ปฐมกาล 47 สุดทางความหิวโหย

 Jacob before Pharaoh by Harold Copping

ทั้งครอบครัวพบฟาโรห์
1 แล้วโยเซฟจึงไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ทูลว่า “บิดาและพี่น้องของข้าพระบาท มาจากแผ่นดินคานาอัน พร้อมด้วยฝูงสัตว์ และทรัพย์สมบัติข้าวของ บัดนี้ พวกเขาอยู่ที่แผ่นดินโกเชนพะยะค่ะ
2 เขานำพี่น้องห้าคนมาเฝ้าฟาโรห์
3 ฟาโรห์ตรัสถามพวกเขาว่า “พวกเจ้าทำงานอะไร?” พวกเขาทูลตอบฟาโรห์ว่า “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นคนเลี้ยงแกะพะยะค่ะ ทั้งตัวเราและบรรพบุรุษของเรา”
4 และทูลต่อไปว่า “พวกเรา ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเข้ามาขออาศัยในแผ่นดินนี้ เพราะคานาอันไม่มีทุ่งหญ้าเหลือให้ฝูงแพะแกะเลย การกันดารอาหารนั้นรุนแรงมาก ดังนั้น ขอฝ่าพระบาททรงอนุญาตให้ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทได้อาศัยในแผ่นดินโกเชนเถิด” 
5 ฟาโรห์ตรัสกับโยเซฟว่า “พ่อและพี่น้องของเจ้าได้มาหาเจ้าแล้ว
6 และเจ้ามีอำนาจเหนือแผ่นดินนี้ จงหา ที่ดินส่วนที่ดีที่สุดของแผ่นดิน ให้พวกเขาอาศัยในโกเชน ยิ่งกว่านั้น หากเจ้าเห็นว่าคนไหนมีความสามารถมากเป็นพิเศษ ก็ให้พวกเขาได้ดูแลฝูงสัตว์ของเราด้วย”
นำพ่อเข้าเฝ้า
7 แล้วต่อมาโยเซฟนำยาโคบ พ่อของเขามาเข้าเฝ้าฟาโรห์ และยาโคบได้อวยพรฟาโรห์
8 ฟาโรห์ตรัสถามยาโคบ “ท่านอายุเท่าไรกันนี่?”
9 ยาโคบทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าได้เร่ร่อนมานาน 130 ปี ปีเดือนของ ข้าพเจ้านั้นยากเย็นและสั้นนัก เป็นช่วงเวลาน้อยกว่าบรรพบุรุษซึ่งเป็นคนอพยพเช่นกัน”
10 จากนั้นยาโคบก็ถวายพระพรฟาโรห์และลาจากไป
11 โยเซฟได้จัดหาที่อยู่ให้กับพ่อ พี่น้อง มอบที่ดินใน อียิปต์ให้ เป็นเขตที่ดีที่สุดในประเทศอียิปต์ คือในแผ่นดินของราเมเสสตามที่ฟาโรห์ทรงบัญชา
12 โยเซฟยังได้จัดหาอาหารให้พ่อ พี่น้อง และคนในครอบครัวของพ่อ เขาดูแลให้แม้กระทั่งเด็กเล็กที่สุด

 สุดทางของความหิวโหย
13 และแล้วก็ไม่มีอาหารหลงเหลือในแผ่นดิน เพราะการกันดารอาหารนั้นรุนแรงมาก ประชาชนทั้งใน อียิปต์และคานาอันต่างพากันอ่อนแรงเพราะอดอยาก 
14 โยเซฟเองได้รวบรวมเงินค่าข้าวที่ได้จากประชาชนในอียิปต์และคานาอันเก็บไว้ในคลังของฟาโรห์  
15 เมื่อประชาชนทั้งในอียิปต์และคานาอันใช้เงินจนหมดเหล่าคนอียิปต์ก็มาหาโยเซฟ กล่าวว่า”ขอให้อาหารแก่พวกเรา แม้ว่าเราจะไม่มีเงินซื้อ ท่านจะปล่อยให้เราตายไปต่อหน้าต่อตาหรือ?”
16  โยเซฟตอบว่า “ถ้าพวกท่านไม่มีเงินแล้ว ก็เอาสัตว์มาแลกสิ เราจะให้อาหารเป็นการแลกเปลี่ยนกับ ฝูงสัตว์ของพวกท่าน”
17 ดังนั้น พวกเขาจึงนำฝูงสัตว์ทั้งฝูงม้า แพะ แกะ วัว และลา มาแลก โดยโยเซฟ จัดอาหารให้กับพวกเขาเป็นการแลกเปลี่ยน ทั้งปีนั้น โยเซฟแลกอาหารกับฝูงสัตว์ของประชาชน
18 “เราไม่อาจจะปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่าน คือ เราได้ใช้เงินจนหมด ฝูงสัตว์ก็เป็นของท่านแล้ว อย่างที่ว่าเราเหลือแค่ร่างของพวกเราและที่ดิน
19 เหตุใดทั้งตัวเราและที่ดินของเราจะต้องตาย หายไปต่อหน้าต่อตาของท่าน? ขอท่านได้ซื้อตัวเราและที่ดินของเราด้วยอาหาร แล้วพวกเรากับที่ดินนี้จะเป็นทาสรับใช้ฟาโรห์ขอให้เมล็ดพันธุ์กับเราเพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ ไม่ตาย ที่ดินก็จะไม่กลายเป็นที่แห้งว่างเปล่า”
20 ดังนั้น โยเซฟจึงซื้อที่ดินทั้งหมดในอียิปต์ให้กับฟาโรห์ ชาวอียิปต์แต่ละคนพากันขายที่ดิน เพราะความอดอยากนั้นรุนแรงเป็นที่สุด ดังนั้นที่ดินจึงกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของฟาโรห์ แล้ว 
21โยเซฟก็ลดสถานะประชาชนกลายเป็นทาสทีละเมืองจากสุดเขตแดนด้านหนึ่ง จรดเขตแดนอีกด้าน

22 ทั้งนี้ เขาไม่ได้ซื้อที่ดินของพวกปุโรหิต เพราะเหล่า ปุโรหิตได้รับส่วนแบ่งจากฟาโรห์อยู่แล้ว พวกเขา กินอาหารส่วนที่ฟาโรห์จัดให้ พวกเขาจึงไม่ได้ขาย ที่ดินของตน
23 แล้วโยเซฟก็กล่าวกับประชาชนว่า “วันนี้ เราได้ซื้อตัวท่านและที่ดินของท่านให้กับฟาโรห์แล้ว นี่คือเมล็ดพันธุ์ที่ท่านจะเอาไปเพาะปลูก เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็จงมอบให้กับฟาโรห์หนึ่งในห้าส่วน
24 นอกนั้นเป็นของท่านเพื่อว่าจะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ต่อไปเป็นอาหารของท่านและครอบครัว รวมทั้งลูกเล็ก ๆ ของท่าน พวกเขาตอบว่า 
25 “ท่านได้ช่วยชีวิตของพวกเราไว้ หากเป็นที่พอใจของท่านเราก็จะเป็นทาสของฟาโรห์
26 ดังนั้น โยเซฟจึงตั้งกฎเรื่องที่ดินของประเทศอียิปต์ซึ่งยังใช้อยู่จนทุกวันนี้ คือ หนึ่งในห้าของผลผลิตเป็นของฟาโรห์  ยกเว้นที่ดินของปุโรหิตที่ไม่ได้ตกเป็นของฟาโรห์
27 อิสราเอลได้ตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ 17 ปี พวกเขาได้ครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ ในนั้นและมีลูกหลานทวีขึ้นมากมาย

สิบเจ็ดปีผ่านไป 
28 ยาโคบอาศัยในแผ่นดินอียิปต์ 17 ปี และเขาอยู่จนอายุได้ 147 ปี
29 เมื่อใกล้เวลาที่เขาจะสิ้นชีวิต เขาเรียกลูกชายโยเซฟมาหา และกล่าวว่า “หากเจ้ารักพ่อจริงขอให้เจ้าวางมือที่ใต้ขาอ่อนของพ่อ และปฏิญาณ ด้วยความจริงใจว่า เจ้าจะไม่ฝังพ่อไว้ในอียิปต์
30 แต่เมื่อพ่อล่วงลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเราเจ้าจะเอาศพของพ่อออกจากอียิปต์ไปเก็บไว้ที่เดียว กับบรรพบุรุษของเรา” โยเซฟตอบว่า”เราจะทำตาม ที่พ่อกล่าวมา” 
31 “สาบานกับพ่อสิ” โยเซฟก็สาบานและอิสราเอลก้มลงกราบนมัสการที่หัวเตียงของเขา

 

 

ทั้งครอบครัวพบฟาโรห์
ปฐมกาล 47:1-6
เมื่อทั้งครอบครัวมาถึง โยเซฟจึงทูลฟาโรห์เป็นส่วนตัวว่า ครอบครัวของเขามาถึงแล้ว และนำพี่น้องห้าคนเท่านั้น เข้ามาเฝ้าเพื่อให้ฟาโรห์ได้รู้จัก  พวกเขาทั้งหมดได้เข้ามาขออนุญาตจากฟาโรห์ ทั้ง ๆ ที่ฟาโรห์ก็ได้อนุญาตแล้ว เราจะเห็นถึงความนอบน้อมของโยเซฟที่มีต่อฟาโรห์  และเขายังสอนให้พี่น้องของเขาได้เข้าใจด้วยว่า พวกเขามาในฐานะอย่างไร
 ฟาโรห์เองก็มีน้ำใจมาก ให้หาที่ดินดี เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งฟาโรห์เองก็ทรงปัญญาเพราะรู้ว่า ครอบครัวนี้เก่งการเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ  จึงให้พวกเขาได้มีส่วนในการเลี้ยงสัตว์ของฟาโรห์เองด้วย

นำพ่อเข้าเฝ้า
ปฐมกาล 47:7-12
แล้วโยเซฟก็นำพ่อมาเข้าเฝ้า โดยไม่ให้ซ้ำซ้อนกับพี่น้อง เราจะเห็นบันทึกว่า ยาโคบอวยพรให้แก่ฟาโรห์ และฟาโรห์ก็รับ ทั้ง ๆ ที่คนทั้งหลายมองว่า ฟาโรห์เป็นตัวแทนของพระเจ้า ทั้งนี้เป็นเพราะท่านตระหนักดีว่า พระเจ้าของโยเซฟนั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ และพระองค์กำลังทำการของพระองค์ผ่านโยเซฟช่วยให้ประชากรชาวอียิปต์ และชาติใกล้เคียงไม่ต้องตายหมู่เป็นจำนวนมากเพราะการกันดารที่รุนแรง

และพระเจ้าองค์นี้ทรงเตือนฟาโรห์เองในความฝัน ฟาโรห์จึงยินดีรับคำอวยพรจากยาโคบ
จากเรื่องราวตอนนี้ เรายังเห็นว่า  ยาโคบจะไม่ได้ตั้งหลักฐานจริง ๆ ในโลกนี้คำตอบของยาโคบเหมือนกับเขาคิดว่า ชีวิตในโลกเป็นเพียงการเร่ร่อน บ้านจริงไม่ได้อยู่โลก และเขา ก็ต่อสู้ในโลกน้อยกว่าอับราฮัมและอิสอัคซึ่งมีอายุยืนยาวมาก อีกอย่างที่สำคัญคือ โยเซฟมีหัวใจให้เด็กเล็กเป็นพิเศษเพราะอ่านต่อไปเราจะเห็นคำว่าเด็กเล็ก ๆ อีกหลายครั้ง

สุดทางของความหิวโหย
ปฐมกาล 47:13-22
เมื่อเงินจากประชาชนมาถึง ก็เข้าท้องพระคลังของฟาโรห์ทันที โยเซฟไม่ได้ใช้เงินนั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่ต่อมา เรื่องราวส่วนนี้ เป็นตอนที่เศร้ามาก เพราะประชาชนซื้ออาหารจนเงินหมด  พวกเขามาขอร้องโยเซฟ  โยเซฟจึงให้เอาสัตว์มาแลก ซึ่งสัตว์เหล่านี้ ถึงแม้จะเป็นอาหารของพวกเขาได้ แต่ก็ยังต้องกินอาหารเหมือนกัน  ตอนนี้ฟาโรห์ เลยมีแพะ แกะ วัว ลา เพิ่มขึ้นมากมาย และเป็นภาระของฟาโรห์ที่จะต้องเลี้ยงแกะเหล่านี้
แต่แล้วต่อมาไม่นานประชาชนก็มายื่นข้อเสนอที่โยเซฟจำเป็นต้องรับจากพวกเขา นั่นคือ พวกเขาขอให้ซื้อตัวพวกเขาให้เป็นทาสฟาโรห์  และขอให้ซื้อที่ดินด้วยเพื่อจะมีอาหาร  ประชาชนจึงลดตัวเองลงเป็นทาส

แปลกที่ฟาโรห์เองก็ยังไม่พร้อมที่จะให้อาหารเหล่านั้นเปล่า ๆ กับประชาชน
จากนั้นโยเซฟจึงได้สร้างกฎขึ้นมา เพื่อไม่ให้มีการทำร้ายประชาชนมากไปกว่านี้  เขาทำตามข้อเสนอของประชาชน และมอบเมล็ดพันธ์ุแบบให้เปล่า เพื่อว่า พวกเขาจะเอาไปปลูก และให้คืนฟาโรห์มาร้อยละยี่สิบ
เราจะเห็นตรงนี้ในข้อ 24  ว่า โยเซฟยังคงเป็นห่วงลูกเล็ก ๆ ของประชาชน
กลายเป็นว่า ประชาชนทั้งหลายจึงเป็นทาสฟาโรห์
และมีกฎภาษีที่ดินหนึ่งในห้าต่อมาอีกเป็นเวลานาน

สิบเจ็ดปีผ่านไป
ปฐมกาล 47:27-31
ย้อนกลับมายังครอบครัวของยาโคบที่ได้เข้าไปในแผ่นดินอียิปต์  พวกเขาไม่ได้อยู่เฉย แต่มีลูกหลานเพิ่มขึ้นมากมายในแผ่นดินโกเชน
ยาโคบอายุได้ 147 ปี ก็รู้สึกว่า เวลาของเขาในโลกกำลังจะสิ้นสุด จึงขอร้องให้โยเซฟได้นำศพของเขาออกไปจากแผ่นดินนี้ ให้ไปเก็บไว้ที่เก็บศพของอับราฮัมและอิสอัค ยาโคบรู้ดีว่า แผ่นดินอียิปต์ไม่ใช่เป็นของเขา แต่ดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาต่างหากที่ใช่   ซึ่งโยเซฟก็สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ โดยปฏิญาณตามแบบของคนอิสราเอล 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 47
1* ปฐมกาล 46:31; 45:10; 46:28; 50:8
2* กิจการ 7:13
3* ปฐมกาล 46:33,32,34
4* เฉลยธรรมบัญญัติ  26:5; ปฐมกาล 43:1; 46:34
6* ปฐมกาล 20:15; 45:10, 18; 47:11; 47:4
7* ปฐมกาล 47:10; 48:15, 20
9* ฮีบรู 11:9, 31;ปฐมกาล 47:28; โยบ 14:1 ; ปฐมกาล 5:5; 11:10-11; 25:7-8; 35:28

10* ปฐมกาล 47:7
11* อพยพ 1:11; 12:37; ปฐมกาล 47:6, 27
12* ปฐมกาล 48:11; 50:21
13* ปฐมกาล 41:30
14* ปฐมกาล 41:56; 42:6
15* ปฐมกาล 47:19
19* ปฐมกาล 43:8
20* เยเรมีย์ 32:43

22* เอสรา 7:27; ปฐมกาล 41:45
25* ปฐมกาล 33:15
26* ปฐมกาล 47:22
27* ปฐมกาล 47:11; 17:6; 26:4; 35:11; 46:3
29* เฉลยธรรมบัญญัติ   31:14; ปฐมกาล 24:2-4, 49; 50:25
30* 2 ซามูเอล 19:37
;ปฐมกาล 49:29; 50:5-13
31* 1 พงศ์กษัตริย์ 1:47