กิจการ 6 คำอธิบายเพิ่มเติมและพระคำเชื่อมโยง

แต่งตั้งผู้รับใช้ดูแลพี่น้อง

กิจการ 6:1-4
ตอนที่เริ่มต้นคริสตจักรนั้น มียิวที่มาจากต่างประเทศ เข้ามาอาศัยในเยรูซาเล็ม เป็นพวกที่ใช้ภาษากรีกเป็นหลัก
และก็มียิวท้องที่ซึ่งใช้ภาษาอาราเมคสื่อสาร จึงมียิวสองพวกที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ที่คริสตจักรดูแลแม่ม่ายก็เพราะพวกเธอไม่มีใครที่จะช่วยให้สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น นี่เป็นลักษณะของคนยิวอยู่แล้วที่จะมีการดูแลแม่ม่ายและลูกกำพร้า

และเมื่อปัญหาเกิดขึ้น อัครทูตก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย พวกเขาหาทางที่จะแก้ปัญหาด้วยการเลือกคนที่ มีสติปัญญา และเต็มด้วยพระวิญญาณของพระเจ้าเข้ามาช่วยทำงานด้านสังคม ดูแลความเป็นอยู่ทั่วไป. ในขณะที่อัครทูตจะใช้เวลากับการสอนพระวจนะ ซึ่งเป็นงานหลักของคริสตจักร เพราะถ้าพี่น้องไม่มีความเข้าใจในพระคำของพระเจ้าพวกเขาก็จะไม่แข็งแรง เราจึงเห็นว่าคริสตจักรทำงานทั้งสองอย่างไม่ได้ละทิ้ง ด้านใดด้านหนึ่ง และก็ได้เลือกคนทำงานให้เหมาะสมด้วย ในสมัยใหม่นี้ น่าจะเรียกผู้รับใช้แบบนี้ว่ามัคนายก
1* กิจการ 2:41; 4:4; 9:29; 11:20; 4:35; 11:292 อพยพ 18:17. 3* 1 ทิโมธี 3:7-13 4* กิจการ 2:42

กิจการ 6:5-7
เมื่อพวกเขาเลือกคนเข้ามา ท่านลูกาก็บันทึกให้ทราบด้วยว่า มีใครบ้าง แต่ดูเหมือนสเทเฟนจะเป็นคนที่โดดเด่นกว่าทุก ๆ คน เขาน่าจะเป็นผู้นำคนกลุ่มนี้ เราอาจคิดว่าทำไมท่านลูกาจึงต้องบอกชื่อคนเหล่านี้รู้ไหมเพราะอะไร?

เพราะว่าทุกคนมีชื่อเป็นกรีกหมดทั้ง ๆ ที่เป็นคนยิว พวกเขาคือกรีกที่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามา น่าสนใจคือ ทุกคนในกลุ่มไม่ว่าจะเป็นยิวพูดอาราเมค หรือยิวพูดกรีกเห็นด้วยและมีการอธิษฐานวางมือให้พวกเขาได้ทำงานด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้าพวกเขาไม่ได้เห็นว่างานนี้เป็นงานเล็ก ๆ แต่มีความสำคัญมากเช่นกัน
5* กิจการ 6:3; 11:24; 8:5; 26; 21:8; วิวรณ์ 2:6, 15 6* กิจการ 1:24; 2 ทิโมธี 1:6. 7* กิจการ 12:24, ยอห์น 12:42

กิจการ 6:8-11
แม้ว่าสเทเฟนไม่ได้เป็นอัครทูต แต่เป็นผู้ที่ดูแลความเป็นอยู่ของแม่ม่ายซึ่งมีอยู่มากมายพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่ถูกเลือกเข้ามาทำงาน เขากลับเป็นคนที่ทำการอัศจรรย์ ทำหมายสำคัญซึ่งมีความหมายถึงการอัศจรรย์ ที่ชี้ไปถึงพระเมสสิยาห์ คือพระเยซูคริสต์ ที่เขาทำได้เพราะชีวิตของเขาเต็มด้วยพระคุณและฤทธิ์เดชของพระวิญญาณในตัวเขา

และเมื่อมีคนมาโต้แย้ง พวกนั้นก็ไม่อาจชนะข้อโต้แย้งได้ เพราะสเทเฟนมีทั้งสติปัญญา และพระวิญญาณทรงกล่าวผ่านเขา น่าตื่นเต้นจริง ๆ ที่ใครคนหนึ่งจะมีปัญญาพร้อมพระวิญญาณเช่นนี้ ให้สังเกตอย่างหนึ่งคือ ยิวที่มาจากแคว้่นซิลีเซีย เป็นบ้านเกิดของท่านเปาโลด้วย มีบางคนให้ความเห็นว่าเรื่องเหล่านี้ ท่านลูกาน่าจะได้ยินมาจากท่านเปาโลอีกที แล้วศัตรูก็หาทางอื่นที่จะกำจัดสเทเฟนให้พ้นทาง เป็นวิธีเดิม ๆ ที่พวกเขาใช้กับพระเยซู และอัครทูต
8* กิจการ 2:43; 5:12; 8:15; 14:310* ลูกา 21:15. 11* 1 พงศ์กษัตริย์ 21:10,13

จับกุมสเทเฟน

กิจการ 6:12-15
มีการยุยง ปลุกปั่นประชาชนและผู้ใหญ่ให้จับตัวสเทเฟนมา และพวกเขาก็ทำสำเร็จ จะเห็นว่าจากการคุยกันธรรมดา กลายเป็นการโต้แย้ง จากนั้นก็กลายเป็นการให้ร้าย และความ รุนแรงจนถึงชีวิต

พวกเขาพยายามให้คนยิวคิดว่าสิ่งที่สเทเฟนพูดและทำนั้น เป็นการทำลาย ความเชื่อในศาสนายิว ทำลายวัฒนธรรม กฎบัญญัติของโมเสส แต่ในวันนั้นทุกคนกลับมองสเทเฟนเห็นเขาเป็นเหมือนทูตสวรรค์! เป็นไปได้อย่างไร ชายคนที่พวกเขาจับตัวมา กลับนิ่งสงบ เป็นสุข และหน้าตามีราศีขนาดนั้น พวกเขาเข้าใจไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
14* กิจการ10:38, 25:8

สดุดี 32 อย่าให้มีบาปที่ไม่สารภาพ

ภาพจาก pixels.com ถ่ายโดย Hilary Halliwell

มัสคิลบทหนึ่ง ของดาวิด
ผู้ที่พระเจ้าทรงอภัย ก็เป็นสุขเหลือเกิน
1 คนที่พระเจ้าทรงอภัยการล่วงละเมิดก็เป็นสุข
คนที่ความบาปถูกลบไปแล้ว ก็เป็นสุข
2 คนที่พระยาห์เวห์ไม่ทรงถือโทษบาปก็เป็นสุข
คนที่ไม่มีจิตใจที่ล่อลวงก็เป็นสุข

บาปที่ค้างคา ทำลายชีวิต
3 เพราะเมื่อข้านิ่งเฉยอยู่ กระดูกก็ผุเปราะไป
ข้าร้องโหยหวนคร่ำครวญทั้งวัน
4 พระหัตถ์ของพระองค์หนักอยู่เหนือข้าทั้งวันและคืน
กำลังของข้าก็เหือดหายไปราวกับไอร้อนในฤดูร้อน
5 ข้ายอมรับบาปของข้าต่อพระองค์
และไม่ได้ปกปิดความผิดเอาไว้
ข้ากล่าวว่า “ข้าจะสารภาพความผิดบาปต่อพระยาห์เวห์”
และพระองค์ก็ทรงอภัยบาปชั่วของข้า เซ ลาห์

ป้องกันหายนะที่จะมาถึงชีวิต
6 ดังนั้น ให้ทุกคนที่อยู่ในทางของพระเจ้าอธิษฐานต่อพระองค์
ในเวลาที่จะพบพระองค์ได้
แน่ที่เดียว มวลน้ำใหญ่จะไม่ท่วมถึงเขา …
7 พระองค์ทรงเป็นที่ซ่อนตัวของข้า
พระองค์ทรงรักษาข้าให้พ้นจากความทุกข์ลำบาก
พระองค์ทรงโอบล้อมข้าไว้ด้วยเสียงแห่งการช่วยกู้ เซ ลาห์

พระเจ้าทรงเป็นผู้สอนตามทางชีวิต
8 เราจะสั่งสอนและชี้นำเจ้าไปในทางที่เจ้าควรจะเดินไป
เราจะให้คำปรึกษาพร้อมกับจับตาดูเจ้า
9 อย่าเป็นเหมือนม้าหรือลาที่ไม่มีความเข้าใจ
ที่ต้องถูกบังคับด้วยสายรั้งและบังเหียน
มิฉะนั้นจะไม่ยอมเชื่อฟัง

ความยินดีในพระเจ้าของคนเที่ยงธรรม
10 คนชั่วพบความทุกข์ใจหลายอย่าง
แต่ความรักมั่นคงอยู่ล้อมรอบคนที่วางใจในพระยาห์เวห์
11จงชื่นชมในพระยาห์เวห์ และยินดีเถิด เหล่าคนเที่ยงธรรมเอ๋ย
และร้องตะโกนด้วยความยินดี เหล่าคนที่มีใจเที่ยงตรง!

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 85:2,103:3

2* 2 โครินธ์ 5:19, ยอห์น 1:47

3* สดุดี 38:3,8

4* 1 ซามูเอล 5:6,11, 39:10-11

5* สุภาษิต 28:13,

6* 1 ทิโมธี 1:16, อิสยาห์ 55:6,

7* สดุดี 9:9, อพยพ 15:1

8* สุภาษิต 3:5-6, สดุดี 33:18

9* สุภาษิต 26:3,

10* โรม 2:9, สุภาษิต 16:20

11*สดุดี 64:10, 68:3, 97:12

คำอธิบายเพิ่มเติม สดุดี 32

คนที่…​ก็เป็นสุข เป็นสดุดีที่เริ่มต้นคล้ายสดุดีบทที่ 1

สดุดี 32:1-2
ผู้ที่พระเจ้าทรงอภัย ก็เป็นสุขเหลือเกิน
สดุดีบทที่ 32 นี้ หากเราได้ใคร่ครวญ เดินตาม และมีความเข้าใจถึงการทรงอยู่ด้วยของพระเจ้าในชีวิต ใช้เวลากับบทนี้นาน ๆ ให้คำซึมซาบเข้าไปในหัวใจ ชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลง อย่าปล่อยสดุดีบทนี้ไปเฉย ๆ แต่ให้กลับมาเพื่อเราจะได้รู้จักที่จะสะท้อนชีวิต การกระทำ พฤติกรรมของเราและทำให้ถูกต้องต่อพระเจ้า เชื่อกันว่า ข้อความทั้งหมดที่เขียนเป็นความรู้สึกของดาวิดหลังจากที่ท่านสำนึกผิดกลับใจจากบาปที่ท่านทำต่อครอบครัวของอุรียาห์ (2 ซามูเอล 11)
อ่านสองข้อนี้ให้ดีแล้วถามตัวเองว่า เราได้รับการอภัยบาปแล้ว พระเจ้าไม่ทรงถือโทษเราแล้ว แน่ใจไหมว่าเป็นอย่างนั้น

สดุดี 32:3-5
บาปที่ค้างคา ทำลายชีวิต
การนิ่งเฉย คือความดื้อเงียบ ไม่ยอมที่จะรับว่าตนเองทำผิด คิดว่าทิ้งบาปไว้มืด ๆ ไม่มีใครเห็นก็จบกัน แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว ไม่มีอะไรปิดบังไว้จากพระองค์ได้เลย และคนที่พระองค์ทรงรักพระองค์จะลงวินัยกับเขาอย่างแน่นอน ที่ว่าพระเจ้าตีสอน แล้วพูดกันพร่ำเพรื่อ รู้ไหมว่า คนที่ถูกตีสอนคือคนที่พระเจ้าทรงรัก ทรงให้เขาเจ็บเพื่อเขาจะไม่ทำลายชีวิตของตนเอง
จากคำของดาวิดเราจะเห็นว่า ไม่ใช่แค่สำนึก หรือมโนธรรม หรือใจที่ฟ้องตนเอง (อ่าน 1 ยอห์น 3:16-24) แต่พระหัตถ์ของพระเจ้าต่างหากที่หนักอยู่เหนือใจของท่าน
อย่าลืม… ไม่ว่าเราทำบาปต่อใคร ทำเรื่องอะไร ในที่สุดทุกอย่างมาตกที่เป็นการทำบาปต่อองค์พระเจ้าโดยตรง
แต่ถึงแม้ว่าบาปหนักเพียงไร เมื่อดาวิดตัดสินใจว่าท่านจะสารภาพบาป สำนึกผิด พระเจ้าก็ทรงซื่อตรงที่จะอภัยบาปให้ท่าน

สดุดี 32:6-7
ป้องกันหายนะที่จะมาถึงชีวิต
ดาวิดชวนให้ทุกคนอธิษฐานต่อพระเจ้าก่อนที่จะถึงเวลาแห่งความลำบาก มวลน้ำใหญ่นี้ หมายถึงความทุกข์ยาก ปัญหาต่าง ๆ อะไรก็ตามที่เกินมือของเราจะจัดการได้ ดาวิดตระหนักว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ที่ช่วยกู้ท่าน และการโอบล้อมของพระเจ้าที่ท่านกล่าวถึง รู้สึกไหมว่า ปลอดภัยจริง ๆ

สดุดี 32:8-9
พระเจ้าทรงเป็นผู้สอนตามทางชีวิต
แล้วพระเจ้าก็ตรัสในใจของดาวิดว่า พระองค์จะทรงสอนและนำทางที่ควรจะไป ซึ่งเราหาได้จากพระคัมภีร์ ไม่จำเป็นต้องไปรอฟังเสียงของพระเจ้าด้วยวิธีต่าง ๆ ที่ใคร ๆ แนะนำ เริ่มจากพระคำของพระองค์ แล้วความใกล้ชิดนั้นจะทำให้เราได้ยินเสียงของพระเจ้าได้ง่ายขึ้น พระเจ้าตรัสชัดเจนว่าอย่าดื้อ อย่าขาดความเข้าใจ อย่ามีตัวเองมากจนไม่ได้ยินเสียงของพระองค์ หากดื้อมาก และพระเจ้ารักมากพระองค์อาจต้องใส่บังเหียนให้กับเรา เราคงไม่อยากได้แบบนั้น

สดุดี 32:10-11
ความยินดีในพระเจ้าของคนเที่ยงธรรม
สดุดีบทนี้จบด้วยความยินดี เพราะผู้เขียนได้ผ่านการตรวจสอบจากพระเจ้า ผ่านการสำนึกผิด การสารภาพบาปต่อพระองค์ และเขาก็พบว่า พระเจ้าทรงดีจริง ๆ เพราะทรงคืนความรักมั่นคงให้ ทรงโอบล้อมชีวิตของเขาให้ปลอดภัย เขาจึงสามารถร้องเพลงสรรเสริญพระองค์จากหัวใจจริง

สดุดี 31 คำอธิษฐาน และคำสรรเสริญพระเจ้า

ถึงหัวหน้านักร้อง เพลงสดุดีของดาวิด
คำร้องทูลของดาวิด
1 โอ พระยาห์เวห์ ข้าลี้ภัยในพระองค์
ขออย่าทรงให้ข้าต้องอับอาย
ขอทรงช่วยกู้ข้าในความเที่ยงธรรมของพระองค์
2 ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังข้าด้วย ขอทรงรีบมาช่วยกู้
ขอทรงเป็นศิลาที่ลี้ภัยของข้า
เป็นป้อมปราการที่ช่วยให้รอด
3 เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นศิลาและที่กำบังของข้า
ขอทรงนำทางและจูงข้าไป เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์
4 ขอทรงฉุดข้าออกจากตาข่าย ที่พวกเขาแอบไว้เพื่อดักข้า
เพราะพระองค์ทรงเป็นที่หลบภัยของข้า

ดาวิดมั่นใจในพระเจ้า
5 ข้าขอมอบจิตวิญญาณไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
พระองค์ได้ทรงไถ่ข้า
โอ พระยาห์เวห์ องค์พระเจ้าแห่งความจริง
6 ข้าชังคนเหล่านั้นที่เชื่อในคำมุสาอันไร้ค่า
แต่ข้าวางใจในพระยาห์เวห์
7 ข้าจะยินดีและชื่นชมในความรักมั่นคงของพระองค์
เพราะพระองค์ทรงเห็นความยากเข็ญของข้า
พระองค์ทรงทราบความทุกข์ร้อนในจิตวิญญาณ
8 และพระองค์ไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตข้าอยู่ในเงื้อมมือศัตรู
พระองค์ทรงวางเท้าของข้าไว้ในที่กว้างขวาง

ความเจ็บปวดของดาวิด
9 ขอทรงพระเมตตาต่อข้า
โอ พระยาห์เวห์ เพราะข้าทุกข์ใจนัก
ดวงตาของข้าชอกช้ำจากความโศกเศร้า
รวมไปถึงจิตวิญญาณและร่างกายของข้าด้วย
10 เพราะเวลาในชีวิตของข้า ใช้ไปกับความทุกข์โศก
ปีเดือนผ่านไปด้วยการถอนหายใจ
ข้าหมดเรี่ยวหมดแรงเพราะความบาปของข้า
กระดูกของข้าก็แห้งกร่อนไป
11 ข้ากลายเป็นที่ตำหนิติเตียนเพราะเหล่าศัตรูของข้า
โดยเฉพาะกับเพื่อนบ้านของข้า
ข้าเป็นที่หวาดหวั่นของคนใกล้ชิด
เมื่อคนเห็นข้าตามทาง พวกเขาก็วิ่งหนีไป
12 ผู้คนลืมข้าไป ราวกับคนที่ตายไปแล้ว
ข้ากลายเป็นเหมือนภาชนะที่แตกหัก
13 เพราะข้าได้ยินเสียงกระซิบถึงความน่ากลัวรอบด้าน
ขณะที่พวกเขาสมคบคิดต่อต้านข้า
ขณะที่พวกเขาวางแผนจะเอาชีวิตข้า

ในความทุกข์ยาก ดาวิดวางใจในพระเจ้า
14 แต่ข้าวางใจในพระองค์ โอ พระยาห์เวห์
ข้ากล่าวว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้า”
15 เวลาของข้าก็อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์
ขอทรงช่วยข้าจากเงื้อมมือของเหล่าศัตรูและคนที่มาข่มเหง
16 ขอทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ฉายแสง
ลงมายังผู้รับใช้ของพระองค์
ขอทรงช่วยข้าในความรักมั่นคงของพระองค์
17 โอ พระยาห์เวห์ ขออย่าให้ข้าต้องละอายใจ
เพราะข้าร้องเรียกหาพระองค์
ขอทรงให้ศัตรูอับอาย ให้พวกเขาสยบนิ่งอยู่ในแดนตาย
18 ขอให้ปากที่พูดเท็จต้องเงียบไป
ปากที่กล่าวคำอหังการต่อต้านผู้เที่ยงธรรม
ด้วยความก้าวร้าวและคำดูหมิ่น

ดาวิดรับว่าพระเจ้าทรงดียิ่งนัก
19 โอ ความดีของพระองค์นั้นมีมากเหลือล้นเพียงใด
พระองค์ทรงสะสมความดีนั้นไว้เพื่อคนที่ยำเกรงพระองค์
และเป็นความดีที่ทรงทำแก่คนที่ลี้ภัยในพระองค์
ต่อหน้าต่อตาลูกหลานของมนุษย์
20 พระองค์ทรงซ่อนเขาในที่ลี้ลับ ณ เบื้องพระพักตร์
ให้พ้นจากแผนการร้ายของมนุษย์
พระองค์ทรงเก็บพวกเขาไว้ใต้ร่มเพิงที่ประทับ
ให้พ้นจากลิ้นที่ชั่ว
21 ขอถวายพระพรแด่พระยาห์เวห์
เพราะพระองค์ทรงแสดงความรักมั่นคงแก่ข้าอย่างน่าพิศวง
เมื่อข้าอยู่ในเมืองที่ถูกล้อม
22 ข้ากล่าวออกมาเมื่อตกใจว่า
“ข้าถูกตัดออกจากสายพระเนตรของพระองค์”
แต่พระองค์ทรงยินเสียงร้องทูลขอพระเมตตา
เมื่อข้าร้องขอความช่วยเหลือจากพระองค์

ชักชวนให้คนของพระเจ้าสรรเสริญพระองค์
23 จงรักพระยาห์เวห์ ผู้บริสุทธิ์ของพระองค์
พระยาห์เวห์ทรงปกปักรักษาผู้จงรักภักดี
แต่ทรงตอบสนองคนหยิ่งยโสอย่างเต็มขนาด
24 จงกล้าหาญ และพระองค์จะทรงเพิ่มพลังใจ
ทุกคนที่มีความหวังในองค์พระยาห์เวห์ !

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 5:8, 7:1, โรม 10:11

2* สดุดี 17:6, 18:2, 71:2

3* สดุดี 143:10-11, ยอห์น 16:13

4* สดุดี 25:15, 140:5, 2 ทิโมธี 2:26

5* ลูกา 23:46, ทิตัส 2:14,

6* โยนาห์ 2:8, สดุดี 24:4

7* อิสยาห์ 63:9, 49:13, สดุดี 119;153

8* ฉธบ. 32:30,โยบ 36:16,สดุดี 18:19

9* สดุดี 6:7, 88:9, เพลงคร่ำครวญ 5:17

10* สดุดี 88:15, 38:3, โรม 9:2

11*สดุดี 38:11,88:8, 88:18

12*โรม 9:21-22, อิสยาห์ 38:11-12, 30:14

13* เยเรมีย์ 20:10, เพลงคร่ำครวญ​ 2:22

14* สดุดี 56:3-4 140:6, 16:1-2

15* ยอห์น 17:1, โยบ 24:1

16* สดุดี 4:6, 80:3, โรม 9:15

17* สดุดี 25:2-3, เยเรมีย์ 20:11

18* ยูดา 1:15, สดุดี 94:4, 1 ซามูเอล 2:3

19* 1 โครินธ์ 2:9, อิสยาห์ 64:4,

20* สดุดี 27:5, 32:7,ยากอบ 4:6

21* สดุดี 17:7

22* เอเสเคียล 37:11, สดุดี 6:9

23* สดุดี 97:10, 34:9

24* สดุดี 27:14, 146:5

คำอธิบายเพิ่มเติม

สดุดี 31:1-4. คำร้องทูลของดาวิด
ถ้าเราเริ่มอ่านสดุดีบทนี้จากข้อ 9-13 ก่อน เราก็จะเข้าใจสภาพจิตใจของดาวิดในเวลานั้น ท่านเจอความทุกข์ใจ แต่ท่านก็เริ่มต้นด้วยการบอกว่า ขอลี้ภัย ขอพระเจ้าทรงฟัง ขอทรงช่วยกู้เร็ว ๆ ขอพระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย ขอทรงกำบังไว้ ขอทรงนำทางและจูงไป ขอฉุดจากตาข่าย…. เรียกได้ว่าท่านระดมทูลขอแบบไม่ต้องนับเลยว่า ขออะไรบ้าง เพราะทุกข์ใจยิ่งนัก

สดุดี 31: 5-8. ดาวิดมั่นใจในพระเจ้า
การฝากจิตวิญญาณไว้กับพระเจ้านั้น คือ ทิ้งทั้งชีวิตให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าแห่งความจริง …
กษัตริย์ดาวิดรู้ดีว่า การต่อสู้กับศัตรูไม่ใช่แค่ทางกายเท่านั้น แต่เป็นการต่อสู้กับการใส่ร้าย คำมุสาที่โหมกระหน่ำเข้ามา
ข้อเจ็ด ในความยากเข็ญ ดาวิดมั่นใจว่า พระเจ้าทรงเห็นทุกอย่างในหัวใจของท่าน
คำขอที่ให้พระเจ้าทรงวางไว้ในที่กว้างขวางจำเป็นมาก เพราะถ้าติดกับ จนมุมอยู่ก็จะหนีไปยาก ตั้งตัวยาก แต่ขอให้พระเจ้าทรงวางไว้ในที่กว้าง คือที่ ๆ มีทั้งความมั่นคงและปลอดภัยใต้พระเจ้า ไม่ได้อยู่ในเงื้อมมือศัตรู!

สดุดี  9-13 ความเจ็บปวดของดาวิด
ดูสภาพของดาวิดในห้าข้อนี้ อ่านซ้ำไปมาจะเห็นว่า เป็นชีวิตที่ทรมานจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ดาวิดเป็นผู้กล้าในสายตาของเรา ท่านสู้กับยักษ์ใหญ่ที่ตัวโตกว่ามากมายอย่างไม่กลัว ก่อนที่จะเป็นกษัตริย์ก็ใช้ชีวิตเหมือนกับผู้รักษาความสงบให้กับประชาชนที่เดือดร้อน เมื่อเราอ่านตอนนี้เราจึงเข้าใจว่า ในความเป็นวีรบุรุษ ไม่ได้หมายความว่า กล้าหาญ ชนะเสมอไป แต่ความทุกข์นั้นท่วมท้นมากมายไม่มีใครเข้าใจจริง ๆ ดาวิดจึงต้องการพระเจ้ามากเหลือเกิน
ในช่วงเวลาของชีวิตเราก็ตกอยู่ในสภาพนี้ได้เหมือนกัน. แต่…ท่านทำอย่างไรจึงพ้นสภาพนี้ได้?

สดุดี 31:14-18. ในความทุกข์ยาก ดาวิดวางใจในพระเจ้า
ข้อความตอนนี้ แตกต่างจากก่อนหน้า ดาวิดมั่นใจว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้า และเวลาของชีวิตที่มีไม่มากนั้น ก็อยู่ในการลิขิตของพระเจ้า และชีวิตก็จะไม่เป็นเหมือนข้อ 10 ที่เวลาเสียไปกับความเศร้าโศก พระเจ้าเองจะทรงเป็นผู้ช่วยให้พ้นจากศัตรู ท่านขอให้แสงจากพระเจ้ามายังใบหน้าของท่าน คือขอความโปรดปรานและความดีของพระเจ้ามาปรากฏในชีวิตของท่าน
หากเราเชื่อว่าเวลาของเราอยู่ในพระเจ้าแล้ว ความกังวลมากมายในชีวิตจะลดลงไปเพราะไม่ต้องไปห่วงไม่ต้องไปกังวลเหมือนอย่างคนในโลกที่ไม่มีพระเจ้า

สดุดี 31:19-22 ดาวิดรับว่าพระเจ้าทรงดียิ่งนัก
ตอนจบเพลงนี้ ดาวิดคนเดิมในข้อ 9-13 ก็เปลี่ยนไป ท่านยอมรับว่า พระเจ้าทรงดีเหลือเกิน ความดีของพระองค์มีเป็นคลังสะสมไว้ให้คนที่ยำเกรงพระองค์ แม้มนุษย์จะมีแผนทำลายท่าน แต่ก็ไม่มีใครอาจแตะต้องชีวิตได้เพราะพระเจ้าทรงซ่อนท่านไว้ในที่ลี้ลับในที่ประทับของพระองค์ ตรงนี้กล่าวอีกแล้วถึงลิ้นที่ใส่ร้าย ดูเหมือนว่า เป็นศึกหนักสำหรับดาวิดเลยทีเดียว
แม้ว่าดาวิดอยู่ท่ามกลางการถูกโอบล้อม แต่พระเจ้าทรงมีวิธีที่จะให้ท่านปลอดภัย
เราอย่าลืมทูลขอพระเจ้าให้ปลอดภัยจากการโอบล้อมของศัตรูในรูปแบบต่าง ๆ ด้วย
บางครั้งดาวิดรู้สึกเหมือนหมดหวัง กล่าวว่าถูกตัดขาดจากพระเจ้า แต่ทันทีท่านก็กลับมา และรู้ว่าเมื่อร้องทูล. พระเจ้าจะทรงฟัง

สดุดี 31:23-24. ชักชวนให้คนของพระเจ้าสรรเสริญพระองค์
เมื่อเราได้ประสบการณ์จากพระเจ้าอย่างเช่นดาวิด ก็อย่าเก็บไว้คนเดียว ให้ชักชวนคนอื่นรักพระเจ้าด้วย ก่อนหน้านี้เขามองตัวเอง แต่มาตอนนี้เขามองไปที่ประชาชนทั้งหลาย และในฐานะกษัตริย์ก็ชวนให้คนเหล่านั้นได้รักพระเจ้า เหตุว่าพระเจ้าทรงรักษาคนที่เที่ยงธรรมไว้ พระเจ้าจะทรงให้กำลัง ดังนั้นทุกคนควรที่จะกล้าหาญไม่หยุดเลย