อพยพ 8 2 กบ 3 ริ้น 4 เหลือบ

ภัยพิบัติที่สอง: กบ
1 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงเข้าไปเฝ้าฟาโรห์ บอกเขาว่า ‘องค์พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ จงปล่อยประชากรของเราไปเพื่อพวกเขาจะได้นมัสการเรา
2 หากเจ้าไม่ปล่อยให้พวกเขาไป เราจะส่งฝูงกบขึ้นมาทั่วแผ่นดิน
3 แม่น้ำไนล์จะมีกบเต็มไปหมด มันจะเข้าไปในราชวัง เข้าไปในห้องนอน ขึ้นไปบนเตียงของเจ้า พวกมันจะเข้าไปในบ้านของข้าราชการของเจ้า บนตัวประชากรของเจ้าด้วย พวกมันจะเข้าไปในเตาอบ และอ่างอบแป้งของเจ้า
4 ฝูงกบจะกระโดดขึ้นมาบนตัวเจ้า ประชากรของเจ้าและข้าราชการของเจ้า
5 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกอาโรนว่า ให้ชูไม้เท้าเหนือแม่น้ำ คลอง บึง เพื่อจะมีกบขึ้นมาจากน้ำไปบนแผ่นดินอียิปต์”
6 ดังนั้น อาโรนจึงยกมือขึ้นออกเหนือแหล่งน้ำของอียิปต์ และก็มีฝูงกบกระโดดขึ้นมาทั่วแผ่นดินอียิปต์
7 เหล่าผู้ร่ายเวทมนตร์ของอียิปต์ก็ใช้เวทมนตร์ของพวกเขาทำอย่างเดียวกัน ก็เลยทำให้มีกบมากขึ้นในแผ่นดินอียิปต์
8 ฟาโรห์ทรงเรียกตัวโมเสสและอาโรนให้เข้ามา ตรัสว่า “ช่วยทูลขอพระยาห์เวห์ให้กำจัดกบไปจากเราและประชากรของเรา แล้วเราจะปล่อยให้
คนของเจ้าออกไปถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์” 9 โมเสสทูลฟาโรห์ว่า “ขอทรงกำหนดมาว่า ท่านประสงค์จะให้ข้าพเจ้าอธิษฐานให้ท่าน ประชาชนของท่าน และข้าราชการของท่านเวลาใด เพื่อว่ากบจะออกไปจากท่าน และบ้านเรือนของท่าน และจะมีเหลือแค่กบในแม่น้ำไนล์เท่านั้น”
10 ฟาโรห์ตรัสตอบว่า “พรุ่งนี้” โมเสสกล่าวว่า “สิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แล้วท่านจะได้รู้ว่า ไม่มีผู้สามารถมาเทียบกับพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเรา
11 ฝูงกบจะออกไปจากพระองค์ และบ้านเรือนของพระองค์ ของข้าราชการและประชากรของพระองค์ และพวกมันจะอยู่ในแม่น้ำไนล์เท่านั้น”
12 หลังจากที่โมเสสและอาโรนออกจากการเข้าเฝ้าฟาโรห์ โมเสสก็ร้องทูลพระยาห์เวห์เรื่องฝูงกบที่พระองค์ทรงส่งมายังฟาโรห์
13 และพระยาห์เวห์ก็ทรงทำตามคำทูลของโมเสส มีกบนอนตายเกลื่อนบ้านเรือน ตามลานและในทุ่ง 14 ชาวอียิปต์ก็กวาดมันไว้เป็นกอง ๆ มีกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วเมือง
15 แต่เมื่อฟาโรห์ทรงเห็นว่าปัญหากบหมดไปแล้ว พระองค์ก็ทรงมีพระทัยกระด้างขึ้นมาอีก พระองค์ไม่ทรงยอมรับฟังโมเสสและอาโรนอย่างที่พระยาห์เวห์ตรัสไว้
ภัยพิบัติที่สาม:ริ้นขึ้นตัว
16 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกอาโรนว่า ‘ขอพี่ยื่นไม้เท้าออกและตีฝุ่นบนพื้นดิน’ แล้วฝุ่นทั่วแผ่นดินอียิปต์ก็จะกลายเป็นริ้น”
17 พวกเขาก็ทำตามนั้น และเมื่ออาโรนยกไม้เท้าในมือของเขาขึ้นมา และตีผงฝุ่นบนพื้น ผงฝุ่นเหล่านั้นก็กลายเป็นต้วริ้นทั่วแผ่นดิน ตอมทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
18 ผู้ร่ายเวทมนต์ของอียิปต์พยายามทำอย่างเดียวกันโดยใช้ศาสตร์ลับของพวกเขา แต่ก็ไม่อาจทำให้ผงฝุ่นเป็นริ้นได้ ริ้นเหล่านั้นเกาะแน่นตามตัวคนและสัตว์เลี้ยง
19 เหล่าผู้ร่ายเวทย์มนต์ทูลฟาโรห์ว่า “นี่เป็นอำนาจจากนิ้วพระหัตถ์ของพระเจ้า” แต่ฟาโรห์ยังมีพระทัยแข็งกระด้าง และไม่ยอมฟังท่านทั้งสอง ตามที่พระยาห์เวห์ได้ตรัสไว้
ภัยพิบัติที่สี่ : ตัวเหลือบขึ้นมารังควาญ

20 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “เจ้าจงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และไปพบฟาโรห์ตอนที่เขาออกไปยังริมฝั่งน้ำ และบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ จงปล่อยประชากรของเราไป เพื่อพวกเขาจะได้ไปนมัสการเรา
21 หากเจ้าไม่ยอมปล่อยประชากรของเราไป เราจะส่งฝูงเหลือบมาตอมตัวเจ้า ตอมข้าราชการ และประชากรของเจ้า พวกมันจะเข้าไปในบ้านของคนอียิปต์ และตามพื้นดินก็จะเต็มด้วยฝูงเหลือบ
22 แต่เราจะไม่ทำกับอิสราเอลในแผ่นดินโกเชน เหมือนอย่างที่ทำกับชาวอียิปต์ ที่นั่นจะไม่มีฝูงเหลือบ เพื่อเจ้าจะได้รู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์ ประทับอยู่ในแผ่นดินนี้
23 เราจะทำต่อประชากรของเราแตกต่างจากประชากรของเจ้า และหมายสำคัญนี้จะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้’”
24 แล้วพระยาห์เวห์ก็ทรงกระทำตามที่พระองค์ได้ตรัส และมีฝูงเหลือบจำนวนมากมายเข้ามาในวังของฟาโรห์ ในบ้านของข้าราชการ ฝูงเหลือบได้สร้างความเสียหายทั่วแผ่นดินอียิปต์
25 ฟาโรห์จึงรับสั่งตามตัวโมเสสและอาโรนมา ตรัสว่า “จงไปถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าของเจ้าในแผ่นดินนี้”
26 แต่โมเสสทูลว่า “ที่จะทำอย่างนั้นไม่ถูกต้อง เพราะชาวอียิปต์รังเกียจเครื่องบูชาที่พวกข้าพเจ้าถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา หากพวกเขาเห็นเราถวายเครื่องบูชาที่พวกเขารังเกียจ พวกเขาจะไม่เอาหินขว้างพวกเราจนตายหรือ?
27 ขออนุญาตพวกเราออกเดินทางไปสามวันในถิ่นกันดารเถิด เราต้องถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์ที่นั่นตามที่พระองค์ทรงบัญชาไว้”
28 ฟาโรห์ตรัสว่า “เราจะปล่อยพวกเจ้าไปถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าในถิ่นกันดาร แต่ พวกเจ้าอย่าไปไกลเกิน และขออธิษฐานอ้อนวอนเพื่อเราด้วย”
29 โมเสสทูลว่า “ข้าพเจ้าจะออกไป และอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระยาห์เวห์เพื่อฝ่าพระบาท และพระองค์จะทรงกำจัดฝูงเหลือบจากฝ่าพระบาท ข้าราชการ และประชากรของฝ่าพระบาทพรุ่งนี้ แต่ขอท่านอย่าทรงหลอกลวงเราอีกเลย อย่าขัดขวางไม่ให้พวกเราออกไปถวายเครื่องบูชาแด่องค์พระยาห์เวห์”
30 แล้วโมเสสจึงจากฟาโรห์
และอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระยาห์เวห์
31 แล้วพระยาห์เวห์ทรงทำตามที่โมเสสทูลอ้อนวอนขอให้เอาฝูงเหลือบออกจากฟาโรห์ ข้าราชการ และประชากรของท่าน จึงไม่มีตัวเหลือบเหลืออยู่แม้แต่ตัวเดียว
32 แต่แล้ว ฟาโรห์ก็กลับมีใจแข็งกระด้างขึ้นมาอีก ไม่ยอมปล่อยคนอิสราเอลออกไป
อธิบายเพิ่มเติม
ภัยพิบัติที่สอง: กบ
อพยพ 8:1- 15
พระเจ้าทรงส่งวิบัติมาทีละอย่าง เพื่อให้โอกาสกับฟาโรห์ได้ตัดสินใจ และให้ทั้งอิสราเอลและอียิปต์ได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เพื่อเป็นที่ถวายพระเกียรติ พระองค์ให้วิบัติที่เกิดขึ้นเป็นลำดับนั้นค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นทับจากอันก่อน ๆ
เมื่อฟาโรห์ไม่ปล่อยอิสราเอลไปหลังจากน้ำเป็นเลือด … เจ็ดวันที่แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือดและประชาชนต้องขุดดินหาน้ำกิน พวกเขาไม่สามารถต่อต้านอะไรฟาโรห์ได้เลย
เพราะสมัยก่อนนั้น ขืนเดินขบวนมีหวังตายกันหมด
แล้วต่อมาพระเจ้าจึงส่งฝูงกบมามากมาย
อาโรนยกไม้เท้าขึ้นเหนือแม่น้ำ คลอง บึง แล้วกบก็ขึ้นมาเต็มบ้านเต็มเมือง
เมื่อเหล่าผู้ร่ายเวทย์ เรียกกบขึ้นมา ก็ทำให้กบมากขึ้นไปอีก เพิ่มความทุกข์ยากให้ทุกคน
อียิปต์มีเทพสองตนที่มีหัวเป็นกบ และสำหรับคนอียิปต์แล้ว กบเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีการกราบไหว้เทพีกบ จะไม่มีการฆ่ากบ แล้วพระเจ้าทรงส่งกบมาให้ มันเป็นสิ่งที่อึดอัดที่สุด พวกมันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มันอยู่มากมายทั้งในน้ำและบนบก ลองคิดแค่ว่าเราเจอกบสิบตัวในบ้านก็แย่แล้ว!
ต่อมาฟาโรห์ก็เรียกโมเสสมาให้อธิษฐานขอพระเจ้ากำจัดกบ และสัญญาว่า จะปล่อยคนออกไป โมเสสก็ตอบอย่างมั่นใจว่า จะต้องการเวลาไหน จะอธิษฐานให้ ฟาโรห์เองรู้อยู่แก่ใจว่า ตนจะไม่ปล่อยคนอิสราเอลออกไป เพียงแค่ต้องการจัดการปัญหากบบุกเมืองเท่านั้น
แต่เป้าหมายของโมเสสคือ ให้รู้ว่า ไม่มีใครเทียบพระเจ้าได้
เป็นความคิดที่ชนกัน ไม่มีทางออก แก้ไขปัญหาไม่ตก พระเจ้าก็ทรงบอกล่วงหน้าว่า อย่างไร ฟาโรห์จะยังดื้อดึงดันอยู่ดี ตอนนี้เริ่มกลายเป็นนิสัย ไม่รักษาสัญญาในครั้งแรก และดูเหมือนว่าจะทำต่อไปแบบนี้เรื่อย ๆ ฟาโรห์สะสมความผิดของตนเอง โกหก ไม่ทำตามสัญญา ฟาโรห์คิดว่าทำอย่างนี้ก็ได้ไม่เห็นเป็นไร
เขาไม่รู้ว่า พระเจ้าทรงให้โอกาสเขาทำตามน้ำพระทัย แต่เขาไม่สนใจ เขามีความตั้งใจว่าอย่างไรก็จะไม่ปล่อยอิสราเอลออกไป แทนที่จะดูดี เขากลับแสดงให้โลกเห็นการพ่ายแพ้ของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ภัยพิบัติที่สาม:ริ้นขึ้นตัว
อพยพ 8:16-19
ฟาโรห์ไม่ยอมทำตาม ใจกระด้างขึ้นมาอีก
โมเสสขอให้อาโรนยื่นไม้เท้า ตีฝุ่นขึ้นมา ทั่วทั้งอียิปต์เกิดมีฝูงริ้นตอนทั้งคน ทั้งสัตว์เลี้ยง แทบเป็นบ้าไปเลย กลิ่นของกบยังไม่ทันจาง ยังคลุ้งทั่วประเทศ ตัวริ้นก็มาเกาะติดตามตัวคน ตามสัตว์เลี้ยง พวกมันก็พยายามสุดฤทธิ์ที่จะให้ริ้นออกจากตัว แต่ก็ไร้ผล เพราะมันมากันมากมาย
พวกร่ายเวทย์มนต์พยายามเลียนแบบ แต่พบว่า ทำไม่ได้ พวกเขายอมรับกับฟาโรห์ว่า นี่เป็นอำนาจของพระเจ้าจริง น้ำเป็นเลือด กบขึ้นมาพวกเขาทำตามได้ แต่ตัวริ้นนี้ ไม่สามารถเลียนแบบได้เลย เวลานี้ พวกเขารู้แล้วว่ามีพลังที่เหนือกว่าพวกเขามากมายจริง
นี่เป็นการชนกับอำนาจของเทพเซป ซึ่งเป็นเทพแห่งผืนแผ่นดิน ของอียิปต์
และทำให้เหล่าปุโรหิตของราชวังกลายเป็นผู้ที่สกปรก เพราะริ้นนั้นมาจากดิน ซึ่งถือว่าทำให้พวกเขาเป็นมลทิน แถมยังไปตามตัวสัตว์ด้วย ดังนั้น พิธีกรรมของพวกเขาจึงต้องหยุดลง เพราะเทพของอียิปต์จะไม่รับเครื่องบูชาที่มีริ้นติดมาด้วย
แม้รู้ว่าเป็นมาจากพระเจ้า แต่ฟาโรห์ก็ยังขัดขืน แม้หมอผีของฟาโรห์บอกแล้วว่า นี่ไม่ใช่เรื่องมายากล แต่พระเจ้าทรงทำการจริง ๆ ฟาโรห์น่าจะฟังพวกเขา แล้วพิจารณาใหม่ว่าจะต่อรองอย่างไร แต่
ฟาโรห์ก็ยังไม่ยอมปล่อยอิสราเอล
ภัยพิบัติที่สี่ : ตัวเหลือบขึ้นมารังควาญ
อพยพ 8:20-32
เช้าตรู่อีกวัน โมเสสไปพบฟาโรห์ที่ริมฝั่งไนล์อีก เขาเตือนฟาโรห์ว่า จะมีฝูงเหลือบขึ้นมาตอม และที่สำคัญ คนอียิปต์จะเจอกับเหลือบโดยที่คนอิสราเอลในโกเชนจะไม่เจอปัญหานี้เลย พระเจ้าทรงแจ้งว่า จะทรงทำกับคนของพระองค์ แตกต่างจากคนของฟาโรห์
ยังไม่ทันหายคัน ยังไม่ทันหายความรู้สึกขยะแขยงจากฝูงริ้น
ฝูงเหลือบก็มาจริง ๆ มันสร้างความเสียหายไปทั่ว ยกเว้นในแผ่นดินโกเชน
นี่เป็นการท้าทายเทพีแห่งแมลงของอียิปต์ เป็นเทพที่พวกเขาเชื่อว่าพิทักษ์ชีวิตต่าง ๆ ในประเทศ ซึ่งเป็น เทพีแห่งที่ลุ่ม พวกเขาเชื่อว่าอาศัยในพื้นที่ชื้นแฉะซึ่งต้นปาปิรัสขึ้นอยู่
ฟาโรห์เรียกโมเสสมา เหมือนจะยอม แต่ให้ถวายเครื่องบูชาในอียิปต์ ไม่ต้องออกไปถิ่นกันดาร
โมเสสก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาอ้างว่า ถ้าเขาฆ่าสัตว์เพื่อบูชา ชาวอียิปต์ต้องทำร้ายพวกเขาแน่ เพราะวัวที่ ก็เป็นเทพอย่างหนึ่งของพวกเขา เรียกอาพิส แถมยังเป็นวัวผู้แบบที่พวกเขากราบไหว้เป็นวัวผู้จริง ๆ หากตัวหนึ่งตายไปก็จะหาตัวอื่นที่มีคุณสมบัติอย่างที่ต้องการมาแทน
ฟาโรห์จึงตกลง ไปได้ แต่อย่าไปไกล อธิษฐานให้เหลือบหายไปด้วย
แล้วเมื่อเหลือบหมดจากบ้านเมืองตามคำอธิษฐานขอของโมเสส
ทั้ง ๆ ที่โมเสสทัดทานแล้วว่าอย่าหลอกพวกเขาอีก
ฟาโรห์ก็กลับมาใจแข็งเหมือนเดิม! ไม่ยอมปล่อยอิสราเอลไป
พระคำเชื่อมโยง
อพยพ 8
1* อพยพ 3:12, 18; 4:23; 5:1, 3
2* อพยพ 7:14; 9:2 ;วิวรณ์ 16:13
3*สดุดี 105:30
5* อพยพ 7:19
6*สดุดี 78:45; 105:30
7* อพยพ 7:11, 22
8* อพยพ 8:28; 9:28; 10:17
10* อพยพ 9:14; 15:11
12* อพยพ 8:30; 9:33; 10:18; 32:11
15* ปัญญาจารย์ 8:11; อพยพ 7:14, 22;9:34
17* สดุดี 105:31
18* อพยพ 7:11-12; 8:7; ดาเนียล 5:8
19* อพยพ 7:5; 10:7; 8:15
20* อพยพ 7:15; 9:13; 3:18; 4:23; 5:1, 3; 8:1
22* อพยพ 9:4, 6, 26; 10:23; 11:6-7; 12:13;
23* อพยพ 4:8
24* สดุดี 78:45; 105:31
26* ปฐมกาล 43:32; 46:34
27* อพยพ 3:18; 5:3; 3:12
28* อพยพ 8:8, 15, 29, 32; 9:28
29* อพยพ 8:8, 15
30* อพยพ 8:12
32* อพยพ 4:21; 8:8, 15
อพยพ 7 1 น้ำกลายเป็นเลือด

พระเจ้าผู้แสนอดทน
1 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “เราได้ทำให้เจ้าเป็นเหมือนพระเจ้าต่อฟาโรห์ และอาโรน พี่ชายของเจ้าจะเป็นผู้เผยพระดำรัสแทนเจ้า
2 จงบอกอาโรนถึงทุกอย่างที่เราสั่งเจ้า และเขาจะบอกฟาโรห์ให้ปล่อยชนอิสราเอลออกจากแผ่นดินของเขา
3 แต่เราจะทำให้ฟาโรห์นั้นใจแข็ง แม้ว่าเราจะทำการอัศจรรย์มากในอียิปต์
4 แต่เขาก็ยังจะไม่ฟังเจ้า ดังนั้นเราจะจัดการกับอียิปต์อย่างรุนแรง และเราจะนำกองทัพของเรา ประชากรอิสราเอลของเราออกจากออกจากแผ่นดินอียิปต์
5 เราจะลงโทษชาวอียิปต์ และเราจะนำอิสราเอล ออกจากแผ่นดินนั้น แล้วชาวอียิปต์จะรู้ว่า เราคือพระยาห์เวห์
6 โมเสสและอาโรนปฏิบัติตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาทุกประการ
7 ตอนที่ทั้งสองไปเข้าเฝ้าฟาโรห์นั้น โมเสสอายุ 80 ปี ส่วนอาโรนอายุ 83 ปี
ไม้เท้าของอาโรนกลายเป็นงู
8 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสและอาโรนว่า
9 เมื่อฟาโรห์ขอให้เจ้าทำการอัศจรรย์สักอย่างให้เขาเห็น เจ้าจงบอกอาโรนว่า ‘ขอท่านหยิบไม้เท้าของท่านโยนลงที่พื้นต่อหน้าฟาโรห์’ แล้วไม้เท้าจะกลายเป็นงู”
10 ดังนั้น โมเสสกับอาโรนจึงเข้าเฝ้าฟาโรห์ และทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชา อาโรนได้โยนไม้เท้าลงต่อพระพักตร์ฟาโรห์และข้าราชการของท่าน และไม้เท้านั้นก็กลายเป็นงู
11 ดังนั้น ฟาโรห์จึงเรียกนักปราชญ์และเหล่าผู้ร่ายเวทมนตร์ชาวอียิปต์ที่มีอำนาจลี้ลับมา พวกเขาก็สามารถทำสิ่งเดียวกันได้ด้วย
12 พวกเขาโยนไม้เท้าของตนลงบนพื้น และไม้เท้าของพวกเขาก็กลายเป็นงู แต่แล้ว
ไม้เท้าของอาโรนก็กินไม้เท้าของพวกเขาไป!
13 ถึงกระนั้น ฟาโรห์ยังคงพระทัยแข็งกระด้าง ไม่ยอมที่จะฟังคำขอของโมเสสและอาโรน อย่างที่พระยาห์เวห์ได้ตรัสไว้แล้ว
ภัยพิบัติแรก: น้ำกลายเป็นเลือด
14 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “ฟาโรห์ยังใจแข็งอยู่ ดึงดัน ไม่ยอมปล่อยประชากรไป
15 ตอนเช้าฟาโรห์จะออกไปที่แม่น้ำไนล์ จงไปพบเขาที่นั่น และนำไม้เท้าที่กลายเป็นงูนั้นไปด้วย
16 เจ้าจงบอกเขาว่า ‘พระยาห์เวห์ พระเจ้าของคนฮีบรูส่งข้าพเจ้ามาทูลพระองค์ว่า จงปล่อยประชากรของเราออกไปเพื่อนมัสการเราในถิ่นกันดาร แต่เจ้าก็ยังไม่เชื่อฟังจนกระทั่งเวลานี้
17 พระยาห์เวห์ได้ตรัสอีกว่า ‘เจ้าจะรู้ได้ว่า เราคือพระยาห์เวห์ เราจะใช้ไม้เท้าในมือของเรา ฟาดลงไปในแม่น้ำไนล์ และน้ำนั้นจะกลายเป็นเลือด!
18 แล้วปลาในแม่น้ำไนล์จะตาย แม่น้ำทั้งสายจะเริ่มเน่าเหม็น ชาวอียิปต์จะไม่อาจจะดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์ได้’”
19 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “จงบอกอาโรนว่า ‘ถือไม้เท้าของท่านขึ้นมา และยื่นมือออกไปให้ทั่ว เหนือผืนน้ำในอียิปต์ ทั้งแม่น้ำ คลอง บึง และสระน้ำทุกแห่งในอียิปต์ รวมไปถึงน้ำในถังไม้และโถหินด้วย”
20 ดังนั้น โมเสสและอาโรนจึงทำตามที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาทุกประการ ต่อพระพักตร์ของฟาโรห์ และข้าราชการของท่าน อาโรนได้ยกไม้เท้าขึ้นและฟาดน้ำในแม่น้ำไนล์ต่อหน้าพวกเขา ดังนั้นน้ำในแม่น้ำไนล์จึงกลายเป็นเลือด

21 ปลาในแม่น้ำตายหมด และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า ชาวอียิปต์ทั้งหลายไม่อาจจะดื่มน้ำจากแม่น้ำได้ มีเลือดอยู่ทั่วแผ่นดินอียิปต์
22 ส่วนเหล่าผู้ร่ายเวทมนตร์ของอียิปต์
ก็ทำเช่นกัน ดังนั้นฟาโรห์จึงคงดึงดันใจแข็งเหมือนเดิม ไม่ยอมฟังเสียงของโมเสสและอาโรน ตามที่พระยาห์เวห์ได้ตรัสไว้
23 ฟาโรห์หันกลับไป เสด็จกลับวังโดยไม่สนพระทัยสิ่งที่เกิดขึ้นสักนิด
24 ชาวอียิปต์ก็ไม่อาจดื่มน้ำจากแม่น้ำไนล์ได้ พวกเขาจึงขุดบ่อริมฝั่งน้ำเพื่อหาน้ำดื่ม
ฝูงกบ
25 เจ็ดวันผ่านไป หลังจากที่พระยาห์เวห์ทรงทำให้แม่น้ำไนล์กลายเป็นเลือด
อธิบายเพิ่มเติม
พระเจ้าผู้แสนอดทน
อพยพ 7:1-7
แล้วพระเจ้าก็ทรงย้ำสิ่งที่ได้ตรัสมาก่อนหน้านี้ต่อโมเสสชายอายุ 80 ปี ซึ่งเรารู้สึกว่า เขาน่าจะแข็งแรงแบบคนหนุ่มทีเดียว เพราะยังเลี้ยงแกะได้ ยังเดินทางได้ และเมื่อเห็นภาพของเขาในช่วงที่ต้องพบพระเจ้า และนำอิสราเอลเดินทางไกล ก็รู้ว่า เขายังมีแรงดีมาก อาโรนก็เช่นกัน
พระเจ้าไม่ได้ทรงตำหนิ ติเตียนโมเสสเลย พระองค์ทรงสั่งอีกครั้งว่า เขาจะเป็นเหมือนพระองค์ต่อฟาโรห์ และอาโรน นี่เป็นการส่งตัวแทนเหมือนกับส่งทูตไปยังอีกประเทศ เป็นตัวแทนของพระเจ้า เป็นหน้าที่ซึ่งมีเกียรติมาก แต่ตอนนั้น โมเสสมองไม่เห็นเลย เขายังครุ่นคิดอยู่แค่ว่าไม่อยากทำหน้าที่นี้
ฟาโรห์กล่าวว่า พระเจ้าทรงเป็นใครที่เขาจะต้องฟังคำของพระองค์?
พระองค์ทรงใช้โมเสสไปในฐานะพระองค์เอง อย่างที่เราสันนิษฐานก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองเคยรู้จักกันมาก่อน ถึงเคยเป็นพี่ชายบุญธรรม กับน้องชาย นี่ก็เป็นการแข่งขันที่ฟาโรห์จะต้องทึ่งแน่นอน เพราะฟาโรห์จะเผชิญกับพระเจ้าที่เสด็จมาต่อกรกับเขาผ่านโมเสส
ในข้อสาม ฟาโรห์จะใจแข็งแม้เห็นการอัศจรรย์มากมาย เขาใจแข็งอยู่แล้วเป็นทุนเดิม และพระเจ้าเพิ่มให้อีกเป็นตัวตนของเขาที่เข้มข้นมากขึ้น
พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะไม่รามือต่อฟาโรห์ และพระองค์จะได้คนอิสราเอลทั้งหมดออกมาจากอียิปต์ด้วย
ตอนนี้ โมเสส และอาโรนไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ โมเสสเริ่มเห็นแล้วว่า พระเจ้าทรงเอาจริง พระองค์จะไม่ฟังเสียงทัดทานใด ๆ ของโมเสสเด็ดขาด
ไม้เท้าของอาโรนกลายเป็นงู
อุ่นเครื่องเจรจา
อพยพ 7:8-13
ข้อ 8-10 เป็นเหมือนสคริปต์ ที่โมเสสและอาโรนจะต้องพูด ทำ ตามอย่างที่พระเจ้าทรงบัญชาไว้ตรง ๆ ข้อ 9 ฟาโรห์จะขอให้ทำการอัศจรรย์ให้เห็น พระเจ้าทรงบอกด้วยว่า ถึงเขาจะเห็นการอัศจรรย์ ฟาโรห์จะจะยังใจแข็งอยู่นั่นเอง
เราอาจจะต้องเข้าใจเรื่องความใจแข็งของฟาโรห์ในสองแง่
ฟาโรห์ใจแข็งเองอยู่แล้ว เขาก็ถือว่าตัวเองเป็นหนึ่ง เป็นเหมือนเทพใหญ่ประจำอียิปต์ เขาก็ใหญ่ พระเจ้าที่เขาไม่เห็นนั้น จะมาสั่งเขาไม่ได้
จากข้อ 7:13, 14, 22, 23; 8:15; 19:32; 9:7, 34-35 เราพบว่า ฟาโรห์ใจแข็งเองโดยธรรมชาติ นิสัยใจคอของเขา
พระเจ้าทรงทำให้เขาใจแข็งเมื่อสำรวจพระคัมภีร์ เราก็จะเห็นการที่พระเจ้าทรงทำให้เขายังยืนกราน ยืนยัน ไม่ยอมเปลี่ยนใจ (9:12, 10:1, 20, 27, 11:10, 14:4, 8, 17)
เท่ากับว่า ฟาโรห์ใจแข็งอยู่แล้ว .. และพระเจ้ายังทรงย้ำให้เขาเป็นไปอย่างนั้น
จะทรงเปลี่ยนพระทัยฟาโรห์แต่แรกก็ย่อมได้ …แต่พระองค์จะทรงทำให้แผนการณ์ของพระองค์สำเร็จโดยที่ทั้งโลกจะได้เห็นความยิ่งใหญ่เหนือเทพทั้งปวงของอียิปต์
พระเจ้าทรงให้อุ่นเครื่อง เรื่องความยิ่งใหญ่ของพระองค์ให้ฟาโรห์และชาวอียิปต์ได้สัมผัสก่อนคือ การทำไม้เท้าให้เป็นงู โมเสสสั่งอาโรน อาโรนโยนไม้เท้าลง ต่อหน้าทุกคนในท้องพระโรง ไม้เท้ากลายเป็นงู!
แต่เรื่องนี้ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของเหล่าผู้ทำคาถาอาคมของอียิปต์ พวกเขาซึ่งเป็นคนสำคัญในราชฐานของกษัตริย์โบราณ ทำได้เช่นกัน คนเหล่านี้ มีอำนาจมืดอยู่ เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงห้ามไม่ให้คนของพระองค์ไปเกี่ยวข้อง (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:9-14)
.
..แต่
พวกเขาไม่ได้ไม้เท้าคืน เพราะถูกงูของพระเจ้ากินพวกมันไปหมดเกลี้ยง! พวกเขารู้แล้วว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่กว่าพวกเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ให้ฟาโรห์เสียความรู้สึก ไม่ทำให้ตัวเองเสียหน้า แต่ตอนนี้ก็เห็นเลยว่า คทาของพระเจ้านั้น ใหญ่กว่าคทาของอียิปต์ (4:2-5)
เขาไม่ต้องการทำตามคำที่โมเสสและอาโรน
ขอร้อง พระเจ้าทรงบอกล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งสองจึงไม่แปลกใจ
ภัยพิบัติแรก: น้ำกลายเป็นเลือด
อพยพ 7:14-23
ไม้เท้ากลายเป็นงู ไม่ได้ทำให้ฟาโรห์เดือดร้อน ตอนเช้าฟาโรห์จะไปที่แม่น้ำไนล์ ซึ่งการไปยังแม่น้ำไนล์คือ การไปสร้างพลังจากพิธีกรรมที่แม่น้ำนั้น และคทาก็เป็นส่วนหนึ่งในพิธีแบบนั้น
โมเสสกับอาโรนได้รับคำบัญชาให้ไปพบฟาโรห์พร้อมไม้เท้า ซึ่งเป็นคทาของพระเจ้า
( 4:20 โมเสสนำไม้เท้าของพระเจ้ามาจากมีเดียน ;7:9 ไม้เท้าของอาโรน) วิบัติครั้งแรกมีการเตือนล่วงหน้า วิบัตินี้เป็นการลงโทษ ในเมื่อไม่ยอมปล่อยประชากรไป พระเจ้าก็จะทำให้น้ำกลายเป็นเลือด
ข้อสิบหก พระเจ้าทรงให้โมเสสแจ้งชัดว่า พระยาห์เวห์ พระเจ้าของคนฮีบรูส่งข้าพเจ้ามา และวันนี้เราจะใช้ไม้เท้าในมือของเรา (ในมือของอาโรน) ฟาดลงน้ำ น้ำจะกลายเป็นเลือด
ต่อหน้าฟาโรห์
พระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสบอกอาโรน ยื่นไม้เท้าให้ทั่วเหนือผืนน้ำทั้งสิ้นในอียิปต์ แม้ในถัง ในโถ! นี่ไม่ใช่เรื่องตามธรรมชาติ แต่เป็นฤทธิ์ของพระเจ้า
ไม้เท้าในมือของคนของพระเจ้า ได้ทำให้น้ำทั้งหมดในอียิปต์กลายเป็นเลือด .. ปลาไม่อาจอยู่ได้ แสดงว่า น้ำนั้นมีการเปลี่ยนเป็นเลือดจริง ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสี
ในเมื่ออียิปต์เชื่ออยู่แล้วว่า เหล่าเทพของพวกเขาเป็นผู้ควบคุมธรรมชาติ (พวกเขาเชื่อในเทพเป็นจำนวนมาก) แต่พระเจ้ากำลังบอกว่า พระองค์ต่างหากที่เป็นผู้ควบคุมธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ำไนล์ที่อียิปต์เชื่อว่า มีเทพคอยดูแลอยู่หลายตน
ตัวอย่างจากเนตไบเบิลว่า อย่างเช่นมีเทพที่เป็นผู้ดูแลต้นน้ำ เทพผู้ที่เป็นวิญญาณของไนล์ มีเทพแห่งโลกบาดาลที่ชนอียิปต์เชื่อว่าแม่น้ำไนล์เป็นเส้นเลือดของเขา
แต่แล้ว ผู้ร่ายเวทย์ของอียิปต์ก็ทำได้เช่นกัน แต่พวกเขาทำแล้วไม่อาจทำกลับคืนให้เป็นปกติเหมือนเดิม
ฟาโรห์ยังคงใจแข็ง ไม่ฟังเสียงคนของพระเจ้า … เดินกลับวังโดยไม่ใส่ใจ ไม่สนใจกับความเดือดร้อนของประชาชน และประชาชนเหล่านี้จะเกิดความกลัวขนาดไหนที่เหล่าเทพไนล์ของอียิปต์ถูกโจมตีจนน้ำเสีย ปลาตาย เหม็นเน่าขนาดนี้
พระคำเชื่อมโยง
อพยพ 7
1* อพยพ 4:15-16
2* อพยพ 4:15
3* อพยพ 4:21; 9:12; 11:9; เฉลยธรรมบัญญัติ 4:34
4* อพยพ 3:19-20; 10:1; 11:9
5* สดุดี 9:16; อพยพ 9:15; 3:20; 6:6; 12:51
6* อพยพ 72
7* เฉลยธรรมบัญญัติ 29:5; 31:2; 34:7 ; กันดารวิถี 33:39
9* อิสยาห์ 7:11 ;อพยพ 4:2-3, 17
10* อพยพ 7:9; 4:3
11* ปฐมกาล 41:8; 2 ทิโมธี 3:8 ;อพยพ 7:22; 8:7, 18
14* อพยพ 8:15; 10:1, 20, 27
15* อพยพ 2:5; 8:20; 4:2-3; 7:10
16* อพยพ 3:13, 18; 4:22; 3:12, 18; 4:23, 5:1, 3; 8:1
17* อพยพ 5:2; 7:5; 10:2; 4:9; 7:20; วิวรณ์ 11:6; 16:4, 6
18* อพยพ 7:24
19* อพยพ 8:5-6, 16; 9:22; 10:12, 21; 14:21, 26
20* อพยพ 17:5;
21* อพยพ 7:18
22* อพยพ 7:11; 8:7; 3:19; 7:3
อพยพ 6 รายละเอียดของงาน

พระเจ้าทรงช่วยกู้แน่นอน
1 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า “บัดนี้ เจ้าจะได้เห็นสิ่งที่เราจะทำต่อฟาโรห์ เราจะต้านเขาด้วยหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของเรา และเขาจะปล่อยให้คนของเราไป เขาจะบังคับให้คนของเราออกจากแผ่นดินของเขาด้วยหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของเรา”
2 แล้วพระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “เราคือพระยาห์เวห์
3 เราปรากฏแก่อับราฮัม อิสอัค และยาโคบในนามพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ แต่เราไม่ได้เปิดเผยให้เขารู้ว่า
นามของเราคือ พระยาห์เวห์
4 เรายังได้ทำพันธสัญญากับพวกเขาว่า
เราจะมอบดินแดนคานาอัน ซึ่งพวกเขาเคยอาศัยอยู่ในฐานะคนต่างด้าว
5 บัดนี้ เราได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญของอิสราเอล เพราะตกเป็นทาสใต้อำนาจของอียิปต์ และเราระลึกถึงพันธสัญญาของเรา

“เราจะ” ครั้งแล้วครั้งเล่า
6 ดังนั้น เจ้าจงไปบอกลูกหลานอิสราเอลว่า ‘เราคือพระยาห์เวห์ และเราจะช่วยกู้เจ้าจากงานหนักที่ถูกชาวอียิปต์บังคับ
เราจะช่วยกู้พวกเจ้าให้พ้นจากการเป็นทาส
เราจะช่วยไถ่เจ้าด้วยหัตถ์ที่เหยียดออก และ
การลงโทษคนอียิปต์อย่างรุนแรง
7 เราจะรับพวกเจ้าเป็นประชากรของเรา
เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเจ้า และพวกเจ้าจะรู้ว่า เราคือ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเจ้า เป็นพระองค์ผู้ทรงช่วยเจ้าออกจากงานหนักซึ่งชาวอียิปต์บังคับให้เจ้าทำ
8 เราจะนำพวกเจ้าไปยังแผ่นดินที่เราได้ยกมือสัญญาไว้กับอับราฮัม อิสอัคและยาโคบ และ
เราจะยกแผ่นดินนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า
เราคือพระยาห์เวห์’”
ย้ำพระสัญญา แต่ไม่ฟัง
9 ดังนั้น โมเสสจึงบอกประชากรอิสราเอล แต่พวกเขาก็ไม่ฟังเขาเลย พวกเขาท้อแท้ เพราะทารุณใช้แรงงานเป็นทาสสาหัสมาก
10 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า
11 “จงไปบอกฟาโรห์ กษัตริย์แห่งอียิปต์ว่า เขาต้องปล่อยประชากรอิสราเอลออกไปจากแผ่นดินของเขา”
12 แต่โมเสสทูลตอบว่า “ขนาดประชากรอิสราเอลยังไม่ยอมฟังข้าพเจ้า ฟาโรห์ก็จะไม่ฟังข้าพเจ้าเช่นกัน ข้าพเจ้าเป็นคนพูดไม่เก่ง”
13 แต่พระยาห์เวห์ยังคงตรัสกับโมเสสและอาโรน ทรงบัญชาเรื่องประชากรอิสราเอลและฟาโรห์ กษัตริย์แห่งอียิปต์ พระองค์ทรงกำชับให้เขาทั้งสองนำประชากรอิสราเอลออกจากอียิปต์
วงศ์วานของโมเสสและอาโรน
14 ต่อจากนี้เป็นรายชื่อหัวหน้าของครอบครัวอิสราเอล รูเบน
ลูกชายคนโตของอิสราเอลมีลูกชายชื่อ ฮาโนค ปัลลู เฮสโรน และคารมี พวกเขาอยู่ในวงศ์วานรูเบน
15 สิเมโอนมีลูกชายชื่อ เยมูเอล ยามีน โอหาด ยาคีน โศหาร์ และชาอูล ซึ่งมารดาเป็นหญิงชาวคานาอัน คนเหล่านี้อยู่ในวงศ์วานสิเมโอน
16 เลวีนั้นอายุถึง 137 ปี ลูกชายของเขาตามการสืบสกุลคือ เกอร์โชน โคฮาท และเมรารี
17 เกอร์โชน มีลูกชายสองคนตามวงศ์วาน คือลิบนีและชิเมอี
18 โคฮาทมีลูกชายชื่อ อัมราม อิสฮาร์ เฮโบรน และอุสซีเอล โคฮาทอายุ 133 ปี
19 ลูกชายของเมรารีคือ มาห์ลีและมูชี
ที่กล่าวมาเป็นวงศ์วานเลวี ตามบันทึกวงศ์ตระกูลของเขา
20 อัมรามนั้น แต่งงานกับโยเคเบดน้องสาวของพ่อ (น้าของตน)มีลูกชายชื่อ อาโรน กับโมเสส
อัมรามอายุ 137 ปี
21 ลูกชายของอิสฮาร์คือ โคราห์ เนเฟก และศิครี 22 ลูกชายของอุสซีเอลคือ มิชาเอล เอลซาฟาน และสิธรี
23 อาโรนนั้น แต่งงานกับเอลีเชบา ลูกสาวของอัมมีนาดับ และเป็นน้องสาวของนาโชน มีลูกชายคือ นาดับ อาบีฮู เอเลอาซาร์ และอิธามาร์ 24 ลูกชายของโคราห์ ได้แก่ อัสสีร์ เอลคานาห์ และอาบียาสาฟ พวกเขาอยู่ในตระกูลโคราห์

25 เอเลอาซาร์ลูกชายอาโรนแต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของปูทิเอล มีลูกชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อ ฟีเนหัสทั้งหมดนี้เป็นหัวหน้าครอบครัวเลวีตามวงศ์วานของเขา
26 สองคนนี้ คืออาโรนและโมเสส เป็นผู้ที่พระยาห์เวห์ทรงบัญชาว่า “จงนำประชากรอิสราเอลออกจากอียิปต์ โดยแยกตามวงศ์วานของเขา
27 อาโรนและโมเสสเป็นผู้ที่จะเข้าไปเฝ้าฟาโรห์ และขอนำประชากรอิสราเอลออกจากอียิปต์
พระเจ้าทรงย้ำการทรงเรียก
28 พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสในอียิปต์
29 ตรัสว่า “เราคือพระยาห์เวห์ จงไปบอกฟาโรห์ทุกอย่างตามที่เราได้บอกเจ้า”
30 แต่โมเสสทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนพูดไม่เก่งพระเจ้าข้า ฟาโรห์จะไม่ทรงฟังข้าพเจ้าแน่”
อธิบายเพิ่มเติม
พระเจ้าทรงช่วยกู้แน่นอน
อพยพ 6:1-5
พระเจ้าทรงเตือนโมเสสว่า เขาจะได้เห็นพระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ ที่ผ่านไปครั้งแรกนั้น เป็นแค่บทนำ ให้ฟาโรห์ได้รับทราบว่า พระยาห์เวห์แห่งอิสราเอลทรงประสงค์สิ่งใด พระเจ้าทรงบอกโมเสสว่า ขั้นต่อไปคือ พระองค์จะทรงใช้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์ของพระองค์จัดการกับฟาโรห์
พระเจ้าทรงใช้คำว่า พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์หลายครั้งในอพยพ (3:19-20 6:6; 15:6, 12)
พระเจ้าทรงยืนยันว่า ทรงเป็นพระยาห์เวห์องค์เดียวกับที่ทรงปรากฏแก่อับราฮัม อิสอัคและยาโคบ (ทั้งสามรู้จักพระเจ้าในฐานะพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ เอลชัดดาย) ในอดีตทรงทำพันธสัญญากับทั้งสามว่า ลูกหลานของพวกเขาจะมอบดินแดนคานาอันให้ (ซึ่งเวลานั้นทั้งสามยังไม่ได้แผ่นดิน และเป็นแค่คนเร่ร่อนในแผ่นดินนั้น และต่อมาก็เป็นทาสในอียิปต์ ยังไม่มีแผ่นดินเป็นของตนเอง) และครั้งนี้ ยุคนี้ พระองค์จะทรงนำพวกเขาออกมา
พระองค์ทรงย้ำคำเดียวกันกับที่ตรัสในพุ่มไม้เพลิงนั้น
และที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยจะนำพวกเขาออกมา นอกจากเป็นเพราะทรงสัญญาไว้ และก็เป็นเพราะชนอิสราเอลได้ร้องทูล คร่ำครวญต่อพระองค์ พระองค์ทรงวางไว้ว่า ในวันของโมเสส พระองค์จะทรงนำพวกเขาออกมา
“เราจะ” ครั้งแล้วครั้งเล่า
อพยพ 6: 6-8
คำตรัสของพระเจ้าต่อโมเสสเวลานี้ ทำให้เราเห็นแผนการของพระเจ้าต่ออิสราเอลอย่างชัดเจน
พระเจ้าจะทรงช่วยกู้ ทั้งจากงานหนักและการเป็นทาส จะทรงช่วยไถ่ให้เป็นอิสระ
พระองค์จะทรงรับพวกเขาเป็นคนของพระองค์ พระองค์จะเป็นพระเจ้าของเขา
พระองค์จะนำไปยังแผ่นดินที่ทรงสัญญา จะยกแผ่นดินให้เป็นกรรมสิทธิ์
ส่วนอียิปต์ พระองค์ก็ไม่ทรงปล่อยไว้ จะลงโทษพวกเขาอย่างสาหัส
ย้ำพระสัญญาแต่ไม่ฟัง
อพยพ 6:9-13
แม้ว่าพระเจ้าทรงสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ พระดำรัสของพระองค์สัญญามั่นคงขนาดไหน พวกเขาก็ไม่ฟัง ไม่เชื่อ ความยากลำบากที่กำลังเผชิญทำให้ไม่อาจจะเชื่อพระเจ้าได้
พระเจ้าจึงทรงหันไปสั่งโมเสสอีกครั้ง แต่แล้ว โมเสสก็ยังค้านพระองค์อยู่นั่นเองว่าเขาเป็นคนพูดไม่เก่ง ..เอาสิ่งที่ไม่ต้องอ้าง มาอ้างอีกครั้ง แต่พระเจ้าไม่ทรงยอมและทรงสั่งทั้งอาโรนและโมเสสให้ทำตามพระดำริของพระองค์นี่เป็นพระบัญชาที่พวกเขาไม่อาจจะค้านได้อีกต่อไป
พระเจ้ากับโมเสสคงมีการสนทนากันไม่ใช่แค่นี้ เมื่อเราดูข้อ 28 จะเห็นข้อแก้ตัวเดิม ๆ ของโมเสส แต่เราจะเห็นความอดทนของพระเจ้าในการโต้ตอบกับโมเสสอย่างที่พระองค์ได้ตรัสว่าทรงรักมั่นคง และ ทรงพิโรธช้า
วงศ์วานของโมเสสและอาโรนอพยพ 6:14-27
และแล้วก็มีรายการวงศ์วานของโมเสสและอาโรนมาคั่นการสนทนาของพระเจ้ากับโมเสส
จากข้อความชุดนี้ เราจึงรู้จักชื่อพ่อและแม่ของมิเรียม อาโรน และโมเสส โดยที่เขาเป็นคนในชนเผ่าเลวี และจากชนเผ่าเลวีนี้เอง มีลูกชายของอาโรนที่ได้เป็นปุโรหิตในเวลาต่อมา รวมไปถึงหลานปู่ที่ชื่อ ฟีเนหัส
พระเจ้าทรงเรียกโมเสสซ้ำอีกครั้ง
อพยพ 6:28-30
แล้วเราก็ได้เห็นการกล่าวอ้างอีกครั้ง เขาเชื่อว่า ฟาโรห์จะไม่ฟังเสียงของเขา เขาเชื่อหรือว่า หากเขาพูดเก่งจริง ๆ ฟาโรห์จะฟัง หากเราดูการสนทนาของพระเจ้ากับโมเสสจริง ๆ เราจะสรุปได้ว่า โมเสสไม่เต็มใจที่จะไปพบฟาโรห์แม้แต่น้อย
พระคำเชื่อมโยง
อพยพ 6
1* อพยพ 3:19; 12:31, 33,39
3* ปฐมกาล 17:1; 35:9; 48:3 ;
28:3; 35:11; สดุดี 68:4; 83:18
4* ปฐมกาล 12:7; 15:18; 17:4,7-8; 26:3; 28:4, 13;
เลวีนิติ 25:23; ปฐมกาล 28:4
5* อพยพ 2:24
6* เฉลยธรรมบัญญัติ 6:12; 26:8; 7:8
7* 2 ซามูเอล 7:24; อพยพ 29:45-46; 5:4-5
8* ปฐมกาล 15:18; 26:3
9* อพยพ 5:21; 2:23
12* เยเรมีย์ 1:6
13* เฉลยธรรมบัญญัติ 31:14
14* ปฐมกาล 46:9
15* ปฐมกาล 46:10
16* ปฐมกาล 46:11
17* 1 พงศ์กษัตริย์ 6:17
18* 1 พงศ์กษัตริย์ 6:2, 18
19* 1 พงศ์กษัตริย์ 6:19; 23:21
20* อพยพ 2:1-2; กันดารวิถี 26:59
21* 1 พงศ์กษัตริย์ 6:37-38
22* เลวีนิติ 10:4
23* รูธ 4:19-20; เลวีนิติ 10:1; อพยพ 28:1
24* กันดารวิถี 26:11
25* กันดารวิถี 25:7, 11
26* 7:4; 12:17, 51
27* สดุดี 77:20
29* อพยพ 6:11; 7:2
30* อพยพ 4:10; 6:12








