อพยพ 1 อยู่นานจนกลายเป็นทาส

ครอบครัวยาโคบเข้าไปอยู่ในอียิปต์
1 ตอนที่ยาโคบเดินทางไปยังอียิปต์นั้น เขาไปพร้อมกับลูกชาย ซึ่งแต่ละคนก็พาครอบครัวของตนไปด้วย  ต่อไปนี้ เป็นรายชื่อลูกชายของเขา
2 คือ รูเบน สิเมโอน เลวี ยูดาห์
3 อิสสาคาร์ เศบูลุน เบนยามิน
4 ดาน นัฟทาลี กาด และอาเชอร์
5 วงศ์วานของยาโคบที่เข้าไปในอียิปต์นั้น 70  คน 
ส่วนโยเซฟนั้น อาศัยในอียิปต์อยู่แล้ว 
6 เวลาต่อมาโยเซฟและพี่น้องของเขาก็เสียชีวิตไปหมด
7 แต่ชนอิสราเอลกลับทวีจำนวนมากขึ้น มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมืองกลายเป็นชนชาติใหญ่มีจำนวนมากมายในแผ่นดิน

จำนวนที่น่ากังวล
8 เมื่อมีกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นปกครอง ท่านไม่ได้รู้จักว่าโยเซฟเป็นใคร
9 ท่านตรัสกับประชาชนของท่านว่า “ดูเถิด ชนอิสราเอลพวกนี้มีจำนวนมากเกิน พวกเขาเข้มแข็งกว่าเราด้วย
10 หากเราไม่วางแผนอย่างมีชั้นเชิงที่จะจัดการกับพวกเขา พวกเขาก็จะมีจำนวนมากขึ้นไปอีก  ดังนั้นหากมีสงคราม  พวกเขาอาจแปรพักตร์  กลับมาสู้กับเรา แล้วหนีออกนอกแผ่นดิน”

วิธีการจัดการประชากรยิวล้นเมือง
11 ดังนั้น ชนอียิปต์จึงบังคับให้พวกเขาทำงานหนัก โดยมีนายทาสควบคุมพวกเขาให้สร้าง
เมืองปิธม และราเมเสสเป็นเมืองพระคลังสำหรับฟาโรห์
12แต่ยิ่งชนอิสราเอลถูกบังคับให้ทำงานหนักเท่าไร พวกเขาก็ทวีจำนวนมากขึ้น และยังแผ่ขยายออกไปอีกเป็นอย่างมาก ทำให้ชนอียิปต์หวั่นใจกับชนอิสราเอลมาก
13 พวกเขาจึงยิ่งบีบบังคับพวกเขาอย่างทารุณ
14 ชนอียิปต์ทำให้ชีวิตพวกเขาขมขื่นมากโดยการบังคับให้ทำงานหนักเพื่อทำอิฐ ทำปูนสอ และทำงานในทุ่งทุกชนิด 

วิธีการที่โหดร้าย
15  แล้วกษัตริย์ ก็บัญชาหมอตำแยสาว คนฮีบรู คือ ชีฟราห์ และปูอาห์ว่า
16 “เมื่อใดที่เจ้าทำคลอดและดูแล หญิงฮีบรูขณะคลอดนั้น หากทารกเป็นชายก็จงฆ่าเสีย ถ้าเป็นหญิงก็ให้ไว้ชีวิต
17 แต่หมอตำแยทั้งสอง ยำเกรงพระเจ้า เธอจึงไม่ทำตามคำบัญชาของกษัตริย์ แต่ปล่อยให้ทารกชายรอดชีวิต
18 กษัตริย์อียิปต์จึงเรียกทั้งสองมาถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้? ทำไมเจ้าปล่อยให้เด็กชายรอดตาย?”    

19 ทั้งสองจึงตอบว่า “ผู้หญิงฮีบรูนั้นแข็งแรงกว่าผู้หญิงอียิปต์  พวกเธอแข็งแรงและคลอดลูกก่อนที่พวกเราจะไปถึงเพคะ”
20 แล้วพระเจ้าทรงโปรดปรานเธอทั้งสอง  และชนอิสราเอลก็ทวีจำนวนมากขึ้น
21 เป็นเพราะหมอตำแยยำเกรงพระเจ้า พระเจ้าจึงประทานพรให้เธอต่างมีครอบครัวของตนเอง 
22 แล้วองค์กษัตริย์ก็บัญชาประชาชนว่า “เมื่อใดที่คนฮีบรูมีลูกชาย จงโยนเด็กชายนั้นลงแม่น้ำไนล์ ส่วนเด็กหญิงก็ให้ไว้ชีวิต”

อธิบายเพิ่มเติม

SHEMOT ( שֵׁמוֺת เชอโมท)เป็นชื่อหนังสืออพยพ ภาษาฮีบรูแปลว่า ชื่อ (พหูพจน์)

ครอบครัวยาโคบเข้าไปอยู่ในอียิปต์
อพยพ 1:1-7
คราวที่โยเซฟพาพี่น้องของเขาไปอยู่ในอียิปต์นั้น นับได้เจ็ดสิบคน พร้อมกับโยเซฟ และครอบครัวของเขา  ในช่วงแรก พวกเขาใช้ชีวิตอย่างอิสระในส่วนหนึ่งของอียิปต์ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารและน้ำ รวมถึงทุ่งหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ (ดินแดนโกเชน – หุบเขาดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ – ทางเหนือ)

พระเจ้าทรงอวยพรพวกเขา  พวกเขาไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนและมั่งคั่งขึ้นเท่านั้น กลายเป็นชนชาติใหญ่ในแผ่นดินอียิปต์  แต่ยังสามารถแข่งขันกับประชากรชาวอียิปต์พื้นเมืองได้ด้วยการกระจายตัวไปอาศัยอยู่ในทุกส่วนของอียิปต์

แล้วฟาโรห์ก็ใช้กลยุทธ์ที่จะทําให้ชนอิสราเอลหมดแรง  อ่อนแอลงและจํากัดการเติบโตของพวกเขา  ตอนแรก เขาบีบบังคับให้เป็นทาสทำงานก่อสร้าง  มีนายทาสเป็นผู้ควบคุมการทำงาน  พวกเขาต้องสร้างเมืองพระคลัง หรือพูดง่าย ๆ คือเมืองที่เป็นโกดังเก็บทรัพย์สมบัติ เสบียงอาหารสำหรับกษัตริย์นั่นเอง

นี่เป็นการทํางานหนักที่พาพวกเขาต้องเลิกเลี้ยงสัตว์ เลิกงานที่เคยทำเป็นประจำ แต่สิ่งนี้ไม่ได้ผลเนื่องจากพวกเขายังคงทวีจำนวนไม่หยุด

จำนวนที่น่ากังวล
อพยพ 1:8-10 

คำว่า “ไม่รู้จักโยเซฟ”  หมายความว่าไม่ได้ให้เกียรติหรือยกย่องด้วยความเคารพต่อสิ่งที่โยเซฟได้ทำไว้ ความรู้สึกของชนอียิปต์ในขณะนั้นคือ “นั่นคืออดีต และนี่คือปัจจุบัน โยเซฟไม่ได้สำคัญน่าเคารพอีกต่อไป   เวลานี้ ชนอิสราเอลมีจำนวนมากจนน่ากังวล หากร่วมมือกับศัตรูมันหมายถึงหายนะของอียิปต์



มีความเห็นว่า ฟาโรห์องค์นี้ ไม่ได้เป็นคนอียิปต์ แต่เป็นเชื้อชาติฮิกซอส ที่เข้ามาโจมตี และครองอียิปต์ 
แล้วฟาโรห์ก็ใช้วิธีที่จะทําให้ชนอิสราเอลหมดแรง  อ่อนแอลงและจํากัดการเติบโตของพวกเขา  ตอนแรก เขาบีบบังคับให้เป็นทาสทำงานก่อสร้าง  มีนายทาสเป็นผู้ควบคุมการทำงาน  พวกเขาต้องสร้างเมืองพระคลัง หรือพูดง่าย ๆ คือเมืองที่เป็นโกดังเก็บทรัพย์สมบัติ เสบียงอาหารสำหรับกษัตริย์นั่นเอง
 นี่เป็นการทํางานหนักที่พาพวกเขาต้องเลิกเลี้ยงสัตว์ เลิกงานที่เคยทำเป็นประจำ แต่สิ่งนี้ไม่ได้ผลเนื่องจากพวกเขายังคงทวีจำนวนไม่หยุด

วิธีการจัดการประชากรยิวล้นเมือง
อพยพ 1:11-14

ยิ่งทำงานหนัก  ยิ่งออกแรงมาก แทนที่จะมีประชากรลดลง พวกเขากลับมีลูกมากขึ้น  ชนอียิปต์ไม่มีเมตตาต่อชนอิสราเอลเลย  พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อให้อิสราเอลต้องเกิดความท้อแท้ สิ้นหวัง

คำว่าแผ่ขยายออกไปนี้คือ פרַץ พารัซ มีความหมายว่าขยายออกไปอย่างมากมาย ท่วมท้น กระจายออกไป อิสราเอลก็ไม่แพ้เช่นกัน ออกลูกมามากมาย บ้านแล้วบ้านเล่า

คำว่าหวั่นใจ คือ קוּץ ฆูทส์ นี้มีความหมายว่า รู้สึกกลัวแบบรังเกียจ ขยะแขยง หรือหวาดกลัวจนคลื่นไส้  ชาวอียิปต์ลงมือทำความโหดเหี้ยมกับอิสราเอลแบบไม่ได้คิดหน้าหลัง ทารุณแบบใดได้ก็จะทำไปเรื่อย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะเกลียดมาก กลัวมาก
ส่วนผู้หญิงอิสราเอลจะไม่ได้ถูกไปทำงานหนักอย่างผู้ชาย แต่พวกเธอทำงานอื่น ๆ อย่างเช่นเป็นหมอตำแย ทอผ้า โม่แป้ง  ทำอาหาร หรืออาจจะต้องเข้าไปทำงานเยี่ยงทาสในบ้านของชนชั้นสูง   
แต่แปลกว่า ตอนที่จะออกไปเดินเร่ร่อนอยู่ในถิ่นกันดาร พระเจ้าทรงให้เขากินบางสิ่งที่ขมมากพร้อมกับพิธีปัสกา เพื่อให้เขาจำความขมขื่นที่เคยเจอในอียิปต์ (12:8)  เพราะต่อมาเมื่อเขาเดินทางไป ก็รู้สึกท้อแท้ไป อยากกลับไปอียิปต์ง่าย ๆ พระเจ้าทรงเตรียมบางอย่างล่วงหน้าเพราะทรงรู้จักพวกเขาดี

วิธีการที่โหดร้าย
อพยพ 1:15-22

จากนั้นฟาโรห์ ก็เพิ่มการกดขี่รุนแรงขึ้นไปอีก   เกิดเด็กเยอะไม่หยุดใช่ไหม  ได้…​เราจะสั่งประหารลูก ๆ เหล่านั้นเอง   ฟาโรห์ สั่งให้ผดุงครรภ์ชาวฮีบรูทําลายทารกเพศชายตั้งแต่แรกเกิด  เขากลัวว่า ต่อไปเมื่อโตขึ้นก็อาจจะเป็นคนที่เข้ามาโค่นล้มอาณาจักรของเขา

แผนนี้ยังล้มเหลวเนื่องจากผดุงครรภ์ปฏิเสธที่จะทําแท้งประเภทนี้โดยอ้างว่าผู้หญิงชาวยิวแข็งแกร่งมากจนคลอดลูกอย่างรวดเร็วก่อนที่ผดุงครรภ์จะมาถึง
พระเจ้าอวยพรผดุงครรภ์เหล่านี้ด้วยให้เขามีครอบครัวที่ดี
หมอตำแยทั้งสองนี้ยำเกรงพระเจ้า ….นั่นคือพวกเธอยอมเสี่ยงชีวิตไม่ทำตามคำสั่งฟาโรห์ เพื่อรักษาชีวิตของ ทารกอิสราเอลเอาไว้ 
ชื่อชีพราห์ แปลว่า เป็นคนสวย
ส่วนปูอาห์ แปลว่า เปล่งประกาย 

เป็นเพราะทำไม่สำเร็จ ไว้ใจหมอตำแยชาวอิสราเอลไม่ได้แล้ว   กษัตริย์อียิปต์จึงออกกฎหมายที่รุนแรงที่อนุญาตให้โยนทารกชายแรกเกิดให้จมน้ําตายในแม่น้ําไนล์ แต่ไว้ชีวิตทารกหญิง เขายังต้องการแรงงานในบ้านเรือนคนอียิปต์อยู่

เหตุการณ์ที่เกิดนี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เป็นความพยายามของมารที่จะทำลายคนอิสราเอลมาแต่ไหนแต่ไร  เราจะเห็นความพยายามนี้ไม่มีสิ้นสุด  ที่ใดมีคนของพระเจ้า มันก็ใช้ทุกวิธีที่จะทำลาย!


พระคำเชื่อมโยง

อพยพบทที่ 1
1* ปฐมกาล 46:8-27
5* ปฐมกาล 46:26, 27
6* ปฐมกาล 50:26
7* กิจการ 7:17
8* กิจการ 7:18-19
9* ปฐมกาล 26:16
10* สดุดี 83:3-4; กิจการ 7:19
11* อพยพ 3:7; 5:6; 1:14; 2:11; 5:4-9; 6:6 ;
1 พงศ์กษัตริย์ 9:19; ปฐมกาล 47:11


13* ปฐมกาล 15:13
14* กันดารวิถี 20:15; สดุดี 81:6
15* อพยพ 2:6
16* กิจการ 7:19
17* สุภาษิต 16:6; ดาเนียล 3:16, 18
19* โยชูวา 2:4
20* สุภาษิต 11:18
21* 1 ซามูเอล 2:35
22* กิจการ 7:19

สดุดี 150 บท

บรรพที่หนึ่ง สดุดี 1-41
สดุดี 1 ทางคนเที่ยงธรรมกับคนอธรรม
สดุดี 2 อาณาจักรพระเมสสิยาห์
สดุดี 3 การไว้วางใจที่ให้ชัยชนะ
สดุดี 4 มั่นใจและสงบในพระเจ้า
สดุดี 5 คำอธิษฐานเวลาเช้า
สดุดี 6 ความมั่นคงเมื่อคร่ำครวญต่อพระเจ้า
สดุดี 7 มั่นใจว่าพระเจ้าทรงช่วยกู้แน่นอน
สดุดี 8 พระนามเดียวที่เกรียงไกร
สดุดี 9 พระเจ้าทรงฟังเสียงวิงวอน
สดุดี 10 พระเจ้าทรงชนะเหนือความชั่วแน่นอน
สดุดี 11 โต้คำแนะนำของคนขี้ขลาด
สดุดี 12 คำมนุษย์กับพระดำรัสพระเจ้า
สดุดี 13 ขอทรงทำให้ตาสว่าง
สดุดี 14 ความคิดของคนโง่และชัยชนะของพระเจ้า
สดุดี 15 ใครจะได้พักอยู่ในพลับพลาของพระเจ้า?
สดุดี 16 ท่วงทำนองแห่งความชื่นบาน
สดุดี 17 คำทูลขอให้พ้นจากคนที่มาล้างผลาญ
สดุดี 18 ชนะแล้ว! ขอบคุณพระเจ้า
สดุดี 19 ท้องฟ้าประกาศพระหัตถกิจ
สดุดี 20 การสู้รบเป็นขององค์พระผู้เป็นเจ้า
สดุดี 21 ยินดีในชัยชนะจากพระเจ้า


สดุดี 22 คำบอกล่วงหน้าถึงวันสิ้นพระชนม์
สดุดี 23 องค์พระผู้เลี้ยงดู
สดุดี 24 พระเจ้าผู้ทรงพระสิริจะเสด็จมา
สดุดี 25 ทูลขอพระเจ้าหลายอย่าง
สดุดี 26 อธิษฐานขอทรงตรวจสอบและทรงไถ่
สดุดี 27 พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่างและความรอด
สดุดี 28 ทูลขอพระเจ้าช่วย และทรงตอบจริง ๆ
สดุดี 29 พระสุรเสียงในธรรมชาติ
สดุดี 30 ทรงฉุดข้าขึ้นมาจากหลุม
สดุดี 31 คำอธิษฐานและคำสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 32 อย่าให้มีบาปที่ไม่สารภาพ
สดุดี 33 แด่พระเจ้าผู้ทรงเต็มด้วยรักมั่นคง
สดุดี 34 คำสรรเสริญจากถ้ำหลบภัย
สดุดี 35 ขอร้องพระเจ้าให้ทรงล่าศัตรู
สดุดี 36 มนุษย์ชั่ว แต่พระเจ้าทรงดีเหลือเกิน
สดุดี 37 ความแตกต่างของชีวิตอธรรม-เที่ยงธรรม
สดุดี 38 ขอพระเจ้าเมตตา สำนึกผิดแล้ว
สดุดี 39 ขอพระเจ้าทรงอภัยและเมตตา
สดุดี 40 คำขอบพระคุณและคำร้องขอความช่วยเหลือ
สดุดี 41 ชัยชนะแม้ถูกทรยศ

บรรพที่สอง สดุดี 42-72
สดุดี 42 เหตุใดจึงท้อแท้นัก
สดุดี 43 หวังใจแม้ในยามลำบาก
สดุดี 44 ขอทรงลุกขึ้นมา ช่วยพวกเรา
สดุดี 45 บทเพลงงานสมรส
สดุดี 46 พระเจ้าทรงเป็นป้อมปราการ
สดุดี 47 ยินดีในองค์กษัตริย์ผู้ทรงครอบครองทั้งโลก
สดุดี 48 นครแห่งพระเจ้าของเรา
สดุดี 49 ชีวิตและความตายของมนุษย์
สดุดี 50 พระเจ้าเองทรงเป็นผู้พิพากษา
สดุดี 51 คำสารภาพจากส่วนลึกในใจ
สดุดี 52 พระเจ้าทรงเป็นผู้กำจัดศัตรู
สดุดี 53 เมื่อคิดว่าไม่มีพระเจ้า
สดุดี 54 ความช่วยเหลือยามถูกทรยศ
สดุดี 55 มอบความทุกข์ใจของท่านไว้กับพระเจ้า
สดุดี 56 เมื่อศัตรูไล่ล่าเหยียบย่ำ

สดุดี 57 ขอให้พระสิริเต็มทั่วแผ่นดิน
สดุดี 58 ขอทรงลงโทษเจ้านายอธรรม
สดุดี 59 พระผู้ทรงช่วยกู้ พระกำลังและป้อมปราการ
สดุดี 60 เราจะปฏิบัติงานอย่างกล้าหาญ
สดุดี 61 คำปฏิญาณจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน
สดุดี 62 รอคอยพระองค์ผู้เดียว
สดุดี 63 โหยหาพระเจ้ายิ่งนัก
สดุดี 64 พระเจ้าทรงตอบสนองเอง
สดุดี 65 สิ่งดีทุกอย่างมาจากเบื้องบน
สดุดี 66 พระราชกิจอันน่าเกรงขาม
สดุดี 67 ให้ทั้งโลกสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 68 แด่พระเจ้าผู้ประทานชัยชนะ
สดุดี 69 เมื่อต้องเผชิญโลกที่เกลียดชัง
สดุดี 70 ขอพระเจ้าทรงรีบมาช่วย
สดุดี 71 ทูลขอพระเจ้าให้มีชีวิตยืนนาน
สดุดี 72 คำอธิษฐานเพื่อองค์กษัตริย์

บรรพที่สาม สดุดี 73-89
สดุดี 73 คำอธิษฐานของอาสาฟ
สดุดี 74 คร่ำครวญถึงหายนะของพระวิหาร
สดุดี 75 ขอบพระคุณสำหรับพระพิพากษาอันยุติธรรม
สดุดี 76 เมื่อพระเจ้าทรงตัดสินความ ทั้งโลกก็นิ่ง
สดุดี 77 ในวันทุกข์ยาก ข้าแสวงหาพระเจ้า
สดุดี 78 พระเจ้าทรงซื่อตรงต่ออิสราเอลที่ดื้อดึง
สดุดี 79 เพื่อเห็นแก่พระสิริรุ่งโรจน์แห่งพระนาม
สดุดี 80 ขอพระพักตร์ฉายแสง


สดุดี 81 เพียงแค่เจ้าฟังเสียงของเรา
สดุดี 82 ที่ประชุมสภาสวรรค์
สดุดี 83 สิบชนชาติที่คบคิดกันต่อต้านพระเจ้า
สดุดี 84 โหยหาพระวิหารของพระเจ้า
สดุดี 85 ขอพระเจ้าทรงรื้อฟื้นเราอีกครั้ง
สดุดี 86 ความช่วยเหลือจากองค์ทรงฤทธิ์​
สดุดี 87 ศิโยน นครของพระเจ้า
สดุดี 88 คำอธิษฐานจากหลุมลึก
สดุดี 89 พระเจ้าทรงซื่อตรงตลอดไป

บรรพที่สี่ สดุดี 90-106
สดุดี 90 พระเจ้าองค์อมตะกับมนุษย์ที่ต้องตาย
สดุดี 91 ปลอดภัยเมื่ออยู่ในพระเจ้า
สดุดี 92 บทเพลงวันสะบาโต
สดุดี 93 องค์ผู้สูงสุดทรงครอบครอง
สดุดี 94 พระผู้ทรงแก้แค้นแทน
สดุดี 95 ทั้งโลกอยู่ในพระหัตถ์
สดุดี 96 องค์ผู้เสด็จมาพิพากษา
สดุดี 97 ยินดีและระทึกใจในองค์ผู้สูงสุด
สดุดี 98 มาชื่นชมยินดีกับความดีของผู้พิพากษา


สดุดี 99 พระยาห์เวห์ผู้บริสุทธิ์ทรงครองสูงสุด
สดุดี 100 แผ่นดินโลกมาสรรเสริญพระเจ้า
สดุดี 101 คำสัญญาของกษัตริย์ดาวิด
สดุดี 102 พระเจ้าผู้ดำรงนิรันดร์กับมนุษย์ที่หวังใจในพระองค์
สดุดี 103 วิญญาณข้าและสรรพสิ่งถวายพระพรแด่พระเจ้า
สดุดี 104 สรรเสริญพระเจ้าสูงสุดเพราะสรรพสิ่งที่ทรงสร้างและดูแล
สดุดี 105 การดูแลจากพระหัตถ์ที่มองไม่เห็น
สดุดี 106 คำอธิษฐานเพื่อชนชาติของเขา

บรรพที่ 5 สดุดี 107-150
สดุดี 107 พระเจ้าทรงตอบในทุกสถานการณ์
สดุดี 108 แด่พระเจ้าผู้ทรงให้เราชนะศัตรู
สดุดี 109 ขอพระเจ้าทรงตอบสนองคนชั่วร้าย
สดุดี 110 การปกครองขององค์พระเมสสิยาห์
สดุดี 111 พระราชกิจอัศจรรย์ที่พึงใจ
สดุดี 112 ชีวิตที่มีพระเจ้าเป็นที่หนึ่ง
สดุดี 113 เมื่อพระเจ้าทรงโน้มพระองค์ลงมา
สดุดี 114 มวลน้ำหนีไปและภูเขากระโดด
สดุดี 115 พระพรมหาศาลจากพระยาห์เวห์
สดุดี 116 พระคุณที่เกินพอสำหรับชีวิต
สดุดี 117 สดุดีที่ยั่งยืนอยู่เป็นนิตย์
สดุดี 118 พระเจ้าทรงเป็นหลายสิ่งในชีวิต
สดุดี 119 พระดำรัสที่รัก
สดุดี 120 การอยู่ใกล้ผู้เกลียดสันติ
สดุดี 121 พระองค์ผู้ทรงดูแลปกป้อง
สดุดี 122 ไปยังพระวิหารของพระเจ้ากันเถอะ
สดุดี 123 ขอพระเมตตา
สดุดี 124 พระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา
สดุดี 125 อิสราเอลมั่นคงเพราะพระเจ้า
สดุดี 126 หว่านน้ำตาและเก็บเกี่ยวอย่างยินดี
สดุดี 127 บ้านเราพระเจ้าทรงสร้างให้
สดุดี 128 ความสุขของคนที่ยำเกรงพระเจ้า


สดุดี 129 ขอทรงตัดเชือกคนชั่วร้ายออกไป
สดุดี 130 รอคำตอบด้วยใจจดจ่อ
สดุดี 131 บทเพลงแห่งความถ่อมตนและไว้วางใจ
สดุดี 132 พระยาห์เวห์ทรงเลือกศิโยนเป็นที่ประทับ
สดุดี 133 เมื่อได้อยู่ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
สดุดี 134 มาสรรเสริญพระยาห์เวห์กันเถอะ
สดุดี 135 พระนามของพระองค์ดำรงนิรันดร์
สดุดี 136 รักมั่นคงของพระองค์ยืนยงเป็นนิตย์
สดุดี 137 จะร้องเพลงของพระยาห์เวห์ได้อย่างไร
สดุดี 138 องค์ผู้สูงส่งกับคนต่ำต้อย
สดุดี 139 พระดำริที่มากกว่าเม็ดทราย
สดุดี 140 ขอทรงช่วยให้พ้นจากคนปากร้าย
สดุดี 141 ขอทรงฟังเสียงร้องทูล
สดุดี 142 เมื่อข้าหมดเรี่ยวแรง
สดุดี 143 คำทูลขอที่มากมาย
สดุดี 144 พระศิลาและป้อมปราการของชีวิต
สดุดี 145 พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่
สดุดี 146 พระเจ้าแห่งยาโคบ
สดุดี 147 สรรเสริญพระองค์ผู้อยู่เหนือธรรมชาติ
สดุดี 148 มาสรรเสริญพระเจ้าด้วยกัน
สดุดี 149 คำสรรเสริญพร้อมกับการต่อสู้
สดุดี 150 ทุกสิ่งที่หายใจ สรรเสริญพระเจ้าเถิด

ปฐมกาล 50 ยืนยันการให้อภัย

การทำศพยาโคบ
1โยเซฟซบหน้าลงที่ใบหน้าของพ่อ ร้องไห้ และจูบเขาจากนั้น
2 โยเซฟก็สั่งให้เหล่าแพทย์ใต้บัญชา ทำการอาบยาศพพ่อของเขา ดังนั้น พวกแพทย์จึงอาบยา รักษาศพของอิสราเอล
3 พวกเขาใช้เวลาสี่สิบวันเต็ม ซึ่งใช้เวลาตามขั้นตอนของการอาบศพ จากนั้นชาวอียิปต์ก็ไว้ทุกข์ให้เขาอีกเจ็ดสิบวัน
4 เมื่อเวลาไว้ทุกข์เสร็จสิ้น โยเซฟจึงกล่าวแก่ข้าราชสำนักฟาโรห์ว่า”หากข้าพเจ้าเป็นที่โปรดปรานในสายตาของท่านโปรดทูลฟาโรห์แทนข้าพเจ้าด้วยว่า
5 ‘บิดาของโยเซฟให้ข้าพเจ้าสาบานกับท่านว่า พ่อกำลังจะตายแล้วจงเก็บศพของเราไว้ในสุสานที่เราเตรียมไว้เพื่อตนเองในคานาอัน บัดนี้ ข้าพเจ้าขออนุญาตที่จะไปจัดการศพบิดาของข้าพเจ้า แล้วจะกลับมา'”
6 ฟาโรห์ตอบว่า “จงขึ้นไปจัดการศพของบิดาเจ้าตามที่ท่านได้ให้เจ้าสาบานไว้เถิด” 

ขบวนศพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
7 ดังนั้นโยเซฟจึงเดินทางไปจัดการศพพ่อของเขา มีคนรับใช้ของฟาโรห์ ข้าราชสำนักของฟาโรห์ผู้ปกครองของอียิปต์ร่วมเดินทางไปด้วย
8 รวมถึงคนในครอบครัวทุกคนของโยเซฟครอบครัว ของพี่น้องและครอบครัวของยาโคบ เหลือแต่เด็ก ๆ และฝูง สัตว์ที่ยังคงอยู่ในแผ่นดินโกเชน

9 เป็นขบวนใหญ่โตมาก เพราะมีรถศึกและพลม้าร่วมขบวนไปด้วย
10 เมื่อพวกเขามาถึงลานนวดข้าวในที่อาทาด ใกล้แม่น้ำจอร์แดน พวกเขาก็ส่งเสียงร้องไห้เสียงดังคร่ำครวญอย่างขมขื่นเป็นการไว้ทุกข์อีกเจ็ดวัน
11 ชาวคานาอันซึ่งอยู่ในพื้นที่เห็นการไว้ทุกข์ที่ลานอาทาดก็พูดกันว่า “ชาวอียิปต์พวกนี้ไว้ทุกข์ดูโศก-โศร้ายิ่งนัก”เขาจึงเรียกสถานที่ใกล้แม่น้ำจอร์แดนนั้นว่า อาเบลมิสราอิม (แปลว่าการไว้อาลัยของชาวอียิปต์)
12 ลูกชายทั้งหลายของยาโคบก็ทำตามอย่างที่พ่อได้สั่งไว้
13พวกเขานำศพของยาโคบไปยังคานาอันและบรรจุศพไว้ในถ้ำซึ่งอยู่ในทุ่งมัคเปลาห์ ใกล้มัมเรซึ่งอับราฮัมได้ซื้อไว้พร้อมกับทุ่งนาเป็นที่เก็บศพ จากเอโฟรน ชาวฮิทไทต์
14 หลังจากบรรจุศพของพ่อแล้ว โยเซฟจึงกลับไปยังอียิปต์พร้อมกับพี่น้องและทุกคนที่ติดตามไป

ให้อภัยก่อนหน้านี้นานแล้ว
15 เมื่อเห็นว่า พ่อเสียชีวิตไปแล้วพี่ชายของโยเซฟพูดกันว่า “จะทำอย่างไรหากโยเซฟยังเกลียดซังเราและเอาคืนเต็มที่กับความเลวต่าง ๆ ที่เราทำ กับเขา?”
16 ดังนั้นพวกเขาจึงส่งคนไปหาโยเซฟกล่าวว่า “พ่อของท่านได้สั่งตามนี้ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตว่า
17 ‘จงบอกกับโยเซฟว่า เราขอร้องให้เจ้ายกโทษสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่พี่ๆ ได้ทำไว้กับเจ้า’และมาวันนี้ ขอท่านยกโทษให้กับบาปเลวร้ายที่เราซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าของพ่อท่านได้ทำไว้”เมื่อโยเซฟได้ยินเช่นนั้น ก็ร้องไห้

18 พวกพี่ชายมาและคุกเข่ากราบลงต่อหน้าเขาและกล่าวว่า “พวกเราเป็นทาสของท่าน”
19 แต่โยเซฟกล่าวกับพวกเขาว่า “อย่ากลัวเลยเราเป็นพระเจ้าอย่างนั้นหรือ?20 พวกพี่มุ่งร้ายกับเรา แต่พระเจ้าทรงประสงค์ให้เกิดสิ่งดีอย่างที่เห็นในวันนี้ ได้ช่วยชีวิตคนเป็นอันมากเอาไว้
21 ดังนั้น อย่ากลัวไปเลย
เราจะ ดูแล จัดหาอาหาร ให้พี่และลูกหลานตัวเล็ก ๆ ของพี่ด้วย” โยเซฟปลอบใจพวกเขาและพูดกับเขา ด้วยเมตตา

โยเซฟจากไป
22แล้วโยเซฟและครอบครัวของพ่อยังคงอาศัยใน อียิปต์ จนเขาอายุถึง 110 ปี
23 เขาได้เห็นหลานของเอฟราอิมซึ่งเป็นรุ่นที่สาม ลูก ๆ ของมาคีร์ซึ่งเป็นลูกชายของมนัสเสห์นั้นก็เกิดบนเข่าของโยเซฟ
24 โยเซฟกล่าวกับพี่ชายว่า “เราใกล้ตายแล้ว แต่ พระเจ้าจะระลึกถึงพวกพี่จะทรงนำพวกพี่ออกแผ่นดินนี้ไปยังแผ่นดินที่ทรงปฏิญาณไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ
25 จากนั้นโยเซฟขอให้ลูกหลานอิสราเอลกล่าว คำปฏิญาณเขากล่าวต่อไปว่า “พระเจ้าจะทรงมาช่วยพวกท่านแน่นอนและขอเอากระดูกเขาเราออกจากที่นี่ด้วย”

26 โยเซฟสิ้นชีวิตเมื่ออายุ 110 ปี พวกเขาได้อาบยาศพและบรรจุร่างของเขาไว้ในโลงที่อียิปต์

อธิบายเพิ่มเติม

พิธีศพของยาโคบ
ปฐมกาล 50:1-14
อีกครั้งที่เราเห็นโยเซฟ ผู้ปกครองอียิปต์ เป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ให้รักษาชนชาติต่าง ๆ ในแถบนั้นไว้อย่างยิ่งใหญ่  ร้องไห้เพราะพ่อจากไป … เขารู้ว่า วันนี้จะมาถึงแน่นอน แต่ก็อดที่จะใจหายไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่คนอิสราเอลได้รับการอาบยาศพ อีกคนในเวลาต่อมาก็คือโยเซฟ
ใช้เวลาทั้งสิ้น 40 วัน มีการไว้ทุกข์อีก 70 วันเป็นเกียรติแก่โยเซฟซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดรองจากฟาโรห์ และยาโคบผู้เสียชีวิต
และก็เป็นครั้งแรกหลังจากที่จากคานาอันไป โยเซฟกำลังจะกลับไปเก็บศพของพ่อไว้ที่นั่น ทั้ง ๆ ที่ต่อไปจะไม่มีลูกหลาน พี่น้องอยู่ในดินแดนนั้นเลยอีกเป็นเวลาหลายร้อยปี!
เขาได้ขอให้ข้าราชการคนอื่นไปทูลฟาโรห์ให้ว่า ขอลาไปเพื่อจัดการศพของพ่อ
เมื่อได้รับคำอนุญาต เขาก็เดินทางไปพร้อมกับคนในครอบครัวยกเว้นเด็ก ๆ กับฝูงสัตว์
และยังมีข้าราชการของอียิปต์ไปด้วย นี่เป็นขบวนศพที่ชาวโลกไม่เคยเห็นมาก่อน

พวกเขายังไปร้องไห้ไว้ทุกข์ที่ลานนวดข้าวอีก เจ็ดวัน  ลานนวดข้าวอาทาดเป็นทางที่จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน   คนคานาอันที่เห็นขบวนศพ และการร้องไห้ไว้ทุกข์นั้นประทับใจมากจนเรียกที่นั้นว่า อาเบลมิสราอิม (แปลว่าการไว้อาลัยของชาวอียิปต์)
เพื่อระลึกถึงคนอียิปต์ที่มาอาลัยยาโคบ

เท่ากับว่า โยเซฟและพี่ชายได้ทำตามอย่างที่พ่อขอร้องได้สำเร็จ  พวกเขาต้องเก็บศพของพ่อไว้ที่นั้น แต่พวกเขาก็ต้องกลับไปอียิปต์ด้วย ตามสัญญาที่โยเซฟให้ไว้กับฟาโรห์
เรื่องราวของโยเซฟที่เป็นผู้ปกครองอียิปต์นั้น ทางโบราณคดีได้ขุดค้นพบแล้วว่า มีโยเซฟจริง และมีบ้านใหญ่ที่น่าจะเป็นของโยเซฟอยู่ในแผ่นดินนั้น ถ้าสนใจขอให้ดูสารคดีชุดนี้
Genesis is true. We found the receipts.

ให้อภัยก่อนหน้านี้นานแล้ว
ปฐมกาล 50:15-21
พระคัมภีร์ท่อนสั้น ๆ นี้ เป็นเรื่องราวก่อนที่จะจบปฐมกาล   เป็นข้อสรุปที่ชี้ให้เห็นนิสัยใจคอของพี่ชาย ความคิดชั่วร้ายที่เคยมี  ความผิดที่ติดตัวอยู่นับตั้งแต่วันที่ขายน้องชายให้กับพ่อค้าชาวมีเดียน
และยังเป็นข้อสรุปให้เห็นแผนการของพระเจ้าที่มีมาตั้งแต่ต้น จากลูกชายสิบสองคนของยาโคบ พระเจ้าได้ทรงเลือกโยเซฟให้เป็นผู้ที่ลงมือทำการของพระองค์
โดยที่พระเจ้าไม่ได้ทรงปล่อยพระหัตถ์จากโยเซฟ พระองค์ทรงอนุญาตให้เขาเจอความทุกข์แสนสาหัสตลอดทาง โดยที่เราไม่เห็นการโวยวาย ตัดพ้อพระเจ้าเลย  จนกระทั่งมาถึงวันที่ได้เข้าเฝ้าฟาโรห์ 
จากนั้น เขายังต้องทำงานหนักเพื่อรักษาชีวิตของผู้คนไม่ให้ตายไป  สิ่งที่เราพบคือ ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด พระเจ้าทรงอยู่กับโยเซฟเสมอ  และโยเซฟเองก็รักษาตัวเองให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าอย่างมั่นคง
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน พระคัมภีร์ไม่เคยได้บันทึกว่า ยาโคบขอร้องให้โยเซฟยกโทษให้กับพี่ชาย   เราได้เห็นเรื่องราวของการให้อภัยมาตั้งแต่วันที่โยเซฟบอกพี่ชายว่า เขาคือโยเซฟที่พี่ชายได้ขายมา  แต่ความที่พี่ชายเหล่านี้เป็นคนนิสัยเสียมากกว่าดี พวกเขาไม่ไว้ใจว่าโยเซฟจะทำร้ายพวกเขาหรือเปล่า จึงได้อ้างว่า พ่อขอให้โยเซฟยกโทษให้พี่ ๆ 

โยเซฟร้องไห้อีกครั้ง เป็นความทุกข์ใจ เสียใจที่พี่ชายไม่ได้เข้าใจหัวใจของเขาเลย
โยเซฟรู้ตัวเองดีว่า ที่เขายิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะตัวเอง แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ทำการทั้งสิ้น แม้ว่าพี่ ๆ มุ่งร้าย แต่พระเจ้าพลิกให้เกิดสิ่งดี หรือมองอีกแง่หนึ่ง พระเจ้าทรงวางแผนให้โยเซฟมาอยู่ในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว  การมุ่งร้ายของพี่ ความทุกข์ยากที่โยเซฟเผชิญพร้อมไปกับพระเจ้าทำให้เขาก้าวไปสู่ที่สูงสุด

นี่เป็นบทเรียนชีวิตของเราทุกคนที่จะรู้ว่า ความจริงคือ พระเจ้าทรงประสงค์สิ่งดีในชีวิตของเรา  และสิ่งใดที่ยากเย็น ดูมืด ไม่เห็นทางออก พระเจ้าทรงมีทางออกเสมอ
โยเซฟกล่าวคำที่ทำให้พี่ ๆ มั่นใจว่า เขาไม่กลับคำแน่นอน อีกครั้งที่โยเซฟกล่าวถึงลูกหลานตัวเล็ก ๆ ซึ่งเป็นความห่วงใยของโยเซฟจริง ๆ 

โยเซฟจากไป
ปฐมกาล 50:22-26
เกือบร้อยปีที่โยเซฟอยู่ในอียิปต์จนสิ้นชีวิต  ในช่วงชีวิตของเขาไม่มีโอกาสกลับไปอยู่ในคานาอัน  แต่เขารู้ดีว่า เวลานั้นยังไม่มาถึง  เขามีโอกาสเห็นหลาน เหลนด้วยและแม้จะตายไปก่อน โยเซฟยังมีความเชื่อ มีความหวังว่า พระเจ้าจะทรงพาลูกหลานอิสราเอลออกไปแน่นอน (ฮีบรู 11:22)  นี่คือความเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้าที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็เชื่อ เป็นความเชื่อแบบที่เราต้องมีเช่นกัน  พระสัญญาของพระเจ้าจะเสด็จกลับมา เป็นความเชื่อของคริสเตียนที่จะต้องมี
 หลายร้อยปีต่อมา เมื่อโมเสสนำลูกหลานอิสราเอลออกจากอียิปต์ ก็ได้นำศพที่อาบยาของโยเซฟไปพร้อมกับประชาชนนับล้าน (อพยพ 13:19) โดยที่โยชูวาได้นำร่างนั้นไปเก็บไว้ที่เชเคมเมื่อพวกเขาชนะยึดดินแดนได้ (โยชูวา 24:32)

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 50
1* ปฐมกาล 46:4, 29; 2 พงศ์กษัตริย์ 13:14
2* ปฐมกาล 50:26
3* เฉลยธรรมบัญญัติ 34:8
4* เอสเธอร์ 4:2
5* ปฐมกาล 49:29-31;
10* กิจการ 8:2; 1 ซามูเอล 31:13
13* กิจการ 7:16; ปฐมกาล 23:16-20
15* โยบ 15:21
x

15* โยบ 15:21
17* สุภาษิต 28:13; ปฐมกาล 49:25
18* ปฐมกาล 37:7-10; 41:43; 44:14
19* ปฐมกาล 45:5; 2 พงศ์กษัตริย์ 5:7
20* สดุดี 56:5; กิจการ3:13-15
21* มัทธิว 5:44
23* โยบ42:16 ; กันดารวิถี 26:29; 32:39; ปฐมกาล 30:3
24* อพยพ3:16-17;ปฐมกาล 26:3; 35:12; 46:4
25* อพยพ 13:19; เฉลยธรรมบัญญัติ 1:8; 30:1-8; อพยพ 13:19

ปฐมกาล 49 ยาโคบเอ่ยคำอำลา

ภาพวาดโดย Thomas Dalziel (1823–1906)

คำพรของพ่อ
1 แล้วยาโคบก็เรียกลูกชายทั้งหลายมา กล่าวว่า
2 “จงเข้ามารวมกันเถิด และพ่อจะบอกพวกเจ้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าในวันข้างหน้าจงรวมตัวกันเข้ามาฟัง ลูกชายของยาโคบจงใส่ใจฟังอิสราเอลพ่อของเจ้า
3 รูเบนเอ๋ย เจ้าเป็นลูกหัวปีของเรา เป็นกำลัง เป็นผลแรกแห่งวัยหนุ่มของพ่อถึงแม้ เจ้าจะกระตือรือร้นและมีกำลังมากกว่า
4 แต่เจ้าก็ไหลไปมาเหมือนแม่น้ำเจ้าจึงไม่อาจเป็นคนต้นอีกต่อไป เพราะเจ้าได้ล่วงล้ำไปยังเตียงนอนของพ่อ และทำให้เป็นมลทิน
5 สิโมโอนกับเลวีเป็นพี่น้องกัน ดาบของเขานั้นเป็นเครื่องมือความโหดร้าย
6 พ่อจะไม่เข้าร่วมวงกับกลุ่มของเขา ไม่ยอมให้ศักดิ์ศรีของพ่อไปเกี่ยวข้องกับเขาเพราะเขาฆ่าคนด้วยความโกรธเกรี้ยว และพวกเขา ตัดแข้งขาของฝูงวัวเล่นตามใจ
7 ขอสาปแช่งความโกรธอันรุนแรงของพวกเขา ทั้งความเดือดดาลที่โหดร้ายนัก เราจะทำให้เขาปะปนไปในแผ่นดินยาโคบ เราจะทำให้เขากระจัดกระจายไปในอิสราเอล

8 ยูดาห์เอ๋ย พี่น้องจะยกย่องเจ้า มือของเจ้าจะขย้ำคอของศัตรู พี่น้องของเจ้าจะก้มลงกราบเจ้า
9 ยูดาห์เป็นลูกสิงห์หนุ่ม ลูกชายของเราเอ๋ย เจ้ากลับมาจากการขย้ำเหยื่อ เขาหมอบลงเหมือนสิงโตดั่งสิงโตตัวเมีย ใครจะกล้าไปแหย่เขา?
10 คทาจะไม่ไปจาก มือของยูดาห์ การปกครองจะไม่พ้นจากเชื้อสายของเขา จนกว่าชิโลห์ (ผู้ที่มีอำนาจสูงสุด) จะมาถึง และชาติต่าง ๆ จะเชื่อฟังผู้นั้น
11 เขาผูกลาของเขาไว้ที่เถาองุ่น ผูกลูกลาของเขาไว้ที่เถาองุ่นที่งามที่สุด เขาจะซักเสื้อผ้าของเขาในเหล้าองุ่น และซักเสื้อคลุมของเขาในน้ำองุ่นสีเลือด
12 ดวงตาของเขาจะแดงด้วยเหล้าองุ่นฟันของเขาขาวยิ่งกว่าน้ำนม 


13 เศบูลุนจะอาศัยแถบชายฝั่งทะเล เขากลายเป็นท่าเทียบเรือ เขตแดนของเขา ขยายไปถึงไซดอน
14 อิสสาคาร์เป็นเหมือนลาที่กระดูกแกร่งนัก นอนอยู่ระหว่างถุงสัมภาระทั้งสอง
15เมื่อเขามองเห็นที่พักแรมที่เหมาะ เป็นแผ่นดินดีเขาก็จะก้มลงรับภาระไว้บนบ่าและยอมเป็นผู้รับใช้ ทำงานหนัก
16 ส่วนดานจะปกครองคนของเขาอย่างเผ่าอื่น ๆ ของ อิสราเอล
17 ขอให้ดานเป็นเหมือนงูตามข้างทางเป็นงูพิษที่คอยแว้งกัดส้นเท้าม้า ทำให้คนที่ขี่อยู่ตกหงายหลังลง 
18 โอ้ พระยาห์เวห์ องค์เจ้านาย ข้าพเจ้ารอคอยการช่วยกู้ของพระองค์
19 กาดจะถูกกองโจรเข้าปล้นแต่เขาจะตอบโต้ด้วยการฟาดส้นเท้าของเขาเหล่านั้น
20 อาเชอร์มีอาหารอุดมสมบูรณ์ เขาจะมีผลผลิตเป็นอาหารชั้นดีที่เหมาะสมกับกษัตริย์
21 นัฟทาลีเป็นเหมือนกวางตัวเมียที่ถูกปล่อยเป็นอิสระให้กำเนิดลูกอ่อนที่น่ารัก
22 โยเซฟ เป็นเถาองุ่นที่ออกผลดกเป็นเถาไม้สมบูรณ์ริมนำพุ กิ่งก้านเลื้อยข้ามกำแพง
23 พลธนูได้โจมตีเขาอย่างดุเดือด ยิงธนูใส่เขาอย่างรุนแรง
24 แต่ธนูของเขายังคงไม่สะท้าน แขนของเขาแข็งแรงโดยพระหัตถ์ขององค์ผู้ทรงอานุภาพของยาโคบโดยพระผู้เลี้ยงฝูงแกะโดยพระศิลาของอิสราเอล
25 โดยพระเจ้าแห่งบิดาของเจ้า ผู้จะทรงช่วยเจ้าโดยองค์พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ผู้ทรงอวยพรเจ้า ด้วยพระพรจากฟ้าสวรรค์เบื้องบนพระพรจากที่ลึกเบื้องล่างพระพรจากอกแม่และครรภ์

26 คำอวยพรของพ่อนั้นมีพลังยิ่งกว่าพรแห่งทิวเขาที่ยืนยง เหนือกว่าความ

อุดมสมบูรณ์ของ ภูเขานิรันดร์ ขอพรเหล่านี้จงอยู่เหนือหัวของโยเซฟ อยู่บนหน้าผากของผู้ปกครองท่ามกลางพี่น้องของเจ้า 


27เบนยามินเป็นเหมือนหมาป่าที่หิวจัดซึ่งขย้ำกินเหยื่อเวลาเช้าและแบ่งของที่ชิงมาได้ในเวลาเย็น
28 ทั้งหมดนี้คือ สิบสองเผ่าของอิสราเอลและนี่คือคำกล่าวสั่งเสีย และคำอวยพรของพ่อโดยที่ได้ให้คำอวยพรเฉพาะแต่ละคน





สั่งเสียเรื่องที่เก็บศพ
29 จากนั้นยาโคบจึงสั่งพวกเขาว่า “เรากำลังถูกรวบรวมไปอยู่กับคนของเรา เจ้าจงวางศพของเราไว้กับบรรพบุรุษในถ้ำซึ่งอยู่ในทุ่งของเอโฟรนชาวฮิตไทต์  30 ถ้ำนี้อยู่ในทุ่งมัคเปลาห์ ใกล้มัมเร ในแผ่นดินคานาอันซึ่งอับราฮัมได้ซื้อพร้อมทุ่งนาจากเอโฟรนชาวฮิตไทต์เอาไว้เป็นสุสาน 
31 ที่นั่นเขาเก็บร่างอับราฮัมและซาราห์ภรรยา ทั้งร่างของอิสอัคและเรเบคาห์ภรรยา และเราเก็บร่างของเลอาห์ไว้ที่นั่นด้วย
32 ทุ่งนาและถ้ำนั้นเป็นทรัพย์สินที่เราซื้อมาจากคนฮิตไทต์ 
33 เมื่อยาโคบสั่งเสียลูกชายเสร็จแล้ว เขาก็ยกเท้าขึ้นบนที่นอน แล้วก็สิ้นใจ และมีการบรรจุศพของเขารวมไปอยู่กับบรรพบุรุษของเขา 

อธิบายเพิ่มเติม

รวบรวมลูกชายเพื่ออำลา
ปฐมกาล 49:1-4

การอวยพรลูกชายทั้งสิบสองของยาโคบทำให้เห็นภาพในอนาคตของลูกหลานของแต่ละคน  ยาโคบทำหน้าที่สุดท้ายของเขา คือการให้พร และยังบอกอนาคตของพวกเขา   เขาขอให้ทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่จะพูด ครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการต่อสู้ในครอบครัว แต่เป็นการรวมตัวต่อหน้าพ่อที่กำลังจะจากไป 
ยาโคบเริ่มจากรูเบน  เขาชมลูกชายก่อน (29:31-32) รูเบนเป็นลูกชายคนแรกที่เกิดมาตอนยาโคบยังมีกำลัง แต่ก็มีอายุมากพอควร  แต่รูเบนเองได้ไปยุ่งกับบิลฮาห์ ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนของพ่อ
(35:22) การที่จะได้พรของลูกชายคนโตจึงถูกตัดไป น่าเสียดายที่เขาไม่ได้พรนี้
ปฐมกาล 49:5-7
ต่อมายาโคบกล่าวถึงสิเมโอนกับเลวี ไปพร้อม ๆ กัน จะเห็นว่า ยาโคบรู้ว่าลูกชายสองคนนี้มีนิสัยอย่างไรมาตั้งแต่เล็ก   เมื่อโตขึ้น ทั้งสองร่วมมือกันฆ่าล้างคนทั้งเมืองเชเคม เนื่องจากลูกชายของเจ้าเมืองมาข่มขืนดีนาห์ น้องสาวของเขา  การแก้แค้นนั้นรุนแรงเกินกว่าบาปที่คน ๆ เดียวได้ทำลงไปมากมาย ส่งผลให้ชายทั้งเมืองต้องตาย และยังใช้การเข้าสุหนัตมาเป็นกับดักล่อให้ชายในเมืองต้องตายทั้งหมด (บท 34) การแก้แค้นอย่างรุนแรงเช่นนี้ ทำให้เห็นถึงกฎที่ว่า ตาแทนตา ฟันแทนฟัน ก็เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่ถูกทำร้ายกลับไปล้างแค้นเกินกว่าเหตุนั่นเอง ยาโคบเรียกเขาทั้งสองว่า เป็นเครื่องมือความโหดร้าย นับเป็นชื่อที่น่าสะพรึงมาก  ตอนนั้น ยาโคบก็ไม่ได้ทัดทานอะไรลูกเลย อาจเป็นเพราะลูกสองคนนี้ อารมณ์แรงจนไม่สามารถจัดการได้

ภายหลัง เลวีเป็นเผ่าที่พระเจ้าทรงกำหนดให้รับใช้พระองค์เรื่องพลับพลา พวกเขาจึงอยู่กระจายกันไปในแผ่นดินที่ทรงสัญญา  ส่วนสิเมโอนก็ได้ที่ดินเพียงเล็กน้อย กระจัดกระจายในแผ่นดินของยูดาห์ 

ปฐมกาล 49:8-12
ขอบคุณพระเจ้า!  พรของพ่อยาวและดีเหลือเกิน ยูดาห์ผ่านอะไรมามาก เขาเป็นคนที่ขอให้พี่ชายขายโยเซฟไป   ชื่อยูดาห์ ความหมายว่า ขอให้พระเจ้าเป็นผู้รับการสรรเสริญ (29:35)   การที่บอกว่า ยูดาห์เป็นลูกสิงห์หนุ่มเป็นความหมายถึงการปกครองเหนือผู้อื่น 
 แม้ยูดาห์เป็นลูกชายคนที่สี่ แต่เขาก็มีความรับผิดชอบในคำพูด ครั้งที่เขาสัญญากับพ่อเรื่องความปลอดภัยของเบนยามิน  เขายอมเป็นผู้รับผิดแทนเบนยามิน (44:18-34) เพื่อช่วยให้เบนยามินไม่ต้องเข้าคุก  และได้กลับไปหาพ่อ 

แม้ว่ายูดาห์เป็นคนไม่ได้ดูว่าเหมาะสมกับการที่จะได้มีลูกหลานที่เป็นองค์พระเยซูคริสต์ เพราะเขาได้ทำ ผิดหลายอย่างทั้งเรื่องขายโยเซฟ เรื่องทามาร์  ยาโคบเองมองเห็นล่วงหน้าไปไกลมากหลายพันปี 
เขากล่าวว่าคทา คือการปกครอง จะไม่ขาดไปจากมือของยูดาห์  ยาโคบกำลังบอกยูดาห์ว่า  เขาจะเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ทั้งหลายของอิสราเอล และเชื้อสายผู้ที่สำคัญที่สุดคือ ชิโลห์ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดมาถึง  เป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระเยซูคริสต์ !
ที่พระเจ้าก็ทรงเมตตาใช้ให้เขาเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ดาวิดและพระเยซูองค์พระเมสสิยาห์ นี่เป็นพระคุณยิ่งใหญ่ต่อคนที่ไม่สมควรจะได้รับ 
ข้อ 11 เป็นภาพที่บอกถึงการที่พระเยซูจะทรงต่อสู้เพื่อว่าพระองค์จะทรงครอบครอง ดวงตาสีแดง แสดงถึงความมีชีวิตพลัง  ฟันที่ขาว แสดงถึงชัยชนะ  

ปฐมกาล 49:13-15
ยาโคบก้าวข้ามไปลูกคนที่เก้ากับสิบซึ่งเป็นลูกของเลอาห์ ต่อมานั้นเศบูลุน(30:19-20)ได้ที่ดินอยู่ระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลกาลิลี บริเวณนี้เป็นพื้นที่การค้าที่เจริญรุ่งเรือง ลูกหลานของเขาเป็นเผ่าที่มีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ดาวิดอย่างสูง  (1 พงศาวดาร 12:33) และยังเป็นทหารที่กล้าหาญเป็นพ่อค้า เพราะอยู่ในเส้นทางการค้า ส่วนอิสสาคาร์เป็นเผ่าใหญ่อันดับสาม แต่มีนิสัยง่ายอยู่สบาย ไม่ขยัน แผ่นดินของเขาเป็นพื้นที่ ๆ อุดมสมบูรณ์ พวกเขา (โยชูวา 19:17-23)จึงมักถูกศัตรูกวาดไปเป็นทาส
 
 
ปฐมกาล 49:16-21
ดานกับกาด อยู่ในเส้นแผ่นดินใกล้ ๆ กัน ดานอยู่ริมทะเลส่วนเอฟราอิมซึ่งมีคนจำนวนมากอยู่เข้ามาด้านใน ขณะที่อวยพรดานอยู่ เขาก็พูดถึงความเป็นไปของดาน ที่จะเป็นเหมือนงูพิษทำร้ายผู้อื่น  ยาโคบอธิษฐานขึ้นมาว่า เขารอคอยการช่วยกู้ของพระองค์ (17:18 เป็นคำอธิษฐานคล้ายกันของอับราฮัมเพื่ออิชมาเอล)
กาดนั้นอยู่ใกล้กับพวกอัมโมน โมอับ และชาวอาหรับทางด้านคาบสมุทรอาราเบีย จึงเป็นด่านหน้าเจอโจรประจำ แต่เขาจะเป็นนักรบที่เก่งกล้า 
อาเชอร์นั้นอยู่ทางเหนือ และพื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก มีสวนองุ่นที่ราบคารเมล เป็นพื้นที่ทางเหนือ พวกเขาอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย การค้าของเขาคล่องและสบาย นัฟทาลี (30:7-8 )ได้พรที่ทำให้รู้สึกไม่เครียดเลย
ส่วนนัฟทาลี จะเป็นที่รัก ของเผ่าต่าง ๆ มีเรื่องราวของบาราคจากเผ่านัฟทาลีจาก ดูผู้วินิจฉัย 4 และ 5 

ปฐมกาล 49:22-26
โยเซฟได้รับพระพรดั่งว่าเขาเป็นลูกชายคนโต พระพรของเขาเทียบเท่ากับของยูดาห์เลยทีเดียว ยูดาห์ได้รับเป็นหัวหน้าของเผ่าทั้งสิบสอง โยเซฟได้พระพรสองเท่าเหมือนกับลูกชายคนโต  เขาได้รับพรว่าจะมีทุกสิ่งอย่างอุดมสมบูรณ์ นั่นหมายถึงสองเผ่าคือ นัฟทาลีและเอฟราอิม  1 พงศาวดาร 5:2 กล่าวว่า โยเซฟได้รับสิทธิบุตรหัวปี ส่วนยูดาห์ เป็นตระกูลที่เข้มแข็งที่สุด
ข้อ  24 ยาโคบกล่าวว่า สองเผ่าต่อไปนี้ จะแข็งแรงด้วยองค์อานุภาพของยาโคบ ผู้ทรงเป็นพระผู้เลี้ยง เป็นพระศิลาของอิสราเอลด้วย
เมื่อเราอ่านมาถึงตรงนี้ เราทบทวนกลับไปจะพบว่า คำอวยพรจากพระเจ้า และจากพ่อ มีโดดเด่นมากในหนังสือที่เล่าเรื่องราวของการเริ่มต้นชนชาติอิสราเอล  
เป็นคำอวยพรที่ยังดำรงถึงอิสราเอลในปัจจุบัน 

ปฐมกาล 49:27-28
พ่อกล่าวว่า เบนยามิน น้องสุดท้องเป็นเหมือนหมาป่าที่หิวจัดเป็นเผ่าที่ได้ชื่อว่า คนโหด น่ากลัว ผู้นำที่มาจากเผ่าเบนยามิน ก็คือ ผู้วินิจฉัยชื่อเอฮูด (ผู้วินิจฉัย3:15-23)
ยังมีกษัตริย์ซาอูลเป็นกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล
และคนสำคัญมากที่มีชื่อเสียง และช่วยให้เราเข้าใจแผนการของพระเจ้าต่อมนุษย์ คือท่านเปาโล ท่านเป็นคนมาจากเผ่าเบนยามิน   ท่านพ่อได้สั่งเสียให้ครบถ้วน เป็นคำอวยพรที่เกิดขึ้นจริงในสมัยต่อมา คนอิสราเอลรู้ว่า พรของพ่อนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อ ชีวิตของพวกเขา ถ้าจะอธิบายไปแล้วก็เหมือนกับเป็นเป้าหมายให้ลูก ๆ เดินไปตามทางนั้น

สั่งเสียเรื่องที่เก็บศพ
ปฐมกาล 49:29-33
ยาโคบขอให้ไม่เก็บศพไว้ในอียิปต์ แน่นอนที่ลูกหลานของเขาเป็นจำนวนมากจะไม่มีโอกาสกลับไปยังคานาอัน เขาจึงขอตรงนี้ไว้อย่างชัดเจน
จากนั้น เขาก็ขึ้นเตียงและจากไปอย่างสงบ เรื่องต่อมาคือโยเซฟต้องจัดการงานศพให้สำเร็จอย่างดี นั่นคือเอากลับไปยังแผ่นดินที่พ่อจากมา

ในถ้ำของยาโคบ มีแค่ศพของยาโคบเท่านั้นที่ถูกอาบยาไว้!!​​ ในถ้ำของบรรพบุรุษมี
อับราฮัม ซาราห์
อิสอัค เรเบคาห์
ยาโคบ เลอาห์
ยาโคบสั่งเสียให้ศพของเขาถูกเก็บกับศพของ
เลอาห์
ในถ้ำท้ายทุ่งมัคเปลาห์ทั้ง ๆ ที่เขารัก
ราเซลมาก และเก็บศพเธอไว้อีกที่หนึ่ง(ใกล้เบธเลเฮม) เขาคงคิดเรื่องนี้มานานแล้ว สิ่งที่เขาทำก็คือ ให้เกียรติแก่เลอาห์หลังจากที่ต่างคนต่างออกไปจากโลกนี้แล้ว หรือเขาจะรู้ว่า พระเมสสิยาห์ที่จะมานั้นเป็นเชื้อสายของลูกชายเลอาห์ ไม่ใช่ราเชล?

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 49
1* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:1, 6-25  ; อิสยาห์ 2:2; 39:6
3* ปฐมกาล 29:32
4* ปฐมกาล 35:22
6* สุภาษิต 1:15-16; สดุดี 26:9; ปฐมกาล 34:26
7* โยชูวา 19:1, 9; 21:1-42
8* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:7  ; สดุดี 18:40; 1 พงศาวดาร 5:2
9* วิวรณ์ 5:5; กันดารวิถี 23:24; 24:9
10* กันดารวิถี 24:17; วิวรณ์ 5:5 ; สดุดี 60:7; อิสยาห์ 11:1;สดุดี 2:6-9; 72:8-11




13* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:18-19; ปฐมกาล 10:19
14* 1 พงศาวดาร 12:32
15* 1 ซามูเอล 10:9
16* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:22
17* ผู้วินิจฉัย 18:27
18* อิสยาห์ 15:9
19* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:20
20* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:24
21* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:23
23* ปฐมกาล 37:4, 24


24* โยบ 29:20; สดุดี 132:2, 5; ปฐมกาล 45:11; 47:12; สดุดี 23:1; 80:1; อิสยาห์ 28:16
25* ปฐมกาล 28:13; 32:9; 35:3; 43:23; 50:17; 17:1; 35:11; เฉลยธรรมบัญญัติ 33:13
26* เฉลยธรรมบัญญัติ 33:15; 33:16
27* ผู้วินิจฉัย 20:21, 25; เศคาริยาห์ 14:1
29* ปฐมกาล 15:15; 25:8; 35:29; 47:30; 23:16-20; 50:13
30* ปฐมกาล 23:3-20
31* ปฐมกาล 23:19-20; 25:9; 35:29; 50:13