สุภาษิต 26 ตอบคนโง่อย่างไรดี?

1 เกียรติยศไม่เหมาะกับคนโง่เขลา
เหมือนกับหิมะในฤดูร้อน หรือฝนในฤดูเก็บเกี่ยว
2 คำสาปแช่งที่ไม่มีเหตุจะหายไป
เหมือนอย่างนกกระจอกกระพือปีกหรือนกนางแอ่นบินไปมา
3 แส้มีสำหรับม้า บังเหียนมีไว้ให้ลา
และไม้เรียวสำหรับหลังของคนโง่!
4 อย่าตอบคนโง่ตามความเขลาของเขา
มิฉะนั้นเจ้าจะเป็นเหมือนกับเขา
5 ถ้าเจ้าตอบคนโง่ตามความเขลาของเขา
เขาจะคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาดล้ำ
6 การส่งสารผ่านมือคนโง่
เท่ากับตัดเท้าของตนเองหรือดื่มยาพิษเข้าไป


7 สุภาษิตจากปากของคนโง่
เป็นเหมือน ขาพิการที่ห้อยร่องแร่งอยู่
8 การให้เกียรติคนโง่
เป็นเหมือนการผูกหินไว้กับห่วงเชือก
9 สุภาษิตในปากของคนโง่
เป็นเหมือนพุ่มหนามในมือของคนเมา
10 คนที่พยายามจ้างคนโง่หรือคนที่เดินผ่านมา
เป็นเหมือนคนยิงธนูสุ่มออกไป
11 คนโง่ที่ทำสิ่งโง่เขลาซำ้ซาก
เป็นเหมือนสุนัขที่กลับไปกินสิ่งที่มันสำรอกออกมา


12 เจ้าเห็นคนที่ฉลาดในสายตาของตนเองไหม?
ยังมีความหวังในคนโง่ได้มากกว่าเขาเสียอีก
13 คนเกียจคร้านกล่าวว่า
“มีสิงโตอยู่บนถนน มีสิงโตเดินไปมาที่ลานเมือง!”
14 คนเกียจคร้านพลิกตัวไปมาบนเตียง
เป็นเหมือนกับประตูที่เปิดปิดไปมาตรงบานพับ
15 คนเกียจคร้านจุ่มมือลงไปในชาม
และที่จะเอาอาหารป้อนตัวเองก็ยังรู้สึกเหนื่อย
16 คนเกียจคร้านมักรู้สึกว่า
ตนเองฉลาดกว่าอีกเจ็ดคนที่ตอบอย่างถูกต้อง
17 คนที่เข้าไปยุ่งกับการวิวาทที่ไม่ใช่เรื่องของตนนั้น
เปรียบได้กับคนที่เข้าไปดึงหูสุนัข
18 คนที่ไร้สติและกราดยิงลูกศรเพลิงจนถึงแก่ชีวิต
19 เป็นอย่างเดียวกับคนที่หลอกเพื่อนบ้านของตน
และกล่าวว่า “ฉันก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง!”
20 ไม่มีฟืน ไฟก็ดับ ไม่มีการนินทา
การวิวาทก็หยุดลง
21 ถ่านที่ลุกเป็นไฟ และไม้ที่ลุกเป็นเพลิง
เป็นเหมือนคนช่างทะเลาะที่ก่อเรื่องวิวาทอย่างง่ายดาย

22 คำของคนช่างนินทา
เป็นเหมือนอาหารอร่อยที่ลงไปยังส่วนลึกที่สุดของมนุษย์
23 ริมฝีปากอันรื่นหูจากหัวใจชั่วร้าย
เป็นเหมือน ภาชนะดินที่ถูกเคลือบไว้
24 คนที่มีใจเกลียดชังปิดบังความรู้สึกของตนเองด้วยคำพูด
แต่ในใจของเขามีความหลอกลวงสะสมอยู่
25 เมื่อเขาพูดจาดี อย่าไปเชื่อ
เพราะว่าในใจของเขาเต็มด้วยความน่ารังเกียจเจ็ดอย่าง
26 แม้ว่าเขาจะหลอกลวงปิดปังความเกลียดของตน
ความชั่วร้ายของเขาจะถูกเปิดโปงในที่ประชุม
27 คนที่ขุดหลุมดักก็จะตกลงไปเอง
และคนที่กลิ้งหิน หินนั้นจะกลิ้งกลับไปทับเขาเอง
28 ลิ้นมุสาเกลียดชังผู้ที่มันบดขยี้
และลิ้นประจบสอพลอทำให้เกิดหายนะ

พระคำเชื่อมโยง สุภาษิต 26

1* 1 ซามูเอล 12:17
2* เฉลยธรรมบัญญัติ 23:5
3* สดุดี 32:9
5* มัทธิว 16:1-4

11* 2 เปโตร 2:22; อพยพ 8:15
12* วิวรณ์ 3:17
15* สุภาษิต19:24
19* เอเฟซัส 5:4

21* สุภาษิต 15:18
25* สดุดี 28:3
27* สดุดี 7:15
28* สุภาษิต 29:5

สุภาษิต 25 สุภาษิตเพิ่มเติมจากโซโลมอน

สุภาษิตที่รวบรวมโดยคนของกษัตริย์เฮเซคียาห์

1 ต่อไปนี้ เป็นสุภาษิตของโซโลมอนที่เพิ่มเติมเข้ามา
ซึ่งคัดลอกโดยอาลักษณ์ของกษัตริย์เฮเซคียาห์แห่งยูดาห์
2 พระเกียรติสิริของพระเจ้านั้นอยู่ที่การปกปิดสิ่งต่าง ๆ ไว้
และเป็นเกียรติขององค์กษัตริย์ที่จะค้นคว้าสิ่งเหล่านั้นออกมา
3 ฟ้านั้นสูง แผ่นดินก็ลึกนัก
เป็นเหมือนพระทัยขององค์กษัตริย์ ที่ยากจะหยั่งถึง
4 จงเอากากแร่ออกจากแร่เงิน
ช่างเงินก็จะตีภาชนะออกมาได้
5 จงเอาคนชั่วร้ายออกไปจากพระพักตร์ขององค์กษัตริย์
แล้วบัลลังก์ของท่านจะยืนหยัดด้วยความเที่ยงธรรม

6 อย่าพูดยกย่องตัวเองเมื่ออยู่ต่อพระพักตร์กษัตริย์
และอย่าไปยืนในที่ของคนสำคัญ
7 เพราะเป็นการดีกว่า หากท่านกล่าวแก่เจ้าว่า
“จงขึ้นมาที่นี่เถิด” แทนที่จะถูกลดให้ไปอยู่ในที่ต่ำกว่า
ต่อหน้าเจ้าชายทั้งหลาย อย่างที่เจ้าก็เคยเห็นกับตามาแล้ว
8 อย่าด่วนร้อนใจนำเรื่องขึ้นศาล
ไม่อย่างนั้น เจ้าจะทำอย่างไรเมื่อเพื่อนบ้านของเจ้าทำให้เจ้าอับอาย?
9 จงตกลงคดีความกับเพื่อนบ้านของเจ้า
โดยไม่เปิดเผยความลับของกันและกัน
10 เกรงว่าคนที่ได้ยินจะมาทำให้เจ้าอับอาย
และเจ้าจะเสียชื่อเสียงตลอดไป
11 คำพูดที่เหมาะกับกาละเทศะนั้น
เป็นเหมือนแอปเปิ้ลทองคำบนหนามเตยเงิน

12 คำเตือนสติของปราชญ์ให้กับหูที่รับฟัง
เป็นเหมือนตุ้มหูทองและเครื่องประดับทองเนื้อดี
13 ผู้ส่งสารที่ไว้ใจได้นั้น เป็นเหมือนหิมะเย็น ๆในฤดูเก็บเกี่ยว
ทำให้คนที่ส่งเขาไปนั้นได้ชื่นใจ
14 คนที่อวดว่าจะให้ของกำนัล
แต่ไม่เคยให้ เป็นเหมือนเมฆดำไร้ฝน
15 เจ้าจะเอาชนะใจผู้ปกครองได้เพราะความอดทน
และลิ้นที่สุภาพถึงกับหักกระดูกได้
16 ถ้าเจ้าเจอน้ำผึ้ง จงกินเท่าที่จำเป็น
ถ้าเจ้ากินมากไป เจ้าจะอาเจียนออกมา
17 อย่าเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านบ่อย ๆ
เพราะเขาจะเบื่อและเกลียดเจ้า
18 คนใดที่เป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้าน
เป็นเหมือนกระบอง ดาบ หรือลูกธนูคมกริบ
19การพึ่งพาคนที่ไม่ซื่อในยามลำบาก
เป็นเหมือนฟันหักหรือกระดูกข้อเท้าที่หลุดจากเบ้า

20 คนที่ร้องเพลงให้กับคนที่กำลังเป็นทุกข์
เป็นเหมือนกับการถอดเสื้อคลุมออกยามอากาศหนาวเย็น
หรือเหมือนกับการเทน้ำส้มลงบนบาดแผลสด
21 หากศัตรูของเจ้าหิว จงให้อาหารเขากิน
และหากเขากระหาย จงให้น้ำเขาดื่ม
22 การทำเช่นนี้จะเป็นการสุมถ่านบนหัวของเขา
และพระยาห์เวห์จะทรงให้รางวัลกับเจ้า
23 ลมเหนือนำฝนมาเช่นไร
ลิ้นที่ทรยศก็นำความโกรธมาเช่นนั้น
24 การที่จะอาศัยอยู่มุมหลังคา
ก็ดีกว่าอยู่ร่วมบ้านกับภรรยาที่คอยหาเรื่องวิวาท
25 ข่าวดีจากแดนไกล
เป็นเหมือนน้ำเย็นประโลมใจที่อ่อนล้า
26 การที่คนเที่ยงธรรมยอมให้กับคนชั่วร้ายนั้น
เป็นเหมือนน้ำพุที่มีโคลน หรือบ่อที่มีน้ำเสีย
27 การกินน้ำผึ้งมากเกินไปนั้นไม่ดี
และการพยายามจะแสวงหาเกียรติให้ตนเองก็ไม่ดีเช่นกัน
28 คนที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ตนเองได้
เป็นเหมือนกำแพงเมืองที่ถูกทำลาย

พระคำเชื่อมโยง สุภาษิต 25

1* 1 พงศ์กษัตริย์ 4:32
2* เฉลยธรรมบัญญัติ 29:29
4* 2 ทิโมธี 2:21
5* สุภาษิต 16:12; 20:8
7* ลูกา 14:7-11
8* มัทธิว 5:25

9* มัทธิว. 18:15
11* สุภาษิต 15:23
13* สุภาษิต 13:17
14* สุภาษิต 20:6; ยูดา 12
15* สุภาษิต 15:1
18* สดุดี 57:4
20* ดาเนียล 6:18

21* โรม 12:20
22* 2 ซามูเอล 16:12
23* สดุดี 101:5
24* สุภาษิต 19:13
25* สุภาษิต 15:20
27* สุภาษิต 27:2
28* สุภาษิต 16:32

สุภาษิต 24 สติปัญญาสร้างสรรค์

1 อย่าอิจฉาคนโหดร้าย หรืออยากไปเป็นพวกของเขา
2 เพราะพวกเขาเอาแต่คิดเรื่องความรุนแรง
ปากของพวกเขาก็ประกาศแต่เรื่องเดือดร้อน
คำกล่าวที่ 21
3 บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นมาด้วยสติปัญญา
และบ้านนั้นมีความมั่นคงได้ด้วยความเข้าใจ
4 เพราะความรู้ ในห้องจึงมีทรัพย์สมบัติที่มีค่า
และงดงามเต็มไปหมด
5 นักรบที่มีสติปัญญานั้นเข้มแข็ง
และชายที่มีความรู้จะเพิ่มพลังให้ตัวเอง
6 เจ้าควรจะทำสงครามด้วยคำแนะนำจากหลาย ๆ คน
จะมีชัยชนะได้ก็ด้วยการมีที่ปรึกษามากมาย
คำกล่าวที่ 23
7 สติปัญญานั้นสูงเกินไปสำหรับคนโง่
เขาต้องไม่เปิดปากของตนที่ประตูเมือง

คำกล่าวที่ 24
8 คนที่วางแผนชั่ว จะได้ชื่อว่าเป็นคนออกอุบาย
9 การออกอุบายโง่ ๆ เป็นความบาป
และคนที่ช่างเยาะเป็นคนที่ใคร ๆ ก็รังเกียจ
คำกล่าวที่ 25
10 หากเจ้าล้มลงในวันแห่งความทุกข์ใจ
ก็แสดงว่า เจ้ามีกำลังน้อยเหลือเกิน!
11 จงช่วยชีวิตคนที่ถูกนำไปสู่ความตาย
จงยับยั้งคนที่เดินโซเซมุ่งไปยังแดนประหาร
12 หากเจ้ากล่าวว่า “ดูเถิด เราไม่รู้เรื่องนี้เลย”
พระเจ้าผู้ทรงชั่งใจจะไม่ทรงเห็นหรือ?
พระองค์ผู้ทรงคุ้มครองชีวิตของเจ้าจะไม่รู้หรือ?
และจะไม่ทรงตอบสนองแต่ละคนตามการกระทำของเขาหรือ?

คำกล่าวที่ 26
13 ลูกเอ๋ย จงกินน้ำผึ้ง เพราะเป็นสิ่งดี
และน้ำผึ้งที่หยดจากรวงนั้น ก็หวานชื่นใจนัก
14 จงรู้ว่า สติปัญญาก็หวานต่อจิตวิญญาณของเจ้า
หากเจ้าพบสติปัญญา เจ้าก็จะมีอนาคต
และความหวังของเจ้าจะไม่ถูกตัดออกไป
คำกล่าวที่ 27
15 โอ คนชั่วร้ายเอ๋ย อย่าไปซุ่มดักใกล้ ๆ บ้านคนเที่ยงธรรม
อย่าทำลายที่อยู่อาศัยของเขา
16 เพราะถึงแม้ว่าคนเที่ยงธรรมจะล้มเจ็ดครั้ง
แต่เขายังคงลุกขึ้นมาได้ แต่คนชั่วจะล้มลงในเวลาแห่งหายนะ
คำกล่าวที่ 28
17 อย่าไปยินดีเมื่อศัตรูของเจ้าล้มลง
อย่าให้ใจของเจ้าร่าเริงเมื่อเห็นเขาสะดุด
18 เกรงว่า พระเจ้าจะทรงเห็น และไม่พอพระทัย
และหันพระพิโรธออกจากพวกเขา



คำกล่าวที่ 29
19 อย่าไปเดือดร้อนเพราะคนทำความชั่ว
อย่าไปอิจฉาคนที่โหดร้าย
20 เพราะคนชั่วไม่มีอนาคต
และตะเกียงของคนโหดร้ายจะถูกดับไป
คำกล่าวที่ 30
21 ลูกของเราเอ๋ยจงยำเกรงพระเจ้าและองค์กษัตริย์
อย่าไปรวมหัวกับคนที่คิดกบฎ
22 เพราะมันจะนำหายนะมาให้เจ้าอย่างทันควัน
ใครจะรู้บ้างว่า ความเสียหายที่พระเจ้าและองค์กษัตริย์
ทรงนำมานั้นจะหนักหนาขนาดไหน?

คำกล่าวเพิ่มเติมจากผู้มีปัญญา
23สิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ มาจากคำสอนของปราชญ์เช่นกัน :
การตัดสินความด้วยความลำเอียงนั้นไม่ดีเลย
24 คนใดที่บอกคนทำผิดว่า “เจ้าไม่ผิด”
คนนั้นจะถูกผู้คนสาปแช่ง และชาติต่าง ๆ จะประณามเขา
25 แต่สำหรับคนที่ลงโทษคนผิด
ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
และจะมีพระพรยิ่งใหญ่เหนือชีวิตของเขา
26 คำตอบที่ซื่อตรงเป็นเหมือนได้จูบที่ริมฝีปาก
27 จงทำงานข้างนอก เตรียมทุ่งนาให้พร้อม
จากนั้นเจ้าจึงสร้างบ้านของเจ้า
28 อย่าไปเป็นพยานเท็จต่อต้านเพื่อนบ้านอย่างไร้สาเหตุ
และอย่าหลอกลวงด้วยริมฝีปากของเจ้า
29 อย่ากล่าวว่า “ฉันจะทำกับเขาอย่างที่เขาทำต่อฉัน
ฉันจะตอบสนองเขาตามสิ่งที่เขาได้ทำลงไป”

30 ข้าได้เดินผ่านทุ่งของคนสันหลังยาว
ผ่านสวนองุ่นของคนไร้สามัญสำนึก
31 มีหนามโผล่ขึ้นมาทุกแห่ง ไม้หนามก็ขึ้นคลุมดิน
และกำแพงหินพังทลายไปแล้ว
32 ข้าสังเกตและเอาไปวิเคราะห์
ข้ามองและได้รับคำเตือนว่า
33 การขอนอนต่ออีกนิด ขอหลับต่ออีกหน่อย
ขอกอดอก พักผ่อนอีกชั่วครู่
34 แล้วความยากจนจะจู่โจมเข้ามาเหมือนโจร
และความขัดสนจะเข้ามาเหมือนคนเข้ามาปล้น



พระคำเชื่อมโยง สุภาษิต 24

1* สดุดี 1:1; 37:1
5* สุภาษิต 21:22
6* ลูกา 14:31
7* สดุดี 10:5
8* โรม 1:30
10* ฮีบรู 12:3
11* สดุดี 82:4
12* สุภาษิต 21:2; สดุดี 62:12

13* บทเพลงโซโลมอน 5:1
14* สดุดี 19:10; 58:11
16* มีคาห์ 7:8; เอสเธอร์ 7:10
17* โอบาดีย์ 12
19* สดุดี 37:1
21* 1 เปโตร 2:17
23* เลวีนิติ 19:15

24* อิสยาห์ 5:23
25* สุภาษิต 28:23
27* สุภาษิต 27:23-27
28* เอเฟซัส 4:25
29* สุภาษิต 20:22
31* ปฐมกาล 3:18
33* สุภาษิต 6:9-10
34* สุภาษิต 6:9-11

ฮีบรู 13 ชีวิตที่พอพระทัย

ฮีบรู 13:1-2 จงรักกันอย่างพี่น้องสืบต่อไป
อย่าละเลยการต้อนรับแขกแปลกหน้า
เพราะการทำเช่นนั้นทำให้บางคนได้
ต้อนรับทูตสวรรค์อย่างไม่รู้ตัว


ฮีบรู 13:3 จงระลึกถึงผู้ที่ถูกจำจองราวกับว่าท่าน
เองอยู่ในเรือนจำเช่นเดียวกับพวกเขา
และระลึกถึงคนที่ถูกข่มเหงราวกับว่า
ท่านก็ได้ทนทุกข์ไปพร้อมกับเขา



ฮีบรู 13:4 จงให้การสมรสเป็นเกียรติน่านับถือ
แก่คนทั้งหลาย และให้เตียงสมรส
ไร้มลทิน เพราะพระเจ้าจะทรงพิพากษา
คนที่ผิดศีลธรรมทางเพศ
และคนที่ผิดประเวณี


ฮีบรู 13:5-6 จงรักษาชีวิตให้พ้นจากการรักเงิน และจงพอใจกับสิ่งที่ท่านมี เพราะพระเจ้าตรัสว่า “ไม่มีวันที่เราจะละจากเจ้า ไม่มีวันที่เราจะทอดทิ้งเจ้าไป” ดังนั้นเราจึงพูดด้วยความมั่นใจว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นผู้ช่วยของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไม่กลัว มนุษย์จะทำอะไรข้าพเจ้าได้เล่า?”


ฮีบรู 13:7 จงระลึกถึงผู้นำของท่านที่ได้กล่าวพระดำรัสของพระเจ้าให้ท่าน จงพิจารณาผลการดำเนินชีวิตของพวกเขา และทำตามอย่างความเชื่อของพวกเขา

ฮีบรู 13:8 องค์พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเหมือนเดิม ทั้งวานนี้ วันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์

ฮีบรู 13:9 อย่าหลงเชื่อคำสอนแปลก ๆ หลากหลายอย่าง เพราะเป็นการดีที่ใจของเราจะรับพลังจากพระคุณ ไม่ใช่จากอาหารตามพิธีกรรมที่ไม่เป็นประโยชน์กับคน
ที่ปฏิบัติตาม

ฮีบรู 13:10-11 เรามีแท่นบูชาซึ่งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพลับพลาไม่มีสิทธิกินอาหารจากแท่นนั้น ปุโรหิตนำเลือดของสัตว์เข้ามาในสถานบริสุทธิ์เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบบาปแต่ร่างของสัตว์ก็จะถูกเผานอกค่าย

ฮีบรู 13:12 องค์พระเยซูก็เช่นกัน ทรงทนทุกข์นอก
เขตประตูเมืองเพื่อให้คนทั้งหลายได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ด้วยพระโลหิตของพระองค์​

ฮีบรู 13:13-14 ดังนั้น ให้เราออกไปหาพระองค์นอกค่าย
และรับความอับอายที่พระองค์ได้ทรงแบกรับไว้ เพราะเราไม่มีเมืองถาวรที่นี่ แต่เรากำลังรอคอยเมืองที่กำลังจะมา

ฮีบรู 13:15-16 ดังนั้น ให้เราถวายเครื่องบูชาแห่งคำ
สรรเสริญแด่พระเจ้าผ่านองค์พระเยซูตลอดไป เป็นการถวายคำยอมรับพระนามของพระองค์จากปากของเรา
อย่าลืมที่จะทำความดี และแบ่งปันให้ผู้อื่น เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยเครื่องบูชาเช่นนี้

ฮีบรู 13:17 จงเชื่อฟังผู้นำของท่าน และยอมใต้การดูแลของเขา เพราะพวกเขาดูแลท่าน ในฐานะของผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน ถึงขนาดนี้แล้ว จงให้เขานำท่านด้วยความยินดี ไม่ใช่ด้วยความทุกข์ใจ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจะไม่เกิดประโยชน์อันใดแก่ท่าน

ฮีบรู 13:18-19 จงอธิษฐานเผื่อเรา เราแน่ใจว่า เรามีจิตสำนึกอันบริสุทธิ์ และมีความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติในทุก ๆ ทาง เราขอร้องเป็นพิเศษ
ที่ท่านจะอธิษฐานเพื่อให้ข้าพเจ้า
มาพบกับท่านในไม่ช้านี้

ฮีบรู 13:20 บัดนี้ ขอพระเจ้าแห่งสันติสุข
พระองค์ผู้ทรงนำองค์พระเยซูเจ้า
องค์พระผู้เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ของฝูงแกะ
ให้ฟื้นจากความตาย
ด้วยพระโลหิตของพันธสัญญานิรันดร์ได้ทรง………

ฮีบรู 13:21 ได้ทรง…ให้ท่านได้เต็มด้วยสิ่งดี ที่จะช่วยให้ทำ ตามน้ำพระทัยของพระองค์ และขอให้พระองค์ทรงทำราชกิจสำเร็จในตัวเราตามที่ชอบพระทัยของพระองค์ทาง
พระเยซูคริสต์ ขอพระสิริจงมีแด่พระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

ฮีบรู 13:22-23 พี่น้องเอ๋ย ข้าขอให้ท่านได้อดทนรับ
คำเตือน คำหนุนใจจากข้า เพราะข้าเขียนจดหมายสั้น ๆ มาถึงท่าน ขอเรียนให้ทราบว่า ทิโมธีน้องของเราถูกปล่อยตัวแล้ว หากเขามาถึงเร็ว ข้าจะมาพร้อมกับเขาเพื่อจะได้พบท่าน

ฮีบรู 13:24-25 ข้าขอฝากความคิดถึงมายังผู้นำของ
ท่านและวิสุทธิชนทุกท่านผู้ที่มาจากอิตาลีขอฝากความคิดถึงมาด้วยขอพระคุณจงดำรงกับท่านทุกคน

ฮีบรู 13:1-2
พระเยซูคริสต์ทรงบัญชาศิษย์และผู้เชื่อของพระองค์ให้รักกันและกัน เพื่อโลกจะรู้ว่า เราเป็นของ ๆ พระองค์ (ยอห์น 13:35) เรารักกันอย่างพี่น้องเพราะเรามีพระบิดาองค์เดียวกัน แม้ว่าจะเป็นคนละเชื้อชาติ แต่ผู้เชื่อพระเยซูก็เป็นพี่น้องกันในพระคริสต์ นี่เป็นความคิดที่แปลกไปจากความคิดของคนทั่วไป ยิ่งกว่านั้น ยังให้เรามีใจต้อนรับในแง่ของการช่วยเหลือ ไม่ใช่เพื่อบันเทิง พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราดีต่อคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ฮีบรู 13:3
ในช่วงเวลานั้น คริสเตียนจำนวนมากถูกจับเพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาไปยังวิหารต่างชาติ กราบไหว้เทพชาวโรม แต่พอพวกเขาเชื่อพระเจ้าก็เลิกถูกจับเข้าคุกไม่พอ ยังถูกส่งให้สัตว์ร้ายกิน ถูกเผา ผู้เขียนบอกเราให้ระลึกถึง​คนที่ถูกจองจำและให้
ตระหนักว่า เราถูกจองจำเหมือนเขาด้วย บางคนสามารถที่จะไปเยี่ยม ให้กำลังใจ อธิษฐานด้วยกัน บางคนอธิษฐานเผื่อ

ฮีบรู 13:4
พระคำข้อนี้ ไม่ต้องอธิบายมากเลย ชัดเจน สั้นตรงไปตรงมา ข้อเสียของโลกปัจจุบันคือ เราคิดว่า เรื่องนี้ไม่สำคัญ ใคร ๆ ก็ได้กันก่อนทั้งนั้นแล้วคริสเตียนแทนที่จะคิดอย่างพระเจ้า แต่กลับไปคิดอย่างโลก แล้วก็คิดด้วยว่า อยู่ด้วยกันแล้วไม่ถูกใจก็เลิก ซึ่งไม่ใช่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยให้กับครอบครัว พระองค์ทรงประสงค์ครอบครัวที่ถูกต้องกับพระองค์ และคู่สมรสที่จะอยู่ยืนยาวไปด้วยกัน

ฮีบรู 13:5-6
เมื่อเราอยู่กับเพื่อน ๆ ที่ไม่เชื่อพระเจ้า พวกเขาไม่รู้จักที่จะวางใจพระเจ้าในทุกก้าวของชีวิต พวกเขาก็จะไม่เข้าใจเราที่ทำงานเหมือน ๆ กับเขาแต่ทำไมช่างวางใจว่า พระเจ้าจะทรงเลี้ยงดู พระเจ้าจะไม่ทอดทิ้ง พวกเขามองว่า การที่เราวางใจพระเจ้าเป็นความอ่อนแอ เราต้องพึ่งตนเองมากที่สุดเขาไม่รู้กันเลยว่า การที่มีความเชื่อในพระเจ้านั้นเป็นประกันความปลอดภัยในชีวิตที่ดีสุด

ฮีบรู 13:7
พระคำตอนนี้ไม่ได้มีเพื่อผู้ตามให้ตามอย่างดี แต่มีเพื่อผู้นำที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีของรุ่นต่อ ๆ มามีผู้นำเป็นจำนวนมากที่นำมานานจนหลงตัวเองคิดว่า ตนเองโอเคทุกเรื่อง อย่างหนึ่งที่สำคัญคือต้องพิจารณาความเชื่อ การกระทำของตนเองว่า
ตรงกับที่ตนเองสอนผู้อื่นหรือเปล่า ชีวิตของทุกคนต้องมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน หากไม่เปลี่ยน ชีวิตก็เหมือนกิ่งไม้ที่ไม่ได้ติดกับลำต้น มีแต่จะแห้งเหี่ยวไป

ฮีบรู 13:8
ก่อนหน้านี้ ได้กล่าวถึงการที่จะมีชีวิตคริสเตียนเต็มด้วยความเชื่อและการกระทำที่ตรงกับพระคำของพระเจ้า และข้อต่อไปได้กล่าวถึงการที่จะไม่หลงไปตามความเชื่อผิด ผู้เขียนต้องการให้พี่น้องได้รู้ว่า ความเชื่อในพระเยซูคริสต์นั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงที่ว่าพระเยซูไม่ทรงเปลี่ยนแปลง มาตั้งแต่ก่อนที่จะได้เสด็จมาเป็นมนุษย์จนเสด็จสู่สวรรค์ และแม้กระทั่งทุกวันนี้ เรายังมั่นใจในพระองค์ได้เสมอ

ฮีบรู 13:9
เนื่องจากมักจะมีคำสอนแปลก ๆ เกิดขึ้นอยู่ไม่หยุดหย่อนตั้งแต่สมัยคริสตจักรเริ่มแรกจนกระทั่งทุกวันนี้ เดี๋ยวก็มีพิธีกรรมใหม่ ๆ ให้ผู้เชื่อได้ตื่นเต้น แทนที่จะดื่มด่ำในพระคำของพระเจ้า ดังนั้น ผู้เชื่อจึงต้องระวังคำสอนที่เน้นการกระทำ บิดเบือนพระคำของพระเจ้า เราได้รับพลังในการใช้ชีวิตตามพระเจ้าจากพระคุณยิ่งใหญ่ มิใช่ด้วยการกระทำตามพิธีกรรม

ฮีบรู 13:10-11
แท่นบูชาที่ผู้เขียนกล่าวถึงในข้อนี้ คือไม้กางเขนขององค์พระเยซูคริสต์ เป็นแท่นบูชาที่บรรดาคนที่ยังเชื่อในระบบการถวายเครื่องบูชาแบบของโมเสส พูดง่าย ๆ คือ คนที่ยังติดอยู่กับพิธีกรรมของโมเสส ไม่มีสิทธิใด ๆ ในไม้กางเขนนี้คนที่พยายามทำให้พระเจ้าพอพระทัยด้วยพิธีกรรมต่าง ๆ นั้น จะไม่ได้รับการประกาศว่าเป็นคนที่ถูกต้องกับพระเจ้าเหมือนอย่างคนที่เชื่อในพระนามของพระเยซูคริสต์

ฮีบรู 13:12
เหมือนอย่างที่โคบูชานั้นถูกฆ่าเพื่อทำให้อาโรนและเหล่าปุโรหิตได้บริสุทธิ์ พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อให้คนที่เชื่อได้กลายเป็นผู้ที่ถูกต้องกับพระเจ้า เป็นผู้ที่ถูกรับว่าเป็นคนบริสุทธิ์ พ้นจากโทษบาป สัญญลักษณ์ของการถูกทิ้งนอกค่าย ชี้มายังพระเยซูที่ทรงสิ้นพระชนม์นอกประตูเมือง มีความหมายถึงการที่พระองค์ทรงถูกทิ้งถูกปฏิเสธ นี่คือความอับอายที่ทรงเผชิญเพื่อเรา

ฮีบรู 13:13
ความอับอายของพระเยซูคริสต์ที่ทรงเผชิญนั้นลึกล้ำกว่าที่เราจะเข้าใจได้จริง ๆ พระองค์ทรงกลายเป็นอาชญากรผู้ถูกประหารทั้งที่ไม่มีความผิดใด ๆ ถูกผู้คนละทิ้ง และปฏิเสธ ที่สำคัญไปถึงพระบิดาที่รักทรงทอดทิ้งพระองค์ด้วยอย่างที่พระองค์ได้ตรัสด้วยความเจ็บปวดในพระทัยว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของ ข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” (มาระโก 15:34)

ฮีบรู 13:14
ก็เหมือนกับบรรพบุรุษของอิสราเอลที่ต่างมีความเชื่อในพระเจ้าถึงสิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาแม้ว่าพวกเขายังไม่ได้ ก็จะเชื่อต่อไป ตรงจุดนี้เป็นขั้นของการพิสูจน์ความเชื่อของทุกคนยังไม่เห็น แต่จะเชื่อหรือเปล่า.. ยังไม่เกิด แต่จะเชื่อต่อไปไหม เราทุกคนผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาอยู่แล้ว และต่อไปข้างหน้าหรือแม้วันนี้เราจะยังเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เราต้องเชื่อแม้ว่าสิ่งที่ทูลขอยังมาไม่ถึง

ฮีบรู 13:15-16
พระคำข้อนี้ ช่วยบอกเราชัดเจนว่า การสรรเสริญนมัสการพระเจ้านั้น ไม่ได้อยู่แค่ที่การร้องเพลงสรรเสริญนมัสการจากวิญญาณและความจริงเท่านั้น แต่การทำความดีให้กับผู้อื่น แบ่งปันสิ่งดีที่มีให้ผู้อื่น ก็เป็นเครื่องบูชาจากเราได้ด้วย
เราจะเห็นสิ่งดีที่ผู้รับใช้ในประเทศต่าง ๆ ได้ทำเพื่อคนอื่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ แต่เราคนเล็ก ๆ ก็สามารถทำสิ่งดีให้กับคนรอบข้างได้อย่างไม่จำกัดเช่นกัน

ฮีบรู 13:17
ผู้นำฝ่ายวิญญาณของเรา เขาต้องดูแลเรา พระเจ้าทรงเรียกให้เขานำประโยชน์ฝ่ายวิญญาณมาให้ชีวิตของเรา ยิ่งกว่านั้น พวกเขาต้องถวายรายงานเรื่องชีวิตของเราด้วยสำหรับพระคำข้อนี้ เราต้องคิดย้อนด้วย หากเราเป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณของคนรอบข้างล่ะ หากเราเป็นพ่อ แม่ หรือ ผู้ใหญ่ในครอบครัวที่นำทุกคนมาหาพระเจ้าล่ะ เราต้องรับผิดชอบอย่างไรที่จะ
เข้าไปเสนอรายงานต่อพระเจ้าอย่างภาคภูมิใจ?

ฮีบรู 13:18-19
ตอนนี้ผู้เขียนกำลังสรุปเรื่องราวทั้งหมดมา เขาขอร้องให้พี่น้องได้อธิษฐานเผื่อพวกเขาที่เป็นผู้นำฝ่ายวิญญาณ เราอย่าคิดว่า ผู้นำไม่ต้องการคำอธิษฐาน พวกเขายิ่งต้องการมากเพราะเขาจะต้องทำงานรับใช้พระเจ้าอย่างเกิดผล เราเจอมามากที่ผู้ตามไม่ได้อธิษฐานเผื่อผู้นำ เพราะคิดว่าเขาเป็นผู้นำแล้ว เขาก็เก่งแล้วนี่นา เขาต้องผ่านได้ทุกเรื่อง แต่พระคัมภีร์ข้อนี้ไม่ให้เราทิ้งผู้นำไว้คนเดียว อธิษฐานเผื่อทุกเรื่อง

ฮีบรู 13:20
นี่เป็นคำอธิษฐานของผู้เขียนฮีบรู ซึ่งเราไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร หลายคนคิดว่าเป็นท่านเปาโล แต่วิธีการเขียนนั้น แตกต่างจากท่านมาก คำอธิษฐานนี้เป็นการจบจดหมายที่ท่านเขียนมา ท่านมีใจปรารถนาให้พี่น้องได้รับสิ่งดีจากพระเจ้า ท่าน
อธิษฐานถึงพระเจ้าแห่งสันติสุข เน้นว่าพระเยซูทรงฟื้นจากความตาย จำได้ไหมว่าท่านเริ่มต้นจดหมายนี้ด้วยการยกย่องพระเยซูคริสต์อย่างสูงและท่านจะจบจดหมายด้วยพระเยซูเช่นกัน

ฮีบรู 13:21
ท่านทูลขอพระเยซูผู้ทรงพระชนม์อยู่ทรงทำให้พี่น้องมีสิ่งดี ๆ เป็นเครื่องมือที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า และขอให้พระประสงค์ของพระองค์ในชีวิตเรานั้นสำเร็จ นี่เป็นคำอธิษฐานตัวอย่างที่เราจะอธิษฐานเผื่อทั้งผู้นำและพี่น้องที่มีความเชื่อร่วมกับเรา คำอธิษฐานนี้ก็เพื่อว่า พระเยซูเจ้าจะทรงได้รับพระเกียรติสูงสุด จากสิ่งดีที่เราทำ จากการเปลี่ยนแปลงที่พระเจ้าทรงทำให้ชีวิตของพวกเรา

ฮีบรู 13:22-23
เราจะเห็นว่า ผู้รับใช้ของพระเจ้าเช่นเปาโลหรือแม้ทิโมธีเองซึ่งเป็นผู้รับใช้ที่ใกล้ชิดของเปาโลก็ถูกจำจองด้วยซึ่งเป็นเพราะเขารับใช้พระเจ้านั่นเอง ผู้เขียนฮีบรูคงเป็นส่วนหนึ่งของราชกิจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในช่วงคริสตจักรยุคแรกนี้ ท่านขอให้พี่น้องรับทั้งคำเตือน คำหนุนใจ ซึ่งก็รวมถึงคำสอนต่าง ๆ เกี่ยวกับองค์พระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นองค์ปุโรหิตนิรันดร์

ฮีบรู 13:24-25
จดหมายฉบับนี้ไม่ได้มาถึงแค่พี่น้องในคริสตจักรแต่มาถึงทั้งผู้นำและผู้ตาม เป็นชุมชนคริสเตียนที่มีอยู่จริง ๆ เป็นขุมชนที่ต้องการคำสอนของหนังสือฮีบรูนี้ คำสุดท้ายของจดหมายคือ ขอให้พระคุณของพระเจ้าดำรงอยู่กับท่านทุกคน นี่เป็นสิ่งที่เราเองก็จะได้รับเมื่ออ่านพระคัมภีร์ฉบับนี้ และได้รับการเปลี่ยนแปลงชีวิตเพราะการติดตามพระเจ้า

พระคำเชื่อมโยง

1* โรม 12:10
2* มัทธิว 25:35; ปฐมกาล 18:1-22; 19:1
3* มัทธิว 25:36
4* สุภาษิต 5:18-19;1โครินธ์ 6:9
5* เฉลยธรรมบัญญัติ 31:6, 8;โยชูวา 1:5
6* สดุดี 27:1; 118:6
8* ฮีบรู 1:12

9* เอเฟซัส 4:14; 1 ทิโมธี 6:3-5
10* 1โครินธ์ 10:20; 5:7-8
11* เลวีนิติ 16:27
12* ฮีบรู 9:12-14; ยอห์น 19:17-18
13* 1 เปโตร 4:14
15* เอเฟซัส 5:20; เลวีนิติ 7:12; โฮเชยา 14:2

16* โรม 12:13; ฟีลิปปี 4:18
17* ฟีลิปปี 2:29; เอเสเคียล 3:17
18* เอเฟซัส 6:19; กิจการ 23:1
20* โรม 5:1-2, 10; 15:33 โฮเชยา 6:2; โรม 4:24; 1 เปโตร 2:25; 5:4เศคาริยาห์ 9:11
21* ฟีลิปปี 2:13