มีคาห์ 1 วิบัติเหนืออิสราเอล

1 พระดำรัสของพระยาห์เวห์มีมาถึงมีคาห์แห่งเมืองโมเรเชท ในรัชกาล โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์
นี่คือสิ่งที่เขาได้เห็นเกี่ยวข้องกับสะมาเรียและเยรูซาเล็ม  

2 ชนชาติต่าง ๆ เอ๋ย จงฟัง!
จงตั้งใจฟัง  โลกและทุกคนที่อาศัยในโลก! 
พระยาห์เวห์ทรงเป็นพยานกล่าวโทษการกระทำของเจ้า
องค์พระยาห์เวห์จากพระนิเวศบริสุทธิ์ของพระองค์ 
ดูเถิด พระยาห์เวห์กำลังเสด็จออกมาจากที่ประทับของพระองค์ และทรงลงมาเพื่อเหยียบย่ำที่สูงของแผ่นดินโลก 
4 ภูเขาจะละลายใต้พระองค์ และหุบเขาจะแยกออกเหมือนขี้ผึ้งที่อยู่ใกล้ไฟ เหมือนน้ำที่เทพรั่งพรูลงมาจากที่สูงบนภูเขา

5 จะเกิดเหตุเช่นนี้ เพราะการล่วงละเมิดของยาโคบ และบาปของวงศ์วานอิสราเอล
อะไรคือการล่วงละเมิดของยาโคบ?
ไม่ใช่สะมาเรียหรอกหรือ? 
แล้วสถานที่บูชาบนที่สูงในยูดาห์นั้นคืออะไร?
ไม่ใช่เยรูซาเล็มหรอกหรือ?
6 ดังนั้น เราจะทำให้สะมาเรียกลางเป็นกองซากปรักหักพังอยู่ในทุ่งเป็นที่สำหรับปลูกสวนองุ่น
เราจะเทหินที่เคยเป็นเมืองนั้นลงไปในหุบเขา
จนเห็นฐานรากของเมืองนั้น 
รูปเคารพทั้งสิ้นของเมืองจะถูกทุบจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 
ค่าจ้างทั้งสิ้นของเมืองจะถูกเผา
และเราจะทำลายเทวรูปทั้งสิ้น
เพราะสิ่งที่เมืองนั้นสะสมมานั้น
ได้จากค่าจ้างของหญิงโสเภณี 
มันจะถูกใช้เป็นค่าจ้างโสเภณีอีก  

มีคาห์คร่ำครวญ
8 ด้วยเหตุนี้เอง ข้าพเจ้าจึงร่ำไห้โศกเศร้าและคร่ำครวญ  ข้าพเจ้าจะเดินเท้าเปล่า เปลือยกาย
ข้าจะโหยหวนเหมือนหมาใน
และครวญครางเหมือนนกกระจอกเทศ 

9 เพราะบาดแผลของเมืองนั้น ไม่อาจรักษาหายได้ และได้ลุกลามมาถึงยูดาห์แล้ว  มันมาถึงประตูเมืองของประชากรของข้าพเจ้า มาถึงเยรูซาเล็มเลย 
10 อย่าไปประกาศเรื่องนี้ในเมืองกัท อย่าร้องไห้เลย
พวกเจ้าจงเกลือกตัวในฝุ่นที่เมืองเบธอัฟราห์
11  ผู้ที่อาศัยในเมืองซาฟีร์เอ๋ย
ขอให้เจ้าไปตามทางของพวกเจ้าอย่างเปลือยเปล่าน่าอับอาย  ผู้ที่อาศัยในเมืองศาอานันเอ๋ย
จงอย่าออกมาทีเดียว 
เมืองเบธเอเซลกำลังร่ำไห้โศกเศร้า
เพราะที่ยึดมั่นถูกพรากไปแล้ว 
12 แม้ว่าผู้ที่อาศัยในเมืองมาโรทกำลังรอคอยว่า
ทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะมีหายนะมาจากองค์พระยาห์เวห์
และมาถึงประตูเมืองเยรูซาเล็มแล้ว
13 เจ้าผู้อาศัยในเมืองลาคีช จงผูกอานม้าให้เข้ากับรถม้าศึก  เจ้าเป็นจุดเริ่มต้นของบาปแห่งลูกสาวศิโยน 
การล่วงละเมิดของอิสราเอลนั้นมีเงื่อนงำสาวมาถึงตัวเจ้า
14  ดังนั้น จงให้ของขวัญอำลาแก่เมืองโมเรเชทกัท
วงศ์วานของอัคซีบเป็นการหลอกลวงเหล่ากษัตริย์ของอิสราเอล
15  เราจะนำผู้พิชิตมาเอาชนะเจ้าทั้งหลาย
ที่อาศัยในเมืองมาเรชาห์ 
ผู้นำชั้นสูงของของอิสราเอลจะหนีมายังเมืองอดุลลัม 
16  จงโกนหัวให้ล้าน ไว้ทุกข์ให้กับลูกหลานที่มีค่ายิ่งในสายตาของเจ้า 
ทำให้หัวของเจ้าล้านเหมือนหัวนกแร้ง
เพราะลูก ๆ ของเจ้าจะถูกพรากไปเป็นเชลย

อธิบายเพิ่มเติม

หนังสือมีคาห์ ได้กล่าวถึงการพิพากษาของพระเจ้าไปพร้อม ๆ กับ พระพรที่จะมาในยุคสุดท้าย เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงเข้ามาครอบครองดั่งผู้เลี้ยงที่ครอบครองดูแลฝูงแกะ
มีคาห์  เป็นชาวเมืองโมเรเชท ห่างจากเยรูซาเล็มไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 40 กิโลเมตร อยู่ระหว่าง นครเยรูซาเล็มและเมืองกาซาเขาน่าจะรับใช้ในช่วงเวลา 793-686  ปีก่อนคริสตศักราช คือช่วงของกษัตริย์อาหัสที่เป็นกษัตริย์ทางใต้ที่ชั่วช้า แล้วจึงมีการปรับฝ่ายวิญญาณในช่วงรัชกาลเฮเซคียาห์ ข้อความในหนังสือมีคาห์บางตอน มีคล้ายกับอิสยาห์ เช่นกันที่บอกถึงว่า คนจำนวนมากจะมายังภูเขาศิโยน เพื่อเรียนรู้พระธรรมของพระเจ้า 

1:1 แม้ว่ามีคาห์จะเป็นผู้เผยพระดำรัสของพระเจ้าในสมัยเดียวกับอิสยาห์ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนที่เคยชินกับชนชั้นสูง กับคนในวังเหมือนกับอิสยาห์  เขาเองได้รับการเรียกจากพระเจ้าอย่างชัดเจน (3:8)
เขาบอกชัดเจนว่า เขาจะพูดเรื่องของสะมาเรียและเยรูซาเล็มซึ่งต่างก็เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเหนือและใต้ 
1:2-4  มีคาห์ขอร้องให้ทั้งโลกได้ฟังเขา ไม่เฉพาะคนอิสราเอลเมื่อพระองค์เสด็จมาจะเกิดภัยธรรมชาติหลายประการให้เห็น
1:5-7  เป้าหมายการทำลายของพระเจ้าคือ สถานที่บูชาบนที่สูง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่ารังเกียจ น่าชัง และดูหมิ่นพระนามของพระเจ้าเป็นที่สุด  ทั้งเยรูซาเล็มและสะมาเรียเป็นเมืองที่ตั้งบนที่สูง แต่ยังมีที่สูงเหนือพื้นที่เหล่านั้น นั่นคือ สถานบูชาต่าง ๆ พระเจ้าจะทรงส่งกองทัพมาทำให้เมืองกลายเป็นซาก  รูปเคารพทั้งหมดที่พวกเขารัก บูชา ปรนนิบัติจะถูกทุบและศัตรูจะสิ่งที่เคยเป็นค่าจ้างโสเภณี  นั่นคือตัวรูปเคารพ เพราะเงินทั้งหมดที่นำไปสร้างรูปเคารพมาจากค่าจ้างโสเภณีในวิหารเทพปลอมเหล่านี้   พวกเขาจะเอาทอง เงิน ไปใช้จ้างทำเทพแบบของพวกเขาซ้ำอีกครั้ง สะมาเรีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางเหนือของเผ่า  10 เผ่า ถูกอัสซีเรียโจมตีเมื่อ 722 ปีก่อนคริสตศักราช  เมืองสะมาเรียถูกทำลายอย่างยับเยิน
1:8-9 เมื่อมีคาห์ได้ยินสิ่งที่พระเจ้าทรงประกาศ เขาก็รู้สึกหวาดกลัว เป็นทุกข์ใจอย่างยิ่ง การไม่ใส่เสื้อผ้าคลุมตัวนอกและคร่ำครวญเป็นเครื่องหมายบอกว่า คนนั้นเป็นทุกข์ใจอย่างมาก ไม่สนใจตัวเอง ต้องถ่อมตนเป็นที่สุดเพื่อขอกรุณาจากพระเจ้า  ความรู้สึกถึงความพินาศท่วมท้นในชีวิตความคิดของเขา ไม่มีคำพูดแสดงออกมานอกจากโหยหวน ครวญคราง  มีคาห์มองเห็นว่า ไม่อาจแก้ไขสิ่งที่ทำผิดมหันต์ได้ อย่างเดียวที่ต้องรับ คือโทษ.. เหมือนกับมนุษย์ทุกคนที่ทำผิดต่อพระเจ้า และต้องรับโทษแห่งความตาย!และการลงโทษก็จะเริ่มต้นที่คนของพระเจ้าก่อน (1 เปโตร 4:17)

จากข้อ 10 เป็นต้นไปเราจะเห็นรายชื่อเมืองต่าง ๆ
เมืองกัท.. เป็นเมืองของชาวฟิลิสเตีย อย่าไปให้พวกเขารู้เรื่องนี้  มีคาห์บอกให้ชาวเมืองเบธอัฟราห์จะเป็นทุกข์ขนาดไหนก็ให้ทำในเมืองของตน
1:11-12 คำว่า ซาฟีร์แปลว่า งดงาม  แต่มีคาห์กำลังบอกเขาว่าจะงดงามไม่นาน มันจะถูกทำลาย
เมืองศาอานัน เป็นคำคล้ายคำว่าออกไป ในภาษาฮีบรู  เมื่อกองทัพของอัสซีเรียเข้ามา คนอิสราเอลจะหนีออกไปไม่ได้เลย .. พวกเขาจะถูกกักไว้ในเมืองจนแพ้ราบคาบ
เมืองเบธเอเซลมีความหมายว่า เมืองใกล้ ๆ  เมื่อถูกศัตรูบุก พวกเขาจะไม่อาจช่วยเมืองใด ๆ ได้เลย
เมืองมาโรท  คำมาโรท คือ ความขม เมื่อศัตรูบุก  ชาวเมืองจะพบกับความขมขื่นมาก ๆ
1:13-16 เมืองลาคีช คำนี้คล้ายคำว่าม้าในภาษาฮีบรู เป็นเมืองป้อมแข็งแกร่ง  ผู้คนควรไปหาม้าศึกเพื่อต่อสู้ แต่ พวกเขากลับผูกอานม้าเพื่อหนีศัตรู
เมืองโมเรเชท เป็นบ้านเกิดของมีคาห์เอง  คำนี้คล้ายคำว่า การหมั้นหมาย  มีคาห์กำลังบอกว่า ให้ของขวัญเพื่อเปลี่ยนผู้ปกครองเดิม ไปเป็นศัตรูที่บุกเข้ามา
เมืองของอัคซีบ มเป็นคำคล้ายคำฮีบรู้ว่า หลอกลวงหรือปิดหวัง  เมืองนี้จะล่มอย่างรวดเร็ว จะเป็นความผิดหวังของอิสราเอล
เมืองมาเรชาห์  เป็นคำคล้ายความหมายผู้รับมรดก หรือผู้ครอบครอง อีกไม่นาน เมืองนี้จะถูกครอบครองโดยศัตรู
เมืองอดุลลัมเป็นเมืองที่ดาวิดไปแอบตอนที่หนีกษัตริย์ซาอูล  พวกชนชั้นสูงจะหนีไปยังเมืองนี้เช่นกัน แต่พวกเขาจะหนีไม่พ้น
มีคาห์ยืนยันว่า ลูกหลานของพวกเขาจะต้องไปเป็นเชลยอย่างแน่นอน ดังนั้น จงไว้ทุกข์ให้พวกเขาได้เลย 
คำอธิบายเรื่องเมืองต่างๆนี้นำมาจาก enduringword.com/bible-commentary/micah-1/

พระคำเชื่อมโยง

มีคาห์ 1
1* เยเรมีย์ 26:18; อิสยาห์ 1:1
2* สดุดี 11:4
4* อาโมส 9:5
5* เฉลยธรรมบัญญัติ 32:13; 33:29
6* 2 พงศ์กษัตริย์ 19:25 ; เอเสเคียล 13:14
7* โฮเชยา 2:5 ; เฉลยธรรมบัญญัติ 23:18
8* สดุดี 102:6

9* 2 พงศ์กษัตริย์ 18:13
10* 2 ซามูเอล 1:20
12* อิสยาห์ 59:9-11
13* อิสยาห์ 36:2; เอเสเคียล 23:11
14* 2 ซามูเอล 8:2; โยชูวา 15:44
15* โยชูวา 15:44; 2 พงศาวดาร 11:7
16* โยบ 1:20; เพลงคร่ำครวญ 4:5; อาโมส7:11, 17

โยนาห์ 4 โยนาห์โกรธพระเมตตา

ขอทรงเอาชีวิตข้าพเจ้าไปเถิด ข้าพเจ้าตายไปก็ดีกว่าอยู่

โยนาห์โกรธพระเจ้า

1 แต่โยนาห์กลับไม่พอใจยิ่งนัก และเขาก็โกรธจัด
2 เขาอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์ว่า  “โอพระยาห์เวห์  ข้าพเจ้าได้ทูลตั้งแต่อยู่ที่บ้านเมืองของข้าพเจ้าแล้วมิใช่หรือพระเจ้าข้า?
ข้าพเจ้าจึงหนีไปเมืองทารชิชตั้งแต่แรก
ข้าพเจ้ารู้อยู่แก่ใจว่า พระองค์ทรงพระเมตตา ทรงสงสาร ทรงกริ้วช้า และเต็มด้วยความรักมั่นคง ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงเปลี่ยนพระทัยเพื่อจะไม่ส่งหายนะมาให้มนุษย์
3 และบัดนี้ พระยาห์เวห์เจ้าข้า ขอทรงเอาชีวิตข้าพเจ้าไปเถิด ข้าพเจ้าตายไปก็ดีกว่าอยู่”
4 พระยาห์เวห์ทรงถามว่า
“ถูกต้องแล้วหรือที่เจ้าโกรธ? 



พระเจ้าทรงตอบความโกรธของโยนาห์
5 โยนาห์ออกไปจากเมืองและนั่งลงทางตะวันออก เขาสร้างเพิงและนั่งอยู่ใต้ร่มเพิงนั้น เพื่อคอยดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเมือง
6 แล้วพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าก็ทรงบันดาลให้เกิดไม้เลื้อยขึ้น มันเลื้อยขึ้นไปทำให้เป็นร่มเงาบังแดดให้เหนือศีรษะโยนาห์ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น  โยนาห์พอใจกับเถาไม้นั้นมาก

7 เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พระเจ้าทรงให้มีหนอนตัวหนึ่งเข้ามากัดกินไม้เลื้อยนั้น จนมันเหี่ยวไป
 8 ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น พระเจ้าทรงให้มีลมร้อนจากตะวันออกพัดมา แดดส่องแรงกล้าบนศีรษะของโยนาห์จนเขาแทบจะเป็นลม และเขาอยากตายขึ้นมา เขากล่าวว่า “ให้ข้าพเจ้าตายไป ดีกว่าให้ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่”
 9 แล้วพระเจ้าทรงถามโยนาห์ว่า “ถูกต้องแล้วหรือ ที่เจ้าโกรธเรื่องเถาไม้เลื้อย?”
 “ใช่แล้วพระเจ้าข้า” เขาทูลตอบ “ข้าพเจ้าโกรธจนอยากจะตายไปเสียเลย”

10 ดังนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า “เจ้าห่วงใยไม้เลื้อยนี้ที่เจ้าไม่ได้ปลูกหรือดูแล มันงอกขึ้นในคืนเดียว และก็ตายไปแค่ชั่วคืน 
11  เราไม่ควรที่จะห่วงใยนครใหญ่ที่มีคนถึงหนึ่งแสนสองหมื่นคน ซึ่งไม่รู้เลยว่าไหนถูกไหนผิด  รวมทั้งยังมีสัตว์เลี้ยงอีกมากมายด้วยอย่างนั้นหรือ?”

อธิบายเพิ่มเติม

โยนาห์โกรธพระเจ้า (4:1–4).
4:1 เหตุการณ์ไม่เป็นใจให้กับโยนาห์ เขาระเบิดออกมาต่อพระพักตร์ของพระเจ้า หลังจากที่พระองค์ เปลี่ยนพระทัย ไม่ลงโทษคนทั้งเมือง  เพราะทั้งเมืองตั้งแต่กษัตริย์จนคนผู้น้อยที่สุดต่างพากันกลับใจ เพราะเชื่อสิ่งที่โยนาห์ประกาศ
คนชั่วร้าย โหดเหี้ยม ในโลกโบราณอย่างคนนีนะเวห์ ซึ่งก็คืออาณาจักรอัสซีเรียนั่นเอง กำลังได้รับพระเมตตาจากพระเจ้าสำหรับโยนาห์แล้ว นี่เป็นสิ่งที่รับไม่ได้!  เขาไม่ได้มองว่า คนที่ควรจะถูกพระเจ้าลงโทษอีกคนคือตัวเขาเอง ที่ไม่เชื่อฟังพระองค์เอามาก ๆ ก็ได้รับพระเมตตาให้รอดตายจากท้องปลาใหญ่

4:2 โยนาห์อ้างถึงสิ่งที่เขาเคยทูลตั้งแต่อยู่ในเขตอิสราเอลว่า เขาตระหนักอยู่แล้วว่า พระเจ้าทรงมีพระลักษณะอย่างไร คำพูดของเขานั้น เป็นคำประกาศของพระเจ้าเองจากอพยพ 34:6-7  ตอนที่พระองค์ทรงสำแดงพระสิริแก่โมเสส ทรงให้เขาเห็นด้านหลังของพระองค์​  แต่โยนาห์คิดไปเองว่า พระลักษณะของพระเจ้าดังกล่าวน่าจะเป็นไปเพื่อคนอิสราเอลเท่านั้น เขาเห็นประโยชน์เพื่อคนของตนเอง แต่จะไม่ไปเอื้อเฟื้อให้ชนชาติอย่างคนนีนะเวห์เด็ดขาด

4:3 จากนั้นโยนาห์ก็ทูลขอพระเจ้าให้เอาชีวิตของเขาไป

4:4 แต่พระเจ้าทรงถามเขาง่าย ๆ ว่า ที่โกรธนั้น เป็นความโกรธที่ถูกต้องหรือเปล่า  โยนาห์ไม่ได้ยินที่พระเจ้าทรงถาม ไม่คิดคำตอบ รู้แต่ว่า ตัวเองไม่พอใจ ตอนนั้นเขาคงคิดว่าน่าจะตายไปตั้งแต่อยู่ในท้องปลาแล้ว 

พระเจ้าทรงตอบความโกรธของโยนาห์ 
4:5 โยนาห์ออกไปเพื่อดูว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับเมือง เขาคิดอะไรอยู่ เขาไม่อยากจะให้พระเจ้าปล่อยให้เมืองนี้พ้นผิด อยากให้พระเจ้าลงโทษเมืองนี้  ขนาดว่าสร้างเพิง นั่งรอดู

4:6 พระเจ้าทรงบันดาล ให้เกิดมีไม้เลื้อยขึ้นมาบนเพิง ทำให้เขาร่มสบายมากขึ้น และเขาก็ชอบมันมาก จากที่เราเห็นมาตั้งแต่ต้น โยนาห์เป็นคนที่ใช้อารมณ์มากพอควร  เราจะเห็นตั้งแต่เริ่มต้นหนี ลงไปในท้องปลา จนกระทั่งตรงจุดนี้  แต่แล้ว… 

4:7 พระเจ้าก็ทรงส่งหนอนตัวหนึ่งมากินไม้เลื้อยนี้จนหมด .
4:8 ไม่พอ พระองค์ทรงส่งลมร้อนมาด้วย ซึ่งตามธรรมดาแล้ว อุณหภูมิจะสูงมากขนาด 43 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว​ คราวนี้ เพิงของโยนาห์ไม่พอแล้ว เขาร้อนมากจนอยากตาย … ลมร้อนนี้ทั้งร้อน ทั้งแห้งทำให้ผิวรู้สึกผะผ่าวเหลือทน  โยนาห์ คนอารมณ์ไม่นิ่งร้องบอกว่า ขอตายดีกว่าอยู่ 

4:9 การโกรธเรื่องไม้เลื้อยนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยเทียบกับคนที่จะต้องพินาศ แต่เหมือนกับโยนาห์เห็นว่า ความรู้สึกของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่าเรื่องอื่นในโลก  คนแบบนี้ในสมัยใหม่เรียกได้ว่า เป็นคนประเภทเห็นโลกหมุนรอบตัวเอง
พระเจ้าทรงถามเขาว่าที่โกรธนั้น ถูกต้องหรือ แต่เขาก็ยังยืนกรานว่าจะโกรธ และอยากตาย

หนังสือโยนาห์ทำให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับคนรับใช้พระเจ้าว่า หัวใจสงสาร เมตตานั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว  เป็นคนด้วยกันแต่หามีหัวใจสงสารคนที่จะต้องพินาศไม่
แต่พระเจ้าทรงเต็มด้วยพระคุณ เมื่อคนบาปอย่างคนในนีนะเวห์กลับใจ พระองค์ประทานพระคุณให้อย่างล้นเหลือ อย่างที่ไม่มีมนุษย์คนใดทำได้
พระเจ้าทรงถามโยนาห์ด้วยคำถามเปรียบเทียบถึงไม้เลื้อยที่ตายไปกับคนนับแสนพร้อมสัตว์เลี้ยง เขาไม่ได้มีหัวใจให้ผู้คนบ้างเลยหรือ? หัวใจของเขาเป็นอย่างไร?…
คำถามของพระเจ้าทำให้เราเห็นสิทธิครอบครองสูงสุดของพระองค์ที่มาพร้อมกับพระเมตตา
เราได้เห็นพระลักษณะของพระเจ้าอย่างชัดเจนเพื่อมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าคนนั้นจะเลวร้ายขนาดไหน มีโอกาสให้พวกเขากลับใจมาหาพระองค์เสมอ   และพระองค์ทรงใช้โยนาห์ชาวอิสราเอล ลูกหลานอับราฮัม มาเป็นพระพรให้กับนีนะเวห์ ชนต่างชาติทั้ง ๆ ที่เขาไม่เห็นด้วย ไม่รัก ไม่ต้องการมาหา  แต่..ไม่ว่าโยนาห์จะคิดอย่างไร แผนการของพระเจ้าเป็นของพระองค์และไม่มีใครจะขัดขวางได้ 

พระคำเชื่อมโยง

2* โยนาห์ 1:3; โยเอล 2:13
3* 1 พงศ์กษัตริย์ 19:4; โยนาห์ 4:8
8* โยนาห์ 4:3
11*โยนาห์ 1:2; 3:2-3; เฉลยธรรมบัญญัติ 1:39

โยนาห์ 3 ชาวนีนะเวห์ฟังคำเตือน

ชาวนีนะเวห์ได้ฟังคำเตือน 

1 แล้วก็มีพระดำรัสจากพระยาห์เวห์มายังโยนาห์เป็นครั้งที่สอง
 2 “จงลุกขึ้น แล้วไปยังนครใหญ่นีนะเวห์ และประกาศกับพวกเขาตามที่เราสั่งเจ้า”
3 ดังนั้น โยนาห์จึงลุกขึ้นเดินทางไปยังเมืองนีนะเวห์
ตามพระบัญชาของพระยาห์เวห์
นครนีนะเวห์นั้น เป็นเมืองใหญ่มาก
จะเดินจนทั่วต้องใช้เวลาถึงสามวัน
4 วันแรก โยนาห์ตั้งต้นเดินเข้าไปในเมือง
และประกาศว่า “ในสี่สิบวัน นีนะเวห์จะถูกทำลายสิ้น!”
 5 ชาวนีนะเวห์ก็เชื่อพระเจ้า! 
พวกเขาประกาศให้ทุกคนอดอาหาร สวมเสื้อกระสอบ
ตั้งแต่คนที่ใหญ่สุด จนถึงผู้น้อยที่สุด
6 เมื่อข่าวไปถึงกษัตริย์แห่งนครนีนะเวห์
พระองค์ก็ทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์
ถอดฉลองพระองค์ออก
และทรงสวมผ้ากระสอบ ประทับนั่งในกองขี้เถ้า 



7 แล้วพระองค์ก็ทรงออกประกาศในนครนีนะเวห์ดังนี้
“โดยพระบัญชาขององค์กษัตริย์ และขุนนางผู้ปกครอง ขอห้ามไม่ให้คนใด หรือสัตว์ตัวใด ทั้งฝูงแพะ แกะไม่ลิ้มรสสิ่งใด ไม่กินหรือดื่มอะไร 
8 ยิ่งกว่านั้น ทั้งคนและสัตว์จะต้องสวมผ้ากระสอบ
และทุกคนจะต้องเร่งเร้าทูลอ้อนวอนต่อพระเจ้า 
แต่ละคนจะต้องหันจากความชั่วร้าย
ความทารุณต่อผู้อื่นที่กำลังทำอยู่  
9 ใครจะรู้ได้ว่า พระเจ้าอาจจะทรงหันมาและเปลี่ยนพระทัย พระองค์อาจจะกลับพระทัยจากพระพิโรธ เราจะได้ไม่ต้องพินาศ
10  เมื่อพระเจ้าทรงเห็นว่า พวกเขาทำอะไร
คือได้หันจากทางแห่งความชั่วร้าย
พระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ทรงทำลายพวกเขาอย่างที่ทรงบอกไว้ พระองค์ไม่ทรงลงโทษพวกเขา 

อธิบายเพิ่มเติม

  1. โยนาห์ประกาศตามพระบัญชา
    3:1-2
    คำสั่งครั้งที่สองคล้ายครั้งแรก แต่สิ่งที่โยนาห์จะต้องประกาศแก่นครนีนะเวห์คือ สิ่งที่พระเจ้าจะทรงสั่งเขาอีกทีหนึ่ง นีนะเวห์เป็นเมืองใหญ่มาก  มีอำนาจในโลกโบราณ ทั้งทางการทหาร และการค้า เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้าจากตะวันออกสู่ตะวันตก  
    3:3-4 คราวนี้โยนาห์ไม่ขัดขืนพระเจ้าอีกแล้ว  วันแรกที่เข้าไปในเมืองโยนาห์ประกาศว่าอีกสี่สิบวันพวกเขาจะพบกับหายนะ (ตัวเลขสี่สิบวัน สี่สิบนี้ มีใช้หลายครั้งในพระคัมภีร์
    พระเจ้าทรงให้ฝนตกสี่สิบวัน สี่สิบคืน  (ปฐมกาล 7:4)
    โมเสสพบพระเจ้าบนภูเขา นานสี่สิบวัน สี่สิบคืน (อพยพ 24:18)
    สายสืบเข้าไปสืบในคานาอัน (ก้นดารวิถี 13:25)
    ยังมีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับจำนวนสี่สิบนี้
    )  เขาคงต้องใช้เวลาพอสมควรในการประกาศให้ทุกคนได้ยินอย่างครบถ้วน ข้อสองบันทึกว่าถ้าจะเดินให้ทั่วต้องใช้สามวัน

    ชาวนีนะเวห์ตอบสนองอย่างไม่น่าเชื่อ!
    3:5 ประชาชนที่ตกอยู่ในความบาป และรู้ตัวว่าตนเองเป็นคนประเภทไหน รู้ว่าตนเองโหดเหี้ยม แทนที่จะโอหัง กลับเกิดความกลัวอย่างมาก และเชื่อคำที่โยนาห์ประกาศทันที
    มหัศจรรย์มาก!  พวกเขาพากันกลับใจ แสดงความเสียใจที่ทำผิดด้วย การอดอาหาร  สวมเสื้อผ้ากระสอบ
    (เอเสเคียล 7:18)
    3:6 ที่แทบไม่น่าเชื่อก็คือ เมื่อกษัตริย์ได้ยินเรื่องหายนะ
    ท่านก็สวมผ้ากระสอบ ประทับในกองขี้เถ้า เท่ากับว่า ผู้นำสูงสุด ก็ฟังพระดำรัสของพระเจ้า และถ่อมพระองค์ลงทำเหมือนกับประชาชน
    3:7 แล้ว ท่านก็สั่งออกมาเป็นกฎเลยว่า ให้ทุกคนและสัตว์ อดอาหาร
    3:8 ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ มีคำสั่งให้ทุกคน และสัตว์สวมผ้ากระสอบและร้องทูลต่อพระเจ้า เลิกทำชั่ว เลิกทารุณ ใครทำอยู่ต้องเลิกทันที!  ปกติแล้ว คนอัสซีเรียจะไม่ทำเช่นนี้ พวกเขาจะมีพิธีกรรมของพวกเขาเองในการที่จะขอให้เทพไม่ลงโทษ  แต่ครั้งนี้ กลับทำเหมือนกับคนอิสราเอลเลย
    3:9 องค์กษัตริย์มีความหวังว่า พระเจ้าจะไม่ทรงลงโทษพวกเขาหากพวกเขากลับใจ  นี่เป็นพฤติกรรมและความเชื่อที่แปลก ขนาดว่า พระเจ้าทรงเรียกอิสราเอลให้กลับใจครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขายังไม่สนใจคำเตือนของพระองค์เลย เราเห็นได้ใน โฮเชยา อาโมส ฯลฯ แต่ชนชาติที่โหดเหี้ยม อัสซีเรีย กลับฟังเสียงของพระเจ้า!

    พระยาห์เวห์ทรงเปลี่ยนพระทัย
    แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พระเจ้าทรงมองว่า พวกเขามีหัวใจที่ยอมรับในความผิด และทูลต่อพระองค์จริง ๆ ไม่อยากพินาศ ยอมที่จะหันจากความชั่ว ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะรู้เลยว่า ความดีนั้นเป็นอย่างไร 
    3:10  เมื่อพระเจ้าทรงเห็นว่า พวกเขาทำอะไร คือได้หันจากทางแห่งความชั่วร้าย พระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัยไม่ทรงทำลายพวกเขาอย่างที่ทรงบอกไว้ 
    พระองค์ไม่ทรงลงโทษพวกเขา
    พระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัยจากความตั้งพระทัยเดิมที่จะทำลายเมืองนีนะเวห์ในยุคของกษัตริย์องค์ที่กลับพระทัย (ไม่ทราบว่าเป็นกษัตริย์ใด แต่ในเวลาต่อมานีนะเวห์ได้กลับมาชั่วร้ายอีก และพระเจ้าทรงทำลายเขาอย่างสิ้นเชิง อ่านนาฮูม ) แล้วพระองค์ก็ละการพิพากษานครนีนะเวห์
     

พระคำเชื่อมโยง

4* เฉลยธรรมบัญญัติ 18:22
5* มัทธิว 12:41
6* โยบ 2:8
7* 2 พงศาวดาร 20:3
8* อิสยาห์ 58:6; 59:6
9* โยเอล 2:14
10* เยเรมีย์ 18:8

โยนาห์ 2 จากที่ลึกใต้ทะเล

คำอธิษฐานจากท้องปลา 

1 จากท้องปลา​.. โยนาห์ร้องทูลต่อพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเขา
2 “ข้าพเจ้าร้องทูลพระยาห์เวห์จากความทุกข์ร้อนของข้าพเจ้า และพระองค์ทรงตอบข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าทูลขอความช่วยเหลือจากส่วนลึกของแดนตาย
พระองค์ทรงได้ยินเสียงของ ข้าพเจ้า
3 พระองค์ทรงโยนข้าพเจ้าลงไปยังที่ลึก ลงไปยังใจกลางท้องทะเล
กระแสน้ำโถมเข้าใส่ท่วมข้าพเจ้า
ระลอกคลื่น และ คลื่นใหญ่ของพระองค์ พัดท่วมตัวข้าพเจ้า

4 แต่ข้าพเจ้ากล่าวว่า ข้าพเจ้าถูกเนรเทศไปจากสายพระเนตรของพระองค์ ถึงกระนั้น ข้าพเจ้าจะจ้องมองไปยังพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์อีกครั้ง
5 มวลน้ำท่วมข้าพเจ้าจนมิด ที่ลึกล้อมรอบตัวข้าพเจ้า สาหร่ายพันหัวข้าพเจ้าไว้



6 ข้าพเจ้าจมลงถึงรากฐานของทิวเขา แผ่นดินเบื้องล่างได้ขังข้าพเจ้าตลอดไปเป็นนิตย์  แต่พระองค์ทรงช่วยชีวิตข้าพเจ้าขึ้นมาจากหลุมลึก โอ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของข้าพเจ้า 
7 ขณะที่ชีวิตของข้าพเจ้ากำลังจะสูญสลายไปนั้น ข้าพเจ้าระลึกถึงพระยาห์เวห์  คำทูลอธิษฐานขึ้นไปถึงพระองค์  ไปถึงพระวิหารบริสุทธิ์ของพระองค์ 
8 คนที่ยังยึดติดกับเทวรูปไร้ค่านั้น ก็เท่ากับได้ละทิ้งความรักมั่นคงไป 
9 แต่ส่วนข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าจะถวายเครื่องบูชาแด่พระองค์ ด้วยเสียงแห่งการขอบพระคุณ  ข้าพเจ้าจะทำสิ่งที่ได้ปฏิญาณต่อพระองค์ไว้ ความรอดนั้น มาจากพระยาห์เวห์ !
10 แล้วพระยาห์เวห์ก็ทรงบัญชาปลา  มันจึงสำรอกตัวโยนาห์ออกมาบนแผ่นดินแห้ง

อธิบายเพิ่มเติม

2. พระยาห์เวห์ทรงปกป้องและช่วยโยนาห์ไว้ (1:17–2:10)

2:1 เหมือนเอาราชรถมาเกย …​พระเจ้าทรงส่งปลาตัวใหญ่ขนาดที่ท้องของมันสามารถรับคนหนึ่งคนเข้าไปไว้ในท้องของมัน แต่ถ้าเราเชื่อสิ่งที่พระเยซูตรัสในมัทธิว 12:39-40  ก็ไว้ใจได้ว่าเป็นความจริง
มัทธิวตินนี้ได้กล่าวถึงความตายและการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ โดยมีเรื่องราวของโยนาห์เป็นต้นแบบ พระเจ้าประทานปลาให้โยนาห์ได้รอดตาย พระเจ้าประทานพระคริสต์ให้เราได้รอดจากความตาย 
(เรื่องนี้มีการโต้เถียงกันมากว่า จะเป็นไปได้อย่างไร แต่ก็มีเรื่องราวของคนที่เคยอยู่ในท้องปลาแล้วยังมีชีวิตอยู่
บ้างเหมือนกัน เขายังคงมีชีวิตอยู่ในท้องปลาหลังจากสามวันผ่านไป  (ดูเรื่องราวข้างล่าง)

โยนาห์ทูลขอการช่วยกู้ 
2:2  โยนาห์อธิษฐานขอความช่วยเหลือ การช่วยกู้ของพระเจ้า ตอนนี้เขารู้แล้วว่า เขาไม่มีทางขัดขืนพระเจ้าได้เลย
พระองค์ทรงประสงค์อย่างไร เขาต้องทำตามนั้น  เขาเหมือนผ่านความตาย เกือบจมน้ำตาย แต่ก็ไม่ตาย  เขาอยู่ในส่วนลึกของแดนตายซึ่งหมายถึงการถูกแยกออกจากพระเจ้า แต่ยังร้องหาพระเจ้า และรู้อยู่ว่า พระเจ้าจะทรงได้ยินเขา
 2:3 คำอธิษฐานของเขา อ่านแล้วเหมือนมาจากหนังสือสดุดี  เป็นคำกล่าวขอชีวิต เขาอธิบายในคำอธิษฐานว่า เกิดอะไรขึ้น

2:4แม้จะต้องอยู่ไกลจากพระเจ้า ใกล้ความตาย โยนาห์จะมองไปที่พระวิหารของพระเจ้า แม้ว่าจะถูกขังในที่ ๆ ใกล้บาดาลมาก แต่พระเจ้าจะทรงช่วยเขา โยนาห์มีความเชื่อว่า พระเจ้าจะทรงช่วย  ลึก ๆ ของเขาน่าจะเป็นว่า อย่างไรก็ต้องไปยังนครนีนะเวห์ ทำตามอย่างที่พระเจ้าทรงบัญชา
2:5 โยนาห์ลงไปอยู่ในที่ลึก เขาพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง  นอกจากจะจมอยู่ใต้บาดาล ยังมีสาหร่ายมาพันหัวไว้ จนแทบหายใจไม่ได้ 
 2:6  ที่ลึกเหล่านี้ เป็นที่ ๆ ทำให้เขาอยู่ห่างจากพระเจ้า แต่ถึงกระนั้น พระเจ้ายังทรงฟังเสียงเขา และจะทรงช่วยเขาจากที่ลึก ตรงนี้เป็นความหวังของพวกเราด้วย เมื่อเรามืดแปดด้านเหมือนอยู่ในที่ลึก แต่พระเจ้ายังทรงฟังเรา 
2:7 รู้ตัวว่าน่าจะใกล้ตาย แต่ยังไม่ยอมแพ้ เขานึกถึงพระเจ้า เขานึกถึงพระวิหารที่พระองค์ประทับอยู่  เขาคิดว่า ถึงแม้จะอยู่ไกลพระวิหารขนาดไหน พระเจ้าก็ทรงอยู่ที่นั่น
คำของดาวิดในสดุดี 139:8-10  เป็นประสบการณ์จริงของโยนาห์!
2:8 เขายังระลึกได้ว่า รูปเคารพไม่มีค่าอะไรเลย เพราะไม่เหมือนพระเจ้าที่เต็มด้วยความรักมั่นคงต่อคนของพระองค์
2:9 โยนาห์รู้แล้วว่า เขาจะต้องทำตามพระบัญชาแรกของพระองค์ เขาขอบคุณพระเจ้าที่ไว้ชีวิตเขาไว้  และตระหนักชัดว่า ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในท้องปลามาถึงสามวันสามคืนนี้ เท่ากับเป็นความมหัศจรรย์แท้ ๆ
พระยาห์เวห์ทรงช่วยกู้โยนาห์
2:10 เราจะเห็นว่า พระเจ้าทรงสั่งอะไร สิ่งที่พระองค์ทรงสร้างมานั้นก็ต้องทำตาม  เอลียาห์ขอไม่ให้ฝนตก พระเจ้าประทานให้ ขอให้ฝนตก พระเจ้าก็ประทานให้ นี่เป็นความเชื่อที่เกินคนธรรมดาอย่างเรา ธรรมชาติสามารถทำตามคำอธิษฐานของผู้ชอบธรรม ผ่านฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้
เมื่อออกมาจากปลา โยนาห์ก็คงตัวขาวจัด ผมก็ขาว เสื้อผ้าก็ขาว เพราะถูกกรดในท้องของปลา

พระคำเชื่อมโยง

2* สดุดี 120:1; 65:2
3* สดุดี 88:6; 42:7
4* สดุดี 31:22; 1 พงศ์กษัตริย์ 8:38
5* เพลงคร่ำครวญ 3:54
6* สดุดี 16:10
7* สดุดี 18:6
8* เยเรมีย์ 10:8
9* โฮเชยา 14:2; ปัญญาจารย์ 5:4-5; สดุดี 3:8; เยเรมีย์ 3:23