
คำสาบานต่อนาย
1 เวลานี้ อับราฮัมชรามาก และพระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรเขาทุกอย่าง
2 อับราฮัมกล่าวกับบ่าวที่อาวุโสที่สุดในบ้าน และเป็นผู้ดูแลทรัพย์สินทุกอย่างของเขา “จงวางมือของเจ้าไว้ที่ใต้ขาอ่อนของเรา
3 เพราะเราต้องการให้เจ้าสาบานในพระนามแห่งองค์เจ้านาย พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินว่า เจ้าจะไม่เลือกเอาลูกสาวชาวคานาอันซึ่งเราเอง ได้อาศัยในหมู่พวกเขามาให้ลูกชายของเรา
4 แต่เจ้าจะเดินทางไปยังบ้านเกิดของเรา ไปหาญาติพี่น้องของเรา เพื่อเลือกภรรยาให้อิสอัคลูกชายของเรา”
5 บ่าวผู้นั้นตอบท่านว่า “หากหญิงสาวผู้นั้นไม่ยอมติดตามข้าพเจ้ามายังแผ่นดินนี้ ข้าพเจ้าจะต้องนำลูกชายของท่านกลับไปยังบ้านเมืองที่ท่านละจากมาอย่างนั้นหรือ?”
6 อับราฮัมตอบเขาว่า “เจ้าจะต้องไม่นำลูกชายของเรากลับไปที่นั่น
7 องค์พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ ผู้ทรงนำข้าออกมาจากบ้านของพ่อ และจากแผ่นดินบ้านเกิด พระองค์ตรัสกับข้าและทรงปฏิญาณว่า ‘เราจะมอบแผ่นดินนี้ให้แก่ผู้สืบเชื้อสายของเจ้า’ พระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์ล่วงหน้าเจ้า และเจ้าจะหาภรรยาให้ลูกชายของเราจากที่แห่งนั้น
8 แต่หากผู้หญิงคนนั้นไม่เต็มใจที่จะตามเจ้ามา เจ้าก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เจ้าพ้นคำสาบานนี้ แต่อย่าพาลูกชายของเรากลับไปที่นั่น”
9 ดังนั้นบ่าวจึงวางมือของเขาไว้ที่ใต้ขาอ่อนของอับราฮัมเจ้านายของเขา และสาบานต่ออับราฮัมในเรื่องนี้
ออกเดินทาง
10 แล้วบ่าวก็นำอูฐของนายสิบตัว รวมทั้งของขวัญอันมีค่าจากนายของเขา ลุกขึ้นและเดินทางไปยังอารัมนาหะราอิม มุ่งไปยังเมืองของนาโฮร์
11 พอตกเย็น เมื่อเหล่าหญิงสาวพากันออกมาตักน้ำ เขาก็ให้อูฐหมอบลงพักนอกเมือง ใกล้บ่อน้ำ
คำอธิษฐาน
12 เขาอธิษฐานว่า “โอ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของอับราฮัม นายของข้าพเจ้า
วันนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้รับความสำเร็จด้วยเถิด ขอพระองค์สำแดงรักมั่นคงที่ทรงมีต่ออับราฮัม นายของข้าพเจ้า
13 โอ.. ข้าพเจ้ายืนอยู่ตรงนี้ข้างบ่อน้ำพุ และเหล่าลูกสาวของคนในเมืองก็กำลังออกมาตักน้ำ
14 ข้าพเจ้าจะพูดกับหญิงสาวคนหนึ่งว่า ‘ขอวางโถน้ำของเธอลง เพื่อข้าจะได้ดื่ม’ หากเธอตอบว่า ‘เชิญท่านดื่มน้ำ และข้าเจ้าจะตักน้ำให้อูฐของท่านด้วยเจ้าค่ะ’ก็นับว่า เธอเป็นคนที่พระองค์ทรงเลือกไว้ให้อิสอัคผู้รับใช้ของพระองค์ และถ้าเหตุการณ์
เกิดขึ้นตามนี้ ข้าพเจ้าจะได้มั่นใจว่า พระองค์ทรงแสดงความรักมั่นคงต่อเจ้านายของข้าพเจ้าแล้ว”
15 ก่อนที่เขาจะอธิษฐานจบ ดูสิ เรเบคาห์ลูกสาวของเบธูเอลซึ่งเป็นลูกชายของมิลคาห์ ภรรยานาโฮร์น้องชาย
ของอับราฮัม ก็แบกโถน้ำใส่บ่าเดินออกมา
คำตอบจากพระเจ้า
16 เธอเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามมากเป็นสาวพรหมจารี ไม่มีชายใดแตะต้องเธอมาก่อน
เธอเดินไปที่บ่อน้ำ เติมน้ำเต็มโถแล้วก็กลับขึ้นมา
17 บ่าวผู้นั้นก็ปราดวิ่งไปหาเธอ พูดว่า “ขอน้ำในโถของเธอให้ฉันสักนิดเถอะ”
18 เธอตอบว่า “นายเจ้าคะ ขอเชิญดื่มเถิด” และเธอก็รีบเอาโถลง ให้เขาดื่มน้ำทันที
19 เมื่อให้เขาดื่มเสร็จแล้ว เธอกล่าวว่า “ข้าเจ้าจะตักน้ำให้อูฐของท่านกินจนอิ่มด้วยเจ้าค่ะ”
20 จากนั้น เธอรีบเทน้ำจากโถลงในรางน้ำแล้ววิ่งไปที่บ่ออีก ตักน้ำมาให้อูฐครบทุกตัว
21 เขาเฝ้าจ้องดูเธอเงียบๆ เพื่อพิจารณาว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้การเดินทางของเขาประสบความสำเร็จหรือไม่
ของขวัญให้หญิงสาว
22 เมื่ออูฐอิ่มน้ำแล้ว เขาก็ล้วงเอาแหวนทองคำหนักครึ่งเชเขล (หนักประมาณ 2 สลึงหรือ 6 กรัม) กำไลมือทองคำคู่หนึ่งหนัก 10 เชเขล(หนักประมาณ 7 บาท หรือ 120 กรัม) ออกมามอบให้เรเบคาห์
23 เขากล่าวว่า “บอกหน่อย เธอเป็นลูกสาวใครกัน? พ่อของเธอมีห้องพักให้พวกเราได้ค้างคืนได้ไหม?”
ของขวัญให้หญิงสาว
24“ข้าเจ้าเป็นลูกสาวของพ่อเบธูเอล
ลูกชายของย่ามิลคาห์กับปู่นาโฮร์” เธอตอบยังกล่าวต่อไปว่า “บ้านเรามีฟาง และอาหารพอให้สัตว์ รวมทั้งห้องให้พวกท่านค้างคืนด้วยเจ้าค่ะ”
26 เขาจึงก้มหัวลง กราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า
27กล่าวทูลว่า “สรรเสริญองค์พระยาห์เวห์พระเจ้าของอับราฮัม นายของข้าพเจ้าพระองค์ไม่ทรงลืมความเมตตาและความซื่อตรงของพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้านายของข้าพเจ้าพระองค์ทรงนำให้ข้ามาถึงบ้านของญาติพี่น้องของเจ้านายของข้าพเจ้า”
ครอบครัวเข้าใจทันที
28 ส่วนหญิงสาวก็วิ่งกลับไปบอกคนในบ้านของมารดาว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
29พี่ชายของเรเบคาห์คือลาบัน จึงรีบมาพบชายคนนั้นที่บ่อน้ำ
30 เพราะเขาเห็นแหวนและกำไลที่ข้อมือน้องสาวและเมื่อเขาได้ยินเรเบคาห์เล่าสิ่งที่ชายคนนั้นกล่าวกับเธอ เขาจึงออกไปหาชายคนนั้น และพบเขายืนอยู่ข้าง ๆ บ่อน้ำกับฝูงอูฐ
31 “ขอเชิญท่านเข้าไปข้างใน”เขากล่าว “ท่านที่พระยาห์เวห์ทรงอวยพระพร เหตุใดจึงยืนอยู่ข้างนอกเล่า ในเมื่อข้าพเจ้าได้จัดเตรียมบ้านให้เรียบร้อยแล้ว และยังมีที่สำหรับอูฐของท่านด้วย?”
32 เขาจึงเข้าไปในบ้าน และมีคนมาช่วยยกของลงจากหลังอูฐ และจัดฟาง อาหารให้พวกมัน มีน้ำล้างเท้าให้กับเขาและคนที่มา
33แต่เมื่อมีอาหารตั้งอยู่ตรงหน้าแล้ว เขากลับพูดว่า “ข้าพเจ้ายังไม่รับประทานจนกว่าจะได้พูดสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องพูดเสียก่อน” “เชิญท่านพูดมาเลย” ลาบันกล่าว
บอกเล่าธุระที่เดินทางไกลมา
34 เขากล่าวว่า “ข้าพเจ้าเป็นบ่าวของท่านอับราฮัม
35 พระยาห์เวห์ทรงอวยพระพรแก่นายของข้าพเจ้า
มากมาย จนมั่งมีมาก พระองค์ประทานฝูงสัตว์ทั้ง แพะแกะ โค รวมทั้งเงินทอง ผู้รับใช้ชายหญิง รวมทั้งอูฐ และลา
36 ต่อมา นายหญิงซาราห์ภรรยาของนายก็ได้คลอดบุตรชายคนหนึ่งให้ท่านเมื่อเธอมีอายุมากแล้ว และ นายก็ยกทรัพย์สินทั้งสิ้นที่มีอยู่ให้บุตรชายคนนี้
37 นายท่านให้ข้าพเจ้าสาบานว่า “เจ้าจะต้องไม่หาลูกสาวชาวคานาอันมาให้เป็นภรรยาของลูกชายเราแม้ว่าเราอยู่ท่ามกลางพวกเขา
38 แต่ให้ไปยังบ้านบิดาของเรา ไปยังหมู่ญาติและหาภรรยาให้บุตรชายของเรา”
39 ข้าพเจ้าจึงตอบนายว่า ‘เธอคนนั้นอาจไม่ตามข้าพเจ้ามา’
40 แต่ท่านก็พูดกับข้าพเจ้าว่า ‘ข้าดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระยาห์เวห์ พระองค์จะทรงส่งทูตของพระองค์ไปกับเจ้า จะทำให้เจ้าได้พบความสำเร็จ เจ้าจะต้องหาภรรยาให้ลูกชายจากหมู่ญาติของเราจากบ้านบิดาของเรา
41 เมื่อเจ้าไปหาคนในครอบครัวของเรา เจ้าก็จะพ้นจากคำสาบานที่ให้กับเราไว้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมยกเธอให้กับเจ้าก็ตาม’
42 “ดังนั้นวันนี้เมื่อข้าพเจ้ามาถึงบ่อน้ำพุและอธิษฐานว่า “โอ พระยาห์เวห์พระเจ้าของนายของข้าพเจ้า ขอทรงโปรดให้การเดินทางประสบผลตามที่ตั้งใจ

43 บัดนี้ ข้าพเจ้ายืนอยู่ข้างสระน้ำพุ ข้าพเจ้าจะพูดกับหญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาตักน้ำว่า “ขอให้ฉันได้ดื่มน้ำจากโถของเธอสักหน่อยเถิด
44 และให้เป็นคนที่พูดกับข้าพเจ้าว่า “เชิญท่านดื่มน้ำและฉันจะตักน้ำให้อูฐของท่านด้วย” เท่ากับเธอคนนั้นเป็นคนที่พระยาห์เวห์ทรงเลือกให้เป็นภรรยาลูกชายของของนายของข้าพระองค์
45 แล้วก่อนที่ข้าจะอธิษฐานจบ ดูสิ เรเบคาห์ก็เดินออกมาพร้อมแบกโถน้ำบนบ่า และเธอเดินไปที่บ่อน้ำ ตักนั้น และข้าพเจ้าพูดกับเธอว่า“ขอน้ำให้ฉันดื่มหน่อย”
46 เธอก็รีบยกโถน้ำจากบ่า และบอกข้าพเจ้าว่า“เชิญดื่มเถิด และดิฉันจะให้น้ำกับฝูงอูฐของท่านด้วย” ข้าพเจ้าจึงได้ดื่มน้ำ และเธอก็ตักน้ำให้อูฐ
47 ข้าพเจ้าถามเธอว่า “เธอเป็นลูกสาวของใคร?”
เธอตอบว่า “เป็นลูกสาวของพ่อเบธูเอล ซึ่งเป็นลูกชายของปู่นาโฮร์ และ ย่ามิลคาห์”ข้าพเจ้าจึงใส่ห่วงที่จมูกของเธอ และสวมกำไลข้อมือให้
48 แล้วข้าพเจ้าก็ก้มลงนมัสการกราบองค์พระยาห์เวห์ซึ่งทรงเป็นพระเจ้าของอับราฮัม นายของข้าพเจ้าที่ทรงนำข้าพเจ้ามาถูกทาง ให้ได้พบลูกสาวของญาตินาย และพาไปให้ลูกชายของท่าน
ขอลูกสาว
49 บัดนี้ ถ้าท่านจะแสดงความกรุณาและความจริงใจต่อนายของข้าพเจ้าแล้ว ก็ขอให้ท่านบอกข้าพเจ้า หากท่านจะปฏิเสธก็ขอบอกข้าพเจ้าด้วย เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้ว่า ควรทำอย่างไรต่อไป
50 ลาบันและเบธูเอลจึงตอบว่า “เรื่องนี้มาจากพระยาห์เวห์ทีเดียวเราจะว่าอะไรได้เล่า ..”
51 “ดูสิ เรเบคาห์ก็อยู่ต่อหน้าท่าน พาเธอไปเถิด
ให้เธอได้ไปเป็นภรรยาลูกชายของเจ้านายท่าน ดังที่พระยาห์เวห์ทรงนำ”
52 เมื่อผู้รับใช้ของอับราฮัมได้ยินเช่นนั้น
เขาก็ก้มกราบลงถึงดินเพื่อนมัสการพระยาห์เวห์
53 แล้วก็นำเครื่องประดับ แก้วแหวนเงินทอง
รวมทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์มอบให้เรเบคาห์ และยัง
มอบของมีค่าให้แก่พี่ชายและมารดาของเธอด้วย
คำตอบของเรเบคาห์
54 จากนั้น เขาและคนที่มากับเขาก็กินดื่ม และค้างคืนที่นั่น เมื่อพวกเขาตื่นมา คนรับใช้ผู้นั้นกล่าวว่า“ให้ข้าพเจ้ากลับไปหานายของข้าพเจ้าเถิด” แต่
55 พี่ชายและแม่ของเธอว่า “ขอให้เธออยู่กับเราสักสิบวันแล้วเธอค่อยไป”
56 แต่เขาตอบว่า“อย่ารั้งข้าพเจ้าไว้เลย เพราะพระยาห์เวห์ทรงให้ข้าพเจ้าบรรลุตามเป้าหมายแล้วขอให้ข้าพเจ้ากลับไปหานายเถิด”
57 ทั้งสองจึงกล่าวว่า “เราจะเรียกหญิงสาวมาถามดู เธอจะตัดสินใจอย่างไร”58 พวกเขาเรียกเรเบคาห์มาถามว่า “เธอจะไปกับชายผู้นี้หรือไม่?” เธอตอบว่า “ฉันจะไป”
59 พวกเขาจึงส่งน้องสาวเรเบคาห์ กับพี่เลี้ยงของเธอไปกับบ่าวของอับราฮัมและคนของเขา
60 พวกเขาอวยพรเรเบคาห์กล่าวว่า “น้องเอ๋ย.. ขอให้เจ้าได้เป็นแม่ของคนจำนวนมากนับแสนและขอให้เชื้อสายของเจ้าได้ครอบครองเมืองของเหล่าศัตรู”
61 แล้วเรเบคาห์กับสาวใช้ของเธอก็ลุกขึ้น ขี่อูฐตามชายผู้นั้น บ่าวของอับราฮัมก็พาเรเบคาห์จากไปพร้อมกับเขา
พบชายหนุ่มที่รออยู่
62 ส่วนอิสอัค กลับมาจากเบเออร์ลาไฮรอย เพราะเขาอาศัยอยู่ที่เนเกบ (ทางใต้)
63 เวลาเย็น เขาออกไปใคร่ครวญเรื่องต่าง ๆ ในท้องทุ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นขบวนอูฐเดินมาทางเขา
64 เรเบคาห์ ก็เงยหน้าขึ้น เมื่อเธอเห็นอิสอัค จึงรีบลงมาจากหลังอูฐ
65 เธอถามบ่าวว่า “ชายคนที่เดินในทุ่งมาหาเราคือใครเจ้าค่ะ?” เขาตอบว่า “เป็นนายของข้าพเจ้าเองขอรับ” เธอจึงหยิบผ้ามาคลุมหน้า
66 บ่าวจึงเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เขาทำ ให้อิสอัครับทราบ
67 แล้วอิสอัคจึงนำเธอเข้าไปในเต็นท์ของซาราห์ แม่ของเขา และเขารับเธอเป็นภรรยา เขารักเธอ และอิสอัคก็คลายจากความทุกข์ใจที่สูญเสียแม่ไป
อธิบายเพิ่มเติม
ความตั้งใจของอับราฮัม
ปฐมกาล 24:1-9
เราจะเห็นความตั้งใจแน่วแน่ของอับราฮัม ที่ลูกชายของเขาจะไม่แต่งงานกับผู้หญิงชาวคานาอันในพื้นที่ พระเจ้าทรงอวยพระพรอับราฮัมทุกด้าน ตอนนี้ เหลืออยู่อย่างเดียวคือ
ลูกชายต้องมีลูกหลานสืบต่อเชื้อสายของอับราฮัมและตัวลูกชายก็ต้องไม่ออกจากพื้นที่ด้วย เพราะเป็นการเสี่ยงที่เขาจะไม่กลับมา ดังนั้น อับราฮัมซึ่งชรามาก ไม่อาจเดินทางไปไหนไกล ๆ ได้ จึงเลือกบ่าวที่เขาไว้ใจให้ทำงานสำคัญ น่าแปลกที่เขาไม่ได้ให้ทำงานนี้ตอนที่ซาราห์ยังมีชีวิตอยู่
ทูตสวรรค์นำทาง
บ่าวผู้นี้เป็นผู้อาวุโสในครัวเรือน เป็นผู้ดูแลงานในบ้านเหนือบ่าวหรือทาสคนอื่น ๆ เป็นคนที่อับราฮัมไว้ใจมาก (อาจเป็นเอลีเอเซอร์ใน 15:2)ดังนั้น เขาจึงเป็นตัวแทนของอับราฮัมที่จะไปหาภรรยาให้ลูกชาย เขาจะต้องรับผิดชอบที่จะหาภรรยาที่พระเจ้าทรงเลือกให้อิสอัค แต่จริงแล้ว เขาไม่ต้องกังวลเลย เพราะทูตสวรรค์ของพระเจ้าจะนำเขาไป ทูตสวรรค์จะจัดการให้เขาได้พบหญิงสาวที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ งานชิ้นนี้สำคัญนัก ซาราห์สิ้นไปแล้ว และอับราฮัมก็ชรามากแล้วด้วย
คำสาบานของบ่าวเป็นในพระนามแห่งองค์เจ้านาย พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน
สาระสำคัญของสัญญานี้
*ห้ามนำลูกชายออกจากพื้นที่
*ห้ามหาหญิงสาวจากพื้นที่คานาอัน
*ไปหาหญิงสาวจากบ้านเกิดของอับราฮัมให้พบโดยการนำของทูตสวรรค์ของพระองค์ ซึ่งมีความหมายถึงการสถิตอยู่ของพระเจ้า (16:7; 22:11)
*ถ้าหญิงสาวไม่ตามเขามา เขาพ้นคำสาบาน
วิธีการสาบานคือ วางมือใต้ขาอ่อน ซึ่งในสมัยโบราณ คำนี้ ใต้ขาอ่อนอาจเป็นคำที่ใช้แทนอวัยวะเพศ (ข้อ 2) คนโบราณถือว่า “ใต้ขาอ่อน” เป็นแหล่งกำเนิดของลูกหลานและเป็นฐานของอำนาจ (CONSTABLE’S NOTES)
สำหรับอับราฮัมแล้ว อิสอัคจะต้องไม่ร่วมชีวิตกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะเขารู้ดีว่า การทำเช่นนั้นจะนำความยากลำบากมาให้
ผู้หญิงที่ไม่เชื่อพระเจ้านั่นแหละที่จะชักชวนให้ลูกชายของเขาไปกราบไหว้เทพที่เธอนับถือ กลายเป็นว่าลูกชายทำผิดต่อพระเจ้าและพระสัญญาจะไม่สำเร็จ
ปฐมกาล 24:10-21
หลังจากที่ให้สัญญากันเป็นมั่นเป็นเหมาะ บ่าวผู้นี้ก็เดินทางไปพร้อมกับอูฐสิบตัว พร้อมของขวัญมากมายสำหรับครอบครัวเจ้าสาว
ไม่ได้มีบันทึกการเดินทางของเขาว่า ต้องเจอความยากเย็นอะไรบ้าง แต่เล่าถึงตอนที่เขาไปถึงเมืองของนาโฮร์เลย
เขาไปถึงในเวลาที่สาว ๆออกมาตักน้ำเสียด้วย เราจะเห็นฉากของเรื่องราวต่าง ๆ ที่บ่อน้ำหลายแห่งในพระคัมภีร์ และที่นี่ก็เป็นฉากที่สำคัญไม่น้อย เป็นที่ ๆ อธิษฐานขอพระเจ้าให้เขาทำงานสำเร็จ
คำอธิษฐาน
คำอธิษฐานของบ่าวนิรนามผู้นี้ ได้บ่งบอกว่า เขากำลังทูลต่อใคร เขาอธิษฐานอย่างเฉพาะเจาะจง เรารู้แน่ว่า ตลอดการเดินทางเป็นเวลานานนั้น เขาก็อธิษฐานมาอยู่แล้ว และเมื่อถึงที่หมาย เขาก็มีความมั่นใจทันทีว่า หนึ่งในกลุ่มสาว ๆ ที่มาตักน้ำนั้น จะมีคนหนึ่งที่ถูกกำหนดให้เป็นเจ้าสาวของอิสอัคแน่นอน
นี่เป็นคำอธิษฐานขอการทรงนำจากพระเจ้าที่พระคัมภีร์บันทึกไว้เป็นครั้งแรก เป็นคำที่มีความเข้าใจ
และเฉียบแหลมไม่น้อย คำอธิษฐานของเขานั้นเป็นการทูลขอการทรงนำของพระเจ้าอย่างเฉพาะเจาะจงแบบเหลือเชื่อ และเราจะได้เห็นคำตอบของพระเจ้าอย่างชัดเจน ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย เขาขอให้หญิงสาวคนนั้น พูดและทำอย่างที่เขาขอจากพระเจ้าไว้
คำตอบจากพระเจ้า
เขาขอว่าจะขอน้ำจากหญิงสาว
เธอจะต้องเชิญให้เขาดื่มและตักน้ำให้อูฐด้วย
เป็นคำขอแค่สองประการ และเรเบคาห์ก็แบกโถน้ำออกมา เธอเติมน้ำจนเต็มแล้วกลับขึ้นมา
เขาวิ่งไปหาเธอ ขอน้ำ แล้วเธอเชิญให้ดื่ม แถมยังดูแลให้อูฐได้น้ำด้วย เธอทำให้มันทุกตัวด้วยเต็มใจ อูฐหนึ่งตัวจะกินน้ำได้ถึง 25-40 แกลลอน มากัน 10 ตัว เท่ากับน้ำประมาณ 250 แกลลอนที่เรเบคาห์จะต้องช่วยให้อูฐทุกตัวได้น้ำ เธอน่าจะเป็นคนแข็งแรงมาก และมีน้ำใจเป็นที่สุด
บ่าวของอับราฮัมค่อย ๆ ดูคำตอบจากพระเจ้าอย่างใจเย็น เพื่อจะตัดสินใจว่านี่เป็นคำตอบของพระเจ้า
และแล้วเขาก็มั่นใจว่า เธอเป็นคนที่ใช่แน่นอน! ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังไม่ทราบว่า เธอเป็นลูกสาวของใคร
ปฐมกาล 24:22-27
ของขวัญให้หญิงสาว
การที่เขาของอับราฮัมได้ตอบแทนเรเบคาห์ด้วยแหวน(จมูก)กับกำไลทองคำ ของขวัญมีค่าขนาดนี้ เป็นการบอกว่า เขาเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่มีฐานะพอตัวเลยทีเดียว
การถามว่า เธอเป็นลูกสาวใคร? นั้น เพราะในสมัยโบราณ ความเป็นลูกสาวคือตัวตนของเธอ แต่เมื่อแต่งงานไป เธอจะละความเป็นลูกสาวกลายเป็นภรรยา ตัวตนของเธอผูกกับสามี ไม่ใช่กับบิดาอีกต่อไป เมื่อเธอบอกว่าเธอเป็นลูกหลานของใครแล้ว
เรเบคาห์ก็พร้อมที่จะให้แขกได้เข้ามาพักที่บ้าน
ของเธอ ซึ่งฟังแล้ว เป็นบ้านที่มั่งคั่งพอสมควร
เลยทีเดียว
ขณะที่เหตุการณ์กำลังดำเนินไปนั้น ผู้รับใช้ของ
อับราฮัมไม่ได้ลืมเลยว่า ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นเพราะ
พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้แล้ว เขาไม่ได้รอว่า
ไปที่พักก่อน แล้วค่อยขอบพระคุณ แต่มีโอกาส
ทำตอนไหนได้ก็ทำเลย
ครอบครัวเข้าใจทันที
ปฐมกาล 24:28-33
พระคัมภีร์แนะนำตัวลาบันให้เรา เขาเห็นว่าน้องสาวได้ทองคำติดตัวกลับมา ต้องมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นแน่ เขารีบออกไปหาบ่าวผู้นั้น เขาคงอยากจะได้สมบัติอย่างน้องสาว และรู้ว่า การให้สมบัติขนาดนี้มีความหมายถึงการมาสู่ขอด้วย
ลาบันรีบออกไปพบเขา และพร้อมที่จะต้อนรับชายแปลกหน้าผู้นี้ จากนั้นก็เป็นการต้อนรับอย่างเอื้อเฟื้อของชาวตะวันออกกลาง
แต่ชายแปลกหน้าผู้นี้กลับไม่ยอมกินอาหารใด ๆ ก่อน เขาขอพูดถึงเหตุผลที่เขามาถึงบ้านนี้ เขาต้องการสู่ขอทันที ไม่รีรอ
บอกเล่าธุระที่เดินทางไกลมา
ปฐมกาล 24:34-48
บ่าวของอับราฮัมเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้ครอบครัวของเรเบคาห์ฟัง โดยบอกอย่างแรกคือ เขาเป็นบ่าวของท่านอับราฮัม (ซึ่งเป็นพี่ชายของนาโฮร์ ปู่ของลาบันและเรเบคาห์ ปฐมกาล 22:20-24)
อับราฮัมนั้นได้พรจากพระเจ้ามาก และทั้งเขาและซาราห์มีลูกเมื่ออายุมากแล้ว แสดงว่า อิสอัคไม่ได้เป็นชายแก่แต่เป็นชายหนุ่ม! และเขายังได้รับมรดกของพ่อมาด้วย เท่ากับอิสอัคเป็นคนที่มีฐานะ
ไม่ต้องกังวล
ท่านอับราฮัมตั้งใจได้ลูกสะใภ้จากหมู่ญาติของท่านเอง เขาจึงต้องเดินทางมาที่นี่ โดยเชื่อว่า พระเจ้าจะทรงให้พบภรรยาแน่นอน
บ่าวผู้นี้ได้ยืนยันการที่อับราฮัมเป็นผู้เชื่อพระยาห์เวห์ เชื่อเรื่องทูตสวรรค์
เขาเล่าในรายละเอียด ไม่มีบทย่อเลย ทุกอย่างเปิดเผย และชัดเจนว่า เขาต้องการเธอไปเป็นเจ้าสาวของอิสอัค ลูกชายของอับราฮัม ซึ่ง เราไม่ทราบว่า ลาบันเคยเจอกับอับราฮัมหรือไม่บ่าวผู้นี้ ได้แนะนำพระเจ้าผู้ที่อับราฮัมนับถือให้ครอบครัวได้รับทราบ แน่นอนว่า ครอบครัวนี้ยังไม่ได้เชื่อพระเจ้าพระยาห์เวห์
หน้าที่ของเขาคือ หาภรรยาให้ลูกชายจากคนที่เป็นลูกหลานของพี่น้องอับราฮัมเอง
เขาจะต้องไปหาคนในครอบครัวของอับราฮัมให้ได้ (พระเจ้ายังไม่ได้ทรงห้ามเรื่องการแต่งงานของคนในครอบครัว เรื่องนี้มาทีหลัง เมื่อมีจำนวนประชากรมากขึ้น และมีการผ่าเหล่าที่เป็นอันตรายไม่เหมือนช่วงแรกที่มนุษย์ยังมีจำนวนน้อย )
สำหรับครอบครัวในตะวันออกกลาง หากสามีซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวเชื่อพระเจ้าใด คนในครอบครัวก็จะเชื่อแบบเดียวกัน
บ่าวผู้นี้ก็มีความเชื่อพระเจ้าเหมือนอย่างอับราฮัมนายของเขา ความจริงแล้ว นาโฮร์ก็น่าจะได้รู้เรื่องของพระเจ้ามาบ้างเช่นกันเนื่องจากเขาเป็นลูกหลานของโนอาห์ด้วย
เขาเชื่อมั่นว่า เรเบคาห์เป็นหญิงสาวที่จะมาเป็นสะใภ้ของอับราฮัมอย่างแน่นอน และเขาก็ได้ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเธอผู้นี้แล้วด้วย
ขอลูกสาว ขอคำตอบ
ปฐมกาล 24:49-53
บ่าวของอับราฮัมได้เล่าเรื่องราวทั้งหมด จากคานาอันจนถึงแผ่นดินบ้านเกิดอับราฮัม และเขาก็ได้กล่าวชัดเจนว่า พระเจ้าของอับราฮัมคือพระยาห์เวห์ทรงนำเขามาถูกทาง แบบไม่ต้องสงสัยอะไรเลย ข้อ 48 เขาได้มาพบหลานสาวของน้องชายอับราฮัมตัวจริง หน้าที่ของเขาก็เป็นเหมือนเถ้าแก่ที่จะขอให้ครอบครัวของเธอ ยกหลานสาวของอับราฮัมนี้ให้แก่อิสอัค
พี่ชายและพ่อของเรเบคาห์ก็คงทั้งโล่งใจ และสบายใจที่ลูกสาวจะได้ครอบครัวในสายเลือดของพวกเขาเอง และยอมรับด้วยว่า เรื่องนี้เป็นมาจากพระเจ้า พวกเขาก็จะไม่ขัดขวางแต่ประการใด คำในข้อห้าสิบ มีความหมายว่า “เราไม่มีทางเลือก เราจะพูดอะไรทั้งดีและชั่วได้เล่า” ประมาณนั้น ทั้งสองยินดียกเรเบคาห์ให้กับอิสอัค
ทันทีที่ได้รับคำตอบว่า ได้ … บ่าวของอับราฮัมก็นมัสการพระเจ้าทันที หลังจากนั้นก็ส่งของขวัญมีค่าเป็นสินสอดทองหมั้นให้กับฝ่ายเจ้าสาวอย่างมากมาย ให้ทั้งกับเจ้าสาย
พี่ชาย และมารดาของเจ้าสาว
คำตอบของเรเบคาห์
ปฐมกาล 24:54-61
เช้าวันต่อมา บ่าวของอับราฮัมต้องการกลับไปคานาอันทันที
แต่มีการชักชวนให้อยู่ ลาบัน และแม่ของยังไม่อยากให้เรเบคาห์ไปทั้งที่ยินยอมรับสินสอดแล้ว แต่เรเบคาห์เองพร้อมที่จะไปจากบ้านเกิด แล้วเธอก็ออกเดินทางไปกับเขาโดยที่ได้รับพรจากลาบันขอให้เธอเป็นแม่ของคนหลายชาติ
จะเห็นว่าเรเบคาห์เองก็ตอบสนองพระประสงค์ของพระเจ้าโดยไม่ได้ต่อต้านเลย บ่าวของอับราฮัมเดินทางไปด้วยความเชื่อ และเรเบคาห์เองก็ตอบรับและเดินไปกับเขาด้วยความเชื่อเช่นกัน เราจะเห็นแผนการของพระเจ้าที่ทดลองใจอับราฮัมเรื่องการถวายอิสอัค และแผนการของพระเจ้าที่จะให้บ่าวของอับราฮัมได้ค้นพบหญิงสาวที่พระองค์ทรงเตรียมไว้
งานของบ่าวผู้นี้เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้าที่จะส่งพระเยซูลงมาในโลก เพื่อมาพบเจ้าสาวของพระองค์คือคริสตจักร นั่นคือพวกเราทุกคนที่เชื่อในพระองค์!
พบชายหนุ่มที่รออยู่
ปฐมกาล 24:62-64
หลังจากที่เรารู้เรื่องของอิสอัคตอนที่จะถูกพ่อ
ถวายเป็นเครื่องบูชา เราก็ไม่ได้ยินถึงเขาอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้ การที่เขาเพิ่งกลับมาจากเนเกบเขาก็คงได้ไปทำการเลี้ยงสัตว์หรือทำไร่แต่เมื่อกลับมา ก็มีการออกไปคิดไตร่ตรองเรื่อง
ต่าง ๆ Henry Matthew เห็นว่า อิสอัคออกไปคุยกับพระเจ้าตามลำพัง หลังจากที่เขากลับมาจากการทำงาน นี่น่าจะเป็นเวลาประมาณ สามปีหลังจากที่ซาราห์จากไป อิสอัคเงยหน้าขึ้น เห็นขบวนอูฐ ส่วนเรเบคาห์เงยหน้าของเธอขึ้นก็เห็นอิสอัค เธอลงจากหลังอูฐทันทีที่เห็นเขา
ปฐมกาล 24:65-67
เมื่อเธอรู้จากบ่าวว่า เขาคือสามีในอนาคตของเธอ เธอจึงหยิบผ้ามาคลุมหน้า แสดงความถ่อมตน นอบน้อม การยอมตนต่อผู้ที่จะเป็นสามี ตามประเพณี แม้ว่าตอนนั้นเธอคงใจเต้นแรงมากที่จะได้พบอิสอัค
บ่าวได้รายงาน เรื่องทุกอย่างให้อิสอัคฟัง แน่นอนที่เขาจะเล่าถึงการทรงนำของพระเจ้าอย่างมั่นใจ และมีความสุขจริงๆ ที่พระองค์ทรงนำเขาให้ทำงาน สำเร็จโดยดี เขาเป็นบ่าวที่ซื่อตรง และทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำให้สำเร็จ แม้เราจะไม่รู้จักชื่อของเขา แต่ต้องยอมรับว่า เขาแน่มากที่กล้าอธิษฐานอย่างที่เราต้องเลียนแบบ
พระเจ้าทรงทำให้พระสัญญาของพระองค์สำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งหลังจากที่ได้อิสอัคมาจากพ่อแม่ที่ชรามาก
ทั้งสองได้อาศัยในเต็นท์ของซาราห์ เริ่มต้นชีวิตครอบครัวด้วยกันอย่างงดงาม
พระคำเชื่อมโยง
ปฐมกาล 24
1* ปฐมกาล 18:11; 21:5; 12:2; 13:2; 24:35
2* ปฐมกาล 15:2; 24:10; 39:4-6
3* ปฐมกาล 14:19, 22; เฉลยธรรมบัญญัติ 7:3
4* ปฐมกาล 28:2; 12:1
7* ปฐมกาล 12:1; 24:3; 12:7; 13:15; 15:18; 17:8; อพยพ 23:20, 23; 33:2
8* โยชูวา 2:17-20
10* ปฐมกาล 24:2, 22; 11:31-32; 22:20; 27:43; 29:5
11* อพยพ 2:16
12* อพยพ 3:6, 15; เนหะมีย์ 1:11
13* ปฐมกาล 24:43; อพยพ 2:16
14* ผู้วินิจฉัย 6:17, 37
15* อิสยาห์ 65:24; ปฐมกาล 24:45; 25:20; 22:20, 23
16* ปฐมกาล 12:11; 26:7; 29:17
18* 1 เปโตร 3:8-9
21* ปฐมกาล 24:12-14, 27, 52
22* อพยพ 32:2-3
24* ปฐมกาล 22:23; 24:15
26* อพยพ 4:31
27* อพยพ 18:10; ปฐมกาล 32:10; 24:21, 48
29* ปฐมกาล 29:5, 13
31* ผู้วินิจฉัย 17:2
32* ปฐมกาล 43:24; 19:2
33* ยอห์น 4:34
35* ปฐมกาล 13:2; 24:1
36* ปฐมกาล 21:1-7; 21:10; 25:5
37* ปฐมกาล 21:10; 25:5
38* ปฐมกาล 24:4
39* ปฐมกาล 24:5
40* ปฐมกาล 24:7; 5:22, 24; 17:1
41* ปฐมกาล 24:8
42* ปฐมกาล 24:12
43* ปฐมกาล 24:13
45* ปฐมกาล 24:15; 1 ซามูเอล 1:13
48* ปฐมกาล 24:26, 52; 22:23; 24:27
49* โยชูวา 2:14
50* สดุดี 118:23; ปฐมกาล 31:24, 29
51* ปฐมกาล 20:15
52* ปฐมกาล 24:26, 48
53* อพยพ 3:22; 11:2; 12:35; 2 พงศาวดาร 21:3
54* ปฐมกาล 24:56, 59; 30:25
59* ปฐมกาล 35:8
60* ปฐมกาล 17:16; 22:17; 28:14
62* ปฐมกาล 16:14; 25:11
63* โยชูวา 1:8
64* โยชูวา 15:18
67* ปฐมกาล 25:20; 29:20; 23:1-2; 38:12
