2 เธสะโลนิกา 2 วันที่จะมาถึง

คำแนะนำเรื่องวันเสด็จกลับมา

เรื่องการเสด็จมา ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเรา และการที่เราจะถูกรวบรวมไปกับพระองค์นั้น เราขอร้องพี่น้องว่า อย่าหวั่นไหว ไม่ว่าท่านจะได้ยินคำ คำพูดหรือจดหมายที่เหมือนมาจากเราว่า วันนั้นมาถึงแล้ว อย่าให้ใครมาหลอกลวงท่านได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดเพราะวันนั้น จะไม่มาถึงจนกว่าเกิดการ กบฎต่อพระเจ้า และมนุษย์บาปได้ปรากฏตัวคนนี้คือ ลูกแห่งความพินาศ
2 เธสะโลนิกา 2:1-3

มาระโก 13:21, 1 ยอห์น 4:1-2, 2 เปโตร 2:1-3, เอเฟซัส 5:6, ดาเนียล 7:25

คนอื่นหลอกเราได้ หากเราไม่รู้ว่า พระคัมภีร์บอกอะไรไว้ มีคนหลอกว่า พระเยซูจะเสด็จมา ในปีนั้น เดือนนี้ และคนก็เชื่อ ทั้ง ๆ ที่พระเยซูเองตรัสว่า ไม่มีใครรู้ว่า วันนั้นจะมาถึงเมื่อใด ดังนั้นที่สำคัญคือคือ เราต้องรู้จักพระคัมภีร์ แล้วจะไม่โดนใครหลอกได้เลย …

เขาคนนี้จะต่อต้าน และยกตนเหนือทุกสิ่งที่เรียกว่าพระ หรือสิ่งใด ๆ ที่คนนมัสการ เพื่อตนเองจะได้นั่งในพระวิหารของพระเจ้า และแสดงตัวว่าเขาเป็นพระเจ้า ท่านจำไม่ได้หรือว่า ตอนที่ข้าอยู่กับท่านข้าบอกเรื่องนี้ให้ท่านทราบแล้ว
2 เธสะโลนิกา 2:4-5

เอเสเคียล 28:2, ดาเนียล 7:25,11:36 วิวรณ์ 13:6-7,

เหตุการณ์อย่างที่กล่าวมานั้น เป็นเหตุการณ์พิเศษก่อนการเสด็จมาจริง ๆ เป็นการขัดขืน ต่อต้านพระเจ้าครั้งรุนแรงที่สุด และจะรู้ ไปทั่วอย่างรวดเร็ว ชายผู้ที่ทำเรื่องนี้ ท่านเปาโลเรียกเขาว่า “มนุษย์บาป” หรือ”คนนอกกฎหมาย” เราต้องคอยสังเกตเหตุการณ์ของโลกมีการคาดเดาว่าคนนั้น คนนี้ แต่เราจะเห็นชัดว่าใครเป็นใครเมื่อเขาท้าทายพระเจ้าชัด ๆ

และท่านก็รู้ว่า อะไรได้หน่วงเหนี่ยวมันไว้ เพื่อว่ามันจะปรากฏตัวในเวลาของมัน
เพราะอำนาจนอกกฎหมายเริ่มทำงานไปแล้ว
แต่มีผู้คอยหน่วงเหนี่ยวมันอยู่ จนกว่าท่านจะออกพ้นทางไป
2 เธสะโลนิกา 2:6-7

2 เธสะโลนิกา 2:3,8, 1 ยอห์น 2:18

มนุษย์บาปผู้เป็นปฏิปักษ์พระคริสต์นั้น
ไม่ได้ทำอะไรได้ตามใจ แต่มีบุคคลหนึ่งที่ยั้งมันไว้ไม่ให้ทำอะไรตามใจชอบจนกว่าจะถึงเวลาของมัน 2 ยอห์น 2:18 มีผู้ต่อต้านเหล่านี้หลายคน พระเจ้าทรงยับยั้ง หน่วงเหนี่ยวบาปของโลกไว้ไม่ให้หนักไป
กว่านี้ด้วยพระวิญญาณของพระองค์ แม้มีคนแปลความหมายของข้อนี้หลายทาง เบื้องต้นที่เราควรเข้าใจคือว่า หากผู้ที่ หน่วงเหนี่ยวนี้ออกไปพ้นทางมารเมื่อไรโลกก็จะทุกข์ยากกว่านี้หลายเท่า

แล้วมนุษย์บาปผู้นั้นจะปรากฏตัวขึ้น และพระเยซูเจ้าจะทรงสังหารมัน ด้วยลมจากพระโอษฐ์ของพระองค์ จะทรงผลาญมันให้สิ้นสูญไปด้วยการที่พระองค์เสด็จมาปรากฏ
2 เธสะโลนิกา 2:8

ดาเนียล 7:10, อิสยาห์ 11:4, วิวรณ์ 2:16,19:15, ฮีบรู 10:27

ถึงแม้มนุษย์บาปผู้นี้มีอำนาจมาก แต่ท่านเปาโลบอกล่วงหน้าให้เราใจชื้นขึ้นว่า เขาจะถูกพระเยซูกำจัดให้สูญไปด้วยการเสด็จมาของพระองค์ เขาไม่อาจถูกทำลายด้วยผู้ใดที่เป็นมนุษย์ องค์กรใด ๆ กองทัพใด ๆ แต่ด้วยลมจากพระโอษฐ์ของพระเยซูเท่านั้น วิวรณ์ 19:19-20

ลักษณะและวิธีการของมนุษย์บาป

มนุษย์บาปนั้น มาจากซาตานพร้อมกับฤทธิ์เดชและหมายสำคัญและการอัศจรรย์ปลอม รวมถึงอุบายเล่ห์เหลี่ยมทุกอย่าง เพื่อผู้คนที่จะพินาศ เพราะพวกเขาไม่ยอมที่จะรักความจริง เพื่อว่าพวกเขาจะรอดได้
2 เธสะโลนิกา 2:9-10

ยอห์น 8:41, ฉธบ. 13:1, 2 โครินธ์ 2:15, 1 โครินธ์ 16:22

มนุษย์บาป มีอำนาจมากจากมาร วิวรณ์ 13:7 มันต่อสู้กับคนของพระเจ้า :17 มันต้องการให้คนเชื่อ ติดตาม หลงว่ามันคือผู้ช่วยโลกให้รอด ทุกอย่างที่มันทำนั้น เป็นการลวงหน้าตาย เพราะแม้คนรู้ว่ามันโกหกก็ยังเชื่อ ไม่ต่างอะไรจากการเชื่อข่าวปลอม ที่เชื่อเพราะพอใจที่จะเชื่อ

ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงส่งความหลงใหล มายังคนที่เชื่อความเท็จ เพื่อว่าทุกคนที่ไม่เชื่อความจริงแต่พอใจกับความอธรรม จะถูกพิพากษา
2 เธสะโลนิกา 2:11-12

โรม 1:28,1:32, 1 ทิโมธี 4:1, 1 โครินธ์ 13:6

ตอนแรกก็หลงเชื่อสิ่งที่มุสาก่อน สิ่งที่มนุษย์บาปได้หลอกไว้ พวกเขาก็เชื่ออย่างง่ายดาย ที่น่าสนใจในข้อนี้คือ เขามีความพอใจในความอธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้น มีความสุขกับสิ่งนั้น และอ้างสิ่งที่ผิดต่อพระเจ้า เป็นความถูกต้องทั้งหมด พระเจ้าจึงส่งความหลงใหลมาให้ และในโลกปัจจุบันเราจะเห็นเรื่องนี้ชัดเจนมาก

คำหนุนใจผู้เชื่อยุคสุดท้าย

พี่น้องที่พระเจ้าทรงรัก
เราควรที่จะขอบพระคุณสำหรับท่านเสมอเพราะพระเจ้าทรงเลือกท่านให้เป็นผลแรกของคนที่จะได้รับความรอดผ่านการชำระให้สะอาดโดยพระวิญญาณและการที่ท่านเชื่อในความจริง
2 เธสะโลนิกา 2:13

เอเฟซัส 1:4 , 1 เธสะโลนิกา 4:7, 1 เปโตร 1:2

เราจะเห็นชัดจากข้อนี้ว่าการรับความรอดประกอบด้วยชีวิตที่ได้รับการชำระจากพระเจ้าเห็นได้จากชีวิตที่เปลี่ยนไปในทางที่ดี และมีการเชื่อในข่าวประเสริฐ หากคนใดบอกว่าเขามีความเชื่อ แต่ชีวิตเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ เวลาผ่านไป เขาก็ยังไม่เปลี่ยน… แม้จะทำกิจกรรมต่าง ๆ มีการรับใช้เหมือนผู้เชื่อ หากใจยังดำ มืด ดึงดัน เท่ากับยังไม่มีการชำระจากพระวิญญาณจริง

พระองค์ทรงเรียกท่านผ่าน
พระกิตติคุณมาสู่สิ่งที่เรากล่าวมา
เพื่อว่าท่านจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์
ของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา
ขอให้พี่น้องทั้งหลายยืนอย่างมั่นคง และยึดคำสอนที่เราได้สอนท่านไว้ ไม่ว่าผ่านทางคำพูดหรือจดหมาย 2 เธสะโลนิกา 2:14-15

1 เปโตร 5:10, 1 โครินธ์ 16:13, 11:2, โรม 6:17, 2 เธสะโลนิกา 3:6, ยูดา 3

พระคำข้อนี้ บอกเราว่า เราจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเยซู พระเจ้าทรงให้สิ่งที่มากเกินที่เราจะคาดได้ นอกจากมีชีวิตนิรันดร์ แล้ว ยังมีศักดิ์ศรีที่ยอดเยี่ยมที่สุดด้วยชีวิตคริสเตียนที่เข้มแข็งคือต้องมั่นคงในพระวจนะของพระเจ้า

บัดนี้ ขอให้พระเยซูคริสต์เจ้า และพระเจ้าพระบิดาของเรา ผู้ทรงรักเราและทรงให้พลังใจนิรันดร์ รวมทั้งความหวังอันดีที่มาจากพระคุณ โปรดทรงให้ท่านอบอุ่นใจและทรงให้ท่านมั่นคงทั้งในการกระทำดีและคำพูดที่ดีทุกอย่าง
2 เธสะโลนิกา 2:16-17

วิวรณ์ 1:5 , ทิตัส 3:7, 1 เปโตร 1:3, 1 โครินธ์ 1:8

ท่านเปาโลอธิษฐานขอพระเจ้าเพื่อชาวเธสะโลนิกา เป็นตัวอย่างสำหรับเราที่จะอธิษฐานเผื่อผู้อื่นที่เราห่วงใย สองอย่างที่สำคัญคือ ขอพระเจ้าทรงปลอบใจ และให้พวกเขามั่นคงทั้งคำพูดและการกระทำ เป็นการขอที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ

2 เธสะโลนิกา 1 ถึงพี่น้องที่ถูกข่มเหง

หนุนน้ำใจพี่น้อง

เปาโล สิลาส และทิโมธี เขียนถึงคริสตจักรเมืองเธสะโลนิกา ในพระเจ้าพระบิดาของเราและพระเยซูคริสต์เจ้า ขอพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาและพระเยซูคริสต์เจ้ามายังท่าน
2 เธสะโลนิกา 1:1-2

กิจการ 16:19-27 เปาโลกับสิลาส
กิจการ 16:1-3 ,2 ทิโมธี 1:5 เบื้องหลังทิโมธี, กิจการ 17:1-9 การเริ่มต้นคริสตจักรเธสะโลนิกา

การดูแลพระกายของพระคริสต์นั้น เป็นงานที่ต้องทำกันหลาย ๆ คน เพื่อไปถึง คนอีกเป็นจำนวนมาก พระเยซูทรงใช้ศิษย์ของพระองค์ไปเป็นคู่ ๆ เสมอ เมื่อรับใช้พระเจ้า เราจึงไม่ทำคนเดียว แต่จะมีพี่น้องร่วมความเชื่อทำงาน ด้วยหัวใจ เป้าหมายเดียวกัน

เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่เราจะขอบคุณพระเจ้าเพราะพี่น้องทั้งหลาย เป็นเพราะความเชื่อของท่านนั้น มีมากขึ้น และความรักที่ท่านมีต่อกันก็เพิ่มมากขึ้นท่วมท้น
2 เธสะโลนิกา 1:3

ข้อ 13 ขอบพระคุณอีก,อิสยาห์ 40:29-31 พลังที่ได้จากพระเจ้า.
สุภาษิต 4:18 หนทางของคนเที่ยงธรรม

หน้าที่ของผู้เชื่อคือต้องขอบคุณพระเจ้า ไม่ใช่ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ
หัวใจของการขอบพระคุณนั้น ต้องบ่มเพาะให้เป็นธรรมชาติในใจของเราทุกคน ใครที่มีหัวใจ ขอบพระคุณจะไม่ขี้บ่น ขี้รำคาญ หรือ ไร้ความสุข

ดังนั้นเราจึงภาคภูมิใจที่จะกล่าวถึงท่าน ท่ามกลางพี่น้องในคริสตจักรต่าง ๆ ในเรื่องความทรหดอดทน และความเชื่อที่ท่านมีอยู่ แม้ต้องเผชิญกับการข่มเหงและความทุกข์ยากมากยิ่งนัก
1 เธสะโลนิกา 1:4

1 เธสะโลนิกา 2:14 เลียนแบบการทนทุกข์ และอดทน, ยากอบ 5:7-8 หนุนใจให้อดทนและรอคอย

ความทรหดอดทนนี้ บ่งชี้ถึงเวลาที่เนิ่นนานของความลำบากเหล่านั้น
ท่านเปาโลภาคภูมิใจ กับพี่น้องชาวเธสะโลนิกาไม่ใช่เพราะพวกเขาสบาย แต่เพราะพวกเขามีความทรหดอดทน!

อนาคตผู้ข่มเหงกับผู้ถูกข่มเหง

ทั้งหมดนี้ เป็นหลักฐานชี้ให้เห็นถึงการพิพากษายุติธรรมของพระเจ้า คือที่ท่านได้ทนทุกข์เพื่อพระอาณาจักรท่านจึงเป็นผู้ที่สมควรจะได้รับพระอาณาจักรนั้น พระเจ้าทรงพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมว่า คนที่ข่มเหงท่านควรที่จะได้รับ การตอบสนองอย่างสาสม
2 เธสะโลนิกา 1:5-6

ฟีลิปปี 1:28 ไม่กลัวผู้ที่ต่อต้าน ผลลัพธ์คือพระเจ้าจะทรงช่วยให้รอด , กิจการ 14:22 จะเข้าพระอาณาจักรของพระเจ้าด้วยการผ่านการข่มเหงหลายอย่าง, วิวรณ์ 6:10 คนของพระเจ้าทูลถามว่านานเท่าไร

เหตุการณ์ในเธสะโลนิกา ภาพจาก bubee.net

แม้ว่าชาวเธสะโลนิกาจะถูกกระทำอย่างรุนแรงเพราะพวกเขาเชื่อพระเยซู (ดูกิจการ17:5-9 และ 1เธสะโลนิกา 2:14) ท่านเปาโลได้กล่าวว่า คนที่
ทำร้ายพวกเขาจะได้รับตอบแทนอย่างสาสมจากพระเจ้า ดู สดุดี 9

และพระเจ้าจะทรงบรรเทาทุกข์
ให้แก่ท่านที่มีความลำบากและแก่เรา เมื่อพระเยซูเจ้าทรงปรากฏจากสวรรค์ พร้อมกับกองทัพทูตสวรรค์ผู้ทรงฤทธิ์ของพระองค์
2 เธสะโลนิกา 1:7

วิวรณ์ 14:13 ความสุขมีแก่คนที่ตายในพระเจ้า จะได้พัก, 21:4 พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตา ไม่มีความตาย การร้องไห้ ความเจ็บปวดต่อไป

เราอาจคิดว่า ทำไมต้องลำบากลำบนมากเมื่อมา เชื่อพระเจ้า แต่พระเจ้าจะทรงให้สิ่งเหล่านั้น กลายเป็นศักดิ์ศรีกับทั้งตัวผู้ทนทุกข์ และพระองค์เอง พวกเขาจะเป็นผู้ที่ถวายพระสิริแด่พระองค์และไม่มีทุกข์อันใดที่พระเจ้าทรงมองข้าม

ท่ามกลางเปลวเพลิง พระองค์จะทรงลงโทษคนที่ไม่รู้จักพระเจ้ากับคนที่ไม่เชื่อฟังพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา พวกเขาจะถูกลงโทษด้วยความพินาศนิรันดร์ ต้องออกไปจากพระพักตร์พระเจ้า และจากพระสิริรุ่งโรจน์แห่งฤทธานุภาพของพระองค์
2 เธสะโลนิกา 1:8-9

1 เปโตร 4:17 การพิพากษาเริ่มต้นที่ครอบครัวของพระเจ้า . 2 เปโตร 3:7 โลกถูกเก็บไว้เพื่อไฟผลาญ การทำลายคนที่ไม่เชื่อ, มัทธิว 25:41 และวิวรณ์ 21:8 การพิพากษาของพระเจ้า

อีกเหตุผลที่เราประกาศ .. เพื่อว่าคนอีก
มากมายจะไม่ต้องถูกลงโทษ เจอกับความพินาศในนรก ถูกแยกจากพระเจ้าเป็นนิตย์ ที่ไม่มีใครกลัวการลงโทษจากพระเจ้า เพราะว่าพวกเขาไม่เห็นว่ามันจะเป็นจริง ทุกคนยังใช้ชีวิต ไปได้โดยไม่ต้องเกรงกลัว แต่นั่นคือน่ากลัวมาก เพราะถึงเวลาจริง ก็สายไปแล้ว

เมื่อพระองค์เสด็จมาในวันนั้นเพื่อรับพระสิริรุ่งโรจน์จากวิสุทธิชนคนของ พระองค์ และทรงรับคำสรรเสริญจากทุกคนรวมถึงพวกท่านที่เชื่อคำพยานซึ่งเรากล่าวกับท่าน
2 เธสะโลนิกา 1:10

ยอห์น 17:10 สิ่งที่เป็นของพระเยซูก็เป็นของผู้เชื่อด้วย พระองค์ได้รับพระเกียรติจากนั้น , อิสยาห์ 49:3 อิสราเอล..เจ้าเป็นผู้รับใช้ของเราที่เราจะได้รับเกียรติ

พระเยซูไม่ได้เสด็จมาเพื่อรับเราไปกับพระองค์เท่านั้น แต่พระองค์จะทรงได้รับพระเกียรติจากคนที่เชื่อพระองค์ คนที่ถูกข่มเหง ขู่เข็ญ เพราะเขารักพระนามของพระองค์ยิ่งกว่าชีวิต คน
เหล่านี้มีชีวิตเป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าอย่างแท้จริง

คำอธิษฐานเผื่อของท่านเปาโล

สุดท้ายนี้ เรายังอธิษฐานเผื่อท่านเสมอ เพื่อว่าพระเจ้าจะทรงถือว่าท่านสมควรกับการทรงเรียกและความตั้งใจทำดีรวมถึงงานที่ท่านทำโดยความเชื่อ จะสำเร็จโดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า
2 เธสะโลนิกา 1:11

ฟีลิปปี 2:13 พระเจ้าทรงทำการในท่านเพื่อให้ตั้งใจและทำสิ่งที่เป็นน้ำพระทัย,
1 เธสะโลนิกา 1:3 เราระลึกถึงความเชื่อและการงานที่เกิดจากความรักและความใจในพระคริสต์ของท่าน

คริสเตียนที่มีเพื่อนรักคอยอธิษฐานเผื่อก็ จะปลอดภัยขึ้น เพราะว่าพระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานที่เป็นตามพระทัย เราจึงต้องทำอย่างท่านเปาโลคือ อธิษฐานเผื่อเพื่อน พี่น้องและตัวเองด้วย

เพื่อว่า พระนามของพระเยซูเจ้าของเราจะรับพระเกียรติจากท่าน และท่านจะได้รับเกียรติจากพระองค์ตามพระคุณของพระเจ้า และของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา
2 เธสะโลนิกา 1:12

ฮีบรู 12:2 มองที่พระเยซูคริสต์, โคโลสี 1:9-13 คำอธิษฐานของท่านเปาโล

ที่พระเจ้าทรงสร้างเรามาก็เพื่อเราจะได้ถวายพระเกียรติแด่พระองค์
(เอเฟซัส 1:12) ที่พระเจ้าทรงยินดีให้เกียรติเรา เพราะว่า พระคุณของพระเยซู เราอยู่ในพระบุตรของพระเจ้า พระเจ้าประทานเกียรติแก่พระบุตรที่รัก เราจึงพลอยได้รับพระเกียรตินั้นไปด้วย (ยอห์น 17:4-5)

1 เธสะโลนิกา มี 5 บท

ตัวอย่างที่เยี่ยมยอด

การรับใช้ของท่านเปาโล

กำหนดให้ทนทุกข์

คำขอร้องในการใช้ชีวิต

วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า

1 เธสะโลนิกา 5 วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า

พี่นองทั้งหลาย เรื่องของเวลาและฤดูนั้น เราไม่จำเป็นต้องเขียนบอกท่าน เพราะท่านรู้ดีว่า วันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาถึงเหมือนขโมยยามค่ำคืน ขณะที่ผู้คนกล่าวว่า “เป็นสุข ปลอดภัย” หายนะจะมาถึงพวกเขาทันควัน เหมือนหญิงเจ็บท้องคลอดบุตร และพวกเขาจะหนีไม่พ้น
1 เธสะโลนิกา 5:1-3

กิจการ 1:7, มาระโก 13;30-32, 2 เปโตร 3:10,มัทธิว 24:3, ลูกา 21:34-35, 2 เปโตร 2:4

การเสด็จกลับมาของพระเยซูนั้น มีสัญญาณบอกว่า ใกล้แล้วนะ จะมาแล้ว แต่ไม่ได้มีบอกวันเวลาที่ชัดเจน “วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า” หมายถึง วันที่พระเจ้าจะเสด็จเข้ามาแทรกในกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ ทรงเข้ามาเพื่อพิพากษา และช่วยกู้คนของพระองค์

แต่ว่าพี่น้องทั้งหลายไม่ได้อยู่ในความมืด เพื่อว่าวันนั้นจะไม่มาถึงราวกับโจรบุกเข้ามา เพราะพวกท่านเป็นลูกของความสว่าง ลูกของกลางวัน เราไม่ได้เป็นของกลางคืน ไม่ได้เป็นของความมืด
1 เธสะโลนิกา 5:4-5

โคโลสี 1:13,2 เปโตร 3:10,เอเฟซัส 5:8,ยอห์น 12:36

ในบทที่ 4 ข้อ 13-17 ท่านเปาโลได้บอกแล้วว่า การเสด็จมาของพระเจ้าจะเป็นอย่างไร พวกเขาจึงมีความเข้าใจดีการบอกว่า “เป็นลูกของ” หมายถึงว่าเป็นแบบนั้น พวกเขาเป็นของพระเจ้าแล้ว ไม่เป็นของมารอีกต่อไป

ดังนั้น เราอย่าหลับใหลเหมือนคนอื่น แต่จงตื่นตัว มีสติ ไม่เมาค้าง เพราะคนที่หลับ ก็หลับในเวลากลางคืน คนที่เมา ก็เมาในเวลากลางคืน
1 เธสะโลนิกา 5:6-7

1 เปโตร 1:13, ลูกา 22:46, มัทธิว 24:42,2 เปโตร 2:13, 1 โครินธิ์ 15:34, โรม 13:13

สิ่งสำคัญสำหรับพี่น้องคือ ตื่นตัวและรู้ตัวเสมอ เราต้องคอยดูว่า เมื่อไรผู้ต่อต้านพระคริสต์จะมาปรากฏตัว และทั้งต้องรอคอยพระเจ้าให้พร้อม

แต่ในเมื่อเราเป็นของกลางวัน ให้เราไม่เมามาย และสวมโล่แห่งความเชื่อและความรักป้องกันอกไว้ และสวมหมวกแห่งความหวังในความรอด 1 เธสะโลนิกา 5:8

1 เปโตร 1:13, โรม 13:12-13,อิสยาห์ 59:17, เอเฟซัส 6:11

เหมือนทหารที่ต้องปกป้องตนเอง พวกเขาจะต้องปกป้องชีวิตด้วยความเชื่อ ความรัก และความหวังในพระเจ้า สามประการนี้สำคัญยิ่งที่จะทำให้เรามั่นคงจนถึงวันนั้น

เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงเตรียมเราไว้เพื่อพระพิโรธ แต่เพื่อรับความรอดโดยพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้สิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพื่อว่า ไม่ว่าเราจะตื่นหรือหลับเราก็จะมีชีวิตกับพระองค์ ดังนั้นให้เราหนุนใจกันและกัน สร้างเสริมกันและกันอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่
1 เธสะโลนิกา 5:9-11

1 เธสะโลนิกา 1:10, 3:3 กิจการ 13:48,1 เปโตร 3:18, โรม 14:8-9

ท่านเปาโลกำลังหนุนใจ ว่าผู้ที่เชื่อในพระองค์จริง ๆ จะไม่ต้องรับพระพิโรธ ทั้งนี้เป็นเพราะเราอยู่ใต้พระคุณของพระเยซูที่ทรงรับพระพิโรธแทนเราแล้ว
เราจึงหนุนใจกัน พระคำตอนนี้ให้ความหวังว่า พระเจ้าจะทรงรับเราไปเมื่อถึงวันของพระองค์

ชีวิตกับพี่น้องที่เชื่อ

เราขอร้องพี่น้องทั้งหลาย ให้ความเคารพต่อผู้ที่ลงแรงทำงานท่ามกลางพวกท่านและดูแลท่านอยู่ในพระเจ้า และเป็นผู้สอนพวกท่าน จงเคารพพวกเขาให้มากด้วยความรักเพราะงานที่เขาทำ และจงมีสันติสุขในหมู่พวกท่าน
1 เธสะโลนิกา 5:12-13

ฮีบรู 13:7,17, 1 โครินธ์ 16:18, กาลาเทีย 5:22

ท่านเปโตรกำลังกล่าวถึงผู้ที่ดูแลฝ่ายวิญญาณซึ่งทำงานอย่างขยันขันแข็ง เป็นห่วงเป็นใย เป็นผู้เลี้ยงที่ดี พี่น้องจึงควรที่จะให้เกียรติพวกเขา ไม่ใช่ทำลาย

เราขอวิงวอนท่านพี่น้องว่า ให้เตือนคนที่ไม่รับผิดชอบ หนุนใจคนที่ท้อแท้ ช่วยคนที่อ่อนแอและอดทนต่อทุก ๆ คน ดูว่า ไม่มีใครตอบแทนการชั่วด้วยการชั่ว แต่ให้ตามติดสิ่งที่ดี ทั้งเพื่อพวกท่านและเพื่อทุก ๆ คน
1 เธสะโลนิกา 5:14-15

2 ทิโมธี 4:2, โรม 14:1,1 เปโตร 3:9, 3 ยอห์น 1:11

ไม่เฉพาะให้เกียรติผู้นำที่ดีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดูแลพี่น้องคนอื่น ๆ อย่างเหมาะสมด้วย ในชุมชนของผู้เชื่อเราไม่ได้อยู่กันอย่างไม่สนใจกัน แต่มีความเอาใจใส่ต่อกันและกันเป็นอย่างมาก

จงยินดีอยู่เสมอ อธิษฐานไม่หยุดหย่อน ให้ขอบพระคุณในทุก ๆ สิ่ง เพราะนี่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์
1 เธสะโลนิกา 5:16-18

โรม 12:12, ฟีลิปปี 4:4-6, โคโลสี 4:2, 3:17 เอเฟซัส 6:18,5:20

คำสั่งให้ยินดีนั้นมีมากมายในพระคัมภีร์ เรายินดีได้เสมอเพราะรู้ว่า เราผ่านจากนรกมาได้ก็เพราะพระเจ้า หัวใจที่อธิษฐานไม่หยุดนั้น ก็เพื่อสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นในชีวิตของคนอื่น การขอบพระคุณช่วยตัวเราให้เป็นคนไม่บ่น มองโลกอย่างมีความหวังเสมอ

อย่าดับไฟพระวิญญาณ อย่าดูหมิ่นคำเผยพระคำ จงพิสูจน์ทุกสิ่ง และยึดสิ่งที่ดีเอาไว้ ให้หลีกหนีความชั่ว
1 เธสะโลนิกา 5:19-22

เอเฟซัส 4:30, 1 ทิโมธี 4:14, 1 โครินธ์ 14:22-25, 1 ยอห์น 4:1, เอเฟซัส 5:10, ฟีลิปปี 4:8

การดับไฟพระวิญญาณคือการขัดขวางการทำงานของพระเจ้าในชีวิตของตัวเองและคนอื่น เหมือนกับเอาน้ำไปดับไฟ เราจำต้องตามพระวิญญาณไม่ใช่ตามใจตัวเอง และเราต้องระวังที่จะไม่เชื่อทุกสิ่งที่ใคร ๆ กล่าวออกมา ต้องพิสูจน์ ต้องชัดเจน

บัดนี้ ขอให้พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงชำระท่านให้สะอาดหมดจด และขอให้จิตใจ และวิญญาณและร่างกายของท่านถูกรักษาไว้ไม่ให้มีข้อตำหนิใด ๆ จนถึงวันที่พระเยซูคริสต์เจ้าเสด็จกลับมา พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านทรงซื่อตรง และพระองค์จะทรงทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
1 เธสะโลนิกา 5:23-24

ยูดา 1:24, 1 โครินธ์ 1:8-9, 1 เปโตร 5:10, 2 เธสะโลนิกา 3:3, กันดารวิถี 23:19

ในข้อนี้เราเห็นชัดเจนว่า เราต้องสะอาดทั้งกาย จิตใจและจิตวิญญาณ ทั้งสามส่วนนี้มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าในด้านต่างกัน วิญญาณของเราสื่อสารกับพระเจ้า จิตใจของเราใคร่ครวญเรียนรู้จากพระเจ้า ร่างกายของเราเป็นพระวิหารของพระวิญญาณ

พี่น้องทั้งหลาย อธิษฐานเผื่อเราด้วย และทักทายกันด้วยธรรมเนียมจุบที่บริสุทธิ์ ข้อขอกำชับท่านต่อพระพักตร์พระเจ้า ให้อ่านจดหมายนี้ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ขอพระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้าอยู่กับท่านทั้งหลาย อาเมน
1 เธสะโลนิกา 5:25-28

ฟิเลโมน 1:22, โคโลสี 4:3,16, โรม 16:16, 20,23

ภาพข้างบนบอกเราว่า สมัยก่อนเขาทักทายกันอย่างนี้ ต่อมาก็เป็นแก้มชนแก้ม จดหมายทุกฉบับมีการอ่านเวียนกันในคริสตจักร ขอบคุณพระเจ้าที่แม้กระทั่งเราก็ได้มีโอกาสอ่านจดหมายของท่านเปาโล