ฟีลิปปี 2 ถ่อมตนอย่างองค์พระคริสต์

รากฐานของความเป็นหนึ่งเดียวกัน

โคโลสี 3:12
1 ยอห์น 4:12
2 โครินธ์ 13:14
สดุดี 133:1

ที่คริสเตียนควรฟังกันและกัน เพราะว่าทั้งพระเยซูและอัครทูตต่างเน้นเรื่องการถ่อมตน พระเยซูเองทรงทำเป็นตัวอย่างให้เห็น สี่อย่างที่สำคัญคือ ในพระเจ้า เราต่างหนุนใจกัน ปลอบใจกัน สนิทกับพระวิญญาณ รักและเห็นใจกัน การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันช่วยให้ทั้งชุมชนคริสเตียนอยู่อย่างเป็นสุข

กาลาเทีย 5:26
โรม 12:10
ฟีลิปปี 4:2
โรม 15:1

คนทั่วไปส่วนใหญ่เอาตัวเองมาก่อน ใส่ใจเกียรติ ศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ท่านเปาโลกลับสอนตรงข้ามคือ ให้คนอื่นมาก่อนตน และยังต้องคิดถึงประโยชน์ของคนอื่นด้วย ให้สิ่งดี ๆ กับคนอื่น นี้เป็นพระคำที่มาจากคำสอนของพระเยซูที่ว่า จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

2 โครินธ์ 8:9
อิสยาห์ 42:1
1 เปโตร 2:21

ท่านเปาโลกล่าวย้อนไปถึงตอนที่พระเยซูยังอยู่ในสวรรค์กับพระบิดา ว่าพระองค์ทรงคิดอย่างไร พระองค์ทรงยอมเปลี่ยนจากฐานะพระเจ้า มาเป็นฐานะพระเจ้า-มนุษย์ ยิ่งกว่านั้นทรงมารับสภาพเป็นมนุษย์ที่เป็นทาส!

มัทธิว 26:39
ฮีบรู 5:8,2:9
กิจการ 2:23
เอเฟซัส 1:21

เมื่อเราอ่านพระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม เราจะเห็นว่า พระเยซูทรงเป็นผู้รับใช้คนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นใคร ทรงพร้อมที่จะรักษาโรคให้ สั่งสอน อวยพร ยกโทษ มัทธิว 20:28 บอกชัดว่าพระองค์มาเพื่อรับใช้และมอบชีวิตของพระองค์เป็นค่าไถ่คนมากมาย ผู้ที่จำนนต่อพระเจ้าจะไม่หลีกเลี่ยงชีวิตที่ต้องเสียสละ พระองค์ถูกกระทำจนสิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือมนุษย์ แต่แล้ว พระเจ้าทรงมอบเกียรติยิ่งใหญ่เมื่อทรงคืนชีพจากความตาย พระนามของพระองค์เป็นนามที่อยู่เหนือนามทั้งหลายในเอกภพ

อิสยาห์ 45:23-25
ยอห์น 13:13
โรม 14:11

พระเจ้าทรงยกให้พระเยซูอยู่เหนือสรรพสิ่งในสวรรค์ ในโลกและใต้โลก (ซึ่งหมายถึงคนที่หลงหายไป) ทุกคนจะต้องสยบต่อพระองค์ ถ้าเรายอมต่อพระองค์ในวันนี้ เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ แต่หากปฏิเสธพระองค์ ก็จะต้องไปยอมสยบต่อพระองค์ในวันที่ทรงพิพากษา ซึ่ง..สายเกินไปที่จะได้ความรอด

ฟีลิปปี 1:5-6, 4:15, ยอห์น 6:27, เอเฟซัส 6:5, 1:5, ฮีบรู 13:20,21

แต่การที่เราจะใช้ชีวิตอย่างที่ท่านเปาโลบอกมานั้น เราต้องการพลังจากข้างใน
เป็นพระเจ้าที่ทรงทำการในชีวิตของเรา การที่ผู้เชื่อจะทำตัวสมกับที่ได้รับความรอดอย่างที่ท่านเปาโลกล่าว มีความหมายว่า ทำให้สำเร็จครบถ้วนจนถึงรอดร้อยเปอร์เซ็นต์ เราต้องทำให้ถึงเป้าหมาย พระเจ้าทรงมีแผนการให้เราทุกคน แตกต่างกันไปในรายละเอียด และนี่คือสิ่งที่น่าตื่นเต้น เราแต่ละคนจึงต้องติดตามพระเจ้าด้วยตัวของเราเอง และเติบโตอย่างที่พระองค์ทรงวางแผนไว้

1 เปโตร 4:9
โรม 14:1
มัทธิว 5:15

ท่านเปาโลบอกชัดว่า ลูกของพระเจ้าจะต้องไม่เป็นคนที่บ่น ด่า ให้ร้าย คดโกง บิดเบือน หากเรายอมให้พระเจ้าทำราชกิจของพระองค์ในชีวิต ไม่ต่อต้าน แต่ร่วมมือกับพระองค์ งานของพระองค์ในชีวิตเราก็ราบรื่นขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับการเรียนรู้อะไรนาน ๆ ทั้งที่ไม่จำเป็น การเชื่อและเชื่อฟังเป็นปัจจัยที่ช่วยให้คนของพระเจ้าเติบโตเร็วและแข็งแรง

2 โครินธ์ 1:14
กาลาเทีย 2:2
2 ทิโมธี 4:6
โรม 15:16

ความยินดีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความยินดีในปัจจุบัน แม้เปาโลจะต้องสละชีวิต (ท่านเห็นแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นเพราะท่านถูกจองจำในโรม และท่านอาจจะโดนลงโทษ ) แต่เมื่อพี่น้องยึดมั่น ทำตามพระคำของพระเจ้า เปาโลก็เป็นสุขว่า ไม่เสียแรงเปล่า อ่านมาถึงตอนนี้ พอจะเห็นว่า ผู้ที่รับใช้อย่างเสียสละนั้นคือคนที่มีใจที่ยอมต่อพระเจ้า และเขามีความสุขได้แม้อยู่ท่ามกลางความทุกข์ยาก

โรม 16:21
2 ทิโมธี 3:10

ตัวอย่างจากทิโมธี เขาค่อย ๆ เพิ่มหัวใจทั้งรับใช้และเสียสละมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่รับใช้พระเจ้า กลายเป็นคนที่มีหัวใจแบบพระคริสต์ รับใช้พี่น้องอย่างจริงใจ เอาใจใส่ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ในขณะเดียวกันท่านเปาโลก็พูดถึงคนที่เอาแต่ประโยชน์ของตนเองด้วย มีผู้เชื่อหลายนิสัยใจคออยู่ในชุมชนผู้เชื่อแน่นอน เป็นอย่างนี้มาแต่โบราณ

1 โครินธ์ 4:17
3 ยอห์น 1:14

ทิโมธีได้รับใช้กับเปาโลในการประกาศ และยังได้รับใช้ในคริสตจักรด้วย ทำให้เขาเติบโตมีหัวใจผู้รับใช้เต็มเปี่ยม พี่น้องมีความพอใจในการงานของทิโมธี (กิจการ 16:2) ต่อมาเปาโลก็ได้เขียนจดหมายสอนทิโมธีอีกสองฉบับ และท่านได้ส่งเขามาเป็นตัวแทนของท่านยังคริสตจักรฟีลิปปีด้วย

ฟีลิปปี 4:18
ฟิเลโมน 2
2 โครินธ์ 8:23
ฟีลิปปี 1:8

ยังมีอีกคนที่ท่านเปาโลส่งมาเยี่ยมพี่น้อง คือ เอปาโฟรดิทัส ชื่อแปลว่า มีเสน่ห์ เป็นคนต่างชาติ ไม่ใช่ยิวอย่างท่านเปาโล เขาเป็นคนที่นำของถวายจากพี่น้องมาให้ท่านที่โรม ท่านเปาโลยกย่องว่าเป็นน้องชาย ผู้ร่วมงาน เพื่อนทหารที่ร่วมรับใช้ ลองคิดดูแล้วกันว่า เขามีเสน่ห์น่าคบหาขนาดไหน

สดุดี 34:19
1 โครินธ์ 10:13
2 ทิโมธี 1:4

หัวใจเอปาโฟรดิทัสนั้นเฝ้าห่วงคนอื่น เป็นคนที่ซื่อตรงแม้ต้องเดินทางไกลก็สามารถรักษาของถวายจากพี่น้องได้ เขาเป็นคนที่เป็นตัวอย่างของคนฝ่ายสนับสนุน แล้ววันหนึ่งเขาป่วยหนัก จนเกือบตาย ทำให้กลับไปฟีลิปปีช้า

1 ทิโมธี 5:17
1 เธสะโลนิกา 5:12
1 โครินธ์ 16:17

ท่านเปาโลว่า เขาเกือบตายเพื่องานของพระเจ้า เราไม่ทราบรายละเอียด แต่หัวใจของเขาเป็นเหมือนพระเยซู เขาไม่ดัง เขาไม่เด่น ไม่ใช่อาจารย์ที่ใคร ๆ จะมาฟังเขาพูด แต่รับใช้ด้านที่จำเป็น ทำให้ท่านเปาโลทำงานได้สะดวกขึ้น เขาเป็นพระพรสำหรับท่านเปาโลและคริสตจักร เป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า

ฟีลิปปี 1 จดหมายจากนักโทษผู้มีความสุข

นี่เป็นจดหมายที่ท่านเปาโลซึ่งถูกจำจองในโรม เขียนถึงพี่น้องในเมืองฟีลิปปี จดหมายฉบับนี้มีความลึกซึ้งมาก ที่ท่านจะอ่านต่อไปเป็นเพียงบทแนะนำที่ทำให้เข้าใจเบื้องหลังต่าง ๆ ของจดหมายฉบับนี้ ขอชวนให้ท่านอ่านและศึกษาเจาะลึกจดหมายแห่งความยินดีนี้ แล้วความยินดีจะไม่ห่างหายไปจากใจเลย.

คำทักทายและคำอธิษฐานเผื่อ

1 ทิโมธี 3:8-13
กิจการ 16:12-15

จดหมายสมัยนั้นจะนำด้วยชื่อของผู้เขียนและผู้รับ และคำอวยพร และครั้งนี้ท่านเขียนมากับทิโมธี ซึ่งเป็นผู้รับใช้ที่ฟีลิปปีด้วย ท่านเขียนถึงพี่น้อง และผู้นำที่ดูแลทั้งคนและงานต่าง ๆ เมื่อพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าอยู่ในชีวิต เราก็จะสงบสุขแม้ว่าอาจจะมีความทุกข์และปัญหามากมาย

1 โครินธ์ 1:4
เอเฟซัส 1:16
1 เธสะโลนิกา 1:2
โรม 12:13

ขณะที่ท่านเปาโลถูกขังอยู่นั้น มีคนมาเยี่ยมเสมอ มีทหารประกบตัว ยามที่ท่านคิดถึงพวกเขา ท่านอธิษฐานเผื่อไม่หยุด งานของท่านเพื่อพวกเขาไม่จบที่การสอน แต่ยังรับใช้พวกเขาได้แม้จะอยู่ห่างไกล และคำอธิษฐานเต็มด้วยความยินดี ใจของท่านเปาโลมุ่งมั่นประกาศข่าวเรื่องพระเยซู สิ่งที่พี่น้องทำ จึงทำให้ท่านยินดีมากเหลือเกิน พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมงานแท้ของท่าน

ยอห์น 6:29
1 เธสะโลนิกา 5:23-24
เอเฟซัส 4:12

จะทรงทำให้สำเร็จคือ เมื่อพระเจ้าทรงเริ่มต้นราชกิจแห่งความรอดในชีวิตของใครคนหนึ่ง พระองค์จะทรงทำจนสำเร็จ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้มีส่วน เพราะเราเองก็ต้องเชื่อฟัง ลงมือทำตามซึ่งเป็นส่วนของเราด้วย ความรอดที่เราได้รับเป็นขบวนการเปลี่ยนชีวิต ชำระใจที่ใช้เวลา ต่อเนื่องตลอดชีวิตของเรา

2 โครินธ์ 7:3
2 ทิโมธี 2:9
โคโลสี 4:18

ที่ท่านเปาโลรู้สึกว่าเหมาะสมที่ท่านจะยินดี เพราะพี่น้องฟีลิปปีมีส่วนร่วมในพระคุณของพระเจ้าที่มีต่อชาวโลก ท่านกล่าวว่ารักพวกเขาคือมีพวกเขาในหัวใจ เป็นพวกเดียวกันในการรับใช้

โรม 1:9
2ทิโมธี 1:4
โคโลสี 1:9
1 เธสะโลนิกา 3:12

พี่น้องชาวฟีลิปปีเป็นคนที่รักมาก พวกเขาแสดงออกมาเป็นการกระทำ แต่ท่านเปาโลก็ยังอธิษฐานขอให้พวกเขารักมากขึ้น ดูเหมือนความรักนั้นไม่มีขอบเขต ไม่พอ ท่านขอให้เป็นรักที่มีความเข้าใจ รักที่มีปัญญา

โรม 12:2
1 เธสะโลนิกา 3:13,5:23,
1 ยอห์น 4:1
เอเฟซัส 2:10

การที่เห็นว่าอะไรดีที่สุดคือ มีความสามารถในการแยกความแตกต่างของสิ่งดี ไม่ดีได้ ผู้เชื่อจำต้องรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ผลความชอบธรรมในชีวิตไม่ได้มาจากตัวเอง แต่จากพระคริสต์นั่นคือชีวิตที่รับการเปลี่ยนแปลงจริง และชัดเจน ทั้งหมดนี้เพื่อพระเจ้าจะทรงรับพระเกียรติในชีวิตของผู้เชื่อ

อย่างไร ๆ ก็ประกาศพระคริสต์

โรม 8:28,37
2 ทิโมธี 2:9
ฟีลิปปี 1:7,4:22

สิ่งที่เกิดกับท่านเปาโลคือ ข่าวดีได้ถูกประกาศไปในหมู่ทหารรักษาพระองค์ของซีซาร์ เพราะท่านถูกจับขังในบ้านแต่จะมีทหารจากวังมาเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นการถูกจำจองจึงไม่เป็นอุปสรรคในสายตาของท่านเปาโล
ท่านไม่ได้อยู่นอกน้ำพระทัยพระเจ้าเลย งานของพระองค์ก็ยังดำเนินต่อไป ระหว่างนี้เองที่ท่านเขียนจดหมาย เอเฟซัส ฟีลิปปี โคโลสีและฟิเลโมน

เอเฟซัส 6:19
1 เธสะโลนิกา 2:2
โคโลสี 4:4

ความกล้าหาญของท่านเปาโลเป็นตัวอย่างที่ ทำให้คริสเตียนเห็นแล้ว ก็มีใจกล้ามากขึ้น ผู้นำที่กล้าหาญ และมีมุมมองที่เข้าใจ เห็นเบื้องหลังของทุกเหตุการณ์ว่า มาจากพระเจ้า ทำให้พี่น้องเริ่มไม่กลัวและกล้าที่จะออกไป

โรม 16:17-18
ฟีลิปปี 2:3,1:10-12 , 2 โครินธ์ 4:1-2

เราต้องเข้าใจว่า การประกาศพระกิตติคุณของพระเจ้านั้น ทำด้วยคนหลายแบบ หลายนิสัย อย่างไรเสีย ฤทธิ์ของพระเจ้าอยู่ที่พระคำของพระองค์ พวกที่สอนผิดจริง ๆ ก็ต้องจัดการ แต่ยังมีพวกที่สอนถูกต้อง แรงจูงใจไม่เข้าทางก็มี บางคนดีใจที่เปาโลเข้าคุกไปได้ จะได้ไม่มีคู่แข่ง

2 ทิโมธี 1:11-12
1 โครินธ์ 9:16-17
ลูกา 9:50
มาระโก 9:38-40

สำหรับบางคนยังต้องการประกาศ แต่ก็ผสมโรงเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้ท่านเปาโลต้องยุ่งยากขึ้น แต่ท่านยืนยันว่า ท่านยินดีที่มีการประกาศข่าวประเสริฐ อย่าลืมว่าคนประเภทนี้ไม่ได้หายไปจากโลก แต่เกิดขึ้นมาใหม่ มีวิธีใหม่อยู่เสมอ สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือตัวเราเองที่จะต้องจัดการกับความรู้สึกของตนเองและมุ่งหน้าทำงานของพระเจ้าต่อไป

อยู่เพื่อพระคริสต์

2 โครินธ์ 1:11
โรม 8:28
1 เปโตร 4:16
อิสยาห์ 54:4

ท่านเปาโลมีความชัดเจน ท่านเชื่อว่า พระเจ้าทรงอยู่เหนือเหตุการณ์ทุกอย่าง แม้หนทางจะดูมืดมนนัก ท่านเชื่อว่าเมื่อพี่น้องอธิษฐานเผื่อท่านจะได้รับการช่วยเหลือจากพระวิญญาณ ท่านต้องการให้พระเจ้าได้รับเกียรติในร่างกายของท่านไม่ว่าจะเป็นหรือตาย คนของพระเจ้ามีอย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนใครคือ ไม่กลัวความตาย เพราะเขารู้ว่าอะไรอยู่หลังความตายนั้น

กาลาเทีย 2:20 2 โครินธ์ 5:6,8
1 เปโตร 4:2
2 โครินธ์ 5:8

ความคิดของท่านเปาโลกลายเป็นสโลแกนของผู้กล้าในพระคริสต์ “อยู่เพื่อพระคริสต์ ตายเพื่อพระองค์!” จะอยู่หรือจะตายก็ได้กับได้… ถ้าตายก็ได้ถวายเกียรติแด่พระเยซู และได้ไปอยู่ใกล้พระองค์

2 โครินธ์ 5:8,12, 1:14,24 โรม 15:3

แต่ถ้ามีชีวิตอยู่ก็จะช่วยให้พี่น้องเกิดผลมากขึ้น และถวายเกียรติพระเยซูเพราะได้มาพบกันอีก ดีทั้งสองแบบ ไม่มีอะไรที่ทำให้ท่านเปาโลต้องหม่นหมองเลย

ต่อสู้และทนทุกข์เพื่อพระคริสต์

เอเฟซัส 4:1
1 เธสะโลนิกา 2:12
1 โครินธ์ 1:10

คำที่ท่านขอร้องคือ ให้พี่น้องฟีลิปปีมีชีวิตสมกับข่าวประเสริฐ สมกับเป็นประชากรในอาณาจักรของพระเจ้า ให้ได้ข่าวดีจากพวกเขาว่ามีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ต่อสู้เพื่อข่าวประเสริฐไปด้วยกัน นี่เป็นความชื่นใจของท่านเปาโล

2 ทิโมธี 1:7-8
1 เปโตร 4:13
กิจการ 5:41
โคโลสี 1:29
1 เธสะโลนิกา 2:2

ท่านเปาโลบอกเหตุผลว่า เหตุใดเขาจึงไม่ต้องกลัวฝ่ายตรงข้ามไม่ว่าจะพวกไหน เป็นพวกเดียวกัน หรือคนนอก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตพระเจ้าเป็นผู้ทรง
อนุญาตให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์ยากรูปแบบใด การข่มเหง การล่อลวง ความทุกข์ยากอื่น ๆ ให้จำเหตุผลนี้ไว้

2 เธสะโลนิกา 3 ชีวิตในชุมชนผู้เชื่อ

คำอธิษฐานของท่านเปาโล

ที่สุดนี้ พี่น้องทั้งหลาย
ขอท่านอธิษฐานเผื่อเรา
เพื่อว่าพระคำขององค์พระผู้เป็นเจ้า จะแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว และได้รับเกียรติเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในหมู่พวกท่าน และเพื่อเราจะได้รับการช่วยกู้จากคนพาลคนชั่ว เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อ
2 เธสะโลนิกา 3:1-2

เอเฟซัส 6:19-20, 1 เธสะโลนิกา 1:8,5:25, โคโลสี 4:3,โรม 15:31,กิจการ 28:24,

การประกาศของผู้รับใช้พระเจ้าในทุกแห่งในโลกนี้ มีอุปสรรคมากมาย ต้องเผชิญกับการต่อต้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงการขู่เอาชีวิต การเผาคริสตจักร การตามฆ่าพี่น้องที่เข้ามารับเชื่อ พี่น้องผู้เชื่อใหม่ในหลายประเทศต้องหลบซ่อน นี่เป็นเหตุที่ต้องการคำอธิษฐาน เผื่อ และอย่าคิดว่าจะไม่ได้ผล เพราะพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานที่จริงจังแน่นอน

แต่พระเจ้าทรงซื่อตรง
พระองค์จะทรงให้กำลังและปกป้องท่านจากผู้ที่ชั่วร้าย เรื่องของท่านนั้น เรามีความมั่นใจในพระเจ้าเรื่องของท่านว่าท่านกำลังทำ และจะทำสิ่งที่เราได้สั่งไว้
2 เธสะโลนิกา 3:3-4

1 โครินธ์ 1:9, 1 เธสะโลนิกา 5:24,ยอห์น 17:15, 2 โครินธ์ 7:16, ฟิเลโมน 1:21

ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อพระเจ้า แต่กระนั้น พระเจ้ายังคงซื่อตรงตามพระสัญญาของพระองค์ ท่านเปาโล จึงมั่นใจว่า พระเจ้าจะทรงให้กำลัง ปกป้องผู้เชื่อจากมารร้าย (1 โครินธ์ 10:13) คำว่ามั่นใจในภาษากรีกบ่งถึง

ขอพระผู้เป็นเจ้าทรงนำใจของท่านไปสู่ความรักของพระเจ้า และความทรหดอดทนของพระคริสต์
2 เธสะโลนิกา 3:5

1 พงศาวดาร 29:18, 1 ยอห์น 4:19, เฉลยธรรมบัญญัติ 30:6,

คำอธิษฐานที่ท่านเปาโลยังคงขอต่อไปคือ ให้พี่น้องชาวเธสะโลนิกา มีทั้งความรัก และความอดทนมากอย่างพระเยซูคริสต์ เพราะจะทำให้เขาทำหน้าที่ในฐานะคนของพระเจ้าต่อไปอย่างมั่นคงไม่ว่าจะเจอความยากลำบากขนาดไหน

คำเตือนไม่ให้เป็นคนอยู่เฉย

เราขอสั่งพี่น้องทั้งหลายในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้าของเราว่าให้อยู่ห่างจากพี่น้องที่อยู่เฉย ไม่รับผิดชอบ ไม่ดำเนินชีวิตตามคำสอนที่ท่านได้รับจากเรา
2 เธสะโลนิกา 3:6

โรม 16:17, 1 โครินธ์ 5:1,1 เธสะโลนิกา 4:11,5:14

ระยะห่างเพื่อป้องกันเรื่องโควิด 19 นั้น เป็นตัวอย่างที่ดีว่า เราไม่อยู่ใกล้กันกับคนที่อาจมีเชื้อโรค เพื่อเราจะไม่ติดต่อโรคระยะห่างต้องมีกับคนที่เกียจคร้าน ไม่ทำงาน ไม่รับผิดชอบชีวิตของตนเอง และคนในครอบครัว

เพราะท่านรู้ว่า ท่านจะต้องเลียนแบบเรา เราไม่ได้อยู่เฉย ท่ามกลางพวกท่าน และเราไม่ได้กินอาหารของใครโดยไม่จ่ายตอบแทน ตรงกันข้าม เราทำงานเช้ายันค่ำ เพื่อว่าเราจะไม่เป็นภาระแก่ใครในพวกท่าน
2 เธสะโลนิกา 3:7-8

1 โครินธ์ 11:1,4:16 , ทิตัส 2:7, 1 เธสะโลนิกา 2:9, มัทธิว 6:11

คำสั่งช่วงนี้ เป็นคำสั่งสำหรับการลงมือปฏิบัติ ผู้ที่เชื่อพระเจ้าจริง ๆ จะต้องไม่เป็นคนที่เกียจคร้าน
แต่เป็นคนมีจิตใจคิดถึงประโยชน์ของคนอื่นด้วย พระเจ้าทรงให้เรามีชุมชนเพื่อช่วยเหลือกันและกัน
การมีชุมชนทำให้เราอยู่กันมาได้จนทุกวันนี้ หากเราต่างคนต่างอยู่
ไม่ทำหน้าที่ ๆ ควรทำ ไม่นานเราจะเหมือน อารยธรรมโบราณที่สูญหายตายจากไป

ที่ทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเราไม่มีสิทธิที่จะได้รับการสนับสนุน แต่เราทำเพื่อเป็นตัวอย่างให้ท่านทำตาม จริงแล้วตอนที่เราอยู่กับท่านเราได้สั่งท่านไว้ว่า“หากใครไม่เต็มใจทำงาน ก็ไม่ต้องให้เขากิน”
2 เธสะโลนิกา 3:9-10

1 โครินธ์ 9:4-14, ยอห์น 13:15, สุภาษิต 13:4,20:4

ท่านเปาโลเป็นตัวอย่างที่ทำให้คริสเตียนได้รับใช้พระเจ้าไปด้วยการทำงานอื่นเลี้ยงตัวเองไปด้วย ไม่ได้เป็นภาระของคริสตจักร ทำให้งานของพระเจ้าก้าวหน้าไปเร็วขึ้น ท่านเปาโลชัดเจนว่า ถ้าใครไม่ทำงานก็ไม่ต้องให้กิน ชัดเจน ไม่มีข้อโต้แย้ง

เพราะเราได้ยินว่า มีบางคนในหมู่พวกท่านใช้ชีวิตไร้ความรับผิดชอบ ไม่ทำงาน แต่กลับไปยุ่งเรื่องของผู้อื่น เราขอสั่งคนอย่างนั้น ในองค์พระคริสต์เจ้าของเราให้ทำงานเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง
2 เธสะโลนิกา 3:11-12

1 เปโตร 4:15, เอเฟซัส 4:28, 1 เธสะโลนิกา 4:11,

การไม่ทำงาน ไม่หางานทำ (งานดังกล่าวจะเป็นงานอะไรก็ได้ งานบ้าน งานที่ทำงาน งานเพื่อคนอื่น)
ทำให้คนหนึ่ง ๆ มีเวลาว่างมาก และกลายเป็นต้นตอของชีวิตบาป เขากลายเป็นคนที่สร้างอันตราย
ให้กับทั้งตัวเองและคนอื่น

สำหรับพวกท่าน พี่น้องเอ๋ย อย่าเหนื่อยล้าที่จะทำการดี คนใดที่ไม่เชื่อฟังคำสอนจากจดหมายนี้ ก็ให้หมายหัวไว้ อย่าคบหาสมาคมด้วย เพื่อว่าเขาจะได้ละอาย อย่าถือว่าเขาเป็นศัตรู แต่ให้เตือนสติเขาในฐานะพี่น้อง
2 เธสะโลนิกา 3:13-15

กาลาเทีย 6:9-10, 2 โครินธ์ 4:1, มัทธิว 18:17, เลวีนิติ 19:17, ทิตัส 3:10

บางครั้งถ้าใครคนหนึ่งต้องแบกภาระคนอื่น ๆ หลายอย่าง ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง แถมยังมีเขย สะใภ้เข้ามาช่วยเพิ่มภาระ บางทีมันก็หมดแรงเหมือนกัน ท่านเปาโลหนุนใจ ให้ไม่หยุดทำความดีต่อไป ส่วนคนที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ก็ไม่ให้คบเป็นเพื่อนสนิท เพื่อช่วยให้เขารู้สึกละอาย จะได้กลับใจ อย่าปล่อยให้เขาทำผิดไปเรื่อย ๆ

คำลงท้ายจดหมาย

บัดนี้ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสันติทรงให้สันติสุขแก่ท่านทุก ๆ ด้าน ทุกเวลา ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่กับท่านทุกคน
ข้า เปาโล เขียนคำลงท้ายนี้ด้วยลายมือตนเอง นี่เป็นเครื่องหมายว่าเป็นจดหมาย จากข้า ทุก ๆ ฉบับ ข้าจะเขียนแบบนี้ขอพระคุณของพระเยซูคริสต์เจ้าของเรา
อยู่กับท่านทุกคน
2 เธสะโลนิกา 3:16-18

โรม 15:33, 1 โครินธ์ 16:21, วิวรณ์ 16:14, โณม 16:20,24

เมื่อพี่น้องชาวเธสะโลนิกา ได้คำอธิษฐานของท่านเปาโล ขอสันติสุข ขอองค์พระผู้เป็นเจ้า และขอ
พระคุณของพระเยซูเจ้า มายังชีวิตของพวกเขา เชื่อแน่ว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของท่าน ยังมีพี่น้องคริสเตียนจำนวนมาก ที่ชีวิตไม่ราบรื่น ต้องการคำอธิษฐานแบบนี้ แม้แต่เราทุกคนก็เช่นกัน