อพยพ 10 8 ฝูงตั๊กแตน 9 ความมืด

เตือนก่อนตั๊กแตนจะมา
1  พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงไปพบฟาโรห์อีก เราได้ทำให้ทั้งเขาและข้าราชการมีใจดื้อด้าน เพื่อว่าเราจะได้แสดงหมายสำคัญของเราท่ามกลางพวกเขา
2 เราทำเช่นนี้เพื่อเจ้าจะได้บอกลูกหลานให้รู้ว่าเราเข้มงวดกับชาวอียิปต์ขนาดไหน  บอกให้พวกเขารู้ถึงการอัศจรรย์ที่เราทำท่ามกลางพวกเขา เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์
“
3 ดังนั้น โมเสสและอาโรนจึงเข้าเฝ้าฟาโรห์ และทูลว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าของคนฮีบรูตรัสว่า ‘เจ้าจะไม่ยอมถ่อมตนต่อหน้าเราไปอีกนานแค่ไหน?
จงปล่อยประชากรของเราออกไปนมัสการเราเถิด
4 หากเจ้าปฏิเสธไม่ยอมให้ประชากรของเราไป  พรุ่งนี้ เราจะส่งฝูงตั๊กแตนมายังบ้านเมืองของเจ้า
5 พวกมันจะบินมาเต็มพื้นที่ จนไม่มีใครมองเห็นพื้นดินได้เลย พวกมันจะกัดกินพืชทั้งหมดที่เหลือจากพายุลูกเห็บ รวมทั้งต้นไม้ของเจ้าทุกต้นในทุ่งนา
  6 ฝูงตั๊กแตนจะเข้ามาจนเต็มราชวัง เต็มบ้านข้าราชการ และบ้านประชาชนชาวอียิปต์  นี่เป็นสิ่งที่เหล่าบรรพบุรุษของเจ้าไม่เคยพบเจอมาก่อน  นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้เข้ามาอาศัยในแผ่นดินอียิปต์ จนกระทั่งวันนี้’” แล้วโมเสสก็ออกไปจากฟาโรห์
 
7 เหล่าข้าราชการของฟาโรห์ทูลว่า “ชายคนนี้จะเป็นบ่วงดักพวกเราไปอีกนานเท่าใรกัน? ขอท่านปล่อยประชากรอิสราเอลออกไปนมัสการพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเขาเถิด  พระองค์ยังไม่ทรงตระหนักหรือว่า อียิปต์หายนะไปแล้ว?”
8 ดังนั้นโมเสสและอาโรนจึงถูกนำตัวเข้ามาเฝ้าฟาโรห์อีกครั้ง ฟาโรห์กล่าวว่า “ไป เจ้าจะไปนมัสการพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า แต่บอกมาว่า เจ้าจะให้ใครไปบ้าง?”
9 โมเสสทูลตอบว่า “เราจะไปทั้งคนหนุ่ม คนชรา ลูกชาย ลูกสาว และสัตว์เลี้ยง ฝูงสัตว์ของเรา เพราะพวกเราจะไปจัดการเลี้ยงฉลองเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระยาห์เวห์”


 10 ฟาโรห์กล่าวกับเขาว่า “ขอพระยาห์เวห์สถิตอยู่กับพวกเจ้าเถิด  หากเรายอมให้เจ้าไปพร้อมกับผู้หญิงและเด็ก ๆ ด้วย เห็นได้ชัดเลยว่า พวกเจ้ากำลังวางแผนร้าย
11 ไม่มีทาง ให้ผู้ชายเท่านั้นไปนมัสการพระยาห์เวห์
เพราะเจ้าขอไว้อย่างนั้น”
 แล้วโมเสสกับอาโรนก็ถูกบังคับให้ออกไปจากฟาโรห์
12 พระยาห์เวห์ทูลโมเสสว่า “จงชูมือของเจ้าเหนือแผ่นดินอียิปต์  และฝูงตั๊กแตนจะบินเข้ามาปกคลุมทั่้วแผ่นดินอียิปต์  พวกมันจะกัดกินพืชทุกต้นที่ยังเหลือจากพายุลูกเห็บ” 

13 โมเสสจึงชูไม้เท้าขึ้นเหนือแผ่นดินอียิปต์  และองค์พระยาห์เวห์ทรงให้ลมตะวันออกพัดผ่านเข้ามาในอียิปต์ตลอดทั้งวันและคืน  รุ่งเช้า ลมตะวันออกก็มาพร้อมกับฝูงตั๊กแตน!
14 ฝูงตั๊กแตนปกคลุมทั่วแผ่นดินอียิปต์
และมันเข้าไปเกาะทุกหนทุกแห่ง  มีฝูงตั๊กแตนเข้ามาในอียิปต์มากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และจะไม่มีอย่างนี้อีกในเวลาต่อมา 

15 และฝูงตั๊กแตนปกคลุมแผ่นดินจนมืดไปหมด  พวกมันสวาปาม ขย้ำกินพืชที่หลงเหลือจากพายุลูกเห็บ  ทั้งต้นไม้ในทุ่งและผลไม้บนต้นทั้งหลาย  ไม่มีสีเขียวหลงเหลืออยู่เลย ในอียิปต์ไม่ว่าจะเป็นบนต้นไม้หรือพืชใด ๆ  
16 ฟาโรห์บัญชาให้โมเสสและอาโรนเข้ามาเฝ้าอย่างด่วน  กล่าวว่า “เราได้ทำบาปต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า และทำต่อเจ้าด้วย
17 ตอนนี้ขอยกโทษให้เราอีกครั้ง และอธิษฐานขอต่อพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าให้เราได้พ้นจากความตายครั้งนี้เถิด
18 โมเสสออกจากฟาโรห์ และอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์
19 แล้วพระยาห์เวห์ทรงเปลี่ยนทิศทางของลม ทรงทำให้เกิดลมพัดอย่างแรงมาจากตะวันตก และพัดเอาฝูงตั๊กแตนออกไปยังทะเลแดง จนไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียวในอียิปต์
20 แต่พระยาห์เวห์ทรงทำให้ฟาโรห์มีใจแข็งกระด้างอีก ฟาโรห์ไม่ยอมปล่อยอิสราเอลไป

ความมืด

21 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “ชูมือของเจ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อว่าความมืดที่มืดจนรู้สึกได้จะปกคลุมทั่วทั้งแผ่นดินอียิปต์”   
22 โมเสสจึงชูมือของเขาขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นจึงมีความมืดปกคลุมทั่วอียิปต์ตลอดสามวัน 
23 ในสามวันนี้ ไม่มีใครมองเห็นกันและกันได้เลย ไม่มีใครไปไหนมาไหน แต่ประชาชนอิสราเอลมีแสงในที่ ๆ
พวกเขาอาศัยอยู่
 24 ฟาโรห์จึงเรียกโมเสสมา “เจ้าทุกคนออกไปได้ ไปนมัสการพระยาห์เวห์ เจ้าเอาทั้งผู้หญิงและเด็กไปได้ แต่จะทิ้งฝูงแพะ แกะ วัว ไว้ที่นี่แล้วกัน”

 25 แต่โมเสสกล่าวว่า “ท่านต้องยอมให้เราเอาฝูงสัตว์ไปด้วยเพื่อเป็นเครื่องบูชา และเครื่องเผาบูชา  เพราะเราต้องถวายพวกมันแด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเรา

ภาพวาดโดยชากัล 1931


 
26 ดังนั้น เราต้องเอาสัตว์ไปกับเราด้วย จะไม่มีสัตว์เหลือที่นี่แม้แต่ตัวเดียว เพราะเราจำต้องใช้สัตว์เหล่านั้นเพื่อนมัสการพระเจ้า ตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่าจะใช้สัตว์ชนิดใดถวายแด่พระยาห์เวห์ จนกว่าพวกเราไปถึงที่นั่น”
 27 แต่พระยาห์เวห์ทรงทำให้ฟาโรห์ดึงดันอีก   ไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาออกไป
28 แล้วฟาโรห์กล่าวแก่โมเสสว่า “จงออกไปให้พ้น อย่ากลับมาอีก วันที่เจ้าเห็นหน้าเรา เจ้าตายแน่!”
 29 แล้วโมเสสตอบว่า “ข้าพเจ้าจะทำอย่างนั้น ข้าพเจ้าจะไม่กลับมาเฝ้าท่านอีกเลย”
 



อธิบายเพิ่มเติม

เตือนก่อนตั๊กแตนจะมา
อพยพ 10:1-7
การเล่าเรื่องฝูงตั๊กแตนนี้ เป็นการเล่ายาวมาก ไม่เหมือนริ้น เหลือบ กบ ฝี
พระเจ้าทรงให้โมเสสกลับไปหาคนที่ดึงดันทั้งกษัตริย์และข้าราชบริพาร
ทั้งนี้ พระเจ้าทรงประสงค์ให้ลูกหลานอิสราเอลรู้ว่า พระองค์ทรงทำกับคนอียิปต์รุนแรงขนาดไหนเพื่อพวกเขา  เป็นการที่พระเจ้าทรงทำให้ประเทศอียิปต์อับอายขายหน้าและดูโง่เขลาในความเย่อหยิ่งและความดื้อรั้นของพวกเขา

เมื่อโมเสสถามแทนพระยาห์เวห์ว่า จะไม่ยอมต่อพระองค์ไปอีกนานเท่าไร ในอนาคต อียิปต์จะต้องเจอกับวิบัติอีกกี่อย่างจึงจะยอม พระเจ้าทรงบอกล่วงหน้าครั้งนี้ว่า ถ้าไม่ยอมพระองค์จะส่งฝูงตั๊กแตนที่พวกเขาก็เคยเจอมาบ้าง แต่ครั้งนี้จะสาหัสกว่าครั้งที่เคย เป็นความสาหัสยุ่งยากแบบที่พวกเขาไม่อาจจะสู้ได้เลย

พวกข้าราชการก็รู้ว่า สิ่งที่โมเสสพูดจะเป็นความจริง แต่แทนที่จะโทษพระเจ้า เขากลับบอกกันว่า โมเสสเป็นบ่วงดักพวกเขา   ข้าราชการเตือนฟาโรห์ว่า เขาควรจะฟังโมเสสได้แล้ว บ้านเมืองหายนะขนาดนี้ทำไมฟาโรห์ยังดึงดัน
การต่อรอง
อพยพ 10:8-11

เมื่อฟาโรห์กล่าวว่า โมเสสจะให้ใครไปบ้าง? เป็นคำที่เตือนโมเสสไว้ว่า ฟาโรห์จะเป็นผู้กำหนดคนที่มีสิทธิไป   โมเสสไม่กลัว เขาเอาคนไปหมดลูกเล็กเด็กแดงและฝูงสัตว์ด้วย เพราะเขาต้องฉลองถวายพระเกียรติพระยาห์เวห์ทุกคน
แต่ฟาโรห์กลัว รู้ว่า ถ้าออกไปแบบนี้คงไม่กลับมาแน่นอน 
น่าแปลกที่ฟาโรห์กล่าวว่า ขอพระยาห์เวห์สถิตอยู่ด้วย ประโยคนี้ ความหมายที่แท้จริงคือ  หากเรายอมให้ผู้หญิงและเด็กไปกับเจ้า เท่ากับเรายอมให้พระยาห์เวห์สถิตกับเจ้า

“ขอให้ความช่วยเหลือจากพระเจ้าของท่านอยู่ห่างไกลจากท่านมากเท่ากับที่ข้าพเจ้าอยู่ห่างไกลจากการอนุญาตให้ท่านพาลูกน้อยของท่านออกไป
ฟาโรห์ต่อรองให้ผู้ชายเท่านั้นออกไปนมัสการ เพราะพวกเขาจะต้องกลับมาหาครอบครัว ฝูงสัตว์และทรัพย์สินของเขา
จากนั้นไล่โมเสสออกมา  นั่นแปลว่าต่อรองแล้ว  จบแล้ว 


ตกลงกันไม่ได้
อพยพ 10:12-14
ในเมื่อฟาโรห์ไม่ยอม พระเจ้าก็ส่งตั๊กแตนมาทันที พระเจ้าทรงให้โมเสสชูไม้เท้าขึ้น และให้ลมตะวันออกพัดมาทั้งวันและคืน โดยหอบเอาตั๊กแตนฝูงใหญ่มหึมาเข้ามาด้วย   มันมาแบบว่า กินพื้นที่หมดจนไม่เห็นว่าอะไรเป็นดิน อะไรเป็นบ้านเรือน ภาษาเดิมมีความหมายว่า มันมากันอย่างหนัก ตั๊กแตนพวกนี้กินใบไม้อย่างรวดเร็ว
พวกมันกินพืชทุกชนิดในแผ่นดินและผลไม้ทั้งหมดบนต้นไม้ที่ลูกเห็บเหลือไว้ให้
 พระยาห์เวห์ทรงแสดงให้เห็นว่าพระองค์ยิ่งใหญ่กว่าเทพโอซิริสของอียิปต์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้ปกป้องพืชผล
 พระองค์ทรง  เปิดโปงและโค่นล้มเทพเจ้าเท็จทุกองค์ เมื่อเราไว้วางใจในเทพเจ้าเหล่านั้น อียิปต์เห็นแล้วว่า เทพของเขาไม่สามารถมาทัดเทียมกับพระยาห์เวห์ได้เลย  
ไม่ทันไร ความเขียวของต้นไม้ก็ไม่เหลือในอียิปต์!  อียิปต์เคยเจอแบบนี้มาบ้าง แต่ไม่หนักเท่านี้ 

ฟาโรห์รับมือกับตั๊กแตนไม่ไหว
อพยพ 10:16-20
พอเห็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่มาอย่างรวดเร็ว ตั้งตัวไม่ทันเช่นนี้
ฟาโรห์ยอมรับกับโมเสสว่า เขาทำบาปต่อพระเจ้าและต่อโมเสส ขอให้ยกโทษ  (เขาเคยพูดอย่างนี้ใน 9:27-28)และขอให้โมเสสอธิษฐานขอชีวิตจากพระเจ้าอย่างด่วน!
โมเสสเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากโมเสส เขาออกไปอธิษฐาน และพระเจ้าก็ทรงทำให้ลมตะวันตกพัดเอาฝูงตั๊กแตนไปจมในทะเลแดง ไม่เหลือแม้สักตัวเดียว ไม่เหลือแม้ซากของมัน
น่าแปลกว่า ทุกครั้งที่พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานให้ฟาโรห์ เขาก็กลับดื้อด้านเหมือนเดิมทั้งที่ตั้งใจว่าจะทำตัวดีขึ้น  นี่เป็นการกลับใจแบบตื้น ๆ ของคนที่ต้องการพรด่วนจากพระเจ้า

ภัยพิบัติที่เก้า ความมืด
อพยพ 10:21-29
ความมืดที่รู้สึกได้ สัมผัสได้ เป็นความมืดที่น่าสะพรึงกลัว เป็นความมืดที่ไม่ธรรมดา เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้าง ๆ ข้างหน้าหรือข้างหลัง อยู่ที่พื้นหรือบนหัวของเรา  ไม่มีการบอกล่วงหน้าเรื่องความมืด
พระเจ้าทรงให้โมเสสชูมือของเขาสู่ท้องฟ้า แล้วก็มีความมืดเหนือธรรมชาติเกิดในอียิปต์สามวัน
ดูเหมือนว่า พระเจ้าทรงดึงเอาการประทับอยู่ของพระองค์ในโลกนี้ออกไปจากอียิปต์  และพวกเขาก็ไม่อาจจุดไฟได้ด้วย  นี่เป็นการต่อต้านเทพที่ชื่อรา ซึ่งเป็นความเชื่อว่าเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์
ในขณะที่คนอียิปต์เจอความมืดหนาทึบ  ส่วนที่อาศัยของคนอิสราเอลเป็นปกติ พวกเขาอยู่เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
 
 ไม่ไหวแล้ว ฟาโรห์เรียกโมเสสมาคุยต่อรองอีกครั้ง โดยยอมให้คนไปทั้งหมดแต่ต้องทิ้่งฝูงสัตว์ไว้  อ้าว.. ทำอย่างนั้นไม่ได้ โมเสสบอกว่า พวกสัตว์นั้่นแหละที่จะเป็นเครื่องถวายบูชา  เราต้องเอาไปหมด เพราะยังไม่รู้ว่าจะใช้ตัวไหน แบบไหนบ้าง 

ฟาโรห์คิดว่า เขาต่อรองกับพระเจ้าได้ คิดได้อย่างไร ขนาดพระเจ้าทรงวิบัติหนักหนาสาหัสขนาดนี้ เขายังคิดต่อรองกับพระองค์อีก  ฟาโรห์ยังไม่ยอมให้ใจของเขาสยบ นอบน้อมต่อพระเจ้า

เมื่อต่อรองไม่ได้ เขาไม่อาจจะยอมที่พระเจ้าทรงต้องการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลให้ออกไป    ฟาโรห์ยังดื้อด้านสุด ๆ ไล่โมเสสออกไป …ทันที  และโมเสสก็ไม่กลัว บอกว่า จะไม่กลับมาเฝ้าโมเสสอีกต่อไป

เมื่อพระเจ้าประสงค์สิ่งใด พระองค์จะได้สิ่งนั้นแน่ แต่ระหว่างทาง ระหว่างเส้นทางที่จะไปถึงเป้าหมาย พระองค์จะทรงสำแดงว่า ทรงใหญ่ยิ่งที่สุด พระสิริของพระองค์อยู่เหนือเกียรติใด ๆ ของมนุษย์ อำนาจสูงสุดเป็นของพระองค์

ภัยพิบัติเก้าอย่างยังไม่ทำให้ฟาโรห์สยบต่อพระเจ้า …​
 
 

 

พระคำเชื่อมโยง

อพยพ 10
1* ยอห์น12:40 ; อพยพ 7:4; 9:16
2* โยเอล 1:3; อพยพ. 7:5, 17; 8:22
3* 1 พงศ์กษัตริย์ 21:29;
อพยพ 4:23; 8:1; 9:1 
4* วิวรณ์ 9:3 
5* อพยพ 9:32 
6* อพยพ 8:3, 21 S 
7* อพยพ 7:5; 8:19; 9:20; 12:33 ; 23:33 


9* อพยพ 5:1; 7:16 
11* อพยพ 10:28
12* อพยพ 7:19;  10:5, 15 14*สดุดี 78:46; 105:34
; โยเอล1:4, 7; 2:1-11 
15* อพยพ 10:5 ;สดุดี 105:35 16 * อพยพ. 8:8 ; 9:27  
17* 1 พงศ์กษัตริย์ 13:6
18* อพยพ 8:30 
19* โยเอล 2:20 

20* อพยพ 4:21; 10:1;  11:10
21* อพยพ 9:22
22* สดุดี 105:28;อพยพ 3:18
23* อพยพ 8:22-23
24* อพยพ 8:8, 25; 10:8; 10:10
26* อพยพ 10:9
27* อพยพ 4:21; 10:1, 20; 144, 8
28* อพยพ 10:11
29* ฮีบรู 11:27