กิจการ 3 อธิบายเพิ่มเติมและพระคำเชื่อมโยง

การอัศจรรย์กับขอทานในพระวิหาร

กิจการ 3:1-3
โดยปกติแล้ว คนยิวที่เคร่งจะอธิษฐานสามเวลาคือ เก้าโมงเช้า เที่ยง และบ่ายสาม และในทางเข้าพระวิหารด้านนั้น ก็มักจะมีคนขอทานมานั่งอยู่กันไม่น้อย ชายขอทานที่เป็นอัมพาตตั้งแต่เกิดคนหนึ่งก็มาที่นี่ทุกวันเช่นกัน
ส่วนท่านยอห์นและท่านเปโตรเองก็ยังใช้พระวิหารในการอธิษฐาน ในการพบปะผู้เชื่ออยู่ พวกเขายังไม่ถูกไล่ออกไป ดังนั้นคนที่เชื่อ พระเยซูก็ยังใช้ประโยชน์ของสถานที่นี้เหมือนอย่างที่เคยเมื่อครั้งยังไม่ได้เชื่อ
1* กิจการ 2:46, 10:3, 10:30, สดุดี 55:17, มัทธิว 27:45
2* กิจการ 14:8, ยอห์น 9:8, กิจการ 3:10

กิจการ3: 4-7
อัครทูตทั้งสองไม่ได้สนใจคนอื่น แต่กลับมาสนใจชายเป็นอัมพาตคนนี้ ท่านคงได้รับการเตือนใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพิเศษเพื่อรักษาชายคนนี้ แล้วท่านก็บอกชายขอทานชัดเจนว่า ไม่มีเงิน ไม่มีทองจะให้ แต่ที่มีนั้นเป็นสิ่งที่ชายขอทานไม่คาดคิด! คำว่า ในพระนามพระเยซูคริสต์
 พระนามของพระเยซูเป็นสัญลักษณ์ อำนาจแทนพระเยซูดังนั้น เมื่อกล่าวว่าในพระนามพระเยซูจึงหมายถึงพระองค์เองโดยตรง อัครทูตกำลังเชิญให้พระเยซูคริสต์เสด็จมารักษาชายผู้นี้ด้วยพระองค์เอง เมื่อท่านกล่าวถึงพระนามเท่ากับเป็นการเชิญพระองค์มา
แล้วชายผู้นี้ก็ยืนได้ ขามีกำลังอย่างทันทีทันใด นี่เป็นการอัศจรรย์แรกของอัครทูตที่ท่านลูกาบันทึกไว้ แต่ความจริงแล้วมีการอัศจรรย์อื่น ๆ เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ (ดูในกิจการ 2) การที่ชายเป็นอัมพาตหายป่วย เป็นการดึงความสนใจของผู้คนให้หันมาฟังสิ่งที่ท่านเปโตรกำลังจะกล่าวต่อไป
6* กิจการ 14:9-10, 4:10, 2 โครินธ์ 8:97* กิจการ 9:41, ลูกา 13:13, มาระโก 9:27

กิจการ 3:8-10
ชายที่เดินได้ใหม่ ๆ คนนี้ตื่นเต้นที่สุด เขาดีใจสรรเสริญพระเจ้าไป และใคร ๆ ก็เห็นว่าเป็นคนที่เคยจับเจ่าขอทานริมทางเข้าพระวิหาร พวกเขาก็เคยให้ทานกับชายคนนี้ มาวันนี้เขากลับเดินได้ …. พวกเขาจึงดีใจไปกับเขา แต่ขณะนั้นยังไม่รู้ว่า มีคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน
8* กิจการ 14:10, อิสยาห์ 35:6, ยอห์น 5:8-9
9* กิจการ 4:16, 21, มาระโก 2:11-12
10* ยอห์น 9:8, กิจการ4:21-22, ยอห์น 5:20

คำเทศนาที่เฉลียงโซโลมอน

กิจการ 3:11-13
พอผู้คนได้ยินเรื่องนี้ต่อ ๆ กันไป พวกเขาก็อยากเห็นด้วยตาตนเองว่ามีคนพิการแต่เกิดเดินได้ ใครล่ะไม่อยากเห็น? กลายเป็นว่ามีคนเข้ามามุงดูกันเป็นจำนวนมากและนี่เป็นโอกาสที่อัครทูตเปโตรฉวยไว้ เพื่อจะอธิบายให้กับพวกเขาเข้าใจว่า ผู้ที่ให้หายป่วยคือพระเจ้าที่ชาวยิวทั้งหลายนับถือ
การเดินได้ของชายอัมพาตเกี่ยวข้องกับพระเยซูโดยตรง เกี่ยวอย่างไรหรือ? นั่นคือพระเจ้าทรงให้เขาเดินได้ เพื่อเป็นเกียรติของพระเยซูต่อหน้าหมู่คนยิว เห็นกันต่อหน้าต่อตา ท่านเปโตรโยงเรื่องให้เห็นว่า พวกเขาปฏิเสธพระเยซูอย่างไร
11* ยอห์น 10:23, กิจการ 5:12
12* 2 โครินธ์ 3:5, ยอห์น 3:27-28, ปฐมกาล 41:16
13* ยอห์น 5:30, อิสยาห์ 49:3, ยอห์น 7:39, 12:23, 13:31, มัทธิว 27:2, 20, มาระโก 15:11, ลูกา 23:28, ยอห์น 18:40, กิจการ 13:28,

กิจการ 3:14-16
 ท่านเปโตรพูดถึงองค์ผู้บริสุทธิ์ (คือตำแหน่งขององค์พระเมสสิยาห์จากอิสยาห์ 31:1)องค์ผู้ทรงธรรม (อิสยาห์ 53:11) ทรงเป็นถึงพระผู้ช่วยให้รอด แต่คนยิวกลับเกลียดชังและขอแลกชีวิตของพระเยซูกับฆาตกร! (ลูกา 23:28-19) พวกเขาได้ประหารพระองค์บนไม้กางเขน พระผู้ทรงให้กำเนิดชีวิตในโลก (โคโลสี 1:14-20) แต่พระเยซูทรงคืนชีพขึ้นมาด้วยฤทธิ์ของพระเจ้า
พอชายอัมพาตเชื่อพระนามพระเยซู (ซึ่งเท่ากับเขาเชื่อในตัวองค์พระเยซู ไม่ใช่แค่ชื่อเฉย ๆ) เขาจึงหายเป็นปกติให้เห็น ทุกคนเป็นพยานได้ ตอนนี้ คนที่ฟังย่อมเริ่มเข้าใจแล้วว่า อะไรเป็นอะไร พวกเขาเป็นผู้ร่วมกันประหารผู้ที่เป็นพระผู้ช่วยให้รอดพวกเขาเป็นผู้มีความผิดในสายพระเนตรพระเจ้า แต่ผู้ที่เขาตรึงตายกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริง ข่าวนี้ใคร ๆ ก็รู้กันไปทั่ว ท่านเปโตรเองก็เป็นพยาน
ที่เด็ดขาดสุด ๆ ก็คือ เห็นกับตาว่า ชายอัมพาตที่เชื่อพระเยซู เดินได้! พวกเขาไม่มีข้อแก้ตัวเลย
14* สดุดี 16:10, มาระโก 1:24, ลูกา 1:35, กิจการ 7:52, 2 โครินธ์ 5:21, ยอห์น 18:40
15* กิจการ 2:24, 2:32, วิวรณ์ 21:6, 22:17
16* มัทธิว 9:22, กิจการ 4:10, 14:9

กิจการ 3:17-19
แต่หลังจากที่กล่าวคำต่อว่าแรง ๆ ให้คนยิวทั้งหลายรู้ว่าพวกเขาได้ทำอะไรต่อพระผู้ช่วยให้รอด(พระเมสสิยาห์)ที่พระเจ้าทรงส่งมา ท่านเปโตรก็กล่าวคำเห็นใจว่า ที่พวกเขาทำไปอย่างนั้นเพราะไม่รู้ ไม่เข้าใจ ค่อยอ่อนโยนขึ้นนิดหนึ่ง
โดยกล่าวถึงการที่พระเมสสิยาห์จะต้องทนทุกข์ ซึ่งเป็น ข้อความที่พวกเขาเข้าใจยากมาก ในเมื่อมาเป็นพระเมสสิยาห์ ช่วยให้คนพ้นบาป แต่ทำไมพระองค์ต้องทนทุกข์ และถ้าพระองค์เป็นจริง ทำไมพระองค์ไม่ช่วยให้พวกเขาพ้นจากการ
เป็นเมืองขึ้นของโรม ช่วยให้พวกเขาเป็นอิสระ ความคิดที่ฝังมาว่าพระเมสสิยาห์จะต้องมีลักษณะที่เขาต้องการดังกล่าวนี้ทำให้พวกเขาตาบอด มองไม่เห็นว่าพระเยซูคือใครจริง ๆ 
แล้วท่านเปโตรก็ชวนให้พวกเขากลับใจ ให้เปลี่ยนความคิด ไม่คิดแบบเดิมต่อไป หันมาติดตามพระเจ้าเพื่อจะได้พ้นโทษบาป
17* ลูกา 23:34, ยอห์น 16:3, กิจการ13:27, 17:30, 1 โครินธ์ 2:8, 1 ทิโมธี 1:13
18* ลูกา 24:44, กิจการ 26:22, สดุดี 22, อิสยาห์ 50:6, 53:5, ดาเนียล 9:26,  โฮเชยา6:1, เศคาริยาห์ 13:6, 1 เปโตร 1:10
19* กิจการ 2:38, 26:20

กิจการ 3:20-23
 เปโตรได้บอกพวกเขาว่า ถ้าเปลี่ยนใจ กลับใจมาหาพระเจ้า พวกเขาจะได้รับการฟื้นฟูใจ สดชื่น บรรเทาใจ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พวกเขาจะไม่ต้องติดกับของกฎจากศาลาธรรม จากพระวิหาร ที่มนุษย์ตั้งขึ้นมาเพื่อควบคุมชีวิตของเขาต่อไป ไม่ต้องติดกับของบาปอีกต่อไป
แต่คำพูดนี้อาจหมายถึงว่า พระเยซูผู้เป็นพระเมสสิยาห์จะได้กลับมาครอบครอง ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างฟ้าใหม่ แผ่นดินโลกใหม่
จากนั้น ท่านเปโตรก็ช่วยย้ำให้ผู้ฟังเข้าใจว่า พระเยซูองค์นี้คือคนเดียวกับที่โมเสสเคยกล่าวว่าพระเจ้าจะทรงส่งผู้รับใช้ของพระองค์ที่เหมือนเขามา ..ให้ทุกคนฟังคำของเขา (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15-19) ที่ว่าเหมือนโมเสสคือ ทั้งช่วยกู้ และทั้งพิพากษาพวกเขา
20* – 21* กิจการ 1:11, มัทธิว ​17:11, โรม 8:21, ลูกา 1:70 
22* ฉธบ. 18:15, 18, 19, กิจการ 7:37
23* ยอห์น 12:48

กิจการ 3:24-25
ท่านเปโตรกำลังยืนยันให้กับคนยิวที่ฟังอยู่รู้ว่า ที่พวกเขาอ่านพระคัมภีร์เดิมและเห็นว่า พระเจ้าทรงกล่าวถึงพงศ์พันธ์ุของดาวิดที่จะมาครอบครองนั้น ก็คือ พระเยซูองค์นี้เท่านั้น ไม่ใช่ผู้อื่น
ผู้ฟังเหล่านี้ เป็นคนชาติเดียวกันกับผู้เผยพระคำ เป็นลูกหลานของพวกเขา แต่ก็เป็นลูกหลานพิเศษของพระเจ้าเพราะพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากอับราฮัมนั้นเอง ท่านเปโตรย้ำว่าพวกเขาคือคนที่จะเป็นพรให้กับมนุษยชาติ ขณะที่กำลังฟังอยู่นั้น พวกเขาเชื่อไหมนะ คิดออกหรือเปล่า?
24* 2 ซามูเอล 7:12, ลูกา 24:25, 
25* กิจการ 2:39, โรม 9:4,8, กาลาเทีย 3:26, ปฐมกาล 2:3,18:18, 22:18, 26:4, 28:14

กิจการ 3:26
พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะอวยพรชาวโลกทั้งสิ้น แต่พระองค์ทรงเลือกที่จะอวยพรอิสราเอลก่อนใคร ๆ เป็นการย้ำว่า พระเจ้าทรงรักพวกเขา และให้เกียรติพวกเขา ผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงเลือกคือพระเยซูนั้น ทรงถือกำเนิดในกลุ่มของชนชาติอิสราเอล ไม่ได้ไปเกิดที่ไหนอื่น
ข่าวประเสริฐของพระเจ้านั้น เริ่มต้นที่คนยิวแล้วจึงไปหาคนต่างชาติ (กิจการ13:46, โรม 1:16) และการที่พระเจ้าจะนำอาณาจักรของพระองค์มาบนโลกนี้ ก็ต้องการ ให้คนยิวรับพระเมสสิยาห์ของพวกเขา (มัทธิว 12:39, โรม 11:26) การกลับใจของพวกเขามาก่อนที่พระเยซูคริสต์จะครอบครองบนผืนแผ่นดินนี้ (เศคาริยาห์ 12:10-14)
26* มัทธิว 15:24, ยอห์น 4:22, กิจการ 13:46, โรม 1:16, 2:9, อิสยาห์ 42:1, มัทธิว 1:21

กิจการ 2 กำเนิดคริสตจักร

พระวิญญาณเสด็จลงมาตามพระสัญญา

คำอธิบายจากท่านเปโตร

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระเยซูโดยตรง

คำเชิญให้เชื่อพระเยซูคริสต์

ชีวิตของคริสตจักรแรก

คำอธิบายเพิ่มเติมและพระคำอ้างอิง กิจการ 2

กิจการ 2 อธิบายเพิ่มเติม และพระคำอ้างอิง

คำนำ

กิจการบทที่ 2 นี้ได้บันทึกเหตุการณ์สำคัญมากคือ การเริ่มต้นของคริสตจักรด้วยคนจำนวน 120 คน รวมอีก 3000 คนในวันเดียว!  เมื่อเราอ่านกิจการบทนี้ ช่วงที่จะสับสนนิด ๆ คือ ช่วงที่ท่านเปโตร
เทศนา อธิบายคำพยากรณ์ของท่านโยเอล และพลิกกลับไปถึงข้อเขียนสดุดีของกษัตริย์ดาวิด เหตุการณ์ทั้งบทแบ่งเป็น
-พระวิญญาณเสด็จลงมาเหนือผู้เชื่อที่รวมใจกันอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง
-พวกเขาชาวกาลิลี พูดสรรเสริญพระเจ้าเป็นภาษาต่าง ๆ ที่เข้าใจได้
-ผู้คนที่มาจากพื้นที่ห่างไกลเยรูซาเล็ม รู้ว่าพวกเขาพูดอะไรต่างแปลกใจ

-ท่านเปโตรอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอ้างถึงคำพยากรณ์ของท่านโยเอล
-จากนั้นกล่าวถึงสิ่งที่กษัตริย์ดาวิดได้เขียนไว้ถึงหนึ่งในลูกหลานของท่าน
ซึ่งพระเจ้าทรงสัญญาว่าจะให้เป็นผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่
-ท่านเปโตรยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าและพระเมสสิยาห์ พระผู้ช่วยให้รอด
คนที่ฟังพากันกลับใจ 3000 คน

ชีวิตประจำวันของคนในคริสตจักรยุคแรก คืออัครทูตยังคงทำสิ่งมหัศจรรย์ รักษาคนป่วย
มีการพบกันในพระวิหาร พบกันในบ้าน ฟังคำสอน หักขนมปังระลึกถึงพระเยซู อธิษฐานด้วยกัน
ส่วนในชีวิตประจำวันก็คือใช้ชีวิตด้วยกัน แบ่งปันสิ่งที่มี เป็นสังคมที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย ในชีวิตประจำวันของคนยิว

พระวิญญาณเสด็จมาตามพระสัญญา

กิจการ 2:1-3
เทศกาลเพนเตคอสต์ เป็นเทศกาลที่ดึงดูดยิวจากพื้นที่ห่างไกล เทศกาลอื่น ๆ อยู่ในช่วงเวลาที่มีพายุ การเดินทางลำบาก เทศกาลนี้ฉลองกันในวันที่ห้าสิบหลังจากเทศกาลปัสกา วันที่ 16 เดือนนิสาน (ซึ่งเป็นเทศกาลที่พระเยซูสิ้นพระชนม์พอดี) เป็นการระลึกถึงการที่พระเจ้าประทานบัญญัติให้จากภูเขาซีนายและเป็นการถวายผลแรกแด่พระเจ้า ถ้าจะนับจากวันที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ พวกเขารอมาสิบวันพอดี
เมื่อพวกศิษย์มารวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระสัญญาที่พระเยซูตรัสไว้ก็เกิดขึ้น มีเสียงพายุสนั่นจากฟ้า เสียงดังสนั่นได้บอกว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาด้วยฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ ดังก้องไปทั้งบ้านที่เขารวมกันอยู่ คำว่าวิญญาณ เป็นคำเดียวกับ ลม ลมหายใจ นี่เป็นเสียงของพระวิญญาณที่กำลังเทลงมายังศิษย์ทั้งหลาย ไม่ใช่เป็นลมที่พัดแรง แต่เป็นเสียงเหมือนพายุ

การเทลงมาของพระวิญญาณครั้งนี้ …มีคนเป็นพยานต้นเรื่องถึง 120 คน และไม่ใช่แค่เสียงพายุกล้าเท่านั้น แต่พวกเขายังเห็นเปลวไฟเล็ก ๆ เหนือทุกคน ไฟ เป็นสัญลักษณ์ของการสถิตของพระเจ้า ( ปฐมกาล 15:17, อพยพ 3:2-6, ลูกา 3:16) แต่ครั้งนี้เป็นไฟที่ประหลาด แบ่งให้กับทุกคน มัทธิว 3:11 ยอห์นผู้ให้บัพติศมาบอกว่า พระเยซูจะบัพติศมาท่านด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และด้วยไฟ…
พวกเขาได้ยิน ได้สัมผัสด้วยตา และได้กล่าวออกมาด้วยปากของพวกเขา

นี่เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ อิสราเอลไม่เคยมีอย่างนี้มาก่อน สิบวันหลังจากที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์พระองค์ก็ได้ส่งพระวิญญาณผู้ทรงเต็มด้วยฤทธิ์เดชลงมายังคนของพระองค์ คนทั้งหลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน พระเจ้าองค์เดียวกัน คริสตจักรที่พระเจ้าทรงประสงค์ได้เกิดขึ้นแล้ว ตรงตามพระสัญญาของพระเยซูในมัทธิว 16:18 ที่ว่าพระองค์จะทรงสร้างคริสตจักร และประตูแห่งความตายจะเอาชนะคริสตจักรไม่ได้ และอีกครั้งใน ยอห์น 14:26 พระบิดาจะทรงส่งพระวิญญาณมาในนามของพระองค์เพื่อสอนทุกสิ่งให้ เราจะเห็นจากเหตุการณ์นี้ว่า การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณนั้น นำให้ผู้เชื่อได้กลายเป็นพระวิหารแห่งพระวิญญาณ ที่ต้องเติมด้วยพระวิญญาณเสมอ
1** เลวีนิติ 23:15, กิจการ 1:14, โรม 15:6,
2** กิจการ 4:31, ยอห์น 3:8,
3** มัทธิว 3:11,

กิจการ 2:4-8
พอพระวิญญาณทรงเติมเต็มพวกเขา พระองค์ทรงบันดาลให้เขาพูดเป็นภาษาต่าง ๆ ตามท้องถิ่นของคนที่เข้ามาเยี่ยมกรุงเยรูซาเล็มในเวลานั้น ซึ่งน่าจะไม่ต่ำกว่ายี่สิบภาษา ทั้งชายหญิงที่อยู่ในห้องน้ันต่างพูดภาษาท้องถิ่นแตกต่างกันไป ทำให้เรารู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะให้ทั้งชายหญิงเป็นผู้กล่าวพระคำ และทรงเปิดโลกของทุกคนที่เข้ามาให้รู้ว่า พระองค์พอพระทัยให้ชนทุกชาติได้ยินข่าวประเสริฐของพระองค์ ไม่มีอุปสรรคของชาวยิว ชาวต่างชาติตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

คนยิวที่ได้ยินภาษาท้องถิ่นของเขา เป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้า มาจากพื้นที่แถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งพวกเขามักจะเดินทางเข้ามากรุงเยรูซาเล็มในช่วงเวลาเทศกาล และเทศกาลเพนเตคอสต์ ก็เป็นช่วงเวลาของปีที่เดินทางสะดวกที่สุด อากาศจะดีไม่มีอุปสรรคมากเหมือนช่วงอื่น ๆ ของปี พอได้ยินคำกล่าวยกย่องถึงราชกิจอัศจรรย์ของพระเจ้าเป็นภาษาตนดังนั้น
ก็เลยมาชุมนุมกัน ต่างได้ฟังเรื่องราวในภาษาของตน พวกเขาตั้งคำถามแรกเพราะประหลาดใจมากว่า คนกาลิลีมาพูดภาษาถิ่นของพวกเขาได้อย่างไร พวกเขาตื่นตะลึง ประหลาดใจ พิศวง
4** กิจการ 1:5, มาระโก 16:17, กิจการ 10:46, 19:6, 13:52, 1 โครินธ์ 12:10,28, 30, 13:1
5** ลูกา 2:25, กิจการ 8:2, 10:7, 13:50 
6** กิจการ 4:32, 3:1
7** กิจการ 1:11, 2:12, 14:11-12, มัทธิว 26:73. 8** –

กิจการ 2: 9-13
ตอนที่พระวิญญาณทรงลงมาเหนืออัครทูตและพี่น้องผู้เชื่อในวันเพนเตคอสต์นั้น คนที่ได้ยินพวกเขาพูดภาษาของตนต่างถามกันเป็นคำถามที่สองว่า “นี่หมายความว่าอย่างไร?”
เมื่อเราย้อนไปที่กิจการ 1:4-8 ซึ่งเป็นคำบัญชาของพระเยซูให้พวกเขารอตามพระสัญญาของพระบิดา พระองค์ตรัสว่า อีกไม่กี่วัน พวกเขาจะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ เพื่อจะได้ออกไปเป็นพยานฝ่ายพระเยซู ตั้งแต่ในเมืองหลวง ในสะมาเรีย จนสุดปลายแผ่นดิน
จริง ๆ แล้ว นี่เป็นรูปแบบเดียวกันกับก่อนที่พระเยซูจะทำราชกิจของพระองค์ พระวิญญาณทรงลงมาเหนือพระองค์ ในครั้งที่ทรงรับบัพติศมาจากยอห์น ดังนั้น ศิษย์ของพระเยซูจะทำการของพระองค์โดยขึ้นอยู่กับพระวิญญาณเช่นกัน
“เพนเตคอสต์ มีความหมายว่าพระเจ้าทรงจัดเตรียมคริสตจักรของพระองค์ให้พร้อมด้วยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณเพื่อว่าพระเจ้าจะทรงได้รับพระเกียรติสิริท่ามกลางชาติต่าง ๆ ในโลกนี้ ” อ่านเพิ่มเติม ฮาบากุก 2:14
ชาวยิวที่มาจากพื้นที่ต่าง ๆ นั้นได้ยินภาษาท้องถิ่นของเขาจากปากชาวกาลิลีที่ไม่เคยพูดภาษาของพวกเขามาก่อน คำที่พูดคือ พวกเขากล่าวถึงงานอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า จะไม่ให้พวกเขาตกใจ ประหลาดใจ งุนงงได้อย่างไร
ในวันนี้เอง เป็นวันเริ่มต้นของการประกาศพระสิริของพระเจ้าไปตามชาติต่าง ๆ จนสุดปลายโลก โดยพระเจ้าทรงเริ่มให้ด้วยพระวิญญาณของพระองค์เอง
9** 1 เปโตร 1:1, กิจการ 18:2, 16:6, วิวรณ์ 1:11 10** กิจการ16:6,
11** ฮีบรู 2:4, อพยพ 15:11. 12** กิจการ 17:20,

คำเทศนาแรกของท่านเปโตร

กิจการ 2:14-16
คำเทศนาของท่านเปโตรในวันเพนเตคอสต์.
เมื่อท่านเปโตรยืนกล่าวคำปกป้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น. ท่านยืนขึ้นพร้อมกับอัครทูตอีก 11 ท่าน
ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว และทุกคนที่กำลังพูดภาษาต่าง ๆ ก็หยุดพูด ทุกคนกลายเป็นฟังท่านเปโตรที่กำลังพูดขึ้นด้วยเสียงอันดัง เป็นคำกล่าวที่ไม่ได้เตรียมมาก่อน แต่เป็นช่วงเวลาที่พระวิญญาณทรงทำการในท่านเปโตร นี่เป็นคำเทศนาแรกต่อผู้คนจำนวนมากที่กำลังจะเชื่อ และเกิดเป็นคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ในวันนั้น
การเกิดขึ้นของคริสตจักรครั้งนี้ มีพลังเหลือล้นจากพระเจ้า เหมือนระเบิดที่รุนแรง และคำเทศนาครั้งแรกนั้นก็ขยายเลื่องลือออกไปทั่วดินแดน กลายเป็นการประกาศที่นำออกไปโดยผู้คนจากที่ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตคนที่เกิดขึ้นทำให้รู้ว่านี่เป็นการทำงานของพระเจ้า
ท่านบอกตรงๆ ว่านี่เก้าโมงเช้าเอง ใครจะไปดื่มเหล้ากัน ส่วนใหญ่แล้วคนยิวที่เคร่งครัดจะไม่กินหรือดื่มจนกว่าบ่ายสามหลังจากที่พวกเขาอธิษฐานกันเสร็จแล้ว
แล้วท่านเปโตรก็กล่าวถึงคำพยากรณ์นานกว่า 700 ปีที่ท่านโยเอลได้กล่าวไว้ นี่แสดงว่าท่านเข้าใจคำพยากรณ์นั้นเป็นอย่างดี …
14. อิสยาห์ 58:1, 15** 1 เธสะโลนิกา 5:7, 1 ซามูเอล 1:15. 16** โจเอล 2:28-32

กิจการ 2:17-18
เปโตรอธิบายเหตุการณ์ประหลาดของวันเพนเตคอสต์ให้ทุกคนได้เข้าใจ
สิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทุกคนเห็นนั้น พระเจ้าทรงบอกล่วงหน้าผ่านผู้เผยพระคำโจเอลมาก่อนแล้ว
ยุคสุดท้ายคือ ช่วงเวลาระหว่างพระเยซูเสด็จมาบังเกิดในโลกจนถึงวันที่พระเยซูเสด็จกลับมาอีกที
พระเจ้าจะทรงเทพระวิญญาณมาเหนือคนของพระองค์
โดยไม่จำกัดอายุ เพศ ชนชั้น และจะส่งต่อไปยังทุกชนชาติด้วยไม่เว้นใครเลย พระเยซูคริสต์ทรงทำลายกำแพงที่กั้นระหว่างคนยิวกับคนต่างชาติเรียบร้อย
แต่น่าเสียดาย ยังมียิวที่ไม่ยอมรับเรื่องนี้ คิดว่าพวกเขาเท่านั้นที่พระเจ้าทรงเลือก เปโตรอธิบายเหตุการณ์ประหลาดของวันเพนเตคอสต์ให้ทุกคนได้เข้าใจ
สิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทุกคนเห็นนั้น พระเจ้าทรงบอกล่วงหน้าผ่านผู้เผยพระคำโยเอลมาก่อนแล้ว
ยุคสุดท้ายคือ ช่วงเวลาระหว่างพระเยซูเสด็จมาบังเกิดในโลกจนถึงวันที่พระเยซูเสด็จกลับมาอีกที
พระเจ้าจะทรงเทพระวิญญาณมาเหนือคนของพระองค์
โดยไม่จำกัดอายุ เพศ ชนชั้น และจะส่งต่อไปยังทุกชนชาติด้วยไม่เว้นใครเลย พระเยซูคริสต์ทรงทำลายกำแพงที่กั้นระหว่างคนยิวกับคนต่างชาติเรียบร้อย
แต่น่าเสียดาย ยังมียิวที่ไม่ยอมรับเรื่องนี้ ยังมียิวที่คิดว่า พวกเขาเท่านั้นที่พระเจ้าทรงเลือก
17** อิสยาห์ 44:3, เอเสเคียล 11:9, เศคาริยาห์ 12:10, ยอห์น 7:38, กิจการ 10:45, กิจการ 21:9
18** กิจการ 21:4,9, 1 โครินธ์ 12:10

กิจการ 2:19-21
สิ่งที่พระเจ้าทรงบอกล่วงหน้า ได้สำเร็จไปส่วนหนึ่งแล้วคือการที่พระเจ้าเทพระวิญญาณลงมา
แต่ยังมีคำพยากรณ์อีกที่ยังไม่สำเร็จ คือกล่าวถึงวันที่พระเจ้าจะเสด็จมา
เป็นวันที่จะเห็นหมายสำคัญเกิดขึ้นในธรรมชาติ ในท้องฟ้า ทุกดวงตาจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
และมีการเชิญชวนให้ใครก็ตามที่ร้องออกพระนามของพระเจ้าจะรับการช่วยให้รอด ไม่ได้จำกัดแค่คนยิวอีกต่อไป
19** โยเอล 2:30-31, มาลาคี 4:1-6, เศฟันยาห์ 1:14-18
20** อิสยาห์ 13:10, เอเสเคียล 32:7, มัทธิว 24:29, มาระโก 13:24,25, ลูกา 21:25
21** โรม 10:12-13, สดุดี 86:5, ฮีบรู 4:16

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระเยซูโดยตรง

กิจการ 2:22-24
เมื่อกล่าวถึงคำพยากรณ์แล้ว ท่านเปโตรหันมากล่าวถึงพระเยซู
เรื่องนี้สำคัญ เพราะขณะที่ท่านเปโตรและผู้เชื่อยืนยันว่า พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ หรือพระผู้ที่พระเจ้าทรงเจิมเพื่อนำความรอดบาปมาให้โลกนี้ ยิวส่วนใหญ่ไม่เชื่อ พวกเขาคิดว่าเขาต้องรอต่อไปความเห็นของพวกเขาคือ “ท่านเยซูผู้นี้ไม่ใช่พระเมสสิยาห์” พระเมสสิยาห์จะต้องเป็นนักรบนำพาให้พวกเขาพ้นจากอำนาจการปกครองของคนต่างชาติต่างหาก

คำเทศนาต่อไปตอนนี้ ท่านเปโตร พิสูจน์ให้คนยิวรู้ว่า คนที่พวกเขาตรึงบนไม้กางเขนนั้น เป็นพระเมสสิยาห์จริง ๆเพราะในสามปีที่ผ่านมา พวกเขาได้เห็นการอัศจรรย์ สิ่งที่น่าพิศวง และหมายสำคัญที่พระเยซูทรงกระทำ ผู้ที่ฟังท่านเปโตรอยู่นั้น ก็ได้เห็นเป็นพยานอยู่แล้ว …

ท่านเปโตรยืนยันว่า พระเยซูถูกมอบไว้ให้กับพวกเขาตามที่พระเจ้าทรงวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่เพราะพระเยซูอ่อนแอ พ่ายแพ้คนชั่ว แต่เพราะพระเจ้าทรงกำหนดให้เป็นเช่นนั้น พระเจ้าทรงยอมให้ชาวโรมเป็นผู้ตรึงพระองค์ตามความต้องการของเหล่าผู้นำยิวทั้งหลาย
แต่แล้วพระเจ้าก็ทรงทำตามแผนของพระองค์ต่อไป โดยการให้พระเยซูคืนชีพขึ้นมา ที่พระเยซูคืนชีพเพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และทรงมีอำนาจเหนือความตาย

22** ยอห์น 3:2, 5:6, 14:10-11, อิสยาห์ 50:5,กิจการ 10:38
23** มัทธิว 26:4, ลูกา 22:22, กิจการ 3:18, 4:28, 1 เปโตร 1:20, กิจการ 5:30,
24** โรม 8:11, 1 โครินธ์ 6:14, 2 โครินธ์ 4:14, เอเฟซัส 1:20, โคโลสี 2:12, 1 เธสะโลนิกา 1:10, ฮีบรู 13:20

กิจการ 2:25-32
พระคำช่วงนี้ ข้อ 25 -32 นี้ เมื่ออ่านครั้งแรกอาจจะเข้าใจยากสักนิด เพราะท่านเปโตรเองก็
กล่าวย้อนไปมา สรุปว่า กษัตริย์ดาวิด เขียนสดุดี 16:8-11 โดยกล่าวถึงผู้หนึ่งที่อยู่ข้างขวามือ ทำให้ท่านไม่กลัว ใจก็ยินดี ลิ้นก็สรรเสริญ มีความหวังใจ เพราะ พระเจ้าจะไม่ทิ้งให้อยู่ในแดนตาย ไม่ต้องเปื่อยเน่า จะคืนชีพขึ้นมา ผู้นั้นกษัตริย์ดาวิดเรียกว่า “องค์บริสุทธิ์” ซึ่งเป็นหนึ่งในวงศ์วานของท่านเป็นลูกหลานของท่านที่ยิ่งใหญ่กว่าท่านมากมายนัก
ดาวิดเองไม่ได้เห็นว่า องค์บริสุทธิ์เป็นใคร แต่คำของท่านเป็นคำพยากรณ์ล่วงหน้ากว่าพันปี!

25** สดุดี 16:8-11, 62:6, 109:31, อิสยาห์ 41:13. 26** สดุดี 16:9, 71:23, 30:11.     27** กิจการ 13:30-37, วิวรณ์ 1:18,    28** สดุดี 16:11, 21:6.   29** กิจการ 13:36.   30** สดุดี 132:11, 89:3-4, เยเรมีย์ 33:14-15   31** สดุดี 16:10, กิจการ  13:15 32** กิจการ 2:24, กิจการ 1:8, 3:15

กิจการ 2:33-36
พระเยซูผู้ที่คืนชีพมานั้น ตอนนี้ ได้ไปอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าบนสวรรค์แล้ว
และพระองค์เคยสัญญาจะให้พระวิญญาณบริสุทธิ์
พระองค์ก็ทรงทำให้เห็นต่อหน้าต่อตาในวันนี้
เปโตรย้ำอีกชัดเจนว่า พระเจ้าทรงตั้งให้พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเมสสิยาห์
(คือเป็นทั้งเจ้านาย และพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษย์)
33** กิจการ 5:31, ฮีบรู 10:12, ยอห์น 14:26, กิจการ 2:1-11,17 , 10:45. 34** สดุดี 68:18, 110:1, มัทธิว 22:42-45 35** โรม 16:20 36** โรม 14:8-12, 2 โครินธ์ 5:10

คำเชิญให้เชื่อพระเยซู

กิจการ 2:37-41
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำการในจิตใจของผู้คนที่ยืนตรงนั้น (ยอห์น 16:8-11) พวกเขารู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจมาก ๆ พร้อม ๆ กัน เหตุคือพวกเขาปฏิเสธพระเยซู!
เมื่อได้ยินเรื่องการสิ้นชีพ คืนชีพ พระวิญญาณทรงช่วยให้เขาสำนึกถึงบาปในชีวิต
และทรงช่วยให้พวกเขาไม่ต่อต้านอีกต่อไป แต่ยอมรับความจริงที่ได้ยินจากท่านเปโตร และพวกเขาอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ในเมื่อได้ยินเรื่องเหล่านี้แล้ว
เปโตรบอกทันทีให้พวกเขาเปลี่ยนความคิด ให้เขากลับใจ ซึ่งหมายความว่า ให้เปลี่ยนการดำเนินชีวิตแบบเดิมที่เป็นชีวิตบาป หันหลังให้ทางนั้น หันมาหาพระเจ้า วางใจในพระเยซู และการหันจากบาปนั้นจะทำได้สำเร็จเพราะพระเจ้าทรงช่วยเราและอย่างที่สองท่านให้พวกเขารับบัพติศมา เพื่อสื่อให้ผู้อื่นรู้ว่า ตนตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางของพระเจ้า จะเชื่อวางใจพระเยซู
จากนั้นพวกเขาจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์จากพระเจ้า
ท่านเปโตรย้ำว่า พระเจ้าทรงเรียกทั้งพวกเขา และลูกหลานของพวกเขาที่กำลังจะเกิดมาด้วย รวมไปถึงชนชาติต่าง ๆ ที่พระเจ้าจะทรงเรียกไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ในศาสนาอะไร
ท่านเองเตือนพวกเขาให้ช่วยตนเองให้พ้นจากความหลงผิดของคนที่ได้ตรึงพระเยซูบนไม้กางเขน
และในหมู่คนเหล่านั้น มีคนที่ยอมรับคำของเปโตร และรับเชื่อ 3000คนในวันเดียว!
นี่คือวันที่คริสตจักรเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
37** ลูกา 3:10,  กิจการ 22:10 38** ลูกา 24:47, กิจการ22:16, 10:48 39** โยเอล 2:28,32, เอเฟซัส 2:13, 4:4, โรม 8:30. 40**  ฟีลิปปี 2:15, ฉธบ. 32:5. 41** กิจการ 4:4, 13:48, 16:31-34

ชีวิตของคริสตจักรแรก

กิจการ 2:42-43
ผู้เชื่อจากคน 120 คน กลายเป็น 3120 คนในวันเดียว เชื่อแล้วอยู่เฉยหรือ? เปล่าเลย
อัครทูตช่วยสอนพวกเขา มีการพบปะกันเพื่อคุยกันเรื่องของชีวิตใหม่
มีการหักขนมปังคือ การระลึกถึงพระเยซูคริสต์ มีการอธิษฐานเผื่อกันและกัน
ส่วนอัครทูตยังทำการอัศจรรย์ หมายสำคัญต่าง ๆ เพื่อช่วยคนป่วย คนมีปัญหาชีวิต
ความยำเกรงพระเจ้าอยู่ในบรรยากาศนั้น การอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขารู้ว่า
พระเยซูที่ทรงทำการอัศจรรย์และหมายสำคัญนั้น ยังคงทำการของพระองค์ไม่หยุดยั้ง
ผ่านผู้ที่เชื่อในพระองค์​
42** กิจการ 1:14, ฮีบรู 10:25, 1 ยอห์น 1:3
43** กิจการ 2:22, 9:40, 5:15-16

กิจการ 2:44-45
บัดนี้พวกเขามีพระวิญญาณอยู่ในชีวิต เป็นพระคริสต์ที่ทรงคืนชีพอยู่ในพวกเขา
จึงเกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน ทุกคนมีหัวใจคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง อยู่กันเป็นชุมชน ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในเยรูซาเล็ม
ความรักในหมู่พี่น้องเกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่มาจากความเข้าใจในความรักของพระเยซู เกิดจากหัวใจที่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
ผู้เขียนได้บันทึกการมีน้ำใจที่เสียสละอย่างที่พวกเขาไม่เคยเป็นมาก่อน
คนที่เคยตระหนี่ถี่เหนียวก็เปลี่ยนแปลงไป เป็นการเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนสังคม
เปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอย่างนี้ไปได้
44** กิจการ 4:32,34,37, 5:2. 45**  อิสยาห์ 58:7, 1 ยอห์น 3:17, 1 ทิโมธี 6:18-19

กิจการ 2:46-47
พวกเขากลายเป็นกลุ่มชนที่คนอื่นต้องจับตามอง การไปประชุมที่พระวิหารก็ง่ายสำหรับ
ให้พวกเขารวมตัวกันมากฟังพระคำไปพร้อม ๆ กัน การรวมตัวในบ้านก็ช่วยให้มีโอกาส
ถามสิ่งที่สงสัย ช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการอธิษฐานเผื่อกันอย่างใกล้ชิด
พวกเขาได้สรรเสริญพระเจ้าและเป็นที่ชื่นใจของคนอื่น ๆ ด้วย แถมยังมีคนเข้ามาเชื่อ
ทุก ๆ วันอีก … อย่างนี้พวกฟาริสีจะว่าอย่างไร? รัฐบาลโรมจะทนไหม?
46**  กิจการ 1:14, ลูกา 24:30,53, 2:42, 20:7, 1 โครินธ์ 10:16
47**. กิจการ 5:14, 16:5, 1 โครินธ์ 1:18