มัทธิว 24 หมายสำคัญวันสุดท้าย

ภาพจากสำนักงานตำรวจเนปาล

ข้อสงสัยของศิษย์
1 ขณะที่พระเยซูเสด็จออกจากพระวิหารนั้นเอง พวกศิษย์ก็เข้ามาหาพระองค์ และชี้ไปที่อาคารพระวิหาร
2 พระเยซูตรัสถามว่า “พวกเจ้าเห็นอาคารเหล่านี้ใช่ไหม? เราบอกความจริงแก่พวกเจ้าว่า จะไม่มีหินสักก้อนเรียงซ้อนกันอยู่อย่างนี้  หินทุกก้อนจะถูกทำลายลงมาทั้งหมด
3 ต่อมา ขณะที่พระเยซูประทับนั่งอยู่บนภูเขามะกอก ศิษย์ของพระองค์ก็มาหาพระองค์เป็นส่วนตัว ทูลว่า “ขอพระองค์โปรดบอกพวกเราด้วยเถิด เหตุการณ์ที่พระองค์ตรัสถึงนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อไร และอะไรเป็นหมายสำคัญที่บอกว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้ง  และบอกว่าจะสิ้นสุดยุคแล้ว?

พระเยซูตรัสถึงอนาคต
 4 พระเยซูตรัสตอบว่า “จงระวังให้ดี อย่ายอมให้ใครมาหลอกล่อเจ้าได้
5 จะมีคนมากมายเข้ามาโดยอ้างนามของเรา กล่าวว่า ‘ข้าเองเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเจิม (พระคริสต์หรือพระเมสสิยาห์)  และพวกเขาจะหลอกล่อคนเป็นอันมากให้หลงไป
6 พวกเจ้าจะได้ยินถึงสงครามต่าง ๆ และข่าวลือ รายงานข่าวสงคราม แต่ตกใจกลัวเพราะสิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้น แต่จุดจบยังไม่มาถึง

7 ชาติต่าง ๆ จะต่อสู้กัน อาณาจักรต่าง ๆ จะต่อสู้กัน  จะเกิดความอดอยาก และจะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นตามที่ต่าง ๆ
8 เหตุการณ์เหล่านี้เป็นขั้นต้นของความเจ็บปวด เหมือนเมื่อจะมีสิ่งใหม่กำลังจะเกิดแบบเดียวกับความเจ็บปวดก่อนการคลอดบุตร

ต่อมาความทุกข์ยากจะเพิ่มขึ้น 
 9 “แล้วพวกเจ้าจะถูกจับกุมตัวไป ส่งให้เขากดขี่ข่มเหง ทรมาน และฆ่าพวกเจ้า ชาติต่าง ๆจะเกลียดชังพวกเจ้าเพราะเจ้าเชื่อวางใจในเรา
10 ช่วงเวลานั้น คนเป็นจำนวนมากจะทิ้งความเชื่อและพวกเขาจะทรยศ และเกลียดชังกันและกัน
11 จะมีผู้เผยพระดำรัสเท็จปรากฏตัวขึ้น และทำให้คนมากมายหันไปเชื่อคำโกหก
12  จะมีความชั่วช้าทวีขึ้นในโลก  ความรักของมนุษย์จึง ลดน้อยถอยลงไปอีก
13 แต่เหล่าคนที่รักษาความเชื่อให้มั่นคงจนกระทั่งถึงที่สุดนั้น จะได้รับการช่วยให้รอด
14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า จะถูกประกาศออกไปทั่วโลก ทั่วทุกชาติ แล้ววันสุดท้ายก็จะมาถึง

จำให้ได้ว่าต้องคิด ทำ เข้าใจอย่างไร
15 “เมื่อเจ้าได้เห็นวัตถุที่น่าสะอิดสะเอียนซึ่งเป็นต้นตอของวิบัติที่ผู้เผยพระดำรัสดาเนียลกล่าวถึง เข้าไปตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์ (ให้ผู้อ่านทำความเข้าใจเองเถิด)…. เพราะอาจจะมีความหมายถึง การพังของพระวิหารใน AD 70 ด้วย และแอนติโอคุส เอปิฟาเนส ก็ทำสิ่งที่น่าชังในพระวิหาร  ดาเนียล 9:27, 11:31, 12:11)
16 “ในเวลานั้น คนชาวยูเดียควรที่จะหนีไปยังภูเขา 
17 คนใดอยู่บนหลังคาบ้าน ก็ไม่ควรที่จะลงมาเก็บข้าวข้องในบ้าน  (บ้านท้องถิ่นโบราณ ก็มักจะมีหลังคาเป็นพื้นเรียบ ใช้สร้างห้องเพิ่มเติม สร้างที่เก็บของข้างบน) 
18 คนที่อยู่ในทุ่ง เขาก็ต้องไม่กลับไปเอาเสื้อคลุม 
19 ในเวลานั้น จะเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่นสำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์หรือแม่ลูก
20 จงอธิษฐานเพื่อว่าการหนีของเจ้าจะไม่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว หรือวันสะบาโต
21 เพราะในเวลานั้น จะมีความทุกข์ยากเข็ญอย่างรุนแรง จะมีความยากเข็ญที่รุนแรงอย่างหนักมากอย่างที่ไม่เคยมี ตั้งแต่สร้างโลกมาจนกระทั่งวันนี้   และจะไม่มีสิ่งที่ร้ายแรงแบบเดียวกันจะเกิดขึ้นได้อีก (ดาเนียล 12:1) 

22 ถ้าพระเจ้าไม่ทรงให้ระยะเวลาแห่งความทุกข์เหล่านั้นสั้นลง จะไม่มีใครเหลือชีวิตรอดได้เลย แต่เพื่อเห็นแก่คนที่พระองค์ทรงเลือก พระองค์ทรงทำให้วันเหล่านั้นสั้นลง

การเสด็จมาของพระเยซูที่แท้จริง
23 ในเวลานั้น บางคนอาจกล่าวกับเจ้าว่า ‘ดูสิ พระองค์ผู้ทรงเจิม (พระคริสต์ พระเมสสิยาห์) อยู่ที่นี่ หรือ ‘พระองค์ทรงอยู่ที่โน่น!’ ก็อย่าเชื่อพวกเขา
24 พระเมสสิยาห์ปลอม และผู้เผยะพระดำรัสปลอมจะปรากฏตัว และแสดงหมายสำคัญยิ่งใหญ่ รวมทั้งการอัศจรรย์  พวกเขาพยายามที่จะลวงล่อแม้กระทั่งคนที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ให้หลงผิด ถ้าพวกเขาทำได้
25 ดูเถิด เราได้เตือนเจ้าล่วงหน้าไว้แล้ว 
28 ซากศพอยู่ที่ไหน ฝูงนกแร้งก็จะชุมนุมกันที่นั่น
26 “หากมีคนบอกเจ้าว่า ดูสิ พระเมสสิยาห์อยู่ในถิ่นกันดาร ก็อย่าออกไปเลย หากเขากล่าวว่า พระองค์ทรงอยู่ในที่ลี้ลับ ก็อย่าไปเชื่อพวกเขา
27 เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมา พระองค์จะทรงเป็นเหมือนฟ้าแลบแปลบปลาบจากตะวันออกไปยังตะวันตก (ซึ่งทุกคนจะเห็น)
28 ซากศพอยู่ที่ไหน ฝูงนกแร้งก็จะชุมนุมกันที่นั่น

 ‘ดวงอาทิตย์จะมืดไป 
29 “หลังจากความทุกข์ลำเค็ญอย่างทันควัน…
 ‘ดวงอาทิตย์จะมืดไป  ดวงจันทร์จะไม่ส่องแสง
ดวงดาวทั้งหลายจะตกลงจากท้องฟ้า  และอำนาจใด ๆ แห่งฟ้าสวรรค์จะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อิสยาห์ 13:10; 34:4; เอเสเคียล 32:7-8; โยเอล 2:10, 31)
30 “ในเวลานั้น หมายสำคัญแห่งบุตรมนุษย์จะปรากฏในท้องฟ้า แล้วคนทั้งหลายทุกเผ่า   ทุกชาติพันธ์ุในโลกจะร้องคร่ำครวญ
พวกเขาจะเห็นองค์บุตรมนุษย์เสด็จมาบนหมู่เมฆในท้องฟ้าด้วยฤทธานุภาพและพระสิริตระการ
31 พระองค์จะทรงส่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์มาพร้อมกับเสียงแตรที่ดังสนั่น เหล่าทูตสวรรค์จะรวบรวมคนที่พระองค์ทรงเลือกจากทุกแห่งในโลก ตั้งแต่สุดขอบฟ้าด้านหนึ่งไปจรดขอบฟ้าอีกด้านหนึ่ง

คำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อ

32 “ขอให้เจ้าเรียนรู้อุปมานี้จากต้นมะเดื่อ เมื่อกิ่งก้านของมันเริ่มเป็นสีเขียวและแตกใบอ่อน เจ้าก็รู้ว่า ฤดูร้อนมาถึงแล้ว
33  เช่นเดียวกัน เมื่อเจ้าเห็นสิ่งทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้น เจ้าก็รู้ว่า เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว  อยู่ที่ประตูนี่เอง
34 เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ในขณะที่คนในยุคนี้ยังไม่ทันสิ้นชีวิตไป
35 โลกและท้องฟ้าจะถูกทำลายไป แต่คำที่เรากล่าวจะไม่มีวันถูกทำลาย   

ไม่รู้ว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร?
36 “ไม่มีใครที่รู้วันเวลาที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น เหล่าทูตสวรรค์ไม่รู้ และแม้พระบุตรก็ไม่รู้ มีพระบิดาเท่านั้นที่ทรงทราบ
37 เมื่อพระบุตรเสด็จมา (ดาเนียล 7:13-14) จะเป็นเหมือนอย่างสมัยโนอาห์  
 38 เพราะในช่วงเวลาก่อนน้ำท่วมโลกนั้น ผู้คนต่างกิน ดื่ม แต่งงาน และยกลูก ๆ ให้แต่งงานกัน  จนกระทั่งวันที่โนอาห์เข้าไปในเรือ  
39 พวกเขาเหล่านั้น ไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งน้ำท่วม และกวาดพวกเขาไปจนหมด  ในวันที่บุตรมนุษย์มาก็จะเป็นเช่นนั้น   

40 ชายสองคนอยู่ในทุ่งนา คนหนึ่งถูกรับไป อีกคนถูกทิ้งไว้   
41 หญิงสองคนกำลังโม่แป้งอยู่ คนหนึ่งถูกรับไป และอีกคนถูกทิ้งไว้  
42 “ดังนั้น จงเฝ้าระวังอยู่ เพราะเจ้าไม่รู้ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าของเจ้า จะเสด็จมาในวันใด
43 จงเข้าว่า หากเจ้าของบ้านรู้ล่วงหน้าว่า ยามกลางคืนโจรจะมาในเวลาใด เขาก็จะคอยเฝ้าระวัง และไม่ปล่อยให้โจรบุกรุกเข้ามาในบ้านได้
 44 ดังนั้น เจ้าก็ต้องเตรียมพร้อม เพราะบุตรมนุษย์จะมาในเวลาที่เจ้าไม่ได้คาดไว้ 

อุปมาเรื่องของผู้รับใช้สองคน 
45 “ใครเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ และฉลาดเฉลียวซึ่งนายได้ตั้งไว้ให้ดูแลแจกอาหารคนรับใช้อื่น ๆ ตามเวลา
46 เขาจะเป็นสุขเมื่อนายกลับมา และเห็นว่าเขากำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่ 
  47 เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า
นายจะตั้งให้เขาดูแลทรัพย์สินทั้งหมดของนาย 
48 แต่หากว่า คนรับใช้นั้นมีใจชั่ว คิดในใจว่า
‘กว่านายจะกลับมา คงอีกนาน ’
 

49 แล้วเขาก็เริ่มทุบตีคนรับใช้อื่น ๆ  แล้วกิน ดื่มกับเพื่อนที่ขี้เมาด้วยกัน
50 เมื่อนายกลับมา และเมื่อคนรับใช้นั้นไม่พร้อม ไม่ได้คาดคิดว่านายจะกลับมาในเวลานั้น 
51 นายก็จะสับเขาเป็นชิ้น และส่งไปอยู่ในที่ของคนหน้าซื่อใจคด !   เป็นที่ซึ่งผู้คนในนั้นต่างร้องไห้ และขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บปวด

อธิบายเพิ่มเติม

ข้อสงสัยของศิษย์
มัทธิว 24:1-3
หลังจากที่พระเยซูออกมาจากพระวิหาร ทรงมาประทับนั่งอยู่บนภูเขามะกอก ซึ่งมองลงไปจะเห็นเยรูซาเล็ม   และมีเหล่าศิษย์ล้อมรอบพระองค์อยู่ โดยไม่ได้มีประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการสนทนาครั้งนี้ จึงมักเรียก การตรัสครั้งสุดท้ายที่ทรงเตือนเรื่องวันสิ้นโลกนี้ว่า The Olivet Discourse มีบันทึกในมาระโก  13:1-37 และลูกา  21:5-36 ด้วย

พระเยซูทรงออกจากพระวิหาร  หลังจากสนทนาอย่างรุนแรงกับฟาริสี ธรรมาจารย์ ปุโรหิตทั้งหลาย พระองค์ทรงเจ็บลึกในพระทัยกับการที่พวกเขาไม่ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าที่เตือนเลย  พระเจ้าทรงพร้อมที่จะรับพวกเขากลับมา… แต่พวกเขากลับคอแข็ง พร้อมที่จะหาทางประหารพระองค์
พวกศิษย์กับพระองค์ได้สนทนากันเรื่องของพระวิหาร  ทรงย้ำให้พวกเขารู้อีกครั้งว่า  พระวิหารจะถูกทำลายในอนาคต เมื่อได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็เกิดความกังวลสามเรื่องคือ
1 พระวิหารจะเป็นอย่างไรต่อ 
2 เรื่องที่พระเยซูจะเสด็จกลับมา อะไรเป็น หมายสำคัญ 
3
เมื่อไรจะสิ้นยุค หรือสิ้นโลก  อะไรเป็นหมายสำคัญ

หมายเหตุ::  (วิหารนี้เป็นวิหารที่เฮโรดสร้างเพิ่มเติมเมื่ออิสราเอลกลับมาจากบาบิโลนในสมัยของเศรุบบาเบล  เริ่มเมื่อ 20 ปีก่อนคริสตศักราช และเสร็จประมาณ ปีค.ศ. 64 และอีกหกปีต่อมา ถูกนายทหารทิตัสของโรมเข้ามาปล้น  ทำให้คนอิสราเอลต้องกระจัดกระจายหนีออกมาเป็นจำนวนมาก  จนกระทั่งปีค.ศ. 1948 จึงได้ประกาศเป็นประเทศอิสราเอลอีกครั้ง หลังจากถูกฮิตเลอร์สั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ )

สำหรับพวกเรานั้น สองข้อหลังเป็นสิ่งที่กังวล ส่วนพระวิหารนั้น คนยิวก่อกบฎต่อต้านโรม  จึงถูกโรมทำลายราบเมื่อปีค.ศ. 70 ทหารโรมได้เอาต้นมะกอกมาเผา น้ำมันในต้นก็ช่วยให้ไฟ แรงขึ้นหนักขึ้น จนกระทั่ง ทองที่เฮโรดฉาบเอาไว้ก็ไหลเป็นของเหลว  พวกโรมยึดทองไป จากนั้นก็ทำลายหินที่เป็นตัวอาคารโยนลงมาด้านล่าง ซึ่งยังคงอยู่ในทุกวันนี้ พระเยซูทรงเตือนว่าในยุคสุดท้ายนั้นจะเป็นเหมือนหญิงที่จะคลอดบุตร  มีการเตือน มีการเจ็บท้อง เจ็บอย่างสุดจะทนใกล้คลอดเต็มที่ แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาเจ้าตัวน้อยเกิดมาดูโลก

พระเยซูตรัสถึงอนาคต
มัทธิว 24:4-8
พระเยซูทรงเตือนจากข้อ 4-8 ว่า
1 คนหลอกลวงมากมาย  ดังนั้นอย่าให้ใครมาหลอกได้ (4-5) แสดงว่าในยุคใกล้วันที่พระเยซูเสด็จกลับมานั้น จะมีการหลอกลวงอย่างมโหฬาร ทั่วโลก  สิ่งที่พระองค์ตรัสไว้ล่วงหน้าก็เกิดขึ้นจริง  มีคนอ้างตัวว่า เป็นพระเมสสิยาห์ หรือพระผู้ช่วยให้รอดเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่ปี 1800 เป็นต้นมา และยังมีตามประเทศต่าง ๆ  ทั่วโลกเลยทีเดียว
 2 จะได้ยิน
สงครามและข่าวลือ
3
ความอดหยาก (ซึ่งมักจะตามมาด้วยโรคระบาด)
4
แผ่นดินไหวตามที่ต่าง ๆ   นี่เป็นขั้นต้นของการเจ็บปวด
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ เดือนก่อนมีแผ่นดินไหวที่เวเนซูเอลา ตามด้วยจีน ญี่ปุ่น แล้วในเดือนนี้เองที่โคลัมเบียก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเช่นกัน ตามด้วยเนปาล ทิเบตในเดือนเดียวกัน

แต่ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด!
 ถ้าอยากทราบการเกิดของแผ่นดินไหว ดูที่  https://www.usgs.gov/programs/earthquake-hazards

ต่อมาความทุกข์ยากจะเพิ่มขึ้น 
มัทธิว 24:9-14
5 ผู้เชื่อในประเทศต่าง ๆ จะถูกจับกุม ถูกข่มเหง  ถูกสังหาร (9)เพราะวางใจในพระเยซู  ในวันนี้ที่เราเขียนเรื่อง คริสเตียนในไนจีเรียเหนือถูกบังคับให้กลับเป็นมุสลิมเหมือนเดิม และพวกเขาถูกฆ่าเป็นจำนวนมากเพราะไม่ยอมเลิกเชื่อพระเยซู!   คริสตจักรในอิสราเอลถูกโจมตีโดย …. ฯลฯ
6 ผู้เชื่อพระเยซูจะถูกเกลียดชัง (9)
7 ผู้คนจำนวนมากทิ้งความเชื่อ  ทรยศกัน เกลียดชังกัน  นี่ก็เกิดขึ้นในประเทศในยุโรปและอเมริกา ในขณะที่ทางด้านเอเซีย อัฟริกา คนกำลังมาพบพระเจ้ามากขึ้น (10)
ผู้รับใช้ปลอมปรากฏตัว  คนมากมายเชื่อคำโกหก (11)
9 ความรักลดน้อยลงไป เพราะความชั่วมากขึ้น (12)
10 แต่คนที่รักษาความเชื่อ จะได้รับการช่วยให้รอด (13)
11 ข่าวประเสริฐจะมีการประกาศออกไปทั่วทุกชาติ (14)


แม้พระเยซูจะตรัสถึงสิ่งที่เป็นลบ เป็นความทุกข์ยาก มากมาย แต่พระองค์ก็ทรงยืนยันว่า มีการประกาศข่าวประเสริฐออกไปทั่วโลก ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง โลกอินเตอร์เนท ทำให้ข่าวประเสริฐที่เคยขวางกั้นคนที่ไม่เชื่อ  ประเทศที่ห้ามการฟังพระวจนะ กลับกลายเป็นแทรกไปทั่ว จนกระทั่งตอนนี้เราพบว่า คนที่อยู่ในโลกตะวันออกกลางที่ปิดกั้นพระนามของพระเจ้ามานานนั้น กำลังได้รับพระคุณ มีการกลับใจใหม่เป็นจำนวนมาก เมื่อพวกเขาเปรียบเทียบความเชื่อเดิมกับความจริงของพระเจ้า พวกเขาก็ยอมรับว่า
พระเจ้าสุดยอดจริง ๆ  ดู Nabeel Qureshi shorts  เขาอธิบายให้เห็นความแตกต่างชัดเจน

จำให้ได้ว่าต้องคิด ทำ เข้าใจอย่างไร
มัทธิว 24:15-22
ในข้อนี้ เป็นช่วงสุดท้าย  ตอนนี้มัทธิวบอกให้ผู้อ่านเข้าใจเอง
12 สิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนตั้งในที่บริสุทธิ์  (ข้อ 15) ตามคำของดาเนียล 11:31 “กองกำลังของเขาจะลุกขึ้นมาย่ำยีป้อมปราการของพระวิหารให้เป็นมลทิน และยกเลิกการถวายเครื่องบูชาประจำวัน แล้วเขาจะตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนขึ้นอันเป็นต้นเหตุของวิบัติ

นี่คือรูปปั้นของคนที่ต่อต้านพระคริสต์จะตั้งอยู่ในพระวิหารของอิสราเอล
Pastor Paul Leboutelier  ให้ความเห็นว่า พระเยซูกำลังกล่าวล่วงหน้ามาถึงช่วงเวลาของ เวลาแห่งความทุกข์ยากครั้งใหญ่
(The Great Tribulation)
ซึ่งเป็นเวลารวมเจ็ดปี จุดนี้เป็นช่วงกลางพอดี และนี่บ่งบอกว่า เวลานั้น วิหารของชาวยิวซึ่งหายไปก่อนหน้านี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ใต้ดินในจุดใดของเยรูซาเล็ม  ได้กลับมาสร้างอีกครั้งด้วย ยิว Orthodox กำลังเตรียมตัวพร้อมที่จะสร้างวิหารนี้ขึ้นใหม่ พวกเขาเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว
ยิ่งกว่านั้นท่านยังให้ความเห็นว่า นี้เป็นคำตรัสโดยตรงต่อชนอิสราเอล ไม่ได้ตรัสกับคริสตจักร 
13 ความทุกข์รุนแรงที่สุด ร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ( ข้อ21 นี้ก็เช่นกัน มีคนสอนว่า เรื่องร้าย ๆ นี้เกิดในปีค.ศ. 70 เมื่อโรมทำลายพระวิหาร มีความทุกข์ยากมาก แต่หากเราดูให้ดี โลกนี้ยังมีความทุกข์ลำบากมากกว่าวันนั้นในอดีต ยังมีเหตุการณ์ที่น่าสพรึงกว่านั้น และความยากเข็ญที่หนักสุดยังไม่ได้เกิดขึ้นแน่นอน)
14 คนที่ปลอมตัวมาสามารถทำการอัศจรรย์ ล่อลวงแม้คนที่เชื่อแล้ว 
พระเจ้าทรงย่นระยะเวลาความทุกข์ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากครั้งใหญ่ (22) … เพื่อเห็นแก่คนที่ทรงเลือก  เพราะเหตุการณ์น่ากลัว ยากเข็ญมาก พระเจ้าจึงทรงย่นระยะเวลาให้สั้นลง
คนจำนวนมากได้รับความรอด และจะพบกับการบังคับขู่เข็ญให้ทำตามผู้ต่อต้านพระคริสต์
https://www.youtube.com/watch?v=jzMwES5BkGQ Pastor Skip Heitzig ให้ความเห็นว่า ในวันที่พระเยซูตรัส ยังไม่มี
คริสตจักร ผู้ที่ถูกเลือกในพระดำรัสของพระเยซู ไม่ใช่คริสตจักร  แต่มีความหมายถึงคนอิสราเอลที่หันกลับมาเชื่อพระองค์ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากครั้งใหญ่ ท่านเปาโลได้กล่าวถึงการกลับมาของคนอิสราเอล
ในโรม 11:12   แต่ถ้าการล่วงละเมิดของเขาหมายถึงความไพบูลย์สำหรับโลก และการสูญเสียของเขาหมายถึงความไพบูลย์สำหรับคนต่างชาติแล้ว ความบริบูรณ์ของเขาจะยิ่งนำความไพบูลย์มาให้มากมายเพียงใด!
โรม 11:25-27

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อยากให้ท่านไม่รู้เรื่องข้อล้ำลึกนี้ เพื่อท่านจะได้ไม่ทะนงตน คืออิสราเอลบางส่วนจะมีใจแข็งกระด้างจนกว่าคนต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน  เมื่อนั้นอิสราเอลทั้งหมดจะรอด ตามที่มีเขียนไว้ว่า“องค์ผู้ช่วยกู้จะเสด็จมาจากศิโยน พระองค์จะทรงขจัดความอธรรมให้พ้นจากยาโคบ     และนี่เป็นพันธสัญญาของเรากับพวกเขาเมื่อเรายกบาปผิดของพวกเขาไป”  

การเสด็จมาของพระเยซูที่แท้จริง
มัทธิว 24:23-28
ผู้ที่หลอกลวงจะมา บอกว่าพระคริสต์มาอยู่ที่นั่น ที่โน่น  เราต้องไม่เชื่อ ไม่ตาม ไม่หลงคารมคนเหล่านี้ เพราะเมื่อพระเยซูเสด็จมาอีกครั้งนั้น ทรงมาแบบให้เห็นพร้อมกันทั้งโลก

ดังนั้นจะต้องไม่เชื่อใครที่บอกว่า เป็นผู้ช่วยโลก เวลานี้ มีกลุ่มของ​ WEF  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายยูวาล โนอาห์ ฮารารี นักเขียนซึ่งอยู่ในคนกลุ่มนี้ ที่พยายามบอกว่า ต่อไปเอไอจะเป็นพระเจ้า นั่นหมายถึงว่า มาแทนที่พระเยซูคริสต์  ชีวิตของชายคนนี้เป็นนักเขียนชาวอิสราเอล เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย  .. แต่เราอย่าลืมว่า คนพวกนี้แหละที่พยายามจะทำให้โลกหลงไปตามความคิดของพวกเขา  แม้หนังสือของเขาจะขายดี ไม่ได้หมายความว่าเขาพูดความจริง แต่พิสูจน์ว่า คนชอบอ่านเรื่องแบบที่พวกเขาคิด
เป็นความพยายามของคนเหล่านี้ที่อยากให้มนุษย์หลงเชื่อว่า ต่อไปมนุษย์จะแพ้เอไอ  คนไม่เก่งต่อไป .. มีความพยายามที่ทำให้มนุษย์ไม่ต้องทำอะไรเป็น มีอะไรสงสัย ก็ถามเอไอ


 ‘ดวงอาทิตย์จะมืดไป
มัทธิว 24:29-31
24:29  ตอนท้ายของช่วงเวลาแห่งเวลาแห่งความยากแค้นแสนเข็ญ   ทันทีที่เจ็ดปีนั้นผ่านไปท้องฟ้าจะเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว  อำนาจมืดในท้องฟ้าจะสั่นสะเทือน
24:30 แล้วพระเยซูจะเสด็จกลับมา
ในสมัยโบราณเมื่อกษัตริย์เสด็จมา  จะมีการส่งเสียงแตรออกมาล่วงหน้าพระองค์   เศคาริยาห์ 14 พระเยซูจะทรงทูตสวรรค์มาก่อน 
24:31  พระเยซูกำลังมารับคนที่เข้ามาเชื่อในระหว่างเจ็ดปีแห่งความยากลำบากนั้น  สิ่งนี้จะเกิดขึ้น
อ่าน วิวรณ์ 19: 11-16
11 ข้าพเจ้าเห็นฟ้าสวรรค์เปิดอยู่และมีม้าขาวตัวหนึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า พระนามของพระองค์ผู้ทรงม้านั้นคือพระผู้สัตย์ซื่อและเที่ยงแท้ พระองค์ทรงพิพากษาและสู้ศึกด้วยความยุติธรรม

12 พระเนตรของพระองค์ดุจไฟโชติช่วง บนพระเศียรมีมงกุฎหลายอัน ทรงมีพระนามจารึกไว้บนพระกาย ไม่มีผู้ใดรู้จักพระนามนั้นเลยนอกจากพระองค์เอง

13 ทรงฉลองพระองค์ซึ่งได้จุ่มในเลือด
และพระนามของพระองค์คือพระวาทะของพระเจ้า 14 บรรดากองทัพสวรรค์สวมอาภรณ์ผ้าลินินเนื้อดีขาวสะอาดนั่งบนหลังม้าขาวกำลังตามเสด็จพระองค์ไป
15 พระแสงคมกริบออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์ ทรงใช้พระแสงนี้ฟาดฟันประชาชาติ “พระองค์จะทรงปกครองพวกเขาด้วยคทาเหล็ก” พระองค์ทรงเหยียบย่ำองุ่นในบ่อย่ำแห่งพระพิโรธเกรี้ยวกราดของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์
16 ที่เสื้อคลุมและต้นขาจารึกพระนามของพระองค์ว่า   กษัตริย์เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย เจ้านายเหนือเจ้านายทั้งหลาย

อุปมาต้นมะเดื่อ
มัทธิว 24: 32 -35
สำหรับคำถามที่ว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร พระองค์ตรัสว่า ให้สังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีความถี่มาก เมื่อบ่อยครั้งเข้า เกิดตามที่ต่าง ๆ มากขึ้น  เราก็จะเข้าใจได้ ขณะที่เขียนเรื่องนี้ (ปลายสิงหาคม 2026) เกิดเหตุการณ์ธารน้ำแข็งละลาย และโถมลงมายังที่ต่ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมรวดเร็ว รุนแรง และต่อมาอีกสามวัน ก็เกิดพายุที่แกรนด์แคนยอนในอเมริกา น้ำท่วมหลากอย่างรวดเร็วคล้ายคลึงกันแต่มีผลกระทบต่อคนน้อยกว่า เพราะเป็นที่ห่างไกล 

ข้อ 34 ที่ว่า คนในยุคนี้ยังไม่ทันสิ้นชีวิตไปอาจมีความหมายว่า คนที่อยู่ในยุคของพระองค์ จะเห็นการทำลายล้างของโรมในปี 70 หรือหมายถึงมนุษยชาติที่อยู่ในยุคสุดท้ายก็จะเห็นการเสด็จมาของพระองค์ 
ข้อ 35 พระดำรัสของพระเยซูนั้นทรงฤทธิ์ มีพลังยิ่ง และพระองค์ทรงยืนยันด้วยว่า พระดำรัสของพระองค์จะไม่มีใครทำลายได้  แม้จะมีความพยายามเท่าไรจากคนที่ไม่เชื่อมากมาย แต่พวกเขาก็ตายไปแล้ว ถึงจะมีรุ่นใหม่มาพยายามทำลายพระดำรัส  ในที่สุดพวกเขาก็จะไม่มีใครอยู่รอดสักคน
ย้อนกลับไปที่มนุษย์พยายามบอกว่าเอไอกำลังจะกลายเป็นพระ เป็นเทพเหนือความคิดของมนุษย์ .. พระเยซูทรงทราบมาก่อนแล้วว่า จะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น พระองค์จึงทรงบอกล่วงหน้าว่า พวกเขาไม่มีวันที่จะเอาชนะพระดำรัสของพระองค์

ไม่รู้ว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร?
มัทธิว 24:36-44
24:36 พระเยซูทรงยืนยันกับศิษย์ว่า ผู้ที่ทราบเวลาการเสด็จกลับมาอีกครั้งนั้น มีผู้เดียวคือ พระบิดา ดังนั้น พวกเขาไม่ต้องเซ้าซี้ถามให้หนักใจ และใครก็ตามที่อวดอ้างว่า รู้วันเวลาทุกคน ต่างเป็นคนเผยคำปลอมทั้งนั้น (เกิดมีคนแบบนี้มากมาย และทำให้คนไม่รู้พระคัมภีร์ต่างตื่นกลัวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา)
24:37-39  ตอนที่โนอาห์สร้างเรือ เขาได้เทศนาชักชวนให้คนกลับใจ แต่ผู้คนก็ขำ เห็นว่าโนอาห์โง่ที่สร้างเรือบนบก  พวกเขายังใช้ชีวิตสนุกสนานเหมือนเดิม และเมื่อน้ำมากวาดพวกเขาไป มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลันราวกับน้ำที่ลงมาจากเทือกเขาหิมาลัยลงไปยังเนปาล
รวดเร็ว ไม่รู้ตัว ตายแบบไม่มีโอกาสที่จะคิดเลย… น่ากลัวมาก (ฮีบรู 11:7)
24:40-41  ดูเหมือนทุกคนจะจากโลกนี้ไป บางคนไปอยู่กับพระเจ้า บางคนก็เผชิญความตายโดยไร้พระเจ้า .. คนที่ถูกรับไปนั้น เป็นคนที่ตัดสินใจมาก่อนแล้วว่า  จะติดตามพระเจ้า  พระเจ้าทรงมาในเวลาใดก็ได้ อาจเป็นเวลาที่เรากำลังทำมาหากินอยู่ หรือรับใช้ หรือทำตัวโง่เขลาอย่างอุปมาเรื่องถัดไป ก็เป็นได้ 
24:42-44 การเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับทุกคนที่วางใจ และติดตามพระองค์  แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องเข้าใจเรื่องของเวลาที่เราไม่รู้ว่าเมื่อไร เหตุการณ์ วิธีที่ทรงกลับมาเป็นอย่างไร เราพอรู้จากที่พระองค์ทรงอธิบาย  
ในเมื่อพระองค์กลับมาได้ทุกเมื่อ เราไม่รู้เวลา เราก็ต้องเตรียมตัวพร้อมสำหรับพระองค์ 
พระองค์ทรงให้เงื่อนงำกับเราไว้  เพราะจะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นทั้งเป็นขั้นตอน และซ้ำซ้อนกันอยู่     สิ่งที่เรารู้จะช่วยเตือนตัวเราเองให้ระวังตัวและไม่ประมาทในการรอคอยพระองค์ 

อุปมาเรื่องของผู้รับใช้สองคน
มัทธิว 24:45-51
 24:45-47
คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์นั้น เขาทำหน้าที่ของเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง  เมื่อนายกลับมา เมื่อพระเยซูกลับมา เขากำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่ นั่นทำให้เจ้านายพอใจ และจะให้รางวัลด้วยการเพิ่มตำแหน่ง  ให้ความไว้วางใจที่เขาจะทำงานได้กว้างขึ้น 
เรากำลังซื่อสัตย์ และรับใช้ด้วยสติปัญญา แรงกายทั้งหมดที่มีอยู่หรือเปล่า พระเยซูทรงสัญญาให้รางวัลกับความขยันที่ประกอบด้วยความซื่อสัตย์ ด้วยปัญญา และเมตตา
24:48-51 แตกต่างจากที่รับใช้อีกคน ที่มีความคิดว่า อีกนานกว่านายจะกลับมา  ไม่มาเร็วหรอก ไปตั้งไกล  เมื่อมีความคิดอย่างนี้จึงชะล่าใจ ทำตัวชั่วช้า  ทั้งทำร้าย  ข่มเหง รังแกคนรับใช้ที่มีตำแหน่งต่ำกว่าตัวเอง  แถมยังกินดื่มกับเพื่อนชั่วของเขาอีก
เมื่อนายกลับมาเห็นอย่างนั้น พระเยซูตรัสอย่างน่ากลัวว่า จะสับเขาและส่งไปนรก!!
การเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ ไม่เป็นปัญหาสำหรับทุกคนที่วางใจในพระองค์  พระเยซูจะเสด็จกลับมาเมื่อไร? เราไม่ทราบเวลา  เสด็จกลับมาได้ทุกเมื่อ และเราควรเตรียมพร้อมสำหรับพระองค์เสมอ ในเมื่อพระองค์ตรัสว่าต้องมีสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นก่อน?  จากพระคำมัทธิว 24 นี้ เรารู้คำตอบบางอย่างที่พอเพียงสำหรับการรอคอยพระองค์

พระคำเชื่อมโยง

มัทธิว 24
1* มาระโก 13:1
2* ลูกา 19:44
3* มาระโก 13:3
4* โคโลสี 2:8, 18
5* ยอห์น 5:43; มัทธิว 24:11
6* วิวรณ์ 6:2-4
7* ฮักกัย 2:22; วิวรณ์ 6:5-6
9* มัทธิว 10:17
11* 2 เปโตร 2:1; 1 ทิโมธี  4:1
12* 2 เธสะโลนิกา 2:3
13* มัทธิว 10:22
14* มัทธิว 14:23; โรม 10:18
15* มาระโก 13:14; ดาเนียล 9:27; 11:31; 12:11; 9:23



19* ลูกา 23:29
21* ดาเนียล 9:26
22* อิสยาห์ 65:8-9
23* ลูกา 17:23
24* 2 เธสะโลนิกา 2:9; 2 ทิโมธี 2:19
27* ลูกา 17:24
28* ลูกา 17:37
29* ดาเนียล 7:11; เอเสเคียล 32:7
30* ดาเนียล 7:13-14; เศคาริยาห์ 12:12; วิวรณ์ 1:7
31* 1 โครินธ์  15:52
32* ลูกา 21:29
33* ยากอบ 5:9

34* มัทธิว 10:23; 16:28; 23:36
35* ลูกา 21:33
36* กิจการ 1:7; เศคาริยาห์ 14:7
38* ปฐมกาล 6:3-5
40* ลูกา 17:34
42* มัทธิว 25:13
43* ลูกา 12:39
44* 1 เธสะโลนิกา  5:6
45* ลูกา 12:42-46
46* วิวรณ์ 16:15
47* มัทธิว 25:21, 23
48* 2 เปโตร 3:4-9
50* มาระโก 13:32
51* มัทธิว 8:12; 25:30