มีคาห์ 4 พระยาห์เวห์จะทรงครอง

ไม่ทราบผู้วาด วาดประมาณ ปี 1880

เราอยู่ใต้องค์พระยาห์เวห์ 
ภาพของนครเยรูซาเล็ม
บาบิโลนทำลายเยรูซาเล็ม
แต่วันหนึ่งนครแห่งนี้จะกลายเป็นเมืองหลวง
จะมีเวลาแห่งความสงบ
ผู้คนปรารถนาจะเดินในทางของพระเจ้า

1 ในเวลาช่วงสุดท้าย
เนินเขาแห่งพระวิหารจะถูกสถาปนาขึ้น
เป็นภูเขาสูงสุดในบรรดาเนินเขาทั้งหลาย  
และชนชาติต่าง ๆ
จะหลั่งไหลเข้าไปยังที่แห่งนั้น
ชาติต่าง ๆ มากมายจะเข้ามาและกล่าวว่า
“มาเถิด เราขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์กัน
ไปให้ถึงพระนิเวศของพระเจ้าแห่งยาโคบ 
พระองค์จะทรงสอนวิถีทางของพระองค์ให้แก่เรา

เพื่อว่าพวกเราจะได้เดินไปตามทางของพระองค์”
เพราะว่าบทบัญญัติจะออกมาจากศิโยน
และพระดำรัสของพระยาห์เวห์จะมาจากเยรูซาเล็ม 

3 พระองค์จะทรงตัดสินความ
ระหว่างชาติต่าง ๆ และจะยุติการพิพาท
ให้กับชาติมหาอำนาจซึ่งอยู่ห่างไกล  
พวกเขาจะตีดาบให้กลายเป็นคันไถ
และตีดาบให้กลายเป็นขอลิดกิ่ง
ชาติต่าง ๆ จะไม่ใช้ดาบปะทะกันอีก
และจะไม่มีการฝึกการรบอีกต่อไป
 4 ทุกคนจะนั่งใต้เถาองุ่นของตน
ใต้ต้นมะเดื่อของตน
โดยไม่มีใครมาทำให้เขากลัว
เพราะพระยาห์เวห์ได้ตรัสสัญญา
โดยพระโอษฐ์ของพระองค์
5 แม้ชาติทั้งหลายต่างดำเนินชีวิต
ภายใต้นามของเทพเจ้าของพวกเขา
แต่เราดำเนินชีวิตไปใน
พระนามแห่งพระยาห์เวห์
พระเจ้าของเรา
ตลอดไปเป็นนิตย์ 

การปกครองที่กลับคืนมา (ฝูงแกะของพระเจ้า)
พระเจ้าจะทรงรวบรวมผู้คนของพระองค์
คืนมา จะทรงดูแลคนพิการ คนที่ทุกข์เจ็บปวด
พระผู้เลี้ยงทรงเป็นกษัตริย์ของพวกเขา

6 พระยาห์เวห์ทรงประกาศว่า
“ในวันนั้น เราจะรวบรวมคนพิการ
และรวบรวมคนที่กระจัดกระจายไป
คนที่เราได้ทำให้พวกเขาเจ็บปวด 
7 เราจะทำให้คนพิการเป็นคนที่เหลืออยู่
ให้คนที่ถูกเนรเทศไปไกล
กลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง
แล้วพระยาห์เวห์จะทรงปกครองพวกเขา
จากภูเขาศิโยน
จากวันนั้นตลอดไปเป็นนิตย์
8 และเจ้า คือผู้เฝ้ายามสำหรับฝูงแกะ 
เป็นที่มั่นของลูกสาวศิโยน 
การปกครองเดิมจะกลับมาหาเจ้า
ลูกสาวของศิโยนจะได้รับอำนาจสูงสุด
เพื่อปกครอง

จากการเป็นเชลยสู่ชัยชนะ
การเกิด ยูดาห์จะถูกกวาดไปบาบิโลน
เป็นเวลาแห่งความเจ็บปวด ซึ่ง
ในที่สุดจะนำมาซึ่งพระพร พระเจ้า
จะทรงรื้อฟื้นพวกเขา


9  บัดนี้ เหตุใดเจ้าจึงร้องเสียงดังนัก? 
ไม่มีกษัตริย์กับเจ้าอย่างนั้นหรือ? 
เหล่าที่ปรึกษาพบหายนะ
จนทำให้เจ้าเจ็บปวดราวกับผู้หญิงกำลังคลอด? 
10 ลูกสาวของศิโยนเอ๋ย
จงบิดตัวและร้องออกมาเถิด
เหมือนผู้หญิงที่กำลังคลอด
เพราะบัดนี้ เจ้าจะต้องละจากเมืองไป
และตั้งค่ายอยู่ในที่โล่ง 
เจ้าจะต้องไปยังบาบิโลน
และเจ้าจะได้รับการช่วยกู้ ณ ที่นั่น
พระเจ้าจะทรงไถ่เจ้า
จากอำนาจของศัตรู ณ ที่นั้น 

การเก็บเกี่ยว รวบรวม
คนของพระเจ้าจะชนะศัตรูที่พยายาม
ทำลายล้างพวกเขา เป็นเหมือนการ
ฝันร่อน และสิ่งที่เก็บเกี่ยวมาได้ จะถูก
นำมาถวายพระเจ้า


11  บัดนี้ ชาติต่าง ๆ
กำลังรวมตัวเข้ามาโจมตีเจ้า
พวกเขากล่าวว่า
“ทำให้ศิโยนเป็นมลทินเถิด
และเราจะได้สะใจ
กับการเห็นศิโยนเป็นแบบนั้น”
12  แต่พวกเขาไม่รู้ถึงพระดำริของพระยาห์เวห์
พวกเขาไม่เข้าใจแผนของพระองค์
ว่าพระองค์จะทรงรวบรวมพวกเขา
เหมือนรวบฟ่อนข้าวที่เอาไปยังลานนวดข้าว 

13 จงลุกขึ้น และนวดข้าวเถิด
ลูกสาวศิโยน
เพราะเราจะทำแท่งเขาเหล็กให้กับเจ้า
และทำกีบทองสัมฤทธิ์ให้เจ้า 
เพื่อว่าเจ้าจะได้บดขยี้ชนหลายชาติ
ให้แหลกราญไป 
แล้วเจ้าจะได้ถวายของริบ
แก่พระยาห์เวห์
ถวายความมั่งคั่งของพวกเขา
แด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งแผ่นดินโลกทั้งสิ้น

อธิบายเพิ่มเติม

สองบทต่อไปนี้ เป็นการบอกถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง พระเจ้าจะทรงครอบครองจากศิโยน เป็นภาพที่แตกต่างจากบทก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง  อิสยาห์ 2:2-4 กับมีคาห์ 4:1-3 เป็นคำพูดที่เป็นแนวคิดเดียวกัน เหมือนกัน ทำให้เรารู้ว่า พระเจ้าทรงย้ำเน้นเรื่องนี้อีกครั้งโดยผู้เผยพระดำรัสสองคน  ต้องเป็นเหตุการณ์สำคัญมาก
ภาพของนครเยรูซาเล็ม
4:1 ในเวลายุคสุดท้าย มีความหมายจากวันที่พระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ มาจนถึงวันนี้ เราไม่ทราบว่า จะยาวนานเพียงใด แต่ยุคนี้จะจบด้วยการที่พระเจ้าจะทรงครอบครองโลกนี้
พระองค์ทรงถูกเลือกไว้ก่อนวางรากฐานโลก แต่ทรงให้พระองค์ปรากฏในยุคสุดท้ายเพื่อพวกท่าน 1 เปโตร 2:20
และคนอิสราเอลจะกลับมาหาพระเจ้า มีคาห์พูดเหมือนโฮเชยา 3:5. หลังจากนั้น ชนอิสราเอลจะกลับมาและแสวงหาพระยาห์เวห์ พระเจ้าของพวกเขา และดาวิด กษัตริย์ของพวกเขาพวกเขาจะมาด้วยความยำเกรงพระยาห์เวห์และมารับพระพรพระคุณของพระองค์ในวาระสุดท้าย
พระคำตอนนี้ เหมือนกับอิสยาห์ 2  เนินเขาแห่งพระวิหารจะถูกยกขึ้นให้สูงกว่าที่เป็นอยู่  มีความเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ยกระดับความสูงของพื้นที่เยรูซาเล็ม  ผู้คนจะหลั่งไหลไปที่นั่น

4:2 พวกเขาจะชวนกันไป มีน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อที่จะฟังพระดำรัสของพระเจ้า  หลายชาติจะยอมรับอิสราเอลว่าเป็นคนของพระเจ้า และพวกเขาจะต้องมาที่เยรูซาเล็มเพื่อเรียนทางของพระองค์   ซึ่งในวันนี้เราจะเห็นว่า ความรู้สึกต่อต้านยิว หรือ Anti-Semetic  กำลังรุนแรงอย่างมากในโลก ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้  แต่คนของพระเจ้าก็กำลังต่อสู้ พระเจ้ากำลังเรียกคนจำนวนมากกลับมาหาพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นในอิหร่าน ในประเทศจีน แม้กระทั่งในอังกฤษที่หลงทางไปจากพระเจ้ามาเนิ่นนาน ณ วันนี้ ผู้คนก็กำลังกลับมาหาพระเจ้าเพราะพวกเขากำลังเผชิญกับศัตรูที่น่ากลัวมากในเรื่องของ ปัญหา Immigration ที่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสู้ไหวเลย  (ขณะเขียนคือ กันยายน 2025)
     แต่สำหรับมีคาห์แล้ว เขากำลังบอกว่า โลกจะกลับมาหาพระเจ้า โดยมีอิสราเอลเป็นตัวกลาง อพยพ 19:6 และพวกเจ้าจะเป็นอาณาจักรแห่งปุโรหิตทั้งหลาย และเป็นประชาชาติที่บริสุทธิ์ นี่คือสิ่งที่เจ้าจะต้องพูดกับชาวอิสราเอล
มีคาห์บอกเราว่า พระเจ้าจะตรัสจาก เยรูซาเล็ม!! ที่จริงแล้วน่าตื่นเต้นมากว่า พระเจ้าจะทำอะไรกับโลกนี้ เพราะความร้อนระอุของสงครามอิสราเอลกับชาติรอบข้างยังไม่มีภาพลงตัวให้พวกเราเห็นเลย 

4:3 องค์พระผู้เป็นเจ้าคือ องค์ผู้พิพากษาคนทั้งโลก ตรงนี้น่าสนใจมาก ว่า มีคาห์ได้กล่าวถึงชาติมหาอำนาจที่อยู่ห่างไกล
ต่อไปประชาชาติต่าง ๆ จะไม่ได้ทำสงคราม แต่จะเปลี่ยนอาวุธให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างอาหารให้ประชากรโลก 
พระองค์จะทรงตัดสินความระหว่างชาติต่าง ๆ และจะยุติการพิพาทให้กับชาติมหาอำนาจซึ่งอยู่ห่างไกล  ซึ่งทำให้เราคิดถึงชาติต่าง ๆ ทั่วโลกในเวลานี้ ที่ในช่วงเวลาของมีคาห์ พวกเขายังไม่รู้จัก หรือยังไม่เกิดชาตินั้นเลย
ชาติแม้จีนจะมีประเทศแล้ว (รวมจีน 221 ปีก่อนคริสตศักราช) ) แต่มหาอำนาจอย่างอเมริกา(เกิดเมื่อ 1607)หรือรัสเซีย(เกิดปี 862)ยังไม่มีตัวตนเลย

4:4  ทั้งโลกจะได้พบกับสันติสุข!! เราต้องดูต่อไป ? ตอนนี้ทุกมุมโลกของเรากำลังเผชิญกับสงครามทั้งใหญ่และเล็ก เป็นสงครามตรงไปตรงมา แต่มีความลึกลับซับซ้อนเพราะเหล่ามหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง   แต่มีคาห์ยืนยันว่า ผู้คนจะได้มีสันติสุขกับเถาองุ่น มะเดื่อ ซึ่งมีความหมายถึงพระพรของพระเจ้าในไร่นา ในการทำมาหากินของพวกเขา  และนี่เป็นพระสัญญาที่มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า  

4:5 ประเทศต่าง ๆ ในโลกต่างมีความเชื่อในศาสนาของตน มีเทพเจ้าต่าง ๆ ที่ตกทอดกันมานานแสนนาน    แต่ในอนาคต จะมีคนจำนวนหนึ่งจากชาติต่าง ๆ ที่เป็นโลกมืด ได้มาพบพระเจ้าอีกมากมาย  จะดำเนินชีวิตใต้พระเจ้า ไม่ได้อยู่ใต้เทพเจ้าใด ๆ อีก  เป็นชีวิตที่บริสุทธิ์ อย่างที่พระเจ้าทรงบริสุทธิ์  พวกเขาคือเหล่าคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ (ในเมื่อสรรพสิ่งจะถูกทำลายไปเช่นนี้ จึงชัดเจนว่า ท่านควรเป็นคนอย่างไร ให้ใช้ชีวิตบริสุทธิ์ในทางของพระเจ้ารอคอยและเร่งวันขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นวันที่ฟ้าสวรรค์จะถูกเผาและสูญสลายไป และเทหวัตถุในนั้นจะหลอมละลายไปกับความร้อนยิ่ง. 2 เปโตร 3:11-12)

การปกครองที่กลับคืนมา (ฝูงแกะของพระเจ้า)
4:6 อิสราเอลที่ถูกกระจัดกระจายไปในประเทศต่าง ๆ นั้น มีทั้งที่กลับมายังอิสราเอลแล้ว และยังมีคนหลงเหลือตามประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ยุโรป อเมริกา และทางเหนือของอัฟริกา  คนเหล่านี้ พระเจ้าทรงให้เขาต้องเผชิญกับการข่มเหงจากเจ้าของประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันจบ  แต่ก่อนที่พระเจ้าจะทรงครอบครองหนึ่งพันปีในวันสุดท้ายนั้น พระเจ้าจะทรงรวบรวมพวกเขากลับมา

ตั้งแต่ที่ถูกจับไปเป็นเชลย โดยอัสซีเรีย และบาบิโลน คนยิวไม่ได้กลับมาจากการเป็นเชลยของอัสซีเรียและที่กลับมาจากบาบิโลนก็ไม่ได้กลับมาหมด
ลูกา 21:24 เล่าว่า พวกเขาจะต้องถูกไปเป็นเชลยทั่วทุกชาติ คนต่างชาติจะเหยียบย่ำเยรูซาเล็ม  จนกว่ากำหนดของคนต่างชาติจะครบถ้วน

(อาจมีการแปลความหมายของพระคำตอนนี้แตกต่างไปมากเพราะมีคนทั้งที่เชื่อว่าจะมีการปกครองหนึ่งพันปี และบางคนก็ไม่เชื่อ บางคนคิดว่า หนึ่งพันปีนั้นผ่านไปแล้ว ถ้าเกิดความไม่ชัดเจนก็ยังไม่ต้องตกใจ เราจะดูกันต่อไปว่า พระเจ้าจะทรงให้เกิดอะไรขึ้น )

4:7 พระเจ้าทรงสัญญาที่จะทำให้คนพิการซึ่งเป็นคนที่สังคมโยนทิ้ง คนยิว กลายเป็นประเทศที่แข็งแกร่ง และพระองค์จะทรงปกครองพวกเขาจากศิโยน  สมกับคำที่สดุดี 146:10 กล่าวว่า พระเจ้าจะทรงปกครองเป็นนิตย์  นั่นคือ พระเยซูจะทรงปกครองไปจนถึงวันที่โลกเดิมนี้สิ้นสุดลง (/ เปโตร  3:10 วันขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะมาอย่างขโมย ฟ้าสวรรค์จะสูญสิ้น!!)

4:8 นอกจากพระเจ้าจะปกครองจากศิโยนแล้ว  ที่นี่จะเป็นดั่งคนยาม คอยดูแลคนของพระเจ้า  มีป้อมที่จะเป็นที่ลี้ภัย
 น่าจะมีการรื้อฟื้นการปกครองของดาวิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็หมายถึงองค์พระเยซูคริสต์นั่นเอง (อาโมส 9:11 11 ในวันนั้น เราจะตั้งเต็นท์ของดาวิดที่ล้มลงขึ้นมาใหม่  เราจะซ่อมแซมส่วนที่แตกหักไป จะรื้อฟื้นสิ่งที่พังทลาย และสร้างขึ้นมาใหม่เหมือนวันวารในอดีต)   การปกครองด้วยพระเจ้าอย่างเดิมจะกลับมายังอิสราเอล 

ากการเป็นเชลยสู่ชัยชนะ
4:9-10 นี้ เป็นภาพของอิสราเอลที่ไปตกเป็นเชลยในศิโยน ไม่มีกษัตริย์ของตนเอง พวกเขาร้องเสียงดังอย่างเจ็บปวด ไม่มีทางหนีรอด
ขณะนี้มีคาห์มองไปในอนาคตอันใกล้ (ไม่ถึงยุคของเรา) เป็นช่วงเวลาอีกไม่นานที่ยูดาห์จะถูกกวาดไปเป็นเชลย   มีคาห์กำลังแจ้งให้ยูดาห์รู้ว่า ต่อไปอนาคตของพวกเขาคือ จะต้องไปอยู่ที่ในที่โล่ง เป็นการเดินทางที่ยาวนาน  พบกับหายนะ ความเจ็บปวด การไม่มีกษัตริย์ 
แต่มีคาห์ยังปลอบใจให้รู้ว่า พระเจ้าจะทรงไถ่พวกเขาจากบาบิโลนแน่นอน เป็นเราได้ยินอย่างนี้ยังใจชื้นขึ้นมา  พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งพวกเขา ที่นั่น เขาจะได้หันมามองชีวิตที่เคยเป็นชนชาติอิสระ
การกล่าวถึงบาบิโลนนั้น ฟังแล้วเหมือนไม่น่าเชื่อ เพราะตอนนั้น ผู้ที่ข่มขู่อิสราเอลมากที่สุดคือ อัสซีเรีย  บาบิโลนยังไม่ได้เป็นมหาอำนาจ

การเก็บเกี่ยว รวบรวม
4:11 ชาติต่าง ๆ ยุคโบราณต่างต้องการทำลายอิสราเอล พวกเขาเกลียดชังพระเจ้าเที่ยงแท้แห่งอิสราเอล และคิดว่า จะทำลายพระองค์ได้
พวกเขาทำทุกด้านไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร การเมือง หรือการหลอกให้อิสราเอลหลงไปกับรูปเคารพ  ซึ่งไม่ได้ต่างอะไรกับยุคปัจจุบันเลย
เราเห็นความเกลียดชังเหนือธรรมชาติ ข้ามกาลเวลาจากโลกโบราณจนถึงยุคใหม่นี้ ..

4:12 แต่พวกเขาไม่รู้ว่า การต่อต้านพระเจ้านั้นคือหายนะ พระเจ้าจะทรงรวบรวมพวกเขาเหมือนฟ่อนข้าว เพื่อนำไปเผา

4:13 ทำไมพระเจ้าจึงเรียกคนอิสราเอล (ลูกสาวศิโยน)ให้บดขยี้คนหลายชาติ​?  นี่คือแผนการของพระองค์ที่พระเจ้าจะทรงให้กำลังกับพวกเขา เพื่อเอาชนะ และให้คนทั้งโลกได้ยอมสยบต่อพระเจ้าสูงสุด  ( ซึ่งตรงนี้เรายังมองไม่เห็น เกิดขึ้นเมื่อไรเราจะเห็นว่าคำพยากรณ์นี้เกิดขึ้นจริง)  ตอนนี้ (กย.2025) เรายังเห็นการต่อสู้ของอิสราเอลอย่างหนัก เป็นศึกที่ไม่ได้สิ้นสุด แต่กำลังต่อสู้รอบด้านเพื่อต่อต้านศัตรูที่ต้องการทำลายอิสราเอลให้สิ้นซาก ทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นนั้น มีคำพยากรณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว บางข้อความตรงจนน่าตกใจ

นี่เป็นภาพการปกครองของพระเมสสิยาห์  เศคาริยาห์ 14:12-15 12 พระผู้เป็นเจ้าจะให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นกับชนชาติทั้งปวงที่โจมตีเยรูซาเล็มคือ เนื้อหนังของพวกเขาจะเน่าขณะที่พวกเขายังยืนอยู่ ลูกตาของพวกเขาจะเน่าในเบ้าตา และลิ้นของพวกเขาจะเน่าในปาก13 และในวันนั้น พระผู้เป็นเจ้าจะทำให้พวกเขาตื่นตระหนกยิ่งนัก แต่ละคนจะคว้ามือของอีกคนหนึ่ง และต่างก็จะโจมตีกันเอง 14 ยูดาห์จะต่อสู้ที่เยรูซาเล็ม สมบัติของประชาชาติทั้งปวงโดยรอบจะถูกเก็บรวบรวมคือ ทองคำ เงิน และเครื่องแต่งกายจำนวนมหาศาล 15 และภัยพิบัติอย่างเดียวกันนี้จะเกิดแก่ม้า ล่อ อูฐ ลา และสัตว์ป่าชนิดใดก็ตามที่อยู่ในค่ายเหล่านั้น
และสันติสุขนิรันดร์ที่จะเกิดขึ้น หลังจากการพิพากษาในข้อ 12

พระคำเชื่อมโยง

มีคาห์ 4
1* อิสยาห์ 2:2-4
3*อิสยาห์ 2:4; สดุดี72:7
4* เศคาริยาห์ 3:10
5* เศคาริยาห์ 10:12
6* เอเสเคียล 34:16; สดุดี 147:2
7* มีคาห์ 2:12;อิสยาห์ 9:6; 24:23


9* เยเรมีย์ 8:19; อิสยาห์ 13:8
10* อาโมส 5:27; อิสยาห์ 45:13; สดุดี 18:17
11* เพลงคร่ำครวญ 2:16; โอบาดีย์ 12
12* อิสยาห์ 55:8-9; 21:10
13* เยเรมีย์ 51:33; อิสยาห์ 41:15; ดาเนียล 2:44; อิสยาห์ 18:7; เศคาริยาห์ 4:14

มีคาห์ 3 ศิโยนร้างเพราะเจ้า!

บทที่ 3 
พิพากษาเหล่าผู้นำทุจริต
1 แล้วข้าพเจ้ากล่าวว่า “เหล่าผู้นำของยาโคบ
ผู้ปกครองวงศ์วานอิสราเอล 
เจ้าเอง เป็นผู้ที่ควรรู้ว่า
ความยุติธรรมเป็นอย่างไรมิใช่หรือ?
2 แต่เจ้าชังความดีและรักความชั่ว
เจ้าลอกหนังของประชากร
และแล่เนื้อออกจากกระดูกของพวกเขา 
3 เจ้ากินเนื้อของประชากรของเรา
หลังจากที่เจ้าแล่เนื้อของพวกเขาออกมา
และยังสับกระดูกเป็นชิ้น ๆ 
เหมือนกับเนื้อสดที่จะใส่ลงในกระทะ
เหมือนอย่างเนื้อที่หั่นลงหม้อต้ม”
4 แล้วพวกเขาจะร่ำร้องทูลต่อองค์พระยาห์เวห์ 
แต่พระองค์จะไม่ทรงตอบ
ในเวลานั้น พระองค์จะทรงซ่อนพระพักตร์จากพวกเขาเนื่องจากความชั่วร้ายที่พวกเขาได้ลงมือทำ

พิพากษาผู้เผยพระดำรัสเท็จ
5 พระเจ้าได้ตรัสเรื่องผู้เผยพระดำรัส
ที่นำให้ประชากรหลงทางไป
คนที่ประกาศสันติสุขยามที่มีคนให้อาหารเขา
แต่จะประกาศสงคราม เมื่อไม่มีใครให้อาหารเขากิน
 6 ดังนั้น มันจะเป็นความมืดสำหรับเจ้า
เจ้าจะไม่มีจินตภาพอีกต่อไป
ทุกอย่างจะคืบคลานสู่ความมืด
เจ้าจะไม่มีการทำนายอีกต่อไปแล้ว
ไม่มีดวงอาทิตย์สำหรับผู้เผยพระดำรัสเหล่านี้ 
กลางวันจะกลายเป็นความมืดเหนือพวกเขา

7 ผู้ทำนายจะต้องขายหน้า 
พวกหมอดูจะเสียหน้า
พวกเขาเอามือปิดปากของตน
เพราะไม่มีคำตอบจากพระเจ้าเลย”
8  แต่ส่วนข้าพเจ้านั้น
ข้าพเจ้าเต็มด้วยฤทธิ์เดช
โดยพระวิญญาณของพระยาห์เวห์
พร้อมด้วยความยุติธรรมและพลัง
เพื่อประกาศให้ยาโคบรู้ว่า
พวกเขาได้ล่วงละเมิด
และให้อิสราเอลรู้ถึงบาปของพวกเขา 
9 จงฟังคำต่อไปนี้  เหล่าผู้นำของวงศ์วานยาโคบ และผู้ปกครองวงศ์วานอิสราเอล  พวกเจ้าที่เกลียดชังความยุติธรรม และบิดเบือนความถูกต้อง 
10  ผู้สร้างศิโยนด้วยการนองเลือด
และสร้างเยรูซาเล็มด้วยความอยุติธรรม 
11  ผู้นำต่างปกครองด้วยสินบน
ปุโรหิตก็สอนเพื่อเห็นแก่สินจ้าง
เหล่าผู้เผยพระดำรัสต่างกล่าวคำทำนาย
เพราะเห็นแก่เงิน
แต่แล้ว พวกเขาก็แสร้งทำเป็นพึ่งพระยาห์เวห์
โดยกล่าวว่า
“พระยาห์เวห์ไม่ได้ทรงอยู่ท่ามกลางเราหรอกหรือ?
จะไม่มีหายนะตกอยู่กับเรา”
12 ดังนั้น เป็นเพราะพวกเจ้า
ศิโยนจะถูกไถเหมือนกับท้องทุ่ง 
เยรูซาเล็มจะกลายเป็นซากปรักหักพัง
และเนินเขาแห่งพระวิหารจะกลายเป็นพงหนาม 

อธิบายเพิ่มเติม

3:1 คำ  “แล้วข้าพเจ้ากล่าวว่า” ทำให้รู้ว่าเป็นเรื่องต่อเนื่องจากที่พูดครั้งก่อน    คราวนี้มีคาห์กล่าวกับผู้นำของอิสราเอลโดยตรง  น่าจะเป็นคนพวกที่มีความรู้ด้านกฎหมายการปกครอง สิ่งที่สมควรทำคือ พวกเขาต้องเป็นคนที่นำความยุติธรรมให้กับประชาชน แต่หาทำอย่างนั้นไม่ พวกเขาทำสิ่งที่ตรงกันข้าม 

3:2 พวกเขารักความชั่วนัก ซึ่งทำให้เขาไม่สามารถรักและเห็นใจผู้คนได้ สิ่งที่มีคาห์กล่าวนั้น ดูน่าสยดสยอง เป็นภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้น พวกเขาลอกหนัง แล่เนื้อประชากร (อิสยาห์ 1:16-17)

3:3 ที่หนักไปกว่านั้นคือการกินเนื้อสับกระดูกพวกเขา ลงในหม้อต้ม  ทั้งหมดนี้มีความหมายอย่างไรหรือ พวกเขาไม่น่าจะเป็นมนุษย์กินคนนี่นา  ความหมายคือ พวกเขามองประชาชนเป็นดั่งสัตว์ป่าที่เขาจะทำอะไรก็ได้ อย่างไรก็ได้ตามใจจนประชาชนเสียหายยับเยินทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เขาไม่ปฏิบัติกับประชาชนเยี่ยงมนุษย์ (เศฟันยาห์ 3:3)

3:4 ขณะที่ทำชั่วขนาดนั้น ก็ยังทำตัวว่าเข้าเฝ้าพระเจ้าได้โดยไม่คิดเลยว่า บาปของตนนั้น เป็นที่น่าชังสำหรับพระเจ้าเพียงใด เราจะเห็นคนสอนผิดมากมายที่เป็นเช่นนี้ พวกเขากล้าโกหก ทำร้ายพี่น้องด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ของตน แต่ยังทำทีเหมือนคนใกล้ชิดพระเจ้า ดูเป็นคนดีสูงส่ง พระเจ้าจะไม่ทรงฟังพวกเขา จะทรงซ่อนพระพักตร์ด้วย ไม่มีวันที่พวกเขาจะเข้าถึงพระเจ้าได้

 3:5 ส่วนผู้นำฝ่ายวิญญาณก็เห็นแก่สินจ้างอย่างที่สุด ถ้าให้ประโยชน์ก็จะทำเป็นเผยคำที่ดี แต่ถ้าไม่มีใครให้ค่าจ้างก็จะเผยคำที่ทำให้เกิดความกลัว

3:6 พระเจ้าจะไม่มอบจินตภาพใด ๆ ให้กับพวกเขาอีก ทั้ง ๆ ที่พระองค์เคยให้แก่พวกเขาเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ต่อไปทุกอย่างที่เขาพูดออกมา ไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่มาจากความคดในใจ

3:7 หมดหวังที่จะเป็นผู้สื่อสารของพระเจ้า

3:8 ในเวลาเดียวกัน มีคาห์รู้ว่า พระวิญญาณของพระเจ้าสถิตกับเขา  เพื่อประกาศให้อิสราเอลได้รู้ถึงความผิด และกลับใจซึ่งเป็นข่าวสารที่สำคัญมากสำหรับประชาชนและผู้นำอิสราเอล
คำกล่าวของมีคาห์ทำให้เห็นว่า หากผู้รับใช้ของพระเจ้าซื่อตรงและกล่าวคำของพระองค์ด้วยฤทธิ์เดชแล้วละก็ เขาเองจะเป็นผู้รู้สึก ตระหนักได้ถึงฤทธิ์เดชของพระเจ้าที่ผ่านตัวเขา.. และคำกล่าวทุกคำจะไม่ต่อต้านคำกล่าวต่าง ๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้

3:9-10 ตอนนี้ มีคาห์สั่งให้ผู้ปกครอง ทั้งกษัตริย์ ราชวงศ์ ทั้งหลายให้ใฃตั้งใจฟังให้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง มีคาห์ได้บอกพวกเขาตรง ๆ ว่า พวกเขาไม่ได้มีหลักนิติธรรมในการปกครองแล้ว  แต่กลับบิดเบือนความจริงทำให้ประชาชนเกิดความกลัว มีการฆ่าล้าง และสร้างบัลลังก์ขึ้นมาบนความอยุติธรรม

3:11  มีคาห์ไม่ได้เว้นใครเลย ผู้นำการปกครองรับสินบน  ปุโรหิตก็สอนเพราะได้รับค่าจ้าง ยิ่งสอนเก่ง คนยิ่งนิยมส่วนผู้เผยพระดำรัสก็จะกล่าวคำดี ๆ เมื่อมีคนให้เงินทั้งหมดนี้ พวกเขาทำทีว่า พระเจ้าอยู่กับเขา พระเจ้าจะช่วยทั้ง ๆ ที่มีคาห์ได้บอกชัดเจนตรงกันข้ามกับที่พวกเขาพูด 

3:12 คำพูดของมีคาห์ที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ ได้ไปถึงกษัตริย์ เฮเซคียาห์ และท่านก็เชื่อฟัง ทูลขอพระเจ้า กลับพระทัย และพระเจ้าทรงกลับพระทัยต่อเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น อ่านเยเรมีย์ 26:17-19


   

พระคำเชื่อมโยง

มีคาห์ 3
1* เอเสเคียล 22:17; เยเรมีย์ 5:4-5
3* สดุดี 14:4; 27:2; 11:3, 6, 7
4* เยเรมีย์ 11:11
5* เอเสเคียล 13:10, 19; มัทธิว 7:15; เอเสเคียล 13:18
6* อิสยาห์ 8:20-22; 29:10-12

7* อาโมส 8:11
8* อิสยาห์ 58:1
10* เยเรมีย์ 22:13, 17; ฮาบากุก 2:12
11* อิสยาห์ 1:23 ;เยเรมีย์ 6:13; อิสยาห์ 48:2
12* เยเรมีย์ 26:18; สดุดี 79:1; มีคาห์ 4:1,2

มีคาห์ 2 ลงโทษและรวบรวมคืนมา

พอถึงเวลาเช้าพวกเขาก็ดำเนินการตามแผนนั้น

ทรงพิพากษาคนที่กดขี่ประชาชน

1 วิบัติเกิดแก่คนที่วางแผนชั่วร้าย
และเตรียมแผนชั่วดังกล่าว
ในขณะที่นอนอยู่บนเตียง!
พอถึงเวลาเช้าพวกเขาก็ดำเนินการตามแผนนั้น
เพราะเขามีอำนาจในมือที่จะทำตามนั้นได้
2 พวกเขาโลภที่นา และยึด ไป
พวกเขายึดบ้าน
และทำให้คนที่มีบ้านเป็นมรดก สูญเสียบ้านของตน  
3 ดังนั้น พระยาห์เวห์ตรัสว่า
“เรากำลังวางแผนนำวิบัติมายังชนชาตินี้
เจ้าไม่อาจหนีรอดไปได้ 
เจ้าจะไม่เดินอย่างหยิ่งยะโสอีกต่อไป
เพราะมันจะเป็นเวลาแห่งความพินาศย่อยยับ
 4  ในวันนั้น จะมีคนใช้คำคมมาเยาะพวกเจ้า
และร้องเพลงคร่ำครวญล้อเลียนเจ้ากันว่า 
“พวกเราพินาศย่อยยับ
พระยาห์เวห์ทรงแยกแผ่นดินส่วนแบ่งของชนชาติเราไป
ทรงริบเอาไปจากเราได้อย่างไรกัน?
ทรงแบ่งที่นาของพวกเราไปให้กับศัตรูของเรา”
 5 ดังนั้น จะไม่มีใครสักคนในชุมชนของพระยาห์เวห์
วัดเขตแบ่งที่ดินด้วยการจับฉลาก 

ขอร้องมีคาห์ไม่ให้เผยพระดำรัส 
6 พวกเขากล่าวว่า ‘จงหยุดเผยพระดำรัส
ไม่ควรมีใครเผยเรื่องเหล่านี้ 
ความอัปยศนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับพวกเรา’ 
7 วงศ์วานยาโคบเอ๋ย พวกเจ้าพูดกันอย่างนี้หรือว่า 
“พระเจ้าทรงอดทนอย่างไม่สิ้นสุด
พระองค์จะไม่ทรงทำอย่างนั้น?”
สิ่งที่แน่คือ บัญญัติของเรานำรางวัลมาให้คนที่เชื่อฟัง


8 ไม่นานมานี้ พวกเจ้าได้ลุกขึ้น
ราวกับเป็นศัตรูต่อต้านประชากรของเรา
พวกเจ้าได้กระชาก ริบเสื้อคลุม
จากคนที่เดินมาอย่างไม่ได้ระวัง
เหมือนคนที่กลับมาจากสงคราม
9 พวกเจ้าขับไล่พวกหญิงม่ายจากประชากรของเรา
ให้ออกจากบ้านที่เป็นสุขของพวกเธอ
และพวกเจ้าริบเอาพระพร
ไปจากลูกหลานของพวกเธอตลอดไป
10 แต่พวกเจ้าเป็นคนที่ต้องลุกขึ้น
และถูกไล่ออกไปให้พ้น เพราะแผ่นดินนี้ไม่ปลอดภัย
เพราะมันด่างพร้อย เจ้าจะถูกทำลายจนสิ้นซาก
11 หากคน ๆ หนึ่ง กล่าวคำโกหกขึ้นมาว่า
“ข้าสัญญาว่าเจ้าจะรับพระพรเป็นทั้ง เหล้าองุ่นและสุรา”
เขาก็จะเป็น ผู้เผยที่พร่ำคำซึ่งชนชาตินี้ต้องการ

คำสัญญาว่าจะทรงช่วยกู้
12 “โอ ยาโคบ 
เราจะรวบรวมพวกเจ้าทั้งหมดแน่นอน
เราจะรวบรวมคนที่เหลืออยู่ของอิสราเอล 
เราจะนำพวกเขากลับเข้ามาอยู่ด้วยกัน เหมือนแกะในคอก เหมือนฝูงที่อยู่ในทุ่งโล่ง
จะมีจำนวนมหาศาลจนที่นั่นมีเสียงดังมาก
13 ผู้ที่ทะลุทะลวงทางจะเดินนำพวกเขาไป
พวกเขาจะพังประตู  ผ่านประตูเข้าไป
องค์กษัตริย์ของพวกเขาจะเสด็จนำหน้าพวกเขา
พระยาห์เวห์เองทรงเป็นผู้นำของพวกเขา

อธิบายเพิ่มเติม

บทที่ผ่านมา มีคาห์ได้กล่าวว่า พระเจ้าจะทรงลงโทษทั้งอิสราเอลทางเหนือและยูดาห์ทางใต้เพราะพวกเขาได้ทำผิดเรื่องการบูชาเทพต่าง ๆ บทที่สูง
มาในบทนี้ เราจะเห็นรายละเอียดของความชั่วร้ายที่เหล่าคนชั้นสูง คนชั้นปกครองได้กระทำต่อประชาชนธรรมดา

2:1-2   คนชั้นปกครองนั้น มีความเข้าใจกฎต่าง ๆ และสามารถนำกฎหมายต่าง ๆ มาเป็นประโยชน์เข้าตัว พวกเขาวางแผนชั่ว และลงมือทำตามแผนนั้น  ยึดทั้งบ้านเรือนและที่นาของประชาชน ทำให้พวกเขากลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ที่ทำกิน หากจะแจกแจงความผิดต่อบทบัญญัติของโมเสส พวกเขาทั้งโลภ ทั้งขโมย  อิสยาห์ 5:8 กล่าวว่าวิบัติจะมีแก่คนที่เสริมบ้าน ที่นาของตนจนคนอื่นไม่มีอะไรเหลือ และตนเองก็อยู่ตามลำพังบนผืนดินนั้น

2:3 วิบัติที่พระเจ้าจะทรงนำมานั้น ไม่มีใครหนีได้ พวกเขาจะถูกจำกัดให้อยู่ในที่ ๆ ไม่อาจจะเล็ดรอดออกไป หรือแปลว่า เจ้าไม่อาจเคลื่อนคอของเจ้า จะเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจากจะถูกคุมตัวไว้ด้วยประเทศที่มีอำนาจมากกว่าพวกเขา

2:4 คนที่ไปริบของคนอื่นมา จะร้องโวยวายว่าพระเจ้าริบสิ่งที่เขามีไปจากเขา เอาไปให้คนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนซึ่งพระเจ้าทรงเลือก(คนที่พวกเขาเห็นว่ามีฐานะต่ำกว่าตน) พวกเขาจะถูกเยาะเย้ยจากคนต่างชาติที่พวกเขาดูหมิ่น พวกเขาจะถูกบังคับเข้าแถวเดินเป็นขบวนออกไปจากที่ดินบ้าน ไร่นาที่เขายึดมา   

2:5 คนที่ชอบยึดที่ดินจะไม่มีโอกาสทำเช่นนี้อีก ในเมื่อเขาทำให้คนอื่นไม่มีที่ดิน พระเจ้าจะทรงทำกับเขาเช่นกัน

2:6 คนที่อวดดีเหล่านี้ยังมาห้ามไม่ให้มีคาห์เผยพระดำรัสของพระเจ้า เพราะเขาคิดว่า การที่มีคาห์พูด เรื่องนั้นจึงเกิด
เป็นความคิดกลับตาลปัตร ความอัปยศต่าง ๆ ที่พวกเขาเผชิญ ไม่ได้เกิดจากผู้เผยพระดำรัส แต่เกิดจากพวกเขาเอง

2:7 แต่มีคาห์เตือนว่า   คนเผยพระดำรัสเท็จนั้นจะพูดว่า พระเจ้าทรงอดทนนานมาก ๆ  พระองค์จะไม่ทรงส่งการพิพากษาลงมา พวกเขาก็จะเชื่อตามนั้น พวกเขาไม่คิดว่าจะต้องเจอหายนะใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะพวกเขาเป็นคนที่พระเจ้าทรงเลือก ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ในโลก พวกเขาเลือกที่จะเชื่อว่าอย่างไรพระเจ้าก็ไม่ลงโทษ แต่มีคาห์ไม่ได้เห็นอย่างนั้น คนเชื่อฟังต่างหากที่จะได้รางวัล ! 

2:8 ต่อมา มีคาห์ก็แจ้งให้พวกเขาเห็นเพิ่มเติมว่า ตนเองได้ทำอะไรผิดไปบ้าง  พวกเขาริบเสื้อคลุมคนที่เป็นหนี้ ทั้ง ๆ ที่มีบัญญัติห้ามไว้  แถมยังริบเสื้อคลุมคนที่เดินไม่ระวัง คนที่กลับจากสงครามอย่างเหนื่อยอ่อน 

2:9 คนที่มั่งมียังริบเอาบ้านแม่ม่ายไป พวกเธอไม่มีเงินพอจ่ายค่าบ้าน  ทำให้ลูกหลานไร้บ้าน พระพรของลูกหลานก็คือแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญา แทนที่พวกเขาจะได้อยู่ในแผ่นดิน ทุกคนกลับต้องกลายเป็นคนถูกเนรเทศไปเป็นเชลยกัน

2:10 คำพูดในข้อสิบอ่านเฉย ๆ อาจไม่เข้าใจ แต่จริงแล้ว คือ การประชดคนรวยที่กดขี่พี่น้อง ให้ลุกและออกไปจากแผ่นดินเสียเพราะความบาปที่เกิดขึ้น (สดุดี 95:11)  รีบไปเสียเถอะ เพราะไม่ปลอดภัยแล้ว พวกเขาทำให้แผ่นดินด่างพร้อย ไม่ควรอยู่ต่อไป

2:11 ดูสิว่า คนอิสราเอลโง่ขนาดไหนเมื่อผู้เผยปลอมสัญญาว่าผู้คนจะได้พระพรเป็นทั้งเหล้าองุ่น และสุรา พวกเขาก็จะตามไป เหมือนกับนักเทศน์ที่ชอบเทศน์แต่พระพร

2:12 พูดคำแห่งการลงโทษมานาน ตอนนี้มีคาห์กำลังจะบอกถึงพระพรแท้ที่มาจากพระเจ้า  พวกเขาจะได้รับการรวบรวมกลับมาอีกครั้ง  ที่จริงการกระจัดกระจายของยิวนี้เป็นครั้งแรก พวกเขาจะโดนอีกในช่วงโรมปกครอง และทำให้แผ่นดินเหลือคนไม่มากนัก  ในปี 1948  พระเจ้าทรงนำพวกเขากลับมาจากชาติต่าง ๆ ในโลก แต่มาแบบสะบักสะบอม พวกเขาต้องมาสร้างชาติใหม่ บนแผ่นดินแห้งแล้ง  พวกเขากลับมาเป็นจำนวนมาก และเป็นชาติที่เอะอะมะเทิ่งไม่น้อย

2:13 จะมีผู้ที่ทะลวงประตูเข้าไปหรือออกมาเหมือนกับที่ผู้เลี้ยงต้องทะลวงสิ่งกีดขวางเพื่อนำแกะไปยังทุ่งหญ้า (สดุดี 78:52-53)    พวกเขาจะผ่านเข้าไปเพื่อเข้าไปยังแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ให้ พระองค์ทรงเป็นทั้งพระผู้เลี้ยงและองค์กษัตริย์  ข้อพระคำนี้บอกให้เรารู้ว่า พระเยซูจะทรงมานำคนของพระองค์ไปสู่อาณาจักรที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ด้วย  เป็นคำพยากรณ์ที่สำเร็จแล้ว และยังไม่เสร็จครบถ้วน ที่แน่คือ พระเยซูจะทรงเป็นเอก ทรงเป็นกษัตริย์เหนือพิภพ 

พระคำเชื่อมโยง

มีคาห์ 2
1* โฮเชยา 7:6-7
2* อิสยาห์ 5:8
3* เยเรมีย์ 8:3; อาโมส 5:13
4* 2 ซามูเอล 1:17; ฮาบากุก 2:6
5* โยชูวา 18:4, 10

6* อาโมส 2:12; อิสยาห์ 30:10
8* สดุดี 120:6-7
10* เฉลยธรรมบัญญัติ ; เลวีนิติ
11* อิสยาห์ 30:10
12* มีคาห์ 4:6-7; เยเรมีย์ 31:10; เอเสเคียล 33:22; 36:37