2 ทิโมธี 1 จิตใจที่กล้าหาญ

เนื่องจากภาพที่ปรากฏในคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือแตกต่างกัน จึงขออธิบายว่า ในแต่ละข้อแบ่งเป็นสี่ตอน คือ ข้อความในพื้นเทา เป็นข้อพระคัมภีร์ ตัวหนังสือเล็กสีส้ม เป็นพระคำที่เกี่ยวข้อง ภาพประกอบ และคำอธิบายเพิ่มเติม

คำทักทาย เริ่มต้นจดหมาย ความทรงจำดี ๆ ต่อกัน บทนี้ ทำให้เราเห็นหัวใจความห่วงใยของท่านเปาโลที่มีต่อทิโมธีชัดเจนมาก

จดหมายจากข้า เปาโล อัครทูตของพระเยซูคริสต์ตาม
พระประสงค์ของพระเจ้า ตามพระสัญญาแห่งชีวิตซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์
ถึงทิโมธี ลูกชายที่รักของข้า
ขอให้พระคุณ พระเมตตา และสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดา และพระเยซูคริสต์ของเรา จงอยู่กับเจ้าเถิด
2 ทิโมธี 1:1-2

2 โครินธ์ 1:1 ,เอเฟซัส 1:1, โคโลสี 1:1,ทิตัส 1:2

ท่านเปาโลมองว่าตัวเองเป็นผู้สื่อสารข่าวที่นำชีวิตให้กับผู้รับสาร
ในฉบับแรกท่านเรียกทิโมธีว่า ลูกชาย
แท้ในความเชื่อ แต่ในฉบับที่สองท่านใช้คำว่า ทิโมธี ลูกชายที่รักของข้า.. รู้สึกได้เลยว่า ใกล้ชิดขึ้น สนิทมากขึ้น รักมากกว่าเดิม

ข้าขอบคุณพระเจ้าผู้ที่ข้ารับใช้ด้วยจิตสำนึกบริสุทธิ์ ตามอย่างบรรพบุรุษของข้า ข้าระลึกถึงเจ้าเสมอยามที่ข้าอธิษฐานทั้งคืนวันเมื่อคิดถึงน้ำตาของเจ้า ข้าก็อยากมาหาเจ้านัก เพื่อว่าใจข้าจะเต็มด้วยความยินดี
2 ทิโมธี 1:3-4

กิจการ 24:14, 2 ทิโมธี 4:6-17

สิ่งที่ท่านเปาโล ทำไม่ได้คือไปหาทิโมธี แต่คำอธิษฐานของท่านทรงพลังกว่าการพบปะกันเสียอีก เวลาท่านคิดถึงทิโมธี ท่านน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งในพระเจ้าที่ทรงให้มีคนอย่างทิโมธี คิดถึงเขาทีไรท่านก็ มีความชื่นชมยินดี ขอบคุณพระเจ้าที่จดหมายแห่งรักของเปาโลยังคงเกิดผลในทุกวันนี้

ข้าฯ ระลึกถึง ความเชื่อที่จริงใจของเจ้า ซึ่งแต่แรกก็มีอยู่ทั้งในคุณยายโลอีส และคุณแม่ยูนีส และข้าเชื่อว่า ตอนนี้มีอยู่ในเจ้าเช่นกัน
2 ทิโมธี 1:5

1 ทิโมธี 1:5,4:6, กิจการ 16:1

แน่ใจได้เลยว่า ขณะที่ทิโมธีกำลังรับใช้พระเจ้าอยู่ ทั้งสองต้องได้อธิษฐานเผื่อและได้ช่วยเป็นกำลังเท่าที่จะทำได้ การมีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่เชื่อพระเจ้า และส่งต่อความเชื่อลงมาให้ลูกหลานจนพวกเขารู้จักพระเจ้าด้วยตัวเองจริง ๆ นับเป็นพระพรใหญ่ยิ่งสำหรับชีวิตคน ๆ หนึ่ง

หนุนใจให้กล้าหาญ

ด้วยเหตุนี้ จึงขอเตือนใจเจ้าว่า จงทำให้ของประทานซึ่งผ่านการวางมือจากข้าให้เจ้านั้น เจริญรุ่งเรืองขึ้น เพราะพระเจ้ามิได้ประทานให้เรามีใจขลาดกลัว แต่ประทานหัวใจที่เต็มด้วยฤทธิ์อำนาจ ความรัก และการบังคับตนเองให้เรา
2 ทิโมธี 1:6-7 

1 ทิโมธี 4:14,โรม 8:15,กิจการ 1:8

สิ่งที่ท่านเปาโลย้ำคือ การทำให้สิ่งนั้นเจริญขึ้น ไม่ใช่อยู่กับที่ ท่านเตือนให้จุดประกายแห่งของประทานให้ลุกเป็นไฟเสมอในตัวของเรา เราต้องมีความตั้งใจที่จะให้การรับใช้มีประสิทธิภาพ ดีขึ้น ๆ ตลอดชีวิตของเรา
พระวิญญาณเป็นผู้ประทานใจที่จะช่วยให้เราเจริญขึ้น ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่างานจะด้อยลง … คลังปัญญา ความคิด ความเข้าใจมาจากพระองค์

ดังนั้น อย่าอายคำพยานถึงเรื่องพระผู้เป็นเจ้าของเรา อย่าอายเพราะตัวข้าที่เป็นนักโทษของพระองค์ แต่ให้แบกภาระเพื่อพระกิตติคุณร่วมกับข้า ตามฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
2 ทิโมธี 1:8

โรม 1:16, 8:28,16:25

ในสังคมอิสราเอลโบราณนั้น เป็นสังคมที่ เน้นเรื่องเกียรติกับความน่าอาย พูดง่าย ๆ คือ เสียหน้าไม่ได้ เกียรติมาก่อนสิ่งอื่นใด ทิโมธีอาจมีปัญหานี้บ้าง การประกาศพระกิตติคุณนั้น ต้องมีคนไม่พอใจ มีคนด่าว่า ท่านเปาโลเตือนให้ทิโมธีไม่อายเพราะพระกิตติคุณและการที่เกี่ยวพันกับนักโทษอย่างท่าน

แผนการแห่งความรอดของพระเจ้า

ผู้ทรงช่วยเราให้รอด และทรงเรียกเราด้วยการทรงเรียกอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่เป็นเพราะการกระทำของเรา แต่เป็นไปตามพระประสงค์และพระคุณของพระองค์เองที่ประทานให้เราในพระเยซูคริสต์ก่อนกาลเวลาจะเกิดขึ้น
2 ทิโมธี 1:9

โรม 3:20,8:28,16:25, เอเฟซัส 2:8-9, 1:3-4

พระเจ้าทรงเรียกเรา เพื่อให้เราเป็นคนบริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระองค์
ทรงเรียกมาก่อนชีวิตเราจึงบริสุทธิ์ได้
และการทรงเรียกนี้เกิดขึ้นก่อนกาลเวลา เอเฟซัส 1:4 พระเจ้าทรงเรียกเราก่อนปฐมกาล โรม 16:25 พระเจ้าทรงให้เรามั่นคงได้

ท่านเปาโลมั่นใจในงานที่พระเจ้าทรงกำหนดให้

มาบัดนี้ ได้มีการสำแดงโดยการปรากฏของพระเยซูคริสต์เจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ทรงปราบความตาย ทรงให้ชีวิตและความเป็นอมตะเป็นที่ประจักษ์ผ่านทางข่าวประเสริฐซึ่งเป็นเรื่องที่ข้าได้รับการแต่งตั้งให้เทศนาให้เป็นอัครทูต และเป็นครู
2 ทิโมธี 1:10-11

เอเฟซัส 1:9,กิจการ 9:15,1 ยอห์น 1:2, 1 ทิโมธี 1:7

พระเจ้าทรงวางแผนข่าวประเสริฐไว้ตั้งแต่ก่อนมี กาลเวลา บัดนี้ พระเยซูคริสต์ทรงทำให้เราเข้าใจแผนการแห่งความรอดนั้น “แม้ว่าเรายังต้องตายฝ่ายร่างกาย แต่ฝ่ายวิญญาณนั้น เราจะไม่ตายแต่จะเป็นอมตะกับ พระเจ้าเพราะพระองค์ทรงปราบความตายแล้ว”
โรม 16: 25-26

ด้วยเหตุนี้ข้าจึงทนทุกข์อย่างที่เป็นอยู่ ถึงกระนั้นข้าก็ไม่ละอาย เพราะข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าเชื่อ และข้ามั่นใจว่าพระองค์จะทรงรักษาสิ่งที่ข้าได้ฝากไว้กับพระองค์จนถึงวันนั้นได้
2 ทิโมธี 1:12

1 เปโตร 4:19, 1 ทิโมธี 6:20,ยูดา 1:24, โรม 1:16

ท่านเปาโลเทศนาสั่งสอนอย่างกล้าหาญและภาคภูมิใจ ทั้งที่เผชิญความลำบาก ถูกจำคุก แต่ท่านไม่ได้กลัวเนื่องจากได้ฝากชีวิตไว้กับพระเจ้าแล้ว
ท่านเชื่อพระผู้ทรงสามารถรักษาทุกสิ่งที่ท่านฝากไว้ได้แน่นอน หากไม่ฝากไว้กับพระเจ้า เก็บชีวิตของตัวเองไว้
มันคงไม่ปลอดภัย อ่านเพิ่มเติมชีวิตท่านเปาโลในกิจการ 20-28

ท่านเปาโลหนุนใจทิโมธีให้ซื่อตรงต่อความจริง

จงยึดมั่นในคำสอนที่ถูกต้องซึ่งเจ้าได้ยินจากข้าด้วยความเชื่อและความรักซึ่งมีในพระเยซูคริสต์
จงรักษาสิ่งที่ล้ำค่าซึ่งเรามอบให้เจ้าโดยพึ่งองค์พระวิญญาณ
ซึ่งประทับในเรา
2 ทิโมธี 1:13-14

ทิตัส 1:9, 2 ทิโมธี 3:14, ฟีลิปปี 4:9,1 ทิโมธี 6:20, 1 โครินธ์ 3:16

เรามีคนที่ยึดมั่นในคำสอนที่ถูกต้องแบบไร้ความรัก และบังคับให้คนอื่นยึดแบบตัวเอง แต่ท่านเปาโลให้เราตั้งมั่นในคำสอนด้วยความเชื่อและความรักที่เรามีต่อพระเยซู ความถ่อมตน ความเห็นแก่ประโยชน์คนอื่นจึงตามมา พระวิญญาณจะทรงช่วยให้เราซื่อตรงต่อพระเจ้า รักษา ทำตามได้โดยแรงของพระวิญญาณ ไม่ใช่แรงน้อย ๆ ของเราเอง

ผู้รับใช้ที่ภักดีกับคนไม่ซื่อ

เจ้ารู้อยู่ว่าคนในเอเชียได้หันหลัง จากข้า ในพวกนั้นมีฟีเจลัสและเฮอร์โมเกเนส รวมอยู่ด้วยขอพระผู้เป็นเจ้าทรงเมตตาต่อครอบครัวโอเนสิโฟรัส เพราะเขาทำให้ข้าชื่นใจเสมอ เขาไม่อับอายในโซ่ตรวนของข้าเลย
2 ทิโมธี 1:15-16

2 ทิโมธี 4:16 , ฟีลิปปี 2:21, 2 ทิโมธี 4:10-11,19, ฟิเลโมน 1:7,20, ฮีบรู 6:10

เอเชียในสมัยนั้น คือเอเชียภายใต้การ
ปกครองของโรม ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในตุรกีปัจจุบัน มีสองคนที่ไม่ได้ยึดมั่น แต่เดินหันหลังให้เปาโลที่ท่านต้องออกชื่อ ก็เพื่อไม่ให้ทั้งสองนี้ไปชวนใคร แต่ขณะเดียวกันยังมีคนที่ซื่อตรง คนที่ไม่อายว่า เปาโลเป็นนักโทษ เป็นคนที่ทำให้สดชื่นเมื่อพบ

แต่เมื่อเขามาถึงโรม เขาก็ตามหาข้าอย่างร้อนใจและได้พบข้า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้เขาได้พบพระเมตตาจากพระองค์ในวันนั้น และเจ้าก็รู้ดีว่า เขาได้รับใช้ ข้ามากแค่ไหนตอนที่เขาอยู่เมืองเอเฟซัส ขอองค์พระผู้เจ้าให้เขาได้ รับพระเมตตาในวันพิพากษาด้วย
2 ทิโมธี 1:17-18

กิจการ 28:30-31, ฮีบรู 6:10, วิวรณ์ 2:1, 1 เธสะโลนิกา 2:19

ชื่อของโอเนสิโฟรัส มีความหมายว่า ผู้ที่นำความช่วยเหลือมา เขาใช้ชีวิตอย่างซื่อตรง ภักดีต่อพระวจนะของพระเจ้า ทำโดยการรับใช้ท่านเปาโลอย่างโดดเด่น ท่านเปาโลเองได้อธิษฐานของสิ่งที่พิเศษให้กับเขา และครอบครัว นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคำอธิษฐานที่มีต่อผู้อื่น

1 ทิโมธี 2 อธิษฐานมีพลัง…

คอลัมน์ซ้ายสุด เป็นพระคัมภีร์ถอดความ คอลัมน์กลางเป็นภาพและพระคัมภีร์เชื่อมโยง ส่วนคอลัมน์ขวาสุดสีครามนั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติม

อธิษฐานเผื่อใครหรือ?

ดังนั้นก่อนอื่นใด ข้าขอกำชับให้เจ้าได้ทูลคำร้องขอ อธิษฐาน วิงวอนเพื่อผู้อื่น และขอบคุณพระเจ้า เพื่อทุกคน เพื่อกษัตริย์ทั้งปวง และผู้มีสิทธิอำนาจทั้งหลาย เพื่อว่าพวกเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ สันติ อยู่ในทางของพระเจ้า อย่างสง่างาม
1 ทิโมธี 2:1-2

มัทธิว 6:9-10, เอสรา 6:10, โรม 13:1, เยเรมีย์ 29:7, 1 เปโตร 2:9-13

ทูลคำร้องขอ …. คือการขอจากพระเจ้าตามน้ำพระทัย
อธิษฐาน … สนทนา สื่อสาร สัมพันธ์กับพระเจ้า
วิงวอนเพื่อผู้อื่น ทูลขอเพื่อความจำเป็นของผู้อื่น
ขอบคุณพระเจ้า
เพื่อใคร…ทุกคน และผู้มีอำนาจ
ผลที่ได้คือ…..ชีวิตสงบ
ที่เป็นเช่นนี้เพราะในโลกเรามีคริสเตียนที่ทนทุกข์เพื่อพระเจ้ามากมายจริง ๆ เราจำเป็นต้องมีผู้ปกครองที่เป็นธรรม.. ชีวิตจึงจะสงบสุขได้

การทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดีและเป็นที่พอพระทัย ของพระเจ้าผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ทรงประสงค์ที่จะให้ทุกคนได้รับความรอด
และมารู้จักกับความจริง

1 ทิโมธี 2:3-4

ฮีบรู 13:16, โรม 12:2, 2 ทิโมธี 1:9,

การอธิษฐานเพื่อคนอื่นไม่ใช่แค่คนที่เชื่อเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เชื่อด้วย พระเจ้าทรงประสงค์ให้ทุกคนได้พบความจริง คนที่เราคิดว่า ไม่มีทางรอดได้แล้ว เราก็ยังอธิษฐานขอพระเมตตาจากพระเจ้าต่อไป เผื่อว่าวันหนึ่งพระเจ้าจะทรงเมตตาเขา การอธิษฐานอย่างแรงกล้า ร้อนใจอย่างเอลียาห์จะเกิดผล (ยากอบ 5:17)

เพราะมีพระเจ้าเพียงองค์เดียว และมีคนกลางระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์เพียงผู้เดียวเท่านั้น คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์ พระองค์ประทานชีวิตของพระองค์เองเป็นค่าไถ่ทุกคน คำยืนยันนี้เกิดขึ้นตาม เวลาอันเหมาะสม
1 ทิโมธี 2:5-6

1 โครินธ์ 8:6, กาลาเทีย 3:21, มาระโก 10:45

จากอิสราเอลโบราณที่ต้องมีปุโรหิตเป็นตัวกลางระหว่างพระเจ้ากับประชาชน แต่บัดนี้ ไม่มีตัวกลางอื่นแล้ว นอกจากพระเยซูเท่านั้น
(ฮีบรู 9:11-15) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และทรงเป็นมนุษย์ ไม่มีใครมีลักษณะเช่นนี้เลยในจักรวาล ( โรม 8:34)
เรามีพระเจ้าองค์เดียวคือพระบิดา มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวคือพระเยซู (1 โครินธ์ 8:6)

เรื่องของชาย หญิง ในคริสตจักร

และเพราะเหตุนี้ ข้าจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ประกาศ และเป็นอัครทูต (ข้าพูดความจริง ไม่โกหก) ข้าเป็นครูสอนความเชื่อแท้จริงแก่บรรดาคนต่างชาติ ดังนั้น ข้าอยากให้ผู้ชายทุกแห่ง ได้ชูมืออันบริสุทธิ์อธิษฐาน โดยไม่โกรธขึ้งหรือโต้เถียงกัน
1 ทิโมธี 2:7-8

เอเฟซัส 3:7-8, 1 ทิโมธี 1:11, 2 ทิโมธี 1:11,

การรับแต่งตั้งเป็นผู้ประกาศข่าวดีของเปาโลนี้ มีการ ยืนยันหลายที่ เอเฟซัส 3:7-8 กาลาเทีย 1:15
ส่วนผู้ชายในที่นี้ หมายถึงผู้นำในการนมัสการ การยกมือขึ้นอธิษฐานเป็นแบบของคนยิว พวกเขาจะต้องมีชีวิต ที่สะอาด และท่านห้ามไม่ให้ พวกเขาโกรธกัน เถียงกัน สงสัยว่า นิสัยใจคอของคนที่นั่นคงจะเลือดร้อนกันไม่น้อย

ส่วนผู้หญิง ข้าขอให้แต่งกาย
สุภาพเรียบร้อย เหมาะสม
ไม่ใช่ถักผมประดับทอง ไข่มุก หรือสวมเสื้อผ้าราคาแพงแต่ประดับตัวด้วยการทำความดี ซึ่งเหมาะกับผู้หญิงที่ประกาศตัวว่าเป็นคนอยู่ในทางของพระเจ้า

1ทิโมธี 2:9-10

1 เปโตร 3:3-4

ท่านเปาโลขอให้สตรีแต่งกายแบบที่บ่งบอก จิตใจที่อ่อนสุภาพ ถ่อมตน การที่เพื่อไม่ให้ดึงสายตา ของผู้คนเมื่อเข้ามานมัสการพระเจ้า ดูเหมือนพระคำข้อนี้จะแตกต่างจากที่เราเห็นกันในคริสตจักรทุกวันนี้

ให้ผู้หญิงเรียนรู้เงียบ ๆ ยอมเชื่อฟัง ข้าไม่อนุญาตให้ผู้หญิงสั่งสอน หรือมีอำนาจเหนือผู้ชาย แต่ให้นิ่งสงบ
1 ทิโมธี 2:11-12

(โคโลสี 3:11) อธิบายเพิ่มเติม 1 ทิโมธี 2:11-12 ,1 โครินธ์ 14:34, ทิตัส 2:5

ที่ท่านเปาโลกล่าวอย่างนี้เพราะในช่วงเวลานั้นมีปัญหาในคริสตจักรเอเฟซัส คือมีกลุ่มผู้หญิงที่เข้ามาแล้วสอนเท็จในคริสตจักร ดังนั้นการที่ขอให้ผู้หญิงนิ่งและฟังคำสอนจึงน่าจะเป็นเรื่องเฉพาะของคริสตจักรที่ทิโมธีทำงานอยู่โดยตรง
ท่านเปาโล มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้หญิงที่เป็นผู้เชื่อ อย่างเช่นนางนุมฟาที่มีคริสตจักรในบ้าน (โคโลสี 4:15)เฟบี ที่เป็นผู้ดูแลงานในคริสตจักร​(โรม 16:1-2)
และท่านเองก็ใส่ใจเรื่องความเท่าเทียมกันด้วย

ด้วยว่า พระเจ้าทรงสร้างอาดัม ก่อนเอวา และอาดัมไม่ได้ถูกหลอกล่อ ผู้หญิงต่างหากที่ถูกหลอกล่อและได้ทำบาป แต่ผู้หญิงจะรอดได้ ด้วยการคลอดบุตร หากว่าเธอยังดำรงในความเชื่อ ความรัก ความบริสุทธิ์ การควบคุมตนเอง
1 ทิโมธี 2:13-15

1 โครินธ์ 11:8-9, ปฐมกาล 2:18,22, 27, 3:12-13, ทิตัส 2:12

คนที่พ่ายแพ้ต่อการล่อหลอกของมารคือเอวาจากนั้นเธอก็ทำบาปและชักชวนอาดัมให้ทำตาม และนี่ก็เป็นสิ่งที่น่าจะเชื่อมโยงกับการสอนผิด เป็นไปได้ไหมที่เมื่อมีการสอนผิด พวกผู้หญิงในคริสตจักรเอเฟซัส ก็พากันคล้อยตามไปง่าย ๆ

1 ทิโมธี 1 จดหมายจากท่านเปาโล

ทิโมธีเป็นผู้ช่วยท่านเปาโลพร้อม ๆ กับทิตัส เขาได้รับงานที่สำคัญคือ ดูแลเสริมสร้างคริสตจักรที่ท่านเปาโลได้ก่อตั้งในเมืองเอเฟซัส เขาเป็นลูกครึ่งกรีกยิว และเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับพระเจ้ามาก เปาโลถือว่าเขาเป็นผู้ร่วมงานรับใช้ ท่านรักเขาเหมือนกับลูกชาย

ทิโมธีเป็นคนหนุ่มที่มีโรคประจำตัว (1 ทิโมธี 5:23) และดูเหมือนสมาชิกก็ไม่ได้ให้ความเคารพเขาอย่างที่สมควร ( 1 ทิโมธี 2:2-8) ท่านเปาโลหนุนใจเขามาก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะท้อใจง่ายเหมือนกัน

ส่วนเมืองเอเฟซัสนั้น เป็นเมืองใหญ่ที่สนใจกราบไหวเทพีไดอานา เป็นเทพีที่หลงไหลเรื่องเพศ รูปปั้นของเทพีนี้ ก็ชักชวนให้คนหันไปสนใจกิจกรรมทางเพศทุกชนิด ท่านเปาโลทำงานในเมืองนี้ถึงสามปี

ท่านเปาโลได้เขียนทิโมธีฉบับที่หนึ่งเพื่อหนุนใจทิโมธีและแนะนำว่าควรจะดูแลคริสตจักรอย่างไรบ้าง ท่านเน้น
ให้เขาสอนอย่างถูกต้อง (1-11)
ให้ประกาศพระกิตติคุณ (12-17)
และปกป้องความเชื่อ (18-20)

คอลัมน์ซ้ายสุด เป็นพระคัมภีร์ถอดความ คอลัมน์กลางเป็นภาพและพระคัมภีร์เชื่อมโยง ส่วนคอลัมน์ขวาสุดนั้น เป็นคำอธิบายเพิ่มเติม

คำทักทาย

จดหมายจากข้า เปาโล
อัครทูตของพระเยซูคริสต์
ตามคำบัญชาของพระผู้ช่วยให้รอดของเรา และพระเยซูคริสต์ ความหวังของเรา
1 ทิโมธี 1:1

1 เปโตร 1:3, ทิตัส 2:13

พระผู้ช่วยให้รอด soter คำนี้หมายถึงผู้ช่วยกู้ ผู้รักษา ผู้อุปถัมภ์ ผู้ปลดปล่อย ใช้กับทั้งพระบิดาและพระเยซู

ท่านเปาโลเขียนจดหมายนี้โดยประสงค์จะแนะนำให้ทิโมธีได้รู้ว่าจะบริหารคริสตจักรให้ดีที่สุดอย่างไร จะทำอย่างไรพี่น้องจึงจะเติบโตในทางของพระเจ้าอย่างดี และไม่หลงเชื่อเหล่าครูสอนผิด

ถึง ทิโมธี ลูกชายแท้ในความเชื่อของข้า ขอพระคุณ พระเมตตาและสันติสุขจากพระเจ้า พระบิดา และพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราจงอยู่ในตัวเจ้า
1 ทิโมธี 1:2

2 ทิโมธี 1:2, ทิตัส 1:4 ,
กาลาเทีย 1:3

ปกติแล้วท่านเปาโลจะขอพระคุณและสันติสุขให้ผู้รับจดหมายแต่สำหรับฉบับนี้ท่านขอสามประการ พระคุณ พระเมตตาและสันติสุขให้แก่ทิโมธี

ไม่เอาคำสอนอื่น สอนอย่างถูกต้อง

ตอนที่ข้าไปยังแคว้นมาซิโดเนีย ข้าได้ออกคำสั่งให้เจ้าอยู่ในเมืองเอเฟซัสต่อ เพื่อจะได้หยุดบางคนไม่ให้เผยแพร่คำสอนอื่น
1 ทิโมธี 1:3

กิจการ 20:1,3, โรม 16:17,
2 โครินธ์ 11:4, กาลาเทีย 1:6

ออกคำสั่ง: เป็นคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ท่านเปาโลใช้คำทหาร

พันธกิจหลักของทิโมธีคือการหยุดคำสอนผิดที่ระบาดอยู่ในสังคมคริสเตียนในเมืองเอเฟซัส เนื้อหาของสิ่งที่คนเหล่านี้สอนนั้น หนีความเชื่อในพระเจ้า ไปเน้นสิ่งที่ไร้สาระ อื่น ๆ พยายามเอาพระคุณของพระเจ้าเปลี่ยนเป็นกฎเกณฑ์ทางศาสนา

ทั้งไม่ให้หมกมุ่น คลั่งไคล้กับตำนานต่าง ๆ รวมถึงลำดับวงศ์ตระกูลที่ไม่จบสิ้น ทำให้เกิดการทุ่มเถียงกันมากกว่าแผนงานของพระเจ้าซึ่งดำเนินไปด้วยความเชื่อ
1 ทิโมธี 1:4

1ทิโมธี 6:3,4,20, ทิตัส 1:14

ก่อนหน้านี้หลายร้อยปี ธรรมาจารย์ได้เพิ่มเติมกฎและตำนานเข้าไปในพระคัมภีร์เดิม ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันเรื่องเล็กน้อย มีกฎที่คนต้องทำตามหลายร้อยข้อ พวกเขาสุดโต่ง ต่อต้านความรอดโดยความเชื่อหัวชนฝา

เป้าหมายของคำสั่งกำชับคือ
ความรักจากใจบริสุทธิ์
จากจิตสำนึกดี
และความเชื่อที่จริงใจ
1 ทิโมธี 1:5

โรม 13:8-10,กาลาเทีย5:14, เอเฟซัส 6:24

ความรัก จิตสำนึกดี ความเชื่อ สามอย่างนี้เป็นสิ่งที่ทิโมธีจะต้องปลูกฝังให้พี่น้อง เพื่อทุกคนจะมีมุมมองที่ถูกต้อง เป็นฐานของชีวิตที่สำคัญ .. จิตสำนึกดีคือ ไม่มีความผิดติดค้างในใจ แม้ในที่ไม่มีใครเห็นก็ไม่ทำผิด

บางคนเฉไฉไปจากสิ่งเหล่านี้ หันไปคุยเรื่องไร้สาระ ขนาดว่าเขาไม่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองพูด ไม่รู้ว่าตัวเองยืนยันเรื่องอะไรอยู่ เขาก็ยังคงใฝ่ฝัน ที่จะเป็นครูสอนบัญญัติ
1 ทิโมธี 1:6-7

1 ทิโมธี 6:4,20 , ทิตัส 3:9, 2 ทิโมธี 2:23-24

หากคนที่เป็นครูสอนฝ่ายวิญญาณ ไม่มีฐานความดีสามอย่างดังกล่าวในชีวิต
แต่ยังอยากเป็นคนสอนพระคำของพระเจ้า เราต้องสงสัย ระวังไว้ว่า เขาจะสอนได้ถูกต้องหรือ ?

เรารู้ว่า บัญญัตินั้นเป็นสิ่งดีหากใช้อย่างถูกต้อง นี่หมายความว่า บัญญัติไม่ได้มีสำหรับผู้ถูกต้องชอบธรรม แต่มีไว้สำหรับคนดื้อด้าน ละเมิดกฎมีไว้สำหรับคนอธรรม กับคนบาป สำหรับคนไร้พระเจ้า ไร้ศาสนา สำหรับคนที่ฆ่าพ่อแม่ของตนและฆาตกร
1 ทิโมธี 1 :8-9

โรม 7:12,5:20, 1 เปโตร 4:18

คนสอนผิด ไม่ได้นำคนเข้าใกล้พระเจ้า แต่จะนำคนออกจากทางของพระเจ้า บัญญัติมีไว้สำหรับคนดื้อ แต่ความเชื่อมีไว้สำหรับคนที่จะวางใจพระเจ้าในทุกส่วนของชีวิต

(บัญญัติมีไว้)สำหรับคนสำส่อน รักร่วมเพศ สำหรับค้นค้ามนุษย์ และคนโกหก สำหรับคนที่ให้การเท็จและสำหรับสิ่งอื่น ๆ ที่ขัดแย้งกับคำสอนถูกต้อง ตามข่าวประเสริฐอันเลื่องลือของพระเจ้าผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญ ซึ่งเป็นข่าวประเสริฐ ที่ทรงมอบให้ข้าประกาศ
1 ทิโมธี 1:10-11

1 ทิโมธี 6:15, 2 ทิโมธี 4:3, 1 โครินธ์ 9:17

ข่าวประเสริฐเลื่องลือของพระเจ้าคือ พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทรงชังความบาป เมื่อมนุษย์ทำผิด ต้องถูกลงโทษ ขณะเดียวกัน พระเจ้าทรงรักมนุษย์ ทรงเปิดทางให้เขาทุกคนกลับมาหาพระองค์ได้ ด้วยการให้พระบุตรมารับโทษบาปแทนทุกคนที่เชื่อในพระองค์

พระคุณที่ท่วมล้นชีวิต ประกาศพระกิตติคุณ

ข้าขอบพระคุณองค์พระเยซูคริสต์ ผู้ประทานกำลังให้ข้า เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า ข้าซื่อตรง จึงทรงแต่งตั้งให้ข้าได้รับใช้ในราชกิจของพระองค์
1 ทิโมธี 1:12

ฟีลิปปี 4:13 , 1 โครินธ์ 15:10,7:25, โคโลสี 1:25

พระเจ้าทรงเห็นว่า เปาโลซื่อตรง? แม้ว่าในอดีตเขาทำร้ายคนของพระองค์อย่างรุนแรง แต่เมื่อทรงใช้เขา ก็ทรงใช้อย่างถึงที่สุดเช่นกัน

แต่พระคุณของพระผู้เป็นเจ้าของเรานั้น ได้เทลงมาท่วมท้นล้นชีวิตข้า พร้อมกับความเชื่อ และความรักที่มีในองค์พระเยซูคริสต์
1 ทิโมธี 1:14

โรม 5:20, 2 ทิโมธี 1:13,2:22

ท่านเปาโลมั่นใจว่า พระเจ้าทรงเลือกท่านไว้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ (กาลาเทีย 1:13-16) พระคุณของพระเจ้าท่วมชีวิตของท่าน ยิ่งเขาทำร้ายพระองค์มากเท่าไร เขาก็รักและจำนนต่อพระองค์มากเท่านั้น

ข้อความต่อไปนี้ ทั้งสัตย์จริง และสมควรที่ทุกคนจะรับไว้ คือพระเยซูคริสต์ได้เสด็จเข้ามาในโลกเพื่อช่วยคนบาปให้รอด ข้าเป็นคนบาปร้ายสุดในบรรดาคนบาปนั้น
1 ทิโมธี 1:15

2 ทิโมธี 2:11, มัทธิว 1:21, ลูกา 19:10,ยอห์น 3:16-17

คำที่สมควรรับเพราะเป็นความจริงคือ พระเยซูทรงมาเพื่อช่วยคนบาปให้รอด
นี่เป็นคำสำคัญสำหรับคนบาปอย่างเราทุกคน พระองค์ทรงมาเพื่อช่วยฉันให้รอด!

และด้วยเหตุนี้ ข้าจึงได้รับพระเมตตา เพื่อว่าพระเยซูคริสต์จะทรงอดกลั้นพระทัยอย่างยิ่งในตัวข้า ซึ่งเป็นคนบาปร้ายสุด เป็นตัวอย่างให้คนทั้งปวงที่จะเข้ามาเชื่อเพื่อรับชีวิตนิรันดร์
1 ทิโมธี 1:16

1 ทิโมธี 1:13,ลูกา 7:47,เอเฟซัส 2:7

ท่านเปาโลเอาตัวเองที่ทำร้ายพระเจ้าสุด ๆ เป็นตัวอย่างว่า หากพระเจ้าทรงอดกลั้นพระทัยกับคนอย่างเขาได้ คนในโลกทุกคนก็ไม่เว้น พระเจ้าทรงอดทนต่อเขาทั้ง ๆ ที่พระองค์จะกำจัดเขาเมื่อไรก็ได้ (1โครินธ์ 15:9)

ขอพระเกียรติและพระสิริจงมีแด่จอมราชาองค์นิรันดร์ ผู้ทรงเป็นอมตะ ผู้ที่เราไม่อาจเห็นได้ด้วยตา ผู้ทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าแต่องค์เดียวตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน
1 ทิโมธี 1:17

สดุดี 10:16, โรม 1:23,
วิวรณ์ 19:1, ยูดา 1:25

พระเยซูองค์นี้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว ไม่มีผู้อื่นมาเทียบพระองค์ได้ การที่เราไม่เห็นพระองค์ ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาอ้างว่า ไม่มีพระองค์

จงต่อสู้อย่างเข้มแข็ง ปกป้องความเชื่อ

ทิโมธี ลูกชายของข้า ที่ข้าออกคำสั่งกำชับเจ้าอย่างนี้ ก็สอดคล้องกับคำกล่าวล่วงหน้าจากพระเจ้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้า เพื่อว่าคำเหล่านั้นจะช่วยให้เจ้าต่อสู้อย่างเข้มแข็ง
1 ทิโมธี 1:18

1 ทิโมธี 4:14, 6:20,2 ทิโมธี 4:1-3

ทิโมธีได้รับการแต่งตั้งมาทำงานนี้ ( 1 ทิโมธี 4:14 ) ท่านเปาโลหนุนใจให้เขาต่อสู้ไม่ถอย เพราะพระเจ้าทรงเรียกเขามา สู้คนเหล่านั้นที่พยายามทำลายความจริงของพระเจ้า ครั้งนี้ท่านใช้ออกคำสั่ง เหมือนทหารอีก
ก่อนส่งใครไปรับใช้จะมีการอธิษฐาน วางมือและส่งออกไป ( กิจการ 13:1-3 )

จงยึดมั่นในความเชื่อและจิตสำนึกที่ดี บางคนละทิ้งสิ่งนี้ไป ความเชื่อของเขาจึงอับปาง
1 ทิโมธี 1:19

1 ทิโมธี 6:9, 1 ทิโมธี 3:9,
2 เปโตร 2:1-3

การทิ้งความเชื่อ และความรู้ผิดชอบชั่วดี นั้น ส่งผลให้ความเชื่อพบกับหายนะ !

จิตสำนึกที่ดี คือ คนนั้นจะทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า ไม่ว่าจะมีคนเห็นหรือไม่

ฮีเมเนอัสกับอเล็กซานเดอร์ ก็เป็นคนแบบนี้ ซึ่งข้าได้มอบพวกเขาไว้กับซาตาน เพื่อพวกเขาจะได้เรียนรู้ว่า จะต้องไม่หมิ่นประมาทพระเจ้า
1 ทิโมธี 1:20

2 ทิโมธี 2:16-18, 1 โครินธ์ 11:32

การมอบให้กับซาตานคือการให้ออกไปจากคริสตจักร พ้นจากร่มพระคุณของพระเจ้า ไปอยู่ใต้การควบคุมของมาร ไม่ให้มีเนื้อร้ายอยู่ในชุมชนผู้เชื่อ นี่เป็นความเมตตาต่อทั้งสองคน เพื่อให้เขาเรียนรู้ความจริง ว่าอะไรปลอดภัย อะไรไม่ปลอดภัย