1 เธสะโลนิกา 1 ตัวอย่างที่เยี่ยมยอด

จากเปาโล สิลาส และทิโมธี ถึง
คริสตจักรเมืองเธสะโลนิกา ซึ่งอยู่ในพระเจ้าพระบิดา และพระเยซูคริสต์เจ้า ขอพระคุณ และสันติสุขจาก พระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสตเจ้ามาถึงพวกท่าน
1 เธสะโลนิกา 1:1

กิจการ 16:19-30, 1 เธสะโลนิกา 3:2

สิลาส เคยเข้าคุกพร้อมท่านเปาโล
ส่วนทิโมธี พ่อเป็นกรีก แม่เป็นยิว
รักพระเจ้ามาตั้งแต่เด็ก
และเดินทางไปประกาศกับเปาโลหลายแห่ง ท่านเคยส่งเขาไปรับใช้ในเมืองเธสะโลนิกาด้วย

เราขอบพระคุณพระเจ้า
เพราะท่านทุกคนอย่างต่อเนื่อง เมื่อเราอธิษฐาน
ก็เอ่ยถึงท่านเสมอ
1 เธสะโลนิกา 1:2

โรม 1:8 ,กิจการ 17:1-9

ที่เมืองเธสะโลนิกา ท่านเปาโลไปประกาศ หลายคนกลับมาเชื่อ แต่ก็มีเรื่องวุ่นวาย พระเจ้าทรงให้ เกิดผล ท่านเปาโล และเพื่อนร่วมงานของท่าน อธิษฐานเผื่อ ขอบพระคุณเพราะพวกเขาไม่หยุดหย่อน นี่เป็นต้นแบบการทำงาน รับใช้แล้ว ก็ยังอธิษฐานเผื่อต่อไป

ต่อพระพักตร์พระเจ้าของเรา และพระบิดา เราไม่หยุดที่จะระลึกถึงการกระทำที่เกิดจากความเชื่อ ทั้งหยาดเหงื่อแรงงานที่เกิดจากความรัก และความอดทนที่เกิดจากความหวังในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา
1 เธสะโลนิกา 1:3

ยอห์น 6:29, โรม 16:6

ท่านเปาโลไม่อาจลืมคริสเตียนในคริสตจักรเมืองเธสะโลนิกาได้ เพราะการกระทำ การงาน ความ
อดทนของพวกเขา เหนือชั้นจริง ๆ เราจะเห็นสามสิ่งที่สำคัญ คือ ความเชื่อ ความรัก และความหวัง ในพวกเขาเหล่านี้ นี่เป็นสูตรของชีวิตเราเช่นกัน

พี่น้องที่รักของพระเจ้า เรารู้ว่า ท่านได้รับการทรงเลือกจากพระ องค์แล้ว เพราะข่าวประเสริฐไม่ได้มาถึงท่านแค่ถ้อยคำเท่านั้น แต่มาพร้อมกับฤทธิ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ และเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ตามที่ท่านรู้ว่า เพราะเห็นแก่ท่าน พวกเราเป็นคนอย่างไรท่ามกลางพวกท่าน
1 เธสะโลนิกา 1:4-5

โคโลสี 3:12, มาระโก 16:20, 2 โครินธ์ 6:6, ฮีบรู 2:3

ท่านเปาโลแน่ใจได้อย่างไรว่า พระเจ้าทรงเลือกพี่น้องชาวเธสะโลนิกาจริง? เพราะพระเจ้าทรงรักพวกเขา และพวกเขาได้
ตอบรับถ้อยคำของพระเจ้าอย่างมั่นใจ ได้มาพร้อมกับฤทธิ์พระวิญญาณที่เปลี่ยนชีวิต พวกเขาทำงานด้วยความรัก ความหวังใจในพระเจ้า

และท่านได้เลียนแบบชีวิตของเราและองค์พระผู้เป็นเจ้า ถึงแม้ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างรุนแรง แต่ท่านยังต้อนรับพระคำด้วยความยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านได้กลายเป็นตัวอย่างให้กับผู้เชื่อทุกคนในแคว้นมาซิโดเนีย และอาคายา
1 เธสะโลนิกา 1:6-7

ลูกา 6:22, มัทธิว 5:10-12, 1 โครินธ์ 4:6, 11:1,กิจการ 5:41,13:52

คนที่รับพระคำของ พระเจ้าโดยไม่ย่อท้อแม้มีความลำบาก เป็นผู้เชื่อ ที่เข้มแข็ง อดทน คนเหล่านี้ จะได้รับบำเหน็จของพระเจ้าที่เหนือคนทั่ว ๆ ไปด้วยซ้ำ ในหลายประเทศที่ห้ามออกชื่อพระนามเยซู อย่าได้เอ่ยนามนี้ จะต้องโดนขัง โดนทำโทษ เราพบว่ามีผู้เชื่อจำนวนมากมายที่ต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อจะได้นมัสการ พระเจ้าอย่างอิสระ พระคำตอนนี้จึงเป็นพระคำสำหรับยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

เพราะพระคำของพระเจ้าได้เลื่องลือออกไปจากพวกท่าน ไม่เฉพาะในแคว้นมาซิโดเนีย กับแคว้นอาคายาเท่านั้น แต่ความเชื่อของท่านเป็นที่รู้กันทุกแห่ง เราจึงไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรอีก
1 เธสะโลนิกา 1:8

โรม 10:18, 1:8,16:19

เมื่อใครคนหนึ่งเชื่อพระเจ้า เมื่อเขารู้ว่า พระเจทรงยิ่งใหญ่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแบ่งปันสิ่งดีที่สุด
ในชีวิตให้กับคนรอบข้าง อดไม่ได้ที่ชีวิตเปลี่ยน แปลงจะเป็นที่กล่าวขานไปทั่ว บางที เรามารู้จักพระเจ้า แต่นิสัยใจคอไม่เปลี่ยน
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เราต้องหันกลับมาคิด ดี ๆ ว่า เราพบพระองค์จริงหรือเปล่า

เพราะคนเหล่านั้น รายงานเรื่องของเราว่า ท่านต้อนรับเราอย่างไร และท่านได้หันจากรูปเคารพ มาหาพระเจ้า เพื่อรับใช้พระเจ้าเที่ยงแท้ผู้ทรงพระชนม์อย่างไร
1 เธสะโลนิกา 1:9

1 เธสะโลนิกา 2:1, 1 โครินธ์ 12:2

การรับเชื่อพระเจ้าครั้งนี้ของพวกเขา ไม่ปลอม แต่เป็นจริง เพราะเห็นได้ว่า เขาได้หันหลังให้กับชีวิตแบบเดิม ที่ผ่านมาเราพบว่า เมื่อใครคนหนึ่งมีประสบการณ์ กับพระเจ้าจริง ๆ เขาก็ไม่อาจทนมีชีวิตกับรูป เคารพเหล่านั้นได้อีกเลย

และตั้งตาคอยพระบุตรของพระเจ้าจากสวรรค์ คือพระเยซูผู้ที่พระองค์ทรงให้คืนชีพขึ้นมา พระเยซูองค์นี้จะทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากพระพิโรธที่กำลังจะมา
1 เธสะโลนิกา 1:10

โรม 2:7, โรม 5:9

คำว่าตั้งตาคอยนี้ คือ เรารอการเสด็จมาของพระเจ้าอย่างกระตือรือร้น รอด้วยความหวังใจ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีชีวิตที่มีชีวิตชีวา เร่าร้อนในการรับใช้ ที่พระเยซูทรงช่วยให้พ้นจากพระพิโรธก็เพราะ ทรงรับโทษบาปของคนที่เชื่อในพระองค์ไปแล้วที่ไม้กางเขน เราจึงไม่ต้องกลัว พระพิโรธของพระเจ้าอีกต่อไป

2 ทิโมธี 4 คำสุดท้ายจากท่านเปาโล

รูปภาพประกอบในบทนี้ ส่วนใหญ่มาจากหนังสือกิจการตอนท้าย ๆ ซึ่งได้บันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตท่านเปาโลไว้

คำสั่งจากท่านเปาโล

ข้ากำชับเจ้าต่อพระพักตร์พระเจ้าและพระเยซูคริสต์ ผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย เมื่อพระองค์และอาณาจักรของพระองค์มาปรากฏ 
2 ทิโมธี 4:1

กิจการ 10:42, 1 ทิโมธี 5:21, มัทธิว 16:27

การกำชับของท่านเปาโลเป็นคำแรงมากในภาษากรีก มีความหมายเชื่อมโยงเชิงกฎหมายเช่นพยานสาบานว่าจะพูดความจริง เป็นคำพูดต่อพระพักตร์พระเจ้า พระผู้ทรงพิพากษาทุกคน จึงสำคัญยิ่งนัก

ความสำคัญของการประกาศพระคำ

จงประกาศพระคำ จงตั้งใจทำอย่างรีบเร่ง ทั้งเวลาที่มีและไม่มีโอกาส ให้ตักเตือน ว่ากล่าวและชักชวนทั้งด้วยความอดทนและการสอน เพราะจะถึงเวลาที่คนไม่ยอมฟัง คำสอนที่ถูกต้อง แต่แค่ฟังสิ่งที่อยากฟังเท่านั้นพวกเขาจะรวบรวมครูที่เขาพอใจจะฟัง
2 ทิโมธี 4:2-3

ทิตัส 1:13, 2:15,1 เธสะโลนิกา 5:14, วิวรณ์ 3:19, 2 เปโตร 2:1-3, กิจการ 17:21

ยุคนี้ เป็นยุคที่คนไม่ชอบฟังพระคำ ในยูทูบ พอดคาสต์ มีเรื่องตลก ๆ ให้ฟังไร้สาระไปวัน ๆ มากมาย แล้วก็ทิ้งเวลาไป ยังมีคนที่ชอบฟังโค้ชชีวิต โดยคิดว่า พวกนั้นจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น แต่ที่ชัดเจนคือ พวกเขาจะฟังสิ่งที่เป็นทางของเขา

และจะหันจากความจริง หันไปฟังเรื่องนิยายตำนานต่าง ๆ แต่เจ้าต้องหนักแน่นในทุกอย่าง อดทนต่อความยากลำบาก ทำหน้าที่ผู้ประกาศ ข่าวประเสริฐ และทำพันธกิจของเจ้าให้สำเร็จลุล่วง
2 ทิโมธี 4:4-5

2 เปโตร 1:16, เศคาริยาห์ 7:11, 1 ทิโมธี 1:4, 2 ทิโมธี 1:8, โคโลสี 4:17, กิจการ 20:30-31

เราจะเห็นลัทธิต่าง ๆ เกิดขึ้นมาจาก
พื้นฐานพระคัมภีร์ แล้วก็ไปแปลงเป็นเรื่องอีกเรื่อง มีเนื้อหาพระคัมภีร์ปนเปไปกับความคิดของผู้นำลัทธิ มันไม่ได้แค่เกิดในโลกโบราณ แต่ยังเกิดขึ้น
ในโลกทุกวันนี้ ยังมีภาพยนต์ ละคร รายการคอนเสิร์ต แข่งกีฬา ฯลฯ ที่ตรึงใจคนทำให้เขาไม่หันมาหาพระคำ

ความมั่นใจในชัยชนะของท่านเปาโล

เพราะข้าเองกำลังจะถูกเทในฐานะเครื่องดื่มบูชา เวลาที่ข้าต้องจากไปมาถึงแล้ว
ข้าได้สู้อย่างสุดกำลัง
ข้าได้แข่งขันถึงที่สุดแล้ว
ข้าได้รักษาความเชื่อไว้
2 ทิโมธี 4:6-7

ฟีลิปปี 1:23, 2:17, 2 เปโตร 1:14-15, ฮีบรู 12:1,1 โครินธ์ 9:24,กิจการ 20:24

การถูกเท.. หมายถึงการถวายจนหมดสิ้น เครื่องดื่มถูกเทออกมาจนหมด ไม่เหลือถวายแด่พระเจ้า แม้ท่านยังไม่ถูกประหาร แต่ใจของท่านไปที่แดนนั้น
แล้ว ท่านพร้อมที่จะไป เพราะสู้เต็มที่แข่งจนสุด ถึงเส้นชัย รักษาความเชื่อแล้ว ท่านเปาโลคิดอย่างนี้เสมอ

มงกุฎแห่งความชอบธรรม

ในอนาคต จะมีมงกุฎแห่งความชอบธรรมเตรียมไว้ให้ข้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาผู้ทรงธรรม จะประทานเป็นรางวัล แก่ข้าในวันนั้น และไม่ใช่ให้ข้าผู้เดียว แต่จะประทานแก่ทุกคนที่ยินดีเมื่อพระองค์มาปรากฏ
2 ทิโมธี 4:8

ยากอบ 1:12, ยอห์น 5:22, 2 ทิโมธี 1:12, โคโลสี 1:5

ท่านเปาโลมั่นใจว่าในอนาคตท่านจะได้รับรางวัลเป็นมงกุฎแห่งความชอบธรรม ซึ่งมีให้กับทุกคนที่รักการเสด็จมาของพระองค์ มงกุฎด้งกล่าว
เป็นเครื่องหมายว่าได้รับชัยชนะ อ่านวิวรณ์ 4:10
วันนี้เรายุ่งวุ่นวายกับชีวิตจนลืมว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาหรือเปล่า?

คำสุดท้ายจากเรือนจำ

ขอเจ้าพยายามอย่างที่สุดเพื่อมาหาข้าให้ได้ เพราะเดมาสได้ละทิ้งข้าไปเธสะโลนิกาเพราะหลงรักโลก เครสเซนส์ไปแคว้นกาลาเทีย ทิตัสไปเมืองดาลมาเทีย
มีท่านลูกาคนเดียวที่อยู่กับข้า อย่าลืมไปรับมาระโกมาหาข้าด้วย เพราะเขาช่วยงานรับใช้ของข้าดีมาก
2 ทิโมธี 4:9-11

โคโลสี 4:14, 1 ยอห์น 2:15, กิจการ 12:12,25, 15:37-39

ท่านเปาโลเป็นคนหนึ่งที่ชอบทำงานร่วมกับคนอื่น ๆคนที่ต้องไปจากท่านก็มีหลายแบบ เดมาสไปเพราะอยากใช้ชีวิตอย่างเดิม
เครสเซนส์กับทิตัส ไปจากท่านเพราะต้องไปทำงาน รับใช้ที่อื่น จึงเหลือหมอลูกาผู้เขียนหนังสือลูกาและกิจการที่อยู่กับท่าน หมอลูกานี้เคยเดินทางไปประกาศกับเปาโลอย่างโชกโชนเลยทีเดียว

ข้าส่งทีคิกัสไปเมืองเอเฟซัส เมื่อเจ้ามา ขอให้เอาเสื้อคลุมที่ข้าทิ้งไว้กับคารปัสที่เมืองโตรอัสมาด้วย รวมทั้งหนังสือและสำคัญที่สุดคือหนังสือแผ่นหนังช่างทองแดงชื่ออเล็กซานเดอร์ทำร้ายข้าอย่างมาก ขอพระเจ้าทรงตอบแทนให้สมกับที่เขาทำ
2 ทิโมธี 4:12-14

กิจการ 20:4, 1 ทิโม​ธี 1:20,

เสื้อคลุมที่ทิ้งไว้กับคารปัสนั้น ทำให้เรารู้ว่า ท่านฝากเสื้อคลุมไว้เพื่อเมื่อท่านโดนทหารโรมจับ ก็จะไม่เสียเสื้อนั้นไปให้กับทหารที่มักจะยึดเสื้อของ
นักโทษเอาไว้ ส่วนหนังสือแผ่นหนังนั้นก็คือส่วน หนึ่งของพระคัมภีร์เดิมนั่นเอง
อเล็กซานเดอร์ทำร้ายท่าน ดูเหมือนจะเป็นการที่เขาให้ร้ายท่านเปาโลกับคนอื่น ๆ ทำให้เสียชื่อเสียง

ตัวเจ้าเองก็ระวังเขาให้ดี เพราะเขาต่อต้านคำของเราอย่างรุนแรง ตอนที่ข้าแก้คดีครั้งแรกนั้น ไม่มีใครอยู่ข้างข้าเลย ทุกคนทิ้งข้าไปหมด แต่ขอพระเจ้าอย่าทรงถือโทษพวกเขาเลย
2 ทิโมธี 4:15-16

กิจการ 7:60

อเล็กซานเดอร์เป็นคนที่ทิโมธีต้องระวังและอย่าหลงกลเขาเป็นอันขาด ใน 1 ทิโมธี 1:20 ท่าน เขาคนนี้เป็นเหมือนเรืออัปปาง ถ้าเขาทำร้ายท่านได้ ก็จะทำร้ายทิโมธีได้เช่นกัน

แต่พระเจ้าทรงอยู่ข้างข้า และประทานกำลังเพื่อว่า ข้าจะประกาศพระกิตติคุณให้ลุล่วง
และเพื่อคนต่างชาติทุกคนจะได้ยิน
ดังนั้นข้าจึงได้รับการช่วยกู้จากปากสิงห์
2 ทิโมธี 4:17

กิจการ 23:11, 9:15, 1 ซามูเอล 17:37

พระเจ้าไม่ทรงทอดทิ้งท่านเปาโล ท่านได้มีโอกาส ที่จะประกาศพระกิตติคุณต่อหน้าเจ้าเมือง ทหารโรม คนใหญ่โตพร้อมกับคนที่อยู่ในศาล อ่านในกิจการ 25-26
ส่วนปากสิงห์นั้น มีความหมายถึงอันตรายที่ร้ายแรงแบบเอาชีวิตแทบไม่รอด ทั้งจากมนุษย์ จากซาตาน (กิจการ 14:19)

องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงกู้ข้า
จากการชั่วทุกอย่าง และจะทรงนำข้าไปสู่ อาณาจักรสวรรค์ของพระองค์อย่างปลอดภัย
ขอพระสิริรุ่งโรจน์มีแด่พระองค์ ตลอดชั่วกาลนาน อาเมน
2 ทิโมธี 4:18

สดุดี 121:7, โรม 11:36, 2 เธสะโลนิกา 3:3

มีศัตรูพยายามทำลายท่านเปาโล แต่ท่านรู้ว่าเบื้องหลังของการโจมตีทุกอย่างมาจากศัตรูของพระเจ้า
(เอเฟซัส 6:10-19) ท่านเปาโลเขียนไป ๆ แล้วก็สรรเสริญ พระเจ้าออกมา กลางคัน หากเราเองเป็นอย่างนั้นก็จะดี ไม่ฝึกที่จะขอบพระคุณ สรรเสริญในขณะที่ทำอะไรอีกอย่างอยู่ ดีเหมือนกัน โรม 11:36,เอเฟซัส 3:14-21

ความคิดถึงจากพี่น้องคริสเตียน

ขอฝากความคิดถึงมายังปริสคาและอาควิลลารวมทั้งคนในครอบครัวของโอเนสิโฟรัส
เอรัสทัส ยังค้างอยู่ที่เมืองโครินธ์ ข้าต้องจากโตรฟีมัสที่เมืองมิเลทัสขณะที่เขายังป่วยอยู่ ขอให้เจ้าพยายามที่สุด มาให้ทันฤดูหนาว
ยูบูลัส ปูเดนส์ ลีนัส คลาวเดีย และพี่น้องคนอื่น ๆ ฝากความคิดถึงมาด้วยขอองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับวิญญาณของเจ้า
ขอพระคุณอยู่กับเจ้า อาเมน
2 ทิโมธี 4:19-22

กิจการ 18:2, 2 ทิโมธี 1:16, โรม 16:23

ท่านเปาโลมีความสุขกับเพื่อนผู้รับใช้ ผู้เชื่อหลาย คน หัวใจของท่านอยู่กับพวกเขาเหล่านั้น ก่อนที่ท่านจะลาจากโลกนี้ไป ท่านขอให้พระคุณของพระเจ้าอยู่กับจิตวิญญาณของทุกคน
ท่านเปาโลจบชีวิตปี คศ. 64 โดยถูกตัดศีรษะ เพราะ การเป็นชาวโรมนั้นห้ามถูกประหารโดยตรึงกางเขน ตามที่เล่ากันมา บอกว่าเป็นวันเดียวกันกับที่ ท่านเปโตรถูกตรึงกางเขนกลับหัว

2 ทิโมธี 3 ยุคสุดท้ายกับปัญญาสู่ความรอด

หลีกจากคนแบบนี้

ขอให้เจ้าเข้าใจว่า ช่วงวันสุดท้ายของโลกจะเกิดความยุ่งยากที่น่ากลัวเพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว รักตัวเอง บูชาเงิน โอ้อวด เย่อหยิ่ง วาจาก้าวร้าว ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ อกตัญญู ชั่วร้าย
2 ทิโมธี 3:1-2

1 ทิโมธี 4:1

ลักษณะคนยุคสุดท้าย เป็นยุคที่อยู่ระหว่างการเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูจนถึงการเสด็จกลับมาอีกครั้งหรือพูดอีกอย่างคือ เป็นยุคที่มีคริสตจักร ความชั่วร้ายจะเพิ่มมากขึ้น และมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

ไม่รักใครเลย ไม่อาจคืนดีกับใครได้ ใส่ร้ายผู้อื่น ใส่ร้ายผู้อื่น ไม่คุมตนเอง โหดร้าย เกลียดชังความดี ทรยศ มุทะลุ เหยียดหยามผู้อื่น รักสนุกมากกว่ารักพระเจ้า ทำทีว่าสนใจทางพระเจ้าในขณะที่ไม่ยอมรับฤทธิ์ ให้หลีกเลี่ยงคนอย่างนั้น
2 ทิโมธี 3:3-5

2 เปโตร 2:10, ทิตัส 1:16, 1 ทิโมธี 5:8, 2 เธสะโลนิกา 3:6

ที่จริงสิ่งที่ท่านเปาโลเขียนมานี้ มันคือสภาพที่ทำให้สังคมไม่มั่นคง สั่นคลอน ไม่ปลอดภัยเลย คนบางคนทำทีภายนอกว่า เป็นคนของพระเจ้า แต่จริงไม่ได้รับพระองค์ คนพวกนี้อันตรายจัด

วิธีการของคนชั่ว

มีคนจากพวกเขาแอบเข้าไปตามบ้าน เรือน และหลอกหญิงที่ขาดปัญญาซึ่งชีวิตเต็มด้วยบาปให้เป็นเชลยจากความปรารถนาต่าง ๆ ของพวกเธอ
แม้ว่าผู้หญิงเหล่านี้เรียนเสมอแต่กลับไม่อาจรู้ถึงความจริงได้เลย
2 ทิโมธี 3:6-7

มัทธิว 23:14, 1 ทิโมธี 2:4

เหตุการณ์จริงในสมัยของท่านคือ ผู้หญิงจะถูกเป็นเหยื่อของคนสอนผิดมากที่สุด จุดสำคัญของคนโดนหลอกคือ มีความอยากไม่สิ้นสุด คนพวกนี้ฟังครูสอนเท็จที่มีดาษดื่น ทำให้ชีวิตตกอยู่ในความหายนะ
ความรู้ถึงความจริงนั้น มีความหมายถึงการได้รับความรอด

คนเหล่านี้ต่อต้านความจริงเหมือนกับที่ยันเนสและยัมเบรสได้ต่อต้านโมเสส พวกเขาเป็นคนคดโกง ใจทราม มีความเชื่อปลอม แต่พวกเขาจะไปได้ไม่ไกล เพราะความโง่ของพวกเขาชัดเจนต่อสายตาคนทั้งหลาย เหมือนอย่างชายสองคนนั้น
2 ทิโมธี 3:8-9

อพยพ 7:11, 12,22, 8:7, 9:11, 1 ทิโมธี 6:5, โรม 1:28

ในสมัยของโมเสส มีชายสองคนต่อต้านท่านอย่างรุนแรง พวกเขาเป็นนักวิทยาคมชาวอียิปต์ (ตามเรื่องเล่ากันมาในหมู่คนยิว) พวกเขาเกลียดความจริง เพราะความจริงเปิดเผยให้เห็นว่าตัวเขาเป็นอย่างไร

การข่มเหง และการติดตามพระเยซู

แต่เจ้าเอง ได้ติดตามทั้งคำสอน การดำเนินชีวิต เป้าหมาย ความเชื่อ ความอดทนนาน ความรักและความบากบั่น ทั้งการถูกข่มเหง และการทนทุกข์ซึ่งข้าต้องเผชิญในอันทิโอก อิโคนิยุม และที่ลิสตรา ข้าได้ทนต่อการข่มเหงเพียงใดเจ้าก็รู้ และองค์พระผู้เป็นเจ้าก็ทรงช่วยกู้ข้าจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด
2 ทิโมธี 3:10-11

1 ทิโมธี 4:6 , กิจการ 13:44-52, กิจการ 14:1-20, สดุดี 34:19

ท่านเปาโลทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างคนที่ติดตามพระเจ้าจริง ๆ กับคนที่สอนผิด ท่านได้เผชิญกับคนเหล่านั้นมาอย่างโชกโชน พวกเราทุกคน ในทุกวันนี้ เจอคำสอนผิด ข่าวลวง อยู่ทุกวันเช่นกัน

ทางคนดี ทางคนชั่ว

ความจริงแล้ว คนที่มุ่งมั่นจะดำเนินชีวิตตามพระคริสต์จะถูกข่มเหง ขณะที่คนชั่วและคนหลอกลวงจะเลวลงไปอีก ทั้งไปหลอกคนอื่น และตัวเองถูกหลอกด้วย แต่เจ้าจงเดินต่อไปตามสิ่งที่เจ้าได้เรียนรู้มา และได้เชื่ออย่างมั่นคง รู้อยู่ว่าเจ้าเรียนมาจากใคร
2 ทิโมธี 3:12-14

สดุดี 34:19, 2 เธสะโลนิกา 2:11, 2 ทิโมธี 1:13,วิวรณ์ 2:10

คนที่จะติดตามพระเจ้าก็ต้องเตรียมตัวเจอกันต่อต้าน พระเจ้าจะทรงเป็นผู้ทำให้เขาผ่านมันไปได้ คำว่าคนหลอกลวงในที่นี้ มีความหมายรวมไปถึงนักทำวิทยาคม หมอดูเหล่านี้ด้วย พวกเขาหลอกคนอื่นและหลอกตัวเองไปพร้อม ๆ กัน

ตามทางพระคัมภีร์

และรู้ว่าตั้งแต่เด็กมา เจ้าได้คุ้นเคยกับพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถทำให้เจ้ามีปัญญาถึงความรอดด้วยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
2 ทิโมธี 3:15

ยอห์น 5:39

ท่านเปาโลเน้นการที่ทิโมธีรับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคุณแม่และคุณยายสอนเขามาเป็นอย่างดี (1:5) นี่เป็นกำลังใจให้กับพ่อแม่ทุกบ้าน

พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการบันดาลใจจากพระเจ้า มีประโยชน์เพื่อสอน ตักเตือน แก้ไข ฝึกฝนในทางชอบธรรม เพื่อว่าคนของพระเจ้าจะเพียบพร้อม ถูกเตรียมไว้สำหรับงานดีทุกอย่าง
2 ทิโมธี 3:16-17

2 เปโตร 1:20,โรม 4:23, 15:4, 1 ทิโมธี 6:11, 2 ทิโมธี 2:21

รับการบันดาลใจคำนี้ มีความหมายว่าพระเจ้าทรงหายใจออกมา พระเจ้าทรงเปิดเผยความจริงให้กับอัครทูต ผู้เผยพระคำ ดังนั้นผู้เขียนพระคัมภีร์คือองค์พระผู้เป็นเจ้าเอง พระคำทำให้คนของพระเจ้าสมบูรณ์แบบ

2 ทิโมธี 2 คำแนะนำแก่ศิษยาภิบาลหนุ่ม

ทำงานหนักเพื่อพระเจ้า

ดังนั้น ลูกชายของข้าเอ๋ย จงเข้มแข็งในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์และสิ่งซึ่งเจ้าได้ยินจากข้าท่ามกลางพยานหลายคน ก็ให้เจ้าส่งต่อให้กับคนที่ซื่อตรงซึ่งเป็นคนที่สอนคนอื่นได้ด้วย
2 ทิโมธี 2:1-2

1 ทิโมธี 1:2, เอเฟซัส 6:10, สดุดี 40:10, 78:4

อย่างแรกคือ ท่านเปาโลขอให้เข้มแข็งในพระคุณของพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เข้มแข็งด้วยกำลังของตนเอง อย่างที่สองคือ การส่งต่อพระคำของพระเจ้าให้กับคนที่จะส่งต่อไปให้คนรุ่นต่อไป

เจ้าจะต้องอดทนต่อความยากลำบากเหมือนว่าเจ้าเป็นทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ ไม่มีใครที่เข้าไปพัวพันในสงครามจะวุ่นวายอยู่กับ เรื่องของชีวิตนี้ เพราะเขาจะต้องพยายามทำให้ผู้บังคับบัญชาของเขาพอใจ
2 ทิโมธี 2:3-4

2 ทิโมธี 4:5, 1 ทิโมธี 1:18,มัทธิว 16:24

คนที่เป็นทหารที่ค่อย ๆ ได้รับการเลื่อนขั้นตามลำดับรู้ดีว่า การเป็นทหารที่ซื่อตรงต่อผู้บังคับบัญชานั้นต้องควบคุมตนเอง เอาชนะตนเองขนาดไหน ต้องทิ้งตัวตนและหลาย ๆ อย่างในชีวิต หากผู้เชื่อไม่ได้มีความอดทนต่อความลำบาก ก็ยากที่จะทำอะไรสำเร็จเพื่อพระเจ้าได้ …

และเช่นกัน หากคนใดแข่งขันกีฬา เขาจะไม่ได้รับมงกุฎ ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาแข่งตามกติกา เกษตรกรที่ทำงานหนัก สมควรเป็นคนแรกที่ได้รับ
ส่วนแบ่งจากพืชผลที่ได้มา
2 ทิโมธี 2:5-6

1 โครินธ์ 9:10,24,25, เอเฟซัส 6:12, ฮีบรู 6:7

คนของพระเจ้าจะดำเนินชีวิตตามกติกาของพระเจ้าเหมือนนักกีฬา ประเด็นคือ นักกีฬาต้องทำตามกติกา ทำตามใจตัวไม่ได้ ส่วนเกษตรกร ก็ไม่ใช่คนทำอะไรหยิบโหย่ง เขาทำงานหนักมาก พระเจ้าไม่มีที่ให้กับคนเกียจคร้าน

จงไตร่ตรองใคร่ครวญถึงสิ่งที่ข้ากล่าวมา ขอพระผู้เป็นเจ้าประทานความเข้าใจทุกสิ่งให้แก่เจ้า
2 ทิโมธี 2:7

สุภาษิต 2:6

ผู้รับใช้ของพระเจ้าเป็นเหมือนทั้ง
ทหาร-ถ้าไม่สู้ก็ไม่เห็นชัยชนะ
นักกีฬา-ถ้าหยุดแข่งก็ไม่มีเหรียญเกษตรกร-ถ้าเกียจคร้านก็ ไม่ได้พืชผล

ยึดมั่นในความจริง

จงจำไว้ว่า พระเยซูคริสต์ซึ่ง
ทรงเป็นผู้สืบเชื้อสายของดาวิด ได้ทรงคืนชีพจากความตาย
นี่เป็นข่าวประเสริฐที่ข้าประกาศ ข้าทนทุกข์ก็เพื่อข่าวประเสริฐนี้ ข้าถึงกับถูกล่ามโซ่ราวกับโจร แต่พระคำของพระเจ้าไม่มีใครล่ามโซ่เอาไว้ได้
2 ทิโมธี 2:8-9

1 โครินธ์ 15:20, มัทธิว 1:1, โรม 2:16,ฟีลิปปี 1:7,13, 2 ทิโมธี 4:17

การคึนชึพของพระเยซูนั้น เป็นสาระสำคัญยิ่งของความเชื่อ พระองค์ทรงอยู่กับทิโมธี และทิโมธีจะต้องยึดข่าวประเสริฐนี้ไว้ คำว่า โจร.. ในที่นี้ แรงมาก คริสเตียนถูกมองว่าเป็นอาชญากรในโลกโบราณ

ดังนั้นข้าจึงอดทนต่อทุกสิ่ง
เพื่อเห็นแก่คนที่ถูกเลือกไว้
เพื่อว่าพวกเขาจะได้รับความรอดในพระเยซูคริสต์พร้อมกับพระสิริรุ่งโรจน์นิรันดร์
2 ทิโมธี 2:10

เอเฟซัส 3:13, โคโลสี 1:24, 1 โครินธ์ 13:7, 2 โครินธ์ 1:6, 1 เปโตร 5:10

ท่านเปาโลยินดีอดทน เผชิญต่อทุกสิ่งตราบใดที่พระกิตติคุณเผยแผ่ออกไป
ดูคนที่เคยข่มเหงพระคำของพระเจ้ามาเวลานี้ กลายเป็นคนที่ส่งเสริม ประกาศ พร้อมพลีชีวิตเพื่อคำที่เขาเคยข่มเหง

ข้อความนี้เป็นคำสัตย์จริง
เพราะหากว่าเราตายกับพระองค์
เราจะได้มีชีวิตกับพระองค์
ถ้าเรายืนหยัดอดทน
เราจะได้ครองกับพระองค์

2 ทิโมธี 2:11-12a

1 ทิโมธี 1:15, 1 เธสะโลนิกา 5:10, โรม 6:8, วิวรณ์ 20:4, 2 เธสะโลนิกา 1:4-5, โรม 8:17,

การตายกับพระองค์นั้น มีความหมายสองทาง คือบัพติศมาและการถูกข่มเหงเพื่อพระนาม .. ซึ่งในช่วงเวลานั้นเกิดการข่มเหงเป็นอย่างมาก
ความอดทนเป็นสิ่งที่โดดเด่นของผู้ที่เป็นคริสเตียนสมัยนั้น! ที่เป็นเช่นนั้นเพราะความหวังอันมีชีวิตเช่นนี้

หากเราไม่รับพระองค์
พระองค์จะทรงไม่รับเราเช่นกัน หากเราไร้ความจงรักภักดี
พระองค์ยังคงซื่อตรง
เพราะพระองค์ไม่อาจ
ปฏิเสธความเป็นพระองค์เอง
2 ทิโมธี 2:12b-13

ฮีบรู 10:36, มัทธิว 10:33 ,โรม 3:3, 1 โครินธ์ 1:9, กันดารวิถี 23:19, ทิตัส 1:2

และหากเราปฏิเสธพระองค์ พระองค์ก็จะไม่รับเรา การไม่รับพระองค์นี้เป็นได้ทั้งจากการกระทำและคำพูดของเรา
แต่ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร พระเจ้ายังทรงซื่อตรงต่อทุก ๆ คำที่พระองค์ตรัสไว้

เอาใจใส่สิ่งที่สำคัญ

เตือนสติคนของพระเจ้าเรื่องนี้ด้วย และกำชับพวกเขาต่อพระพักตร์
พระเจ้าไม่ให้โต้เถียงกันในเรื่องคำ ซึ่งไม่เป็นผลดี มีแต่จะทำลายคนที่ฟัง
2 ทิโมธี 2 :14

1 ทิโมธี 5:21,6:4,6:13, ทิตัส 3:9,

สิ่งที่ท่านกล่าวมาทั้งหมด ไม่ให้เก็บไว้คนเดียว แต่ให้ทิโมธีเตือนคนอื่นด้วยและให้หยุดการโต้เถียงเอาชนะกัน ที่ทำให้คนฟังหายนะ

จงขยันหมั่นเพียรเต็มที่ เพื่อพระเจ้าจะทรงรับรองยอมรับเจ้าเป็นคนทำงานที่ไม่ต้องอาย จัดการดูแลคำแห่งความจริงอย่างถูกต้อง
2 ทิโมธี 2 :15

ฟีลิปปี 1:20, 1 ยอห์น 2:28

คำเตือนของท่านเปาโลชัดเจนมากที่จะให้ทิโมธี ทำงานแบบที่พระเจ้าจะทรงชมเขาในวันสุดท้าย มีการใช้ความจริงของพระเจ้าอย่างตรงไปตรงมาเหมือนช่างอิฐที่ก่ออิฐอย่างงดงามไม่คดเคี้ยว คนทำงาน (ergaten)ในที่นี้ หมายถึงการงานที่ใช้แรงงานเป็นหลัก

จงหลีกเลี่ยงคำพูด ไร้สาระโง่เขลา มันยิ่งนำไปสู่ความตกต่ำไร้พระเจ้า คำพูดเหล่านั้นจะแพร่กระจายไปเหมือนเนื้อตายเน่า พวกนั้นรวมถึงฮีเมเนอัสกับฟีเลทัสด้วย เป็นคนที่หลงไปจากความจริงโดยกล่าวว่า การฟื้นคืนชีพเกิดขึ้นไปแล้ว เป็นการ ทำลายความเชื่อของพี่น้องบางคน
2 ทิโมธี 2:16-18

ทิตัส 3:9, 1 ทิโมธี 6:20, 1:20, 1 โครินธ์ 15:12,

คำที่ดูเหมือนฉลาดแต่โง่ในทางพระเจ้านี้ ทำให้คนมากมายหลงทางไป เป็นไปได้ที่คริสเตียนที่ภักดี แต่กลับไม่เข้าใจทางของพระเจ้าก็อาจหลงไปด้วย

แต่รากฐานอันมั่นคงของพระเจ้า
ยังคงอยู่ โดยมีการประทับตราว่า
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบว่าใครเป็นของพระองค์”
และ “ให้ทุกคนที่ออกพระนามของ
องค์พระผู้เป็นเจ้าละทิ้งความชั่ว”
2 ทิโมธี 2:19

กันดารวิถี 16:5, เนหะมีย์ 1:7, ยอห์น 10:14,27, ลูกา 13:27, 1 โครินธ์ 8:3,
อิสยาห์ 26:13,อิสยาห์ 52:11

แม้มีผู้เชื่อที่หลงไป แต่คริสตจักรของพระเจ้าจะดำรงอยู่ มั่นคง ศิลามุมเอกจะเป็นรากฐานมั่นคง อิสยาห์ 27:16
การประทับตรานั้นบ่งว่า เขาเป็นของพระเจ้า เขามีความมั่นคงปลอดภัย และเขาเป็นของแท้

ดำเนินชีวิตที่พระเจ้าจะทรงใช้ได้

ในบ้านใหญ่หลังหนึ่งไม่ได้มีแค่ภาชนะทองและเงิน แต่ยังมีไม้และดินด้วย บ้างก็ใช้ในงานมีเกียรติ บ้างก็ใช้ในงานธรรมดา ดังนั้น หากใครชำระตัวเองจากสิ่งที่ไร้เกียรติ เขาก็จะเป็นภาชนะที่ใช้ในงานมีเกียรติ ถูกแยกไว้เป็นของบริสุทธิ์ มีประโยชน์สำหรับเจ้าบ้าน พร้อมสำหรับงานที่ดีทุกอย่าง
2 ทิโมธี 2:20-21

1 ทิโมธี 3:15, โรม 9:21, สุภาษิต 25:4, อิสยาห์ 52:11, 2 ทิโมธี 3:17,ทิตัส 3:1,1 ทิโมธี 5:10

ตอนนี้ท่านเปาโลกำลังหมายถึงคริสเตียนที่รับใช้พระเจ้าอย่างซื่อตรง
มีความมั่นคงในการติดตามพระเจ้า กับคนที่บอกว่าเชื่อพระเจ้าแต่ไม่ถวายเกียรติพระเจ้า สอนผิด หากคนใดหลีกเลี่ยงจากสิ่งไร้เกียรติ พระเจ้าก็จะทรงใช้เขาได้ในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งน่าจะหมายถึงคริสตจักรของพระเจ้านั่นเอง

ดังนั้นให้หลีกหนีจากความเร่าร้อนของคนหนุ่ม และตามติดความชอบธรรม ความเชื่อ ความรักและสันติ พร้อมไปกับคนที่ร้องเรียกองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยใจใสสะอาด
2 ทิโมธี 2:22

1 ทิโมธี 6:11,4:12, กิจการ 7:59,9:14,
1 ทิโมธี 1:5

กล่าวโดยสรุป ท่านเปาโลขอให้ทิโมธีหลีกหนี วิ่งออกจากหัวใจคนหนุ่มที่เร่าร้อนเรื่องต่าง ๆในทางตรงข้ามเขาจะต้องวิ่งหาการประพฤติถูกต้อง ความเชื่อ รักพี่น้อง รักสันติ พร้อมๆ ไปกับพี่น้องในคริสตจักร

อย่าไปยุ่งกับการโต้แย้งที่โง่เขลาไร้สาระ เจ้าก็รู้ว่ามันยิ่งก่อให้เกิดการทุ่มเถียงกันเพิ่มขึ้นอีก ผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะต้องไม่เป็นคนช่างทะเลาะ แต่ต้องมีน้ำใจดีต่อทุกคนมีทักษะการสอน อดทนเมื่อคนอื่นทำผิดต่อเขา
2 ทิโมธี 2:23-24

1 ทิโมธี 6:4, 1 ทิโมธี 3:3, 1 เธสะโลนิกา 2:7, 1 ทิโมธี 3:2

ยิ่งกว่านั้น ต้องหลีกหนีจากการโต้เถียงให้ได้ ปฏิเสธไม่เข้าสู่การตอบโต้ เราจะเห็นว่าโลกข้างนอกก็มีการโต้เถียงการต่อต้านกันมากมายอยู่แล้ว
ต้องไม่ให้พฤติกรรมแบบนั้นเข้ามาในคริสตจักรชัดเจนว่าคนของพระเจ้าต้องมีลักษณะอย่างไร น้ำใจดี อดทน ไม่ช่างทะเลาะ

และแก้ไขความผิดของฝ่ายตรงข้ามอย่างอ่อนสุภาพ เผื่อว่าพระเจ้าจะทรงให้เขากลับใจ ทำให้เขารู้ความจริง และเขาจะได้กลับมามีสติ และหนีจากกับดักมารที่พยายามจับเขาเป็นเชลยเพื่อให้ทำตามใจของมัน 2 ทิโมธี 2:25-26

กาลาเทีย 6:1, ทิตัส 3:2, 1 ทิโมธี 6:11, 1 เปโตร 3:15, ดาเนียล 4:27, กิจการ 8:22

คนของพระเจ้าจะต้องสอนเป็น อดทน และน้ำใจดี เราหลายคนอาจขาดสิ่งเหล่านี้ แต่สร้างได้ ต้องไม่ลืมว่า เวลาเตือนสติคนอื่น เรากำลังช่วยให้เขาพ้นกับดักมารที่หลอกล่อให้คนตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ