกจากว่ามีน้องคนเล็กไปกับเรา’
27 พ่อของเรา ผู้รับใช้ของท่านกล่าวกับเราว่า ‘เจ้าก็รู้ว่าภรรยาของเราให้กำเนิดลูกชายสองคน
28 คนหนึ่งจากเราไปแล้ว และเรากล่าวว่าเขาคงถูกสัตว์ร้ายฉีกเป็น ชิ้น ๆ และเราไม่ได้เห็นเขาตั้งแต่นั้น
29 บัดนี้ หากเจ้าเอาน้องคนนี้ไปจากเราอีกแล้วมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาเจ้าจะทำให้เราลงไปสู่แดนคนตายด้วยความทุกข์แสนสาหัส’

ยูดาห์ขอรับโทษแทน
30 ดังนั้นหากข้าพเจ้ากลับไปหาพ่อของเราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของท่าน และไม่มีน้องชายกับเรา ในเมื่อหัวใจของพ่อผูกพันกับ น้องมากเช่นนี้
31 เมื่อพ่อเห็นว่า น้องชายไม่ได้กลับมากับเราท่านจะสิ้นชีวิตเป็นแน่ เท่ากับพวกเราได้ทำให้พ่อ ผู้รับใช้ของท่านที่ผมหงอกแล้วลงไปยังแดนคนตายด้วยความทุกข์ระทมยิ่งนัก
32 ยิ่งกว่านั้น ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้ของท่านได้เอาชีวิตของตัวเองเป็นประกันกับพ่อไว้ บอกพ่อว่า หากไม่ได้เอาน้องชายกลับไป ข้าพเจ้าจะเป็นคนบาปผิดไปตลอดชีวิต
33 ดังนั้น ขอท่านโปรดยอมให้ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ แทนตัวน้องชายในฐานะทาสของท่าน และให้เขากลับขึ้นไปหาพ่อพร้อม ๆ กับพี่ชายเถิด 
34 ข้าพเจ้าจะกลับไปหาพ่อได้อย่างไร ถ้าไม่มีน้องชายคนนี้ไปด้วย ข้าพเจ้าไม่อาจเห็นความทุกข์ที่จะครอบงำชีวิตของพ่อได้เลย”

อธิบายเพิ่มเติม

ถ้วยเงินในกระสอบของเบนยามิน
ปฐมกาล 44:1-15
แล้วโยเซฟก็ทำตามแผนที่คิดเอาไว้ต่อ เขาให้คนใส่ถุงเงินเหมือนเดิม แต่เอาถ้วยเงินส่วนตัวของเขาใส่ในกระสอบของเบนยามิน คนรับใช้ไล่ตามทันและ พูดทุกอย่างตามที่โยเซฟสั่ง โยเซฟกำลังตรวจสอบความซื่อตรงของพี่ชายทุกคน  หากเกิดเหตุการณ์ตามที่เขาวางแผนไว้ พี่ ๆ จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธี

ฝ่ายหนึ่งทำตามแผนเพื่อให้ทุกคนกลับไปยังอียิปต์อีกครั้ง เพื่อจะดูว่า เขาจะแก้ปัญหาอย่างไร และเพื่อจะได้เปิดเผยความจริง
ส่วนพี่น้องทุกคนต่างผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่กลับไม่เฉลียวใจว่าจะเจอคดีเดียวกันอีก พวกเขานึกตายใจว่า ท่านรองฟาโรห์คงจะไม่ทำอย่างนั้นกับเขาเมื่อเอาน้องชายมา

พี่ชายทุกคนมั่นใจว่า พวกเขาไม่ได้เอาอะไรของ อุปราชมาเลย แต่เมื่อค้นกระสอบกลับพบว่า มีถ้วยทองในกระสอบของเบนยามิน พวกเขารู้สึกเป็นทุกข์ใจมาก เพราะได้สัญญากับพ่อไว้แล้ว ถึงขนาดฉีกเสื้อผ้า จะให้เบนยามินเป็นอันตรายใด ๆไม่ได้เป็นอันขาด พวกเขาเคยฉีกเสื้อของโยเซฟและหลอกพ่อว่าน้องถูกสัตว์กัดกินไปแล้ว คราวนี้พวกเขาจะโดนโทษอย่างไร ก็ยอมหมด 

เป็นทุกข์สุดขีด
ปฐมกาล 44:16-17
พี่น้องทุกคนต้องกลับมายังอียิปต์  เมื่อพบกับโยเซฟ เขาก็ไม่มีข้อแก้ตัว  ยอมรับว่า เขาผิดจริง ยูดาห์เองเป็นคนเสนอให้ขายโยเซฟไป แทนที่จะสังหารน้องอย่างที่ พี่ ๆ คนอื่น (ยกเว้นรูเบนตั้งใจไว้ ) เขาตั้งใจไม่แตะต้องชีวิตของน้องเพราะอย่างไรโยเซฟก็เป็นเลือดเนื้อ (ปฐมกาล 37:27)

ยูดาห์ต่อรองกับโยเซฟ
ปฐมกาล 44:18-29
ท่านพ่ออายุมากแล้ว! โปรดเห็นใจท่านระหว่างที่ยูดาห์คุยกับโยเซฟนั้น เป็นช่วงเวลาที่โยเซฟเอง ได้รับข่าวสาร ความเป็นไปของครอบครัวโดยเฉพาะความรู้สึกของพ่ออย่างชัดเจน เราไม่ทราบว่า เขารู้สึกอย่างไรในเวลานั้น
แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่กระแทกความรู้สึกรุนแรงมากทีเดียว เพราะ ยูดาห์เองไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย เขามีแต่ความจริงใจ เขาเพียงต้องการแก้ไขปัญหาอันยากเย็นเขาต้องการให้พ่อมีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องการไม่ผิดคำพูดที่ให้กับพ่อไว้

จากคำพูดของยูดาห์ ทำให้โยเซฟรู้ว่า พ่อเป็นทุกข์มากเพียงใด ตรงนั้น แทงใจของเขามาก
ยูดาห์พูดความจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยังเด็ก  เรื่อยมาจนถึงที่โยเซฟเองเป็นคนสั่งให้เขาน้องมาพิสูจน์คำพูดของพวกเขา  จนกระทั่งเรื่องถ้วยเงินที่เกิดขึ้น  

ยูดาห์ขอรับโทษแทน
ปฐมกาล 44:30-34
ยูดาห์ได้ใช้คำที่ถ่อมตนเป็นที่สุดกับโยเซฟ แม้จะกล่าวถึงพ่อ ก็ยังบอกว่า พ่อเป็นผู้รับใช้ของโยเซฟ  (27)
พ่อได้กล่าวกับลูกชายทุกคนชัดเจนว่า หากเกิดอะไรขึ้นกับน้องเบนยามิน เขาจะตายด้วยความทุกข์ยิ่งนัก  ดังนั้น ยูดาห์จึงอ้างว่า ถ้าไม่มีน้องกลับไป คนที่ถูกผลกระทบจากเรื่องนี้รุนแรงที่สุดคือพ่อ …​
ยูดาห์เสนอตัวเองเป็นคนที่จะเป็นทาสของโยเซฟแทนน้องชาย นี่ทำให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของยูดาห์อย่างประหลาดมาก จากคนที่เคยพูดจาไม่จริงกับลูกสะใภ้ทามาร์ เขากลับพร้อมที่จะรับผิดชอบความผิดทุกอย่างเพื่อรักษาใจของพ่อ

สำหรับโยเซฟแล้วคำพูด ความตั้งใจ ความจริงใจของยูดาห์นั้นแตะใจของเขารุนแรงมาก แม้ว่าเขาจะ กลับกลายมาเป็นอุปราชของอียิปต์   เป็นคนใหญ่โต มีทรัพย์สินมากมาย เป็นที่เคารพทั้งประเทศ  แต่คนอียิปต์ทั่วไปก็ดูหมิ่นในใจอยู่ดี (เพราะคนอียิปต์คิดว่าตนเป็นเชื้อชาติสูงส่งกว่าคนฮีบรู)
โยเซฟอยู่ใน ตำแหน่ง สูงอย่างโดดเดี่ยว  ไม่มีใครที่เขาอาจจะปรึกษาได้จริงจังนอกจากองค์พระเจ้าผู้เดียว ที่เขายืนอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะพระเจ้าสถิตกับเขาตลอดเวลา!

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 44
1* ปฐมกาล 43:16; 42:25
4* 1 ซามูเอล 25:21
8* ปฐมกาล 43:21
9* ปฐมกาล 31:32
13* 2 ซามูเอล 1:11
14* ปฐมกาล 37:7
16* กันดารวิถี 32:23; ปฐมกาล 44:9
17* สุภาษิต 17:15
18* อพยพ 32:22

20* ปฐมกาล 37:3; 43:8; 44:30; 42:38; 46:19; 42:4
21* ปฐมกาล 42:15, 20
23* ปฐมกาล 43:3,5
25* ปฐมกาล 43:2
27* ปฐมกาล 30:22-24; 35:16-18; 46:19
28* ปฐมกาล 37:31-35
29* ปฐมกาล 42:36, 38; 44:31
30* 1 ซามูเอล 18:1; 25:29
32* ปฐมกาล 43:9
33* อพยพ 32:32

ปฐมกาล 43 ไปอียิปต์ครั้งที่สอง

ยูดาห์รับประกันความปลอดภัย
1 แต่ความอดอยากนั้นทวีขึ้นอย่างรุนแรงมากในแผ่นดิน
2 เมื่อพวกเขากินข้าวที่มาจากอียิปต์หมดแล้ว พ่อก็กล่าวกับพวกเขาว่า “ไปซื้ออาหารมาให้เราอีกหน่อยเถอะ”
3 ยูดาห์พูดกับเขาว่า “ชายคนนั้นเตือนเราจริงจังว่า ‘เจ้าจะไม่ได้พบเราอีกยกเว้นเจ้าเอาน้องชายของเจ้ามาด้วย’
4 หากพ่อให้น้องชายไปด้วยพวกเราก็จะลงไปซื้ออาหารมาให้
5 แต่หากพ่อไม่ยอม ส่งเขาไป เราก็จะไม่ลงไป เพราะชายผู้นั้นว่า ‘เจ้าจะไม่ได้พบเราอีกยกเว้นเจ้าเอาน้องชายมาด้วย””
6 อิสราเอลกล่าวว่า “เหตุใดเจ้าจึงทำให้เรามีปัญหาโดยไปบอกเขาว่า เจ้ามีน้องชายอีกคนเล่า?”
7 พวกเขาตอบว่า “ก็เขาเฝ้าถามพวกเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่องของเรา และญาติพี่น้องของเรา เขาถามด้วยว่า’พ่อของเจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?’ ถามว่า ‘เจ้ายังมีน้องอีกคนหรือเปล่า?’ และเราก็ตอบตรงตามคำถามของเขา เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่า เขาจะสั่งว่า’จงพาน้องชายของเจ้าลงมาด้วย”?”
8 ยูดาห์กล่าวกับ อิสราเอลพ่อของเขาว่า “ให้น้องไปกับลูกเถิดและเราจะได้เตรียมตัวเดินทาง เพื่อว่าเราจะไม่อดตาย ทั้งพวกเรา พ่อ และลูกเล็ก ๆ ของเรา”
9 “ตัวลูกเองจะเป็นคนประกันว่าเขาจะปลอดภัย ขอให้พ่อถือว่า ลูกเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ หากลูกไม่นำเขากลับมาหาพ่อ ยืนอยู่ตรงหน้าพ่อเท่ากับลูกมีบาปติดตัวตลอดไป
10  ถ้าพวกเราไม่ชักช้า ป่านนี้เราคงไปกลับเป็นครั้งที่สองแล้ว”  

พ่อยอมทุกอย่างแล้ว
11 พ่อของพวกเขาคืออิสราเอลกล่าวว่า “ถ้าจะ ต้องทำอย่างนั้น ก็ขอให้เจ้าทำอย่างนี้ด้วย ให้เรานำของดีในแผ่นดินเราใส่กระสอบของเจ้าไป เป็นของกำนัลให้กับชายผู้นั้น ยางไม้ที่รักษาโรค น้ำผึ้ง เครื่องเทศ ถั่วพิสตาชิโอและถั่วอัลมอนด์ 
12 เอาเงินไปสองเท่า แล้วคืนเงินที่อยู่ในกระสอบของเจ้าตอนที่กลับมา เพราะพวกเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจ


13  เอาน้องชายไปกับเจ้า และเตรียมตัวพร้อมได้แล้วกลับไปหาชายผู้นั้น
14  ขอพระเจ้าองค์เอลชัดดายผู้ทรงฤทธิ์เต็มด้วยพระเมตตาทำให้ชายผู้นี้มีความเมตตาต่อเจ้า เพื่อว่าเขาจะปล่อยพี่ชายของเจ้า รวม ทั้งเบนยามินกลับมา แต่ถ้าเราจะต้องเสียลูกชายไปเราก็จำยอมที่จะให้เป็นอย่างนั้น”
15 แล้วพวกเขาจึงนำของกำนัล เงินจำนวนสองเท่าไป ด้วยพร้อมกับเบนยามิน จากนั้นเดินทางลงไปยังอียิปต์ และเข้าไปพบโยเซฟโดยตรง

ขอปรับความเข้าใจกับพ่อบ้าน
16 เมื่อโยเซฟเห็นเบนยามินมากับพี่ชาย เขาก็กล่าวกับ พ่อบ้านว่า “พาคนเหล่านี้เข้าไปในบ้าน ฆ่าสัตว์และเตรียมเนื้อเป็นอาหาร คนเหล่านี้จะร่วมโต๊ะกับข้าตอนอาหารเที่ยง”
17 ชายผู้นั้นทำตามคำสั่งของโยเซฟและนำพี่น้องทั้งหมดเข้าไปในบ้านของโยเซฟ    
18 เมื่อพวกเขาถูกนำเข้าไปในบ้าน ก็ตกใจมาก กล่าวว่า
“นี่เป็นเพราะเรื่องเงินที่ถูกใส่คืนกลับมาในกระสอบคราวแรกแน่เลย เราจึงถูกพามาที่นี่ เขาคงต้องการใช้เป็นเรื่องที่จะกล่าวหาเรา แล้วเอาเราไปเป็นทาสและริบเอาลาของเรา”
19 ดังนั้นเขาจึงไปหาพ่อบ้านของโยเซฟและกล่าวกับเขาหน้าบ้านว่า
20 “นายท่าน ครั้งแรกที่เรามาซื้ออาหารที่นี่  
21 พอเรากลับไปที่ค้างแรม เราเปิดกระสอบข้าว และ ข้างในก็มีเงินของแต่ละคนเต็มจำนวนที่เราได้จ่ายไป
22 และครั้งนี้ เราก็เอากลับมาคืนด้วย และเราได้เอาเงิน อีกจำนวนติดมาเพื่อซื้ออาหาร เราไม่ทราบเลยว่าใครใส่เงินของเรากลับคืนมาในกระสอบของพวกเรา”
23 “ไม่ต้องเป็นห่วง” เขาตอบ “ไม่ต้องกลัวไป พระเจ้าของเจ้า และพระเจ้าของพ่อเจ้าประทานทรัพย์นั้นไว้ในกระสอบของพวกเจ้าเราเองได้รับเงินของเจ้าแล้ว”แล้วเขาก็นำสิเมโอนมาพบพวกเขา

24 พ่อบ้านผู้นั้น นำทุกคนเข้าไปในบ้านของโยเซฟหาน้ำให้ดื่ม และล้างเท้าพวกเขา แล้วยังให้อาหารลา
25 พวกเขาจึงเตรียมของกำนัลให้พร้อมเพื่อมอบให้แก่โยเซฟที่จะมาช่วงกลางวัน เพราะได้ยินว่าจะได้กินอาหารด้วยกันที่บ้านนั้น

อาหารมื้อใหญ่ที่แปลกมาก
26 เมื่อโยเซฟมาถึงบ้าน ก็พาเข้าไปในอาคารบ้าน พวกเขานำของกำนัลที่เตรียมมา มอบให้เขาโดยหมอบตัวราบกับพื้นต่อหน้าโยเซฟ
27 โยเซฟถามถึงความเป็นไปของพวกเขา และถามว่า “พ่อของพวกเจ้าสบายดีหรือ? ชายชราที่เจ้าพูดถึงนั้น ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”
28 พวกเขาตอบว่า “พ่อของผู้รับใช้ของท่านเป็นสุขดีและยัง มีชีวิตอยู่ขอรับ” แล้วพวกเขาก็ก้มลงเคารพโยเซฟ 29โยเซฟเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเบนยามินน้องชายของเขา เป็นน้องแม่เดียวกันกับเขา จึงกล่าวว่า”นี่เป็นน้องคนสุดท้องที่เจ้าพูดถึงใช่ไหม? อืม..ลูกชายเอ๋ย ขอพระเจ้าทรงดีต่อเจ้าเถิด”

โยเซฟร้องไห้อีก
30 แล้วโยเซฟ ก็เดินออกไปอย่างรวดเร็วเพราะความรู้สึกต่าง ๆ ที่เขามีต่อน้องชายมากจนเขาอยากจะร้องไห้เขาเข้าไปในห้องนอน และร้องไห้ในนั้น
31 จากนั้นเขา ก็ล้างหน้า และออกมา ควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้ในขณะที่ออกคำสั่งให้คนออกมายกอาหาร

อาหารมื้อใหญ่ที่แปลกมาก
32 พวกเขาจัดอาหารให้โยเซฟแยกออกมา จากพวก พี่ชาย และชาวอียิปต์ที่มาด้วยก็แยกโต๊ะออกไปเพราะคนอียิปต์ไม่กินอาหารร่วมกับคนฮีบรู เพราะถือว่า พวกเขาเป็นพวกน่ารังเกียจ
33 ดังนั้นพวกเขาจึงนั่งต่อหน้าโยเซฟ โดยที่มีการจัดที่นั่งให้พี่ชายนั่งอย่างมีเกียรติ และน้องชายเป็นที่สุดท้ายพวกเขาหันมามองหน้ากันอย่างแปลกใจ
34 แต่ละคนได้รับอาหารแบ่งมาจากโต๊ะของโยเซฟ แต่เบนยามิน นั้นได้มากกว่าคนอื่นห้าเท่า พวกเขาจึงกินดื่มอย่างมีความสุขกับโยเซฟ

อธิบายเพิ่มเติม

ยูดาห์รับประกันความปลอดภัย

ปฐมกาล 43:1-10
สถานการณ์ความอดอยากไม่ได้ลดลงเลย  ที่จริงแล้ว ยาโคบก็คงจะไม่สบายใจอย่างมากที่การซื้ออาหารครั้งต่อไปเท่ากับเขาต้องปล่อยให้เบนยามินไปด้วย เพราะรองฟาโรห์ท่านนั้น ยืนยันว่าจะไม่ได้พบท่านหากน้องชายไม่ไปพิสูจน์ตนเองว่า ทั้งครอบครัวไม่ใช่สายลับ 
ตอนนี้ข้าวใกล้จะหมดแล้ว ทั้งบ้านมีไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบคน ถ้ารวมคนงานอีกก็น่าจะเป็นร้อย   ยาโคบปล่อยเวลาผ่านไปเผื่อว่าฝนจะตก และสามารถปลูกข้าวได้ แต่ความหวังของเขาก็ไม่สำเร็จ
เขาต้องเผชิญความจริงว่า ต้องส่งลูกชายคนเล็กสุดที่รักไป
คำสนทนาที่เกิดขึ้นคือ ลูกชายทุกคนบอกว่าพ่อต้องยอมให้น้องไป  พ่อก็ยังกล่าวโทษลูกว่าทำไมปากโป้งสร้างปัญหา แต่ความจริงคือ รองฟาโรห์ท่านนี้ถามสืบสวนถี่ถ้วนมาก
แล้วยูดาห์ ลูกชายคนที่สี่ ซึ่งเคยมีปัญหาที่เราเห็นก่อนหน้านี้  ไม่รับผิดชอบเรื่องลูกสะใภ้ แต่ตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง
เขารับที่จะเป็นคนประกันความปลอดภัยของเบนยามิน 

พ่อยอมทุกอย่างแล้ว
ปฐมกาล 43:11-15
แล้วยาโคบก็เป็นผู้จัดการให้ลูก ๆ นำของกำนัลไปฝากรองฟาโรห์ พวกเขายังมีสิ่งที่เก็บไว้อยู่ในบ้าน
เป็นของดีที่หายาก เราจะเห็นว่า สิ่งที่พวกเขาขาดจริง ๆ คือธัญพืช ซึ่งเป็นอาหารสำคัญมาก ในขณะที่ยังมีถั่ว เครื่องเทศต่าง ๆ อยู่มากพอที่จะให้เป็นของกำนัล และครอบครัวยาโคบก็ไม่ได้ขัดสนเลย มั่งคั่งพอควร!

ยาโคบจัดการให้เอาเงินไปสองเท่า
ให้เอาน้องชายไป คราวนี้ ยาโคบใช้คำว่า น้องชาย เพื่อให้พี่ทุกคนได้รู้ว่าตนเองต้องรับผิดชอบต่อสายเลือดของตน

ยาโคบกล่าวถึงพระเจ้าโดยเรียกพระองค์ว่า องค์เอลชัดดายผู้ทรงฤทธิ์  พระองค์เต็มด้วยพระเมตตา เป็นคำที่เขากล่าวโดยความเชื่อ ว่าพระเจ้าจะทรงให้ลูกชายกลับมา
แต่แล้วเขาก็พูดว่า หากต้องเสียลูกชาย เขาก็จะยอมรับ   ครั้งนี้ เห็นเลยว่า ยาโคบยอมกับพระเจ้า  เขาจะมารักใคร่ลูกคนเล็กมากกว่าคนอื่น ๆ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำมาตั้งนานแล้ว
การเดินทางครั้งนี้ คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดก็คือ เบนยามิน เขาน่าจะอายุประมาณ​ยี่สิบต้น ๆ  ส่วนพี่ ๆ นั้นอายุมากพอที่จะเป็นพ่อ เป็นลุงของเขาได้

ขอปรับความเข้าใจกับพ่อบ้าน
ปฐมกาล 43:16-25

เมื่อมาถึงอียิปต์ พวกเขาก็ตรงไปที่บ้านของโยเซฟพวกเขาต้องการปรับความเข้าใจเรื่องของเงินที่อยู่ปากกระสอบให้เสร็จก่อน เพราะยังค้างคาใจ ยังไม่ชัดเจน แต่พ่อบ้านก็ไม่คิดจะเอาความกับพวกเขาเรื่องเงินแถมยังบอกว่า พวกเขาได้รับเงินแล้วด้วย นี่เป็นปริศนามากขึ้นไปอีก  นี่เขาจะเอาเราไปเป็นทาสไหม??
แทนที่จะได้ทำตามความคิด พวกเขากลับถูกนำตัวเข้าไปในบ้านของโยเซฟ
สิ่งดีคือ ได้พบสิเมโอนอีกครั้ง 

อาหารมื้อใหญ่ที่แปลกมาก
ปฐมกาล 43:26-29
การที่เขาจะได้กินอาหารในบ้านของรองฟาโรห์นั้น เป็นเกียรติอย่างสูงส่ง  ตามวัฒนธรรมของชาวตะวันออกกลาง เจ้าบ้านจะให้เกียรติแขกของพวกเขาเป็นอย่างสูง เกินที่พวกเราจะเข้าใจได้ และบัดนี้ พี่ชาย และน้องชายของโยเซฟกำลังได้รับเกียรติที่พวกเขาคาดไม่ถึง คิดไม่ออกว่าเป็นไปได้อย่างไร
ความกังวลเรื่องถุงเงินก็ยังอยู่เป็นเรื่องน่ากังวล แล้วยังจะได้กินเลี้ยงในบ้านของรองฟาโรห์เป็นเรื่องน่าดีใจ 
โยเซฟช่างสร้างเรื่องราว ทำให้เกิดความสงสัย ความค้างคาใจระดับสูงทีเดียว

โยเซฟร้องไห้อีก
ปฐมกาล 43:30-31
ภาพของพี่น้องทุกคนที่มาพร้อมหน้า ทำให้โยเซฟไม่อาจกลั้นความรู้สึกได้ เขาร้องไห้อีกครั้ง
ทำให้เราเห็นว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา โยเซฟไม่ได้ลืมครอบครัวของเขาเลย แต่คงมีหัวใจที่อยากจะกลับบ้านเกิดตลอดเวลา  แต่แล้ว พระเจ้ากลับทรงส่งคนที่บ้านมาพบเขาในแผ่นดินที่ห่างไกลอย่างประหลาด  นี่เป็นการทรงนำของพระเจ้าอย่างที่เราไม่ต้องสงสัยเลย

แทนที่จะได้เล่นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งสองกลับต้องห่างไกลกันจนไม่รู้จักกันเลย   พี่ชายทุกคนไม่รู้เรื่องอะไร  ไม่รู้ว่าพวกตนได้ทำให้พี่ชายน้องชายแม่เดียวกันต้องห่างไกลกัน
คำแห่งพรของโยเซฟนั้น เป็นคำสั้น ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า เบื้องหลังคำนั้น มีความเจ็บปวดขนาดไหน มีความโหยหามากเท่าไร
แต่..แผนการของโยเซฟที่มีต่อพี่ชายยังไม่จบ เขายังมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำต่อไป จึงออกมาสั่งการให้จัดโต๊ะอาหารทันที

อาหารมื้อใหญ่ที่แปลกมาก
ปฐมกาล 43:32-34
การที่คนอียิปต์ไม่กินร่วมกับคนฮีบรู  เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพวกเขาเห็นว่า คนเลี้ยงสัตว์เป็นคนชั้นต่ำ โยเซฟเองก็พอใจแล้วที่เป็นเช่นนั้นพวกพี่ ๆ ไม่ทราบเลยว่า ท่านอุปราชผู้นี้จะมีแผนอะไรอีกแต่เวลานี้ ท่านเลี้ยงเราให้อิ่มหมีพีมัน เราก็รับเลี้ยงอย่างมีความสุข น่าประหลาดที่พวกเขาไม่ได้เห็นความคล้ายคลึงของโยเซฟกับพี่น้องเลย อาจเป็นเพราะเสื้อผ้าที่เขาใส่ และ สิทธิอำนาจของอุปราชที่อยู่ในตัวเขา

ในมุมของโยเซฟ เขากำลังพิจารณาพี่น้องทุกคนขณะที่อยู่บนโต๊ะอาหาร พวกเขา พูดอะไรเป็นภาษาฮีบรู โยเซฟเข้าใจทั้งหมด แน่นอนเขาต้อง พูดกันว่าทำไมจัดให้เรานั่งเรียงเป็นลำดับตามพี่น้องอย่าง ถูกต้อง พวกเขาจะต้องสังเกตว่า เบนยามินได้อาหารมากกว่าและคงมีคำพูดที่โยเซฟจะได้เห็นตัวตนของพวกเขาชัดขึ้น
ลองคิดว่าพี่ ๆ จะมีข้อสังเกตเรื่องที่เบนยามินได้มากกว่าใคร มีการล้อเลียนอะไรกันบ้างบนโต๊ะอาหาร 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 43
1* ปฐมกาล 41:54, 57; 42:5; 45:6, 11
2* ปฐมกาล 42:2; 44:25
3* ปฐมกาล 42:20; 43:5; 44:23
8* ปฐมกาล 42:2; 47:19
9* ปฐมกาล 42:37; 44:32
11* ปฐมกาล 32:20; 33:10; 43:25, 26; เยเรมีย์ 8:22
12* ปฐมกาล 42:25, 35; 43:21-22
14* ปฐมกาล 17:1; 28:3; 35:11; 48:3; สดุดี 106:46;เอสเธอร์ 4:16


15* ปฐมกาล 39:1; 46:3, 6
16* ปฐมกาล24:2; 39:4; 44:1
18* ปฐมกาล 42:28
20* ปฐมกาล 42:3, 10
21* ปฐมกาล 42:27, 35
23* ปฐมกาล 42:24
24* ปฐมกาล 18:4; 19:2; 24:32
26* ปฐมกาล 37:7, 10; 42:6; 44:14
27* ปฐมกาล 29:6;42:11, 13; 43:7; 45:3

28* ปฐมกาล 37:7, 10
29* ปฐมกาล 35:17-18;
42:13
30* 1 พงศ์กษัตริย์ 3:26; ปฐมกาล 42:24; 45:2, 14, 15; 46:29
31* ปฐมกาล 43:25
32* ปฐมกาล 41:12; 46:34
33* ปฐมกาล 27:36; 42:7
34* ปฐมกาล 35:24; 45:22