2 โครินธ์ 11 มาแข่งกันอวด

2 โครินธ์ 11:1-2
ข้าขอให้พวกท่านอดทนต่อความเขลาของข้า แต่ความจริงคือ ท่านกำลังทนให้อยู่แล้ว เพราะข้านั้น หวงท่านอย่างที่พระเจ้าทรงหวง เพราะข้าได้หมั้นหมายท่านไว้กับสามีคนเดียว เพื่อจะถวายพวกท่านเป็นพรหมจารีบริสุทธิ์แด่พระคริสต์

2 โครินธ์ 11:3
แต่ข้ากลัวนักว่า จากที่งูเคยใช้อุบายล่อลวงเอวาอย่างไรความคิดของท่านจะถูกชักจูงให้หลงไปจากการอุทิศถวายตัวที่จริงใจและบริสุทธิ์ต่อพระคริสต์เช่นกัน


2 โครินธ์ 11:4
ถ้าหากว่า มีใครคนหนึ่งมาและประกาศเรื่องพระเยซูแบบที่เราไม่ได้ประกาศนั้น หรือหากท่านได้รับวิญญาณอื่นซึ่งแตกต่างจากที่ท่านเคยรับหรือหากท่านรับข่าวประเสริฐซึ่งแตกต่างจากที่ท่านเคยรับ ท่านก็ยังอดทนฟังได้ดีจริง ๆ 


2 โครินธ์ 11:5-6
เพราะข้าเองก็รู้ว่า ข้าไม่ได้ด้อยไปกว่าคนสอนที่ท่านเรียกว่า “อัครทูตเหนือชั้น” เหล่านั้นแม้ว่าข้าไม่ได้มีโวหารดี แต่ข้าก็มีความรู้แน่นตามที่ท่านเองก็เห็นจากเราในทุกเรื่องที่เราทำอยู่แล้ว

2 โครินธ์ 11:7-8
ข้าทำผิดอะไรไปหรือ? ที่ได้ถ่อมตัวลงเพื่อยกท่านขึ้น ในการที่ข้าประกาศ
ข่าวประเสริฐของพระเจ้าโดยไม่คิดเงิน ข้าเองได้ทำตัวเหมือนปล้นคริสตจักรอื่นเพราะข้าได้รับเงินถวายจากเขามาเพื่อรับใช้พวกท่าน


2 โครินธ์ 11:9
เมื่อข้าอยู่กับท่านและขัดสนต้องการความช่วยเหลือ ข้าก็ไม่ได้ทำตัวให้เป็นภาระกับใคร เพื่อพี่น้องจากมาซิโดเนียได้จัดหาสิ่งที่ขาดให้ ข้าทำตัวไม่ให้เป็นภาระของท่านในเรื่องใด ๆ และจะทำตัวอย่างนี้ต่อไป

2 โครินธ์ 11:10-11
เท่าที่ความจริงของพระคริสต์ดำรงในข้าเช่นไร ก็จะไม่มีใครในแคว้นอาคายามาปิดปากไม่ให้ข้าอวดเรื่องนี้เช่นนั้นเป็นเพราะอะไร?
ข้าพเจ้าไม่รักพวกท่านหรือ? พระเจ้าทรงทราบดีว่า ข้ารักพวกท่าน

2 โครินธ์ 11:12-13
งานที่ข้าทำอยู่ ข้าจะทำต่อไป เพื่อไม่เปิดโอกาสให้คนช่างฉวยโอกาส
โอ้อวดว่า เขาก็ทำงานในลักษณะแบบเดียวกับพวกเรา
เพราะคนพวกนี้เป็นอัครทูตปลอม เป็นคนงานที่ไม่ซื่อตรง ปลอมตัวเป็นอัครทูตของพระคริสต์

2 โครินธ์ 11:14-15
ที่จริงการทำอย่างนี้ไม่แปลก เพราะซาตานเองยังปลอมตัวเป็นทูตแห่ง
ความสว่าง ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่คนของซาตานจะปลอมตัวเป็นผู้รับใช้ความเที่ยงธรรม ท้ายสุด พวกเขาจะได้รับสนองตามการกระทำของตนเอง

2 โครินธ์ 11:16-17
ข้าขอย้ำเตือนว่า ใครอย่าคิดว่าข้าโง่แต่หากท่านคิดเช่นนั้น ก็ขอให้ยอมรับข้าอย่างคนโง่เถิด เพื่อข้าจะได้อวดบ้างเวลาที่ข้าอวดเช่นนี้ ข้าไม่ได้พูดตามแบบขององค์พระผู้เป็นเจ้าแต่พูดอย่างคนโง่ที่อวดดี

2 โครินธ์ 11:18-19
เพราะคนทั้งหลายมากมายต่างพากันอวดตามเนื้อหนัง ข้าก็จะอวดบ้าง
การที่ท่านยินดีอดทนต่อคนโง่ เป็นเพราะพวกท่านฉลาดสินะ
2 โครินธ์ 11:20
เพราะว่า เมื่อมีใครทำให้ท่านเป็นทาส หรือใครมาทำให้ท่านเป็นเหยื่อ หรือมีใครยกตัวขึ้นเหนือคนอื่น หรือตบหน้าท่าน ท่านช่างยอมอดทนต่อพวกเขาจริง ๆ

2 โครินธ์ 11:21
ข้าเองละอายใจจริง ๆ ว่าพวกเราอ่อนแอเกินไปในเรื่องนี้แต่หากใครกล้าอวดเรื่องใด ข้าก็กล้าอวดเรื่องนั้นเหมือนกัน นี่ข้าพูดในฐานะเป็นคนโง่
2 โครินธ์ 11:22
พวกเขาเป็นคนเชื้อชาติฮีบรูรึ? ข้าก็เป็นเหมือนกัน
พวกเขาเป็นชนชาติอิสราเอลหรือ? ข้าก็เป็นเหมือนกัน
เขาเป็นลูกหลานอับราฮัมหรือ? ข้าก็เป็นเหมือนกัน


2 โครินธ์ 11:23-24
เขารับใช้พระคริสต์หรือ?ข้าทำได้ดีกว่าพวกเขาเสียอีก นี่ข้าพูดเหมือนคนเสียสติ ข้าเองถูกจำคุกมากกว่า ถูกโบยนับครั้งไม่ถ้วนเกือบตายหลายครั้ง พวกยิวเฆี่ยนข้าห้ารอบ รอบละ สามสิบเก้าครั้ง




2 โครินธ์ 11:25-26
ข้าถูกตีด้วยท่อนไม้สามครั้ง ถูกหินขว้างรอบหนึ่ง ต้องเจอกับเรือแตกสามครั้งลอยคอกลางทะเลวันหนึ่งกับคืนหนึ่งข้าเดินทางเสมอ เจอภัยในแม่น้ำ จากโจร จากคนชาติเดียวกันเอง แล้วยังเจอภัยจากคนต่างชาติ ข้าเจอกับภัยพิบัติทั้งในเมือง ในป่า ในทะเล รวมถึงพี่น้องจอมปลอม

2 โครินธ์ 11:27-28
ข้าทำงานตรากตรำ ทนต่อความลำบากอดหลับอดนอนเสมอ บ่อยครั้ง ไม่มีกินต้องทนความหนาว เปลือยกาย ยิ่งกว่านั้น ยังมีความกดดันอื่น ๆ คือ
ข้าห่วงใยคริสตจักรเป็นประจำทุกวัน

2 โครินธ์ 11:29-30
แล้วข้าไม่รู้สึกอ่อนแอตามไปด้วย ?ใครบ้างที่ถูกชักชวนให้หลงทาง
แล้วข้าไม่เดือดร้อนใจ?ถ้าข้าจำต้องอวด ข้าก็จะอวดถึงสิ่งที่แสดงว่าข้าอ่อนแอ
2 โครินธ์ 11:31-33
พระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดาของพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ควรแก่การสรรเสริญเป็นนิตย์ทรงทราบว่า ข้าไม่ได้มุสา ผู้ว่า-ราชการเมืองดามัสกัสของกษัตริย์อาเรทัสให้คนเฝ้าเมืองไว้เพื่อจับกุมข้า แต่มีคนเอาข้าใส่กระบุงใหญ่และหย่อนลงทางช่องหน้าต่างกำแพงเมือง ข้าจึงพ้นเงื้อมมือของเขามาได้

อธิบายเพิ่มเติม

2 โครินธ์ 11:1-2
ท่านเปาโลรู้ดีว่า พี่น้องชาวโครินธ์มองท่านอย่าง เหยียดๆ อยู่แล้ว แต่ท่านก็ไม่ได้ย่อท้อที่จะเลิกเตือนสติ สั่งสอนพวกเขา ท่านบอกตรง ๆ ว่า
ท่านหวงแหนพวกเขายิ่งนัก ไม่ต้องการให้เขาตกอยู่ในการล่อลวงใด ๆ จากเหล่าครูสอนผิดทั้งหลาย พวกเขากำลังเผชิญกับคำสอนผิดอย่าง
อย่างไม่รู้ตัว ท่านบอกตรง ๆ ว่าต้องการถวายพวกเขาแด่พระเจ้าอย่างไม่มีมลทินใด ๆ เลยหวังให้พวกเขาอยู่ในคำสอนที่ถูกต้องที่สุด

2 โครินธ์ 11:3
การที่ผู้เชื่อที่เคยถวายตัวอย่างจริงใจในความบริสุทธิ์จะถูกล่อลวงให้หลงไปนั้น ไม่ได้ยาก หากเขาคนนั้นไม่ได้มีพื้นฐานในพระคำของพระเจ้า
อย่างมั่นคง เขาจะมองไม่ออกว่าใครเป็นคนพูดจริง หรือพูดเท็จ คนที่หลอกลวงมักมีโวหารดีน่าเชื่อถือ ทำให้หลงตามไปได้ง่าย ๆ แล้วยุคนี้
ก็มีนักเทศน์ นักพูดให้ติดตามมากมายในแพลทฟอร์มต่าง ๆ บนโซเชียลมีเดีย ที่จะสังเกตว่าใครเป็นใครยากยิ่งกว่าสมัยก่อนเสียอีก!!

2 โครินธ์ 11:4
ตอนนี้ ท่านเปาโลจะต้องเผชิญกับความโง่เขลาของพี่น้องที่ชอบฟังคนสอนผิด เราจะเห็นว่าท่านก็มักใช้คำประชดประชันแต่ในเวลาเดียวกันก็บอกให้รู้ว่าท่านเป็นห่วงเพียงไร พี่น้องชาวโครินธ์มักถูกหลอกจากคนที่พูดเก่ง โวหารดีแต่ เป็นพวกที่บิดเบือนพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ความที่พวกเขาดูดีนี่เองทำให้พี่น้องตกหลุมพรางทั้ง ๆ ที่พวกเขาสอนแตกต่างไปจากท่านเปาโล


2 โครินธ์ 11:5-6
อย่าลืมว่าวัฒนธรรมพื้นฐานของชาวโครินธ์คือยกย่องคนพูดเก่ง ท่านเปาโลต้องชี้แจงว่าแม้ท่านพูดไม่น่าฟัง พูดตรงไปตรงมา แต่ท่านมีความรู้เรื่องของพระเจ้าอย่างถูกต้อง มั่นคง รู้จริง รักจริง ไม่ใช่เป็นคนหลอกลวง สิ่งที่พิสูจน์คือทุกอย่างที่ท่านทำลงไปเพื่อพวกเขาท่านยืนยันกับพวกเขาว่า ท่านไม่ด้อยไปกว่าคนที่เป็น “อัครทูตที่เหนือชั้น” ดังนั้น เราทุกคนต้องระวังที่จะไม่ตกหลุมพรางอย่างพี่น้องโครินธ์

2 โครินธ์ 11:7-8
ความพยายามของท่านเปาโลที่จะช่วยพี่น้องชาวโครินธ์นี้ดูเหมือนจะพลิกกลับ ทำให้ท่านด้อยค่าทั้ง ๆ ที่ท่านประกาศคำของพระเจ้าโดยไม่ได้ค่าจ้าง เงินถวายใด ๆ จากพวกเขา กลับกลายว่าที่ไม่ต้องเสียเงิน กลายเป็นของตาย ไร้ค่า ( โลกกรีกโรม จะยกย่องและจ่ายเงินให้กับนักพูดเก่งๆ)ซึ่งท่านเปาโลมองว่า พรกิตติคุณเป็นสิ่งที่เราได้มาเปล่า ๆ ต้องให้เปล่า ๆ ความคิดของท่านสวนกระแสนิยมในสมัยนั้น 

2 โครินธ์ 11:9
ท่านเปาโลมีผู้ที่สนับสนุนเป็นอย่างดีคือ พี่น้องจากคริสตจักรในมาซิโดเนียซึ่งอยู่ทางเหนืออย่างเช่นคริสตจักรฟีลิปปี เธสะโลนิกาเป็นต้น (โครินธ์อยู่ในแคว้นอาคายาตอนใต้) ส่วนพี่น้องในโครินธ์กลับมองไม่เห็นความเอื้อเฟื้อของพี่น้องในมาซิโดเนีย และความตั้งใจดีของเปาโล กลับมองเป็นคนไม่มีค่าเสียอย่างนั้น และให้ความสำคัญกับเหล่าคนที่ต้องการประโยชน์จากตนเวลาไม่เข้าใจอะไร คนเราก็ไม่เข้าใจจริง ๆ

2 โครินธ์ 11:10-11
ท่านเปาโลไม่รับเงินจากคนโครินธ์เพื่อช่วยในการเดินทางใช้ชีวิตในการประกาศ เพราะท่านไม่ต้องการเป็นเหมือนพวกที่เข้ามาสอนเพื่อเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัวเอง อีกอย่างการที่ท่านจะรับเงินจากคนบาปทำให้สิทธิอำนาจในการตักเตือนพวกเขานั้นลดลงไป (ความเห็นของ Ambrosoaster จากCommentary on Paul’s Epistles) ท่านกำลังบอกว่า การท่านไม่ได้เอาเงินจากเขา ไม่ได้หมายความว่าท่านขาดความรัก

2 โครินธ์ 11:12-13
คนที่เป็นครูเดินทางเข้าไปสอนในคริสตจักรโครินธ์ เร่ร่อนมาจากที่ต่าง ๆ เป็นพวกที่ไม่ได้มีหลักการเดียวกับท่านเปาโล ท่านจะไม่ปล่อยให้พวกเขาโอ้อวดได้ หลักการในการทำงานรับใช้ของท่านเปาโลนั้นชัดเจนและแตกต่างจากคนเหล่านั้นมาก ท่านจึงกล่าวว่า ท่านจะทำแบบนี้ต่อไปทำไปเรื่อย ๆ จนพี่น้องเห็นว่า ใครเป็นใคร ใครคือผู้รับใช้แท้จริงของพระเจ้า ใครคือคนที่เข้ามาหลอก

2 โครินธ์ 11:14-15
ท่านเปาโลพยายามชี้แจงให้พี่น้องได้เห็นว่าในเมื่อซาตานยังทำตัวเป็นคนดีได้ ทำไมลูกน้องของมันจึงจะทำไม่ได้ แต่คนที่หลอกลวงคนอื่นจะต้องรับผลตอบสนองตามการกระทำของตนเรื่องนี้ คนไม่ค่อยเห็น ไม่ค่อยเชื่อ ซาตานเองไม่ค่อยมาหาเราในหน้าตา ท่าทางแบบอย่างของซาตานหรอก มันมาหาเราด้วยการ
ปลอมตัวเสมอ

2 โครินธ์ 11:16-17
คำพูดของท่านเปาโลตอนนี้ ประหลาดพอควรท่านกำลังต้องการอวดแบบคนโง่เสียด้วย ดูเหมือนว่า ไม่มีทางอื่นแล้วที่จะช่วยให้พี่น้องเข้าใจความจริงนอกจากวิธีนี้ ท่านกำลังบอกว่า หากพวกครูสอนผิดคิดว่าท่านไร้ปัญญา ก็ขอให้รับท่านอย่างนั้น พวกเจ้าเป็นพวกขี้อวด ข้าก็จะอวดให้ฟังสักนิด เราจะมาดูกันว่า การอวดของท่านเป็นอวด หรือเป็นการพูดตามความเป็นจริง

2 โครินธ์ 11:18-19
ที่ท่านเปาโลต้องอวด ก็เป็นเพราะนี่เป็นวัฒนธรรมกลุ่มของพี่น้องโครินธ์ พวกเขาไม่ได้แตกต่างจากผู้คนยุคใหม่ที่ชอบโชว์ ชอบอวดขึ้นไปบน
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าตัวเองจะมีแบบนั้นจริงหรือไม่ ก็ไม่สนใจ เพราะคนอื่นที่ดูเขาจะเชื่อตามที่เราอวด ในเมื่อพวกเขาฟังครูสอนผิดโอ้อวดโน่นนี่ได้ท่านเปาโลก็จะอวดให้ดูสักประเดี๋ยวหนึ่ง

2 โครินธ์ 11:20
แปลกมาก ที่พี่น้องยอมต่อครูสอนผิดเหล่านั้น ทั้งที่ พวกเขาทำตัวเหนือพี่น้อง ทำตัวเป็นคนที่ดีกว่า ถึงกับตบหน้าพวกเขา ต่อว่าพวกเขาอย่างรุนแรง แต่พี่น้องก็ยอมให้อย่างประหลาด ที่จริง โลกทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้น มีพวกที่พยายามให้เราคิดตามพวกเขา ข่มขู่ให้พูดเหมือนกัน คิดอย่างเดียวกัน เราเห็นแบบนี้ทั่วโลกเลย

ถอดความจาก 2 โครินธ์ 11:21
สิ่งที่ท่านเปาโลจะกล่าวต่อไป เป็นสิ่งที่ท่านรู้สึกว่าเป็นความโง่เง่าที่ท่านจะพูดอย่างนั้น แต่มันไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้พี่น้องชาวโครินธ์เข้าใจแล้ว ครั้งนี้เป็นการสอนอย่างที่ครูเองรู้สึกโง่เง่ามากไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำ เพราะไม่มีทางอื่น ท่านจึงพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ข้าพูดในฐานะคนโง่ท่านรู้สึกละอายใจที่ท่านอ่อนแอเกินไปที่จะเอาเปรียบพี่น้องอย่างที่พวกครูสอนผิดกระทำ เป็นวิธีการที่อันตรายพอสมควรทีเดียว 

2 โครินธ์ 11:22
ไม่ว่าครูสอนผิดจะอวดอ้างว่าเขามีส่วนดี ส่วนสำคัญตรงไหน ท่านเปาโลก็มีเช่นกัน ไ่ม่ด้อยกว่า ท่านเริ่มจากเชื้อชาติ ชนชาติ ความเป็นลูกหลาน
อับราฮัม เราซึ่งอยู่ในยุคใหม่ที่ไม่มีความผูกพันกับตระกูลมากเท่ากับคนสมัยก่อนอาจไม่เข้าใจว่าในสังคมยิวนั้น ที่มา ครอบครัว เชื้อชาติของแต่ละคน เป็นตัวกำหนดสถานะในสังคมของพวกเขาจะรู้จักคนหนึ่งต้องถามว่ามาจากครอบครัวไหนนามสกุลอะไร สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่น

2 โครินธ์ 11:23-24
ถ้าจะพูดถึงการรับใช้ ท่านเปาโลบอกว่าท่านเหนือชั้นกว่ามาก พวกครูสอนผิดไม่ได้เจอการถูกโบย การถูกเฆี่ยนอย่างที่ท่านพบเจอตรงนี้เป็นการอวดแบบว่า ท่านเปาโลเองเจอมามากกว่า (ที่เป็นอย่างนั้นเพราะท่านซื่อตรงต่อพระคำของพระเจ้า ไม่มีการยอมพูดในสิ่งที่ผิดต่อน้ำพระทัย) ส่วนพวกครูสอนผิดนั้นสามารถ
กล่าวคำที่ลื่นไหล ฉธบ. 25:1-3 นี่เป็นจำนวนครั้งที่จะลงโทษสูงสุดในการเฆี่ยน ยิวลดไปหนึ่งเผื่อทำเกิน


2 โครินธ์ 11:25-26
เหตุการณ์ที่ท่านเปาโลกล่าวมานี้ เป็นเรื่องราวที่บันทึกไว้โดยท่านลูกาในหนังสือกิจการ 27 พระเจ้าทรงทำการของพระองค์ผ่านผู้รับใช้ของพระองค์รวมทั้งตัวท่านเปาโลเอง และเราจะเห็นภาพชัดเจนในกิจการว่า ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์จะเป็นที่ต้อนรับของคนจำนวนมาก แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่รับพระคำของพระเจ้าไม่ได้ และต้องตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรง การต่อต้านไม่ว่าจะเกิดอย่างไร ท่านเปาโลเจอมาหมด

2 โครินธ์ 11:27-28
ความทุกข์ยากทั้งปวงนั้น ไม่ได้ทำให้ท่านเปาโล เดือดร้อนเป็นส่วนตัวเลย ท่านพร้อมที่จะรับแบกความรุนแรงเหล่านั้น โดยถือว่า เป็นกางเขนที่ต้องแบก เป็นสิ่งที่คู่กันกับการประกาศพระนาม แต่สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นทุกข์คือ ชีวิตของพี่น้องผู้เชื่อพวกเขาเป็นผู้ที่มีค่าในสายตาของท่าน เป็นผู้ที่ท่านต้องการถวายพระเจ้าอย่างมีเกียรติ นี่เป็นความแตกต่างของท่านกับครูสอนผิดเหล่านั้นไม่ทราบว่าพวกเขาตระหนักสิ่งนี้ไหม

2 โครินธ์ 11:29-30
ข้อความตอนนี้ทำให้เราได้เห็นความห่วงใยของท่านเปาโลที่มีต่อคริสตจักรแบบว่า ยอมทุกอย่าง อย่าลืมว่าท่านเคยเป็นฟาริสีที่เก่งระดับต้น ๆ ของยิวมาก่อน ท่านเคยข่มเหงคนของพระเจ้ามาก่อน แต่ตอนนี้ยอมที่จะให้ใครๆ มองว่า เป็นคนอ่อนแอ ไร้ค่าก็ได้ ขอเพียงให้พี่น้องได้กลับมาคืนดี รักพระเจ้า ติดตามพระองค์ ดำเนินชีวิตเป็นที่พอพระทัยท่านแลกทุกอย่างในชีวิตได้กับชีวิตของพี่น้อง 

2 โครินธ์ 11:31-33
ถ้าเรากลับไปอ่านกิจการบทที่ 9เราจะเห็นว่า ความกระตือรือร้นของท่านเปาโลทั้ง ๆ ที่เป็นผู้เชื่อใหม่นั้น ทำให้ท่านเองต้องเสี่ยงชีวิตมาตั้งแต่แรกที่เข้ามารู้จักพระเจ้า การที่ท่านกล่าวถึงเรื่องนี้ ท่านยังยืนยันด้วยว่า ท่านพูดตามความจริงที่เกิดขึ้น คงยังไม่มีครูสอนผิดคนไหนที่กำลังสู้กับท่านเปาโลสามารถอวดได้ถึง
ขนาดนี้ เพราะไม่มีคนไหนที่จะยอมให้ตนเองตกในอันตรายเพราะพูดความจริงอย่างท่านเปาโล

พระคำเชื่อมโยง

1* 2 โครินธ์ 11:4, 16, 19
2* กาลาเทีย 4:17; โฮเชยา 2:19; โคโลสี 1:28; เลวีนิติ 21:13
3* ปฐมกาล 3:4, 13; เอเฟซัส 6:24
4* กาลาเทีย 1:6-8
5* 2 โครินธ์ 12:11
6* 1 โครินธ์ 1:17; เอเฟซัส 3:4; 2 โครินธ์ 12:12
7* 1 โครินธ์ 9:18
9* กิจการ 20:33; ฟีลิปปี 4:10
10* โรม 1:9; 9:1;1 โครินธ์ 9:15
11* 2 โครินธ์ 6:11; 12:15
12* 1 โครินธ์ 9:12

13* ฟีลิปปี 1:15; 3:2
14* กาลาเทีย 1:8
15* ฟีลิปปี 3:19
17* 1 โครินธ์ 7:6
19* 1 โครินธ์ 4:10
20* กาลาเทีย 2:4; 4:3, 9; 5:1
21* 2 โครินธ์ 10:10; ฟีลิปปี 3:4
22* ฟีลิปปี 3:4-6
23* 1 โครินธ์ 15:10; กิจการ 9:16; 1 โครินธ์ 15:30
24* เฉลยธรรมบัญญัติ 25:3; 2 โครินธ์ 6:5

25* กิจการ 16:22-23; 21:32; 14:5, 19; 27:1-44
26* กิจการ 9:23-24; 13:45, 50; 17:5, 13; 14:5, 19; 19:23; 27:42
27* กิจการ 20:31; 1 โครินธ์ 4:11; กิจการ 9:9; 13:2-3; 14:23
28* กิจการ 20:1829* 1 โครินธ์ 8:9, 13; 9:22
30* 2 โครินธ์ 12:5,9,1031* 1 เธสะโลนิกา 2:5; โรม 9:5
32* กิจการ 9:19-25


2 โครินธ์ 10 อวดพระเจ้า

2 โครินธ์ 10:1-2
ข้า เปาโล ขอร้องพวกท่านด้วยพระทัยอ่อนโยนและพระเมตตาของพระคริสต์ แม้ท่านคิดว่า ข้าเป็นคนถ่อมตัวต่อหน้า แต่กลับใจกล้าเมื่ออยู่ห่างไกล.. คือข้าขอร้องท่านว่า เมื่อข้ามาอยู่ต่อหน้าท่านก็อย่าให้ข้าต้องใจกล้าอย่างที่คิดไว้เพื่อจัดการคนที่ใส่ร้ายว่า เราใช้ชีวิตตามโลกเหมือนคนทั่วไป

2 โครินธ์ 10:3-4
เพราะแม้ว่าเราใช้ชีวิตในเนื้อหนัง แต่เราก็ไม่ได้สู้รบโดยวิธีเดียวกับโลกเพราะอาวุธที่เราใช้ในการต่อสู้ไม่ใช่อาวุธแบบโลก แต่เป็นอาวุธที่เต็มด้วยฤทธิ์เดชจากพระเจ้าซึ่งสามารถทำลายป้อมแข็งแกร่งของศัตรูได้

2 โครินธ์ 10:5-6
คือทำลายเหตุผลโต้แย้งและความเห็นที่เย่อหยิ่งทั้งหลายทุกรูปแบบ
ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อต่อต้านความรู้ของพระเจ้า และปราบให้ความคิดทุกอย่างให้สยบลงเพื่อมาเชื่อฟังพระคริสต์ เราก็พร้อมลงโทษการกระทำที่ไม่เชื่อฟังทุกอย่าง เมื่อท่านเชื่อฟังครบถ้วนแล้ว

2 โครินธ์ 10:7
ท่านมองดูสิ่งต่าง ๆ ตามที่เห็นด้วยตา หากใครมั่นใจว่า เขาเป็นคนของพระคริสต์ เขาก็ควรคิดย้ำอีกทีว่าเราก็เป็นคนของพระคริสต์เท่ากับเขา
2 โครินธ์​ 10:8-9
ถึงแม้ว่าข้าจะอวดมากไปหน่อยถึงสิทธิอำนาจที่พระเจ้าประทานแก่เรา
เพื่อเสริมสร้างท่านไม่ใช่ที่จะฉุดท่านให้ต่ำลง
ข้าไม่ละอายในเรื่องนั้นข้าไม่อยากให้ดูเหมือนว่า ข้ากำลังขู่ท่านด้วยจดหมาย

2 โครินธ์ 10:10-11
เพราะมีบางคนพูดว่า “จดหมายของเปาโลนั้นหนักแน่นมีพลังมากจริง แต่ตัวเขาดูอ่อนแอ พูดก็ไม่เก่ง” ขอให้คนเหล่านั้นเข้าใจว่า เราพูดในจดหมายเมื่อเราอยู่ไกลอย่างไรเราก็จะทำอย่างนั้นเมื่อเราอยู่กับท่าน
2 โครินธ์ 10:12
เราไม่กล้าพอที่จะแบ่งชั้น หรือเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ยกย่องตัวเอง
แต่เมื่อพวกเขาเอาตัวเป็นเครื่องวัดและเปรียบเทียบกันเอง เท่ากับพวกเขาไม่มีสติปัญญา

2 โครินธ์ 10:13-14
อย่างไรก็ดี เราจะไม่อวดเกินขอบเขต แต่เราจะอวดเท่าที่อยู่ในวงจำกัดที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เรา ท่านก็อยู่ในขอบเขตนั้นด้วย เราไม่ได้อวดเกินไปเพราะเราเป็นพวกแรกที่นำข่าวประเสริฐของพระคริสต์มายังพวกท่าน
2 โครินธ์ 10:15
เราไม่อวดเกินเขตจำกัดนั้น ไม่ได้อวดเรื่องงานของคนอื่น แต่เราหวังว่า เมื่อความเชื่อของท่านเจริญขึ้น งานของเราจะขยายออกไปอย่างกว้างขวางในหมู่พวกท่าน

2 โครินธ์ 10:16
เพื่อเราจะได้ประกาศข่าวประเสริฐในพื้นที่นอกเหนือไปจากพื้นที่ของท่านเพราะเราไม่ประสงค์ที่จะอวดถึงงานที่คนอื่นได้ทำสำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นงานที่อยู่ในพื้นที่ของคนอื่น
2 โครินธ์ 10:17-18
ให้คนที่อวด จะอวดเรื่ององค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด เพราะไม่ใช่การอวดตัวเองจะทำให้คนอื่นยอมรับ แต่เป็นคนที่พระเจ้าทรงชมเชย

อธิบายเพิ่มเติม

2 โครินธ์ 10:1-2
พี่น้องชาวโครินธ์กล่าวหาว่า ท่านเปาโลเป็นคนที่มีสองมาตรฐาน และยังเป็นคนที่ใช้ชีวิตเหมือนชาวโลกทั่วไป ท่านขอร้องให้พี่น้องยอมรับในสิทธิอำนาจการเป็นอัครทูตของท่าน ในส่วนที่ท่านจะสามารถสอน เตือนสติพวกเขา พวกเขาเข้าใจท่านตามใจคิด โดยไม่ได้พิจารณาว่าท่านเป็นอย่างไรจริง ๆ ศัตรูของเปาโลคือพวกที่สอนผิด พยายามทำให้พี่น้องหลงเชื่อว่า ท่านเมื่ออยู่ไกลกล้าเขียนโน่นนี่ แต่พอมาใกล้ ๆ ก็หงอ

2 โครินธ์ 10:3-4
ท่านเปาโลไม่ได้ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับคนที่ใส่ร้ายท่านแบบคนทั่วไป ​โลกอาจใช้วิธีการแก้แค้น การประจานขู่ให้กลัว แต่พระเจ้าทรงมี
วิธีให้เราจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติด้วยอาวุธที่มาจากพระองค์ ท่านมีอาวุธจากพระเจ้าที่จะสยบความคิดต่าง ๆ ที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางพระเจ้านั่นคือท่านใช้ข่าวประเสริฐเรื่องของพระเยซูคริสต์เป็นเครื่องทำลายอาวุธของศัตรู (ข่าวประเสริฐนี่คือทุกอย่างที่มาจากพระคำของพระเจ้า)

2 โครินธ์ 10:5-6
พระคำตอนนี้ มีสำหรับโลกปัจจุบันที่เต็มด้วยความวุ่นวายสับสน การชี้นำชีวิตให้หลงไปจากทางที่ดี ด้วยสื่อต่าง ๆ ที่โถมเข้ามาหาเราแต่ละคนอย่างมากมาย ไม่มีการหยุด ความคิดของโลกค่อย ๆ กร่อนชีวิตของมนุษย์ไปทุกวันโรงเรียนกลายเป็นที่เด็ก ๆ ได้รับความคิดที่ต่อต้านความเชื่อในพระเจ้าทุก ๆ วัน แต่เราต้องรับมือกับสิ่งเหล่านี้อย่างเข้าใจ ไม่ใช่ใช้การตอบโต้ที่มีแต่จะสร้างความเกลียดชัง

2 โครินธ์ 10:7
คนที่เป็นครูสอนผิดที่แฝงตัวเข้ามาในคริสตจักรจะมีภาพลักษณ์ข้างนอกดูดี ในขณะที่ท่านเปาโลไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาดี หรือคำพูดเอาใจใคร แต่
เป็นคำแห่งความจริงของพระเจ้าเท่านั้น ท่านเป็นคนที่ใคร ๆ มองแล้ว ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าเป็นอาจารย์ที่ควรเคารพ แต่ว่า พวกเขามองท่านแค่เปลือกนอกเท่านั้น ท่านจึงบอกคนเหล่านั้นว่าถ้าหากตัวเองคิดว่าเป็นคนของพระเจ้า ท่านก็เป็นเหมือนกัน ไม่ด้อยไปกว่าเขา 

2 โครินธ์​ 10:8-9
ท่านเปาโลไม่ต้องการให้พี่น้องคิดว่า ท่านเขียนจดหมายมาขู่พวกเขาเรื่องความเชื่อ แต่ที่ท่านต้องเน้นย้ำเรื่องสิทธิอำนาจแห่งอัครทูต ก็เพื่อให้เขา
รู้ว่า ท่านไม่ได้พูดเล่น ๆ แต่ท่านมีสิทธิอำนาจแห่งอัครทูตก็เพื่อสอน แนะนำ หนุนใจให้พวกเขาได้จำเริญขึ้นในทางของพระเจ้า ให้เขามีความมั่นใจในข่าวประเสริฐที่เปลี่ยนแปลงชีวิต พระเจ้าเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตจากการประกาศข่าวประเสริฐที่มีฤทธิ์เปาโล

2 โครินธ์ 10:10-11
การรับใช้ของเปาโลนั้น ตรงไปตรงมา ไม่มีการพูดกลับไปกลับมา ไม่ว่าพูดตอนอยู่ต่อหน้า หรือเมื่อเขียนจดหมายมา ก็ยังคงเรื่องเดิม ความ
ห่วงใยเดิม ความรักเดิม มีคนกล่าวหาว่าท่านเขียนอย่าง ทำอย่าง ในจดหมายดูขึงขัง แต่เมื่อเจอกันต่อหน้ากลับไม่ได้เรื่อง … ท่านกำลังตอบโต้คนเหล่านั้นว่าท่านไม่ได้เป็นอย่างที่เขากล่าวหา เราทุกคนเช่นกัน ต่อหน้าลับหลังต้องเหมือนกัน ..ตรงไปตรงมา 

2 โครินธ์ 10:12
การรับใช้พระเจ้า ไม่ใช่เป็นการแข่งกันรับใช้ แต่เป็นการทำหน้าที่ต่าง ๆ กันเพื่อแผ่นดินของพระองค์ การรับใช้ที่มีการเปรียบเทียบ โบสถ์ใคร
ใหญ่กว่า โบสถ์ใครมีกลุ่มเซลมากกว่า เซลไหนใหญ่สุด อะไรแบบนี้ ไม่มีในหัวใจของท่านเปาโลและจะต้องไม่มี เพราะเป็นเรื่องของการไร้ปัญญาเราอยากให้พระเจ้ามองเรามาและชื่นชมในการรับใช้ไปด้วยกัน หรือขุ่นพระทัยที่เราแข่งกัน? 

2 โครินธ์ 10:13-14
สิทธิอำนาจของผู้รับใช้พระเจ้ามีขอบเขตจำกัดไม่ใช่นึกจะใช้สิทธิไปทั่วได้ ที่ท่านเปาโลมีสิทธิเหนือพี่น้องชาวโครินธ์ เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่
ตั้งคริสตจักรนี้ขึ้นมาโดยการทรงนำของพระเจ้าท่านจึงมีสิทธิในการตักเตือน สั่งสอน ดูแลชีวิตฝ่ายวิญญาณของพวกเขา พี่น้องในคริสตจักร
เองก็ต้องรับรู้ว่า ใครเป็นผู้ที่ดูแลปกป้องพวกเขาใครเป็นผู้ที่รับผิดชอบพวกเขา อย่างนี้จึงเป็นคริสตจักรที่แข็งแรง

2 โครินธ์ 10:15
ท่านเปาโลจึงไม่ได้ไปยุ่งเรื่องงานรับใช้ของผู้รับใช้ท่านอื่น ไม่ได้ไปอวดงานของคนอื่น เราจะเห็นจากข้อเขียนของท่านว่า ใจจริงของท่านเปาโลคือ
ต้องการให้พี่น้องรู้จักพระเจ้าลึกซึ้งขึ้น ต้องการให้มีคนได้รู้จักพระเจ้ามากขึ้น ไม่ใช่อยู่ที่เดิม ปัญหาในคริสตจักรที่เกิดขึ้นคือ มีคนที่คอยทำให้คนขาดความเชื่อถือในตัวท่านไม่หยุดหย่อนแต่ที่นี่ก็เป็นที่รักของท่านไม่ว่าพวกเขาจะสร้างปัญหาให้เพียงไร

2 โครินธ์ 10:16
ตรงนี้ ท่านเปาโลบอกชัดเจนว่า จะไม่มีการล้ำเส้นกัน แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีการช่วยเหลือกันระหว่างคริสตจักร ความตั้งใจของท่านในการประกาศคือ เพื่อให้คนได้รู้จักพระเจ้าได้กลับใจใหม่ โดยขยายออกไปจากคริสตจักรโครินธ์เอง ไม่ใช่ไปแย่งพี่น้องของคนอื่น ๆ ไม่ใช่ไปเอาความสำเร็จของผู้รับใช้ท่านอื่นมาเป็นของตน ความสำเร็จของคริสตจักรในยุคแรกนั้นมีหลายคนช่วยกันทำไม่ใช่ท่านเปาโลคนเดียว

2 โครินธ์ 10:17-18
แล้วท่านก็มาจบที่พระคำจากพระคัมภีร์เดิมที่ว่า ให้อวดองค์พระผู้เป็นเจ้า ให้อวดว่า เรารู้จักพระองค์จาก เยเรมีย์ 9:24 เราต้องมาคิดกันดูว่า เราอยากให้พระองค์ตรัสคำนี้กับเราหรือไม่ ..ดีมาก เจ้าเป็นบ่าวที่ซื่อตรง ให้มาร่วมยินดีกับนาย… ( มัทธิว 25:23 ) สรุปคือ อยากให้คนชมหรืออยากให้พระเจ้าชม
เราเตรียมได้แต่ตอนนี้

พระคำเชื่อมโยง

1* โรม 12:1; 1 เธสะโลนิกา 2:7
2* 1โครินธ์ 4:21
4* เอเฟซัส 6:13; 1 ทิโมธี 1:18; กิจการ 7:22; เยเรมีย์ 1:10
5* 1โครินธ์ 1:19

6* 2 โครินธ์ 13:2, 10; 7:15
7* ยอห์น 7:24; 1โครินธ์ 1:12; 14:37; 1:23
8* 2 โครินธ์ 13:10; 7:14
10* กาลาเทีย 4:13; 2 โครินธ์ 11:6
12* 2 โครินธ์ 5:12

13* 2 โครินธ์ 10:15
14* 1 โครินธ์ 3:5-6
15* โรม 15:20
17* เยเรมีย์ 9:24
18* สุภาษิต 27: 2;โรม 2:29



2 โครินธ์ 9 กฎการหว่าน

2 โครินธ์ 9:1-2
ข้าไม่จำเป็นต้องเขียนถึงท่านเรื่องการช่วยคนของพระเจ้าในด้านนี้ เพราะข้ารู้ดีว่าท่านทั้งหลายตั้งใจพร้อมอยู่ ข้ายังได้พูดอวดพวกท่านกับพี่น้องในมาซิโดเนียว่า พี่น้องในอาคายาพร้อมที่จะให้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และความกระตือรือร้นของท่านเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขามาก
2 โครินธ์ 9:3-4
แต่ข้าส่งพี่น้องมาเพื่อว่าที่เราเคยอวดเรื่องท่านจะไม่เสียเปล่า และท่านจะได้จัดเตรียมให้พร้อมตามที่ข้าบอกไปแล้ว ดังนั้น หากพี่น้องชาวมาซิโดเนียบางคนมากับเรา และพบว่าท่านไม่พร้อม เท่ากับว่าทั้งท่านและเราต้องขายหน้า ที่มั่นใจในพวกท่านขนาดนั้น

2 โครินธ์ 9:5
ดังนั้นข้าคิดว่า จำเป็นต้องขอให้พี่น้องไปหาพวกท่านก่อน เพื่อให้ท่านเตรียมสิ่งที่จะถวายตามที่สัญญาไว้ ซึ่งการเตรียมพร้อมอย่างนี้ แสดงถึงการให้อย่างเต็มใจไม่ใช่ด้วยการฝืนใจ
2 โครินธ์ 9:6-7
ข้าขอบอกว่า คนที่หว่านน้อยย่อมเก็บเกี่ยวได้เพียงเล็กน้อย และคนที่หว่านมากจะเก็บเกี่ยวได้มาก แต่ละคนควรให้ตามที่เขาตั้งใจไว้ ไม่ใช่ด้วยความเสียดายหรือจำเป็นต้องให้ เพราะว่า พระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี

2 โครินธ์ 9:8-9
พระเจ้าประทานพรทุกอย่างให้แก่ท่านได้อย่างเต็มที่ เพื่อท่านจะได้มีเพียงพออยู่เสมอ และยังจะมีเกินพอที่จะทำการดีทุกอย่างด้วย ตามที่มีบันทึกไว้ว่า
“เขาได้แบ่งปันแก่คนยากจนความเที่ยงธรรมของเขาดำรงเป็นนิตย์”
2 โครินธ์ 9:10
พระองค์ผู้ประทานเมล็ดพืชให้แก่คนที่หว่าน อาหารให้แก่คนที่กินจะประทานเมล็ดพืชให้แก่ท่าน และจะทรงเพิ่มผลให้เมล็ดที่ท่านนำไปหว่านทั้งจะทรงให้ท่านได้เก็บเกี่ยวความเที่ยงธรรมอย่างเพิ่มพูน
2 โครินธ์ 9:11
พระองค์จะทรงให้ท่านมั่งคั่งในทุกสิ่งเพื่อจะได้ใจกว้างแบ่งปันทุกโอกาส
และทำให้หลายคนได้ขอบคุณพระเจ้าผ่านเรา

2 โครินธ์ 9:12-13
ในการรับใช้แบบนี้ ไม่ใช่เป็นการจัดหาให้กับผู้เชื่อที่ขัดสนเท่านั้น แต่ยังทำให้มีคำขอบพระคุณอย่างมากด้วย การปรนนิบัตินี้จะส่งผลให้พวกเขาสรรเสริญพระเจ้าเพราะท่านทั้งหลายยอมเชื่อฟัง สมกับที่ท่านกล่าวยอมรับข่าวประเสริฐของพระคริสต์และในน้ำใจที่ท่านมีต่อเขาและคนทั่วไป
2 โครินธ์ 9:14-15
และเขาจะทูลขอเพื่อท่านและระลึกถึงท่านอย่างจริงใจ เพราะพระเจ้าทรงมีพระคุณต่อท่านอย่างเหลือล้น ขอบคุณพระเจ้าสำหรับของประทานจากพระองค์ที่เกินคาดหมาย

อธิบายเพิ่มเติม

2 โครินธ์ 9:1-2
พี่น้องในมาซิโดเนียอยู่ท่านเหนือ และอาคายาเป็นที่ตั้งของเมืองโครินธ์อยู่ทางใต้ จดหมายของท่านเปาโลทำให้รู้ว่า พี่น้องในคริสตจักรอื่น ๆ ที่ อยู่ไกลออกไป ไม่ได้อยู่เฉย แต่มีความกระตือรือร้น. ในการรับใช้พระเจ้า ซึ่งการรับใช้พระเจ้านี้ มีวิธีการหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำดีให้ผู้อื่น การประชุมร่วมกัน การถวายเพื่อช่วยพี่น้อง รวมถึงการประกาศ การเป็นพยาน การนมัสการพระองค์ชีวิตคริสเตียนจริง ๆ นั้น ไม่ใช่เป็นชีวิตอยู่เฉย ๆ

2 โครินธ์ 9:3-4
ตอนนี้ ท่านเปาโลกำลังสอนให้พี่น้องในโครินธ์ ได้เตรียมตัวให้พร้อมในกิจกรรมที่ดี และการถวายท่านเปาโลเคยเอาพี่น้องโครินธ์ไปชมเชยกับพี่น้องในที่อื่น ๆ ด้วย ทำให้เราเห็นว่า แม้จะมีปัญหาในคริสตจักร แต่ท่านเปาโลก็เห็นสิ่งดีในตัวพี่น้องเสมอ ท่านไม่ได้เอาเขาไปนินทา แต่เอาไปชมเชย นี่เป็นสิ่งที่สมควรทำตาม ไม่ว่าเราจะเห็นใครมีปัญหามากเพียงไร แต่หากดูให้ดี แต่ละคนก็ยังมีสิ่งดีในชีวิตที่เราอวดได้ ถ้าไม่อธิษฐานเผื่อก็อย่า
เอาเขาไปพูดลับหลัง

2 โครินธ์ 9:5
ท่านเปาโลไม่ยอมให้มีความผิดพลาดในด้านของชื่อเสียงของพี่น้องและตัวท่านเองเกิดขึ้น ในสมัยก่อนนั้น ใครก็ตามที่เคยสัญญาว่าจะให้อะไร ก็ต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ มากลับคำง่าย ๆ ไม่ได้การไม่ทำตามสัญญาจะเป็นเรื่องที่ขายหน้าเอามาก ๆ เป็นเรื่องที่เสียเครดิตจริงๆ และเรื่องนี้ในสังคมของคนยิวเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสังคมที่หน้าตา ฐานะ ขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีและความอับอาย

2 โครินธ์ 9:6-7
นี่เป็นหลักการธรรมดาที่พระเจ้าทรงวางไว้ให้คนที่ให้มากก็จะได้ผลมาก ตอนนี้ท่านเปาโลกำลังพูดถึงการให้กับพี่น้องคนอื่น ๆ ซึ่ง ในเมื่อพระเจ้าเป็นผู้ให้เกิดผล ผลที่ได้อาจไม่ได้เกิดกับคนที่ให้โดยตรงอย่างเดียว แต่ไปเกิดผลขึ้นในอาณาจักรของพระเจ้า ดังนั้น การให้จะต้องมีท่าทีอย่างถูกต้องไม่ใช่เป็นเพราะต้องการเอาคืนที่เห็นแก่ตัว อยากมีมากกว่าเดิม ฝึกการให้ไปบ่อย ๆ เราจะสัมผัสเองว่าผลในอาณาจักรของพระเจ้าดีกว่าผลส่วนตัว

2 โครินธ์ 9:8-9
ขออย่าแปลความในข้อนี้ผิดไปจากความตั้งใจของท่านเปาโลเพียงเพราะว่า เราอยากมีมากขึ้นพระสัญญาของพระเจ้านี้ มีให้กับคนจริงเท่านั้นไม่ใช่คนที่แสร้งให้เพื่อจะรับผู้เชื่อในพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เขาเชื่อวางใจพระสัญญานี้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รับใช้เต็มเวลาหรืออาจารย์ แต่เป็นสำหรับพี่น้องทุกคน ที่ถวายแด่พระเจ้าแม้ไม่มีใครเห็น คนถวายจริง ด้วยใจจริงด้วยความคิดถูกต้องจะเห็นผลแน่นอน

2 โครินธ์ 9:10
เมล็ดพืช เป็นที่เริ่มต้นของพืชพันธ์ุ ต้นไม้ต่าง ๆแต่เบื้องหลังของเมล็ดพืชที่จะงอกเป็นผลหลากชนิดนั้น คือ พระเจ้าผู้ทรงสร้าง ดังนั้น คิดแล้ว การให้ของเราเกี่ยวพันกับท่าทีที่เรามีต่อพระเจ้าเป็นอย่างมาก การถวายคืนแด่พระเจ้าด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในคริสตจักร หรือทำกับคนทั่วไปที่ต้องการความช่วยเหลือ ต้องได้รับการอวยพรให้ผลผลิตฝ่ายวิญญาณนี้ เพิ่มพูน ทวีคูณจากพระเจ้า … ทุกอย่างจึงจะยั่งยืนและเกิดผลมาก

2 โครินธ์ 9:11
พระเจ้าจะทรงให้มั่งคั่งเพื่อให้มีใจกว้างแบ่งปันให้คนอื่น วิธีการที่จะอยู่ร่วมกันได้ดีที่สุด คือทุกคนได้มีโอกาสที่จะก้าวต่อไป ไม่ใช่เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ในโลกธุรกิจมีแนวคิดว่า ต้องขายให้มากสุด ต้องโกยส่วนแบ่งการตลาดมาให้มากเท่าที่มากได้ แต่ธุรกิจของพระเจ้ากลับแปลก พระองค์ให้คนของพระองค์มั่งคั่ง (ในรูปแบบต่าง ๆ) เพื่อช่วยให้คนอื่นได้ก้าวต่อไป

2 โครินธ์ 9:12-13
พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้คนของพระองค์มั่งคั่งไม่ใช่เพื่อให้เขาเก็บไว้ชื่นชมคนเดียว แต่เพื่อเขาจะมีใจกว้างขวาง แบ่งปันให้กับคนอื่นด้วย เมื่อเราได้เห็นการให้และการรับในหมู่พี่น้อง ด้วยความปรารถนาดี เราก็จะเกิดใจขอบพระคุณ ดังนั้น การให้นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระเป็นการช่วยให้อีกคน หรือหลายคนมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีสันติสุข ยังเป็นเหตุให้พระเจ้าได้รับพระเกียรติจากทุกหัวใจที่ขอบพระคุณ

2 โครินธ์ 9:14-15
ใจกตัญญูต่อพระเจ้าที่เกิดขึ้นในคนที่รับนั้นไม่ได้มีต่อพระเจ้าเท่านั้น แต่ต่อคนที่ตั้งใจช่วยเหลือคำขอบพระคุณเหล่านี้เป็นที่ถวายพระเกียรติทำให้พระเจ้าทรงพอพระทัยที่พี่น้องต่างมีความรักจริงใจต่อกัน ยิ่งขอบพระคุณ ชีวิตก็ยิ่งเกิดผลยิ่งก่อให้เกิดการขอบพระคุณมากขึ้นอีกไปเรื่อย ๆแต่หากคนรับไร้การขอบพระคุณล่ะ … คนที่ให้ก็ยังได้รับพระพรที่จะทำการดีต่อไปได้ ไม่ต้องห่วงไม่มีการขัดสนเลย ….

พระคำเชื่อมโยง

1* กาลาเทีย 2:10
2* 2 โครินธ์ 8:10
3* 2 โครินธ์ 8:6, 17
6* สุภาษิต 11:24; 22:9
7* เฉลยธรรมบัญญัติ 15:4; โรม 12:8

8* สุภาษิต 11:24
9* สดุดี 112:9
10* อิสยาห์ 55:10; โฮเชยา 10:12
11* 2 โครินธ์ 1:11

12* 2 โครินธ์ 8:14
13* มัทธิว 5:16; ฮีบรู 13:16
14* 2 โครินธ์ 8:1
15* ยากอบ 1:17



2 โครินธ์ 8 ให้โปร่งใส

2 โครินธ์ 8:1-2
พี่น้องทั้งหลาย เวลานี้ เราอยากให้ท่านรู้ถึงพระคุณของพระเจ้าที่ประทานให้คริสตจักรทั้งหลายในแคว้น มาซิโดเนีย
ขณะที่พวกเขากำลังเผชิญกับความทุกข์สาหัส แต่ความยินดี และความยากจนข้นแค้นอย่างที่สุดนั้น กลับกลายเป็นความเอื้อเฟื้อให้กับคนอื่นอย่างมาก


2 โครินธ์ 8:3-5
ข้ายืนยันว่า พวกเขาได้ถวายตามความสามารถ ที่จริง เกินความสามารถด้วยความเต็มใจ พวกเขาเฝ้าขอร้องเรา ที่จะได้มีส่วนในการช่วยเหลือคนของพระเจ้า พวกเขาไม่ได้ทำอย่างที่เราคาด แต่กลับ
ถวายตัวแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน แล้วจึงทุ่มเทกับเราตามพระประสงค์

2 โครินธ์ 8:6-7
เหตุนี้ เราจึงขอให้ทิตัสไปช่วยท่าน เพื่อทำสิ่งดีนี้จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เพราะเขาเป็นผู้ที่เริ่มงานนี้ ดังนั้น ในเมื่อท่านเพียบพร้อมไปด้วยความเชื่อ ความสามารถในการพูด ความรู้ ความกระตือรือร้น และความรักที่มีต่อเรา ก็ขอให้ท่านเต็มด้วยพระคุณในการให้เช่นกัน
2 โครินธ์ 8:8
ข้าไม่ได้ออกคำสั่ง แต่เพียงต้องการพิสูจน์ความรักของท่านว่าจริงใจหรือไม่เมื่อเทียบกับความกระตือรือร้นของคนอื่น

2 โครินธ์ 8:9
เพราะว่า พวกท่านต่างรู้ถึงพระคุณของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราว่า แม้พระองค์ทรงมั่งคั่ง แต่ทรงยอมเป็นคนยากจนเพื่อเห็นแก่ท่านเพื่อพวกท่านจะได้กลายเป็นคนมั่งคั่งเนื่องจากความยากจนของพระองค์

2 โครินธ์ 8:10-11
เรื่องนี้ ข้ามีความเห็นที่เป็นประโยชน์กับท่านว่า ปีที่แล้วท่านเป็นคนกลุ่มแรกที่ลงมือทำการนี้ ทั้งยังมีน้ำใจที่จะทำด้วย
บัดนี้ ท่านควรทำให้สำเร็จ ในเมื่อมีใจพร้อม ท่านก็จะได้ทำให้สำเร็จตามความสามารถของท่าน
2 โครินธ์ 8:12
เพราะหากมีน้ำใจพร้อมอยู่แล้วพระเจ้าจะทรงรับเท่าที่เขามีอยู่ ไม่ใช่ตามที่เขาไม่มี

2 โครินธ์ 8:13-14
เพราะข้าไม่ได้หมายความว่า คนอื่นจะงานเบาลง ส่วนท่านมีภาระหนักขึ้น แต่เป็นเรื่องของการเอื้อเฟื้อต่อกัน การที่ท่านมีเกินพอในเวลานี้ ท่านควรจะไปช่วยคนที่ต้องการและเมื่อเขามีเกินพอเขาจะได้ช่วยท่านเมื่อท่านขัดสน
2 โครินธ์ 8:15
ตามที่มีบันทึกว่า “คนที่เก็บไว้มากก็ไม่มีเหลือส่วนคนที่เก็บได้น้อยก็ไม่ขัดสน”

2 โครินธ์ 8:16-18
แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงทำให้ใจทิตัสมีพลังใจห่วงใยท่านเหมือนที่เรามีต่อท่านเพราะไม่เพียงแต่เขาตอบรับคำขอร้องจากเราเท่านั้น แต่เขาไปหาท่านด้วยใจกระตือรือร้นของเขาเอง และเราได้ส่งพี่น้องคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการประกาศข่าวประเสริฐตามคริสตจักรไปกับเขาด้วย
2 โครินธ์ 8:19
ไม่เพียงเท่านั้น แต่เขาได้รับการแต่งตั้งจากคริสตจักรต่าง ๆ เพื่อให้เดินทางไปกับเรา เป็นผู้ร่วมงานในขณะที่เราทำการแห่งพระคุณนี้ เพื่อถวายพระเกียรติสิริแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และเพื่อแสดงถึงความปรารถนาดีของเรา

2 โครินธ์ 8:20-21
เราจำเป็นต้องระมัดระวังตัวไม่ให้ใครติเตียนได้ ในเรื่องของเงินถวาย
มากมายที่รับมาเพื่อจัดการส่งต่อ
นั้นเพราะเรามีเป้าหมายที่จะเป็นคนซื่อตรงไม่ใช่ในสายพระเนตรพระเจ้าเท่านั้นแต่ในสายตาของมนุษย์ด้วย
2 โครินธ์ 8:22
และเราให้พี่น้องคนหนึ่งมากับเขาทั้งสองคนนี้ เราได้ทดสอบบ่อย ๆ ว่า
เขากระตือรือร้นในหลาย ๆ เรื่องและตอนนี้เขายิ่งเอาจริงเอาจังมากขึ้น
เพราะเขามั่นใจในพวกท่านมาก
2 โครินธ์ 8:23-24
ส่วนทิตัสเอง เขาเป็นคู่หู เพื่อนร่วมงานของข้าเพื่อประโยชน์ของท่านทั้งหลายส่วนพี่น้องทั้งสองนั้นเป็นผู้สื่อสารจากคริสตจักรทั้งหลายเพื่อพระเกียรติของพระคริสต์ ดังนั้น จงแสดงความรักของท่าน และความภูมิใจของเราที่มีต่อท่านแก่พวกเขา เพื่อคริสตจักรต่าง ๆ จะได้เห็น

2 โครินธ์ 8:1-2
ข่าวประเสริฐจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่พบพระเจ้าจริง ๆ แต่ก่อนนี้ พี่น้องในเยรูซาเล็มได้ส่งคนของพระเจ้าออกไปประกาศในมาซิโดเนีย
พวกเขาเป็นคนยากจนมาก แต่เมื่อพวกเขาพบพระเจ้าจริง ๆ แล้ว เขาก็กลับเป็นคนใจกว้าง สนใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่แค่สนใจเรื่องของตนเองนี่ทำให้รู้ว่า พวกเขากลับใจใหม่จริง เมื่อรู้ว่าพี่น้องในเยรูซาเล็มกำลังลำบากพวกเขาก็ยินดีจะช่วยเหลือ

2 โครินธ์ 8:3-5
สิ่งที่พี่น้องมาซิโดเนีย คือพี่น้องในเมืองฟีลิปปีเมืองเธสะโลนิกา และเบเรีย ทำคือ  ถวายตามความสามารถ ถวายเกินความสามารถ
ถวายด้วยความเต็มใจ และสิ่งที่ท่านเปาโลคาดไม่ถึงคือ การที่พวกเขาถวายชีวิตให้กับพระเจ้าก่อนที่จะมีการถวายดังกล่าวเท่ากับพวกเขารู้ว่าอะไรสำคัญที่สุดในการถวาย

2 โครินธ์ 8:6-7
ก่อนหน้านี้ ทิตัสเองได้ชักชวนให้พี่น้องโครินธ์ได้ถวายเพื่อช่วยพี่น้องในเยรูซาเล็มที่กำลังลำบาก การถวายครั้งนี้ของพวกเขา เหมาะสมยิ่งเพราะพวกเขามีทั้งความเชื่อความรู้ การพูดดี กระตือรือร้นและที่สำคัญ พวกเขารักท่านเปาโลด้วย ถ้ามีทุกอย่างแบบนี้ ก็จะเป็นการให้ที่ดีมาก จากข้อความตอนนี้ เราเห็นได้ชัดว่า พี่น้องชาวโครินธ์มีฐานะหน้าที่การงานดีพอสมควร ถึงแม้จะไม่ทุกคนก็ตาม

2 โครินธ์ 8:8
การชวนให้ถวายครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการบังคับใจพี่น้อง แต่เป็นการสนับสนุนให้เกิดความรักและเอาใจใส่กันระหว่างคริสตจักรต่างเมือง อันที่จริง
สิ่งที่เกิดขึ้นนับได้ว่า เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคริสตจักรในปัจจุบันด้วย ที่จะมีการช่วยเหลือกันและกันอย่างจริงจัง ไม่ได้เกิดเพราะเป็นหน้าที่ ๆ
ต้องทำแต่เกิดจากหัวใจที่เป็นห่วง และเข้าใจว่าการทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ลูกของพระเจ้าจะทำเพื่อกัน

2 โครินธ์ 8:9
พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงเป็นเจ้าของทั้งจักรวาลได้เสด็จลงมาเป็นมนุษย์ เติบโตในบ้านของชายหญิงที่เป็นชาวบ้านธรรมดา พระองค์ทรงมีอำนาจสูงสุด
ปัญญาสูงสุด ฤทธิ์เดชทั้งสิ้นเป็นของพระองค์แต่เมื่อทรงมาเป็นคนเดินดิน พระองค์ก็ทรงใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป พระองค์ทรงถ่อมพระองค์เป็นที่สุด
แล้วพระองค์ก็ทรงสิ้นพระชนม์เยี่ยงอาชญากรทั้งหมดนี้ เพื่อจะให้คนที่เชื่อในพระองค์ได้เป็นลูกของพระเจ้า ได้ครอบครองและเป็นผู้มั่งคั่งกับพระองค์

ถอดความจาก 2 โครินธ์ 8:10-11
สิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับพี่น้องโครินธ์คือ การให้ของพวกเขาเป็นเรื่องที่จะทำให้พระเจ้าทรงให้ตอบแทนแก่พวกเขานอกจากจะเป็นในชีวิตนี้ อย่างที่ฟีลิปปี 4:17 กล่าวไว้ ก็ยังจะเกิดผลดีในวันของพระเจ้าด้วย พระเจ้าจะทรงให้รางวัลกับคนที่ใส่ใจคนยากจน คนลำบาก อีกอย่างการที่เริ่มต้นสิ่งดีอะไรแล้วทำให้สำเร็จก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ นั่นเป็นนิสัยของคนที่จะประสบความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต

2 โครินธ์ 8:12
นี่ทำให้เรานึกถึงหญิงม่ายที่ถวายเงินเพียงเล็กน้อยแต่พระเยซูกลับทรงมองว่า เธอเป็นคนที่ให้มากที่สุด (มาระโก 12:41-44) ดูเหมือนว่าจำนวนที่
ให้นั้น สัมพันธ์กับความสามารถที่จะให้ หากไม่มีแต่พยายามไปหยิบยืมเพื่อให้มีถวาย หรือเพื่อทำตามเทรนด์ ก็คงไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ และในทางของพระเจ้า พระคัมภีร์ก็บอกชัดว่า ให้น้อยที่สุดประมาณเท่าไรจึงจะดี นั่นคือ สิบลดหนึ่ง แต่ถ้ามากกว่านั้น ประโยชน์จะเกิดกับคนถวายเอง

2 โครินธ์ 8:13-14
ในการมีชีวิตกับพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าจะจนเสมอไป หรือรวยเสมอไป แต่การอยู่ในชุมชนนั้นเป็นเรื่องของการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันอย่างชัดเจนพระเจ้าไม่ได้ให้เรารวยหรือจนเพื่อตนเอง แต่เมื่อเรามีที่จะเผื่อแผ่ ก็ให้ทำเป็นนิสัยเพื่อว่า เมื่อถึงเวลาจำเป็นก็จะไม่รู้สึกลำบากใจ หนักใจหรือไม่กล้าเพราะทำอยู่แล้วเป็นประจำ และได้ประสบการณ์การให้ การรับจากพี่น้องเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

2 โครินธ์ 8:15
ช่วงเวลาที่ท่านเปาโลเขียนจดหมายฉบับนี้อยู่พี่น้องในเมืองต่าง ๆ เผชิญกับความยากลำบากที่แตกต่างกันไป บางที่เป็นเรื่องของคนสอนผิด
บางที่เป็นเรื่องความอดอยาก บางที่ก็เป็นเรื่องของบาปที่เกิดขึ้นในหมู่พี่น้อง บ้างก็ถูกข่มเหง แต่สำหรับเรื่องฐานะ ความเป็นอยู่แล้ว หลักการ
ของพระเจ้าคือ ทุกคนมีอย่างเพียงพอ ทำให้ใช้ชีวิตไปได้อย่างไม่ลำบากเกินไป ที่เพียงพอได้เพราะแบ่งปันกัน

2 โครินธ์ 8:16-18
ทิตัสเต็มใจที่จะเดินทางไปรับเงินถวายเพื่อพี่น้องที่เดือดร้อนในเยรูซาเล็ม ไม่ต้องให้ใครใช้ไป แต่เขาอาสาที่จะทำเรื่องนี้ แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยในเครดิตของทิตัสเองท่านเปาโลได้ให้อีกคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงดี เป็นที่วางใจของพี่น้องไปกับทิตัสด้วย คนนี้ไม่ได้ถูกออกชื่อ แต่เป็นคนที่ไว้ใจได้จริง เราไม่ทราบว่าเป็นใครแต่สิ่งสำคัญคือ ความรอบคอบในการทำงานเรื่องการเงินของท่านเปาโลเอง

 2 โครินธ์ 8:19
พี่น้องท่านนี้ ไม่ได้เป็นคนที่มาจากไหนก็ไม่รู้แต่เป็นคนที่ใคร ๆ ในคริสตจักรรู้จักดี และยังมีความเชื่อถือในตัวเขาจนถึงกับช่วยกันแต่งตั้ง
ให้เขาเดินทางไปกับทิตัส ถือเงินไปยังกรุงเยรูซาเล็มเราจะเห็นถึงความชัดเจนในการเลือกผู้รับใช้ให้ถูกที่ถูกงานของท่านเปาโล การเลือกคนถูก
กับงาน เป็นสิ่งที่แสดงถึงความตั้งใจดี และผลงานที่ออกมาก็จะถวายพระเกียรติด้วย 

2 โครินธ์ 8:20-21
การระวังตัวที่จะให้การทำงานโปร่งใส เป็นเรื่องสำคัญ ต้องทำอย่างซื่อตรง และตรวจสอบได้ทั้งในสายพระเนตรพระเจ้า และในสายตาของมนุษย์
ท่านเปาโลบอกเราว่า เงินถวายมีเป็นจำนวนมากแสดงว่า พี่น้องชาวมาซิโดเนียได้ถวายอย่างเต็มใจเพื่อพี่น้องในเยรูซาเล็ม คนที่ทำงานระหว่างทางทุกคนจะต้องไว้ใจได้และไม่ทำให้งานของพระเจ้าเสียชื่อเสียง ทั้งในสมัยโบราณ ทั้งในสมัยนี้

2 โครินธ์ 8:22
ดูเหมือนว่า สองคนยังไม่เป็นที่สบายใจในสายตาของท่านเปาโล ท่านยังให้พี่น้องอีกคนมากับทั้งสองด้วย นับได้ว่า ท่านระมัดระวังและรอบคอบจริง ๆกับเรื่องนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการดูแลเรื่องเงินถวายในคริสตจักร ให้ไปถูกที่ ให้ถึงครบจำนวนให้เป็นที่ชื่นชม ไม่มีใครครหาได้ เราอาจไม่คาดว่าท่านเปาโลจะจริงจังในเรื่องการเงินถึงเพียงนี้ แต่ท่านยังมีเรื่องที่จะคุยต่อไปอีก เราต้องติดตามกันต่อไป

2 โครินธ์ 8:23-24
เอาล่ะ ทีนี้ เราเห็นว่า ท่านเปาโลได้ให้ความรับผิดชอบต่อทั้งผู้รับใช้ซึ่งเป็นตัวแทนของท่าน และกับพี่น้องในคริสตจักรด้วย ทั้งสองฝ่ายต่างต้องให้เกียรติกันและกัน ร่วมมือกันเพื่องานของพระเจ้า การทำงานด้วยกันนั้น ต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจและการนับถือกันและกัน ตัดทิ้งเรื่องใครเก่งกว่า ใครดีกว่าออกไป ต้องไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องนั้น ท่านบอกให้พี่น้องทำสิ่งที่ถูกต้องเพราะถ้าเราย้อนกลับไปดู 1 โครินธ์เราจะเห็นว่า น่าเป็นห่วงเหมือนกัน

พระคำเชื่อมโยง

2* มาระโก 12:44
4* โรม 15:25-26
5* โรม 12:1-2; เอเฟซัส 6:6
6* 2 โครินธ์ 8:17; 12:18
7* 1 โครินธ์ 1:5; 12:13; 2 โครินธ์ 9:8

8* 1 โครินธ์ 7:6
9* ฟีลิปปี 2:6-7; โรม 9:23
10* 1 โครินธ์ 7:25, 40; ฮีบรู 13:16;
2 โครินธ์ 9:2
12* มาระโก 12:43-44
15* อพยพ 16:18

18* 2 โครินธ์ 12:1819* 1 โครินธ์ 16:3,4 ; 2 โครินธ์ 4:15
21* โรม 12:17
23* 2 โครินธ์ 7:13-14; ฟีลิปปี 2:25
24* 2 โครินธ์ 7:4, 14; 9:2