ปฐมกาล 50 ยืนยันการให้อภัย

การทำศพยาโคบ
1โยเซฟซบหน้าลงที่ใบหน้าของพ่อ ร้องไห้ และจูบเขาจากนั้น
2 โยเซฟก็สั่งให้เหล่าแพทย์ใต้บัญชา ทำการอาบยาศพพ่อของเขา ดังนั้น พวกแพทย์จึงอาบยา รักษาศพของอิสราเอล
3 พวกเขาใช้เวลาสี่สิบวันเต็ม ซึ่งใช้เวลาตามขั้นตอนของการอาบศพ จากนั้นชาวอียิปต์ก็ไว้ทุกข์ให้เขาอีกเจ็ดสิบวัน
4 เมื่อเวลาไว้ทุกข์เสร็จสิ้น โยเซฟจึงกล่าวแก่ข้าราชสำนักฟาโรห์ว่า”หากข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่านโปรดทูลฟาโรห์แทนข้าพเจ้าด้วยว่า
5 ‘บิดาของโยเซฟให้ข้าพเจ้าสาบานกับท่านว่า พ่อกำลังจะตายแล้วจงเก็บศพของเราไว้ในสุสานที่เราเตรียมไว้เพื่อตนเองในคานาอัน บัดนี้ ข้าพเจ้าขออนุญาตที่จะไปจัดการศพบิดาของข้าพเจ้า แล้วจะกลับมา'”
6 ฟาโรห์ตอบว่า “จงขึ้นไปจัดการศพของบิดาเจ้าตามที่ท่านได้ให้เจ้าสาบานไว้เถิด” 

ขบวนศพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
7 ดังนั้นโยเซฟจึงเดินทางไปจัดการศพพ่อของเขา มีคนรับใช้ของฟาโรห์ ข้าราชสำนักของฟาโรห์ผู้ปกครองของอียิปต์ร่วมเดินทางไปด้วย
8 รวมถึงคนในครอบครัวทุกคนของโยเซฟครอบครัว ของพี่น้องและครอบครัวของยาโคบ เหลือแต่เด็ก ๆ และฝูง สัตว์ที่ยังคงอยู่ในแผ่นดินโกเชน

9 เป็นขบวนใหญ่โตมาก เพราะมีรถศึกและพลม้าร่วมขบวนไปด้วย
10 เมื่อพวกเขามาถึงลานนวดข้าวในที่อาทาด ใกล้แม่น้ำจอร์แดน พวกเขาก็ส่งเสียงร้องไห้เสียงดังคร่ำครวญอย่างขมขื่นเป็นการไว้ทุกข์อีกเจ็ดวัน
11 ชาวคานาอันซึ่งอยู่ในพื้นที่เห็นการไว้ทุกข์ที่ลานอาทาดก็พูดกันว่า “ชาวอียิปต์พวกนี้ไว้ทุกข์ดูโศก-โศร้ายิ่งนัก”เขาจึงเรียกสถานที่ใกล้แม่น้ำจอร์แดนนั้นว่า อาเบลมิสราอิม (แปลว่าการไว้อาลัยของชาวอียิปต์)
12 ลูกชายทั้งหลายของยาโคบก็ทำตามอย่างที่พ่อได้สั่งไว้
13พวกเขานำศพของยาโคบไปยังคานาอันและบรรจุศพไว้ในถ้ำซึ่งอยู่ในทุ่งมัคเปลาห์ ใกล้มัมเรซึ่งอับราฮัมได้ซื้อไว้พร้อมกับทุ่งนาเป็นที่เก็บศพ จากเอโฟรน ชาวฮิทไทต์
14 หลังจากบรรจุศพของพ่อแล้ว โยเซฟจึงกลับไปยังอียิปต์พร้อมกับพี่น้องและทุกคนที่ติดตามไป

ให้อภัยก่อนหน้านี้นานแล้ว
15 เมื่อเห็นว่า พ่อเสียชีวิตไปแล้วพี่ชายของโยเซฟพูดกันว่า “จะทำอย่างไรหากโยเซฟยังเกลียดซังเราและเอาคืนเต็มที่กับความเลวต่าง ๆ ที่เราทำ กับเขา?”
16 ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคนไปหาโยเซฟกล่าวว่า “พ่อของท่านได้สั่งตามนี้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า
17 ‘จงบอกกับโยเซฟว่า เราขอร้องให้เจ้ายกโทษสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่พี่ๆ ได้ทำไว้กับเจ้า’และมาวันนี้ ขอท่านยกโทษให้กับบาปเลวร้ายที่เราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าของพ่อท่านได้ทำไว้”เมื่อโยเซฟได้ยินเช่นนั้น ก็ร้องไห้

18 พวกพี่ชายมาและคุกเข่ากราบลงต่อหน้าเขาและกล่าวว่า “พวกเราเป็นทาสของท่าน”
19 แต่โยเซฟกล่าวกับพวกเขาว่า “อย่ากลัวเลยเราเป็นพระเจ้าอย่างนั้นหรือ?20 พวกพี่มุ่งร้ายกับเรา แต่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เกิดสิ่งดีอย่างที่เห็นในวันนี้ ได้ช่วยชีวิตคนเป็นอันมากเอาไว้
21 ดังนั้น อย่ากลัวไปเลย
เราจะ ดูแล จัดหาอาหาร ให้พี่และลูกหลานตัวเล็ก ๆ ของพี่ด้วย” โยเซฟปลอบใจพวกเขาและพูดกับเขา ด้วยเมตตา

โยเซฟจากไป
22แล้วโยเซฟและครอบครัวของพ่อยังคงอาศัยใน อียิปต์ จนเขาอายุถึง 110 ปี
23 เขาได้เห็นหลานของเอฟราอิมซึ่งเป็นรุ่นที่สาม ลูก ๆ ของมาคีร์ซึ่งเป็นลูกชายของมนัสเสห์นั้นก็เกิดบนเข่าของโยเซฟ
24 โยเซฟกล่าวกับพี่ชายว่า “เราใกล้ตายแล้ว แต่ พระเจ้าจะระลึกถึงพวกพี่จะทรงนำพวกพี่ออกแผ่นดินนี้ไปยังแผ่นดินที่ทรงปฏิญาณไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ
25 จากนั้นโยเซฟขอให้ลูกหลานอิสราเอลกล่าว คำปฏิญาณเขากล่าวต่อไปว่า “พระเจ้าจะทรงมาช่วยพวกท่านแน่นอนและขอเอากระดูกเขาเราออกจากที่นี่ด้วย”

26 โยเซฟสิ้นชีวิตเมื่ออายุ 110 ปี พวกเขาได้อาบยาศพและบรรจุร่างของเขาไว้ในโลงที่อียิปต์

อธิบายเพิ่มเติม

พิธีศพของยาโคบ
ปฐมกาล 50:1-14
อีกครั้งที่เราเห็นโยเซฟ ผู้ปกครองอียิปต์ เป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ให้รักษาชนชาติต่าง ๆ ในแถบนั้นไว้อย่างยิ่งใหญ่  ร้องไห้เพราะพ่อจากไป … เขารู้ว่า วันนี้จะมาถึงแน่นอน แต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่คนอิสราเอลได้รับการอาบยาศพ อีกคนในเวลาต่อมาก็คือโยเซฟ
ใช้เวลาทั้งสิ้น 40 วัน มีการไว้ทุกข์อีก 70 วันเป็นเกียรติแก่โยเซฟซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดรองจากฟาโรห์ และยาโคบผู้เสียชีวิต
และก็เป็นครั้งแรกหลังจากที่จากคานาอันไป โยเซฟกำลังจะกลับไปเก็บศพของพ่อไว้ที่นั่น ทั้ง ๆ ที่ต่อไปจะไม่มีลูกหลาน พี่น้องอยู่ในดินแดนนั้นเลยอีกเป็นเวลาหลายร้อยปี!
เขาได้ขอให้ข้าราชการคนอื่นไปทูลฟาโรห์ให้ว่า ขอลาไปเพื่อจัดการศพของพ่อ
เมื่อได้รับคำอนุญาต เขาก็เดินทางไปพร้อมกับคนในครอบครัวยกเว้นเด็ก ๆ กับฝูงสัตว์
และยังมีข้าราชการของอียิปต์ไปด้วย นี่เป็นขบวนศพที่ชาวโลกไม่เคยเห็นมาก่อน

พวกเขายังไปร้องไห้ไว้ทุกข์ที่ลานนวดข้าวอีก เจ็ดวัน  ลานนวดข้าวอาทาดเป็นทางที่จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน   คนคานาอันที่เห็นขบวนศพ และการร้องไห้ไว้ทุกข์นั้นประทับใจมากจนเรียกที่นั้นว่า อาเบลมิสราอิม (แปลว่าการไว้อาลัยของชาวอียิปต์)
เพื่อระลึกถึงคนอียิปต์ที่มาอาลัยยาโคบ

เท่ากับว่า โยเซฟและพี่ชายได้ทำตามอย่างที่พ่อขอร้องได้สำเร็จ  พวกเขาต้องเก็บศพของพ่อไว้ที่นั้น แต่พวกเขาก็ต้องกลับไปอียิปต์ด้วย ตามสัญญาที่โยเซฟให้ไว้กับฟาโรห์
เรื่องราวของโยเซฟที่เป็นผู้ปกครองอียิปต์นั้น ทางโบราณคดีได้ขุดค้นพบแล้วว่า มีโยเซฟจริง และมีบ้านใหญ่ที่น่าจะเป็นของโยเซฟอยู่ในแผ่นดินนั้น ถ้าสนใจขอให้ดูสารคดีชุดนี้
Genesis is true. We found the receipts.

ให้อภัยก่อนหน้านี้นานแล้ว
ปฐมกาล 50:15-21
พระคัมภีร์ท่อนสั้น ๆ นี้ เป็นเรื่องราวก่อนที่จะจบปฐมกาล   เป็นข้อสรุปที่ชี้ให้เห็นนิสัยใจคอของพี่ชาย ความคิดชั่วร้ายที่เคยมี  ความผิดที่ติดตัวอยู่นับตั้งแต่วันที่ขายน้องชายให้กับพ่อค้าชาวมีเดียน
และยังเป็นข้อสรุปให้เห็นแผนการของพระเจ้าที่มีมาตั้งแต่ต้น จากลูกชายสิบสองคนของยาโคบ พระเจ้าได้ทรงเลือกโยเซฟให้เป็นผู้ที่ลงมือทำการของพระองค์
โดยที่พระเจ้าไม่ได้ทรงปล่อยพระหัตถ์จากโยเซฟ พระองค์ทรงอนุญาตให้เขาเจอความทุกข์แสนสาหัสตลอดทาง โดยที่เราไม่เห็นการโวยวาย ตัดพ้อพระเจ้าเลย  จนกระทั่งมาถึงวันที่ได้เข้าเฝ้าฟาโรห์ 
จากนั้น เขายังต้องทำงานหนักเพื่อรักษาชีวิตของผู้คนไม่ให้ตายไป  สิ่งที่เราพบคือ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด พระเจ้าทรงอยู่กับโยเซฟเสมอ  และโยเซฟเองก็รักษาตัวเองให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าอย่างมั่นคง
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน พระคัมภีร์ไม่เคยได้บันทึกว่า ยาโคบขอร้องให้โยเซฟยกโทษให้กับพี่ชาย   เราได้เห็นเรื่องราวของการให้อภัยมาตั้งแต่วันที่โยเซฟบอกพี่ชายว่า เขาคือโยเซฟที่พี่ชายได้ขายมา  แต่ความที่พี่ชายเหล่านี้เป็นคนนิสัยเสียมากกว่าดี พวกเขาไม่ไว้ใจว่าโยเซฟจะทำร้ายพวกเขาหรือเปล่า จึงได้อ้างว่า พ่อขอให้โยเซฟยกโทษให้พี่ ๆ 

โยเซฟร้องไห้อีกครั้ง เป็นความทุกข์ใจ เสียใจที่พี่ชายไม่ได้เข้าใจหัวใจของเขาเลย
โยเซฟรู้ตัวเองดีว่า ที่เขายิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ทำการทั้งสิ้น แม้ว่าพี่ ๆ มุ่งร้าย แต่พระเจ้าพลิกให้เกิดสิ่งดี หรือมองอีกแง่หนึ่ง พระเจ้าทรงวางแผนให้โยเซฟมาอยู่ในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว  การมุ่งร้ายของพี่ ความทุกข์ยากที่โยเซฟเผชิญพร้อมไปกับพระเจ้าทำให้เขาก้าวไปสู่ที่สูงสุด

นี่เป็นบทเรียนชีวิตของเราทุกคนที่จะรู้ว่า ความจริงคือ พระเจ้าทรงประสงค์สิ่งดีในชีวิตของเรา  และสิ่งใดที่ยากเย็น ดูมืด ไม่เห็นทางออก พระเจ้าทรงมีทางออกเสมอ
โยเซฟกล่าวคำที่ทำให้พี่ ๆ มั่นใจว่า เขาไม่กลับคำแน่นอน อีกครั้งที่โยเซฟกล่าวถึงลูกหลานตัวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นความห่วงใยของโยเซฟจริง ๆ 

โยเซฟจากไป
ปฐมกาล 50:22-26
เกือบร้อยปีที่โยเซฟอยู่ในอียิปต์จนสิ้นชีวิต  ในช่วงชีวิตของเขาไม่มีโอกาสกลับไปอยู่ในคานาอัน  แต่เขารู้ดีว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง  เขามีโอกาสเห็นหลาน เหลนด้วยและแม้จะตายไปก่อน โยเซฟยังมีความเชื่อ มีความหวังว่า พระเจ้าจะทรงพาลูกหลานอิสราเอลออกไปแน่นอน (ฮีบรู 11:22)  นี่คือความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็เชื่อ เป็นความเชื่อแบบที่เราต้องมีเช่นกัน  พระสัญญาของพระเจ้าจะเสด็จกลับมา เป็นความเชื่อของคริสเตียนที่จะต้องมี
 หลายร้อยปีต่อมา เมื่อโมเสสนำลูกหลานอิสราเอลออกจากอียิปต์ ก็ได้นำศพที่อาบยาของโยเซฟไปพร้อมกับประชาชนนับล้าน (อพยพ 13:19) โดยที่โยชูวาได้นำร่างนั้นไปเก็บไว้ที่เชเคมเมื่อพวกเขาชนะยึดดินแดนได้ (โยชูวา 24:32)

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 50
1* ปฐมกาล 46:4, 29; 2 พงศ์กษัตริย์ 13:14
2* ปฐมกาล 50:26
3* เฉลยธรรมบัญญัติ 34:8
4* เอสเธอร์ 4:2
5* ปฐมกาล 49:29-31;
10* กิจการ 8:2; 1 ซามูเอล 31:13
13* กิจการ 7:16; ปฐมกาล 23:16-20
15* โยบ 15:21
x

15* โยบ 15:21
17* สุภาษิต 28:13; ปฐมกาล 49:25
18* ปฐมกาล 37:7-10; 41:43; 44:14
19* ปฐมกาล 45:5; 2 พงศ์กษัตริย์ 5:7
20* สดุดี 56:5; กิจการ3:13-15
21* มัทธิว 5:44
23* โยบ42:16 ; กันดารวิถี 26:29; 32:39; ปฐมกาล 30:3
24* อพยพ3:16-17;ปฐมกาล 26:3; 35:12; 46:4
25* อพยพ 13:19; เฉลยธรรมบัญญัติ 1:8; 30:1-8; อพยพ 13:19

ปฐมกาล 49 ยาโคบเอ่ยคำอำลา

ภาพวาดโดย Thomas Dalziel (1823–1906)

คำพรของพ่อ
1 แล้วยาโคบก็เรียกลูกชายทั้งหลายมา กล่าวว่า
2 “จงเข้ามารวมกันเถิด และพ่อจะบอกพวกเจ้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าในวันข้างหน้าจงรวมตัวกันเข้ามาฟัง ลูกชายของยาโคบจงใส่ใจฟังอิสราเอลพ่อของเจ้า
3 รูเบนเอ๋ย เจ้าเป็นลูกหัวปีของเรา เป็นกำลัง เป็นผลแรกแห่งวัยหนุ่มของพ่อถึงแม้ เจ้าจะกระตือรือร้นและมีกำลังมากกว่า
4 แต่เจ้าก็ไหลไปมาเหมือนแม่น้ำเจ้าจึงไม่อาจเป็นคนต้นอีกต่อไป เพราะเจ้าได้ล่วงล้ำไปยังเตียงนอนของพ่อ และทำให้เป็นมลทิน
5 สิโมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน ดาบของเขานั้นเป็นเครื่องมือความโหดร้าย
6 พ่อจะไม่เข้าร่วมวงกับกลุ่มของเขา ไม่ยอมให้ศักดิ์ศรีของพ่อไปเกี่ยวข้องกับเขาเพราะเขาฆ่าคนด้วยความโกรธเกรี้ยว และพวกเขา ตัดแข้งขาของฝูงวัวเล่นตามใจ
7 ขอสาปแช่งความโกรธอันรุนแรงของพวกเขา ทั้งความเดือดดาลที่โหดร้ายนัก เราจะทำให้เขาปะปนไปในแผ่นดินยาโคบ เราจะทำให้เขากระจัดกระจายไปในอิสราเอล

8 ยูดาห์เอ๋ย พี่น้องจะยกย่องเจ้า มือของเจ้าจะขย้ำคอของศัตรู พี่น้องของเจ้าจะก้มลงกราบเจ้า
9 ยูดาห์เป็นลูกสิงห์หนุ่ม ลูกชายของเราเอ๋ย เจ้ากลับมาจากการขย้ำเหยื่อ เขาหมอบลงเหมือนสิงโตดั่งสิงโตตัวเมีย ใครจะกล้าไปแหย่เขา?
10 คทาจะไม่ไปจาก มือของยูดาห์ การปกครองจะไม่พ้นจากเชื้อสายของเขา จนกว่าชิโลห์ (ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด) จะมาถึง และชาติต่าง ๆ จะเชื่อฟังผู้นั้น
11 เขาผูกลาของเขาไว้ที่เถาองุ่น ผูกลูกลาของเขาไว้ที่เถาองุ่นที่งามที่สุด เขาจะซักเสื้อผ้าของเขาในเหล้าองุ่น และซักเสื้อคลุมของเขาในน้ำองุ่นสีเลือด
12 ดวงตาของเขาจะแดงด้วยเหล้าองุ่นฟันของเขาขาวยิ่งกว่าน้ำนม 


13 เศบูลุนจะอาศัยแถบชายฝั่งทะเล เขากลายเป็นท่าเทียบเรือ เขตแดนของเขา ขยายไปถึงไซดอน
14 อิสสาคาร์เป็นเหมือนลาที่กระดูกแกร่งนัก นอนอยู่ระหว่างถุงสัมภาระทั้งสอง
15เมื่อเขามองเห็นที่พักแรมที่เหมาะ เป็นแผ่นดินดีเขาก็จะก้มลงรับภาระไว้บนบ่าและยอมเป็นผู้รับใช้ ทำงานหนัก
16 ส่วนดานจะปกครองคนของเขาอย่างเผ่าอื่น ๆ ของ อิสราเอล
17 ขอให้ดานเป็นเหมือนงูตามข้างทางเป็นงูพิษที่คอยแว้งกัดส้นเท้าม้า ทำให้คนที่ขี่อยู่ตกหงายหลังลง 
18 โอ้ พระยาห์เวห์ องค์เจ้านาย ข้าพเจ้ารอคอยการช่วยกู้ของพระองค์
19 กาดจะถูกกองโจรเข้าปล้นแต่เขาจะตอบโต้ด้วยการฟาดส้นเท้าของเขาเหล่านั้น
20 อาเชอร์มีอาหารอุดมสมบูรณ์ เขาจะมีผลผลิตเป็นอาหารชั้นดีที่เหมาะสมกับกษัตริย์
21 นัฟทาลีเป็นเหมือนกวางตัวเมียที่ถูกปล่อยเป็นอิสระให้กำเนิดลูกอ่อนที่น่ารัก
22 โยเซฟ เป็นเถาองุ่นที่ออกผลดกเป็นเถาไม้สมบูรณ์ริมนำพุ กิ่งก้านเลื้อยข้ามกำแพง
23 พลธนูได้โจมตีเขาอย่างดุเดือด ยิงธนูใส่เขาอย่างรุนแรง
24 แต่ธนูของเขายังคงไม่สะท้าน แขนของเขาแข็งแรงโดยพระหัตถ์ขององค์ผู้ทรงอานุภาพของยาโคบโดยพระผู้เลี้ยงฝูงแกะโดยพระศิลาของอิสราเอล
25 โดยพระเจ้าแห่งบิดาของเจ้า ผู้จะทรงช่วยเจ้าโดยองค์พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ผู้ทรงอวยพรเจ้า ด้วยพระพรจากฟ้าสวรรค์เบื้องบนพระพรจากที่ลึกเบื้องล่างพระพรจากอกแม่และครรภ์

26 คำอวยพรของพ่อนั้นมีพลังยิ่งกว่าพรแห่งทิวเขาที่ยืนยง เหนือกว่าความ

อุดมสมบูรณ์ของ ภูเขานิรันดร์ ขอพรเหล่านี้จงอยู่เหนือหัวของโยเซฟ อยู่บนหน้าผากของผู้ปกครองท่ามกลางพี่น้องของเจ้า 


27เบนยามินเป็นเหมือนหมาป่าที่หิวจัดซึ่งขย้ำกินเหยื่อเวลาเช้าและแบ่งของที่ชิงมาได้ในเวลาเย็น
28 ทั้งหมดนี้คือ สิบสองเผ่าของอิสราเอลและนี่คือคำกล่าวสั่งเสีย และคำอวยพรของพ่อโดยที่ได้ให้คำอวยพรเฉพาะแต่ละคน





สั่งเสียเรื่องที่เก็บศพ
29 จากนั้นยาโคบจึงสั่งพวกเขาว่า “เรากำลังถูกรวบรวมไปอยู่กับคนของเรา เจ้าจงวางศพของเราไว้กับบรรพบุรุษในถ้ำซึ่งอยู่ในทุ่งของเอโฟรนชาวฮิตไทต์  30 ถ้ำนี้อยู่ในทุ่งมัคเปลาห์ ใกล้มัมเร ในแผ่นดินคานาอันซึ่งอับราฮัมได้ซื้อพร้อมทุ่งนาจากเอโฟรนชาวฮิตไทต์เอาไว้เป็นสุสาน 
31 ที่นั่นเขาเก็บร่างอับราฮัมและซาราห์ภรรยา ทั้งร่างของอิสอัคและเรเบคาห์ภรรยา และเราเก็บร่างของเลอาห์ไว้ที่นั่นด้วย
32 ทุ่งนาและถ้ำนั้นเป็นทรัพย์สินที่เราซื้อมาจากคนฮิตไทต์ 
33 เมื่อยาโคบสั่งเสียลูกชายเสร็จแล้ว เขาก็ยกเท้าขึ้นบนที่นอน แล้วก็สิ้นใจ และมีการบรรจุศพของเขารวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของเขา 

อธิบายเพิ่มเติม

รวบรวมลูกชายเพื่ออำลา
ปฐมกาล 49:1-4

การอวยพรลูกชายทั้งสิบสองของยาโคบทำให้เห็นภาพในอนาคตของลูกหลานของแต่ละคน  ยาโคบทำหน้าที่สุดท้ายของเขา คือการให้พร และยังบอกอนาคตของพวกเขา   เขาขอให้ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่จะพูด ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการต่อสู้ในครอบครัว แต่เป็นการรวมตัวต่อหน้าพ่อที่กำลังจะจากไป 
ยาโคบเริ่มจากรูเบน  เขาชมลูกชายก่อน (29:31-32) รูเบนเป็นลูกชายคนแรกที่เกิดมาตอนยาโคบยังมีกำลัง แต่ก็มีอายุมากพอควร  แต่รูเบนเองได้ไปยุ่งกับบิลฮาห์ ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของพ่อ
(35:22) การที่จะได้พรของลูกชายคนโตจึงถูกตัดไป น่าเสียดายที่เขาไม่ได้พรนี้
ปฐมกาล 49:5-7
ต่อมายาโคบกล่าวถึงสิเมโอนกับเลวี ไปพร้อม ๆ กัน จะเห็นว่า ยาโคบรู้ว่าลูกชายสองคนนี้มีนิสัยอย่างไรมาตั้งแต่เล็ก   เมื่อโตขึ้น ทั้งสองร่วมมือกันฆ่าล้างคนทั้งเมืองเชเคม เนื่องจากลูกชายของเจ้าเมืองมาข่มขืนดีนาห์ น้องสาวของเขา  การแก้แค้นนั้นรุนแรงเกินกว่าบาปที่คน ๆ เดียวได้ทำลงไปมากมาย ส่งผลให้ชายทั้งเมืองต้องตาย และยังใช้การเข้าสุหนัตมาเป็นกับดักล่อให้ชายในเมืองต้องตายทั้งหมด (บท 34) การแก้แค้นอย่างรุนแรงเช่นนี้ ทำให้เห็นถึงกฎที่ว่า ตาแทนตา ฟันแทนฟัน ก็เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่ถูกทำร้ายกลับไปล้างแค้นเกินกว่าเหตุนั่นเอง ยาโคบเรียกเขาทั้งสองว่า เป็นเครื่องมือความโหดร้าย นับเป็นชื่อที่น่าสะพรึงมาก  ตอนนั้น ยาโคบก็ไม่ได้ทัดทานอะไรลูกเลย อาจเป็นเพราะลูกสองคนนี้ อารมณ์แรงจนไม่สามารถจัดการได้

ภายหลัง เลวีเป็นเผ่าที่พระเจ้าทรงกำหนดให้รับใช้พระองค์เรื่องพลับพลา พวกเขาจึงอยู่กระจายกันไปในแผ่นดินที่ทรงสัญญา  ส่วนสิเมโอนก็ได้ที่ดินเพียงเล็กน้อย กระจัดกระจายในแผ่นดินของยูดาห์ 

ปฐมกาล 49:8-12
ขอบคุณพระเจ้า!  พรของพ่อยาวและดีเหลือเกิน ยูดาห์ผ่านอะไรมามาก เขาเป็นคนที่ขอให้พี่ชายขายโยเซฟไป   ชื่อยูดาห์ ความหมายว่า ขอให้พระเจ้าเป็นผู้รับการสรรเสริญ (29:35)   การที่บอกว่า ยูดาห์เป็นลูกสิงห์หนุ่มเป็นความหมายถึงการปกครองเหนือผู้อื่น 
 แม้ยูดาห์เป็นลูกชายคนที่สี่ แต่เขาก็มีความรับผิดชอบในคำพูด ครั้งที่เขาสัญญากับพ่อเรื่องความปลอดภัยของเบนยามิน  เขายอมเป็นผู้รับผิดแทนเบนยามิน (44:18-34) เพื่อช่วยให้เบนยามินไม่ต้องเข้าคุก  และได้กลับไปหาพ่อ 

แม้ว่ายูดาห์เป็นคนไม่ได้ดูว่าเหมาะสมกับการที่จะได้มีลูกหลานที่เป็นองค์พระเยซูคริสต์ เพราะเขาได้ทำ ผิดหลายอย่างทั้งเรื่องขายโยเซฟ เรื่องทามาร์  ยาโคบเองมองเห็นล่วงหน้าไปไกลมากหลายพันปี 
เขากล่าวว่าคทา คือการปกครอง จะไม่ขาดไปจากมือของยูดาห์  ยาโคบกำลังบอกยูดาห์ว่า  เขาจะเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ทั้งหลายของอิสราเอล และเชื้อสายผู้ที่สำคัญที่สุดคือ ชิโลห์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดมาถึง  เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระเยซูคริสต์ !
ที่พระเจ้าก็ทรงเมตตาใช้ให้เขาเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ดาวิดและพระเยซูองค์พระเมสสิยาห์ นี่เป็นพระคุณยิ่งใหญ่ต่อคนที่ไม่สมควรจะได้รับ 
ข้อ 11 เป็นภาพที่บอกถึงการที่พระเยซูจะทรงต่อสู้เพื่อว่าพระองค์จะทรงครอบครอง ดวงตาสีแดง แสดงถึงความมีชีวิตพลัง  ฟันที่ขาว แสดงถึงชัยชนะ  

ปฐมกาล 49:13-15
ยาโคบก้าวข้ามไปลูกคนที่เก้ากับสิบซึ่งเป็นลูกของเลอาห์ ต่อมานั้นเศบูลุน(30:19-20)ได้ที่ดินอยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลกาลิลี บริเวณนี้เป็นพื้นที่การค้าที่เจริญรุ่งเรือง ลูกหลานของเขาเป็นเผ่าที่มีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ดาวิดอย่างสูง  (1 พงศาวดาร 12:33) และยังเป็นทหารที่กล้าหาญเป็นพ่อค้า เพราะอยู่ในเส้นทางการค้า ส่วนอิสสาคาร์เป็นเผ่าใหญ่อันดับสาม แต่มีนิสัยง่ายอยู่สบาย ไม่ขยัน แผ่นดินของเขาเป็นพื้นที่ ๆ อุดมสมบูรณ์ พวกเขา (โยชูวา 19:17-23)จึงมักถูกศัตรูกวาดไปเป็นทาส
 
 
ปฐมกาล 49:16-21
ดานกับกาด อยู่ในเส้นแผ่นดินใกล้ ๆ กัน ดานอยู่ริมทะเลส่วนเอฟราอิมซึ่งมีคนจำนวนมากอยู่เข้ามาด้านใน ขณะที่อวยพรดานอยู่ เขาก็พูดถึงความเป็นไปของดาน ที่จะเป็นเหมือนงูพิษทำร้ายผู้อื่น  ยาโคบอธิษฐานขึ้นมาว่า เขารอคอยการช่วยกู้ของพระองค์ (17:18 เป็นคำอธิษฐานคล้ายกันของอับราฮัมเพื่ออิชมาเอล)
กาดนั้นอยู่ใกล้กับพวกอัมโมน โมอับ และชาวอาหรับทางด้านคาบสมุทรอาราเบีย จึงเป็นด่านหน้าเจอโจรประจำ แต่เขาจะเป็นนักรบที่เก่งกล้า 
อาเชอร์นั้นอยู่ทางเหนือ และพื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก มีสวนองุ่นที่ราบคารเมล เป็นพื้นที่ทางเหนือ พวกเขาอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย การค้าของเขาคล่องและสบาย นัฟทาลี (30:7-8 )ได้พรที่ทำให้รู้สึกไม่เครียดเลย
ส่วนนัฟทาลี จะเป็นที่รัก ของเผ่าต่าง ๆ มีเรื่องราวของบาราคจากเผ่านัฟทาลีจาก ดูผู้วินิจฉัย 4 และ 5 

ปฐมกาล 49:22-26
โยเซฟได้รับพระพรดั่งว่าเขาเป็นลูกชายคนโต พระพรของเขาเทียบเท่ากับของยูดาห์เลยทีเดียว ยูดาห์ได้รับเป็นหัวหน้าของเผ่าทั้งสิบสอง โยเซฟได้พระพรสองเท่าเหมือนกับลูกชายคนโต  เขาได้รับพรว่าจะมีทุกสิ่งอย่างอุดมสมบูรณ์ นั่นหมายถึงสองเผ่าคือ นัฟทาลีและเอฟราอิม  1 พงศาวดาร 5:2 กล่าวว่า โยเซฟได้รับสิทธิบุตรหัวปี ส่วนยูดาห์ เป็นตระกูลที่เข้มแข็งที่สุด
ข้อ  24 ยาโคบกล่าวว่า สองเผ่าต่อไปนี้ จะแข็งแรงด้วยองค์อานุภาพของยาโคบ ผู้ทรงเป็นพระผู้เลี้ยง เป็นพระศิลาของอิสราเอลด้วย
เมื่อเราอ่านมาถึงตรงนี้ เราทบทวนกลับไปจะพบว่า คำอวยพรจากพระเจ้า และจากพ่อ มีโดดเด่นมากในหนังสือที่เล่าเรื่องราวของการเริ่มต้นชนชาติอิสราเอล  
เป็นคำอวยพรที่ยังดำรงถึงอิสราเอลในปัจจุบัน 

ปฐมกาล 49:27-28
พ่อกล่าวว่า เบนยามิน น้องสุดท้องเป็นเหมือนหมาป่าที่หิวจัดเป็นเผ่าที่ได้ชื่อว่า คนโหด น่ากลัว ผู้นำที่มาจากเผ่าเบนยามิน ก็คือ ผู้วินิจฉัยชื่อเอฮูด (ผู้วินิจฉัย3:15-23)
ยังมีกษัตริย์ซาอูลเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล
และคนสำคัญมากที่มีชื่อเสียง และช่วยให้เราเข้าใจแผนการของพระเจ้าต่อมนุษย์ คือท่านเปาโล ท่านเป็นคนมาจากเผ่าเบนยามิน   ท่านพ่อได้สั่งเสียให้ครบถ้วน เป็นคำอวยพรที่เกิดขึ้นจริงในสมัยต่อมา คนอิสราเอลรู้ว่า พรของพ่อนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อ ชีวิตของพวกเขา ถ้าจะอธิบายไปแล้วก็เหมือนกับเป็นเป้าหมายให้ลูก ๆ เดินไปตามทางนั้น

สั่งเสียเรื่องที่เก็บศพ
ปฐมกาล 49:29-33
ยาโคบขอให้ไม่เก็บศพไว้ในอียิปต์ แน่นอนที่ลูกหลานของเขาเป็นจำนวนมากจะไม่มีโอกาสกลับไปยังคานาอัน เขาจึงขอตรงนี้ไว้อย่างชัดเจน
จากนั้น เขาก็ขึ้นเตียงและจากไปอย่างสงบ เรื่องต่อมาคือโยเซฟต้องจัดการงานศพให้สำเร็จอย่างดี นั่นคือเอากลับไปยังแผ่นดินที่พ่อจากมา

ในถ้ำของยาโคบ มีแค่ศพของยาโคบเท่านั้นที่ถูกอาบยาไว้!!​​ ในถ้ำของบรรพบุรุษมี
อับราฮัม ซาราห์
อิสอัค เรเบคาห์
ยาโคบ เลอาห์
ยาโคบสั่งเสียให้ศพของเขาถูกเก็บกับศพของ
เลอาห์
ในถ้ำท้ายทุ่งมัคเปลาห์ทั้ง ๆ ที่เขารัก
ราเซลมาก และเก็บศพเธอไว้อีกที่หนึ่ง(ใกล้เบธเลเฮม) เขาคงคิดเรื่องนี้มานานแล้ว สิ่งที่เขาทำก็คือ ให้เกียรติแก่เลอาห์หลังจากที่ต่างคนต่างออกไปจากโลกนี้แล้ว หรือเขาจะรู้ว่า พระเมสสิยาห์ที่จะมานั้นเป็นเชื้อสายของลูกชายเลอาห์ ไม่ใช่ราเชล?

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 49
1* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:1, 6-25  ; อิสยาห์ 2:2; 39:6
3* ปฐมกาล 29:32
4* ปฐมกาล 35:22
6* สุภาษิต 1:15-16; สดุดี 26:9; ปฐมกาล 34:26
7* โยชูวา 19:1, 9; 21:1-42
8* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:7  ; สดุดี 18:40; 1 พงศาวดาร 5:2
9* วิวรณ์ 5:5; กันดารวิถี 23:24; 24:9
10* กันดารวิถี 24:17; วิวรณ์ 5:5 ; สดุดี 60:7; อิสยาห์ 11:1;สดุดี 2:6-9; 72:8-11




13* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:18-19; ปฐมกาล 10:19
14* 1 พงศาวดาร 12:32
15* 1 ซามูเอล 10:9
16* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:22
17* ผู้วินิจฉัย 18:27
18* อิสยาห์ 15:9
19* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:20
20* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:24
21* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:23
23* ปฐมกาล 37:4, 24


24* โยบ 29:20; สดุดี 132:2, 5; ปฐมกาล 45:11; 47:12; สดุดี 23:1; 80:1; อิสยาห์ 28:16
25* ปฐมกาล 28:13; 32:9; 35:3; 43:23; 50:17; 17:1; 35:11; เฉลยธรรมบัญญัติ 33:13
26* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:15; 33:16
27* ผู้วินิจฉัย 20:21, 25; เศคาริยาห์ 14:1
29* ปฐมกาล 15:15; 25:8; 35:29; 47:30; 23:16-20; 50:13
30* ปฐมกาล 23:3-20
31* ปฐมกาล 23:19-20; 25:9; 35:29; 50:13

ปฐมกาล 48 พรจากคุณปู่ยาโคบ

ยาโคบรับมนัสเสห์และเอฟราอิมเป็นลูกชาย
1 ไม่นานนัก มีคนไปรายงานโยเซฟว่า “บิดาของท่านกำลังป่วย” เขาจึงพาลูกชายทั้งสองคือ มนัสเสห์และเอฟราอิมไปเยี่ยม
2 มีคนบอกยาโคบว่า “โยเซฟลูกชายของท่านมาหาแน่ะ” อิสราเอลจึงรวบรวมกำลัง พยุงตัวนั่งบนเตียงนอน
3 ยาโคบกล่าวกับโยเซฟว่า “องค์เอลชัดดายพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ได้ปรากฏพระองค์กับพ่อที่ลูสในแผ่นดินคานาอัน
4 และพระองค์ทรงอวยพรพ่อพระองค์ตรัสว่า ‘เราจะทำให้เจ้ามีลูกหลานทวีขึ้นมากมาย เราจะทำให้เจ้าเป็นชนชาติกลุ่มใหญ่และเราจะมอบแผ่นดินนี้ให้กับลูกหลานของเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ ให้เขาครอบครองเป็นนิตย์’

5 มาบัดนี้ ลูกชายของเจ้าซึ่งเกิดในอียิปต์ก่อนที่พ่อจะเข้ามาหาเจ้าในอียิปต์ก็นับเป็นลูกของพ่อด้วย
เอฟราอิมและมนัสเสห์ เป็นของพ่อ เท่า ๆ กับที่รูเบนและสิโมโอนเป็นลูกชายของพ่อ 

6 ส่วนลูกคนอื่นที่เกิดมาหลังจากสองคนนั้น จะเป็นทายาทของเจ้า และพวกเขาจะรับมรดกที่มาจากเอฟราอิมและมนัสเสห์ 
7ที่พ่อทำเช่นนี้เพราะ เมื่อเรามาจากปัดดานนั้น พ่อเสียใจมากที่ราเชลเสียชีวิตในแผ่นดินคานาอันขณะที่เดินทางไปไม่ไกลจากเอฟราธาห์ พ่อฝังร่างของแม่ไว้ที่นั่นระหว่างทางไปเอฟราธาห์” (เบธเลเฮม)

ยาโคบให้พรหลานชาย
8 แล้วอิสราเอลก็สังเกตเห็นลูกชายทั้งสองของโยเซฟ จึงถามว่า “นี่ใครกันเล่า?”
9  “นี่คือลูกชายที่พระเจ้าประทานให้กับเราที่นี่” โยเซฟตอบ  แล้วอิสราเอลจึงกล่าวว่า “พาเขามาหาพ่อใกล้ ๆ พ่อจะได้อวยพรเขา”

10  เวลานี้ สายตาของอิสราเอลนั้นมัวลงตามอายุ จึงมองไม่เห็น โยเซฟพาลูกชายมาใกล้เขา เขาจูบและกอดหลานชายทั้งสอง
11อิสราเอลกล่าวกับโยเซฟว่า “พ่อไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นหน้าเจ้าอีก แต่พระเจ้าทรงอนุญาตให้ได้เห็นลูก ๆ ของเจ้าด้วย!”
12โยเซฟนำตัวลูกชายทั้งสองออกจากตักของ อิสราเอล แล้วเขาก็หมอบราบซบหน้าลงกับพื้น 
13แล้วโยเซฟก็นำทั้งสองมาใกล้พ่อโดยให้เอฟราอิมยืนทางขวามือของเขา(ซ้ายมือของปู่) ส่วนมนัสเสห์อยู่ทางซ้ายของเขา (ขวามือของปู่)
14 แต่อิสราเอลก็ยืนมือขวาออกไปวางบนศีรษะของเอฟราอิมทั้งที่เขาเป็นน้อง และเอามือซ้ายวางที่มนัสเสห์ซึ่งเป็นพี่ เขาตั้งใจไขว้มือยื่นออกมา ทั้ง ๆ ที่มนัสเสห์เป็นลูกชายหัวปี

พรเพื่อหลานที่ยาโคบรับเป็นลูก 
15 แล้วเขาก็อวยพรโยเซฟว่า “ขอองค์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพเจ้า คือองค์ที่อับราฮัมและอิสอัคได้ใช้ชีวิตต่อพระพักตร์นั้น พระเจ้าผู้ทรงเป็นพระผู้เลี้ยงดูแลตลอดชีวิตของข้าพเจ้า ยาวนานมาจนทุกวันนี้ 

16  รวมทั้งองค์ทูตสวรรค์ที่ทรงช่วยกู้ข้าพเจ้าจากภัยอันตรายทุกอย่าง โปรดทรงอวยพระพรแก่เด็กทั้งสองคนนี้  ขอให้คนระลึกถึงชื่อข้าพเจ้า ชื่ออับราฮัมและอิสอัค ผ่านเขาทั้งสอง (หมายความว่าให้เขาเป็นผู้สืบสกุลของเขา) และขอให้เขาทั้งสอง มีลูกหลานทวีขึ้นมากมายบนแผ่นดิน”
17เมื่อโยเซฟเห็นว่าพ่อได้วางมือขวาไว้บนเอฟราอิมเขารู้สึกไม่พอใจ จึงเอามือของพ่อออกจากศีรษะเอฟราอิม และวางไว้บนศีรษะของมนัสเสห์
18 โยเซฟกล่าวกับพ่อว่า “ไม่นะขอรับท่านพ่อ เพราะ ลูกชายคนนี้เป็นหัวปี ขอท่านพ่อวางมือบนลูกหัวปีเถิด”
19 แต่พ่อปฏิเสธกล่าวว่า “ลูกเอ๋ย พ่อรู้ว่า เขาจะกลายเป็นชนชาติหนึ่งและยิ่งใหญ่ด้วย แต่น้องชายของเขาจะยิ่งใหญ่กว่า ลูกหลานของเขาจะกลายเป็นชนหลายชาติ”
20 แล้วเขาจึงอวยพรทั้งสองเพิ่มอีกว่า “ชนอิสราเอลจะกล่าวคำอวยพรในนามของเจ้าว่า ขอพระเจ้าทรงโปรดปรานเจ้าเหมือนอย่างเอฟราอิมและมนัสเสห์เถิด”  แสดงว่า ยาโคบให้เอฟราอิมรับการเอ่ยชื่อก่อนมนัสเสห์

หน้าที่และมรดกเพิ่มเติมของโยเซฟ
21 แล้วอิสราเอลกล่าวกับโยเซฟว่า “เจ้าก็เห็นแล้วว่า พ่อใกล้จะตายแล้ว แต่พระเจ้าจะทรงอยู่กับเจ้าและนำเจ้ากลับไปยังดินแดนของบรรพบุรุษ
 22 ยิ่งกว่านั้น พ่อจะมอบดินแดนเซเคม ซึ่งพ่อได้มาด้วยดาบและธนูจากมือของชาวอาโมไรต์ ให้แก่เจ้าในฐานะที่เจ้าเป็นผู้ที่อยู่เหนือพี่น้องของเจ้า

อธิบายเพิ่มเติม

ยาโคบรับมนัสเสห์และเอฟราอิมเป็นลูกชาย
ปฐมกาล 48:1-7 
ผู้บันทึกเรื่องราวจะสลับชื่อไปมา ระหว่างอิสราเอลกับยาโคบ ซึ่งมีความหมายถึงคน ๆ เดียวกัน   ส่วนลูส นั้นก็คือเบธเอล

ในวันที่โยเซฟนำลูกชายสองคนไปพบปู่
วันนั้น ยาโคบป่วย ซึ่งน่าจะเป็นความอ่อนกำลังของคนชราที่อายุมาก แก่หง่อม แต่เมื่อลูกชายกับหลานมาหา เขาก็มีกำลังพอที่จะพยุงตัวเองให้นั่ง เพื่อต้อนรับลูกและหลาน

ยาโคบได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตให้ทั้งสามได้รับรู้ ว่า พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ (เขาตั้งใจใช้พระนามนี้โดยเฉพาะ) เป็นผู้ปรากฏและตรัสกับเขาว่า พระเจ้าจะทรงให้มีลูกหลานทวีขึ้น
เป็นชาติใหญ่ และมอบแผ่นดินคานาอันตรงนั้นให้ครอบครองตลอดไป 
และสิ่งต่อไปที่สำคัญมาก ๆ ในข้อนี้ก็คือ ยาโคบรับลูกชายทั้งมนัสเสห์และเอฟราอิมเป็นลูกเทียบเท่ากับลูกชายคนอื่น ๆ  ดังนั้น  แทนที่จะเป็นลูกชายสิบสองคน เขากลับมีลูกชายสิบสามคน    การแบ่งที่ดินในเวลาต่อมา พระเจ้าให้เผ่าเลวีเป็นผู้ที่รับผิดชอบฝ่ายวิญญาณของชนอิสราเอล พวกเขาจึงไม่มีที่ดิน มนัสเสห์ และเอฟราอิมกลายเป็นเผ่าที่จะรับส่วนแบ่งของแผ่นดินในอิสราเอล
โยเซฟ และลูกชายทั้งสอง ต้องรู้ว่า พระเจ้าได้ตรัสอะไรบ้างคำของยาโคบเหมือนกับที่อับราฮัมได้รับในบทที่ 17  

ยาโคบให้พรหลานชาย
ปฐมกาล 48:8-14
สนทนากันมาตั้งนาน ยาโคบเพิ่งจะสังเกตว่า มีเด็กชายอีกสองคน(ซึ่งเราไม่ทราบว่าอายุประมาณเท่าไร)  นั่งอยู่ในห้องด้วย  เมื่อรู้ว่าเป็นลูกของโยเซฟ เขาจึงเรียกให้มาใกล้ ๆ เพื่อจะได้รับพร 
เวลานั้นยาโคบมีความสุขล้นขึ้นมา เพราะว่า พระเจ้าทรงอวยพระพรให้เขาได้กลับมาพบกับโยเซฟ และยังได้เห็นหลานด้วย คนที่อายุมาก จนมีหลานจะเข้าใจว่าความสุขแบบนั้น
เป็นอย่างไร .. ยุคของเขาก็กำลังจะหมดลง  แต่พระเจ้าได้ประทานพระพรให้มีลูกหลานต่อไปในโลกนี้

แล้วโยเซฟก็จัดให้หลานชายคนโตอยู่ทางขวามือ คนเล็กอยู่ทางซ้าย เพราะคนโตสมควรที่จะได้รับพระพรสองเท่าตามประเพณีของคนอิสราเอล แต่แล้วยาโคบกลับไขว้มือเพื่อให้พรลูกหัวปีแก่คนรอง!  นี่ทำให้โยเซฟไม่สบายใจ ทักท้วงพ่อ แต่แล้วยาโคบก็ชัดเจนว่า เขาต้องการทำอะไร  เขารู้ในจิตวิญญาณของเขาว่า น้องจะใหญ่กว่าพี่ เอฟราอิมจะเป็นเผ่าที่สำคัญกว่า ขวามือนั้นมีความหมายถึง พลัง ความโปรดปราน และการช่วยเหลือของพระเจ้า ขวามือเป็นตำแหน่งของการยกชูขึ้น ตัวยาโคบเองรู้ดีว่า เขากำลังทำอะไรอยู่ การอวยพรครั้งนี้แตกต่างออกไปจากประเพณีที่ให้พี่ชายหัวปีได้พรมากกว่าใครในครอบครัว

พรเพื่อหลานที่ยาโคบรับเป็นลูก 
ปฐมกาล 48:15-20
ที่พระคัมภีร์บันทึกว่าเขาอวยพรโยเซฟนั้น ก็คือหมายถึงอวยพรลูกหลานของโยเซฟนั่นเอง ยาโคบเดินมากับพระเจ้าทั้งชีวิตเขารู้ว่า พระพรที่จะให้กับลูกหลานจะเกิดขึ้นจริงการอวยพรของยาโคบ ไม่ใช่พรจากยาโคบเองแต่เป็นพรที่ยาโคบอธิษฐานขอเพื่อลูกหลานของเขา  พระเจ้าที่ทรงเลี้ยงดูเขามาแต่เล็กจนชรายาวนานจนเกือบจะจากโลกนี้ไป  ก็คือพระเจ้าแห่งปู่และพ่อของเขา คืออับราฮัม และ อิสอัคที่เขากล่าวถึงทูตสวรรค์ ก็คือ ทูตสวรรค์ที่เขาได้พบซึ่งน่าจะเป็นองค์พระเจ้าเอง
(16:7; 22:11; 24:7)
พระพรที่เขาขอพระเจ้าให้เอฟราอิมและมนัสเสห์คือ เมื่อคนได้ยินชื่อของพวกเขาเมื่อคนในโลกมาสัมผัสลูกหลานของคนเหล่านี้ พวกเขาจะระลึกถึงอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ พวกเขาจะระลึกถึงพระเจ้าเที่ยงแท้
เมื่อโยเซฟเห็นพ่อทำเช่นนั้น รู้สึกไม่พอใจจึงพยายามที่จะบอกให้พ่อทำอย่างถูกต้องตามประเพณี แต่ยาโคบไม่ยอม เพราะเขารู้ในใจว่า ต่อไปเอฟราอิมผู้น้องจะเป็นใหญ่กว่ามนัสเสห์ผู้พี่อย่างแน่นอน 

ถ้าเราจะย้อนกลับไปดูประวัติครอบครัวนี้ ก็พบว่า  อิสอัคได้รับพรมากกว่าพี่อิชมาเอล
ยาโคบได้รับพรหัวปีแทนเอซาว
คราวนี้ เอฟราอิมได้รับพรเหนือมนัสเสห์ ยาโคบเรียกเอฟราอิมก่อนมนัสเสห์ และต่อมาก็มีการเรียกเช่นนั้น 
ในข้อ 22 โยเซฟได้รับพรเหนือรูเบน

แม้ว่าจะดูแปลกสำหรับโยเซฟ เพราะเขาเห็นว่า ลูกชายหัวปีควรได้รับพรสองเท่าตามประเพณี แต่ถ้าย้อนกลับไปที่ชีวิตของยาโคบ เราจะเห็นว่า เขาเป็นลูกรองที่ได้พรของบุตรหัวปีมาทั้ง ๆ ที่เขาไม่น่าจะต้องใช้วิธีกลลวง ตอนนี้ เขาให้พรแบบเดียวกัน คือ ให้พรน้องเอฟราอิม มากกว่าพี่ชายมนัสเสห์ในเวลาต่อมาเราพบว่า เอฟราอิมนั้นมีจำนวนประชากรและความเข้มแข็งมากกว่าเผ่ามนัสเสห์ และเผ่าอื่น ๆ จนหลายครั้งในพระคัมภีร์เรียกอิสราเอลว่า เอฟราอิม!

หน้าที่และมรดกเพิ่มเติมของโยเซฟ
ปฐมกาล 48:21-22
การที่โยเซฟถูกกำหนดให้เป็นผู้ฝังศพของพ่อแทนพี่ชายคนโตเท่ากับเขาได้รับเกียรติอย่างสูง (47:30) และยังได้รับดินแดนเชเคม (48:22) นับเป็นเกียรติ เป็นพรสองเท่าแบบพี่ชายหัวปี
ที่ดินนี้เป็นเหมือนที่ดินชิ้นแรก เป็นที่ดินเริ่มต้นของการที่ลูกหลานอิสราเอล ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ครอบครองแผ่นดิน ที่ใหญ่กว่า ในเวลาต่อมา
ข้อความตอนนี้บอกว่า ในสายตาของพ่อ  โยเซฟเป็นผู้ที่อยู่เหนือพี่น้องอย่างชัดเจน   เขาเหมาะที่จะเป็นพี่ชายคนโต เพราะได้ดูแลทุกคนให้รอดตายและตั้งถิ่นฐานใหม่ให้พวกเขาได้รุ่งเรือง มีที่ดิน มีไร่นา ฝูงสัตว์เพิ่มเติมอย่างมากมาย เขาเป็นคนที่ยิ่งใหญ่เป็นรองของฟาโรห์ด้วยซ้ำ
โยเซฟได้ที่ดินใกล้ ๆ เมืองสิคาร์ ซึ่งอยู่ในแผ่นดินทางเหนือให้กับโยเซฟ (ยอห์น 4:5) เป็นที่ดินซึ่งเขาซื้อมาจากลูกชายของฮาโมร์ (ปฐมกาล 33:19)  ต่อมาเมื่ออิสราเอลครอบครองคานาอัน พวกเขาก็ได้แผ่นดินนี้มาครองด้วย  อ่านปฐมกาล 15:18  เป็นดินแดนที่พระเจ้าจะทรงมอบให้ โดยพวกเขาต้องยึดจากคนท้องที่นั้น 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 48
1* ปฐมกาล 41:51, 56; 46:20; 50:23
3* ปฐมกาล 43:14; 49:25; 28:13, 19; 35:6, 9
4* ปฐมกาล 46:3; อพยพ 6:8; ปฐมกาล 17:8
5* โยชูวา 13:7; 14:4
7* ปฐมกาล 35:9, 16, 19-20
9* ปฐมกาล 27:4; 47:15
10* ปฐมกาล 27:1, 27; 45:15; 50:1


14* มัทธิว 19:15; ปฐมกาล 48:19; โยชูวา 17:1
15* ฮีบรู 11:21 ;ปฐมกาล 17:1; 24:40
16* ปฐมกาล 22:11, 15-18; 28:13-15; 31:11
17* ปฐมกาล 48:14
19* ปฐมกาล 48:14; กันดารวิถี 1:33, 35
20* รูธ4:11-12
21* ปฐมกาล 28:15; 46:4; 50:24
22* โยชูวา 24:32;ปฐมกาล

ปฐมกาล 47 สุดทางความหิวโหย

 Jacob before Pharaoh by Harold Copping

ทั้งครอบครัวพบฟาโรห์
1 แล้วโยเซฟจึงไปเข้าเฝ้าฟาโรห์ทูลว่า “บิดาและพี่น้องของข้าพระบาท มาจากแผ่นดินคานาอัน พร้อมด้วยฝูงสัตว์ และทรัพย์สมบัติข้าวของ บัดนี้ พวกเขาอยู่ที่แผ่นดินโกเชนพะยะค่ะ
2 เขานำพี่น้องห้าคนมาเฝ้าฟาโรห์
3 ฟาโรห์ตรัสถามพวกเขาว่า “พวกเจ้าทำงานอะไร?” พวกเขาทูลตอบฟาโรห์ว่า “ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นคนเลี้ยงแกะพะยะค่ะ ทั้งตัวเราและบรรพบุรุษของเรา”
4 และทูลต่อไปว่า “พวกเรา ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเข้ามาขออาศัยในแผ่นดินนี้ เพราะคานาอันไม่มีทุ่งหญ้าเหลือให้ฝูงแพะแกะเลย การกันดารอาหารนั้นรุนแรงมาก ดังนั้น ขอฝ่าพระบาททรงอนุญาตให้ผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทได้อาศัยในแผ่นดินโกเชนเถิด” 
5 ฟาโรห์ตรัสกับโยเซฟว่า “พ่อและพี่น้องของเจ้าได้มาหาเจ้าแล้ว
6 และเจ้ามีอำนาจเหนือแผ่นดินนี้ จงหา ที่ดินส่วนที่ดีที่สุดของแผ่นดิน ให้พวกเขาอาศัยในโกเชน ยิ่งกว่านั้น หากเจ้าเห็นว่าคนไหนมีความสามารถมากเป็นพิเศษ ก็ให้พวกเขาได้ดูแลฝูงสัตว์ของเราด้วย”
นำพ่อเข้าเฝ้า
7 แล้วต่อมาโยเซฟนำยาโคบ พ่อของเขามาเข้าเฝ้าฟาโรห์ และยาโคบได้อวยพรฟาโรห์
8 ฟาโรห์ตรัสถามยาโคบ “ท่านอายุเท่าไรกันนี่?”
9 ยาโคบทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าได้เร่ร่อนมานาน 130 ปี ปีเดือนของ ข้าพเจ้านั้นยากเย็นและสั้นนัก เป็นช่วงเวลาน้อยกว่าบรรพบุรุษซึ่งเป็นคนอพยพเช่นกัน”
10 จากนั้นยาโคบก็ถวายพระพรฟาโรห์และลาจากไป
11 โยเซฟได้จัดหาที่อยู่ให้กับพ่อ พี่น้อง มอบที่ดินใน อียิปต์ให้ เป็นเขตที่ดีที่สุดในประเทศอียิปต์ คือในแผ่นดินของราเมเสสตามที่ฟาโรห์ทรงบัญชา
12 โยเซฟยังได้จัดหาอาหารให้พ่อ พี่น้อง และคนในครอบครัวของพ่อ เขาดูแลให้แม้กระทั่งเด็กเล็กที่สุด

 สุดทางของความหิวโหย
13 และแล้วก็ไม่มีอาหารหลงเหลือในแผ่นดิน เพราะการกันดารอาหารนั้นรุนแรงมาก ประชาชนทั้งใน อียิปต์และคานาอันต่างพากันอ่อนแรงเพราะอดอยาก 
14 โยเซฟเองได้รวบรวมเงินค่าข้าวที่ได้จากประชาชนในอียิปต์และคานาอันเก็บไว้ในคลังของฟาโรห์  
15 เมื่อประชาชนทั้งในอียิปต์และคานาอันใช้เงินจนหมดเหล่าคนอียิปต์ก็มาหาโยเซฟ กล่าวว่า”ขอให้อาหารแก่พวกเรา แม้ว่าเราจะไม่มีเงินซื้อ ท่านจะปล่อยให้เราตายไปต่อหน้าต่อตาหรือ?”
16  โยเซฟตอบว่า “ถ้าพวกท่านไม่มีเงินแล้ว ก็เอาสัตว์มาแลกสิ เราจะให้อาหารเป็นการแลกเปลี่ยนกับ ฝูงสัตว์ของพวกท่าน”
17 ดังนั้น พวกเขาจึงนำฝูงสัตว์ทั้งฝูงม้า แพะ แกะ วัว และลา มาแลก โดยโยเซฟ จัดอาหารให้กับพวกเขาเป็นการแลกเปลี่ยน ทั้งปีนั้น โยเซฟแลกอาหารกับฝูงสัตว์ของประชาชน
18 “เราไม่อาจจะปิดบังสิ่งที่เกิดขึ้นกับท่าน คือ เราได้ใช้เงินจนหมด ฝูงสัตว์ก็เป็นของท่านแล้ว อย่างที่ว่าเราเหลือแค่ร่างของพวกเราและที่ดิน
19 เหตุใดทั้งตัวเราและที่ดินของเราจะต้องตาย หายไปต่อหน้าต่อตาของท่าน? ขอท่านได้ซื้อตัวเราและที่ดินของเราด้วยอาหาร แล้วพวกเรากับที่ดินนี้จะเป็นทาสรับใช้ฟาโรห์ขอให้เมล็ดพันธุ์กับเราเพื่อจะได้มีชีวิตอยู่ ไม่ตาย ที่ดินก็จะไม่กลายเป็นที่แห้งว่างเปล่า”
20 ดังนั้น โยเซฟจึงซื้อที่ดินทั้งหมดในอียิปต์ให้กับฟาโรห์ ชาวอียิปต์แต่ละคนพากันขายที่ดิน เพราะความอดอยากนั้นรุนแรงเป็นที่สุด ดังนั้นที่ดินจึงกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของฟาโรห์ แล้ว 
21โยเซฟก็ลดสถานะประชาชนกลายเป็นทาสทีละเมืองจากสุดเขตแดนด้านหนึ่ง จรดเขตแดนอีกด้าน

22 ทั้งนี้ เขาไม่ได้ซื้อที่ดินของพวกปุโรหิต เพราะเหล่า ปุโรหิตได้รับส่วนแบ่งจากฟาโรห์อยู่แล้ว พวกเขา กินอาหารส่วนที่ฟาโรห์จัดให้ พวกเขาจึงไม่ได้ขาย ที่ดินของตน
23 แล้วโยเซฟก็กล่าวกับประชาชนว่า “วันนี้ เราได้ซื้อตัวท่านและที่ดินของท่านให้กับฟาโรห์แล้ว นี่คือเมล็ดพันธุ์ที่ท่านจะเอาไปเพาะปลูก เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ก็จงมอบให้กับฟาโรห์หนึ่งในห้าส่วน
24 นอกนั้นเป็นของท่านเพื่อว่าจะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ต่อไปเป็นอาหารของท่านและครอบครัว รวมทั้งลูกเล็ก ๆ ของท่าน พวกเขาตอบว่า 
25 “ท่านได้ช่วยชีวิตของพวกเราไว้ หากเป็นที่พอใจของท่านเราก็จะเป็นทาสของฟาโรห์
26 ดังนั้น โยเซฟจึงตั้งกฎเรื่องที่ดินของประเทศอียิปต์ซึ่งยังใช้อยู่จนทุกวันนี้ คือ หนึ่งในห้าของผลผลิตเป็นของฟาโรห์  ยกเว้นที่ดินของปุโรหิตที่ไม่ได้ตกเป็นของฟาโรห์
27 อิสราเอลได้ตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ 17 ปี พวกเขาได้ครอบครองทรัพย์สินต่าง ๆ ในนั้นและมีลูกหลานทวีขึ้นมากมาย

สิบเจ็ดปีผ่านไป 
28 ยาโคบอาศัยในแผ่นดินอียิปต์ 17 ปี และเขาอยู่จนอายุได้ 147 ปี
29 เมื่อใกล้เวลาที่เขาจะสิ้นชีวิต เขาเรียกลูกชายโยเซฟมาหา และกล่าวว่า “หากเจ้ารักพ่อจริงขอให้เจ้าวางมือที่ใต้ขาอ่อนของพ่อ และปฏิญาณ ด้วยความจริงใจว่า เจ้าจะไม่ฝังพ่อไว้ในอียิปต์
30 แต่เมื่อพ่อล่วงลับไปอยู่กับบรรพบุรุษของเราเจ้าจะเอาศพของพ่อออกจากอียิปต์ไปเก็บไว้ที่เดียว กับบรรพบุรุษของเรา” โยเซฟตอบว่า”เราจะทำตาม ที่พ่อกล่าวมา” 
31 “สาบานกับพ่อสิ” โยเซฟก็สาบานและอิสราเอลก้มลงกราบนมัสการที่หัวเตียงของเขา

 

 

ทั้งครอบครัวพบฟาโรห์
ปฐมกาล 47:1-6
เมื่อทั้งครอบครัวมาถึง โยเซฟจึงทูลฟาโรห์เป็นส่วนตัวว่า ครอบครัวของเขามาถึงแล้ว และนำพี่น้องห้าคนเท่านั้น เข้ามาเฝ้าเพื่อให้ฟาโรห์ได้รู้จัก  พวกเขาทั้งหมดได้เข้ามาขออนุญาตจากฟาโรห์ ทั้ง ๆ ที่ฟาโรห์ก็ได้อนุญาตแล้ว เราจะเห็นถึงความนอบน้อมของโยเซฟที่มีต่อฟาโรห์  และเขายังสอนให้พี่น้องของเขาได้เข้าใจด้วยว่า พวกเขามาในฐานะอย่างไร
 ฟาโรห์เองก็มีน้ำใจมาก ให้หาที่ดินดี เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งฟาโรห์เองก็ทรงปัญญาเพราะรู้ว่า ครอบครัวนี้เก่งการเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่บรรพบุรุษ  จึงให้พวกเขาได้มีส่วนในการเลี้ยงสัตว์ของฟาโรห์เองด้วย

นำพ่อเข้าเฝ้า
ปฐมกาล 47:7-12
แล้วโยเซฟก็นำพ่อมาเข้าเฝ้า โดยไม่ให้ซ้ำซ้อนกับพี่น้อง เราจะเห็นบันทึกว่า ยาโคบอวยพรให้แก่ฟาโรห์ และฟาโรห์ก็รับ ทั้ง ๆ ที่คนทั้งหลายมองว่า ฟาโรห์เป็นตัวแทนของพระเจ้า ทั้งนี้เป็นเพราะท่านตระหนักดีว่า พระเจ้าของโยเซฟนั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ และพระองค์กำลังทำการของพระองค์ผ่านโยเซฟช่วยให้ประชากรชาวอียิปต์ และชาติใกล้เคียงไม่ต้องตายหมู่เป็นจำนวนมากเพราะการกันดารที่รุนแรง

และพระเจ้าองค์นี้ทรงเตือนฟาโรห์เองในความฝัน ฟาโรห์จึงยินดีรับคำอวยพรจากยาโคบ
จากเรื่องราวตอนนี้ เรายังเห็นว่า  ยาโคบจะไม่ได้ตั้งหลักฐานจริง ๆ ในโลกนี้คำตอบของยาโคบเหมือนกับเขาคิดว่า ชีวิตในโลกเป็นเพียงการเร่ร่อน บ้านจริงไม่ได้อยู่โลก และเขา ก็ต่อสู้ในโลกน้อยกว่าอับราฮัมและอิสอัคซึ่งมีอายุยืนยาวมาก อีกอย่างที่สำคัญคือ โยเซฟมีหัวใจให้เด็กเล็กเป็นพิเศษเพราะอ่านต่อไปเราจะเห็นคำว่าเด็กเล็ก ๆ อีกหลายครั้ง

สุดทางของความหิวโหย
ปฐมกาล 47:13-22
เมื่อเงินจากประชาชนมาถึง ก็เข้าท้องพระคลังของฟาโรห์ทันที โยเซฟไม่ได้ใช้เงินนั้นเพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่ต่อมา เรื่องราวส่วนนี้ เป็นตอนที่เศร้ามาก เพราะประชาชนซื้ออาหารจนเงินหมด  พวกเขามาขอร้องโยเซฟ  โยเซฟจึงให้เอาสัตว์มาแลก ซึ่งสัตว์เหล่านี้ ถึงแม้จะเป็นอาหารของพวกเขาได้ แต่ก็ยังต้องกินอาหารเหมือนกัน  ตอนนี้ฟาโรห์ เลยมีแพะ แกะ วัว ลา เพิ่มขึ้นมากมาย และเป็นภาระของฟาโรห์ที่จะต้องเลี้ยงแกะเหล่านี้
แต่แล้วต่อมาไม่นานประชาชนก็มายื่นข้อเสนอที่โยเซฟจำเป็นต้องรับจากพวกเขา นั่นคือ พวกเขาขอให้ซื้อตัวพวกเขาให้เป็นทาสฟาโรห์  และขอให้ซื้อที่ดินด้วยเพื่อจะมีอาหาร  ประชาชนจึงลดตัวเองลงเป็นทาส

แปลกที่ฟาโรห์เองก็ยังไม่พร้อมที่จะให้อาหารเหล่านั้นเปล่า ๆ กับประชาชน
จากนั้นโยเซฟจึงได้สร้างกฎขึ้นมา เพื่อไม่ให้มีการทำร้ายประชาชนมากไปกว่านี้  เขาทำตามข้อเสนอของประชาชน และมอบเมล็ดพันธ์ุแบบให้เปล่า เพื่อว่า พวกเขาจะเอาไปปลูก และให้คืนฟาโรห์มาร้อยละยี่สิบ
เราจะเห็นตรงนี้ในข้อ 24  ว่า โยเซฟยังคงเป็นห่วงลูกเล็ก ๆ ของประชาชน
กลายเป็นว่า ประชาชนทั้งหลายจึงเป็นทาสฟาโรห์
และมีกฎภาษีที่ดินหนึ่งในห้าต่อมาอีกเป็นเวลานาน

สิบเจ็ดปีผ่านไป
ปฐมกาล 47:27-31
ย้อนกลับมายังครอบครัวของยาโคบที่ได้เข้าไปในแผ่นดินอียิปต์  พวกเขาไม่ได้อยู่เฉย แต่มีลูกหลานเพิ่มขึ้นมากมายในแผ่นดินโกเชน
ยาโคบอายุได้ 147 ปี ก็รู้สึกว่า เวลาของเขาในโลกกำลังจะสิ้นสุด จึงขอร้องให้โยเซฟได้นำศพของเขาออกไปจากแผ่นดินนี้ ให้ไปเก็บไว้ที่เก็บศพของอับราฮัมและอิสอัค ยาโคบรู้ดีว่า แผ่นดินอียิปต์ไม่ใช่เป็นของเขา แต่ดินแดนที่พระเจ้าทรงสัญญาต่างหากที่ใช่   ซึ่งโยเซฟก็สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ โดยปฏิญาณตามแบบของคนอิสราเอล 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 47
1* ปฐมกาล 46:31; 45:10; 46:28; 50:8
2* กิจการ 7:13
3* ปฐมกาล 46:33,32,34
4* เฉลยธรรมบัญญัติ  26:5; ปฐมกาล 43:1; 46:34
6* ปฐมกาล 20:15; 45:10, 18; 47:11; 47:4
7* ปฐมกาล 47:10; 48:15, 20
9* ฮีบรู 11:9, 31;ปฐมกาล 47:28; โยบ 14:1 ; ปฐมกาล 5:5; 11:10-11; 25:7-8; 35:28

10* ปฐมกาล 47:7
11* อพยพ 1:11; 12:37; ปฐมกาล 47:6, 27
12* ปฐมกาล 48:11; 50:21
13* ปฐมกาล 41:30
14* ปฐมกาล 41:56; 42:6
15* ปฐมกาล 47:19
19* ปฐมกาล 43:8
20* เยเรมีย์ 32:43

22* เอสรา 7:27; ปฐมกาล 41:45
25* ปฐมกาล 33:15
26* ปฐมกาล 47:22
27* ปฐมกาล 47:11; 17:6; 26:4; 35:11; 46:3
29* เฉลยธรรมบัญญัติ   31:14; ปฐมกาล 24:2-4, 49; 50:25
30* 2 ซามูเอล 19:37
;ปฐมกาล 49:29; 50:5-13
31* 1 พงศ์กษัตริย์ 1:47