กิจการ 21 เยรูซาเล็ม … ไปหรือไม่ไปดี?

คำเตือนระหว่างทาง

เยี่ยมยากอบ

เปาโลถูกจับในพระวิหาร

คุยกับประชาชนให้เข้าใจ

อธิบายเพิ่มเติม

คำเตือนระหว่างทาง
กิจการ 21:1-3
เราทราบจากกิจการ 20: 4 ว่าเพื่อนเดินทางของเปาโลในครั้งนี้คือ ทิโมธี ลูกา และคนอื่น ๆ โดยพวกเขาเดินทางจาก มิเลทัส (ตุรกีตะวันตกเฉียงใต้) ไปยังฝั่งฟินิเชีย เป้าหมายคือเมืองไทระที่พวกเขาตั้งใจจะเยี่ยมพี่น้องที่นั่น
กิจการ 21:4-6
เปาโลและทุกคนได้พบพี่น้องในเมืองไทระจริง และมีบางคนเตือนว่า ไม่ให้ไปเยรูซาเล็มเพราะจะถูกจับกุมตัว พวกเขาพยายามที่จะให้เปาโลเปลี่ยนใจ แต่ไม่ได้ผล เพราะวันที่เจ็ดพวกเขาก็ออกเดินทางต่อตามที่ตั้งใจไว้
เปาโลเชื่อว่าพระเจ้าทรงนำให้เขาไปเยรูซาเล็ม แต่พี่น้องเห็นจากพระเจ้าอีกมุมคือ เปาโลจะถูกจำจอง
ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับความรู้นี้มาจากพระเจ้า แต่ทำไมเปาโลไม่ฟังเพื่อนที่มาห้ามไว้ เราอาจตั้งคำถามว่าเปาโลควรฟังใครกัน …
กิจการ 21:7-11
เดินทางผ่านเมืองใด ก็จะไปเยี่ยมพี่น้องเมืองนั้น และในบ้านของฟีลิป ก็พบลูกสาวที่เป็นผู้กล่าวพระคำของพระเจ้าสี่คน ซึ่งทำให้เราเห็นว่า ผู้หญิงก็ได้ทำงานรับใช้พระเจ้าเช่นกัน จำได้ไหม ฟีลิปเป็นคนที่ประกาศพระนามพระเจ้าอย่างแข็งขันในกิจการบทที่ 8
มาถึงบ้านนี้ก็มีคนมาเตือนอีกแล้วว่า อย่าไปเยรูซาเล็มเลย .. และอากาบัสก็แสดงให้เห็นราวกับเป็นการแสดงละครสดเลยว่า เปาโลจะเจออะไร .. ดูน่ากลัว น่ากังวลมาก
กิจการ 21:12-16
แต่เปาโลไม่ได้กลัวสักนิด เพราะใจเปาโลนั้นพร้อมตายเพื่อพระเจ้า แต่ขอให้ได้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์แล้วกัน การที่มีคนมาเตือนเช่นนี้ อาจเป็นการลองใจของพระเจ้าก็เป็นได้ … ว่าเปาโลจะตัดสินใจอย่างไร แล้วที่สุด ทุกคนในคณะของเปาโลก็เดินทางไปเยรูซาเล็มจริง

เยี่ยมยากอบ
กิจการ 21:17-20ก
เราจะเห็นว่า ในเยรูซาเล็มมีโครงสร้างของผู้นำอยู่อย่างชัดเจน และเปาโลเองก็ยอมรับโครงสร้างนั้น เขาได้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในการประกาศที่ผ่านมา พบว่า พระเจ้าทรงทำการยิ่งใหญ่ในหมู่คนต่างชาติ เราจะเห็นว่าพี่น้องชาวยิวก็ดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ในกิจการบทที่ 15 เราจะเห็นว่ามีการปรับความเข้าใจระหว่างพี่น้องชาวยิวและชาวต่างชาติที่เชื่อให้เหมาะสม
กิจการ 21:20ข-22
เปาโลมาพบข่าวลือว่า เปาโลสอนให้ผู้เชื่อต่างชาติต่อต้านพิธีของยิว ดังนั้น ยากอบซึ่งเป็นน้องชายของพระเยซูรวม ทั้งผู้อาวุโสในเยรูซาเล็มได้ขอให้เปาโลพิสูจน์ว่าเขาเป็นยิวแท้ด้วยการช่วยให้คนกลุ่มหนึ่งได้ทำตามคำปฏิญาณตนแบบพวกนาซารีน (กันดารวิถี 6:1-21)
กิจการ 21:23-25ก
เปาโลตกลงที่จะทำตามที่พวกเขาขอร้อง คือทำตามธรรมเนียมยิวด้วย จะเห็นว่า การทำตามธรรมเนียมที่ไม่ได้ผิด แต่กลับกลายเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพี่น้อง เป็นการทำตามสิ่งที่ท่านกล่าวในเอเฟซัส 4:1-2 ,13
กิจการ 21:25ข-26
การยินยอมของเปาโลเท่ากับทำให้คนเหล่านั้นไว้ใจเปาโล และไม่คิดจะเชื่อข่าวลือต่อไป พี่น้องในเยรูซาเล็มเข้าใจท่าที ทัศนคติจริงของท่านที่มีต่อความเชื่อในพระเจ้า


เปาโลถูกจับในพระวิหาร
กิจการ 21:27-29
พอดีเปาโลไปไหนต่อไหนกับโตรฟีมัสซึ่งเป็นชาวเมืองเอเฟซัส ทำให้คนยิวได้กระพือข่าวเพราะคิดเอาเองว่า เขาเอาคนต่างชาติเข้าไปในพระวิหาร ทำให้พระวิหารเป็นมลทิน โตรฟีมัสเป็นคนหนึ่งที่มากับทีมเปาโลที่เอาเงินถวายมาส่ง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเยรูซาเล็ม
กิจการ 21:30-31
ดังนั้นวันที่เปาโลไปพระวิหาร และกำลังออกมา พวกเขาก็คิดว่านี่ไง มาแล้ว เอาคนต่างชาติเข้าไปในวิหารได้อย่างไร พวกเขาจับเปาโลและรุมทำร้ายเขา ดีที่มีคนไปแจ้งข่าวให้ทหารโรมที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยทันทีเหมือนกัน เขาจึงสั่งคนให้ไปยังพื้นที่ทันที!
กิจการ 21:32-34ก
พวกเขาหยุดทำร้ายเปาโลเมื่อเห็นทหารเข้ามา เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะมีคนตอบคำถามคนละเรื่องกัน ขัดแย้งไปหมด
กิจการ 21:34ข-35
ถึงแม้กลุ่มชนเหล่านี้ต้องการลงประชาทัณฑ์เขา แต่เปาโลก็ยังอยากที่จะประกาศพระนามในช่วงที่ผู้คนกำลังเร่าร้อน อยากให้เขาตาย เราจะเห็นว่า กลุ่มผู้นำศาสนานี้ เป็นตัวดีที่คอยทำให้ประชาชนทำผิดตามคำสั่งของพวกเขา

คุยกับประชาชนให้เข้าใจ
กิจการ 21:37-39
ตอนแรกนายทหารเข้าใจว่าเปาโลเป็นคนอียิปต์ที่เป็นคนร้าย แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า เปาโลไม่ใช่คนนั้น (คนนั้นได้ปลุกระดมคนมากมายไปที่ภูเขามะกอกเทศ และได้อ้างว่าเขาจะทำให้โรมล่มไป จึงมีคำสั่งจากโรมให้กำจัดเหล่ากบฎซึ่งโรมก็ได้สังหารผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก แต่หัวโจกหนีไปได้ พวกนี้มักจะปะปนอยู่กับคนยิวและพยายามฆ่ายิวที่เข้าข้างโรม
และเวลานี้เองเปาโลก็ขออนุญาตพูดกับประชาชน …
กิจการ 21:40-22:3
แล้วเขาก็ได้รับอนุญาตอย่างไม่คาดฝัน นี่เป็นตัวอย่างของความมุ่งมั่นที่เราไม่ค่อยได้เห็น ยิ่งต่อหน้าประชาชนที่กำลังโกรธแบบนี้ เปาโลน่าจะรีบเข้าไปในกองทหารก่อนเพื่อความปลอดภัย เขากลับได้มีโอกาสพูดกับประชาชนเป็นภาษาฮีบรู ทำให้ผู้คนที่เข้าใจผิดเหล่านั้นได้นิ่งฟังเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เปาโลจะได้กล่าวคำชี้แจงเรื่องชีวิตที่มาพบพระเจ้า

พระคำเชื่อมโยง

1* 1 เธสะโลนิกา 2:17
2* กิจการ 27:6; 15:3
3* กิจการ 21:16’ 12:20
4* กิจการ 21:10-12
5* กิจการ 20:36,38
8* กิจการ 8:40; 21:16;
เอเฟซัส 4:11; กิจการ 6:5
9* โยเอล 2:28
10* กิจการ 11:28
11* กิจการ 20:23; 21:33; 22:25

13* กิจการ 20:24, 37
14* ลูกา 11:2; 22:42
17* กิจการ 15:4
18* กาลาเทีย 1:19; 2:9
19* โรม 15:18, 19;
กิจการ 14:27; 1:17; 20:24
20* กิจการ 15:1; 22:3
24* กิจการ 18:18
25* กิจการ 15:19,20,29
26* กิจการ 21:24; 24:18;
กันดารวิถี 6:13

27* กิจการ 20:19; 24:18; 26:21
28* กิจการ 6:13; 24:26
29* กิจการ 20:4
30* กิจการ 16:19; 26:21
31* 2 โครินธ์ 11:23
32* กิจการ 23:27; 24:7
33* กิจการ 24:7; 20:23; 21:11
36* ยอห์น 19:15
38* กิจการ 5:36
39* กิจการ 9:11; 22:3
40* กิจการ 12:17; 22:2

กิจการ 20 คงไม่ได้พบกันอีก

กลับมายังมาซิโดเนีย โตรอัส และแคว้นเอเชียน้อย

การสอนครั้งนี้ ยาวนาน…..จนเกิดอัศจรรย์

เตือนใจพี่น้องที่มาจากเอเฟซัส

ให้ระมัดระวังอันตรายที่มีต่อคริสตจักร

พื้นฐานการรับใช้

อธิบายเพิ่มเติม

กิจการ 20:1-3
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากกลุ่มช่างเงินช่างทองในเอเฟซัส ทำให้เปาโลต้องออกจากที่นั่น โดยวางแผนที่จะไปเยรูซาเล็ม ผ่านมาซิโดเนียและอาคาเชีย
โดยที่เปาโลจะช่วยนำกลุ่มคนที่นำเงินถวายไปช่วยคนที่เยรูซาเล็มที่พวกเขาเจอกับการกันดารอาหารอย่างหนัก เราทราบเรื่องนี้เพราะว่าเปาโลได้เขียนถึงคริสตจักรโครินธ์ก่อนที่จะออกมาจากเอเฟซัส ( 1 โครินธ์ 16:1-4 )
เป็นอันว่าได้มีโอกาสเยี่ยมเมืองต่าง ๆ ที่เคยประกาศมาก่อนหน้านี้(ดูกิจการ 16-17) และไปพักในกรีก (ซึ่งหมายถึงอาคาเชียนั่นเอง ซึ่งน่าจะเป็นเมืองโครินธ์ ตามที่เขียนใน 1 โครินธ์ 16:5-7) สามเดือน ซึ่งระหว่างนั้นเอง ก็ได้ทำให้ชาวยิวในพื้นที่ไม่พอใจเหมือนเคย พวกเขาพยายามทำร้ายเปาโล ซึ่งเปาโลก็เลี่ยงโดยการเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมจะไปแคว้นซีเรียทางเรือ ก็เลยไปทางบก
กิจการ 20:4-6
เปาโลให้พี่น้องส่วนหนึ่งไปรอที่เมืองโตรอัส พี่น้องเหล่านี้น่าจะเป็นคนจากคริสตจักรต่าง ๆ ที่ได้ถวายเงินเพื่อส่งไปเยรูซาเล็ม เราจะชินกับคนสองสามคนในกลุ่มนี้ อย่างเช่นกายอัส ทิโมธี พวกเขาเป็นคนที่เปาโลพบและสอนให้รู้จักทางของพระเจ้า และพยายามที่จะส่งต่อความเชื่อให้กับคนเหล่านี้ เพื่อพวกเขาจะสอนต่อไปได้ ( 2 ทิโมธี 2:2). เปาโลยังได้อยู่ที่เมืองฟีลิปปีพักหนึ่งเพื่อร่วมเทศกาลไร้เชื้อด้วย
ครั้งนี้เปาโลลงเรือข้ามทะเลอีเจียนไปทางตะวันตก เข้าไปทางแคว้นเอเชียน้อย ที่เมืองโตรอัส การเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นการเล่าของลูกา ที่จากเนื้อความเราจะเห็นว่า ลูกาได้พูดคำว่า เรา หลาย ๆ ครั้ง ทำให้รู้ว่า ลูกาได้เดินทางไปพร้อมกับเปาโล
กิจการ 20:7-9 ก
น่าสนใจที่ลูกาเล่าว่า วันอาทิตย์ พี่น้องมาประชุมกัน พวกเขาไม่ได้ประชุมกันวันเสาร์ในศาลาธรรมอย่างยิวแล้ว เราไม่ทราบว่าเป็นเช้าหรือเย็น อย่างไรก็ดีการประชุมครั้งนี้ยืดยาวไปถึงเที่ยงคืน เนื่องจากในอาณาจักรโรม วันอาทิตย์คนที่เป็นทาสก็ยังต้องทำงาน พวกเขาจึงน่าจะประชุมกันตอนเย็นของวันอาทิตย์
(สตีเวน เจ โคล) พวกเขามาหักขนมปังด้วยกัน ก็คือ มีพิธีระลึกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูด้วยกัน
และครั้งนี้เปาโลสอนนานมาก … จนมีคนหนึ่งหลับคาหน้าต่าง ในห้องมีตะเกียงหลายดวง อากาศก็ไม่ค่อยดี คนก็เหนื่อย แต่เปาโลก็ตื่นเต้นที่จะสอน
กิจการ 20:9
แล้วเด็กหนุ่มที่หลับคาหน้าต่างชื่อยุทิกัส ชื่อของเขาแปลว่า โชคดี เขาอาจเป็นทาสที่ทำงานมาทั้งวัน และมานั่งฟัง พยายามตื่นแต่ร่างกายก็ไม่ไหว แล้วในที่สุดเขาตกลงมาจากตึกชั้นที่สาม เมื่อมีคนวิ่งไปดูประคองเขาขึ้นมา ก็บอกว่าเขาตายแล้ว! และการที่ลูกาผู้เขียนซึ่งเป็นแพทย์ยืนยัน เราจึงเชื่อได้ว่า ยุทิกัสนี้สิ้นลมจริง
กิจการ 20:10-12
แต่เปาโลไม่นิ่งนอนใจ เขาลงไปข้างล่าง โอบยุทิกัสไว้ และบอกพี่น้องว่า ว่า ไม่ต้องตกใจ เขายังมีชีวิต .. ลูกาผู้เขียนไม่ได้บอกรายละเอียดเรื่องนี้เลย แต่เราเห็นได้ว่า การเข้าไปสัมผัสครั้งนี้ ทำให้ยุทิกัสมีชีวิตคืนขึ้นมา
ดูเหมือนการตกลงมาจากตึกสามชั้นไม่ได้ทำให้ยุทิกัสมีบาดแผลด้วย พวกเขาขึ้นไปบนตึก และยังไปหักขนมปังด้วยกัน เช้ามา ต่างก็ลาจากกันไป เป็นการจากไปที่ต่างมีความยินดีมาก ๆ
กิจการ 20:13-16
ข้อความตอนนี้ได้เล่ารายละเอียดว่า เปาโลเดินทางบกแล้วไปเจอพี่น้อง จากนั้นก็ลงเรือไปด้วยกัน ที่นั่นที่นี่หลายแห่ง โดยไม่แวะเอเฟซัส จนกระทั่งมาถึงเมืองมิเลทัสซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเอเฟซัสเท่าไรนัก ที่เปาโลทำเช่นนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่ได้ประกาศกับเมืองระหว่างทาง หรือเป็นเวลาที่จะอยู่ตามลำพังเพื่อเดินไปอธิษฐานไป? เปาโลสั่งให้คนอื่นไปก่อน แต่ตัวเองกลับเดินเท้าไปยังอัสโสสซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่ห่างโตรอัสประมาณ 40 กิโลเมตร
กิจการ 20:17-19
เปาโลส่งคนไปเชิญ ผู้ปกครองคริสตจักรเอเฟซัสที่รู้จักกันใกล้ชิด มาประชุมด้วยกันเพื่อจะได้สอนและหนุนใจพี่น้องเหล่านั้น โดยที่ไม่ไปแวะเอเฟซัสเลย
อย่างแรกที่เปาโลกล่าวถึงคือ เวลาที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับพี่น้องในเอเฟซัสว่า เป็นอย่างไร การอยู่อย่างถ่อมตน การเจอกับแผนร้ายของยิวสารพัด
แคว้นเอเชียในที่นี้ คือดินแดนที่โรมครอบครองในแคว้นเอเชีย ซึ่งอยู่ในตุรกีปัจจุบันบางส่วน และพื้นที่เมืองโตรอัส มิเซีย ลิเดีย คาเรีย ฟรีเจียบางส่วน โดยมีเอเฟซัสเป็นเมืองหลวง
กิจการ 20:20-23
เปาโลได้สอนยิวในศาลาธรรม ตามบ้าน และสอนกรีกที่ของทิรันนัส (19:9) ชักชวนให้กลับใจเชื่อพระเยซู แต่แล้วพระวิญญาณของพระเจ้าได้ทรงนำให้เขาไปเยรูซาเล็ม ซึ่งเปาโลเองก็รู้ดีว่า ต้องมีเรื่องร้าย ๆ รออยู่แน่นอน
กิจการ 20:24-25
ที่เปาโลต้องเรียกพวกเขามาคุยเพราะรู้ว่า จะไม่ได้มีโอกาสเจอกันอีก .. อ่านโรม 15:23 จะเข้าใจเหตุการณ์เบื้องหลัง แต่เป้าหมายชีวิตของเปาโลนั้นชัดเจนมาก คือ การประกาศข่าวดีของพระเยซู ไม่มีอะไรที่ทำให้เปาโลมุ่งมั่นไปกว่านี้อีกแล้ว สำหรับเปาโล พระบัญชาของพระเยซูในเรื่องนี้มีค่ายิ่งกว่าชีวิตของเขาเอง สิ่งที่ทำให้พวกเขาเสียใจคือ เปาโลได้แจ้งให้พวกรู้ว่า นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้พบกัน
กิจการ 20:26-28
ตอนนี้เปาโลเห็นว่า งานในพื้นที่แถบนี้เสร็จลงแล้ว ได้บอกแผนการ พระประสงค์ของพระเจ้าทั้งสิ้นให้ทราบ โดยไม่ได้ปิดบังไว้เลย ดังนั้น เปาโลจะฝากพี่น้องไว้กับเหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้ พวกเขามีหน้าที่จะต้องเลี้ยงดูพี่น้องต่อไป ชีวิตฝ่ายวิญญาณของพี่น้องอยู่ในมือพวกเขาแล้ว ทุกคนที่เข้ามาฟังเปาโล เป็นผู้ใหญ่พอที่จะช่วยกันรักษาคริสตจักรของพระเจ้าในเอเฟซัส ซึ่งเปาโลบอกว่า เป็นกลุ่มชนที่พระเจ้าทรงซื้อมาด้วยพระโลหิตของพระบุตรนั่นเอง
กิจการ 20:29-31
เปาโลรู้แก่ใจดีว่า ในอนาคตจะมีคนที่หลอกลวงเข้ามาในคริสตจักร และเราก็จะเห็นว่า ในคริสตจักรทุกวันนี้ก็จะเจอคนที่เข้ามาหลอก ปัญหาจากทั้งข้างนอกและข้างในคริสตจักรเอง สำคัญคือต้องตื่นตัว อยู่เฉย ๆ ไปวัน ๆ ไม่ได้ เวลาเปาโลรับใช้ ไม่ได้แค่ตั้งใจรับใช้ แต่เต็มด้วยหัวใจที่เป็นห่วง อธิษฐานร้องไห้เพื่อพวกเขา
กิจการ 20:32-35
เปาโลฝากพี่น้องไว้กับพระเจ้า ฝากไว้กับพระคุณที่จะสร้างและรักษาชีวิตของพวกเขาให้ปลอดภัย เปาโลรักพี่น้องจากเอเฟซัสที่ได้อยู่ด้วยกันนานถึงสามปี ดูเหมือนว่าเปาโลจะตระหนักดีว่า พี่น้องจะต้องเจอการข่มเหงอีกไม่น้อย และตัวเปาโลเองก็มีภาระหนักอยู่ข้างหน้าด้วย
เปาโลได้ย้ำเตือนพวกเขาว่า ได้รับใช้ท่ามกลางพวกเขาด้วยความคิดอย่างไร ต้องเห็นแก่คนที่อ่อนแอกว่า ต้องทำงานหนัก ชีวิตไม่ใช่อยู่สบาย ๆ ง่าย ๆ การดำเนินชีวิตที่เป็นตัวอย่างทำให้เปาโลสามารถพูดกับพี่น้องได้ว่า ให้ทำตามตัวอย่างชีวิตของเขา
คำที่บอกว่า การให้นั้นเป็นสุขกว่าการรับ ก็กลายเป็นพื้นฐานความคิดของการรับใช้ในแผ่นดินของพระเจ้าเพื่อผู้อื่น หลายศตวรรษต่อมา ทำให้คริสตจักรได้ส่งคนออกไปเพื่อประกาศและรับใช้ด้านต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นทางการศึกษา การแพทย์ การช่วยเหลือด้านอื่น ๆ
กิจการ 20:36-38
พวกเขาอธิษฐานด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน เป็นความรักของคนที่รักพระเจ้าและผ่านความยากลำบากมาด้วยกันเพื่อข่าวประเสริฐ เพื่อให้คนอื่นได้รับความรอด พวกเขารู้สึกว่า จะไม่ได้พบกับเปาโลอีก จึงรู้สึกเสียใจมาก แต่ยังมีความหวังว่า จะได้พบกันต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ซึ่งเวลานี้พวกเขาก็คงได้พบกันแล้ว




พระคำเชื่อมโยง

1* 1 ทิโมธี 1:3
2* กิจการ 17:15; 18:1
3* 2 โครินธ์ 11:26
4* โคโลสี 4:10; กิจการ 19:29; 16:1; เอเฟซัส 6:21; 2 ทิโมธี 4:20
5* 2 ทิโมธี 4:13
6* อพยพ 12:14-15; 2 ทิโมธี 4:13
7* 1 โครินธ์ 16:2; กิจการ 2:42, 46; 20:11
8* กิจการ 1:13
10* 1 พงศ์กษัตริย์ 17:21; มัทธิว 9:23-24


16* กิจการ 18:21; 19:21; 21:4; 24:17; 2:1
18* กิจการ 18:19; 19:1, 10; 20:4, 16
19* กิจการ 20:3
20* กิจการ 20:2721* กิจการ 18:5; 19:10; มาระโก 1:15
22* กิจการ 19:21
23* กิจการ 21:4, 11
24* กิจการ 21:13; 2 ทิโมธี 4:7; กิจการ 1:17; กาลาเทีย 1:1
26* กิจการ 18:6

27* ลูกา 7:30
28* 1 เปโตร 5:2; 1โครินธ์ 12:28; เอเฟซัส 1:7, 14; ฮีบรู 9:14
29* มัทธิว 7:15
30* 1 ทิโมธี 1:20
31* กิจการ 19:8,10; 24:17
32* ฮีบรู 13:9; กิจการ 9:31; ฮีบรู 9:15
34* กิจการ 18:3
35* โรม 15:1
37* กิจการ 21:13; ปฐมกาล 45:14

กิจการ 19 การต่อสู้ที่แปลกออกไป

เปาโลในเมืองเอเฟซัส

การอัศจรรย์ที่ทำให้หมอผีเปลี่ยนชีวิต

ความวุ่นวายจากกลุ่มนายช่าง

คำอธิบายเพิ่มเติม

เปาโลในเมืองเอเฟซัส
กิจการ 19:1-3
นี่เป็นการเดินทางออกไปประกาศเยี่ยมเยี่ยนครั้งที่สาม ของเปาโล และบทนี้เราได้รู้ว่า เปาโลได้อยู่ในเอเฟซัสประมาณสามปั เป็นความสุข ที่ได้กลับมายังเอเฟซัสอีก และเมื่อพบพี่น้องก็รู้สึกว่าต้องคุยกันเรื่องพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพี่น้องเอเฟซัสก็ไม่เคยรู้จักเลย ซึ่งคล้ายกับอปอลโลแรก ๆ ที่รู้เรื่องของพระเจ้าแต่ยังรู้ไม่ครบถ้วน
กิจการ 19:4-7
พี่น้องเหล่านี้ฟังคำของท่าน ฟังความหมายของบัพติศมาของยอห์น และของพระเยซูว่าแตกต่างกันอย่างไร
พวกเขาจึงได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และพูดภาษาต่าง ๆ มีการเผยพระคำด้วย เหมือนกับวันแรกที่พระวิญญาณทรงเติมเต็มเหล่าคนที่รอคอยพระองค์ในเยรูซาเล็ม (กิจการ 2)
กิจการ 19:8-10
ยิวที่เกลียดชังเรื่องที่เปาโลพยายามจะอธิบายให้เข้าใจก็ใช้วิธีเดิม คือ การให้ร้ายความจริง วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันมาแต่โบราณจนกระทั่งวันนี้ เวลานี้ มีคำ ๆ หนึ่งบอกว่า การโฆษณาชวนเชื่อสามารถเปลี่ยนประเทศได้ ซึ่งเป็นความจริง เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการโหมพูดสิ่งที่ต้องการซำ้แล้วซำ้เล่าจนคนได้ยินบ่อยก็เชื่อว่าเป็นจริง
เปาโลจึงแก้ไขโดยการออกไปคุยเรื่องของพระเจ้าในห้องใหญ่ของทีรัสนัส และได้ใช้ที่นั่นนานถึงสองปี ทำให้คนชาติต่าง ๆ ที่อยู่ในเมือง ที่ไม่เคยเข้าไปในศาลาธรรมได้ยินเรื่องของพระเยซูด้วย

การอัศจรรย์ที่ทำให้หมอผีเปลี่ยนชีวิต
กิจการ 19:11-12
การอัศจรรย์นี้มีความหมายถึงอำนาจ ฤทธิ์เดชซึ่งมาจากคำกรีกว่า ไดนามิส การอัศจรรย์จากเปาโลเป็นการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านตัวเขา ทำแบบวิเศษมากคือ ตรงเป้าหมาย ซึ่งไม่ได้เกิดจากการวางมือเสียด้วยซ้ำ ในเมืองอื่น ๆ เราไม่ค่อยเห็นการอัศจรรย์แบบนี้ แต่สำหรับเอเฟซัสเป็นสิ่งที่เหมาะมากเพราะพวกเขาเชื่อในเรื่องอำนาจผีไม่น้อย ดูจากจดหมายของเปาโลที่เขียนมายังพี่น้องในเอเฟซัส โดยมีการอ้างถึงวิญญาณต่าง ๆ หลายครั้ง การอัศจรรย์เหล่านี้ทำให้รู้ว่า พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าวิญญาณที่พวกเขาเชื่อถือ
กิจการ 19:13-14
และแล้ว ก็เกิดการเลียนแบบขึ้น มียิวหัวใสคิดทำตามเปาโล ทำตัวเป็นหมอผีเพื่อจะได้เงินจากครอบครัวของคนที่ถูกผีสิง แม้กระทั่งลูกชายของเสวาหัวหน้าปุโรหิตยังเลียนแบบด้วย พวกเขาช่างกล้าที่จะเอาพระนามของพระเยซูมาหาเงิน เป็นความกล้าทางมืดที่ไม่ได้หมดไปจากโลกนี้ แม้กระทั่งในหมู่ผู้เชื่อที่ไม่ค่อยเข้าใจพระคัมภีร์ หรือแค่เชื่อเผิน ก็จะโดนคนที่ไวในการหาประโยชน์เข้าตัวปอกลอกด้วยวิธีการแบบนี้ (ยิ่งในอเมริกา และในอัฟริกา จะพบสิบแปดมงกุฎสายนี้ไม่น้อย)
กิจการ 19:15-16
ที่เปาโลช่วยรักษาโรคและไล่ผีออกในพระนามพระเยซูได้ ก็เพราะพระเจ้าทรงสัญญาจะให้อำนาจนี้แก่ผู้รับใช้ของพระองค์ที่ออกไปในพระนาม (พระมหาบัญชาระบุชัดเจน ดูมัทธิว 28:18-20)
แต่เรื่องนี้ลูกชายของเสวาไม่ได้รู้ด้วย พวกเขาคิดว่า ใช้พระนามพระเยซู ก็เหมือนใช้มนต์ของหมอผี พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตจากพระเจ้าให้ทำอย่างนั้น พวกเขาเองไม่รู้จักพระองค์เสียด้วยซ้ำ
ที่ผีมารต้องออกจากคนที่มันสิงอยู่เวลาเปาโลไล่มันออกไป เพราะเปาโลมีอำนาจของพระเยซูอยู่ มันรู้ว่าพระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้า เรื่องนี้ ผีทุกตัวรู้ดี (ดูมาระโก 3:11-12, 5:7)
“พระเยซูข้ารู้จัก เปาโลข้าเคยได้ยิน แต่พวกเจ้าเป็นใคร?” นี่เป็นคำถามของผี จริง ๆ มันไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นใคร กลุ่มวิญญาณชั่วที่สิงในคนรู้ว่าลูกชายเสวาเป็นของปลอม มันเลยใช้ให้คนที่ถูกสิง กระโจนใส่ ทำร้ายพวกเขาจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
กิจการ 19:17-18
เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นที่ฮือฮาในหมู่คนยิว กรีก พวกเขาแปลกใจที่ผีเองยังรู้จักพระเยซู และจัดการกับตัวปลอมได้ ในขณะที่คนชาวโรมันชอบรูปเคารพและพระต่าง ๆ แต่คนยิวบางส่วนกลับสนใจเรื่องฝ่ายวิญญาณเพื่อที่จะหาเงินเข้ากระเป๋า มีอาชีพเป็นหมอผี และเมื่อเห็นว่า แค่ผ้าที่เคยแตะต้องตัวเปาโลมายังมีฤทธิ์ขนาดนั้น พวกเขาจึงสวมรอยใช้พระนามของพระเจ้าในทางที่ผิด เหมือนอย่างลูกชายของเสวา
เรื่องนี้ทำให้หมอผีจำนวนหนึ่งที่มีปัญญา ต้องมาจำนนต่อฤทธิ์เดชจริงของพระเจ้า
กิจการ 19:19-20
ไม่ใช่แค่กลับใจเท่านั้น แต่ยังเผาตำราแพง ๆ ทั้งหมดด้วย ทำให้เราเห็นว่า พระเจ้าทรงเปิดตาพวกเขาให้เห็นความจริงและยอมรับว่า พระเจ้ายิ่งใหญ่ ถ้าไม่เห็นจริง คงไม่เผาสิ่งที่ช่วยให้ทำมาหากินคล่อง ๆ แบบนี้
เหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อทำให้พระคำของพระเจ้าขยายออกไปอีก มีฤทธิ์มากขึ้นอีกในเมืองเอเฟซัสและรอบ ๆ
นี่เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่า หากยังมีสิ่งใดที่ทำให้เราไม่บริสุทธิ์ในสายพระเนตร เราต้องทำลายมันทิ้งเสีย
กิจการ 19:21-23
การที่ได้เกิดผลในเอเฟซัส ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ที่นั่นตลอดไป เปาโลมีความหวังว่าจะเยี่ยมพี่น้องคริสเตียนที่อยู่ในโรมด้วย เป็นคริสเตียนที่เชื่อด้วยการประกาศของพี่น้องท่านอื่น ๆ ด้วยการทรงนำของพระวิญญาณ เปาโลจึงเดินทางผ่านไปยังมาซิโดเนีย อาคายา โดยให้ทิโมธีกับเอรัสทัสไปล่วงหน้าก่อน แต่แล้ว ยังไม่ทันไรก็เกิดความวุ่นวายขึ้น …

ความวุ่นวายจากกลุ่มนายช่าง

กิจการ 19:24-25
นั่นคือช่างเงินที่ทำรูปเคารพเกิดรู้ตัวขึ้นมา โดยมีเดเมตริอัสเป็นหัวหน้าแกนนำ โดยเรียกช่างทองมาเพื่อแจ้งให้รู้ว่า “ทางนั้น” คือความเชื่อในพระเยซูเป็นภัยต่ออาชีพของพวกเขา
อาชีพของพวกเขาคือการทำรูปหล่อวิหารอารเทมิสที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในโลกโบราณ ใคร ๆ ก็เห็นว่าเทพีนี้ให้ความอุดมสมบูรณ์กับชีวิต ช่างเงินเหล่านี้กำลังอยู่ช่วงขาขึ้น กำลังโกยเงินทองมากมายจากการขายรูปหล่อเล็ก ๆ ให้คนเอาไปไว้บูชาตามบ้าน
ที่แปลกคือ วิหารอารเทมิสเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งที่มหัศจรรย์ของโลกโบราณด้วย
กิจการ 19:26-27
เหตุผลของ เดเม-ตริอัส ช่างน่าเชื่อถือสำหรับช่างเงินทั้งหลายที่มารวมตัวกัน พวกเขาเห็นด้วยกับเดเม-ตริอัส ในเมื่อพวกเขาขายของเหล่านี้ หากคนไปเชื่อ “ทางนั้น” ก็เท่ากับธุรกิจต้องล่มสลาย. แปลกที่คนเชื่อพระเยซู ไม่ได้มาขอให้พวกเขาสร้างรูปเคารพของพระเยซูเลย คนเชื่อพระเยซูนมัสการพระเจ้าที่มองไม่เห็น ทั้งร้องเพลงด้วยกัน อธิษฐานด้วยกัน แต่ไม่มีรูปเคารพสักรูป!
กิจการ 19:28-29
พอคนเริ่มไม่พอใจก็เริ่มจากเพื่อนร่วมงานของเปาโล คือ กายอัส และอาริสทาคัส เอาเข้าไปสำเร็จโทษในโรงละครซึ่งเป็นโรงใหญ่จุคนได้ประมาณ สองหมื่นสี่พันคน เป็นที่ ๆ ชาวเมืองจะพบกันเพื่อดูละคร และถกเถียงกันในเรื่องต่าง ๆ
กิจการ 19:30-32
เปาโลไม่ได้กลัวเลย แต่จะเข้าไปช่วยเพื่อน แต่..หัวเด็ดตีนขาด ไม่มีใครยอมให้เปาโลมีส่วนตรงนี้ พวกเขาคงต้องลากเปาโลออกไป เพราะเรื่องแบบนี้ เปาโลถนัดมาก!! ขณะนั้นเองคนก็เริ่มงุนงงว่า มาทำอะไรกันอยู่ เนื่องจากต่างคนต่างตะโกน ไม่เป็นเรื่อง
กิจการ 19:33-34
พวกยิวต้องการให้คนรู้ว่า ยิวกับเปาโลไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน แต่.. ช่างเงินช่างทองถือว่าถ้าเป็นยิวก็เป็นพวกเปาโลแน่นอน อเล็กซานเดอร์จึงไม่มีโอกาสจะพูดเลย
กิจการ 19:35-37
ผู้ว่าการเมืองเป็นคนเก่ง สามารถที่ทำให้คนที่กำลังโกรธสงบลงได้ ผู้ว่าจะไม่ยอมให้พวกเขาก่อจลาจลเพราะเดี๋ยวโรมจะเข้ามาคุมเข้มมากขึ้น ทำให้เขาทำงานไม่สะดวก จะกลายเป็นว่า โรมส่งคนมาควบคุมพวกเขาเอง อย่างนี้ ผู้ว่าก็รับไม่ได้เหมือนกัน
กิจการ 19:38-41
ใครมีเรื่องกับใคร ก็ไปฟ้องศาล อย่ามาทำให้บ้านเมืองต้องจลาจลอย่างนี้ ท่านให้ทุกคนเลิกชุมนุมได้
คนที่เข้ามาชุมนุมกันตอนนี้ก็เหนื่อยอ่อนไปตาม ๆ กัน ยังไม่ได้พักกันเลย เคยอยู่ทำงานไปกลับมาต้องโห่ร้องตะโกนสองชั่วโมง พวกเขาก็ฟังเหตุผลของผู้ว่าด้วย เป็นอันว่าเลิกรากันไป

พระคำเชื่อมโยง

1* 1 โครินธ์ 1:12; 3:5-6; กิจการ 18:23
2* 1 ซามูเอล 3:7
3* กิจการ 18:25
4* มัทธิว 3:11
5* กิจการ 8:12, 16; 10:48
6* กิจการ 6:6; 8:17; 2:4; 10:46
8* กิจการ 17:2; 18:4; 1:3; 28:23
9* 2 ทิโมธี 1:15; กิจการ 9:2; 19:23; 22:4; 24:14

10* กิจการ 19:8; 20:31
11* มาระโก 16:20
12* กิจการ 5:15
13* มัทธิว 12:27; มาระโก 9:38; 1โครินธ์ 1:23; 2:2
17* ลูกา 1:65; 7:16
18* มัทธิว 3:6
20* กิจการ 6:7; 12:24

21* โรม 15:25; กิจการ 20:22; 20* โรม 1:13; 15:22-29
22* 1 ทิโมธี 1:2; โรม 16:23
23* 2 โครินธ์ 1:8; กิจการ 9:2
24* กิจการ 16:16, 19
26* อิสยาห์ 44:10-20
29* โรม 16:23; โคโลสี 4:10
33* 2 ทิโมธี 4:14; กิจการ 12:17

กิจการ 18 เพื่อนร่วมงานจากพระเจ้า

เพื่อนร่วมรับใช้และทำงานหาเลี้ยงชีพ

พระเจ้าทรงบัญชาและประทานกำลังใจ

ผู้รับใช้หนุ่มจากแดนไกล

คำอธิบายเพิ่มเติม

เพื่อนร่วมรับใช้และทำงานหาเลี้ยงชีพ
กิจการ 18:1-4
จากเอเธนส์ เปาโลเดินทางไปเมืองโครินธ์ นี่เป็นการเดินทางในแถบเอเชียน้อย ที่นั่นได้พบพี่น้องสามีภรรยาซึ่งย้ายมาจากโรม และเป็นช่างทำงานเกี่ยวกับหนังเช่นกัน วันธรรมดาท่านเปาโลก็ทำงาน แต่วันสะบาโตจะไปที่ศาลาธรรมเพื่อประกาศพระนามพระเยซู
สามีภรรยาคู่นี้มาจากโรม เราจึงเห็นได้ว่า มีคริสเตียนยิวที่ย้ายไปโรม และถูกไล่ออกมา พวกเขาก็ยังกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่รอบ ๆ เมดิเตอร์เรเนียน การประกาศพระนามของพระเจ้าก่อนหน้าเปาโลนี้ได้ผลดี. มีพี่น้องที่เข้มแข็งแม้ว่าจะถูกพวกยิวคอยบั่นทอนอยู่ตลอดเวลา
เมืองโครินธ์แตกต่างจากเมืองเอเธนส์คู่แข่งทางการค้า ในขณะที่เอเธนส์สนใจความเชื่อ สนใจเรื่องเทพต่าง ๆ คนโครินธ์เชี่ยวในการมั่วสุมทางเพศ เรื่องประเภทนี้ และหากได้อ่านจดหมายฝากไปถึงพี่น้องชาวโครินธ์เราจะเห็นว่า พวกเขายังชอบคนเก่งพูดด้วย จะยกย่องและให้เกียรติคนที่มีวาจาคมคายอย่างสูง
เพื่อนใหม่ทั้งสองของเปาโลนี้ก็เป็นผู้ที่รับใช้พระเจ้าอย่างแข็งขัน เปาโลได้พูดถึงคนทั้งสองในจดหมายของท่านหลายครั้ง และทั้งสองได้กลับไปรับใช้พระเจ้าที่โรมอีกด้วย (โรม 16:3)
กิจการ 18:5-6
ที่เมืองโครินธ์นี้เอง เปาโลได้ทุ่มสุดตัวในการสอน ที่เราจะเห็นชัดคือ ไม่ว่าเขาจะไปในเมืองใด ก็มักจะไปยังศาลาธรรมก่อนเพื่อน ไปคุยกับยิวก่อน แต่สำหรับครั้งนี้ คนยิวก็มาระรานอีก เปาโลจึงประกาศชัดว่าจะไม่รับผิดชอบพวกเขา และจะมุ่งประกาศพระกิตติคุณแก่คนต่างชาติ
ในเมื่อยิวปฏิเสธที่จะฟังเรื่องของพระเยซู เปาโลก็ปฏิเสธพวกเขาเช่นกัน!
กิจการ 18:7-8
แล้วเราก็เห็นว่า มีชาวโครินธ์เป็นจำนวนมากกลับใจมาพบพระเจ้า ถึงแม้พวกเขาจะยังมีประสบการณ์
และมีความคิดเห็นเดิม ๆ แบบชาวโครินธ์อยู่ เปาโลก็ยังมั่นใจเชื่อว่าพวกเขาจะเติบโตได้
ในโครินธ์นี้ คนที่เชื่อไม่ได้เป็นชนชั้นสูงเท่าไร แต่เป็นชาวเมืองธรรมดาที่ไม่โดดเด่นอะไรเลย ที่เราทราบเพราะเปาโลเขียนไว้ใน 1 โครินธ์ 1:26
สำหรับทิทิอัส ยุสทัส เขาน่าจะเป็นคนเดียวกับกายอัสที่เปาโลกล่าวถึงใน 1 โครินธ์ 1:14

พระเจ้าทรงบัญชาและประทานกำลังใจ
กิจการ 18:9-11
ในระหว่างที่ประกาศกับชาวโครินธ์ พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเปาโล แต่ตรัสกับเขาในนิมิตว่า ไม่ให้กลัวสิ่งใดเพราะพระองค์ทรงอยู่ด้วย ..​นี่เป็นคำซึ่งพระเจ้าตรัสกับผู้ที่ติดตามพระองค์ในพระคัมภีร์เดิมให้เห็นบ่อย ๆ
ทรงย้ำด้วยพระองค์เองว่า มีคนมากมายของพระองค์ในเมืองนี้ ซึ่งทำให้เปาโลไม่ท้อใจ ถึงจะโดนต่อต้านเพียงไร แต่คริสตจักรก็เกิดแน่นอน เปาโลได้อาศัยในเมืองนี้นานถึงปีครึ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานกว่าในเมืองใด ๆ ที่เข้าไปประกาศ. และในเมืองนี้เขาก็ไม่ได้ถูกทำร้ายรุนแรงเหมือนที่เจอในเมืองอื่น ๆ ด้วย
กิจการ 18:12-14
ยิวทำอะไรเปาโลไม่ได้ก็เลยไปฟ้องกัลลิโอซึ่งเป็นผู้ตรวจการ แต่กัลลิโอก็ไม่รับคำฟ้อง ถือเป็นเรื่องภายในของยิว จริง ๆ แล้วยิวต้องการขัดขวางเปาโลทุกวิถีทาง และความที่กลัวว่า เปาโลจะไปประกาศทั่วไปในแคว้นอาคายา พวกเขาถึงกับเข้าพบผู้ตรวจการแคว้นเลย แต่ดูเหมือนว่า คำกล่าวหาของเขาไม่ส่งผลอะไรกับการปกครอง กัลลิโอจึงไม่สนใจ
กิจการ 18:15-17
กัลลิโอเองยื่นคำขาดว่าไม่ตัดสินให้ในเรื่องของธรรมบัญญัติยิว ยิวจึงทำอะไรเปาโลไม่ได้ เราจะเห็นว่าพระเจ้าทรงทำให้กัลลิโอตัดสินใจอย่างถูกต้อง ในเมื่อไม่มีการทำผิดต่อโรม ก็ไม่ต้องไปสนใจทำคดีให้เสียเวลาพวกยิวโกรธนัก ก็เลยไปลากตัวโสสเธเนสซึ่งเป็นผู้ดูแลศาลาธรรม ที่ปล่อยให้เปาโลเข้าไปสอน มาเฆี่ยนให้กัลลิโอรับรู้ แต่กัลลิโอก็ไม่สนใจอยู่ดี
เราจะเห็นว่าความเกลียดชังที่ยิวมีต่อเรื่องของพระเยซูนั้น มันรุนแรงมาตั้งแต่สมัยคริสตจักรยุคแรก และยืดเยื้อมานาน จนในสมัยนี้พวกยิวออโธดอกซ์ในประเทศอิสราเอล ก็ยังเกลียดชังพระกิตติคุณอยู่ เป็นความเกลียดต่อเนื่องมาหลายศตวรรษ
กิจการ 18:18
นี่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เปาโลมีกำลังใจ .. ต่อมาจึงเดินทางไปซีเรียพร้อมสามีภรรยาเพื่อนร่วมงาน
พิธีกล้อนผมเพราะ การสาบานตนนี้ น่าจะเป็นพวกที่เรียกว่า นาศีร์ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยของโมเสส คือชายชาวยิวที่จะเว้นจากเหล้า องุ่น รักษาตัวให้บริสุทธิ์ เข้าใกล้ชิดพระเจ้า และปล่อยให้ผมยาวไปเรื่อย ๆ โดยจัดเป็นช่วงเวลาที่จะอุทิศตนให้กับพระเจ้า(กันดารวิถี 6:1-21)
การที่เปาโลกล้อนผมหลังจากทำงานที่โครินธ์ก็อาจเป็นไปได้ที่ท่านอาจเคยสาบานตนไว้ก่อนหน้านี้
กิจการ 18:19-21a
จำได้ไหม เปาโลอยากไปเอเฟซัสก่อนหน้านี้ แต่พระเจ้าทรงห้ามไว้ ( 16: 6) พระวิญญาณทรงห้ามไม่ให้ไปทางนั้น โดยมีนิมิตจากชายชาวมาซิโดเนียให้เดินทางไปยุโรป. ครั้งนี้ พอถึงเอเฟซัส เปาโลก็ดีใจมาก เข้าไปศาลาธรรมทันที และหลังจากที่ได้สนทนาเรื่องของพระเจ้านาน ๆ ขนาดนั้น คนที่เอเฟซัสก็อยากให้ท่านอยู่ แต่ท่านมีภาระใจในที่อื่น
กิจการ 18:21b-23
การเดินทางครั้งนี้ เป็นความพยายามที่จะเยี่ยมพี่น้อง และเสริมสร้างความเชื่อ เปาโลเอาจริงเอาจังมาก ๆ และมีคนเชื่อไม่น้อย

ผู้รับใช้หนุ่มจากแดนไกล
กิจการ 18:24-25
ต่อมาผู้เขียนได้กล่าวถึงชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นชาวยิว ที่มีคำพูดดี น่าฟัง และกล้าหาญ ทำให้ผู้คนชอบเข้ามาฟังเขาพูด เขามาที่เอเฟซัส และกลายเป็นคนที่ใคร ๆ นิยม
เขาที่เกิดในอัฟริกาเหนือ เมืองอเล็กซานเดรีย ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เป็นที่สองในอาณาจักรโรม เป็นเมืองท่าที่สร้างขึ้นโดยอเล็กซานเดอร์มหาราช เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาและวัฒนธรรม เมืองนี้มีห้องสมุดใหญ่ด้วย แสดงว่าผู้คนในเมืองนี้เป็นนักคิด นักศึกษาค้นคว้า คนชาวกรีก โรม อียิปต์ และยิว อยู่กันอย่างคับคั่งรวมกันในเมืองนี้
สิ่งหนึ่งที่ท่านลูกาผู้เขียนได้สังเกตให้เราคือ อปอลโลผู้นี้ มีความรู้เรื่องพระคัมภีร์ดีมาก ..
อปอลโลมีความเข้าใจเรื่องบัพติศมาของยอห์น นั่นก็คือ บัพติศมาแห่งการกลับใจใหม่ ดูเหมือนว่าอปอลโลจะรู้จักพระคัมภีร์เดิมเป็นอย่างดี แต่ยังไม่รู้เรื่องของพระเยซู และการสิ้นพระชนม์ของพระองค์
กิจการ 18:26
ปริสสิลลา และอาควิลลาเห็นดังนั้น ก็เลยเชิญมาและเพิ่มเติมความเข้าใจให้เขา ซึ่งทำให้อปอลโลยิ่งลึกซึ้งในพระคัมภีร์ มากขึ้น เราเห็นเลยว่า อปอลโลเป็นคนมีปัญญาจริง ๆ ก็ตรงที่เขามีความถ่อมตนที่จะเรียนรู้ เป็นคนที่ยอมฟังผู้อื่น ไม่ใช่คนหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเหนือใคร ๆ
งานของพระเจ้าจึงขยายไปด้วยผู้รับใช้ที่ร่วมมือกัน และยอมฟังกันและกัน
กิจการ 18:27-28
แล้วอปอลโลก็มีภาระใจที่แตกต่างขึ้นมา เขาพร้อมที่จะไปแคว้นอาคายา และได้ไปคุยกับยิวโดยไม่กลัว
ในขณะที่พี่น้องต่างชาติที่เชื่อพระเจ้าไม่รู้จะตอบยิวอย่างไร อปอลโลคนนี้เป็นหน้าทัพไปเผชิญหน้าต่อกรกับยิวด้วยตัวเอง



พระคำเชื่อมโยง

2* 1โครินธ์ 16:19
3* กิจการ 20:34
4* กิจการ 17:2
5* กิจการ 17:14, 15; 18:28
6* กิจการ 13:45; เนหะมีย์ 5:13; 2 ซามูเอล 1:16; เอเสเคียล 3:18-19 ; กิจการ 13:46-48; 28:28

8* 1โครินธ์ 1:14
9* กิจการ 23:11
10* เยเรมีย์1:18,19
15* กิจการ 23:29; 25:19
17* 1โครินธ์ 1:1
18* กิจการ 21:24; โรม 16:1

21* กิจการ 19:21; 20:16; 1โครินธ์ 4:19
22* กิจการ 8:40
23* กาลาเทีย 1:12; กิจการ 14:22; 15:32, 21
24* ทิตัส 3:13
25* โรม 12:11; กิจการ 19:3
27* 1โครินธ์ 3:6