2 โครินธ์ 7 เสียใจให้ถูกวิธี

2 โครินธ์ 7:1
ท่านที่รักทั้งหลาย เมื่อเราได้รับพระสัญญาอย่างนี้ ก็ขอให้เราชำระตัวเองให้ไร้สิ่งที่เป็นมลทินทุกอย่างของร่างกายและวิญญาณ
ให้ชีวิตบริสุทธิ์ด้วยความยำเกรงพระเจ้า

2 โครินธ์ 7:2-3
เปิดห้องหัวใจรับเราเถิด เราไม่ได้ทำผิดต่อใคร เราไม่ได้คดโกงใคร
และมิได้เอาเปรียบใครเลย ข้าไม่ได้พูดอย่างนี้เพื่อกล่าวโทษใคร
เพราะข้าพูดมาก่อนแล้วว่า พวกท่านอยู่ในใจของเราไม่ว่าจะอยู่หรือจะตายด้วยกันกับท่าน

2 โครินธ์ 7:4
ข้าพูดกับท่านด้วยความมั่นใจในตัวท่านเป็นอย่างมาก ข้าภูมิใจในตัวท่านมากและข้ามีกำลังใจเต็มที่ และมีความยินดีในความลำบากทั้งสิ้น
2 โครินธ์ 7:5
เมื่อเรามายังแคว้นมาซิโดเนียนั้นร่างกายเราไม่ได้พักเลย เราพบกับความลำบากรอบด้าน ต่อสู้ภายนอกและมีความกลัวอยู่ข้างใน

2 โครินธ์ 7:6-7
แต่พระเจ้าผู้ทรงปลอบใจคนที่ท้อใจได้ทรงปลอบใจเรา โดยให้ทิตัสมาหาเราไม่เฉพาะการมาของเขาเท่านั้น แต่เขายังได้รับการหนุนใจจากพวกท่านเขาเล่าว่าท่านอาลัย และห่วงใยข้าเป็นเหตุให้ข้ามีความสุขมากขึ้น

2 โครินธ์ 7:8
แม้ว่าจดหมายฉบับแรกของข้าทำให้ท่านเศร้าใจ ข้าก็ไม่เสียใจ ​
(แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าจะไม่สบายใจเพราะเห็นว่า จดหมายฉบับนั้น
ทำให้ท่านเป็นทุกข์เพียงชั่วขณะหนึ่ง)
2 โครินธ์ 7:9
วลานี้ข้ายินดีเป็นเพราะท่านเสียใจจนถึงได้กลับใจ เพราะว่าท่านได้เสียใจตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ท่านจึงไม่ได้รับผลเสียใด ๆ จากเราเลย

2 โครินธ์ 7:10
เพราะความเสียใจตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ก่อให้เกิดการกลับใจ
ซึ่งนำไปสู่ความรอด และไม่ทำให้เศร้าใจแต่ความเสียใจอย่างโลกนั้น
นำไปสู่ความตาย
2 โครินธ์ 7:11
ดูสิ ความเสียใจตามน้ำพระทัยพระเจ้าเช่นนี้ทำให้ท่านเกิดความแน่วแน่เอาจริงเอาจังขนาดไหน และทำให้ท่านพยายามพิสูจน์ตนเอง เกิดความไม่พอใจ ความเกรงกลัวความเร่าร้อน ความห่วงใย มุ่งที่จะให้เกิดความยุติธรรม ท่านได้พิสูจน์ตัวเองรอบด้านว่า ท่านไม่มีความผิดในเรื่องเหล่านี้

2 โครินธ์ 7:12
แม้ข้าเขียนจดหมายครั้งนั้นถึงท่านไม่ใช่เพื่อคนที่ทำผิด หรือเพื่อคนที่ต้องมาทนทุกข์เพราะการกระทำของเขา แต่เพื่อท่านเองจะได้มองเห็นชัดว่าท่านจริงจังต่อเราเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าแค่ไหน
2 โครินธ์ 7:13-14
ดังนั้น เราจึงได้รับการหนุนน้ำใจ ยิ่งกว่านั้น เรายังดีใจมากขึ้น เพราะเห็นว่า ทิตัสเป็นสุขนัก เพราะท่านทำให้เขาใจสงบ เวลาที่ข้าอวดเรื่องของท่านกับทิตัส ข้าไม่ต้องอายเลย ทุกสิ่งที่เราได้บอกท่านเป็นความจริงอย่างไร สิ่งที่เราอวดกับทิตัสก็เป็นความจริงอย่างนั้น
2 โครินธ์ 7:15-16
เมื่อเขานึกถึงการที่พวกท่านเชื่อฟังและการที่พวกท่านทุกคนต้อนรับเขาด้วยความเกรงกลัวตัวสั่นเขาจึงรักท่านมากขึ้น ข้ายินดีเพราะข้ามั่นใจในพวกท่านได้อย่างเต็มที่

2 โครินธ์ 7:1
จากประโยคข้อสุดท้ายของบทที่ 6 คือ พระเจ้าทรงให้ผู้เชื่อแยกตัวออก ไม่ใช้ชีวิตอย่างคนในโลก เพื่อว่าพวกเขาจะได้มาเป็นบุตรของพระเจ้า เป็นพระสัญญาโดยตรงจากพระเจ้า อิสยาห์ 52:11, 2 ซามูเอล 7:14, โรม 8:14 ท่านเปาโลหนุนใจให้พี่น้องชำระตัวเองจากทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตสกปรก .. น่าสนใจที่ท่านกล่าวถึงทั้งทางร่างกาย และวิญญาณ ไม่ใช่ทางวิญญาณแต่อย่างเดียว

2 โครินธ์ 7:2-3
ท่านเปาโลกลับไปพูดเหมือนใน 6:11-13 เราไม่ทราบว่าใครให้ร้ายว่าท่านคดโกงเงินใคร หรือมีการใส่ร้ายว่าท่านเอาเปรียบคนโน้นคนนี้ เพื่อ
ประโยชน์ของตนเอง ท่านไม่ได้กล่าวว่าใครเป็นคนต้นเรื่อง แต่ท่านกำลังปกป้องตนเองว่า ไม่ได้ทำผิดอย่างที่คนพวกนั้นกล่าวหาตอนนี้พี่น้องเปิดใจแล้วยังเราไม่รู้ แต่ท่านเปาโลเองมีชีวิตที่พร้อมตายเพื่อพี่น้องอยู่แล้ว .. พวกเขาควรมองเห็นชีวิตที่ทุ่มเทของท่าน 

2 โครินธ์ 7:4
อ่านจดหมายมาตั้งแต่ต้น เราจะรู้สึกถึงความทุกข์ใจ ที่ท่านปรารถนาให้พี่น้องเดินไปกับพระเจ้าอย่างถูกต้อง ท่านเปาโลเฝ้าสอน เฝ้าเตือนพี่น้องจริงจังมาก แต่พอมาถึงประโยคนี้ เราเริ่มเห็นว่าท่านมีกำลังในการปรนนิบัติพี่น้อง แม้ว่าจะมีศัตรูคอยว่าร้าย พูดลับหลัง พยายามทำให้ท่านไม่ได้รับความเชื่อถือ พยายามทำลายความเชื่อใจกันท่านยินดีในความยากลำบากเพื่อพี่น้องจริง ๆ และอารมณ์ของจดหมายเริ่มเปลี่ยนเป็นความยินดี

2 โครินธ์ 7:5
ท่านเริ่มเล่าให้พี่น้องรู้ว่า ท่านพบเจออะไรบ้างเมื่อท่านมายังคริสตจักรนี้ ในบทที่ 2:12-13 ท่านกล่าวว่าท่านทุกข์ใจมาก ๆ เพราะว่า ไม่พบ
ทิตัสที่เมืองโตรอัส และพยายามหาว่าเขาอยู่ที่ไหนจะเห็นว่า ท่านต้องต่อสู้กับคนที่ไม่เชื่อ และกับคนที่เชื่อด้วย และใครจะคิดบ้างว่า คนกล้าอย่างท่านเปาโลจะกล่าวเปิดใจว่า ท่านมีความกลัวอยู่ข้างในท่านคงจะกังวัลใจว่า ทิตัสปลอดภัยหรือเปล่า เขาจะเผชิญกับความยากลำบากอย่างไร

2 โครินธ์ 7:6-7
ตอนแรกท่านเปาโลเป็นกังวลมากที่ไม่พบทิตัสในแคว้นมาซิโดเนีย การเดินทางสมัยก่อนไม่ใช่นึกจะไปก็ขึ้นเครื่องบิน หรือขึ้นรถไป โทรศัพท์ก็ไม่มีการที่จะพบเพื่อนสักคนก็ต้องรอ ว่าเมื่อไรเขาจะมาถึง เพื่อนอยู่ที่ไหน ปลอดภัยหรือไม่ ถ้าไม่มีการติดต่อด้วยจดหมาย หรือม้าเร็วก็ต้องรออย่างเดียวแต่ท่านบอกว่า พระเจ้าทรงปลอบใจท่านด้วยการให้ทิตัสมาเจอกับท่านจนได้ และยังส่งข่าวดี ๆ ของพี่น้องในโครินธ์ให้ด้วย

2 โครินธ์ 7:8
ใช่แล้ว จดหมายฉบับแรกของท่านเปาโลนั้นพูดตรง ไม่อ้อมค้อม ตรงประเด็นทุกเรื่อง ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามนั้น ท่านเองรู้ดีว่า การเตือน
สติเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก และหากพี่น้องกลับใจเมื่อได้อ่านจดหมายแล้ว นับว่าเป็นสิ่งดีที่สุด ได้ผลตามที่ท่านต้องการ คำว่า เป็นทุกข์ชั่วขณะก็คือ
ทุกคนที่อ่านและรู้สึกผิด ก็จะไม่สบายใจ เป็นทุกข์ใจอยู่แล้ว แต่หากได้มีโอกาสกลับตัว นั่นก็ช่วยให้ทั้งชุมชนคริสเตียนได้เติบโตขึ้น

2 โครินธ์ 7:9
การเสียใจตามน้ำพระทัยของพระเจ้าคืออะไร? เมื่อมีการทำผิดเกิดขึ้น เมื่อมีการเสียใจอาจเป็นไปได้หลายแบบ เสียใจแล้วโทษคนโน้นคนนี้ว่าตนเองไม่ได้ผิด อย่างเช่นที่อาดัมทำผิดแล้วโทษเอวา ซึ่งเป็นนิสัยที่เราทุกคนก็ได้รับกันมาเต็ม ๆ หรือเสียใจแล้วไม่หาทางออก หนีปัญหาด้วยวิธี
ต่าง ๆ ไม่พูดถึง ไม่แก้ไข ไม่เปลี่ยนตัวเอง หรือถึงขนาดทำลายชีวิตตัวเอง การเสียใจตามน้ำพระทัยก่อให้เกิดการกลับใจใหม่.. ดีที่สุด

2 โครินธ์ 7:10
บางครั้งดูเหมือนว่า คำพูดของท่านเปาโลนั้น ตรงกับใจท่านและใจคนฟังจนกระทั่งเหมือนไม่มีความเกรงใจ ท่านเตือนสติอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทำให้หลายคนรู้สึกว่า ท่านกระแทกมากเกินไปท่านเปาโลเองก็รู้ว่า จดหมายฉบับแรกของท่านนั้นอาจทำให้คนรู้สึกแย่ ไม่สบายใจ แต่เมื่อทราบจากทิตัสว่า มีการกลับใจขึ้นในหมู่พี่น้อง และพวกเขายังรักและคิดถึงท่าน ท่านเปาโลจึงชี้แจงให้เขาเห็นว่าการเสียใจมีแบบทั้งบวกและทั้งทางลบ

2 โครินธ์ 7:11
ความเสียใจอย่างถูกต้อง ตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก่อให้เกิดการกลับใจไปสู่ความรอด สิ่งที่ท่านเปาโลพูดในตอนนี้ดูงง นิด ๆ แต่เมื่อเกิดการกลับใจจริงสิ่งเหล่านี้จะตามมาคือ ความแน่วแน่ในทางของพระเจ้า พยายามพิสูจน์ว่าตนได้หลุดจากทางบาปแล้ว ไม่พอใจต่อการที่ตนเองเคยโง่ไปทำบาปเกิดความยำเกรงพระเจ้า เพื่อจะไม่ตกในบาปเดิมอีก หัวใจที่ต้องการหลุดจากบาปจริง ๆ และพิสูจน์ออกมาเป็นการกระทำ

2 โครินธ์ 7:12
ที่ท่านเขียนจดหมายเตือนสติพี่น้องชาวโครินธ์เรื่องบาปคือบาป ถ้าทำผิดก็ต้องเปลี่ยนตัวเองกลับใจ แต่ที่ท่านเขียนครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการย้ำเรื่อง
เดิม ๆ เป้าหมายของท่านคือ ตัวพี่น้องเองจะได้มองเห็นตัวเองว่า เป็นอย่างไร เดินอย่างไรกับพระเจ้า กลับใจจริงไหม ชีวิตกับชุมชนพี่น้อง
คริสเตียนเป็นอย่างไร

2 โครินธ์ 7:13-14
การสื่อสารกับพี่น้องอย่างตรงไปตรงมาด้วยความรัก บนพื้นฐานแห่งพระวจนะ ทำให้ท่านเปาโลได้รับผลกลับมาเป็นที่น่าพอใจ ผู้รับใช้ของพระเจ้าคือทิตัส ก็ได้รับการหนุนใจ มีความสดชื่นที่ได้จากพี่น้อง สิ่งที่เคยบอกกับทิตัสว่าพี่น้องจะกลับใจเมื่ออ่านจดหมายก็เป็นจริง

2 โครินธ์ 7:15-16
ทิตัสเองได้รายงานความเป็นไป การกลับใจของพี่น้องหลังจากที่ได้อ่านจดหมายฉบับแรกนั้นทำให้ท่านเปาโลสบายใจขึ้น และทิตัสเองก็รู้สึก
รัก ห่วงใยพี่น้องมากขึ้นด้วย ท่านเปาโลแสดงความมั่นใจว่า พี่น้องชาวโครินธ์กลับใจจริง ๆ จากการตอบสนองของทิตัสเอง
ท่านรู้แล้วว่า จดหมายของท่านไม่เสียเปล่า ไม่ได้พูดล่องลอยไปตามลม แต่เกิดผลขึ้นจริง ๆ ในชีวิตของพี่น้อง

พระคำเชื่อมโยง

1* 1 ยอห์น 3:3
2* กิจการ 20:33
3* 2 โครินธ์ 6:11-12
4* 2 โครินธ์ 3:12; 1 โครินธ์ 1:4;
ฟีลิปปี 2:17

5* 2 โครินธ์ 2:13; 4:8;
เฉลยธรรมบัญญัติ 32:25
6* 2 โครินธ์ 1:3-4; 2:13; 7:13
8* 2 โครินธ์ 2:2,4
10* มัทธิว 26:75; สุภาษิต 17:22

11* เอเฟซัส 5:11; 2 โครินธ์ 2:5-11
12* 2 โครินธ์ 2:4
13* โรม 15:3215* 2 โครินธ์ 2:9
16* 2 เธสะโลนิกา 3:4

2 โครินธ์ 6 อาวุธของท่านเปาโล

2 โครินธ์ 6:1
ในฐานะที่เราทำงานกับพระเจ้า เราจึงขอร้องท่านว่า อย่ารับพระคุณของพระเจ้าเปล่า ๆ อย่างไร้ประโยชน์
2 โครินธ์ 6:2
เพราะพระองค์ตรัสว่า“ในเวลาที่โปรดปราน เราฟังเสียงเจ้า
ในวันแห่งความรอด เราได้ช่วยเจ้าไว้”
บัดนี้ เป็นเวลาแห่งความโปรดปราน บัดนี้ เป็นวันแห่งความรอด

2 โครินธ์ 6:3-5
เราไม่ได้วางสิ่งกีดขวางบนทางของใครเพื่อว่า การรับใช้นี้จะไม่ถูกตำหนิติเตียนเราอยู่ในฐานะผู้รับใช้ของพระเจ้าให้เห็นในทุกด้าน โดยเราอดทนเป็นอย่างยิ่งกับความยากลำบาก และความขัดสนและในวิบัติต่าง ๆ กับการถูกโบยตี ถูกจำจอง กับเหตุวุ่นวาย กับการตรากตรำทำงาน การอดนอน ความหิวโหย

2 โครินธ์ 6:6-7
โดยความบริสุทธิ์ ​โดยความรู้ ความอดทนความเมตตา โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยรักแท้ โดยคำแห่งความจริง โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า โดยใช้อาวุธแห่งความชอบธรรม ทั้งมือขวาและมือซ้าย
2 โครินธ์ 6:8
ทั้งเวลาที่มีเกียรติและไร้เกียรติ เวลาที่ถูกดูหมิ่น และถูกยกย่อง
ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนหลอกลวงแต่ก็ยังเป็นคนจริงที่ซื่อตรง

2 โครินธ์ 6:9-10
ทั้งในเวลาที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ยังเป็นคนที่ใครๆ รู้จักดี
เป็นเหมือนคนตายแล้วแต่ดูเถิด เรายังมีชีวิตอยู่
เป็นคนที่ถูกลงทัณฑ์ แต่ยังไม่สิ้นใจ ทั้งที่โศกเศร้า 
แต่เรายังยินดีเสมอ ทั้งยากจน แต่ทำให้คนมากมายมั่งคั่ง ทั้งเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย แต่กลับมีทุกสิ่ง

2 โครินธ์ 6:11-13
โอ ชาวโครินธ์เอ๋ย เราได้เปิดใจกว้าง และกล่าวแก่ท่านอย่างไม่มีอะไรปิดบังเราไม่ได้ปิดใจของเราต่อท่าน ท่านต่างหากที่ใจปิด ขอท่านตอบเราในแบบเดียวกัน ข้าพูดในฐานะที่ท่านเป็นลูกของข้าว่า จงเปิดใจให้กว้างเถิด


2 โครินธ์ 6:14
อย่าเทียมแอกร่วมกับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า เพราะว่าความชอบธรรมจะมีส่วนอะไรกับความอธรรม? และความสว่างจะมีสัมพันธ์สนิทกับความมืดได้อย่างไร?
2 โครินธ์ 6:15
พระคริสต์กับเบลีอัล จะตกลงใจร่วมกันได้อย่างไร
หรือผู้ที่เชื่อพระเจ้าจะมีส่วนใด ๆกับคนที่ไม่เชื่อได้หรือ?

2 โครินธ์ 6:16
พระวิหารของพระเจ้าจะมีข้อตกลงใดกับรูปเคารพ? เพราะว่าเราเป็นพระวิหารของพระเจ้า ดังที่พระเจ้าได้ตรัสว่า“เราจะอยู่ท่ามกลางพวกเขา และเดินไปในหมู่พวกเขา เราจะเป็นพระเจ้าของพวกเขา และพวกเขาจะเป็นประชากรของเรา”
2 โครินธ์ 6:17-18
“ดังนั้น จงออกมาจากคนเหล่านั้นแยกตัวออกจากพวกเขา อย่าแตะต้องสิ่งที่ไม่สะอาด แล้วเราจะต้อนรับเจ้าไว้”
“เราจะเป็นพ่อของเจ้า และเจ้าจะเป็นลูกชายลูกสาวของเรา”
พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ได้กล่าวไว้ 

2 โครินธ์ 6:1
พระคัมภีร์บางเล่มแปลว่า อย่าสักแต่รับพระคุณของพระเจ้า เราคิดดูสิในประเทศของเรานั้นการข่มเหงในเรื่องพระเจ้ามีน้อยที่อื่น ๆ เรายังมี
โอกาสเข้าไปประกาศในโรงเรียน ในสถานที่กักกันในที่ต่าง ๆ ได้ ในขณะที่หลายประเทศทำไม่ได้ เรามีเสรีภาพในการรับใช้พระเจ้า เป็นพระเมตตาที่ทรงให้เรารับใช้พระองค์ ท่านเปาโลรับใช้พระเจ้าสุดตัว สุดหัวใจ รับพระคุณมาเพื่อเชื่อ เพื่อรับใช้ท่านเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ได้รับพระคุณเปล่า ๆ

2 โครินธ์ 6:2
ท่านเปาโลกล่าวถึงอิสยาห์ 49:8 เพื่อให้เห็นว่าเวลานี้ บัดนี้ เป็นเวลาที่เราต้องเอาจริงเอาจังกับความเชื่อของเรา รับใช้พระเจ้าด้วยพระคุณของ
พระองค์ ไม่ใช่ด้วยกำลังหรือความเร่าร้อนใจของตนเอง จากคำของอิสยาห์ เราประเมินได้ว่า เวลาแห่งความโปรดปราน และเวลาแห่งความรอดมีที่สิ้นสุด เราจึงต้องพิจารณาตัวเองว่า ใช้ชีวิตอย่างไรอยู่ในเวลานี้ เผื่อว่า วันแห่งโอกาสรับใช้มันอาจจะหมดไปเมื่อไรก็ไม่รู้

2 โครินธ์ 6:3-4
ในการรับใช้ของท่านเปาโลนั้น ท่านพยายามที่สุดเพื่อไม่ให้ใครเข้าใจผิด สะดุดไป เต็มใจที่จะทำงานหนัก และเผชิญกับอุปสรรคนา ๆ ที่เกิดขึ้นตามทางขออย่าให้การรับใช้ของตัวท่านเป็นที่ตำหนิในสายตาของพี่น้อง (ถึงแม้มีคนคอยให้ร้ายป้ายสี พูดจาถากถางจากครูสอนผิด และแม้พี่น้องในโครินธ์เอง)ท่านยืนอยู่อย่างถูกต้องกับพระเจ้า แม้จะโดนใส่ร้าย การรับใช้ของท่านไม่มีตำหนิตามที่คนใส่ร้าย ท่านแน่ใจว่าถูกต้องกับพระเจ้าเสมอ

2 โครินธ์ 6:5
ถ้าเราตั้งใจอ่านหนังสือกิจการตอนชีวิตของท่านเปาโล เราจะเห็นว่า ท่านต้องเผชิญกับศัตรูทั้งที่เป็นคนยิวและคนต่างชาติ ซึ่งต่างก็มีวิธีการที่จะข่มขู่ ข่มเหงท่านในวิธีที่โหดร้าย ท่านเปาโลเองรู้อยู่แล้วว่า ต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เริ่มต้นรับใช้ท่านเองก็เคยข่มเหงผู้เชื่อมาก่อน สิ่งที่ท่านต้องมีคือ ความอดทนเป็นอย่างมาก ซึ่งได้มาจากพลังแห่งพระวิญญาณของพระเจ้า

2 โครินธ์ 6:6-7
แล้วท่านเปาโลใช้อะไรเป็นเครื่องมือในการสู้กับความทุกข์ยากลำบากเหล่านั้น? น่าสนใจที่ท่านมีเครื่องมือหลายอย่างที่นำมาช่วยให้ผ่านวิกฤติ และทำให้ท่านอดทนสู้จนมีชัยชนะ ความอดทนที่ท่านมีนั้นไม่ใช่ความอดทนแบบนิ่งเฉยแต่เป็นการสู้ผ่านไปโดยไม่ยอมแพ้ นับดูแล้วเครื่องมือของท่านมีแปดประการที่เราเองก็ต้องมีเช่นกัน …​พระคำข้อนี้คือเคล็ดลับของชัยชนะในชีวิตแห่งการรับใช้

2 โครินธ์ 6:8
ท่านเปาโลรับใช้พระเจ้าโดยไม่ได้สนใจว่า จะหยุดเมื่อมีคนต่อว่า ดูหมิ่น ถูกกล่าวหาต่าง ๆ ท่านรู้ว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ตัดสิน ท่านมีชีวิตอยู่โดยความมั่นใจในสิ่งที่มองไม่เห็นซึ่งดำรงอยู่นิรันดร์ ความมั่นคงในการรับใช้นี้ เป็นตัวอย่างของผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า ไม่ต้องไปห่วงหาเวที หรือความนิยมจากผู้คน แต่เฝ้าประกาศความจริงของพระเจ้าอย่างไม่หยุดยั้ง

2 โครินธ์ 6:9-10
ความย้อนแย้งในการรับใช้ของท่านเปาโลเป็นตัวอย่างของเราว่า จะต้องมั่นคงในการทรงเรียกของพระเจ้าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดีหรือร้ายใน
สายตาของมนุษย์ก็ไม่ใช่ข้อที่นำมาตัดสิน ท่านมองทุกอย่างกลับด้านกับพี่น้องชาวโครินธิ์ซึ่งคอยตัดสินการทำงานของท่านตลอดเวลา ท่านมองเห็นด้วยว่า สิ่งที่ดูเหมือนร้าย แต่อีกด้านดูดีจริง ๆ ด้านที่มองเห็นเป็นแบบหนึ่ง แต่ด้านที่มองไม่เห็นเป็นอีกแบบ

2 โครินธ์ 6:11-13
ถ้าเป็นสมัยใหม่ ก็ต้องเรียกว่า กรอบความคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยน พวกเขาไม่ได้รักท่านเปาโลพอที่จะเปิดใจหรือเปลี่ยนใจ เปลี่ยนความคิดให้เข้ากันได้กับท่าน ท่านขอร้องพวกเขาแบบตรงไปตรงมาให้พวกเขาเปิดใจ การอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนของพระเจ้า เป็นคริสตจักรเป็นอวัยวะเดียวกันในพระคริสต์นั้น ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดใจ เข้าใจกัน และยอมรับกันเพื่อจะเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนพระคริสต์มากขึ้นทุกวัน 

2 โครินธ์ 6:14
แม้ว่าเราจะใช้พระคัมภีร์ข้อนี้ มาพูดถึงการที่ว่าคริสเตียนไม่ควรแต่งงานกับคนที่ไม่เชื่อ พื้นฐาน คำของท่านเปาโลนี้อยู่ที่เฉลยธรรมบัญญัติ 22:9เป็นคำสั่งห้ามไม่ให้สัตว์สองชนิดเข้ามาเทียมแอกเดียวกัน อย่าเอาสองสิ่งที่ไม่ควรคู่กันมาอยู่ด้วยกัน พี่น้องชาวโครินธ์คบคนที่ไม่เชื่อ ทำให้พวกเขาไม่อาจคืนดีกับท่านได้ พวกเขามีกรอบความคิดของคนไม่เชื่ออยู่ … เวลาเราทำงานทั่วไป เราก็จะเจอความคิดแบบของโลกที่ไม่ใช่ทางพระเจ้าเสมอ

2 โครินธ์ 6:15​
สิ่งที่พี่น้องโครินธ์ทำคือ พวกเขายอมรับความอธรรมได้ ยอมรับความคิดที่ผิดต่อพระเจ้าได้ ในโลกทุกวันนี้ มีความคิดที่ผิดต่อพระดำริของพระเจ้ามากมาย เป็นความคิดที่ต่อต้านพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนเพศ การทำแท้งเสรี การเหยียดเชื้อชาติ เรานึกว่า เราต้องรักทุกคน และรับทุกคนอย่างที่เขาเป็น ต้องรับความชั่วของมนุษย์ได้โดยไม่ต่อต้าน เราก็เลยไปยอมรับความคิดที่ผิดเพี้ยนคิดว่าไม่เป็นไร นี่อันตรายมาก!

 2 โครินธ์ 6:16
พี่น้องชาวโครินธ์ ได้เข้าไปมีส่วนในเรื่องของการไหว้รูปเคารพของชาวเมือง พวกเขายังมีปัญหาเรื่องนี้ อย่างที่ท่านเปาโลเขียนไว้ใน 1 โครินธ์
8-10 การเข้าสนิทเป็นเพื่อนกับผู้ที่ไหว้รูปเคารพจนยอมรับความคิดการกระทำของพวกเขาว่าไม่เป็นไรนั้น มีอิทธิพลต่อความคิดของคนของ
พระเจ้าอย่างแน่นอน เราเป็นวิหารของพระเจ้าพระเจ้าดำเนินท่ามกลางเรา เราเป็นคนของพระเจ้าจึงอย่าสยบให้มาร

2 โครินธ์ 6:17-18
ถ้าจะติดตามพระเจ้า ก็ต้องเลิกชีวิตบาปสารพัดเราไม่อาจคืนดีกับพระเจ้าได้ทั้ง ๆ ที่มีชีวิตบาป พระเจ้าทรงหวงคนของพระองค์ ไม่ให้เข้าไปพัวพัน
กับรูปเคารพซึ่งมาในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ใช่แค่เป็นรูปปั้นอย่างสมัยก่อน พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ คือพระองค์ผู้ที่พระหัตถ์อยู่เหนือทุกสิ่งในโลก เป็นคำที่มักใช้ในวิวรณ์ พระองค์พอพระทัยที่จะเป็นพ่อของทุกคนที่เข้ามาหาพระองค์ จึงมีพระคำที่บอกว่า ทรงรับเราเป็นบุตร ยอห์น 1:12

พระคำเชื่อมโยง

1* 1โครินธ์ 3:9; 2 โครินธ์ 5:20
2* อิสยาห์ 49:8
3* โรม 14:13
4* 1โครินธ์ 4:1
5* 2 โครินธ์ 11:23

7* 2 โครินธ์ 7:14; 1 โครินธ์ 2:4;
2 โครินธ์ 10:4
9* 2 โครินธ์ 4:2; 5:11; 1 โครินธ์ 4:9, 11; สดุดี 118:18
10* 2 โครินธ์ 8:9
11* 2 โครินธ์ 7:3

12* 2 โครินธ์ 12:15
13* 1 โครินธ์ 4:14
14* 1 โครินธ์ 5:9; เอเฟซัส 5:6, 7, 11
16* 1โครินธ์ 3:16-17; 6:19; เอเสเคียล 37:26-2717* อิสยาห์ 52:11
18* 2 ซามูเอล 7:14; โรม 8:14


สดุดี 123 ขอพระเมตตา

บทเพลงแห่งขึ้น

1ข้ามองขึ้นไปเบื้องบน
ไปยังพระองค์ผู้ประทับบนบัลลังก์ในฟ้าสวรรค์
2 ดูสิ สายตาของเหล่าผู้รับใช้ของพระองค์
มองไปยังมือของเจ้านายของเขา
ในขณะที่ดวงตาของเหล่าสาวใช้
มองไปที่เจ้านายหญิงของพวกเธอ
เช่นกันสายตาของเราก็มองไปยังพระยาห์เวห์พระเจ้าของเรา
จนกว่าพระองค์จะทรงเมตตาเรา
3 ขอองค์พระยาห์เวห์ทรงกรุณาเราด้วยเถิด
เพราะว่า เราถูกเหยียดหยามมามากพอแล้ว
4 วิญญาณของเราได้รับการเยาะเย้ย
จากคนที่มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย
จากคนที่เย่อหยิ่งมามากแล้ว

ข้อพระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 121:1, 141:8, 2:4 ,25:15

2* สดุดี 130:5-6; บทเพลงคร่ำครวญ 3:25-26, 40:1-3

3* ลูกา 18:11-13; สดุดี 89:50-51; 57:1; อิสยาห์ 53:3

4* สดุดี 119:51; โยบ 12:5; 1 โครินธ์ 4:13

เป็นคำอธิษฐานที่สั้น กระชับ ได้ใจความว่า พวกเขาถูกเยาะหยัน เหยียดหยามมานานมาแล้ว บัดนี้ พวกเขาคอยมองพระเจ้า ตั้งใจรอคอยพระเมตตาของพระองค์
เมื่อมีความทุกข์ใจ ผู้เชื่อของพระเจ้าไม่ตรงแน่วไปหาความช่วยเหลือของมนุษย์ก่อน แต่จะมาหาพระเจ้า ขอพระองค์เมตตาที่จะเปิดทางให้ และนำให้เราได้อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระองค์

สดุดี 118 พระเจ้าทรงเป็นหลายสิ่งในชีวิต

ความรักที่มั่นคงตลอดกาล
1 โอ.. จงขอบพระคุณพระยาห์เวห์
เพราะว่า พระองค์ทรงดียิ่ง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
2 จงให้อิสราเอลกล่าวว่า
ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
3 จงให้วงศ์วานอาโรนกล่าวว่า
ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
4 ให้ผู้ที่ยำเกรงพระเจ้ากล่าวว่า
ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

ร้องหาพระเจ้า ดีที่สุด
5 ข้าร้องหาพระยาห์เวห์ ยามที่เผชิญกับความทุกข์ใจ
และพระยาห์เวห์ทรงตอบข้า ทรงช่วยให้ข้าเป็นไท
6 พระยาห์เวห์ทรงอยู่ฝ่ายข้า ข้าจะไม่กลัว
มนุษย์จะทำอะไรข้าได้?
7 พระยาห์เวห์ทรงอยู่ฝ่ายข้า ทรงเป็นพระผู้ช่วย
ข้าจะมองเห็นความพ่ายแพ้ของคนที่เกลียดชังข้า
8 เป็นการดีที่จะลี้ภัยในพระยาห์เวห์
ดีกว่าที่จะวางใจในมนุษย์
9 เป็นการดีที่จะลี้ภัยในพระยาห์เวห์
ดีกว่าที่จะวางใจในเจ้านาย


ชัยชนะมาจากพระนามของพระเจ้า
10 ในพระนามของพระเจ้า
ข้าเอาชนะชาติต่าง ๆ ที่รายล้อมข้า
11 พวกเขาโอบล้อมข้าไว้ทุกทิศ
แต่ข้าทำลายล้างพวกเขาด้วยพระนามของพระยาห์เวห์
12 พวกเขาเข้ามารุมล้อมข้าราวกับฝูงผึ้ง
แล้วพวกเขาต้องหนีกระเจิงไปราวกับไฟไหม้ต้นหนาม
ข้าทำลายล้างพวกเขาโดยพระนามพระยาห์เวห์
13 ข้าถูกผลักอย่างแรงจวนจะล้ม
แต่พระยาห์เวห์ทรงช่วยข้าไว้

กำลังและบทเพลงของข้าคือพระยาห์เวห์
14 พระยาห์เวห์ทรงเป็นกำลังและบทเพลงของข้า
พระองค์ทรงเป็นความรอดของข้า
15 บทเพลงยินดีแห่งความรอดนั้น
มาจากเต็นท์ของคนเที่ยงธรรม
พระหัตถ์ขวาของพระเจ้าทรงกระทำอย่างอาจหาญ
16 พระหัตถ์ขวาของพระเจ้าเป็นที่เทิดทูน​
พระหัตถ์ขวาของพระเจ้าทรงกระทำอย่างอาจหาญ
17ข้าจะไม่ตาย แต่ข้าจะมีชีวิต
และทบทวนประกาศสิ่งที่พระยาห์เวห์ทรงกระทำ
18 พระยาห์เวห์ทรงตีสอนข้าอย่างรุนแรง
แต่พระองค์มิได้ทรงมอบข้าไว้แก่ความตาย


ประตูรั้วของพระเจ้า
19 ขอทรงเปิดประตูรั้วแห่งความเที่ยงธรรมให้ข้าได้เข้าไป
และถวายคำขอบพระคุณแด่พระยาห์เวห์
20 นี่คือประตูรั้วของพระยาห์เวห์
คนเที่ยงธรรมจะเดินเข้าไปผ่านประตูนี้
21ข้าขอบพระคุณที่พระองค์ทรงตอบข้า
และทรงมาเป็นความรอดของข้า
22 ศิลาที่ผู้ก่อสร้างได้ทิ้งนั้น
กลับกลายมาเป็นศิลามุมเอก
23 นี่คือราชกิจขององค์พระยาห์เวห์
และเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในสายตาของพวกเรา
24 วันนี้เป็นวันที่พระยาห์เวห์ทรงสร้าง
ให้เราชื่นชมและยินดีในวันนี้


คำอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์
25 โอ พระยาห์เวห์ เราอธิษฐานขอพระเจ้าทรงช่วยกู้เรา
โอ พระยาห์เวห์ เราอธิษฐานขอความสำเร็จจากพระองค์
26 พระพรเป็นของท่านที่มาในพระนามของพระยาห์เวห์
เราขอถวายพรแก่ท่านจากพระนิเวศของพระยาห์เวห์
27 พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า
ทรงให้แสงสว่างของพระองค์ส่องมาเหนือเรา
ให้เราพันเครื่องบูชาแห่งเทศกาลด้วยเถาวัลย์
ไปจนถึงเชิงงอนแท่นบูชา
28 พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้า
และข้าขอถวายคำขอบคุณแด่พระองค์
พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้า ข้าจะเทิดทูนพระองค์
29 โอ จงขอบคุณพระยาห์เวห์
เพราะพระองค์ทรงดียิ่ง
เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์

พระคำเชื่อมโยง

1* 1 พงศาวดาร 16:34; เยเรมีย์ 33:11; สดุดี 107:1,106:1

2* สดุดี 115:9-11, 135:19-20; 1 เปโตร 2:9-10

3* วิวรณ์ 5:8-10, 4:7-11; สดุดี 134:1-3

4* วิวรณ์ 19:5; สดุดี 22:23

5* สดุดี 18:19, 120:1, 40:1-3

6* ฮีบรู 13:6; โรม 8:31; สดุดี 56:4,11

7* สดุดี 59:10, 54:4, 55:18

8* สดุดี 40:4, 62:8-9, มีคาห์ 7:5-7

9* เอเสเคียล 29:7; อิสยาห์ 31:8; 31:1, 30:2-3

10* วิวรณ์ 20:8-9; เศคาริยาห์ 14:1-3; วิวรณ์ 19:19-21

11* สดุดี 88:17 , 22:12-16; 1 ซามูเอล 23:26

12*เฉลยธรรมบัญญัติ 1:44; นาฮูม 1:10; สดุดี 58:9

13* สดุดี 140:4, 86:17; มีคาห์ 7:8; สดุดี 8:17-18

14* อิสยาห์ 12:2;สดุดี 17:1, 18:2; มัทธิว 1:21-23

15* กิจการ 2:46-47; สดุดี 89:13; 60:12; วิวรณ์ 18:20

16* อพยพ 15:6; กิจการ 2:32-36

17* ยอห์น 11:4; สดุดี 73:28; อิสยาห์ 38:16-20

18* 2 โครินธ์ 6:9; 1 โครินธ์ 11:32; โยบ 5:17-18


19* อิสยาห์ 26:2; วิวรณ์ 22:14; สดุดี 100:4; 9:13-14

20* วิวรณ์ 21:24-27, 22:14-15 ; อิสยาห์ 26:2, 35:8-10

21* สดุดี 116:1; 118:14; อิสยาห์ 49:8, 12:2

22* ลูกา 20:17; มัทธิว 21:42; กิจการ 4:11; 1 เปโตร 2:4-8

23*เอเฟซัส 1:19-22; โยบ 5:9; กิจการ 13:41

24* สดุดี 84:10; อิสยาห์ 58:13; เนหะมีย์ 8:10

25* สดุดี 90:17; 20:9, 69:13

26* ลูกา 19:38; มัทธิว 21:9, ยอห์น 12:13

27* 1 เปโตร 2:9; สดุดี 18:28; เอสเธอร์ 8:16

28* อิสยาห์ 25:1; สดุดี 146:2; อพยพ 15:2

29* สดุดี 118:1, 103:17; เอสรา 3:11; อิสยาห์ 63:7

ถึงแม้จะเป็นบทสดุดีชักชวนพี่น้องชาวยิวให้เดินในขบวนแห่ไปยังพระวิหาร แต่ก็เป็นพระคำที่หนุนใจเราทุกคนที่จะมีชีวิตอยู่กับพระเจ้าอย่างใกล้ชิด พระองค์ทรงเป็นทั้งกำลัง บทเพลง ความรอด แสงสว่าง ทรงเป็นแม่ทัพของเรา ทรงเป็นศิลามุมเอก เป็นประตูของพระเจ้า นี่คือชีวิตที่สุดยอดจริง ๆ

สดุดี 118:1-4 ความรักที่มั่นคงตลอดกาล
เป็นการเรียกให้ผู้เชื่อในพระเจ้าเข้ามาขอบพระคุณพระองค์ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ไม่ใช่แค่ขอบคุณ แต่จะใคร่ครวญว่า พระเจ้าทรงทำอะไรให้บ้าง สดุดีบทนี้เริ่มและจบด้วยคำแบบเดียวกัน มีการเรียกทั้งคนอิสราเอล วงศ์วานอาโรน และผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าทั้งหมด ให้มาร่วมใจกันขอบพระคุณ ไม่ได้เว้นใครเลย

สดุดี 118:5-9 ร้องหาพระเจ้าดีที่สุด
ในยามลำบาก ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าไม่ใช่แค่พยายามเท่านั้น แต่เขาร้องหาพระเจ้าเพราะศัตรูที่เกลียดชังอยู่ตรงหน้า และพระคำตอนนี้ ย้ำชัดสำหรับเราทุกคนว่า เราต้องพึ่งพระเจ้ามากกว่าพึ่งมนุษย์

สดุดี 118:10-13 ชัยชนะมาจากพระนามของพระเจ้า
ผู้เขียนไม่ได้มีแค่ศัตรูที่เป็นตัวต่อตัว แต่เขามีศัตรูที่เป็นชนชาติต่าง ๆ ที่รายล้อม ดังนั้น แม้ไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้เขียนแต่หลาย ๆ ท่านก็มองว่าเป็นกษัตริย์ดาวิด เพราะข้อเขียนตอนนี้ เป็นภาพของการรบในสนามรบอย่างชัดเจน ผู้เขียนรู้ว่าตนเองได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้าให้ฟาดฟันศัตรูออกไปได้ เกือบจะเสียทีแต่พระยาห์เวห์ทรงช่วยไว้ ชีวิตเราทุกวันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

สดุดี 118:14-18 กำลังและบทเพลงของข้าคือพระยาห์เวห์
พระเจ้าทรงเป็นที่มาของกำลัง ของเพลงที่ร้อง และทรงเป็นความรอดของผู้ที่เชื่อ
และตรงนี้ได้กล่าวถึงพระหัตถ์ขวาของพระเจ้าว่า กระทำกิจอย่างอาจหาญ ได้รับการเทิดทูน
การมีชีวิตของผู้เชื่อที่ทำให้มั่นคงนั้นคือ ทบทวน ประกาศสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำในโลก ในชีวิต
และเมื่อเราต้องรับการตีสอน พระเจ้าก็จะให้เรียนแต่ไม่ให้ตายไปเสียก่อน

สดุดี 118:19-24 ประตูรั้วของพระเจ้า
ข้อความตอนนี้ชวนให้คิดถึงพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงเป็นประตู ทรงเป็นความรอด ทรงเป็นศิลามุมเอก
พระเยซูคือความมหัศจรรย์ทั้งสิ้นในชีวิตของเรา

สดุดี 118:25-29 คำอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์
ผู้ที่เชื่อในพระเจ้า ไม่ได้มีความสำเร็จใด ๆ จากตัวเอง แต่เป็นพระเจ้าผู้ประทานให้ วันนี้เป็นวันที่พระเจ้าทรงสร้างให้พวกเขามารวมตัวกันสรรเสริญพระองค์ มีขบวนแห่ไปจนถึงแท่นบูชาของพระเจ้า
พวกเขาขอทั้งความสำเร็จ ขอพระพร ขอแสงสว่างให้ส่องมายังพวกเขา และพวกเขาขอถวายคำขอบพระคุณ การเทิดทูนพระองค์ไปด้วยกัน