นาฮูม 3 บท
โรม 5 รอดได้ด้วยพระเยซู
โรม 5:1-2
ดังนั้น เมื่อเราถูกนับว่าเป็นคนที่ถูกต้องกับพระเจ้าโดยความเชื่อของเราแล้ว เราจึงมีสันติสุขกับพระองค์ ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราโดยพระองค์ ด้วยความเชื่อ เราจึงได้เข้ามาสู่พระคุณที่เรายืนมั่นอยู่ และเรามีความยินดีเพราะมีความหวังว่า เราจะได้ร่วมในพระเกียรติสิริของพระเจ้า

โรม 5:3-4
ยิ่งกว่านั้น เรายังยินดีกับความทุกข์ยากของเรา เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากเหล่านี้ทำให้เกิดความทรหดอดทน และความทรหดอดทนนี้ทำให้เกิดคุณสมบัติที่ดี และคุณสมบัติที่ดีนี้ทำให้เรามีความหวัง

โรม 5:5
เป็นความหวังที่จะไม่ทำให้เราผิดหวัง (หรือละอาย) เพราะพระเจ้าทรงเทความรักของพระองค์ เติมใจของเรา
ผ่านองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระองค์ประทานแก่เรา

โรม 5:6-7
เมื่อเรายังไม่อาจช่วยตนเองให้รอดได้นั้น ในเวลาที่เหมาะสมพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราซึ่งเป็นคนไร้พระเจ้า มีน้อยคนที่จะตายเพื่อคนเที่ยงธรรมแม้ว่าบางครั้งจะมีคนกล้าที่จะตายเพื่อคนดี

โรม 5:8
แต่พระเจ้าทรงแสดงความรักที่ยิ่งใหญ่แก่เราคือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่พระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา
(หรือ พระคริสต์ทรงถูกส่งมาเพื่อสิ้นพระชนม์เพื่อเรา)

โรม 5:9
ดังนั้น ในเมื่อเราได้รับการทำให้เป็นคนที่ถูกต้องกับพระเจ้า(พระบิดา)โดยพระโลหิต ของพระคริสต์ เราก็จะได้พ้นจากพระพิโรธของพระเจ้าโดยพระคริสต์อย่างแน่นอน

โรม 5:10
ถ้าในขณะที่เราเป็นศัตรูของพระเจ้า(พระบิดา)พระองค์ทรงทำให้เราคืนดีกับพระองค์เนื่องด้วยความตายของพระบุตร ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด ด้วยว่า บัดนี้เราคืนดีกับพระองค์แล้ว พระองค์จะทรงช่วยเราให้รอดพ้น(พระพิโรธ)ผ่านชีวิตของพระบุตรนั้น

โรม 5:11
ยิ่งกว่านั้น บัดนี้เรามีความยินดีมากในพระเจ้าผ่านทางพระเยซูคริสต์เจ้าของเราเพราะเราได้คืนดีกับพระเจ้า(พระบิดา)ก็โดยพระองค์

โรม 5:12-13
บาปได้เข้ามาในโลกเพราะการกระทำของบุรุษคนหนึ่ง และเมื่อมีบาป ความตายก็ตามมา ด้วยเหตุนี้ความตายจึงแพร่ไปยังทุกคนเพราะทุกคนทำบาป บาปอยู่ในโลกก่อนบทบัญญัติของโมเสส ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติมาก่อน การทำบาปจึงไม่ถือเป็นการละเมิดบทบัญญัติ

โรม 5:14
ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ต้องตาย ในช่วงเวลาตั้งแต่อาดัมจนถึงโมเสส แม้ว่าจะเป็นคนที่บาปทั้งที่ไม่ได้ละเมิด
บทบัญญัติ เหมือนอย่างที่อาดัมได้ทำ อาดัมเป็นต้นแบบของพระองค์ท่านที่จะมาภายหลัง

โรม 5:15
แต่ของประทานที่พระเจ้าทรงให้เปล่าๆไม่เหมือนบาป
ของอาดัม ด้วยว่าการล่วงละเมิดของบุรุษคนเดียวทำให้คนจำนวนมากต้องตาย แต่พระคุณจากพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่า เพราะคนมากมายได้รับของประทานแห่งชีวิตจากพระเจ้าโดยพระคุณของบุรุษอีกท่าน คือองค์พระเยซู

โรม 5:16
แต่ของประทานจากพระเจ้าไม่เหมือนผลที่ได้จากบาปของบุรุษผู้เดียว หลังจากที่อาดัมได้ทำผิดครั้งเดียวนั้นเขาถูกตัดสินลงโทษ แต่ของประทานที่ให้เปล่าจากพระเจ้า เกิดขึ้นหลังจากการละเมิดหลายครั้ง และผลที่ได้คือ ทำให้เกิดความถูกต้องกับพระเจ้า

โรม 5:17
หากการละเมิดของบุรุษผู้หนึ่งทำให้ความตายมีอำนาจเหนือมนุษย์ทุกคน ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด เหล่าคนที่ได้รับพระคุณล้นเหลือของพระเจ้า และรับของประทานแห่งความเที่ยงธรรมจะมีชีวิตโดยพระองค์นั้นคือ พระเยซูคริสต์

โรม 5:18
ในเมื่อการละเมิดครั้งเดียวนำให้ทุกคนต้องรับการตัดสินลงโทษฉันใด การกระทำอันเที่ยงธรรมครั้งเดียว ก็นำมาซึ่งความเที่ยงธรรมที่นำชีวิตมายังมนุษย์ทุกคนฉันนั้น

โรม 5:19
เพราะเมื่อบุรุษผู้หนึ่งไม่เชื่อฟัง ทำให้คนจำนวนมากรับผลกลายเป็นคนบาปฉันใด ดังนั้น บุรุษผู้หนึ่งที่เชื่อฟังพระเจ้า ก็ทำให้คนจำนวนมากกลายเป็นคนมีความเที่ยงธรรมฉันนั้น

โรม 5:20-21
เมื่อมีบทบัญญัติเกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือมีการละเมิดทวีขึ้น แต่ที่ใดมีบาปทวีขึ้นพระคุณก็เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้นมากกว่านั้นอีก ตามที่ความตายมีอำนาจเหนือเราเพราะบาป พระคุณจะครอบครองเหนือเราโดยความเที่ยงธรรม จนนำไปสู่ชีวิตนิรันดร์โดยองค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา

โรม 5:1-2 พระเจ้าทรงถือว่าเราเป็นคนเที่ยงธรรม ถูกต้องกับพระองค์ พ้นผิดไม่เหมือนอย่างในอดีตอีกต่อไปเพราะว่าเราเชื่อตามที่พระองค์ทรงบัญชา พระคริสต์จึงนำเรามาสู่สถานะของผู้มีสิทธิพิเศษได้เป็นบุตรของพระเจ้า เป็นสถานะที่ทุกคนที่เชื่อไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ฐานะทางสังคม ความรู้แตกต่างขนาดไหน เขาเหล่านี้ที่เชื่อ ติดตามพระเจ้าก็จะได้มีส่วนในพระสิริของพระเจ้าด้วย
โรม 5:3-4ความทุกข์ยากที่กล่าวถึงนี้ มาจากการถูกกดดันหรือข่มเหง เอาเปรียบไ่ม่ว่าจะทางร่างกายจิตใจซึ่งคริสเตียนในโรมเผชิญอยู่ไม่ว่างเว้น ท่านเปาโลสอนให้พี่น้องรู้ว่า ในความยากลำบากของพวกเขาเขาจะได้รับรางวัลที่คาดไม่ถึงจากพระเจ้า จากสิ่งดีที่เกิดขึ้นในที่สุด เราจะได้รับความหวังว่าจะได้ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าท่ามกลางความทุกข์ยาก ยิ่งคริสเตียนพัฒนาคุณสมบัติของผู้เชื่อก็ยิ่งจะเห็นพระคุณของพระเจ้าในชีวิต
โรม 5:5
เมื่อได้รับสถานะที่ถูกต้องกับพระเจ้าแล้ว ผู้เชื่อก็มีสันติสุข มีความหวัง เมื่อทุกข์ยากก็ยินดีได้เพราะความหวังที่จะได้ร่วมในพระเกียรติสิริของพระเจ้า ยิ่งกว่านั้น พระเจ้ายังทรงมอบพระวิญญาณให้พวกเขาด้วย ทรงเติมใจด้วยพระวิญญาณ ทรงให้พระวิญญาณเข้ามาประทับภายใน ร่างกายของผู้เชื่อพระเยซูจึงกลายเป็นพระวิหารของพระเจ้าเต็มรูปแบบ ( 1 โครินธ์ 3:16)
โรม 5:6-7
ที่เราไม่อาจช่วยตัวเองให้รอด เป็นเพราะว่า เราและเพื่อนมนุษย์ทุกคน ไม่อาจช่วยตัวเองให้รอดได้เลย เราสิ้นหวัง แต่ในเวลาที่เราไม่มีทางช่วยตัวเองนั้น พระเยซูคริสต์ได้สิ้นพระชนม์ ในเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ เป็นเวลาของพระเจ้าที่ทรงวางไว้ (กาลาเทีย 4:4) ให้พระบุตรมารับโทษแทนคนบาป สังเกตไหม พระคริสต์ไม่ได้มาเพื่อคนเที่ยงธรรมหรือคนดี แต่เพื่อคนบาป!
โรม 5:8
มนุษย์ทุกคนไม่อาจยืนขึ้นมาและกล่าวว่า พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพื่อฉันที่เป็นคนดี คนมีเมตตาเป็นคนที่ใคร ๆ เรียกว่า นักบุญ คุณพ่อ หลวงพ่อแม่ชี จิตอาสา อาจารย์ ฯลฯ แต่พระองค์ทรงมาเพื่อคนที่ไร้พระเจ้า คนที่โลกดูหมิ่น สมัยพระเยซูเราเห็นชัดว่า พระองค์ทรงเป็นเพื่อนกับคนบาป คนเก็บภาษี ทรงคุยกับหญิงชาวสะมาเรียที่ใคร ๆ ดูหมิ่น ทรงเชิญพระองค์เองไปบ้านของศักเคียสที่ใคร ๆ รังเกียจ.. นี่คือความจริง
โรม 5:9
คิดดูว่า พระเจ้าทรงรักเรา ทั้งที่เราเป็นศัตรูตัวฉกาจของพระองค์ พระองค์จะทรงรัก สนิทสนมกับเรามากขึ้นเพียงไหน หากเราได้เป็นคนที่ถูกต้องกับพระองค์ กลายเป็นลูกของพระองค์ เพราะโอกาสที่พระองค์ให้เรา เชื่อ วางใจ รับพระองค์พระองค์ต้องให้พระบุตรสุดที่รักของพระองค์มา
สิ้นพระชนม์ หลั่งพระโลหิต รับความบาปของมนุษย์บนพระกายของพระองค์ จะพ้นจากพระพิโรธได้ก็ต้องผ่านการสละชีิวิตของพระบุตร!
โรม 5:10
พระบุตรของพระเจ้าไม่ได้แค่สิ้นพระชนม์ สละพระโลหิตเพื่อให้เราได้พ้นจากพระพิโรธของพระเจ้าเท่านั้น แต่.. พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ขึ้นมาด้วย เราจึงไม่ได้ติดอยู่กับพระเจ้าที่สิ้นชีพแต่เราวางใจพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ ยังมีผู้เชื่อพระเจ้าบางท่านยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ว่า การคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งของการสิ้นพระชนม์ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่บอกว่าพระองค์ทรงชนะความตายเพื่อเราแล้ว
โรม 5:11
ด้วยความรักเต็มพระทัยที่พระเยซูทรงมีต่อพระบิดาพระเยซูจึงทรงลงมาในโลก และแม้พระองค์ไม่ทรงยินดีกับการขึ้นไปสิ้นพระชนม์อย่างน่าอับอายอย่างไม่เป็นธรรม แต่.. พระเยซูทรงยอมเชื่อฟังพระบิดาจนถึงความตายที่กำหนดมาไว้ให้ตั้งแต่ต้นแล้ว … ฟีลิปปี 2:8 บอกชัดเจนในเรื่องนี้พระบุตรที่ทรงเป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ในองค์เดียวกัน ต้องมารับโทษบาปเลวทรามของเราทุกคนเพื่อจะให้เราพ้นพระพิโรธพระบิดา
โรม 5:12-13
บาปเข้ามาในโลกผ่านอาดัม …ทำให้มนุษย์ทุกคนต้องเจอกับความตาย ไม่เว้นสักคน (เพราะอย่างไรทุกคนก็ทำบาป) ท่านเปาโลเน้นว่า มีบาปอยู่แล้วทั้ง ๆ ที่บทบัญญัติยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ดังนั้นใคร ๆที่ทำบาปช่วงอาดัมถึงโมเสสจึงถือว่า ไม่ได้ละเมิดบัญญัติแต่ยังต้องเผชิญกับความตาย แต่บัดนี้มีบทบัญญัติที่บอกความจริงเรื่องบาปของมนุษย์ไม่มีใครกล่าวได้เลยว่า ฉันไม่มีบาป (1 ยอห์น1:8)
โรม 5:14
การมีบทบัญญัติเพียงแค่แจ้งว่า มนุษย์เราได้พลาดจากเป้าหมายของพระเจ้าด้วยพฤติกรรม ความคิดอะไรบ้าง บทบัญญัติของโมเสสไม่ได้ช่วยให้มนุษย์รอดได้ ไม่มีพลัง เป็นเหมือนคุณครูที่คอยบอกให้เห็นปัญหาของมนุษย์ เราเห็นชัดจากอาดัมว่า มนุษย์นั้น ตกอยู่ในความบาปก่อนที่จะมีบทบัญญัติ มนุษย์ที่มีผิด และบาปจึงตายเหมือนกับอาดัมที่ทำผิดและบาป ที่ว่าค่าจ้างหรือผลของความบาปคือความตายนั้น เริ่มที่อาดัม
โรม 5:15
ของประทานที่ทรงให้เปล่า ๆ แตกต่างจากบาปของอาดัมอย่างสิ้นเชิง อาดัมส่งความตาย พระเยซูส่งชีวิต อาดัมให้ความมืด พระเยซูให้ความสว่างแต่หากคนมากมายต้องตายเพราะการละเมิดของคนเดียว ดังนั้น พระคุณจากพระเจ้า และพระคุณจากพระเยซูคริสต์บุรุษอีกท่านก็จะทำให้คนมากมายได้รับชีวิตอย่างท่วมท้น ท่านเปาโลตั้งใจเขียนย้ำเรื่องราวเหล่านี้ในแง่มุมต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องได้เข้าใจแจ่มแจ้ง
โรม 5:16
คำว่าการตัดสินลงโทษนี้ มีอยู่สามครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ คือข้อนี้ ข้อ 18 และ 8:1 (κατάκριμα คาตาคริมา ) หมายความถึง การลงโทษที่ผ่านการพิจารณาคดีมาก่อนแล้ว เมื่อเราต้องเผชิญกับการลงโทษดังกล่าว พระเยซูกลับประทานของประทานที่ให้เปล่าซึ่งส่งผลให้เกิดการตัดสินว่าพ้นผิด นั่นคือกลายเป็นคนเที่ยงธรรม ถูกต้องกับพระเจ้า เป้าหมายของของประทานที่ให้เปล่านั้นคือผู้รับจะมีชีวิตที่ถูกต้องกับพระเจ้า
โรม 5:17
การเข้ามาแก้ปัญหาโทษบาป และบาปที่ติดตัวมนุษย์นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่มีพระเยซูคริสต์องค์เดียวเท่านั้นที่จะทำได้ และพระองค์ก็ทรงพร้อมที่จะทำเพื่อพระบิดา และชาวโลกที่พระบิดาทรงรักและเป็นห่วงมาก พวกเขาถูกสร้างมาเพื่อจะเป็นที่สรรเสริญ เป็นที่ถวายพระเกียรติ แต่เมื่อพวกเขาสูญเสียสภาพที่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยพระเจ้าก็ไม่ทรงทอดทิ้ง แต่ทรงหาทางแก้ปัญหาบาปให้พวกเขากลับมาเป็นคนของพระองค์ได้
โรม 5:18
พระเยซูเป็นตัวแทนแห่งชีวิต การกระทำของอาดัมทำให้มนุษย์เก็บเกี่ยวความชั่วร้าย และพวกเขาก็เลือกทำความชั่วต่อไป จะเห็นว่าแค่ลูกชายของอาดัมก็ทำผิดต่อเนื่องโดยฆ่าน้องตนเอง และโลกก็เลวร้ายลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งพระเยซูเสด็จมา
โรม 5:19
พระบุตรผู้บริสุทธิ์ทรงลงมาแก้ปัญหาที่มนุษย์คนใดก็ทำไม่ได้ นั่นคือ เพื่อโลกจะกลับมามีสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าเหมือนอย่างครั้งที่ทรงสร้าง
อาดัมและเอวามาตั้งแต่ต้น เพื่อมนุษย์จะไม่ตกในสภาพที่ขาดจากพระเจ้าตลอดไป มนุษย์ผู้ที่ลงมาจากสวรรค์ท่านนั้น เป็นพระบุตรของพระเจ้าที่มาเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ท่ามกลางคนบาป ทรงถูกทดลองเหมือนพวกเขาแต่ไม่ได้ทรงแพ้บาปเหมือนมนุษย์ยังทรงสภาพไร้บาปตลอดชีวิต
โรม 5:20-21
บทบัญญัติทำให้เราเห็นว่าเราทำบาปอะไรบ้าง ซึ่งแทบจะไม่มีข้อใดที่เราไม่ได้ละเมิดเลย …เราจึงเห็นบาปตัวเองท่วมท้นเมื่อเทียบกับบทบัญญัติ
แม้มนุษย์จะทำสิ่งดีมากมาย แต่ทุก ๆ วันก็ได้ทำบาปทวีขึ้น แต่ละวันที่ผ่านไป ก็สะสมบาปมากขึ้นแต่พระคุณของพระเจ้าไม่ได้ลดน้อยถอยลงไป
พระคุณของพระเจ้าเผชิญกับบาปของมนุษย์ และเอาชนะบาปเหล่านั้นด้วยพระโลหิต ด้วยพระชนม์ชีพของพระบุตรเอง
พระคำเชื่อมโยง
โรม 5
1* อิสยาห์ 32:17; เอเฟซัส 2:14
2* เอเฟซัส 2:18; 3:12; 1โครินธ์ 15:1; ฮีบรู 3:6
3* มัทธิว 5:11-12; ยากอบ 1:3
4* ยากอบ 1:12
5* ฟีลิปปี 1:20; 2 โครินธ์ 1:22;
6* โรม 4:25; 5:8; 8:32
8* ยอห์น 3:16; 15:13
9* เอเฟซัส 2:13; 1 เธสะโลนิกา 1:10
10* โรม 8:32; 2 โครินธ์ 5:18; ยอห์น 14:19
11* กาลาเทีย 4:9
12* 1โครินธ์ 15:21; ปฐมกาล 2:17
13* 1 ยอห์น 3:4
14* 1โครินธ์ 15:21-22
15* อิสยาห์ 53:11
18* อิสยาห์ 53:11-12; 1โครินธ์ 15:21, 45 ; ยอห์น 12:32
19* ฟีลิปปี 2:8
20* ยอห์น 15:22; 1 ทิโมธี 1:14
โฮเชยา 14 กลับใจเสียเถอะ!

เรียกให้กลับใจจริงจัง
1 โอ อิสราเอล
จงกลับมาหาพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าเถิด
เพราะเจ้าสะดุดเนื่องจากความบาปชั่วของเจ้า!
2 จงนำคำแห่งการกลับใจ
กลับมาหาพระยาห์เวห์ ทูลพระองค์ว่า
“ขอพระองค์ทรงอภัยบาปทั้งสิ้นของเรา
และขอทรงเมตตารับพวกเรา
เพื่อว่า เราทั้งหลายจะถวายคำสรรเสริญ
จากปากของพวกเราตอบแทนพระคุณ
พระองค์แทนสัตวบูชา”
3 อัสซีเรียไม่อาจช่วยเราได้
เราจะไม่พึ่งม้าศึก เราจะไม่กล่าวกับ
สิ่งที่เราทำขึ้นจากมือของเราว่า
“พระเจ้าของเรา!”อีกต่อไป
เพราะว่า ลูกกำพร้าพ่อ
จะได้รับความเมตตาสงสารจากพระองค์”
เรียกให้กลับใจจริงจัง
คำขอให้กลับใจ ได้รับการตอบกลับอย่างไร?
จากข้อก่อนในบทที่ 13 เราจะเห็นผลของการดื้อดึงต่อพระเจ้า ผลของการที่ไม่กลับใจ หากคน ๆ หนึ่งรักครอบครัวของเขา เขาน่าจะคิดกลับใจ
14:1 คำขอร้องก่อนจะจบ: โฮเชยาขอให้คนอิสราเอลทางเหนือกลับมาหาพระเจ้า ที่พวกเขาไปต่อไม่ได้ เพราะพวกเขาทำผิดต่อพระเจ้า
14:2 ตอนนั้นพวกเขาไม่มีพระวิหาร ดังนั้น พระเจ้าทรงให้เขานำคำไปด้วย คำแห่งการกลับใจ พวกเขาจะขอพระเจ้าทรงอภัย พวกเขาจะรับรู้ความชั่วช้าของตนเอง จะมีการระลึกถึงพระคุณของพระเจ้า และแสดงความกตัญญูด้วยการถวายคำสรรเสริญออกมาจากปาก ซึ่งมีความหมาย และความจริงใจยิ่งกว่า สัตวบูชาเสียอีก
14:3 โฮเชยาเชื่อว่า อิสราเอลจะได้รับความเมตตาจากพระเจ้าอีกครั้ง เมื่อพวกเขาไม่เชื่อในอัสซีเรียหรือในรูปเคารพ เมื่อเขาหันมาหาพระเจ้าอย่างไม่อาลัยในรูปปั้นอีกต่อไป คำว่า “ลูกกำพร้าพ่อ” คืออิสราเอลนั่นเอง
พระสัญญาแห่งพระพร
4 “เราจะรักษาอาการไร้ความเชื่อของพวกเขา
เราจะรักพวกเขาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะความโกรธของเราได้หันไปจากพวกเขาแล้ว
5 เราจะเป็นดั่งน้ำค้างให้แก่อิสราเอล เขาจะผลิดอกราวดอกพลับพลึง และหยั่งรากลงเหมือนต้นซีดาร์แห่งเลบานอน
พระสัญญาแห่งพระพร
14:4 การไร้ความเชื่อ (การหลงไปจากทางของพระเจ้า) เป็นอาการที่เหมือนกับบาปเป็นโรคร้ายชนิดหนึ่งที่ต้องการผู้ช่วยบำบัดรักษา และมีผู้เดียวที่ทำให้ได้คือพระเจ้า พระเจ้าที่ทรงหยุดโกรธ ถ้าพระองค์ไม่ได้เป็นพระเจ้าที่ทรงอดทนนาน อิสราเอลก็คงไม่เหลือมาถึงทุกวันนี้แล้ว
เยเรมีย์ 3:22 บุตรที่กลับสัตย์จงกลับมา เราจะรักษาความอสัตย์ของเจ้าให้หาย
โฮเชยา 6:1
เราจำเป็นต้องกลับมาหาพระเจ้า เพื่อพระเจ้าจะทรงทำสิ่งดีอย่างนี้ให้เรา
14:5 พระเจ้าจะทรงเป็นน้ำค้างคือที่มาของการเติบโตของพืช พระเจ้าจะทรงช่วยให้เขาหยั่งรากลงไป
สดุดี 104:16 ต้นไม้ของพระเจ้าที่ทรงปลูกไว้ได้อิ่ม..สนซีดาร์แห่งเลบานอน
เขาจะเป็นพระพร
6 กิ่งก้านใหม่ของเขาจะแผ่ออกไป
เขาจะงดงามราวต้นมะกอก
จะส่งกลิ่นหอมเหมือนป่าแห่งเลบานอน
7 ผู้คนจะกลับมาและอาศัยในร่มเงาของเขา
พวกเขาจะปลูกข้าวอีก
และจะผลิบานราวกับเถาองุ่น
จะมีชื่อเสียงลือเลื่องราวกับเหล้าองุ่นแห่งเลบานอน
เขาจะเป็นพระพร
14:6-7 เมื่อกล่าวถึงมะกอก ก็เท่ากับกล่าวถึงความอุดมสมบูรณ์ที่จะเกิดขึ้น ต้นมะกอก จะมีอายุนานเป็นพันปีได้เลย สดุดี 58:6 ข้าเป็นเหมือนมะกอกเขียวสดในพระนิเวศของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ให้สิ่งที่งดงามชั่วเวลาสั้น ๆ แต่เป็นเวลานานชั่วชีวิต ความงดงามไม่พอ พระเจ้ายังให้ส่งกลิ่นหอมอีกด้วย
การกลับใจทำให้เราเชื่อฟังพระเจ้า … และพระเจ้าประทานสิ่งที่งดงามให้ชีวิตของเรา และจะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ
8 โอ เอฟราอิม เราจะต้องทำอะไรกับรูปเคารพอีกเล่า?
เราเป็นผู้ที่ตอบเขาและเฝ้าดูแลเขา
เราเป็นเหมือนต้นสนที่เขียวขจี
เจ้าจะมีผลดกก็เพราะเรา
คำหนุนใจ
9 ใครที่มีปัญญา ก็ให้เขาเข้าใจสิ่งเหล่านี้
ใครที่มีวิจารณญาณ? ผู้นั้นจะตระหนักสิ่งเหล่านี้
เพราะทางของพระเจ้าถูกต้อง
และคนเที่ยงธรรมจะเดินในทางนั้น
แต่คนที่กบฎดื้อดึงกลับสะดุดในทางนั้น
14:8 อิสยาห์ 30:22 เจ้าจะทำลายรูปเคารพ บอกให้มันไปให้พ้น
โฮเชยา 2:8 เราคือผู้ที่ให้เมล็ดข้าว เหล้าองุ่นใหม่ และน้ำมันแก่เธอเอง
จะไปยุ่งอะไรกับรูปเคารพ… เพื่ออะไรกัน
เพราะว่า พระเจ้าเท่านั้น ทรงตอบความต้องการของพวกเขา ทรงดูแลเขา พวกเขาคิดว่า ผลมาจากตัวเอง แต่เราต้องรู้ว่า เราจะผลดกได้เพราะพระเจ้า
คำหนุนใจ
14:9 เท่าที่เราอ่านโฮเชยามา จะเห็นว่า พระเจ้าทรงใช้ภาษาเปรียบเทียบ เรื่องราวเปรียบเทียบ อย่างเช่นการแต่งงาน ชื่อของลูก ๆ โฮเชยาที่มีความหมายเล็งถึงอิสราเอล ผู้อ่านจึงต้องมีสติปัญญาเพื่อที่จะเข้าใจความหมาย และเป้าหมายของพระเจ้าผ่านโฮเชยา
คนที่มาอ่านหนังสือนี้ในรุ่นอย่างเรา ๆ ไม่ได้เห็นเรื่องจริงด้วยตา แต่รับรู้จากการบันทึก จึงต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่จะเข้าใจเรื่องทั้งหมดอย่างถ่องแท้ และต้องรู้ด้วยว่า ข้อใด ตรงไหน เป็นคำเพื่อจะเกิดผลใน ชีวิตของเราเอง
การจบหนังสือโฮเชยานี้แตกต่างจากเล่มอื่น ๆ เพราะเป็นการขอให้คนมีปัญญาได้สังเกตและเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และผลที่พระเจ้าทรงพระประสงค์
คนมีปัญญาแตกต่างจากคนที่ขาดความหยั่งรู้ ใน 4:14 เมื่อมีปัญญาจะเข้าใจสิ่งที่พระเจ้าตรัส แต่ขาดปัญญาก็จะพบหายนะทั้งหมดที่ผ่านมาพระเจ้าตรัสกับอิสราเอลทุกคน แต่เวลานี้พระองค์ตรัสให้แต่ละคนที่มีปัญญาได้ตอบสนองอย่างถูกต้อง คนที่ฟังพระเจ้าจะรอด เพราะเขาได้ฉวยพระคุณ ของพระเจ้าไว้
ดาเนียล 12:10 คนอธรรมไม่เข้าใจแต่คนฉลาดจะเข้าใจ
( คนที่มองในโลก และมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า และเราจะเข้าใจว่า ขั้นแรกของการที่จะไม่หายนะ ก็คือ ต้องมีการกลับใจเกิดขึ้นเท่านั้น)
คนเที่ยงธรรมเดินในทางของพระเจ้า .. ถูกต้อง และ มองขึ้นเป็นด้วยความเกรงกลัวพระเจ้า เขามองเห็นภาพที่แตกต่างออกไป เข้าใจไม่เหมือนอย่างเดิมอีกต่อไป คนที่ เข้าใจสิ่งที่พระเจ้าตรัส จะตัดสินอะไรอย่างถูกต้อง แต่คนที่ดื้อ สะดุดเป็นประจำจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
พระคำเชื่อมโยง
1* โยเอล 2:13
2* ฮีบรู 13:15
3* โฮเชยา 7:11; 10:13; 12:1 สดุดี 33:17; 10:14; 68:5
4* เยเรมีย์ 14:7; เอเฟซัส 1:6
5* สุภาษิต 19:2
6* สดุดี 52:8; 128:3; ปฐมกาล 27:27
7* ดาเนียล 4:12
8* ยอห์น 15:4
9* สุภาษิต 10:29
บรรณานุกรม สำหรับหนังสือโฮเชยา
Constable’s Note ใน Netbible.org
Enduringword.com
Netbible.org
Smith, Gary V. and Hill, Andrew E., ‘Commentary on the Minor Prophets’,
Baker Publishing group, Grand Rapids, 2012.





