สดุดี 139 พระดำริที่มากกว่าเม็ดทราย

ถึงผู้นำคณะนักร้อง สดุดีของดาวิด

พระเจ้าผู้ทรงรอบรู้
1 โอ พระยาห์เวห์
พระองค์ได้สืบค้นตัวข้า และทรงรู้จักข้า
2ยามที่ข้านั่งลงหรือลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ
พระองค์ทรงตระหนักรู้ถึงความคิดของข้าแต่ไกล
3 พระองค์ทรงตรวจหนทางของข้า การล้มตัวนอนของข้า
พระองค์ทรงคุ้นเคยกับวิถีทั้งสิ้นของข้า
4 โอ พระยาห์เวห์
ดูเถิด แม้ก่อนที่ข้าจะเอ่ยคำออกมา
พระองค์ทรงทราบเนื้อความทั้งหมดแล้ว
5 พระองค์ทรงอยู่ล้อมรอบข้าทั้งหลังและหน้า
ทรงวางพระหัตถ์บนตัวข้า
6ความรู้ของพระองค์เช่นนั้น
อัศจรรย์เหนือข้า สูงเกินที่จะเข้าใจได้

พระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง
7 ข้าจะออกไปที่ใดให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้?
ข้าจะหนีไปไหนให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ได้?
8 หากข้าขึ้นไปถึงสวรรค์ พระองค์ทรงอยู่ที่นั่น
หากข้าจะลงไปนอนในแดนตาย พระองค์ก็ทรงอยู่ที่นั่นด้วย
9 หากข้าสวมใส่ปีกแห่งยามเข้า
และอาศัยอยู่สุดขอบทะเล.
10 แม้ ณ ที่นั่น พระหัตถ์ของพระองค์จะทรงนำทางให้ข้า
พระหัตถ์ขวาของพระองค์จะจับข้าไว้
11 หากข้ากล่าวว่า “ความมืดบังข้าไว้แน่
หรือให้ความสว่างรอบตัวข้ากลายเป็นกลางคืน”
12 แม้ความมืด ก็ไม่มืดสำหรับพระองค์
กลางคืนก็สว่างกระจ่างราวกลางวัน
สำหรับพระองค์ ความมืดก็เป็นเหมือนความสว่าง

พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทุกด้าน
13 เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้สร้างภายในร่างของข้า
ทรงถักทอตัวข้าไว้ในครรภ์มารดา
14 ข้าสรรเสริญพระองค์
เพราะข้าถูกสร้างขึ้นมาอย่างน่าพรั่นพรึงและน่าอัศจรรย์
15 โครงร่างของข้าไม่ได้ถูกซ่อนจากพระเนตรของพระองค์
ยามที่ข้าถูกสร้างขึ้นมาในที่ลับลี้
ถูกทอขึ้นมาอย่างประณีตในที่ลึกของแผ่นดิน
16 พระองค์ทรงมองเห็นข้าตั้งแต่ตัวยังไม่เป็นรูปร่าง
เวลาทั้งสิ้นที่กำหนดให้ข้าถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระองค์
ก่อนที่เหตุการณ์แต่ละวันจะเกิดขึ้นมา
17 โอ พระเจ้าข้า พระดำริของพระองค์ที่มีต่อข้านั้น
มากมายเกินพรรณา ทรงคุณค่าสำหรับข้า
ขอทรงนำข้าไปยังหนทางนิรันดร์
18 ถ้าข้าจะนับพระดำริ ก็มีมากมายเกินกว่าเม็ดทราย
เมื่อข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็ยังคิดคำนึงถึงพระองค์

พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ ผู้ตรวจสอบจิตใจ
19 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสังหารคนชั่ว
โอ คนกระหายเลือดจงไปให้พ้นจากข้า
20 พวกเขากล่าวต่อต้านพระองค์ ด้วยเจตนาร้าย
ศัตรูของพระองค์ ใส่ร้ายพระนาม….
21 โอพระยาห์เวห์
ข้าไม่เกลียดชังคนที่เกลียดพระองค์หรอกหรือ?
22 ข้าเกลียดพวกเขาจริง ๆ ข้าถือว่าพวกเขาเป็นศัตรูของข้า
23 โอ พระเจ้า
ขอทรงค้นใจข้า และรู้ถึงจิตใจของข้า
ขอทรงทดสอบข้า และทรงหยั่งรู้ถึงความคิดของข้า
24ขอทรงตรวจดูว่า มีความเลวชั่วใด ๆ ในตัวข้าหรือไม่
และขอทรงนำข้าไปในทางนิรันดร์ ….

พระคำเชื่อมโยง


1* เยเรมีย์ 12:3; สดุดี 7:9; 17:3; 44:21
2* 2 พงศาวดาร19:27; เพลงคร่ำครวญ 3:63
โยบ 14:16; 31:4; มัทธิว 9:4; ยอห์น 2:24, 25
3*
4* ฮีบรู 4:13
5* โยบ19:8; 9:33
6* โรม 11:33 โยบ 42:3
7* เยเรมีย์ 23:24 8* อาโมส 9:2
โยบ 26:6 10* ดูข้อ 24; สดุดี 23:3
11* โยบ 22:14
12* โยบ 34:22; ดานิเอล 2:22
13* เฉลยธรรมบัญญัติ 32:6; โยบ 10:11 14 สดุดี 139:14 ;สดุดี 72:18
15* โยบ10:8-10; ปัญญาจารย์ 11:5; สดุดี 63:9
16* สดุดี 56:8
17* สดุดี 92:5
18* สดุดี 40:5 ; ปฐมกาล 22:17
19* อิสยาห์ 11:4; สดุดี 9:17;สดุดี 5:6; 6:8
20* อพยพ 20:7; สดุดี139:20
21* สดุดี 26:5;119:158; 59:1
22*
23* สดุดี 26:2 139:23
24* เยเรมีย์ 6:16; 18:15 สดุดี139:24

สดุดีบทนี้ ได้ย้ำให้เราได้รู้ถึงพระลักษณะของพระเจ้าที่สำคัญยิ่งคือ พระองค์ทรงรอบรู้ ทรงอยู่ทุกแห่ง ทรงฤทธิ์ และทรงทดสอบใจเรา
แบ่งออกเป็น 4 ตอน ตอนละ 6 ข้อ
สดุดี 139:1-6 พระเจ้าผู้ทรงรอบรู้
ข้อ 1-6 นี้ บอกเราว่า ไม่มีอะไรในโลกที่พระเจ้าไม่ทรงทราบ และทรงทราบเพื่อสวัสดิภาพของคนที่รักพระองค์ ในขณะที่หลายคนเชื่อศาสดาที่ตายไปแล้ว เขาจึงได้แต่ขอพร และขอโน่นนี่ แต่ไม่มีโอกาสที่จะมีความสัมพันธ์กับศาสดาที่ตายไปแล้ว
พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี ความอบอุ่นจึงมีในชีวิตของผู้ที่เชื่อ
ข้อ 1 พูดถึงการที่พระเจ้าทรงสืบค้นชีวิตของเรา และยังเป็นคำอธิษฐานในตอนจบในข้อ 24 ด้วย ทั้งนี้ เพื่อว่า พระเจ้าจะทรงช่วยให้เราได้สลัดความชั่วออกไปจากใจของเรา
ข้อ 5 เป็นสิทธิพิเศษสุด เพราะพระเจ้าทรงล้อมหน้าหลังเอาไว้ และทรงปกป้องด้วยพระหัตถ์ ทั้งหมดนี้สูงเกินความเข้าใจ

สดุดี 139:7-12 พระเจ้าผู้ทรงอยู่ทุกหนแห่ง
ข้อ 7-12 ชัดเจนมาก พระเจ้าทรงอยู่ทุกแห่งไม่พอ พระองค์ทรงอยู่กับเราทุกแห่ง โดยที่เราไม่อาจพ้นไปจากพระพักตร์เลย คนที่รักบาป รักโลกจึงไม่ต้องการสภาพแบบนี้ เขาไม่ต้องการให้พระเจ้าเห็น เขาต้องการอยู่เอง เขาต้องการที่จะไม่มีพระองค์ แต่สำหรับคนที่รักพระเจ้า นี่เป็นความจริงที่ทำให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข

สดุดี 139:13-18 พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ทุกด้าน
ข้อ 13-18 บอกเราว่า พระองค์ทรงเห็น ทรงสร้างเรามาในที่ลึกของแผ่นดิน นั่นหมายถึงในครรภ์ของแม่ ดาวิดใช้คำว่า การถักทอของพระเจ้า ใช่แล้ว เรามีทั้งกล้ามเนื้อ เอ็น เส้นเลือด และอีกหลาย ๆ อย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นตัวเรา พระเจ้าทรงเห็นทั้งหมด และสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งคือ ทุกสิ่งที่กำหนดในชีวิตของเรา ก็มีบันทึกไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย
เราจึงเห็นว่า พระเจ้าทรงคิดถึงเราแต่ละคน คนเดียวก็มีความคิดของพระเจ้ามากราวเม็ดทราย แล้วคนทั้งโลกล่ะ .. เกินความเข้าใจจริง ๆ ..

สดุดี 139:19-24 พระเจ้าองค์บริสุทธิ์ ผู้ตรวจสอบจิตใจ
ดาวิดกล่าวถึงศัตรูของพระเจ้า ที่ใส่ร้ายพระนามของพระองค์ ท่านมีแต่ความเกลียดชังให้พวกเขา ไม่ได้อยู่เฉย ทองไม่รู้ร้อน แต่มีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

แล้วในที่สุด ดาวิดกลับมาขอพระเจ้าทรงทดสอบใจ ทรงตรวจสอบความคิดเพื่อไม่ให้มีสิ่งใดที่ผิดต่อพระองค์หลงเหลืออยู่อีก เพราะว่า ท่านเองรู้สึกว่ายังมีบาปที่มองไม่เห็นที่ต้องการให้พระเจ้าทรงกำจัด และสุดท้ายคือ ท่านขอให้พระเจ้ากับท่านได้อยู่ด้วยกันในชีวิตนิรันดร์

สดุดี 138 องค์ผู้สูงส่ง กับคนต่ำต้อย

 Jean-François Millet, The Angelus (1859)

แด่หัวหน้านักร้อง สดุดีของดาวิด

บรรยายคำสรรเสริญ
1 โอ พระยาห์เวห์ ข้าขอบพระคุณพระองค์ด้วยสุดใจ
ข้าร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ต่อหน้าเหล่าเทพ
2 ข้าก้มกราบลง ณ พระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์
และขอบพระคุณพระนามของพระองค์
สำหรับความรักมั่นคง
และความซื่อตรงของพระองค์
เพราะว่า พระองค์ทรงยกพระนาม
และพระดำรัสของพระองค์ขึ้นเหนือสิ่งอื่นใด

3 ในวันที่ข้าร้องทูล พระองค์ทรงตอบข้า
พระองค์ทรงเพิ่มกำลังในจิตใจ
4 โอ พระยาห์เวห์
กษัตริย์ทั้งหลายในโลกจะถวายคำขอบพระคุณ
เพราะพวกเขาได้ยินพระดำรัสจากพระโอษฐ์ของพระองค์
5 และพวกเขาจะร้องเพลงถึงวิถีทางของพระยาห์เวห์
เพราะว่า พระสิริของพระยาห์เวห์ใหญ่ยิ่งนัก

เหตุผลที่สรรเสริญพระเจ้า
6 เพราะถึงแม้พระยาห์เวห์ทรงอยู่สูงส่ง
พระองค์ยังทรงใส่พระทัยในคนที่ต่ำต้อย

แต่พระองค์ทรงเห็นคนที่เย่อหยิ่งได้แต่ไกล
7 แม้ว่าข้าจะเดินท่ามกลางความยากลำบาก
พระองค์ก็ทรงรักษาชีวิตของข้าไว้
ทรงยื่นพระหัตถ์ออกมาต่อต้านความเกรี้ยวกราดของศัตรู
และพระหัตถ์ขวาได้ช่วยกู้ข้าไว้
8 พระยาห์เวห์จะทรงทำให้พระประสงค์เกี่ยวกับข้าได้สำเร็จ
โอพระยาห์เวห์
ความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงนิรันดร์
ขออย่าทรงทอดทิ้งผลงานแห่งฝีพระหัตถ์ของพระองค์เลย

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 111:1 ; 95:3; 96:5

2* สดุดี 28:2; 1 พงศ์กษัตริย์ 8:29 สดุดี 5:7

4 * สดุดี 102:15

5* สดุดี 103:7

6* สดุดี 131:1; สุภาษิต 3:34; ลูกา 1:48; ยากอบ 4:6; สดุดี 113:5, 6

7* สดุดี 23:4 ; 71:20;1 ซามูเอล 24:6; โยบ 1:12; สดุดี 60:5

8* สดุดี 57:2; ฟีลิปปี 1:6 สดุดี 136:1; 1 พงศาวดาร 16:41; สดุดี 100:3

สดุดี 138:1-5บรรยายคำสรรเสริญ
ดาวิดทราบดีว่า ขณะที่ท่านร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้านั้น เหล่าเทพหรือ วิญญาณต่าง ๆ ก็ได้ยินได้ฟังคำสรรเสริญเหล่านั้น และท่านรู้ชัดว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าเทพเหล่านั้น (สดุดี 95:5)
พระเจ้าทรงยกให้พระนาม และพระดำรัสของพระองค์ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ คำว่า พระนามนั้น มีความหมายถึงแก่นแท้ของพระลักษณะ ความยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใดของพระองค์ พระดำรัสนั้นคือ ทุกอย่างที่ตรัส ทุกอย่างที่ทรงสัญญา จะสำเร็จตามที่พระองค์ได้ตรัสไว้
การที่พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของดาวิด คือการเพิ่มกำลังใจให้กับท่านในการสู้ต่อ และสำหรับเราก็เหมือนกัน
ในข้อสี่และห้า เราเห็นว่า ดาวิดได้อธิษฐานเผื่อผู้นำ กษัตริย์ท่านอื่น ๆ ในยุคของท่านเองว่า พวกเขาจะได้รู้ว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ และหันกลับมาสยบต่อพระองค์

สดุดี 138:6-8 เหตุผลที่สรรเสริญพระเจ้า
แม้ท่านจะเป็นกษัตริย์ของอิสราเอล แต่ดาวิดเองทรงรู้ชัดมาแต่ไหนแต่ไรว่า พระเจ้าทรงเอาใจใส่คนที่ต่ำต้อย อย่างท่านเองเคยเป็นแค่เด็กเลี้ยงแกะ แต่พระเจ้าทรงเลือกออกมาจากพี่น้องที่ดูดีกว่าเป็นไหน ๆ เราทุกคนที่เป็นคนไม่สำคัญในโลกนี้ ไม่ต้องห่วงว่า พระเจ้าจะไม่ทรงเห็นเรา …
การเดินท่ามกลางความลำบาก เป็นชีวิตประจำวันของดาวิดในเบื้องต้นจริงๆ. และท่านเองได้ประสบความช่วยเหลือของพระเจ้ามาโดยตลอด กษัตริย์ดาวิดไม่ได้คิดว่า ท่านประสบความสำเร็จทุกอย่างด้วยตนเอง แต่พระเจ้าเท่านั้นทรงทำให้ชีวิตของท่านเป็นอย่างที่เป็น
เราได้คิดอย่างดาวิดคิดไหม? ถ้าคิดได้จริง ชีวิตของเราจะเปลี่ยนจากปัจจุบันเป็นดีขึ้น ๆ อย่างไม่น่าเชื่อเลย

สดุดี 137 จะร้องเพลงของพระยาห์เวห์ได้อย่างไร?

By the Rivers of Babylon, Gebhard Fugel, 1920

ผู้เขียนคร่ำครวญ
1 ที่ริมฝั่งน้ำในบาบิโลน เรานั่งร้องไห้
ใช่ เราร้องไห้ยามที่เรานึกย้อนไปถึงศิโยน 
2 เราแขวนพิณของเรา
ไว้บนต้นหลิวที่นั่น
3  ณ ที่นั้น คนที่จับเราเป็นเชลยสั่งให้เราร้องเพลง
คนที่ทรมานเรากล่าวอย่างร่าเริงว่า
“ร้องเพลงของศิโยนให้ฟังสักเพลงหนึ่งสิ”
4 แล้วเราจะร้องเพลงของพระยาห์เวห์
ในแผ่นดินของคนต่างแดนอย่างไร
?

คำสาบานของผู้เขียน
5 โอ เยรูซาเล็ม หากข้าลืมเจ้าไป
ก็ขอให้มือขวาของข้า ไร้ความสามารถไปเสีย
6 หากข้าจำเจ้าไม่ได้ 
ขอให้ลิ้นของข้าติดอยู่กับเพดานปาก
หากข้ามิได้ยกให้เยรูซาเล็มอยู่เหนือความยินดีที่สุดของข้า 

ความปรารถนาของผู้เขียน
7 โอ พระยาห์เวห์ ขอทรงระลึกว่า
ชาวเอโดมนั้นได้ทำอะไรลงไปบ้าง  
ในวันหายนะของเยรูซาเล็ม 
ที่พวกเขากล่าวว่า
“เอามันให้พินาศ  ทำลายมันถึงรากถึงโคน!” 
8 โอ ธิดาแห่งบาบิโลนเอ๋ย 
เจ้าถูกกำหนดไว้แล้วว่าเจ้าจะพินาศ  
ผู้ที่ตอบสนองเจ้าอย่างที่เจ้าได้ทำแก่พวกเราก็เป็นสุข !
9 คนที่เอาเด็กเล็กของพวกเจ้าโยนกระแทกหินก็เป็นสุข !

พระคำเชื่อมโยง

4* เนหะมีย์ 2:3

5* สดุดี. 76:5

6* โยบ 29:10; เอเสเคียล3:26

7* อิสยาห์ 34:5, 6; บทเพลงคร่ำครวญ 4:21, 22;เอเสเคียล. 35:2; อาโมส 1:11, 12; เยเรมีย์ 49:7-22; เอเสเคียล 25:12-14; โอบาดีย์ 8-14; โยบ 18:20; ฮาบากุก 3:13; เศฟันยาห์. 2:14

8*อิสยาห์ 21:9; 47:1-15; เยเรมีย์ 25:12; 50:1-46; 51:1-64; อิสยาห์ 13:1-22 ; เยเรมีย์ 51:24, 56; สดุดี 28:4

9* 2 พงศ์กษัตริย์ 8:12; อิสยาห์ 13:16; โฮเชยา 10:14; นาฮูม 3:10

สดุดี 137:1-4 ผู้เขียนคร่ำครวญ
ไม่ใช่เฉพาะผู้เขียนเท่านั้นที่นั่งลงริมฝั่งน้ำในบาบิโลนและร้องไห้คิดถึงเยรูซาเล็ม คนอิสราเอลถูกจับไปเป็นเชลย เพราะพวกเขาได้ทำผิดบาปต่อพระเจ้า และนี่เป็นโทษที่เขาได้รับจากพระองค์โดยตรง ดังนั้น แม้คนที่สัตย์ซื่อต่อพระเจ้าก็ถูกกวาดไปพร้อม ๆ กับคนที่กบฎต่อพระองค์
พวกเขาถูกสั่งให้ทำงานหนักเยี่ยงทาส และมีเวลาที่พวกเขาจะไปรวมกันริมฝั่งน้ำ และที่นั่น พวกเขาพากันคร่ำครวญ ไม่ร้องเพลงอย่างที่เคยทำในศิโยน
พวกเขาแขวนพิณเอาไว้ .. ทั้งๆ ที่ชาวบาบิโลนต่างพากันเยาะเย้ย และสั่งให้ร้องเพลง เป็นภาพที่น่าสลดสำหรับคนอิสราเอลเหลือเกิน
พิณเป็นเครื่องมือที่พวกเขาแสดงออกถึงความชื่นชมยินดีในพระเจ้า
พวกเขาจะทำใจร้องเพลงต่อหน้าศัตรูได้หรือ…ยิ่งร้องน่าจะยิ่งเจ็บปวด
ไม่ต่างอะไรกับตอนที่นาซีจับคนยิวไปหลายล้าน และมีการตั้งวงดนตรีจากเหล่านักโทษเพื่อให้เล่นเพลงคลาสสิคของชาวเยอรมัน!

สดุดี 137:5-6 คำสาบานของผู้เขียน
ผู้ที่เป็นคนของพระเจ้าแล้วมาเป็นเชลยในบาบิโลนไม่อาจลืมเยรูซาเล็มได้ เพราะเมืองนี้คือ การสถิตอยู่ของพระเจ้า พันธสัญญา การช่วยเหลือของพระเจ้าทุกด้าน  
เขาขอให้เขาไม่มีความสามารถในการเล่นดนตรีอีกต่อไป ไม่อาจร้องเพลงได้อีกต่อไป หากเขาไม่เห็นความสำคัญของเยรูซาเล็มอย่างที่สุด

สดุดี 137:7-9 ความปรารถนาของผู้เขียน
เขายังจำถึงวันที่ถูกคนต่างชาติเข้ามาทำลายเยรูซาเล็มได้ ศัตรูตั้งใจที่จะถอนรากถอนโคนไม่ให้มีกรุงเยรูซาเล็มนี้ต่อไป
เป็นการพยายามทำลายแผ่นดินของพระเจ้าโดยไม่ให้เหลือการเชื่อพระเจ้าด้วย
ในช่วงเวลานั้น เอโดมเป็นพันธมิตรกับบาบิโลนในการทำลายเยรูซาเล็ม
ในที่สุด เขากล่าวคำทูลขอพระเจ้าให้ทรงแก้แค้นแทนพวกเขา คือขอให้บาบิโลนเองถูกทำลายเช่นกัน และสิ่งที่เขาขอนั้นคือสิ่งที่เอโดมได้ทำกับพวกเขาเมื่อเข้ามาโจมตีเยรูซาเล็ม

สดุดี 136 รักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณพระเจ้าองค์นี้
1 จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์ เพราะพระองค์แสนดี
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
2 จงขอบพระคุณองค์พระเจ้าผู้ทรงอยู่สูงเหนือพระทั้งหลาย
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
3 จงขอบพระคุณ องค์เจ้านาย แห่งเจ้านายทั้งหลาย
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
4 แด่พระองค์ผู้ทรงทำการอัศจรรย์ เพียงผู้เดียว
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง
5 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ด้วยความเข้าใจ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
6 แด่พระองค์ผู้ทรงกางแผ่นดินโลกออกเหนือผืนน้ำ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
7 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างบรรดาดวงสว่างดวงใหญ่
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
8 แด่พระองค์ผู้ทรงสร้างให้ดวงอาทิตย์ครองกลางวัน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
9 ทรงให้ดวงจันทร์และดวงดาวครองกลางคืน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับชัยชนะของพระเจ้า
10 แด่พระองค์ผู้ทรงประหารบุตรหัวปีของอียิปต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
11 ทรงนำชนอิสราเอลออกไปจากกลุ่มคนอียิปต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
12 ด้วยพระหัตถ์ที่แข็งแกร่ง และพระกรที่เหยียดออกไป
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
13 แก่พระองค์ผู้ทรงแยกทะเลแดงออกเป็นสองฟาก
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
14 และทรงให้ชนอิสราเอลเดินผ่านสองฟากฝั่งนั้น
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
15 แต่ทรงเขวี้ยงฟาโรห์และกองทัพของท่านลงในทะเลแดง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
16 แด่พระองค์ ผู้ทรงนำประชากรของพระองค์ผ่านถิ่นกันดาร เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
17 แด่พระองค์ผู้ทรงสังหารเหล่ากษัตริย์ที่เข้มแข็ง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
18 และทรงสังหารกษัตริย์ใจกล้า
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
19 คือสิโหน กษัตริย์ของชาวอาโมไรต์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
20 และโอก กษัตริย์แห่งบาชาน
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
21 และประทานแผ่นดินเหล่านั้นเป็นมรดก
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
22 เป็นมรดกแก่ชนชาติอิสราเอล ผู้รับใช้ของพระองค์
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

ขอบพระคุณสำหรับการดูแลของพระเจ้า
23 พระองค์ทรงระลึกถึงพวกเรายามที่เราตกต่ำ
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
24 ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากศัตรู
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
25 พระองค์ประทานอาหารให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
26 จงขอบพระคุณพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์เถิด
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์

พระคำเชื่อมโยง
1*สดุดี 106:1; 107:1; 118:1 ; 1 พงศาวดาร 16:41
2* เฉลยธรรมบัญญัติ 10:17
3* ดูข้อ 2
4* สดุดี 72:18
5* สุภาษิต 3:19; เยเรมีย์ 10:12; 51:15 ปฐมกาล 1:1
6* อิสยาห์ 42:5; 44:24 สดุดี 24:2
7* ปฐมกาล 1:14-18
10* สดุดี 78:51
11*อพยพ 12:51; 13:3
12* เฉลยธรรมบัญญัติ 4:34
13* สดุดี 78:13
14* อพยพ 14:21, 22
15* อพยพ 14:27; สดุดี 78:53; 136:15
16* อพยพ 15:22; เฉลยธรรมบัญญัติ 8:15; สดุดี 77:20
17*ดูข้อ 17-22, สดุดี 135:10-12
22* สดุดี 105:6,
23* ปฐมกาล 8:1;เฉลยธรรมบัญญัติ 32:36
24* สดุดี 107:2
25* สดุดี 104:27; Job 36:31
26* เอสรา 5:12; เนหะมีย์ 1:4; ดาเนียล 2:18

ความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรานั้น ลึก กว้าง สูง ยาวเกินความเข้าใจจริง ๆ เป็นความรักที่ยืนยงคงกระพัน ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่พระองค์ทรงสร้างโลกจนมาถึงทุกวันนี้ แม้ว่ามนุษย์ทำให้พระองค์ทรงเสียพระทัยครั้งแล้วครั้งเล่า คำยืนยันว่า “ความรักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์” ทำให้เรารู้ชัดว่า พระองค์ทรงทำทุกอย่างเพราะความรักมั่นคงนี้เอง มีการย้ำความรักนี้ถึง 26 ครั้งในบทนี้ เป็นสดุดีบทที่แปลกกว่าบทใด ๆ
สดุดี 136: 1-4 ขอบพระคุณพระเจ้าองค์นี้ เพราะว่า
พระเจ้าแสนดี ทรงอยู่สูงสุด ทรงเป็นจอมเจ้านาย เป็นองค์ผู้ทรงทำการอัศจรรย์ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพระองค์ทรงรักมั่นคงนิรันดร์
สดุดี 136:5-9 ขอบพระคุณสำหรับสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง
ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ แผ่นดินโลก และดวงสว่างที่ยิ่งใหญ่ ดาวที่เราคิดว่า เล็กนั้น ไม่มีดวงไหนที่เล็กเลย ล้วนเป็นดาวดวงใหญ่ที่เราไม่อาจเข้าใจได้ทั้งสิ้น และพระองค์ทรงสร้างสิ่งเหล่านี้ เพราะความรักที่มั่นคงนิรันดร์
สดุดี 136:10-22ขอบพระคุณสำหรับชัยชนะของพระเจ้า
พระเจ้าทรงชนะศัตรูเพื่อคนอิสราเอลจะออกมาจากการเป็นทาส ทรงพาพวกเขามายังแผ่นดินที่ทรงสัญญา และยังทรงจัดการศัตรูที่อยู่ในแผ่นดินนั้นอย่างราบคาบ
สดุดี 136:23-26 ขอบพระคุณสำหรับการดูแลของพระเจ้า
เพราะความรักมั่นคงยืนยงของพระองค์ ไม่ว่าเราจะอยู่สูงหรือต่ำในโลกนี้ เราก็มั่นใจว่า พระเจ้าทรงอยู่ด้วย และมั่นใจในความรักของพระองค์ได้ทุกเวลา
พระเจ้าทรงสมควรที่จะได้รับการสรรเสริญจากมนุษย์ทุกคน และให้เราโอบกอดเอารักของพระองค์ไว้ตลอดกาล