สดุดี 142 เมื่อข้าหมดเรี่ยวแรง

เพลงแห่งความรอบรู้ของดาวิด

1 ข้าร้องเรียกหาพระยาห์เวห์ ด้วยเสียงของข้า
ข้าร้องทูลขอพระเมตตาจากพระยาห์เวห์ ด้วยเสียงของข้า
2 ข้าเทคำคร่ำครวญต่อออกมาต่อพระพักตร์ และ
เล่าถึงความทุกข์ใจต่อพระองค์
3 เวลาที่จิตวิญญาณของข้าอ่อนระโหยโรยแรง
พระองค์ทรงทราบทางของเขา
บนหนทางที่ข้าเดิน พวกเขาซ่อนกับดักไว้ดักข้า

4 ข้ามองไปทางขวา แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นข้า
ไม่มีที่ลี้ภัยให้ไปหลบ ไม่มีใครสนใจวิญญาณของข้า
5 โอพระยาห์เวห์
ข้าร้องทูลต่อพระองค์ ข้ากล่าวว่า
“พระองค์ทรงเป็นที่ลี้ภัยของข้า
ทรงเป็นทุกสิ่งของข้าในแผ่นดินคน

6 ขอทรงฟังเสียงร้องของข้า เพราะข้าตกต่ำลงไปมาก
ขอทรงช่วยกู้ข้าจากผู้ที่ข่มเหงข้า
เพราะพวกเขาแข็งแรงกว่าข้ามากนัก
7 ขอทรงพาข้าออกมาจากที่คุมขัง
เพื่อข้าจะได้ขอบพระคุณพระนามของพระองค์
คนเที่ยงธรรมจะอยู่ล้อมรอบข้า
เพราะพระองค์ทรงทำแก่ข้าเป็นอย่างดี “

พระคำเชื่อมโยง


1* สดุดี 3:4 ; 30:8
2* อิสยาห์ 26:16] ; สดุดี 102,
3* สดุดี77:3 ; 140:5
4* สดุดี 69:20; 16:8 ; 31:11 ;โยบ 11:20; เยเรมีย์ 25:35
5* สดุดี 14:6 ; 16:5 ; 27:13
6* สดุดี 17:1; 79:8 ; 18:17
7* อิสยาห์ 42:7; สดุดี 143:11; 13:6

จากข้อเขียนในบทนี้ เราเห็นเลยว่า ดาวิดอยู่คนเดียว ข้อสี่บอกว่าไม่มีใครสังเกตเห็นท่านเลย
แต่ในขณะเดียวกันท่านรู้ดีว่า พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัย ทรงเป็นทุกอย่างของชีวิต แม้ว่าจะถูกข่มเหงอย่างหนัก
จากคนที่แข็งแกร่งกว่า มีจำนวนมากกว่า เวลานี้ท่านเหนื่อยอ่อน ไม่มีแรงที่จะสู้ต่อไป แต่ท่านหันมาหาพระเจ้า ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากมนุษย์ แต่ขอพระเจ้าทรงฟัง ทรงช่วยกู้ ขอทรงนำพามาจากที่จำจองไว้ (ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นถ้ำที่ท่านแอบซ่อนตัวจากศัตรู)
และในชีวิตของเราทุกคนก็มีโอกาสที่จะตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน … มีเวลาที่เราร่ำร้องต่อพระเจ้าด้วยเสียงอันดัง ขอพระองค์ทรงฟัง เล่าให้พระองค์ฟังทุกอย่างที่อยู่ในใจ มีเวลาที่เรารู้สึกไปไหนไม่ได้ จนตรอก หาทางออกไม่เจอ ไม่มีใครช่วย ในเวลานั้นเป็นเวลาที่มาหาพระเจ้าดีที่สุด

สดุดี 141 ขอทรงฟังเสียงร้องทูล

 ส่วนหนึ่งของภาพ เสก็ตช์โดย
Rembrandt, King David at Prayer 1652

สดุดีของดาวิด

ความเร่าร้อนใจของดาวิด
1 โอ พระยาห์เวห์
ข้าร้องหาพระองค์ ขอทรงรีบมาหาข้าด้วย
ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังเสียงของข้า
เมื่อข้าร้องทูลต่อพระองค์
2 ขอให้คำอธิษฐานของข้า
เป็นดั่งเครื่องหอมต่อพระพักตร์ของพระองค์
ขอให้การชูมือขึ้นนั้น เป็นเครื่องบูชาเวลาเย็น

ถวายตัวอีกครั้ง
3 โอ พระยาห์เวห์ ขอทรงระแวดระวังปากของข้า
ขอทรงเฝ้ามองประตูริมฝีปากของข้า
4 ขออย่าทรงยอมให้ใจของข้าหันหาความชั่วใด ๆ
อย่าให้ข้าสนใจกับการกระทำที่ชั่วร้าย
หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนที่ทำชั่ว
และอย่าให้ข้ากินอาหารที่อร่อยของพวกเขาเลย
5ขอให้คนเที่ยงธรรม ตีสอนข้า เพราะนั่นคือน้ำใจ
ให้เขาตักเตือนข้า เพราะนั่นคือน้ำมันเจิมศีรษะข้า
อย่าให้ศีรษะของข้าปฏิเสธคำเตือนของเขา
ถึงกระนั้น ข้าก็ยังต่อต้านความชั่วร้ายของคนอธรรมอยู่
6 เมื่อเหล่าผู้พิพากษาของพวกเขาถูกโยนลงมาจากหน้าผา
คนทั้งหลายก็จะฟังคำของข้า เพราะเป็นคำที่อ่อนโยน
7 กระดูกของพวกเรากระจัดกระจายที่ปากทางแดนตาย
เหมือนกับดินที่ถูกไถและแตกกระจายออกมา
8 แต่สายตาของข้าจับจ้องอยู่ที่พระองค์ โอพระเจ้า
องค์พระยาห์เวห์ ข้าเข้าไปหลบภัยในพระองค์
ขออย่าทรงปล่อยให้วิญญาณของข้าต้องรับอันตรายใด ๆ
9 ขอทรงช่วยข้าให้พ้นจากกับดักที่เขาเตรียมไว้ให้ข้า
จากบ่วงแร้วของคนที่ทำการชั่ว
10 ขอให้คนชั่วร้ายตกลงไปในบ่วงแร้วของพวกเขาเอง
ในขณะที่ข้าหนีไปอย่างปลอดภัย

พระคำเชื่อมโยง

1สดุดี 40:13; 70:5 2 ลูกา 1:10; วิวรณ์ 5:8; 8:3, 4
สดุดี 28:2; อพยพ 29:41
3* สดุดี 34:13; ,มีคาห์ 7:5
4* สดุดี 119:36 ; 94:4 ; สุภาษิต 23:6
5 สุภาษิต 9:8; 19:25; 25:12; 27:6; ปัญญาจารย์ 7:5; สดุดี 109:4
6* 2 พงศาวดาร 25:12; ลูกา 4:29; สดุดี 141:6
7* สดุดี 53:5;เอเสเคียล 37:1; สดุดี 141:7
8* สดุดี 25:15 ;11:1; 141:8
9* สดุดี 140:5
10* สดุดี Ps. 7:15

สดุดี 141:1-2
วันนั้น ท่ามกลางที่ประชุม ท่านขอให้คำอธิษฐานเป็นดั่งเครื่องหอมที่เผาถวายพระเจ้า ท่านชูมือขึ้นบ่งบอกว่า อยากจะอยู่ใกล้พระองค์ ขอพระองค์ทรงมองเห็น… สิ่งที่ดาวิดทำคือ ร้องทูลอธิษฐาน ชูมือขึ้นเป็นสัญญลักษณ์ของเครื่องหอมและเครื่องบูชา
คนที่พระเจ้าทรงใช้มาก คือคนที่เข้าใจว่าต้องอธิษฐานมาก เพราะว่านั่นคือ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดในการที่จะก้าวสู้กับศัตรู

สดุดี141:3-10
แม้ว่าจะอธิษฐานขอพระเจ้าทรงจัดการกับศัตรู แต่อย่างแรกของดาวิดคือ ท่านขอให้พระเจ้าทรงระวังคำพูดของท่านนั้น ทำให้เห็นว่านี่เป็นคำอธิษฐานที่มีปัญญา บทที่แล้วเราเห็นว่า คนที่เป็นศัตรูคือคนที่ใช้ปากเป็นอาวุธ ดาวิดไม่ต้องการให้ตัวท่านเองเป็นเช่นนั้น
ท่านยังขอพระเจ้าที่ท่านจะไม่ตกหลุมไปทำการชั่วร้ายกับคนชั่ว (บางทีความชั่วรุนแรงจนเราเข้าไปเป็นพวกเขา)
ท่านขอให้พระเจ้าทรงช่วยให้ท่านยอมฟังคำเตือนจากคนของพระเจ้า เพราะคำเหล่านั้น เป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้ชีวิตสดชื่น เป็นดั่งน้ำมันเจิมชำระชีวิต
ท่านรู้ว่าการเตือนของผู้ชอบธรรมมาจากพระเจ้า ดังนั้นท่านจึงต้องฟังให้ดี และขอให้ตนเองเปิดใจรับฟังคำที่มาจากคนของพระเจ้า
ตรงนี้ดูเหมือนเป็นข้อสั้น ๆ แต่นี่คือเคล็ดลับของความสำเร็จ คนที่รับการสอนได้ คือคนที่จะก้าวไปข้างหน้า แต่คนที่ไม่ฟังคำเตือน หรือคำสอนใด ๆ นั้นคือ โง่ที่คิดว่าตนฉลาด
ข้อ 6 เมื่อพระเจ้าทรงพิพากษาจัดการผู้นำของศัตรู
ดาวิดทูลขอพระเจ้าให้ประชาชนฝ่ายนั้น ฟังเสียงของท่านที่กล่าวออกมาอย่างมีพลัง
ข้อ 7 เป็นข้อที่ยากจะเข้าใจ ดาวิดอาจบรรยายให้เห็นว่า หากคนชั่วชนะ คนฝ่ายพระเจ้าจะเป็นอย่างไร
ข้อ 8-10 ขณะที่ดาวิดอธิษฐาน ดวงตาฝ่ายวิญญาณของท่านมองตรงไปที่พระเจ้า และขอหลบภัยในพระองค์เท่านั้น ขอพระเจ้าให้พ้นกับดักศัตรู เราเองต้องขอพระเจ้าให้เราพ้นกับดักมารที่มีอยู่รอบตัว มีอยู่ตรงหน้าเรา จ่ออยู่ทุกวัน …

สดุดี 140 ขอทรงช่วยให้พ้นจากคนปากร้าย

ถึงหัวหน้านักร้อง เพลงสดุดีของดาวิด

คำร้องทูลจากดาวิด
1 โอ พระยาห์เวห์
ขอทรงช่วยกู้ข้าให้พ้นจากคนชั่วด้วยเถิด
ขอทรงป้องกันข้าจากคนที่ใช้ความรุนแรง
2 ผู้ที่วางแผนชั่วไว้ในใจ
ก่อกวนให้เกิดสงครามไม่หยุดยั้ง
3 เขาลับลิ้นให้คมราวกับลิ้นของงู
และใต้ริมฝึปากของเขามีพิษร้ายของงู

4โอ พระยาห์เวห์
ขอทรงปกป้องข้าให้พ้นจากมือของคนชั่ว
ขอทรงพิทักษ์ข้าไว้จากคนโหดร้าย
ที่วางแผนทำให้ข้าลื่นล้มลง
5 คนหยิ่งยโสได้ซ่อนกับดักไว้ดักข้า
และกางตาข่ายไว้พวกเขาวางบ่วงแร้วไว้ ดักข้า
6 ข้าทูลต่อพระยาห์เวห์ว่า
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้า
ขอทรงเงี่ยพระกรรณฟังเสียงร้องขอ
ความเมตตาจากข้าด้วย

7 โอ พระยาห์เวห์
พระยาห์เวห์ของข้า
ทรงเป็นกำลังแห่งความรอดของข้า
พระองค์ทรงปกป้องศีรษะของข้า
ในวันที่ข้าสู้รบ
8 โอ พระยาห์เวห์
ขออย่าทรงให้ความต้องการ
ของคนชั่วร้ายนั้นสำเร็จผลเลย
ขออย่าทรงให้แผนของเขาคืบหน้าไป
มิฉะนั้นพวกเขาจะได้รับการยกย่อง

เซ ลาห์

ดาวิดกล่าวโทษคนชั่วร้าย
9 ขอให้หัวของคนที่ล้อมรอบข้าอยู่นั้น
ได้รับผลตอบสนอง
จากริมฝีปากที่ประสงค์ร้ายของพวกเขา
10 ขอให้ถ่านลุกโพลงสุมอยู่เหนือพวกเขา
ให้พวกเขาถูกโยนลงในกองไฟ
ลงไปในหลุมลึกที่ไม่อาจขึ้นมาได้
11 ขออย่าทรงให้คนปากร้ายมั่นคงได้ในแผ่นดิน
ขอให้ความชั่วตามล่าคนรุนแรงอย่างรวดเร็ว

ดาวิดมั่นใจในพระเจ้า
12 ข้ารู้ว่า พระยาห์เวห์จะทรงปกป้องคนที่ถูกข่มเหง
และจะประทานความยุติธรรมแก่คนยากไร้
13 แน่ทีเดียว.. คนเที่ยงธรรม
จะได้กล่าวคำขอบพระคุณพระนามของพระองค์
และคนเที่ยงตรงจะได้อยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 71:4; 119:153, 170; 18:48; สุภาษิต 3:31
2* สดุดี 56:6
3* สดุดี 52:2; 58:4; 10:7; โรม 3:13
4ดูข้อ 1 5 สดุดี 35:7; 141:9; 142:3; เยเรมีย์ 18:22 ;
โยบ 18:8-10; สดุดี 140:5 สดุดี 64:5
6* สดุดี 142:5; 28:2; 31:22; 130:27* สดุดี 28:8
8* สดุดี 35:25; 140:8; อิสยาห์ 14:21
9* สุภาษิต 12:13; 18:7]; สดุดี 7:16
10* สดุดี 11:6; 18:13
11*
12* สดุดี 9:4; 1 พงศ์กษัตริย์ 8:45, 49, 59
13* สดุดี 64:10; 11:7

สดุดี 140:1-8 คำร้องทูลจากดาวิด
ชีวิตของกษัตริย์ดาวิดก่อนที่จะเป็นกษัตริย์นั้น เต็มด้วยการต่อสู้ การนองเลือดไม่หยุดหย่อน ท่านต้องเผชิญกับความเกลียดชังที่โหดร้าย ศัตรูที่ใช้ความรุนแรง โดยเริ่มจากคำพูดใส่ร้ายก่อน และถ้าหากเราจะดูในวันนี้ พี่น้องคริสเตียนที่ต้องเผชิญเหตุการณ์อย่างเดียวกับดาวิดนั้น ก็มีอยู่ทั่วโลก คำอธิษฐานอันร้อนใจของท่านในบทนี้ เป็นต้นแบบให้กับคนอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า สิ่งที่ท่านกล่าวคือ ทูลพระเจ้าว่า คนที่ชั่วร้ายนั้น เขาทำอย่างไร ขอพระเจ้าทรงเมตตา เพราะพระเจ้าของดาวิดยิ่งใหญ่นัก
คำอธิษฐานคือ ขออย่าให้แผนการของคนชั่วสำเร็จ … และนี่ก็เป็นคำอธิษฐานของผู้เชื่อที่กำลังเผชิญกับความชั่วร้ายอยู่

สดุดี 140:9-11 ดาวิดกล่าวโทษคนชั่วร้าย
คำจากปากที่ประสงค์ร้ายเป็นสิ่งที่เราชินกันจนเกือบจะเฉยแล้ว มันเกิดขึ้นในโลกโซเชียลอย่างรุนแรง น่ากลัว แต่ดาวิดกับเราก็เช่นกัน
การแก้แค้นไม่ได้อยู่ที่เรา แต่เป็นของพระเจ้า ดาวิดได้ขอให้ถ่านลุกโพลงสุมหัวพวกเขา ในข้อ 10 นั่นคือ ท่านกำลังขอการพิพากษาของพระเจ้า ในบทนี้ เราเห็นเลยว่า สงครามเริ่มต้นที่ปากร้าย

สดุดึ 140:12-13 ดาวิดมั่นใจในพระเจ้า
ดาวิดมีความมั่นใจในพระเจ้าอย่างไม่หวั่นไหว จะพบเจอกับศัตรูหน้าไหนท่านก็ยังเชื่อในพระเจ้าอยู่ ท่านเชื่อว่าพระเจ้าจะประทานความยุติธรรมให้ และท่านรู้ว่าท่านเป็นหนึ่งในคนเที่ยงธรรมและเที่ยงตรงเพราะท่านเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า




สดุดี 139 พระดำริที่มากกว่าเม็ดทราย

ถึงผู้นำคณะนักร้อง สดุดีของดาวิด

พระเจ้าผู้ทรงรอบรู้
1 โอ พระยาห์เวห์
พระองค์ได้สืบค้นตัวข้า และทรงรู้จักข้า
2ยามที่ข้านั่งลงหรือลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ
พระองค์ทรงตระหนักรู้ถึงความคิดของข้าแต่ไกล
3 พระองค์ทรงตรวจหนทางของข้า การล้มตัวนอนของข้า
พระองค์ทรงคุ้นเคยกับวิถีทั้งสิ้นของข้า
4 โอ พระยาห์เวห์
ดูเถิด แม้ก่อนที่ข้าจะเอ่ยคำออกมา
พระองค์ทรงทราบเนื้อความทั้งหมดแล้ว
5 พระองค์ทรงอยู่ล้อมรอบข้าทั้งหลังและหน้า
ทรงวางพระหัตถ์บนตัวข้า
6ความรู้ของพระองค์เช่นนั้น
อัศจรรย์เหนือข้า สูงเกินที่จะเข้าใจได้

พระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง
7 ข้าจะออกไปที่ใดให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้?
ข้าจะหนีไปไหนให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ได้?
8 หากข้าขึ้นไปถึงสวรรค์ พระองค์ทรงอยู่ที่นั่น
หากข้าจะลงไปนอนในแดนตาย พระองค์ก็ทรงอยู่ที่นั่นด้วย
9 หากข้าสวมใส่ปีกแห่งยามเข้า
และอาศัยอยู่สุดขอบทะเล.
10 แม้ ณ ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะทรงนำทางให้ข้า
พระหัตถ์ขวาของพระองค์จะจับข้าไว้
11 หากข้ากล่าวว่า “ความมืดบังข้าไว้แน่
หรือให้ความสว่างรอบตัวข้ากลายเป็นกลางคืน”
12 แม้ความมืด ก็ไม่มืดสำหรับพระองค์
กลางคืนก็สว่างกระจ่างราวกลางวัน
สำหรับพระองค์ ความมืดก็เป็นเหมือนความสว่าง

พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทุกด้าน
13 เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างภายในร่างของข้า
ทรงถักทอตัวข้าไว้ในครรภ์มารดา
14 ข้าสรรเสริญพระองค์
เพราะข้าถูกสร้างขึ้นมาอย่างน่าพรั่นพรึงและน่าอัศจรรย์
15 โครงร่างของข้าไม่ได้ถูกซ่อนจากพระเนตรของพระองค์
ยามที่ข้าถูกสร้างขึ้นมาในที่ลับลี้
ถูกทอขึ้นมาอย่างประณีตในที่ลึกของแผ่นดิน
16 พระองค์ทรงมองเห็นข้าตั้งแต่ตัวยังไม่เป็นรูปร่าง
เวลาทั้งสิ้นที่กำหนดให้ข้าถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระองค์
ก่อนที่เหตุการณ์แต่ละวันจะเกิดขึ้นมา
17 โอ พระเจ้าข้า พระดำริของพระองค์ที่มีต่อข้านั้น
มากมายเกินพรรณา ทรงคุณค่าสำหรับข้า
ขอทรงนำข้าไปยังหนทางนิรันดร์
18 ถ้าข้าจะนับพระดำริ ก็มีมากมายเกินกว่าเม็ดทราย
เมื่อข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็ยังคิดคำนึงถึงพระองค์

พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ ผู้ตรวจสอบจิตใจ
19 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสังหารคนชั่ว
โอ คนกระหายเลือดจงไปให้พ้นจากข้า
20 พวกเขากล่าวต่อต้านพระองค์ ด้วยเจตนาร้าย
ศัตรูของพระองค์ ใส่ร้ายพระนาม….
21 โอพระยาห์เวห์
ข้าไม่เกลียดชังคนที่เกลียดพระองค์หรอกหรือ?
22 ข้าเกลียดพวกเขาจริง ๆ ข้าถือว่าพวกเขาเป็นศัตรูของข้า
23 โอ พระเจ้า
ขอทรงค้นใจข้า และรู้ถึงจิตใจของข้า
ขอทรงทดสอบข้า และทรงหยั่งรู้ถึงความคิดของข้า
24ขอทรงตรวจดูว่า มีความเลวชั่วใด ๆ ในตัวข้าหรือไม่
และขอทรงนำข้าไปในทางนิรันดร์ ….

พระคำเชื่อมโยง


1* เยเรมีย์ 12:3; สดุดี 7:9; 17:3; 44:21
2* 2 พงศาวดาร19:27; เพลงคร่ำครวญ 3:63
โยบ 14:16; 31:4; มัทธิว 9:4; ยอห์น 2:24, 25
3*
4* ฮีบรู 4:13
5* โยบ19:8; 9:33
6* โรม 11:33 โยบ 42:3
7* เยเรมีย์ 23:24 8* อาโมส 9:2
โยบ 26:6 10* ดูข้อ 24; สดุดี 23:3
11* โยบ 22:14
12* โยบ 34:22; ดานิเอล 2:22
13* เฉลยธรรมบัญญัติ 32:6; โยบ 10:11 14 สดุดี 139:14 ;สดุดี 72:18
15* โยบ10:8-10; ปัญญาจารย์ 11:5; สดุดี 63:9
16* สดุดี 56:8
17* สดุดี 92:5
18* สดุดี 40:5 ; ปฐมกาล 22:17
19* อิสยาห์ 11:4; สดุดี 9:17;สดุดี 5:6; 6:8
20* อพยพ 20:7; สดุดี139:20
21* สดุดี 26:5;119:158; 59:1
22*
23* สดุดี 26:2 139:23
24* เยเรมีย์ 6:16; 18:15 สดุดี139:24

สดุดีบทนี้ ได้ย้ำให้เราได้รู้ถึงพระลักษณะของพระเจ้าที่สำคัญยิ่งคือ พระองค์ทรงรอบรู้ ทรงอยู่ทุกแห่ง ทรงฤทธิ์ และทรงทดสอบใจเรา
แบ่งออกเป็น 4 ตอน ตอนละ 6 ข้อ
สดุดี 139:1-6 พระเจ้าผู้ทรงรอบรู้
ข้อ 1-6 นี้ บอกเราว่า ไม่มีอะไรในโลกที่พระเจ้าไม่ทรงทราบ และทรงทราบเพื่อสวัสดิภาพของคนที่รักพระองค์ ในขณะที่หลายคนเชื่อศาสดาที่ตายไปแล้ว เขาจึงได้แต่ขอพร และขอโน่นนี่ แต่ไม่มีโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์กับศาสดาที่ตายไปแล้ว
พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี ความอบอุ่นจึงมีในชีวิตของผู้ที่เชื่อ
ข้อ 1 พูดถึงการที่พระเจ้าทรงสืบค้นชีวิตของเรา และยังเป็นคำอธิษฐานในตอนจบในข้อ 24 ด้วย ทั้งนี้ เพื่อว่า พระเจ้าจะทรงช่วยให้เราได้สลัดความชั่วออกไปจากใจของเรา
ข้อ 5 เป็นสิทธิพิเศษสุด เพราะพระเจ้าทรงล้อมหน้าหลังเอาไว้ และทรงปกป้องด้วยพระหัตถ์ ทั้งหมดนี้สูงเกินความเข้าใจ

สดุดี 139:7-12 พระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนแห่ง
ข้อ 7-12 ชัดเจนมาก พระเจ้าทรงอยู่ทุกแห่งไม่พอ พระองค์ทรงอยู่กับเราทุกแห่ง โดยที่เราไม่อาจพ้นไปจากพระพักตร์เลย คนที่รักบาป รักโลกจึงไม่ต้องการสภาพแบบนี้ เขาไม่ต้องการให้พระเจ้าเห็น เขาต้องการอยู่เอง เขาต้องการที่จะไม่มีพระองค์ แต่สำหรับคนที่รักพระเจ้า นี่เป็นความจริงที่ทำให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

สดุดี 139:13-18 พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทุกด้าน
ข้อ 13-18 บอกเราว่า พระองค์ทรงเห็น ทรงสร้างเรามาในที่ลึกของแผ่นดิน นั่นหมายถึงในครรภ์ของแม่ ดาวิดใช้คำว่า การถักทอของพระเจ้า ใช่แล้ว เรามีทั้งกล้ามเนื้อ เอ็น เส้นเลือด และอีกหลาย ๆ อย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวเรา พระเจ้าทรงเห็นทั้งหมด และสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งคือ ทุกสิ่งที่กำหนดในชีวิตของเรา ก็มีบันทึกไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย
เราจึงเห็นว่า พระเจ้าทรงคิดถึงเราแต่ละคน คนเดียวก็มีความคิดของพระเจ้ามากราวเม็ดทราย แล้วคนทั้งโลกล่ะ .. เกินความเข้าใจจริง ๆ ..

สดุดี 139:19-24 พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ ผู้ตรวจสอบจิตใจ
ดาวิดกล่าวถึงศัตรูของพระเจ้า ที่ใส่ร้ายพระนามของพระองค์ ท่านมีแต่ความเกลียดชังให้พวกเขา ไม่ได้อยู่เฉย ทองไม่รู้ร้อน แต่มีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

แล้วในที่สุด ดาวิดกลับมาขอพระเจ้าทรงทดสอบใจ ทรงตรวจสอบความคิดเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดที่ผิดต่อพระองค์หลงเหลืออยู่อีก เพราะว่า ท่านเองรู้สึกว่ายังมีบาปที่มองไม่เห็นที่ต้องการให้พระเจ้าทรงกำจัด และสุดท้ายคือ ท่านขอให้พระเจ้ากับท่านได้อยู่ด้วยกันในชีวิตนิรันดร์