พันธสัญญาเดิม

ปฐมกาล

ปฐมกาล 1 สร้างอย่างมหัศจรรย์
ปฐมกาล 2 ชายและชายา
ปฐมกาล 3 วันเริ่มต้นบาป
ปฐมกาล 4 ฆาตกรรมรายแรกของโลก
ปฐมกาล 5 ลำดับเชื้อสายของอาดัม
ปฐมกาล 6 คำสั่งเพื่อจัดโลกใหม่
ปฐมกาล 7 ปลอดภัยในนาวา
ปฐมกาล 8 พระสัญญาแก่โลกใหม่
ปฐมกาล 9 พันธสัญญารุ้ง
ปฐมกาล 10 ต้นตระกูลของชาวโลก
ปฐมกาล 11 หอสูงเสียดฟ้าบาเบล
ปฐมกาล 12 ซารายในเงื้อมมือฟาโรห์
ปฐมกาล 13 เลือกก่อนเลย.. หลานชาย
ปฐมกาล 14 ท่านลุงผู้เป็นนักรบ
ปฐมกาล 15 พันธสัญญากับอับราม
ปฐมกาล 16 พระคุณต่อฮาการ์
ปฐมกาล 17 พันธสัญญาด้วยสุหนัต
ปฐมกาล 18 ผู้มาเยือนทั้งสาม
ปฐมกาล 19 ทำลายล้างโสโดม โกโมราห์
ปฐมกาล 20 เธอเป็นน้องสาว
ปฐมกาล 21 อิสอัค vs อิชมาเอล
ปฐมกาล 22 ทรงลองใจ
ปฐมกาล 23 ซาราห์จากไป
ปฐมกาล 24 ตามหาเธอเพื่ออิสอัค
ปฐมกาล 25 จากอับราฮัมถึงเอซาวและยาโคบ

ปฐมกาล 26 อิสอัคกับอาบีเมเลค
ปฐมกาล 27 บ้านนี้ไว้ใจใครไม่ได้
ปฐมกาล 28 ฝันสำคัญที่เบธเอล
ปฐมกาล 29 เวลา แรงงาน ภรรยา
ปฐมกาล 30 เลอาห์ vs ราเชล ฯลฯ
ปฐมกาล 31 หอบครอบครัวหนี
ปฐมกาล 32 ปล้ำสู้กับพระเจ้า
ปฐมกาล 33 คืนดีกับพี่ชาย
ปฐมกาล 34 การแก้แค้นเพื่อน้องสาว!
ปฐมกาล 35 ราเชลจากไป
ปฐมกาล 36 วงศ์วานเอซาว
ปฐมกาล 37 ความฝันของโยเซฟ
ปฐมกาล 38 ยูดาห์กับทามาร์
ปฐมกาล 39 ที่บ้านโปติฟาร์
ปฐมกาล 40 ฝันดีฝันร้าย
ปฐมกาล 41 เป็นรองแค่ฟาโรห์
ปฐมกาล 42 พี่ชายแสนอ่อนน้อม
ปฐมกาล 43 ไปอียิปต์ครั้งที่สอง
ปฐมกาล 44 แผน : ถ้วยเงินหาย
ปฐมกาล 45 เปิดเผยความจริง
ปฐมกาล 46 ย้ายไปอียิปต์ทั้งครอบครัว
ปฐมกาล 47 สุดทางความหิวโหย
ปฐมกาล 48 พรจากคุณปู่ยาโคบ
ปฐมกาล 49 ยาโคบเอ่ยคำอำลา
ปฐมกาล 50

สดุดี

บรรพที่หนึ่ง สดุดี 1-41
สดุดี 1 ทางคนเที่ยงธรรมกับคนอธรรม
สดุดี 2 อาณาจักรพระเมสสิยาห์
สดุดี 3 การไว้วางใจที่ให้ชัยชนะ
สดุดี 4 มั่นใจและสงบในพระเจ้า
สดุดี 5 คำอธิษฐานเวลาเช้า
สดุดี 6 ความมั่นคงเมื่อคร่ำครวญต่อพระเจ้า
สดุดี 7 มั่นใจว่าพระเจ้าทรงช่วยกู้แน่นอน
สดุดี 8 พระนามเดียวที่เกรียงไกร
สดุดี 9 พระเจ้าทรงฟังเสียงวิงวอน
สดุดี 10 พระเจ้าทรงชนะเหนือความชั่วแน่นอน
สดุดี 11 โต้คำแนะนำของคนขี้ขลาด
สดุดี 12 คำมนุษย์กับพระดำรัสพระเจ้า
สดุดี 13 ขอทรงทำให้ตาสว่าง
สดุดี 14 ความคิดของคนโง่และชัยชนะของพระเจ้า
สดุดี 15 ใครจะได้พักอยู่ในพลับพลาของพระเจ้า?
สดุดี 16 ท่วงทำนองแห่งความชื่นบาน
สดุดี 17 คำทูลขอให้พ้นจากคนที่มาล้างผลาญ
สดุดี 18 ชนะแล้ว! ขอบคุณพระเจ้า
สดุดี 19 ท้องฟ้าประกาศพระหัตถกิจ
สดุดี 20 การสู้รบเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
สดุดี 21 ยินดีในชัยชนะจากพระเจ้า

สดุดี 22 คำบอกล่วงหน้าถึงวันสิ้นพระชนม์
สดุดี 23 องค์พระผู้เลี้ยงดู
สดุดี 24 พระเจ้าผู้ทรงพระสิริจะเสด็จมา
สดุดี 25 ทูลขอพระเจ้าหลายอย่าง
สดุดี 26 อธิษฐานขอพระเจ้าทรงตรวจสอบและทรงไถ่
สดุดี 27 พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่างและความรอดของข้า
สดุดี 28 ทูลขอพระเจ้าช่วย และทรงตอบจริง ๆ
สดุดี 29 พระสุรเสียงในธรรมชาติ
สดุดี 30 ทรงฉุดข้าขึ้นมาจากหลุม
สดุดี 31 คำอธิษฐานและคำสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 32 อย่าให้มีบาปที่ไม่สารภาพ
สดุดี 33 แด่พระเจ้าผู้ทรงเต็มด้วยรักมั่นคง
สดุดี 34 คำสรรเสริญจากถ้ำหลบภัย
สดุดี 35 ขอร้องพระเจ้าให้ทรงล่าศัตรู
สดุดี 36 มนุษย์ชั่ว แต่พระเจ้าทรงดีเหลือเกิน
สดุดี 37 ความแตกต่างของชีวิตอธรรมกับชีวิตเที่ยงธรรม
สดุดี 38 ขอพระเจ้าเมตตา สำนึกผิดแล้ว
สดุดี 39 ขอพระเจ้าทรงอภัยและเมตตา
สดุดี 40 คำขอบพระคุณและคำร้องขอความช่วยเหลือ
สดุดี 41 ชัยชนะแม้ถูกทรยศ

บรรพที่สอง สดุดี 42-72
สดุดี 42 เหตุใดจึงท้อแท้นัก
สดุดี 43 หวังใจแม้ในยามลำบาก
สดุดี 44 ขอทรงลุกขึ้นมา ช่วยพวกเรา
สดุดี 45 บทเพลงงานสมรส
สดุดี 46 พระเจ้าทรงเป็นป้อมปราการ
สดุดี 47 ยินดีในองค์กษัตริย์ผู้ทรงครอบครองทั้งโลก
สดุดี 48 นครแห่งพระเจ้าของเรา
สดุดี 49 ชีวิตและความตายของมนุษย์
สดุดี 50 พระเจ้าเองทรงเป็นผู้พิพากษา
สดุดี 51 คำสารภาพจากส่วนลึกในใจ
สดุดี 52 พระเจ้าทรงเป็นผู้กำจัดศัตรู
สดุดี 53 เมื่อคิดว่าไม่มีพระเจ้า
สดุดี 54 ความช่วยเหลือยามถูกทรยศ
สดุดี 55 มอบความทุกข์ใจของท่านไว้กับพระเจ้า
สดุดี 56 เมื่อศัตรูไล่ล่าเหยียบย่ำ

สดุดี 57 ขอให้พระสิริเต็มทั่วแผ่นดิน
สดุดี 58 ขอทรงลงโทษเจ้านายอธรรม
สดุดี 59 พระผู้ทรงช่วยกู้ พระกำลังและป้อมปราการ
สดุดี 60 เราจะปฏิบัติงานอย่างกล้าหาญ
สดุดี 61 คำปฏิญาณจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน
สดุดี 62 รอคอยพระองค์ผู้เดียว
สดุดี 63 โหยหาพระเจ้ายิ่งนัก
สดุดี 64 พระเจ้าทรงตอบสนองเอง
สดุดี 65 สิ่งดีทุกอย่างมาจากเบื้องบน
สดุดี 66 พระราชกิจอันน่าเกรงขาม
สดุดี 67 ให้ทั้งโลกสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 68 แด่พระเจ้าผู้ประทานชัยชนะ
สดุดี 69 เมื่อต้องเผชิญโลกที่เกลียดชัง
สดุดี 70 ขอพระเจ้าทรงรีบมาช่วย
สดุดี 71 ทูลขอพระเจ้าให้มีชีวิตยืนนาน
สดุดี 72 คำอธิษฐานเพื่อองค์กษัตริย์

บรรพที่สาม สดุดี 73-89
สดุดี 73 คำอธิษฐานของอาสาฟ
สดุดี 74 คร่ำครวญถึงหายนะของพระวิหาร
สดุดี 75 ขอบพระคุณสำหรับพระพิพากษาอันยุติธรรม
สดุดี 76 เมื่อพระเจ้าทรงตัดสินความ ทั้งโลกก็นิ่ง
สดุดี 77 ในวันทุกข์ยาก ข้าแสวงหาพระเจ้า
สดุดี 78 พระเจ้าทรงซื่อตรงต่ออิสราเอลที่ดื้อดึง
สดุดี 79 เพื่อเห็นแก่พระสิริรุ่งโรจน์แห่งพระนาม
สดุดี 80 ขอพระพักตร์ฉายแสง

สดุดี 81 เพียงแค่เจ้าฟังเสียงของเรา
สดุดี 82 ที่ประชุมสภาสวรรค์
สดุดี 83 สิบชนชาติที่คบคิดกันต่อต้านพระเจ้า
สดุดี 84 โหยหาพระวิหารของพระเจ้า
สดุดี 85 ขอพระเจ้าทรงรื้อฟื้นเราอีกครั้ง
สดุดี 86 ความช่วยเหลือจากองค์ทรงฤทธิ์​
สดุดี 87 ศิโยน นครของพระเจ้า
สดุดี 88 คำอธิษฐานจากหลุมลึก
สดุดี 89 พระเจ้าทรงซื่อตรงตลอดไป

บรรพที่สี่ สดุดี 90-106
สดุดี 90 พระเจ้าองค์อมตะกับมนุษย์ที่ต้องตาย
สดุดี 91 ปลอดภัยเมื่ออยู่ในพระเจ้า
สดุดี 92 บทเพลงวันสะบาโต
สดุดี 93 องค์ผู้สูงสุดทรงครอบครอง
สดุดี 94 พระผู้ทรงแก้แค้นแทน
สดุดี 95 ทั้งโลกอยู่ในพระหัตถ์
สดุดี 96 องค์ผู้เสด็จมาพิพากษา
สดุดี 97 ยินดีและระทึกใจในองค์ผู้สูงสุด
สดุดี 98 มาชื่นชมยินดีกับความดีของผู้พิพากษา

สดุดี 99 พระยาห์เวห์ผู้บริสุทธิ์ทรงครองสูงสุด
สดุดี 100 แผ่นดินโลกมาสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 101 คำสัญญาของกษัตริย์ดาวิด
สดุดี 102 พระเจ้าผู้ดำรงนิรันดร์กับมนุษย์ที่หวังใจในพระองค์
สดุดี 103 วิญญาณข้าและสรรพสิ่งถวายพระพรแด่พระเจ้า
สดุดี 104 สรรเสริญพระเจ้าสูงสุดเพราะสรรพสิ่งที่ทรงสร้างและดูแล
สดุดี 105 การดูแลจากพระหัตถ์ที่มองไม่เห็น
สดุดี 106 คำอธิษฐานเพื่อชนชาติของเขา

บรรพที่ 5 สดุดี 107-150
สดุดี 107 พระเจ้าทรงตอบในทุกสถานการณ์
สดุดี 108 แด่พระเจ้าผู้ทรงให้เราชนะศัตรู
สดุดี 109 ขอพระเจ้าทรงตอบสนองคนชั่วร้าย
สดุดี 110 การปกครองขององค์พระเมสสิยาห์
สดุดี 111 พระราชกิจอัศจรรย์ที่พึงใจ
สดุดี 112 ชีวิตที่มีพระเจ้าเป็นที่หนึ่ง
สดุดี 113 เมื่อพระเจ้าทรงโน้มพระองค์ลงมา
สดุดี 114 มวลน้ำหนีไปและภูเขากระโดด
สดุดี 115 พระพรมหาศาลจากพระยาห์เวห์
สดุดี 116 พระคุณที่เกินพอสำหรับชีวิต
สดุดี 117 สดุดีที่ยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์
สดุดี 118 พระเจ้าทรงเป็นหลายสิ่งในชีวิต
สดุดี 119 พระดำรัสที่รัก
สดุดี 120 การอยู่ใกล้ผู้เกลียดสันติ
สดุดี 121 พระองค์ผู้ทรงดูแลปกป้อง
สดุดี 122 ไปยังพระวิหารของพระเจ้ากันเถอะ
สดุดี 123 ขอพระเมตตา
สดุดี 124 พระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา
สดุดี 125 อิสราเอลมั่นคงเพราะพระเจ้า
สดุดี 126 หว่านน้ำตาและเก็บเกี่ยวอย่างยินดี
สดุดี 127 บ้านเราพระเจ้าทรงสร้างให้
สดุดี 128 ความสุขของคนที่ยำเกรงพระเจ้า


สดุดี 129 ขอทรงตัดเชือกคนชั่วร้ายออกไป
สดุดี 130 รอคำตอบด้วยใจจดจ่อ
สดุดี 131 บทเพลงแห่งความถ่อมตนและไว้วางใจ
สดุดี 132 พระยาห์เวห์ทรงเลือกศิโยนเป็นที่ประทับ
สดุดี 133 เมื่อได้อยู่ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
สดุดี 134 มาสรรเสริญพระยาห์เวห์กันเถอะ
สดุดี 135 พระนามของพระองค์ดำรงนิรันดร์
สดุดี 136 รักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
สดุดี 137 จะร้องเพลงของพระยาห์เวห์ได้อย่างไร
สดุดี 138 องค์ผู้สูงส่งกับคนต่ำต้อย
สดุดี 139 พระดำริที่มากกว่าเม็ดทราย
สดุดี 140 ขอทรงช่วยให้พ้นจากคนปากร้าย
สดุดี 141 ขอทรงฟังเสียงร้องทูล
สดุดี 142 เมื่อข้าหมดเรี่ยวแรง
สดุดี 143 คำทูลขอที่มากมาย
สดุดี 144 พระศิลาและป้อมปราการของชีวิต
สดุดี 145 พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่
สดุดี 146 พระเจ้าแห่งยาโคบ
สดุดี 147 สรรเสริญพระองค์ผู้อยู่เหนือธรรมชาติ
สดุดี 148 มาสรรเสริญพระเจ้าด้วยกัน
สดุดี 149 คำสรรเสริญพร้อมกับการต่อสู้
สดุดี 150 ทุกสิ่งที่หายใจ สรรเสริญพระเจ้าเถิด

สุภาษิต

สุภาษิต 1 ปัญญาเรียกหา
สุภาษิต 2 ปัญญาที่ปกป้อง
สุภาษิต 3 วางใจพระเจ้าสุดใจ
สุภาษิต 4 ตั้งใจฟัง
สุภาษิต 5 เหตุใดจึงหายนะ!?
สุภาษิต 6 ชีวิตหลายด้านที่ต้องระวัง
สุภาษิต 7 เตือนเรื่องชู้
สุภาษิต 8 คำเตือนจากคุณหญิงผู้รอบรู้
สุภาษิต 9 คุณหญิงมีปัญญากับหญิงโง่
สุภาษิต 10 สารพัดสิ่งที่เตือนสติเรา

สุภาษิต 11 ความแตกต่างของคนสองแบบ
สุภาษิต 12 วิถีคนโง่กับคนมีปัญญา
สุภาษิต 13 วินัยจากท่านพ่อ
สุภาษิต 14 ฉลาดกับโง่ในชีวิตประจำวัน
สุภาษิต 15 คำตอบที่เหมาะสม
สุภาษิต 16 มนุษย์คิด พระเจ้าทรงตอบ
สุภาษิต 17 เกียรติยศของคนชรา
สุภาษิต 18 อำนาจลิ้น
สุภาษิต 19 ใจเราก็มีแผนมากมาย
สุภาษิต 20 ย่างเท้า พระเจ้าทรงกำหนด
สุภาษิต 21 ชัยชนะมาจากพระเจ้า

สุภาษิต 22 คำกล่าวจากคนมีปัญญา
สุภาษิต 23 อย่าเห็นแก่กิน
สุภาษิต 24 สติปัญญาสร้างสรรค์
สุภาษิต 25 สุภาษิตเพิ่มเติมจากโซโลมอน
สุภาษิต 26 ตอบคนโง่อย่างไรดี?
สุภาษิต 27 ความมั่งคั่งไม่ยั่งยืน
สุภาษิต 28 ความกล้าหาญของผู้เที่ยงธรรม
สุภาษิต 29 วางใจพระเจ้า ปลอดภัยแน่
สุภาษิต 30 ถ้อยคำจากท่านอากูร์
สุภาษิต 31 ถ้อยคำจากกษัตริย์เลมูเอล

ปัญญาจารย์

ปัญญาจารย์ 1 อนิจจังไปหมด
ปัญญาจารย์ 2 หาความหมายชีวิต
ปัญญาจารย์ 3 มีวาระ
สำหรับทุกสิ่ง
ปัญญาจารย์ 4 การกดขี่ที่ชั่วช้า

ปัญญาจารย์ 5 สัญญาแล้วอย่าลืม
ปัญญาจารย์ 6 ความอยากที่ไม่สิ้นสุด
ปัญญาจารย์ 7 สิ่งที่ยากเกินเข้าใจ
ปัญญาจารย์ 8 ไม่อาจเข้าใจได้หมด

ปัญญาจารย์ 9 ปลายทางของทุกคน
ปัญญาจารย์ 10 เมื่อคนโง่เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
ปัญญาจารย์ 11 ถึงไม่รู้อนาคต ก็เตรียมตัวไว้
ปัญญาจารย์ 12 ชีวิตตอนปลาย

โฮเชยา

โฮเชยา 1 การแต่งงานที่น่าพิศวง
โฮเชยา 2 พระเมตตาต่อคนทรยศ
โฮเชยา 3 ไถ่ตัวกลับมา
โฮเชยา 4 คดีของพระเจ้า
โฮเชยา 5 การลงโทษที่ใกล้เข้ามา
โฮเชยา 6 กลับมารู้จักพระเจ้า
โฮเชยา 7 ผลจากการคดโกง

โฮเชยา 8 พาตัวเองสู่หายนะ
โฮเชยา 9 จะได้เร่ร่อน
โฮเชยา 10 หลงทางเพราะมั่งคั่ง
โฮเชยา 11 รักที่ไม่ยั้งหยุด
โฮเชยา 12 คดีฟ้องร้องเอฟราอิม
โฮเชยา 13 พระพิโรธ!
โฮเชยา 14 กลับใจเสียเถอะ!

อาโมส

อาโมส 1 พิพากษาตามเมืองต่าง ๆ
อาโมส 2 ยูดาห์ อิสราเอลก็หนีไม่พ้น
อาโมส 3 ทำไมทรงลงโทษอิสราเอล?
อาโมส 4 เตรียมตัวพบพระเจ้าของเจ้า
อาโมส 5 คร่ำครวญเพื่ออิสราเอล

อาโมส 6 วิบัติแก่ชีวิตแสนสบาย
อาโมส 7 พระเจ้าทรงเตือนด้วยจินตภาพ
อาโมส 8 ผลไม้ในตะกร้า
อาโมส 9 กลับสู่สภาพเดิม

โยเอล

โยเอล 1 กลับใจได้แล้ว
โยเอล 2 วันของพระเจ้ากำลังมา
โยเอล 3 พิพากษาและรื้อฟื้น

โอบาดีย์

โอบาดีย์ หายนะเอโดม

โยนาห์

โยนาห์ 1 คำสั่งที่ต้องหนี
โยนาห์ 2 จากที่ลึกใต้ทะเล


โยนาห์ 3 ชาวนีนะเวห์ฟังคำเตือน
โยนาห์ 4 โยนาห์โกรธพระเมตตา

มีคาห์

มีคาห์ 1 วิบัติเหนืออิสราเอล
มีคาห์ 2 ลงโทษและรวบรวมคืนมา
มีคาห์ 3 ศิโยนร้างเพราะเจ้า
มีคาห์ 4 พระยาห์เวห์จะทรงครอง

มีคาห์ 5 จากเมืองเล็ก ๆ ของเผ่ายูดาห์
มีคาห์ 6 คดีฟ้องร้องยูดาห์
มีคาห์ 7 ทรงเป็นแสงสว่างของข้า

นาฮูม

นาฮูม 1 พระเจ้าแห่งอิสราเอล
นาฮูม 2 เราต่อต้านเจ้า
นาฮูม 3 วิบัติแก่นครโลหิต

ฮาบากุก

ฮาบากุก 1 เหตุใดพระเจ้าทรงนิ่ง?
ฮาบากุก 2 วิบัติทั้งห้า
ฮาบากุก 3 พระเจ้าผู้ทรงเป็นกำลัง

เศฟันยาห์

เศฟันยาห์ 1 ประกาศการกวาดล้าง
เศฟันยาห์ 2 จงกลับมาก่อนที่จะสายไป
เศฟันยาห์ 3 ชนชาติที่ทรงทำให้บริสุทธิ์

ฮักกัย

ฮักกัย 1 สิ่งสำคัญอันดับแรก
ฮักกัย 2 คำเตือน พระสัญญา และแหวนตรา

เศคาริยาห์

เศคาริยาห์ 1 สองจินตภาพแรก
เศคาริยาห์ 2 จินตภาพสายวัด
เศคาริยาห์ 3 จินตภาพท่านโยชูวา
เศคาริยาห์ 4 จินตภาพคันประทีป
เศคาริยาห์ 5 จินตภาพหนังสือม้วนและหญิงในตะกร้า
เศคาริยาห์ 6 จินตภาพเรื่องรถม้าศึกทั้งสี่
เศคาริยาห์ 7 แผ่นดินจะถูกทิ้งร้าง

เศคาริยาห์ 8 รื้อฟื้นนครเยรูซาเล็ม
เศคาริยาห์ 9 กษัตริย์องค์แท้จริงจะเสด็จกลับมา
เศคาริยาห์ 10 เราจะนำพวกเขากลับมา
เศคาริยาห์ 11 ประเด็นเรื่องผู้เลี้ยง
เศคาริยาห์ 12 ในวันนั้น
เศคาริยาห์ 13 สังหารผู้เลี้ยง
เศคาริยาห์ 14 พระยาห์เวห์ทรงครอบครอง

มาลาคี

มาลาคี 1 เจ้าทำอะไรลงไป?
มาลาคี 2 คำเตือนมายังปุโรหิต


มาลาคี 3 บันทึกความทรงจำ
มาลาคี 4 วันแห่งองค์พระยาห์เวห์

ลูกา 12 ไม่กังวลต่อไป

ระวังหน้ากาก

เกรงกลัวพระเจ้ากว่าใคร ๆ

ยอมรับพระคริสต์ต่อหน้าใคร ๆ

อุปมาเศรษฐีที่ใจมืด

อย่ากังวล

คนรับใช้ที่ดีและเลว

พระเยซูนำความแตกแยก?

สังเกตการณ์ล่วงหน้า

ตกลงกันเสียก่อน

ลูกา 13 กลับใจสำคัญ, ศาสนาปลอม…

เวลาอ่านเรื่องนี้ ถ้าจะอ่านต่อกันก็คืออ่านคอลัมน์ซ้ายสุดลงไปด้านล่าง ส่วนคอลัมน์ที่สาม สี่ เป็นตัวช่วยให้ผู้อ่านได้ค้นคว้าต่อยอดด้วยตนเอง

ไม่เว้นสักคนที่ต้องกลับใจ

อุปมาเล่าการพิพากษาของพระเจ้า

หลังไม่โกงแล้ว! ดีใจที่สุดในโลก!!

อุปมาเปรียบอาณาจักรของพระเจ้า

คนแรกและคนสุดท้าย

แค่นี้ไม่ทำให้หยุดหรอก!

ยอห์น 5 พยานทั้งห้าของพระบุตรพระเจ้า

เดินได้ทันที!

ประเด็นเดิม-สะบาโต

สิทธิอำนาจของพระบุตร

แหล่งพยานทั้งห้าของพระบุตร

อธิบายเพิ่มเติม ยอห์น 5

เดินได้ทันที

 ยอห์น 5:1-15 หมายสำคัญที่สาม   ทรงรักษาคนเป็นอัมพาต 

ต่อมา พระเยซูทรงขึ้นไปเยรูซาเล็มในงานเทศกาลหนึ่งของยิว  ที่ประตูแกะทางเหนือของเยรูซาเล็ม   ที่สระเบเธสดา หรือบางคนเรียก เบธไซดา (บ้านแห่งความเมตตา)   มีคนป่วยนอนรอน้ำกระเพื่อมอยู่มากมาย  (มีการอธิบายว่า เมื่อมีน้ำใต้สระพลุ่งเข้ามาเป็นระลอก  น้ำนั้นจะอุ่นและน่าจะมีแร่ธาตุที่ช่วยให้คนเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและไขข้อต่าง ๆ รู้สึกดีขึ้น) 
ชายคนที่เราพูดถึงเดินไม่ได้ และดูเหมือนว่าโรคนี้เป็นผลจากบาปของเขาเอง (ข้อ 14 ) จากคนที่ป่วยมากมายรายล้อมอยู่ พระเยซูทรงยื่นความช่วยเหลือไปให้เขาคนเดียวเท่านั้น  ทรงถามง่าย ๆ ว่าอยากหายป่วยไหม แปลก ทำไมทรงรักษาแค่คนเดียวในวันนั้น?
เขาบอกว่า ไม่มีใครช่วยพาเขาลงน้ำ  นี่บอกว่าเขาอยากหาย  พระเยซูทรงสั่งให้เขาหยิบเสื่อนอนแล้วเดิน  เขาก็ลุกขึ้น หายโรคทันที และนี่เองทำให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย   จากคนเดินไม่ได้กลายเป็นคนเดินคล่องพร้อมหอบหิ้วที่นอนไปด้วย  คนที่อยู่ตรงนั้นเห็นว่าเขาหายป่วยจริง ปกติแล้วถ้าง่อยมานาน กว่าจะลุกกว่าเดินมันต้องใช้เวลาขยับเนื้อขยับตัว  แต่ชายคนนี้กลับทำได้ทันควัน  
พระเมสสิยาห์มาแล้วจริงใช่ไหม?  พระเยซูทรงใช้การรักษาโรควันสะบาโตมาบอกให้ยิวรู้ว่า พระองค์คือใคร ทำไมทรงมีสิทธิที่จะรักษาโรคในวันสะบาโต  ทุกครั้งทำให้พวกยิวโกรธ
มัทธิว 12:1-14  ศิษย์เด็ดรวงข้าววันสะบาโตก็ผิดในสายตายิวแล้ว
ยอห์น 9:14 รักษาชายตาบอดในวันสะบาโต
เยเรมีย์ 17:21-22 พระเจ้าทรงสั่งให้คนไม่ทำงานในวันสะบาโต

ยอห์น 5:14-16 พระเยซูทรงเตือนชายคนนั้นว่าถ้าไม่ระวังจะเจอหนักกว่านี้

  พระเยซูทรงหลบไปสักพักแล้วมาเจอชายที่หายโรคอีกที เขาจึงรู้ว่า ท่านที่ช่วยให้เขาเดินได้คือพระเยซู จึงรีบกลับไปบอกยิว ชายคนนี้โยนความผิดเรื่องที่เขาแบกที่นอนไปให้พระเยซู   ดูไปแล้วชายคนนี้อาจไม่ได้กลับใจเสียด้วยซ้ำ การเตือนของพระเยซู นิสัยใจคอของเขา ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนไร้กตัญญู 
ยอห์น 8:11 พระเยซูไม่เอาโทษหญิงที่ถูกจับมา
ยอห์น 8:37 เจ้าหาโอกาสฆ่าเรา เพราะไม่เชื่อคำสอนของเรา
ยอห์น 10:39 พวกเขาพยายามจับพระเยซูอีกครั้ง แต่ทรงรอดไปได้

ยอห์น 5:17-18  พระเยซูทรงให้เหตุผลที่ทรงทำในสะบาโต

พระบิดาของเราทรงทำงานอยู่ และเราก็ทำด้วยเหมือนกัน   หลักการตรงนี้ของพระองค์ชัดเจนมาก   พระเจ้าทรงให้ทุกอย่างในธรรมชาติดำเนินต่อไปไม่ว่าจะเป็นวันไหน  ดังนั้นพระเยซูผู้ทรงเป็นพระบุตรพระเจ้า จึงทรงทำเช่นเดียวกัน
ในขณะที่พวกยิว ธรรมาจารย์สนใจว่า ทุกคนจะต้องรักษากฎ แต่พระเยซูกลับทรงก้าวข้ามกฎเหล่านั้นให้เห็น   ท้าทายพวกเขามาก  ที่พระเยซูทรงยืนยันว่า พระเจ้าของอิสราเอลเป็นพระบิดาของพระองค์ ก็เป็นอีกประเด็นที่ทำให้พวกเขาเกลียดชังพระองค์ 
ยอห์น 9:4  เราต้องทำงานของพระบิดาเมื่อยังเป็นกลางวัน
ยอห์น 17:4 ข้าพระองค์ถวายเกียรติแด่พระองค์ในโลก เพราะทำงานของพระองค์สำเร็จแล้ว

สิทธิอำนาจของพระบุตร

ยอห์น 5: 19-20  พระเยซูทรงอธิบายความสัมพันธ์ของพระองค์กับพระบิดา

พระเยซูทรงบอกพวกเขาว่า พระบุตรไม่ทำอะไรด้วยตัวเอง แต่เห็นพระบิดาทรงทำอะไรก็ทรงเช่นนั้นเหมือนกัน
คำของพระองค์ = พระบุตรทำอะไรตามลำพังไม่ได้เลย เพราะทั้งสองเป็นหนึ่งเดียวกันแนบสนิท
คำพูดนี้ ยืนยันว่าทรงเป็นพระเจ้าและเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา
พวกเขาจะได้ประหลาดใจเพราะต่อมาพระบิดาทรงให้พระเยซูคืนชีพและให้พระองค์เป็นผู้พิพากษามนุษยชาติด้วย(ข้อ 22)
ยอห์น 6:38 เราลงมาจากสวรรค์เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามา
ยอห์น 14:10 เราอยู่ในพระบิดา พระบิดาอยู่ในเรา คำที่เรากล่าวเกิดจากพระบิดาผู้สถิตในเราทรงทำกิจของพระองค์

ยอห์น 5: 21-23 งานของพระบิดาและพระบุตร

พระเยซูทรงยืนยันชัดเจนว่า ทรงมีสิทธิที่จะทำให้คนคืนชีพได้ซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก ทรงบอกด้วยว่า ทรงมีทั้งอำนาจสูงสุดและอิสระที่จะทำ ไม่เหมือนเหล่าผู้เผยพระคำที่มีอำนาจจำกัด อีกแล้วที่น่าโมโหสำหรับคนยิว พวกเขาเชื่อว่า พระเจ้าเท่านั้นที่จะพิพากษามนุษย์ คำของพระเยซู เร้าอารมณ์โกรธพลุ่งพล่าน

ยอห์น 11:25 เราเป็นการคืนชีพและเป็นชีวิต คนที่วางใจในเราแม้ว่าตายไปแล้วแต่เขาจะมีชีวิต
กิจการ 17:31 พระเจ้าจะทรงพิพากษาตามความชอบธรรม โดยบุคคลที่พระองค์ทรงกำหนดไว้
1 ยอห์น 2:23  คนที่ปฏิเสธพระบุตรไม่มีพระบิดา คนที่รับพระบุตรก็มีพระบิดาด้วย   

ยอห์น 5:24-27  จากความตายสู่ชีวิตในพระบุตรของพระเจ้า

พระเยซูตรัสว่า คนที่ฟังคำเราและเชื่อพระบิดาจะมีชีวิตนิรันดร์ ไม่ต้องถูกพิพากษา แต่ผ่านจากความตายสู่ชีวิต คนตายจะได้ยินเสียงพระบุตรของพระเจ้า เมื่อได้ยินจะมีชีวิต ทรงให้พระบุตรมีอำนาจพิพากษาด้วยเพราะทรงเป็นบุตรมนุษย์  คำตรัสของพระองค์ บอกให้ผู้นำศาสนารู้ว่า พระองค์ทรงเป็นมากกว่ามนุษย์แน่นอน

ยอห์น 3:16 ทุกคนที่วางใจพระบุตร จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ 
โคโลสี 2:13  ท่านตายแล้ว.. แต่ พระเจ้าทรงให้ท่านมีชีวิตร่วมกับพระคริสต์  ทรงอภัยการละเมิดทั้งสิ้น สดุดี  36:9 น้ำพุแห่งชีวิตอยู่กับพระองค์ เราเห็นความสว่างได้โดยสว่างของพระองค์
กิจการ 10:42 พระเจ้าทรงตั้งพระเยซูให้เป็นผู้พิพาษาทั้งคนเป็นและคนตาย

ยอห์น 5:28-30 ความจริงเรื่องการพิพากษาโดยพระบุตร

ในข้อ25 พระเยซูตรัสว่า คนที่มีชีวิตนิรันดร์จะได้ยินเสียงของพระองค์และมีชีวิต  ตอนนี้ทรงกล่าวว่า คนที่อยู่ในหลุมศพจะได้ยินเสียงของพระองค์ ยังไงกัน??? ตอนนี้ทรงพูดถึงการคืนชีพของมนุษยชาติ  คนทำดี กับคนทำชั่วจะถูกตัดสินต่างกัน  พวกเขาจะอยู่นิรันดร์ นอกเหนือไปจากชีวิตสั้น ๆ ในโลกนี้ พระองค์จะทรงเป็นผู้ทำให้พวกเขาคืนชีพขึ้นมา
การพูดเช่นนี้ทำให้ผู้นำศาสนาอึ้งเลยทีเดียว … ทรงบอกเขาว่า พระองค์ทรงตัดสินอย่างยุติธรรม ทรงมีสิทธิ มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้พิพากษา   และทรงยืนยันคำเดิมว่า พระองค์ไม่ทำอะไรตามใจพระองค์เอง แต่ทำตามพระทัยพระบิดา

1 เธสะโลนิกา 4:15-17 พระเยซูจะทรงกลับมา คนที่ตายไปในพระองค์จะเป็นขึ้นมาก่อน 
อิสยาห์ 26:19 คนตายของพระองค์จะมีชีวิตขึ้นอีก
ดาเนียล 12:2  คนที่หลับในผลคลีแห่งแผ่นดินจะตื่นขึ้น

แหล่งพยานทั้งห้าของพระเยซู

ยอห์น 5:31-32 ห้าแหล่งคำพยาน   ว่าพระเยซูคือใคร

พระเยซูตรัสว่า ถัาเราเป็นพยานเพื่อตัวเอง คำพยานก็ไม่น่าเชื่อถือ พระเยซูทรงบอกเองว่า ต้องเป็นผู้อื่นที่เป็นพยาน ไม่ใช่พระองค์ (เฉลยธรรมบัญญัติ 19:15  กันดารวิถี 35:30)  แลัวพระองค์ก็ทรงบอกถึงห้าแหล่งพยาน ที่ยืนยันพระองค์คือพระบุตร ทรงเท่าเทียมกับพระบิดา
ยอห์น 8:14 คำพยานของเราจริง เพราะเรารู้ว่าเรามาจากไหน และจะไปไหน
มัทธิว 3:17 มีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า ท่านนี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราพอใจท่านมาก

ยอห์น 5: 33-35  คำพยานของยอห์น

พวกผู้นำศาสนาได้ยินยอห์นพูดถึงพระเยซูแล้ว แล้ว เขาควรเชื่อยอห์นซึ่งเป็นเหมือนตะเกียงที่ส่องสว่างให้เห็นความจริง  พวกเขาได้ยินยอห์นพูดเรื่องพระเมสสิยาห์ แต่พอมาเจอพระเยซูกลับไม่รับ 
แต่มีผู้หนึ่งเป็นพยานถึงเรา  พยานนั้นเป็นจริง คำนี้กรีกหมายถึง อีกคนที่เป็นแบบเดียวกัน อัลโลส  ยอห์น 8:14 ตรัสว่าคำพยานของพระองค์เป็นจริง
ยอห์น 1:15,19,27,32  ยอห์นเป็นพยานให้พระองค์
2 เปโตร 1:19 ให้เราสนใจคำเผยพระวจนะ 
มาระโก 6:20  แม้เฮโรดยังเกรงกลัวและฟังยอห์น 

ยอห์น 5:36 คำพยานจากงานของพระเยซู

พระเยซูมีพยานใหญ่กว่าของยอห์น นั่นคือ งานที่พระเจ้าทรงให้พระองค์ทำจนสำเร็จ งานนั้นพิสูจน์ว่าทรงมาจากพระบิดาแน่ ๆ  จากการที่ทรงรักษาชายที่ป่วยมา 38 ปีหยก ๆ นี่เป็นหนึ่งในงานของพระองค์ การที่พระเยซูใส่พระทัยคนยากจน คนป่วย ไม่ได้เป็นพระเมสสิยาห์แบบที่พวกเขาต้องการ   พวกเขาอยากเห็นเมสสิยาห์องค์จอมทัพ เป็นนักรบ นักการเมืองที่กล้าหาญ   สิ่งที่พระองค์ทำไม่ถูกใจพวกเขาเลยสักนิด พวกเขาไม่อาจรับพระองค์ในฐานะพระบุตรพระเจ้าได้  (ยอห์น 1:29-34)

ยอห์น 5: 36 คำพยานจากงานของพระเยซู

พระเยซูมีพยานใหญ่กว่าของยอห์น นั่นคือ งานที่พระเจ้าทรงให้พระองค์ทำจนสำเร็จ งานนั้นพิสูจน์ว่าทรงมาจากพระบิดาแน่ ๆ  จากการที่ทรงรักษาชายที่ป่วยมา 38 ปีหยก ๆ นี่เป็นหนึ่งในงานของพระองค์ การที่พระเยซูใส่พระทัยคนยากจน คนป่วย ไม่ได้เป็นพระเมสสิยาห์แบบที่ พวกเขาต้องการ   พวกเขาอยากเห็นเมสสิยาห์องค์จอมทัพ เป็นนักรบ นักการเมืองที่กล้าหาญ   สิ่งที่พระองค์ทำไม่ถูกใจพวกเขาเลยสักนิด พวกเขาไม่อาจรับพระองค์ในฐานะพระบุตรพระเจ้าได้  (ยอห์น 1:29-34)
1 ยอห์น 5:9  พยานของพระเจ้ายิ่งใหญ่กว่ามนุษย์
ยอห์น 3:2  ไม่มีใครทำหมายสำคัญที่ท่านทำได้ นอกจากพระเจ้าสถิตกับเขา
ยอห์น 10:25 สิ่งที่เราทำในนามพระบิดาก็เป็นพยานให้เรา
ยอห์น  17:4 ข้าพระองค์ถวายเกียรติแด่พระองค์ในโลก เพราะทำราชกิจที่ทรงให้ทำสำเร็จ
ยอห์น   9:16  ยิวไม่เชื่อว่าชายตาบอดมองเห็น แต่เมื่อได้คุยกับพ่อแม่เขาจึงยอมรับ
ยอห์น  10:38 ถ้าเจ้าไม่วางใจในเรา ก็วางใจเพราะพระราชกิจที่เราทำเถิด

ยอห์น 5: 37-38  คำพยานจากพระบิดา

พระบิดาทรงยืนยันว่า พระเยซูคือใครตอนที่พระองค์ทรงรับบัพติศมา  เสียงจากสวรรค์และพระวิญญาณที่ลงมาเหนือพระเยซูดุจนกพิราบ เรื่องนี้ ต้องเป็นที่รู้กันในหมู่คนยิว ต้องมีการคุยกันเยอะเพราะมีคนเห็นและเอาไปพูดต่ออย่างแน่นอน 
ลูกา 3:22    เหตุการณ์สุรเสียงจากสวรรค์
มัทธิว 3:17  มีเสียงจากสวรรค์กล่าวว่า ท่านนี้เป็นบุตรที่รักของเรา เราพอใจท่านมาก

ยอห์น 5:39  คำพยานจากพระคำ

ค้นพระคำเพื่อหาชีวิตนิรันดร์  ทั้ง ๆ ที่พระคำเหล่านั้นยืนยันถึงพระเยซูอยู่แล้ว พวกเขาเรียน พระคัมภีร์เดิม อ่าน ท่อง จำ ศึกษา เอาใจใส่ คิดอยู่ว่าการสำแดงของพระเจ้าจะทำให้พวกเขาได้พบชีวิตนิรันดร์  หากเขาค้นจริง หาจริง เขาต้องพบความจริงสิ   แต่ทำไมจึงไม่เจอ …???
พวกเขาไม่ได้มีพระคำของพระเจ้าในวิญญาณจิตจริง ๆ  มีอยู่ในสมอง แต่ไม่ได้เกิดผลเป็นชีวิตฝ่ายวิญญาณเลย 
อิสยาห์ 8:20 ไปดูธรรมบัญญัติและคำพยาน
อิสยาห์ 34:16 จงค้นและอ่านจากหนังสือของยาห์เวห์
ลูกา 24:27  พระเยซูทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้ศิษย์ทั้งสองฟัง

ยอห์น 5:40-44 เหตุผลที่พวกเขาไม่เชื่อ

คือ เขาไม่เต็มใจทั้ง ๆ ที่มีพยานเหลือเฟือ  พวกเขาไม่ได้รักพระเจ้าจริง พระเยซูยังทรงพยากรณ์ล่วงหน้าด้วยว่า พวกเขาจะชอบและเข้าหาคนที่เป็นผู้ต่อต้านพระองค์ ซึ่งจะมาแน่ในอนาคต การที่เขาไม่ยอมรับพระเยซูเป็นเหมือนประตูเปิดรับสิ่งที่หลอกลวง   (2 เธสะโลนิกา 2: 4, 8-12)  ต่อมาในประวัติศาสตร์ของยิวเราพบว่า มีคนที่อ้างตัวเป็นพระคริสต์หลอกให้คนติดตามมาโดยตลอด 
ยอห์น 1:11 พระองค์มายังบ้านเมืองของพระองค์ แต่คนของพระองค์ไม่รับพระองค์ 
ยอห์น 3:19 หลักการพิพากษา ความสว่างเข้ามาในโลก แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่า
ยอห์น  12:43 พวกเขารักการชมเชยจากมนุษย์มากกว่าจากพระเจ้า

ข้อ 45-47 คำพยานจากโมเสส

พระเยซูทรงบอกพวกเขาว่าพวกเขาวางใจโมเสส แต่เขากลับไม่เชื่อสิ่งที่โมเสสเขียนไว้เกี่ยวกับพระองค์  โมเสสได้ชี้ว่า จะมีผู้เผยพระคำแบบท่านเองเกิดขึ้นในอนาคต และขอให้ทุกคนได้เชื่อฟังท่าน (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15-19)  แต่กลับไม่มีใครฟังโมเสส   ถ้าเขาเชื่อโมเสสจริง ๆ เขาจะเชื่อพระเยซูด้วย ความจริงคือพวกเขาไม่ยอมรับคำของโมเสส 
ลูกา 16:29,31 เขามีโมเสสและผู้เผยพระคำแล้ว ให้เขาเชื่อคนเหล่านั้นเถิด