เศคาริยาห์ 5 จินตภาพหนังสือม้วนและหญิงในตะกร้า

หนังสือม้วนที่บินได้
1 อีกครั้งที่ข้าพเจ้าเงยหน้าขึ้นและเห็นหนังสือม้วนบินไปได้
 2 ทูตสวรรค์ถามว่า “เจ้าเห็นอะไร?”
“ข้าพเจ้าเห็นหนังสือม้วนบินไปขอรับ” ข้าพเจ้าตอบ “ยาวยี่สิบศอก และกว้างสิบศอก” ประมาณ 9 เมตร และกว้างประมาณ 4.5 เมตร
3 แล้วท่านบอกข้าพเจ้าว่า “นี่เป็นคำสาปแช่งที่เคลื่อนไปทั่วแผ่นดิน ตามด้านหนึ่งของหนังสือม้วนนี้ คนที่เป็นโจรทุกคนจะต้องถูกกำจัดไป ส่วนอีกด้านหนึ่งกล่าวว่า ทุกคนที่สาบานเท็จจะถูกกำจัดให้หมดสิ้นไป
4 พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงประกาศว่า “เราจะส่งมันออกไป และมันจะเข้าไปในบ้านของโจรและคนที่ให้คำสาบานเท็จในนามของเรา มันจะเข้าไปในบ้านของเขาและทำลายบ้านนั้นให้หมดสิ้นไปจนถึงไม้และหินในบ้าน”

จินตภาพของผู้หญิงในตะกร้า
5 แล้วทูตสวรรค์ที่ได้พูดกับข้าพเจ้าเดินมาข้างหน้า และบอกข้าพเจ้าว่า “เงยหน้าขึ้นดูสิว่า อะไรกำลังมาใกล้”
6 ข้าพเจ้าถามว่า “นั่นเป็นอะไรขอรับ?” ท่านตอบว่า “ตะกร้าชั่งกำลังจะออกไป” แล้วท่านกล่าวต่อไปว่า “นี่เป็นบาปของประชาชนทั้งแผ่นดิน”
7 และดูเถิด  แล้วฝาตะกั่วก็เปิดออก ในตะกร้านั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่
8 “นี่คือความชั่วช้า” ท่านกล่าว แล้วท่านก็ดันเธอให้กลับไปในตะกร้าตามเดิม แล้วก็กดฝาปิดปากตะกร้า 
9 แล้วข้าพเจ้าก็เงยหน้ามองดูเห็นผู้หญิงสองคน บินตรงมาทางเรา มีลมพัดปีกของทั้งสอง โดยที่ปีกนั้นเหมือนปีกนกกระสา แล้วทั้งสองก็ยกตะกร้าขึ้นให้อยู่ระหว่างสวรรค์และโลก
10 “เขาจะเอาตะกร้าไปไหนขอรับ?”
ข้าพเจ้าถามทูตสวรรค์ที่พูดกับข้าพเจ้า
11  “เอาไปยังแผ่นดินชินาร์ เพื่อสร้างบ้านให้ตะกร้า เมื่อสร้างเสร็จ ตะกร้าก็จะวางตะกร้านั้นไว้บนฐานของมัน”

อธิบายเพิ่มเติม

จินตภาพต่อมา พระเจ้าทรงจัดการกับความบาปของอิสราเอล   พระเจ้าทรงบอกชัดเจนว่า คนบาปที่ไม่กลับใจจะถูกกำจัดให้หมด 

5:1-4  เศคาริยาห์เห็นหนังสือม้วนที่บินได้  เป็นคำสาปที่จะไปทั่วแผ่นดิน  ที่หนังสือนี้บินเหมือนโดรนเพื่อจะไปให้ทั่วจริง ๆ   เป็นหนังสือม้วนที่เปิดอยู่ และใหญ่พอที่คนจะอ่านได้  ใหญ่เหมือนบิลบอร์ดเลย   ทำให้คนที่ได้อ่านแล้ว ไม่อาจจะบอกว่า ไม่เห็นนะ ไม่ได้อ่านนะ 
 บาปที่พระเจ้าเจาะจงซึ่งเขียนอยู่ในหนังสือม้วนนี้คือ โจร กับคนสาบานเท็จ และไม่ใช่เท่านั้น แต่เป็นการทำผิดโดยอ้างพระนามพระเจ้า (เฉลยธรรมบัญญัติ 28) 
ข้อเขียนคำสาปนั้นมีทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งสำหรับคนที่ละเมิดบทบัญญัติสิบประการข้อ แปด (ดูอพยพ 20 ) อีกด้านสำหรับคนที่ละเมิดข้อที่สาม
สองประเภทนี้เป็นเป้าหมายของพระเจ้า  การปล้นสะดม การขโมยเป็นการทำกับเพื่อนบ้านของตน แต่การสาบานเท็จเป็นการทำกับทั้งพระเจ้า และเพื่อนบ้าน จินตภาพนี้แตกต่างจากอันก่อนที่พระเจ้าทรงอวยพระพร แต่จินตภาพนี้บ่งบอกการทำลายสิ้น
คำสาปดังกล่าวมีการพูดถึงในเฉลยธรรมบัญญัติ 30:7
การลงโทษบาปนั้นก็จะครอบคลุมทั้งแผ่นดิน!
 อิสราเอลจะต้องตระหนักว่า บาปทุกอย่างมีผลลัพธ์อย่างแน่นอน 

จินตภาพนี้ เน้นการลงโทษบาปคนที่ทำผิด ส่วนจินตภาพต่อไปกล่าวถึงการเอาความชั่วออกไปให้พ้นแผ่นดิน 

5:5-6 ต่อมาเศคาริยาห์เห็นตะกร้า กำลังออกไปโดยมีหญิงสองคนที่มีปีก ยกตะกร้าขึ้นในท้องฟ้า คำว่าตะกร้านี้เป็นภาษาฮีบรูว่า เอฟาห์ ซึ่งเป็นการชั่งตวงเท่ากับครึ่งหนึ่งของหนึ่งบูเชล  ดูเหมือนว่า ในช่วงเวลาของเศคาริยาห์นั้น ความชั่วนั้นเต็มแผ่นดินจริง ๆ  
ตะกร้าที่มีผู้หญิงอยู่เป็นเครื่องหมายของความชั่วร้ายของประชาชนทั้งแผ่นดิน และเป็นความชั่วที่แอบอยู่  และสะสมมาเรื่อย ๆ คนทั่วไปที่ได้รับผลของความชั่วก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน  เมื่อแผ่นดินเต็มด้วยความชั่วช้า พระเจ้าก็จะทรงทำลายความชั่วร้าย

5:7-8 หญิงคนนี้ต้องการหนีออกมา แต่ถูกดันให้กลับไป แถมปิดฝาตะกร้าด้วย ผู้หญิงมีปีกนำตะกร้านี้ไปแผ่นดินชินาร์ซึ่งก็คือ บาบิโลน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการต่อต้านพระเจ้า  ผู้หญิงที่มีปีกสองคนเป็นคนที่รับใช้ตามน้ำพระทัยของพระเจ้า 

5:9-11 ดูเหมือนว่า การที่เอาตะกร้าออกไปยังบาบิโลน บ่งบอกว่า พระเจ้าจะเอาความชั่วร้ายออกไปจากเยรูซาเล็ม และอย่าลืมว่าในบทที่สอง
พระเจ้าทรงสั่งให้คนอิสราเอลออกมาจากบาบิโลน  และพระองค์จะทรงเป็นกำแพงไฟให้กับเยรูซาเล็ม
แผ่นดินชินาร์นี้ ต่อต้านพระเจ้ามาตั้งแต่พวกเขาสร้างหอบาเบล พระเจ้าไม่ทรงยอมให้พวกเขาตั้งรูปเคารพไว้อย่างถาวรในแผ่นดินของพระองค์ มันจะต้องถูกกำจัดออกไป
นี่เป็นการกำจัดบาปเหมือนกับวันแห่งการลบบาปในเลวีนิติบทที่ 16 มีทั้งการรับโทษบาป และการปล่อยออกไปในถิ่นกันดาร

พระคำเชื่อมโยง

เศคาริยาห์ 5
1* เอเสเคียล 2:9
3* มาลาคี 4:6
4* อพยพ 20:15; เลวีนิติ 14:34-35
9* เลวีนิติ 11:13, 19
10* เศคาริยาห์ 5:5
11* เยเรมีย์ 29:5, 28;
ปฐมกาล 10:10

เศคาริยาห์ 4 จินตภาพคันประทีป

นิมิตถึงคันประทีปทองคำ
1 แล้วทูตสวรรค์ที่สนทนากับข้าพเจ้าก็กลับมาและท่านปลุกข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าก็งัวเงียเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากนอน

2 “เจ้าเห็นอะไร?” ท่านถาม “ข้าพเจ้าเห็นคันประทีปทองคำล้วนขอรับ” ข้าพเจ้าตอบ  “แล้วก็มีอ่างน้ำมันบนยอด และมีตะเกียงเจ็ดดวง โดยมีท่อส่งน้ำมันให้ตะเกียงด้วย”
3 แล้วก็มีต้นมะกอกเทศสองต้นข้าง ๆ ขวาของอ่างน้ำมันด้านหนึ่ง และอีกต้นอยู่ด้านซ้าย
4 “ท่านขอรับ .. สิ่งเหล่านี้คืออะไรกัน?” ข้าพเจ้าถามทูตสวรรค์ที่พูดกับข้าพเจ้า 
5 “เจ้าไม่รู้หรือว่ามันคืออะไร?”ทูตสวรรค์ตอบ “ไม่ทราบเลยขอรับ ท่านเจ้านาย” ข้าพเจ้าตอบ

6 ดังนั้นท่านจึงกล่าวกับข้าพเจ้าว่า “นี่เป็นพระดำรัสของพระยาห์เวห์ไปถึงเศรุบบาเบล ‘ไม่ใช่ด้วยกำลัง ไม่ใช่ด้วยฤทธิ์เดช แต่โดยพระวิญญาณของเรา’ พระยาห์เวห์องค์จอมทัพตรัส
7 เจ้าเป็นใครกัน เจ้าภูเขาที่ยิ่งใหญ่เอ๋ย?  เจ้าจะกลายเป็นพื้นราบต่อหน้า เศรุบบาเบล    แล้วท่านจะวางศิลามุมเอก  โดยมีเสียงร้องตามมาด้วยว่า “พระคุณ พระคุณแด่หิน”


8 แล้วพระดำรัสของพระยาห์เวห์มายังข้าพเจ้าว่า
9 “มือทั้งสองของเศรุบบาเบลได้วางรากฐานให้กับบ้านหลังนี้ และมือของท่านจะทำให้สำเร็จ ดังนั้นเจ้าจึงจะรู้ว่า พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงส่งข้ามาหาเจ้า 
10 ใครดูหมิ่นวันที่มีสิ่งเล็กน้อยเกิดขึ้นคืบหน้าไป?
เพราะพระเนตรเจ็ดดวงของพระยาห์เวห์ ซึ่งมองกวาดไปทั่วโลกจะยินดีเมื่อได้เห็นสายดิ่งในมือของท่านเศรุบบาเบล”

11 แล้วข้าพเจ้าถามทูตสวรรค์ “ต้นมะกอกสองต้นที่อยู่ทางขวาและซ้ายของคันประทีปนั้นหมายถึงอะไรขอรับ?”
12และข้าพเจ้าก็ถามเขาต่อไป “กิ่งทั้งสองของต้นมะกอกข้าง ๆ ท่อทองคำที่ส่งน้ำมันสีทองไปยังตะเกียงนั้น หมายถึงอะไรขอรับ?”
13 “เจ้าไม่รู้หรือว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร?” ท่านถาม “ไม่รู้เลยขอรับ” ข้าพเจ้าตอบ
14 ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า “นี่คือผู้ที่ได้รับการเจิมทั้งสองที่จะยืนข้าง ๆ องค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งทั่วทั้งโลกนี้”

อธิบายเพิ่มเติม

จินตภาพที่ห้านี้ ทำให้เศคาริยาห์ได้รับรู้ว่า พระเจ้าทรงเสริมพลังให้กับคนของพระองค์เพื่อทำการที่ทรงสั่งให้พวกเขาทำ เศคาริยาห์ เห็นคันประทีปทองคำที่มีอ่างน้ำมัน มีท่อส่งน้ำมันมาจากต้นมะกอกด้านซ้ายและขวา

4:1-6 สภาพของเศคาริยาห์คือยังไม่ตื่นเต็มที่ สิ่งที่เห็นก็เหมือนฝันทำให้รู้สึกงง  แต่เขาก็อธิบายได้อย่างถูกต้องว่าเห็นอะไรในจินตภาพนั้นบ้าง สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือ ไม่ทราบว่ามีความหมายว่าอย่างไร  แล้วเขาก็ถามทูตสวรรค์ตรง ๆ ถึงความหมายของทุกอย่างที่เห็น    
คันประทีปทองคำ เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นพยานถึงแผ่นดินของพระเจ้า    ต้นมะกอกนั้นได้ส่งน้ำมันให้กับคันประทีป เท่ากับคันประทีปได้พลังการทำงานมาจากต้นมะกอกนั้นเอง  ภาพนี้ทำให้เศคาริยาห์งงไม่น้อย เขาถามไปเลยว่า นี่หมายความว่าอย่างไรหรือ คำตอบคือ ไม่ใช่ว่าเขาและคนอิสราเอลต้องทำสิ่งที่พระเจ้าทรงบัญชา  ด้วยกำลังความคิดของตนเอง แต่ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสั่งนั้นจะสำเร็จได้ด้วยพระวิญญาณของพระองค์ที่ทรงเติมพลังให้คนของพระองค์!
คำตอบนี้เป็นคำตอบของผู้เชื่อทั้งโลก ทุกยุคทุกสมัย ไม่เว้นใครเลย 
และในสถานการณ์นี้พระเจ้าทรงยืนยันให้เศคาริยาห์ทราบว่า การซ่อมสร้างพระวิหารนั้น ถึงแม้คนที่กลับมาทำจะรู้สึกกระตือรือร้นอย่างไรก็ตาม แต่จะสำเร็จได้ด้วยฤทธานุภาพของพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้น 

4:7-9 ภูเขาที่ยิ่งใหญ่ คือ อุปสรรคที่ประชาชนและคนก่อสร้างต้องเผชิญในการสร้างพระวิหาร (เอสรา 5:3-17) ทั้งกำลังแรงงาน ทั้งการต่อต้านจากศัตรู   การได้วางศิลามุมเอกก็คือเสร็จสิ้นการสร้างแล้ว  และอีกประการคือ การตั้งอาณาจักรของพระเมสสิยาห์ในอนาคต
คำว่าพระคุณสองครั้งเป็นการเน้นย้ำ การสำนึกในพระคุณที่พระเจ้าทรงช่วยเหลือในการนี้  การที่พระเจ้าทรงเน้นย้ำพลังของพระวิญญาณทำให้เศรุบบาเบลมีกำลังขึ้นมาก  มือทั้งสองของเศรุบบาเบลเป็นมือที่ทำทุกอย่างให้สำเร็จเป็นการย้ำเตือนการช่วยเหลือของพระเจ้า

4:10  วันที่มีสิ่งเล็กน้อย ไม่ใช่เป็นวันที่ใครจะมาดูหมิ่น การสร้างพระวิหาร ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ใครจะมาดูหมิ่นได้เพราะทุกวันพระเจ้าทรงอยู่ด้วย ทอดพระเนตรดูทั้งโลก 
พระเนตรเจ็ดดวงมีความหมายถึง ความเพียบพร้อม สมบูรณ์  ใครจะมองอย่างไร พวกเรารู้ว่า พระเจ้าทรงอยู่กับโครงการสร้างพระวิหารครั้งนี้  พระองค์ผู้ทรงรู้ทุกสิ่ง อยู่ทุกหนแห่ง และทรงพลังสูงสุด ทรงสนพระทัยการงานของมนุษย์แม้จะเล็กน้อย ทรงอยู่กับงานนี้
พระเจ้าทรงยินดีเมื่อเห็นสายดิ่งในมือของเศรุบบาเบล  เมื่อเห็นศิลามุมเอกถูกวางในที่ของมัน  บัดนี้ คนของพระองค์กำลังทำการที่พระองค์ทรงมอบให้เขาทำแล้ว 

4:11 คำถามของเศคาริยาห์เป็นคำที่อยากถามเช่นกัน ต้นมะกอกทั้งสองได้ผลิตน้ำมันผ่านกิ่งก้านมายังท่อส่งงน้ำมัน ลงมายังคันประทีปเพื่อให้เกิดแสงสว่าง ทั้งกษัตริย์คือเศรุบบาเบล และทั้งปุโรหิตคือ โยชูวา เป็นสองคนที่ได้รับการเจิม   การงานที่ทั้งสองลงมือทำเพื่อพระเจ้า และประชาชนนั้น 
4:12-13 เอ ทำไมแค่นี้เศคาริยาห์ไม่เข้าใจความหมายนะ?
ถ้าคนของพระเจ้าเข้าใจความหมายทันที ก็ไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม  ทูตสวรรค์กล่าวว่า กิ่งทั้งสองของต้นมะกอกนั้น มีความหมายถึงคนที่พระเจ้าทรงเจิม ซึ่งยืนข้าง ๆ พระเจ้า เขาเป็นคนที่ได้รับการเจิมเพื่อทำการที่ได้รับคำสั่งมาเป็นพิเศษ  ทั้งสองก็คือ เศรุบบาเบลและโยชูวานั่นเอง ภายใต้การดูแลของทั้งสอง   อิสราเอลจะได้รับความอุดมสมบูรณ์  อาหารจากผืนดินจะไม่ขาด (3:1-10, 6:9-15)
และทั้งสองนี้ก็เล็งไปถึงพระเมสสิยาห์ที่จะเสด็จมา ทรงเป็นทั้งกษัตริย์และปุโรหิต ทรงเป็นกิ่งที่เศคาริยาห์เห็นใน 3:8 ; 6:12.  และภาพนี้ยังโยงไปถึงพยานทั้งสองในวิวรณ์  11:3-12 ด้วย
เมื่อพระเจ้าทรงให้คนของพระองค์ ทำราชกิจอันใด ไม่ว่าจะช่วยเหลือคนอื่น ไม่ว่าจะทำโครงการใด ไม่ว่าจะสร้างคริสตจักรของพระองค์ … ทุกอย่าง คนของพระเจ้าจะสำเร็จได้ด้วยพลังจากองค์พระวิญญาณทั้งสิ้น

พระคำเชื่อมโยง

เศคาริยาห์  4
1* เศคาริยาห์ 1:9; 2:3
2* วิวรณ์ 1:12; 4:5
3* วิวรณ์ 11:3-4
6* ฮักกัย  1:1; โฮเชยา  1:7

7* เยเรมีย์ 51:25; สดุดี 118:22; เอสรา 3:10-11, 13
9* เอสรา 3:8-10; 5:16; 6:14-15; เศคาริยาห์ 2:9,11; 6:15
10* ฮักกัย  2:3;  2 พงศาวดาร 16:9
11* เศคาริยาห์ 4:3
14*  วิวรณ์ 11:4 ; เศคาริยาห์ 3:1-7

เศคาริยาห์ 3 จินตภาพท่านโยชูวา

จินตภาพเรื่อง โยชูวาผู้เป็นหัวหน้าปุโรหิต 
1 แล้วทูตสวรรค์ก็แสดงให้ข้าพเจ้าได้เห็นปุโรหิตใหญ่คือท่านโยชูวา ยืนอยู่ต่อหน้าทูตสวรรค์ขององค์พระยาห์เวห์ พร้อมกับซาตานยืนอยู่ข้างขวาของท่านเพื่อกล่าวหาท่าน 
2 และพระยาห์เวห์ตรัสกับซาตานว่า “โอซาตาน! พระยาห์เวห์ทรงตำหนิเจ้าอยู่ ให้พระยาห์เวห์ผู้ทรงเลือกนครเยรูซาเล็มทรงตำหนิเจ้า!  ชายผู้นี้เป็นท่อนไม้ที่ลุกเป็นไฟซึ่งถูกดึงออกมาจากกองไฟมิใช่หรือ?”
3 เวลานั้นโยชูวาสวมเสื้อผ้าที่โสโครกในขณะที่ท่านยืนอยู่ต่อหน้าทูตสวรรค์
4 ดังนั้นทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่คนที่ยืนเบื้องหน้าท่านว่า “จงถอดเสื้อสกปรกของเขาออกเสีย” แล้วท่านกล่าวแก่โยชูวาว่า “ดูสิ เราได้นำความบาปของเจ้าออกไปแล้ว  และเราจะสวมเสื้อผ้าบริสุทธิ์ให้เจ้า”
5 แล้วข้าพเจ้ากล่าวว่า “ให้พวกเขาสวมผ้าโพกศีรษะที่สะอาดให้ท่านด้วย” ดังนั้นจึงมีผ้าโพกศีรษะสะอาดมาสวมศีรษะให้ท่าน และพวกเขาก็สวมเสื้อผ้าให้ท่าน โดยที่ทูตสวรรค์ของพระเจ้ายืนอยู่ที่นั่น 

ผู้เป็นกิ่งจะเสด็จมา
6 แล้วทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์สั่งโยชูวาดังนี้
7 “พระยาห์เวห์องค์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า ‘หากเจ้าเดินในทางของเรา และรักษาคำสอนของเรา เจ้าก็จะได้ปกครองพระนิเวศของเรา และยังจะดูแลลานพระนิเวศด้วย และเราจะให้เจ้ามีตำแหน่งร่วมกับคนเหล่านั้นที่ยืนอยู่ตรงนี้
8 บัดนี้ จงฟังเรา โอ โยชูวาผู้เป็นมหาปุโรหิต ทั้งเจ้าและผู้ร่วมงานที่นั่งอยู่ตรงหน้าเจ้า พวกเจ้าเป็นหมายสำคัญสำหรับอนาคต เพราะดูเถิด เรากำลังจะนำผู้รับใช้ของเรามา ท่านคือ “ผู้ที่เป็นกิ่ง”
2 ซามูเอล 7:12,13; อิสยาห์ 4:2; 11:1; เยเรมีย์ 23:5; 33:15; เศคาริยาห์ 6:12
9 ดูหินที่เราได้ตั้งไว้ต่อหน้าโยชูวา บนหินนั้นมีดวงตาเจ็ดดวง  ดูเถิด  เราจะสลักคำจารึกไว้บนหินก้อนนั้น พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงประกาศ และเราจะกำจัดความผิดบาปของแผ่นดินนี้ภายในวันเดียว 
10 “ในวันนั้น” พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงประกาศ “พวกเจ้าแต่ละคนจะเชิญเพื่อนบ้านมานั่งใต้ร่มเถาองุ่นและต้นมะเดื่อของตนเอง”

อธิบายเพิ่มเติม

จินตภาพเรื่อง โยชูวาผู้เป็นหัวหน้าปุโรหิต
สามจินตภาพที่ผ่านมา เป็นการเน้นที่เยรูซาเล็มให้เป็นศูนย์กลางแห่งการนมัสการพระเจ้าบนโลกนี้  จะมีคนเป็นจำนวนมากเข้ามานมัสการพระเจ้าด้วยกัน  ศัตรูของพระเจ้าจะถูกกันออกไป  ส่วนจินตภาพสองภาพต่อไปเป็นเรื่องของการที่พระเจ้าทรงจัดการกับตัวบุคคล ท่านโยชูวาและทุกคนที่อยู่ในจินตภาพของเศคาริยาห์นี้ เป็นหมายสำคัญสำหรับอนาคต (ข้อ  8)  นี่หมายความอย่างไร?
พระเจ้าเคยสั่งให้อิสราเอลเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิต และเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับพระเจ้า (อพยพ 19:6)
ท่านโยชูวาในบทนี้ กำลังเป็นตัวแทนของอิสราเอลที่ซาตานยินดีมากที่จะกล่าวหาเต็มที่ (ทุกปี ปุโรหิตจะนำบาปของคนทั้งชาติมาต่อพระพักตร์พระเจ้าในวันแห่งการลบบาป )  
3:1 ทูตสวรรค์ก็ให้เศคาริยาห์ได้เห็นปุโรหิตใหญ่ในสภาพที่สกปรกไม่น่าดูเลย ขณะเดียวกันก็มีซาตานซึ่งเป็นผู้กล่าวหา หรือผู้ต่อสู้ยืนอยู่เพื่อทำหน้าที่อันเชี่ยวชาญของตน การยืนอยู่ข้างขวาของจำเลยเป็นประเพณีปฏิบัติในศาล   ปุโรหิตโยชูวาท่านนี้ เป็นลูกชายของเยโฮซาดัก ซึ่งกล่าวถึงในฮักกัย 1:1   และเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพระวิหารซึ่งเป็นที่ปุโรหิตทำหน้าที่ของพวกเขา  
3:2
พระเจ้าทรงตำหนิซาตานสองครั้ง ซึ่งมีความหมายว่าตำหนิอย่างรุนแรง  พระเจ้าทรงบอกว่าพระองค์เองที่ทรงดึงท่านออกมาจากกองไฟ เป็นภาพของพระคุณพระเจ้าที่ช่วยให้รอด และชำระให้สะอาดด้วยพระองค์เอง  พระองค์ทรงนำอิสราเอลออกมาจากบาบิโลน พระองค์ยังทรงรักษาเชื้อชาติอิสราเอลนี้ไว้  พระเจ้าทรงเข้ามาแทรกเหตุการณ์ร้าย ทรงเป็นผู้แก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วยพระองค์เอง 
3:3
สภาพของท่านโยชูวานี้ สกปรกมากจนไม่สมควรที่จะเป็นปุโรหิต  ในภาษาเดิมมีความหมายเหมือนว่าท่านเต็มด้วยอุจจาระทั้งตัว  และท่านยืนต่อหน้าทูตสวรรค์  แต่ขณะนั้นคงทำหน้าที่ปุโรหิตอยู่อย่างไม่สมควร  และพระเจ้าทรงออกคำสั่งด้วยพระองค์เอง  และจากข้อสี่เราจะเห็นว่า ความสกปรกนั้นก็คือบาปนั่นเอง 
3:4
ทูตสวรรค์เองให้คนที่อยู่ตรงนั้นถอดเสื้อสกปรกออก และทูตสวรรค์กล่าวชัดว่า เอาบาปออกไปหมดแล้ว แล้วจะสวมเสื้อบริสุทธิ์ให้
3:5
นอกจากนั้นมีผ้าโพกศีรษะที่สะอาดให้ด้วย …ปกติแล้วผ้าโพกจะมีแผ่นทองคำเขียนติดไว้ด้านหน้า  ว่า “บริสุทธิ์แด่องค์พระผู้เป็นเจ้า” (อพยพ 28:36) พระเจ้าเองทรงเป็นผู้ที่ทำให้โยชูวาหรืออิสราเอลเปลี่ยนแปลงจากการตกในความบาปไปสู่ความบริสุทธิ์ 
เราจะเห็นว่า พระเจ้าเท่านั้นที่ทรงเป็นผู้จัดการให้เกิดการชำระให้สะอาด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากพระเจ้าไม่ได้เกิดจากโยชูวาที่ไปล้างออกเอง
การชำระโยชูวาครั้งนี้ เป็นสัญญาณบอกถึงการที่พระเจ้าทรงชำระประชากรของพระองค์ผ่านพระเมสสิยาห์ที่มาจากวงศ์วานดาวิด (3:1-30)

ผู้เป็นกิ่งจะเสด็จมา
3:6
จากนั้นทูตสวรรค์ก็ออกคำสั่งที่สำคัญ ท่านทูตสวรรค์องค์นี้ เป็นทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ มีความหมายแบบเดียวกันกับในข้อ 1:11
3:7
การเดินในทางของเราคือการทำตาม และรักษาคำของพระองค์คือรับใช้อย่างเอาใจใส่ ระมัดระวัง 
ท่านโยชูวาจะได้ทั้งปกครองพระวิหาร  ดูแลลานพระวิหาร จะได้อยู่กับเหล่าทูตสวรรค์  การที่ท่านโยชูวาได้รับการชำระและหน้าที่เหล่านี้ กำลังหมายถึงเวลาที่พระเมสสิยาห์กำลังจะมา 

3:8
ผู้เป็นเป็นกิ่งท่านนี้ คือพระเมสสิยาห์นั่นเอง พระองค์ทรงถูกเรียกว่า เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า (อิสยาห์ 53:11)
ที่เรียกว่า พระองค์ทรงเป็นกิ่งนั้นคือ พระองค์เป็นผู้ที่แตกออกมาจากวงศ์วานของเจสซี (บิดาของกษัตริย์ดาวิด) ทรงเป็นเหมือนหน่อที่แตกขึ้นมา 
การที่โยชูวาและผู้ร่วมงานเป็นหมายสำคัญในอนาคตที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้  นั่นคือ ระบบการเป็นปุโรหิตของพระเจ้าจะยังคงอยู่ต่อไป เพราะพระเจ้าทรงประสงค์ที่จะทำตามพระสัญญาของพระองค์ 

3:9
ปุโรหิตโยชูวา มีหินตั้งตรงหน้าท่าน เป็นสัญลักษณ์ว่าท่านมีสิทธิอำนาจในฐานะปุโรหิตที่พระเจ้าทรงแต่งตั้ง
ดวงตาเจ็ดดวงมีความหมายถึงการที่พระเจ้าทรงรู้ทุกกอย่างและการปกครองทั้งสิ้น ทุกอณูของเอกภพ (4:10) เป็นพระสัญญาแห่งพลังแห่งพระวิญญาณที่จะประทับอยู่ด้วย (อิสยาห์ 11:2)
การจารึกบนหินเป็นสิ่งที่ทำกันในตะวันออกกลางโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบน ศิลามุมเอก  และศิลามุมเอกนี้มีความหมายถึงพระเจ้าและพระเมสสิยาห์ในพระคัมภีร์  (สดุดี 118:22)
ศิลามุมเอกนั้นเคยเป็นศิลาที่คนอิสราเอลจะเข้าไปหลบภัย (อิสยาห์ 28:16 ) แต่ต่อมากลับเป็นหินที่ทำให้อิสราเอลสะดุด (มัทธิว 21:42) ต่อมาศิลามุมเอกก็เป็นดั่งเสาหลักของคริสตจักร (เอเฟซัส 2:19-22) ในอนาคต ศิลามุมเอกจะทำลายชาติต่าง ๆ ที่ต่อสู้พระองค์ (ดาเนียล 2:35,45)
เศคาริยาห์ 3:8-9 นี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตอันเดียวกันกับ 13:1

3:10
ภาพขององุ่น และมะเดื่อ มีความหมายถึงความสงบสุขในแผ่นดินของพระเจ้าในยุคที่พระเมสสิยาห์จะทรงครอบครอง อิสราเอลจะเชิญเพื่อนบ้านของพวกเขา(คนต่างชาติที่เชื่อพระเมสสิยาห์) มาชื่นชมกับสันติสุขและความอุดมสมบูรณ์  เวลาช่วงที่พระเมสสิยาห์ทรงครองนั้น ผลของการสาปแช่งเพราะมนุษย์ทำบาปจะถูกทำลายไปสิ้น  สวรรค์อย่างเอเดนที่หายไปนั้นจะได้รับกลับคืนมา 

พระคำเชื่อมโยง

เศคาริยาห์ 3
1* ฮักกัย 1:1; สดุดี 109:6
2* ยูดา 9; โรม 8:33; อาโมส 4:11
3* อิสยาห์ 64:6
4* อิสยาห์ 61:10

5* อพยพ 29:6
7* เลวีนิติ 8:35; เฉลยธรรมบัญญัติ 17:9; 12; เศคาริยาห์ 3:4
8* สดุดี 71:7; อิสยาห์ 42:1; 11:1; 53:2
9* เศคาริยาห์ 4:10; สดุดี 118:22; เยเรมีย์ 31:34; 50:20
10* ; อิสยาห์ 36:16

เศคาริยาห์ 2 จินตภาพสายวัด

จินตภาพเรื่องสายดิ่งวัด
1 แล้วข้าพเจ้าก็เงยหน้าขึ้นเห็นชายคนหนึ่งพร้อมกับสายวัดในมือ (เอเสเคียล 40:1–4)
2 ข้าพเจ้าถามว่า “ท่านกำลังจะไปไหน?” เขาตอบว่า “เรากำลังไปวัดขนาดความกว้างยาวของนครเยรูซาเล็ม”
3 แล้วทูตสวรรค์ผู้ที่กำลังพูดกับข้าพเจ้าก็ออกไป และมีทูตสวรรค์อีกท่านหนึ่งออกมาพบทูตท่านนั้น 
4 กล่าวกับท่านว่า “จงวิ่งไปและบอกชายหนุ่มคนนั้นว่า ‘นครเยรูซาเล็มจะกลายเป็นเมืองที่ไม่มีกำแพง เป็นเพราะมีประชากรมากมายรวมทั้งฝูงสัตว์ในเมือง 
5 เพราะเราเองจะเป็นกำแพงเพลิงโดยรอบเมือง พระยาห์เวห์ทรงประกาศ และเราจะเป็นสง่าราศีในเมืองนั้น’ ”  

ความยินดีของศิโยนและชาติต่าง ๆ ในอนาคต
โฮเชยา 3:1-5 
6“ลุกขึ้น! จงลุกขึ้น! จงหนีออกจากแผ่นดินทิศเหนือ” พระยาห์เวห์ทรงประกาศ  “เพราะเราได้ทำให้พวกเจ้ากระจัดกระจายไปราวกับลมทั้งสี่ทิศแห่งฟ้าสวรรค์” พระยาห์เวห์ทรงประกาศ  
7“ลุกขึ้นเถิด ศิโยนเอ๋ย! เจ้าทั้งหลายที่ไปอาศัยอยู่กับลูกสาวแห่งบาบิโลน”
8 เพราะพระยาห์เวห์องค์จอมทัพตรัสดังนี้ว่า “หลังจากที่พระองค์ประทานเกียรติแก่เราหรือ เพื่อพระเกียรติสิริของพระองค์ พระองค์ทรงใช้เรามายังชาติต่าง ๆ ที่ปล้นเจ้า  และทรงใช้เรามาต่อสู้กับชาติต่าง ๆ   ที่มาปล้นเจ้า เพราะใครก็ตามที่แตะต้องเจ้าเท่ากับเขากำลังกำลังแตะต้องแก้วตาของเรา  
9 เราจะยกมือของเราโบกเหนือพวกเขา เพื่อว่าเขาจะได้ถูกปล้นโดยข้ารับใช้ของพวกเขาเอง แล้วพวกเขาจะรู้ว่า  พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงส่งเรามา  

10 ลูกสาวแห่งศิโยนเอ๋ย จงโห่ร้องด้วยความยินดี เพราะเรากำลังจะมาอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า” พระยาห์เวห์ทรงประกาศ
11ในวันนั้น ชาติหลายชาติจะเข้ามาผูกพันกับพระยาห์เวห์  แล้วพวกเขาจะเข้ามาเป็นประชากรของเรา เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า แล้วเจ้าจะรู้ว่า พระยาห์เวห์องค์จอมทัพทรงส่งเรามาให้เจ้า
12 และพระยาห์เวห์ ทรงยึดครองยูดาห์ในฐานะส่วนหนึ่งของพระองค์ในแผ่นดินบริสุทธิ์ และพระองค์จะทรงเลือกเยรูซาเล็มอีกครั้ง 
13 ประชากรทั้งหลายเอ๋ย  จงนิ่งสงบต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์ทรงเร้าให้พระองค์เองลุกขึ้นจากที่ประทับอันบริสุทธิ์แล้ว

อธิบายเพิ่มเติม

จินตภาพเรื่องสายดิ่งวัด
2:1-13 : เห็นชายคนที่วัดเยรูซาเล็ม หมายถึงกำลังจะมีการสร้าง พระเจ้าตรัสว่า อิสราเอลจะถูกรื้อฟื้นและมีคนเข้ามาอาศัย  จินตภาพที่สามนี้ เกี่ยวข้องกับจินตภาพที่หกเพราะกล่าวถึงเยรูซาเล็มในด้านที่ต่างกัน ครั้งนี้กล่าวถึงความสำคัญของเยรูซาเล็ม ส่วนจินตภาพที่หก กล่าวถึงบทบัญญัติต่าง ๆ ในเยรูซาเล็ม

2:1-2 ตอนนี้พระเจ้ากำลังสื่อให้รู้ว่า พระองค์กำลังจะสร้างเยรูซาเล็มขึ้นใหม่   เศคาริยาห์เห็นทูตสวรรค์ที่มีลักษณะเหมือนมนุษย์กำลังจะไปวัดกำหนดขนาดของนครแห่งนี้  และนครแห่งนี้เป็นมรดกที่พระเจ้าประทานให้กับคนของพระองค์ และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะรื้อฟื้นสภาพทางกายภาพของเยรูซาเล็ม (1:17) พระองค์จะทรงให้นครแห่งนี้ รุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง ส่วนเราเองต้องมองต่อไปในอนาคตข้างหน้าว่า พระเจ้าจะทรงทำอะไร (วิวรณ์ 11:1 วัดพระวิหาร วัดแท่นบูชา และนับจำนวนผู้มานมัสการ!)

2:3-4 ทูตที่สนทนาด้วยใน 1:9  แล้วก็มีทูตอีกองค์มาพบกัน แล้วให้วิ่งไป.. นี่คือเรื่องนี้ด่วน  ให้รีบ ไปบอกคนที่กำลังทำรังวัดว่า  ในอนาคต เยรูซาเล็มจะใหญ่มาก เป็นนครที่กว้างขวางเกินคาด  เพราะมีประชากรมากมาย มีฝูงสัตว์ด้วย  นั่นคือขนาดใหญ่มาก  จนล้นออกไปนอกกำแพงเมือง  นี่เป็นนครเยรูซาเล็มในอนาคต เมื่อพระเจ้าทรงมาครอบครอง

2:5 ชาวเมืองจะได้องค์พระเจ้าเองเป็นกำแพง ซึ่งดีกว่ากำแพงใด ๆ พระยาห์เวห์ ทรงเป็นกำแพงไฟที่ดูแลพวกเขา  แล้วศัตรูไหนจะเข้ามาได้จะลุยไฟเข้ามาหรือ?  พระเจ้าในรูปแบบพระสิริตระการ จะทำให้นครเยรูซาเล็มปลอดภัย  ไม่ใช่แค่พระนิเวศที่พระเจ้าจะครอง แต่เป็นทุกตารางนิ้วของนครแห่งนี้ 
ทำให้เราคิดถึงเสาไฟที่ส่องให้ชนอิสราเอลตอนที่ออกมาจากอียิปต์  นครเยรูซาเล็มจะมีพระเจ้าเป็นความงามตระการอย่างที่ไม่มีเมืองไหนจะมีได้
ถ้ามองในแง่ฝ่ายวิญญาณ คิดถึงผู้เชื่อแต่และคนและคิดถึงพระเยซูองค์เมสสิยาห์แล้ว เราพบว่า เรามีองค์พระเจ้าทรงปกป้องชีวิตของเราทุกวัน ทรงเป็นกำแพงล้อมรอบชีวิตของเรา พระองค์จะสถิตในใจของเราด้วยเหมือนอย่างที่บอกว่า เราทั้งหลายเป็นพระวิหารของพระเจ้า
(แต่เราเห็นในวันนี้ 2025 เมษายน ว่า มีศัตรูพยายามที่จะทำลายเยรูซาเล็มในโลก.. ศัตรูของพระเจ้าไม่ต้องการเห็นพระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ แต่เราต้องดูต่อไป เพราะพระเยซูตรัสว่า เราชนะโลกแล้ว!)

ความยินดีของศิโยนและชาติต่าง ๆ ในอนาคต 
2:6-7  พระเจ้าทรงเรียกให้ประชากรของพระองค์ที่กระจัดกระจายไปทั่วกลับมา เขาเหล่านี้อาจมีความหมายถึงทุกยุคที่พระเจ้าทรงให้เขากระจายไป ทั้งสมัยที่ถูกอัสซีเรียกวาดไป ทั้งในสมัยบาบิโลน**
การเรียกของเศคาริยาห์ในข้อ 6-7  ก็เพื่อให้เขากลับมาสร้างบ้านเรือนในแผ่นดินที่พระเจ้าประทานให้
เราจะเห็นว่า การกลับมายังไม่ครบ ผู้ที่อธิบายพระคัมภีร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า เรียกให้คนอิสราเอลในประเทศต่าง ๆ ให้กลับมาด้วย (วิวรณ์ 8:4-8)  การกลับมาจากบาบิโลน ต้องขึ้นมาทางเหนือก่อน แล้วค่อยลงมาทางอิสราเอลอีกที คำว่าศิโยน เป็นชื่อที่เรียกสลับไปมาระหว่างพระวิหารของพระเจ้า เยรูซาเล็ม และศิโยน
อาจารย์คอนสเตเบิลจาก net.bible มีความเห็นว่า ในสมัยเศคาริยาห์ พระเจ้าทรงเรียกคนจากบาบิโลน และจากชาติอื่น ๆ เช่นในโมอับ อัมโมน เอโดม เปอร์เซีย และจากชาติอื่น ๆ ให้กลับมา เพื่อสร้างประเทศ
ในวันนี้ พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลจากประเทศต่าง ๆ เช่นกัน เมื่อปลายเดือนกันยายน 2025 ก็มีคนอิสราเอลจากสหรัฐกลับมาเป็นจำนวนมาก เรียกคนกลุ่มที่กลับมาแบบนี้ว่า อาลิยาห์ พระเจ้าทรงเรียกคนของพระองค์ทั้งในโลกโบราณและในปัจจุบัน เพื่อให้เขาทิ้งบาบิโลนในยุคใหม่เสีย

2:8-9 พระคำข้อนี้ทำให้คนอิสราเอลภูมิใจขนาดไหน ทุกวันที่ผ่านไปในเวลานี้ พวกเขาต้องเผชิญกับความเกลียดชังเกินร้อย มีหลายประเทศในโลกอาหรับที่มีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฆ่าล้างอิสราเอลทุกคนให้หายไปจากโลก พวกเขาไม่รู้เลยหรือว่า กำลังไปทำให้พระเจ้าทรงรำคาญพระเนตร ไม่รู้เลยว่า ผลตอบกลับมาจะรุนแรงเพียงใด
คำตรัสเช่นนี้ เป็นคำเปรียบเทียบให้รู้ว่า ชนชาติอิสราเอลมีความหมายกับพระองค์เพียงใด พระองค์จะทรงดูแลและปกป้องคนของพระองค์ แม้ว่าหลาย ๆ ยุค พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากเพื่อเรียกคนที่ดื้อด้านกลับมาหาพระองค์​
ผู้ที่พระเจ้าทรงส่งมาในข้อ 9 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากองค์พระเยซู-พระเมสสิยาห์
พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลหลายต่อหลายครั้งว่า ลูกสาวแห่งศิโยน แสดงความรัก ห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อพวกเขา

2:10-11 ที่อิสราเอลต้องยินดีเป็นเพราะพระเจ้าทรงลงพระหัตถ์เข้ามาเกี่ยวพันกับสงครามครั้งนี้ พระองค์จะประทับท่ามกลางเขา เมื่อทรงกลับมาในเยรูซาเล็ม ทุกชาติจะยอมรับว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าสูงสุด
มีคนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาเป็นคนของพระองค์ด้วย พระเจ้าทรงบอกอิสราเอลล่วงหน้าแล้วว่า ในอนาคตพวกเขาไม่ใช่ชนชาติเดียวที่จะสยบต่อพระองค์ โยเอล 2:28; วิวรณ์ 21:24 คำกล่าวในสองข้อนี้น่าจะเป็นการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซู

2:12 คำว่าแผ่นดินบริสุทธิ์ ไม่ได้พบแห่งใดในพระคัมภีร์ นอกจากข้อนี้เท่านั้น
พระเจ้าทรงย้ำเตือนว่า ที่ ๆ พวกเขาจะกลับมากันนั้น เป็นแผ่นดินที่พระองค์ทรงชำระไว้
2:13 พระเจ้าทรงสั่งให้นิ่งสงบ เพื่อพวกเขาจะตั้งใจดูว่า พระองค์จะทรงทำสิ่งใดต่อจากนี้ไป เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นจากพระบัลลังก์เพื่อทำราชกิจบางอย่าง เป็นเรื่องที่น่าขนลุก น่ากลัวแน่นอน ทุกคนจะต้องตั้งใจดู และสยบต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า

** ในประวัติศาสตร์ ชนอิสราเอลไม่ได้ไปอยู่ในชาติต่าง ๆ เฉพาะอัสซีเรียกับบาบิโลนเท่านั้น แต่พวกเขา ได้ไปตั้งรากฐานในอียิปต์ ลงไปถึงคูชหรือ เอธิโอเปีย  ไปอยู่ทางจอร์แดน อิหร่าน​(ในสมัยก่อนเรียกเปอร์เซีย) ปัจจุบันเราพบว่า ยังมีคนยิวที่เข้าไปอยู่ในประเทศจีนทางเหนืออีก พวกเขาอยู่เป็นกลุ่ม ๆ และรักษาวัฒนธรรมของความเป็นยิวอย่างชัดเจนเช่นการรักษาสะบาโตเป็นต้น  สภาพแท้จริงคือ คนอิสราเอลกระจายไปตั้งรกรากทั่วไปในสมัยโบราณ และยังคงสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้