ปฐมกาล 5 ลำดับเชื้อสายของอาดัม

ครอบครัวอาดัม
5 ต่อไปนี้ เป็นบันทึก
ลำดับเชื้อสายของอาดัม 
ในวันที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมานั้น ทรงสร้างเขาตามแบบพระลักษณะของพระองค์
2 พระองค์ทรงสร้างพวกเขาเป็นชายและหญิง และในวันนั้นเอง พระองค์ทรงอวยพรพวกเขา และทรงเรียกเขาว่า มนุษย์ (อาดัม=มนุษย์)
3 เมื่ออาดัมอายุ 130 ปี เขาก็มีบุตรชายเหมือนเขา และมีลักษณะเหมือนเขา (เห็นได้ว่า ลูกของอาดัมเป็นชายเหมือนเขา และมีพระลักษณะของพระเจ้าอยู่ในตัวเขาด้วย) อาดัมตั้งชื่อเขาว่า เสท
4 หลังจากเสทเกิด อาดัมยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 800 ปี และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน
5 อาดัมยังมีอายุอยู่ต่อไปถึง 930 ปี เขาก็สิ้นชีวิตไป (การมีชีวิตยืนยาวเช่นนี้เป็นพระพรจากพระเจ้า)
6 เมื่อเสทอายุได้ 105 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อเอโนช 7 หลังจากเอโนชเกิด เสทมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก  807 ปี และมีลูกชายลูกสาว อีกหลายคน
8 เสทมีอายุอยู่ต่อไปถึง 912 ปี แล้วเขาก็สิ้นชีวิตไป  9 เมื่อเอโนชอายุได้ 90 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อเคนัน

10 หลังจากที่เคนันเกิด เอโนชมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 815 ปี และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน
11 
เอโนชยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกจนอายุ 905 ปี เขาก็สิ้นชีวิตไป  12  เมื่อเคนันอายุได้ 70 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อ มาหะลาเลล 13 หลังจากที่มาหะลาเลลเกิด เขามีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 840 ปี  และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน
14 ดังนั้น เคนันยังมีชีวิตอยู่ต่อไปจนอายุได้ 910  ปี เขาก็สิ้นชีวิต
 15 เมื่อมาหะลาเลลอายุ 65 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อยาเรด 16 หลังจากที่ยาเรดเกิด มาหะลาเลล มีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 830 ปี  และมีลูกชายลูกสาวอีกหลายคน  17ดังนั้นมาหะลาเลล มีชีวิตอยู่ต่อไปรวมทั้งสิ้น 895  ปี เขาก็สิ้นชีวิต
18 เมื่อยาเรดอายุ 162 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อเอโนค
19 หลังจากนั้นยาเรดมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 800 ปี และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน
20 ยาเรดมีชีวิตอยู่ รวมอายุได้ 962 ปี เขาก็สิ้นชีวิต

21 เมื่อเอโนคอายุได้ 65 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อ เมธูเสลาห์
22หลังจากที่เมธูเสลาห์เกิด เอโนคเดินไปกับพระเจ้าอีก 300 ปี  มีลูกชายและลูกสาวอีกหลายคน

23 เอโนคมีอายุรวมทั้งสิ้น  365 ปี
24 เอโนคเดินไปกับพระเจ้า (คือเขามีความสัมพันธ์แนบสนิทกับพระเจ้ามาก Heb 11:5-6)  ต่อมา ไม่มีใครพบเขาอีกเลย เพราะพระเจ้าทรงรับเขาไป (เขาไปตาย เขาเป็นเหมือนเอลียาห์ 2 พงศ์กษัตริย์ 2:11)
25 เมื่อเมธูเสลาห์อายุได้ 187 ปี เขาก็มีลูกชายชื่อ ลาเมค
26 หลังจากลาเมคเกิด เขาก็มีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 782 ปี และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน  27 เมธูเสลาห์มีอายุรวมทั้งสิ้น 969 ปี เขาก็สิ้นชีวิตไป
28 เมื่อลาเมคอายุได้ 182  ปี เขาก็มีลูกชายคนหนึ่ง 29 เขาตั้งชื่อลูกชายว่า โนอาห์ และกล่าวว่า “ลูกชายคนนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของเรา จากการงานที่เราต้องตรากตรำบนผืนดินซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงแช่งสาปไว้”
30 หลังจากโนอาห์เกิด ลาเมคก็มีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 595 ปี และมีลูกชาย ลูกสาวอีกหลายคน
31 ดังนั้น ลาเมคมีชีวิตอยู่ไปจนอายุไดั
777 ปี เขาก็สิ้นชีวิต
32 หลังจากโนอาห์อายุได้ 500  ปี เขาก็มีลูกชายคือ เชม ฮาม และยาเฟท
คำว่าโนอาห์มีเสียงคล้ายคำภาษาฮีบรูที่มีความหมายว่าบรรเทา

อธิบายเพิ่มเติม

ครอบครัวอาดัม
การลำดับเชื้อสายสำคัญมาก นี่เป็นเชื้อสายของอาดัม ผ่านมาทางเสท  ต้องการบอกว่า บุคคลที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะมาขยี้หัวมารนั้น เป็นผู้ที่อยู่ในเชื้อสายของอาดัม เอวาจริง ๆ
เราจะเห็นความซื่อตรงของพระเจ้าที่มีต่อพระสัญญา พระองค์ทรงรักษาสายเลือดแท้จริงไว้ให้มาตั้งแต่ต้น แม้ว่าจะมีความพยายามที่ทำให้สูญเสียคนในสายเลือดอย่างอาเบล แต่พระเจ้าก็ทรงให้มีคนมาแทนที่    ลำดับเชื้อสายนี้ สำคัญต่อพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ สามารถสืบค้นหาต้นตอของพระเยซูได้
บทนี้ ได้บันทึกเชื้อสายก่อนน้ำท่วม  10 รุ่น
พระคัมภีร์เขียนชัดเจนมาตั้งแต่สมัยของโมเสส  ซึ่งโมเสสได้รับการดลใจจากพระเจ้าให้เขียน พระเจ้าทรงเป็นผู้สำแดงสิ่งเหล่านี้ให้เราทราบ ทรงโยงเรื่องราวต่าง ๆ ในพระคัมภีร์อย่างตรงจุดเสมอ


5:1-2  เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาตามพระฉายา ตามพระลักษณะของพระองค์นั้น  ทรงสร้างเขาเป็นชายและหญิง และทรงเรียกเขาว่า อาดัม คำว่ามนุษย์ในข้อหนึ่ง และสองนั้น ใช้คำว่า อาดัม ที่แปลว่ามนุษย์  สิ่งที่ตามมากับการทรงสร้างคือ พระพร

5:3-5  ลูกชายของอาดัมนั้นมีลักษณะแบบเดียวกับเขา ไม่ได้มีรูปร่างเป็นตัวประหลาดแต่อย่างใด พวกเขามีพระลักษณะของพระเจ้าในตัวด้วย
ในเวลานั้น เขามีลูกหลาน เหลนที่มีลักษณะเหมือนเขาแล้ว และต่างรู้จักกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน มีการสอนเรื่องของพระเจ้า มีการนมัสการพระองค์ด้วยกัน   แล้วในที่สุด เกิดความเศร้าในครอบครัวอย่างหนึ่งคือ เมื่ออาดัมอายุ 930 ปี เขาก็สิ้นชีวิต  เขาตายหลายร้อยปีหลังจากที่ทำผิดกับพระเจ้า แน่นอนที่เอวาก็สิ้นชีวิตเหมือนกัน  


มนุษย์คนอื่นก็ต้องตายเพราะความไม่เชื่อฟังของอาดัม  อาดัมนำความตาย แต่พระเยซู​ซึ่งเป็นอาดัมที่สมบูรณ์แบบ ทรงนำชีวิตมาให้ (โรม 5:18)

5:6-20 บันทึกตั้งแต่อาดัมมานั้น เราได้เห็นสิ่งหนึ่งสำคัญคือ ทุกคนเกิดมา แล้วก็ตายไป  แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงปล่อยให้พงศ์พันธุ์สูญหายไปเลย พระองค์ทรงให้รุ่นต่อมาได้รับมรดกของครอบครัว และมีชีวิตอยู่ต่อไป  นอกจากชื่อคนในบันทึก ยังมีลูกคนอีกทั้งชายหญิงอีกหลายคนที่ทำให้พวกเขาสามารถสร้างชุมชนขึ้นมาได้ ต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้  


5:24-26  และแล้วก็มาถึงคนหนึ่งที่ไม่ได้ตาย แต่พระเจ้าทรงรับไป  เขาเป็นเหมือนกับเอลียาห์ ที่ไม่ผ่านความตาย  เอโนคเป็นคนที่ทำให้เห็นว่า การใกล้ชิดกับพระเจ้านั้น ได้รับผลที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ 
สิ่งที่เอโนคเป็นนั้น ต่างจากคนในครอบครัว  เขาคงมีความสุขมากและใกล้ชิดพระเจ้าอย่างที่คนอื่นไม่สามารถทำได้   โมเสสบันทึกให้เรารู้อย่างเดียวว่า เอโนคเดินไปกับพระเจ้า!  นอกจากอาดัมที่เคยเดินกับพระเจ้าก่อนการไม่เชื่อฟัง ก็มีเอโนคที่โดดเด่นออกมาไม่เหมือนใคร   การเดินไปกับพระเจ้า เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์ใหม่ได้ย้ำเน้นกับผู้เชื่อ  ซึ่งทุกคนก็มีโอกาสเดินกับพระเจ้าโดยการไปกับพระวิญญาณที่ประทับในชีวิตของทุกคน 


พวกเราอยู่กับพระเจ้าโดยไม่ต้องถูกรับไปสวรรค์ได้ 
การดำเนินในความจริง คือการเดินกับพระเจ้า ( 3 ยอห์น 5)
รับพระเยซูแล้ว ก็ดำเนินไปกับพระองค์ต่อไป (โคโลสี 2:6)
ให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับที่พระเจ้าทรงเรียก (เอเฟซัส 4:1)


การที่เอโนคไม่ตาย แต่มีชีวิตใหม่กับพระเจ้านั้นเป็นความหวังให้กับเรา ชีวิตที่เราเคยตาย เราได้ฟื้นขึ้นมาใหม่กับพระเยซูคริสต์
ให้เราเป็นเหมือนเอโนคที่ยินดีจะเดินไปกับพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงยินดีรับเขาไปอยู่ใกล้พระองค์มากขึ้น

5:27-32 จนมาถึงลาเมค ที่ไม่ใช่เชื้อสายของคาอิน เขาคนนี้ ได้ลูกชายชื่อโนอาห์ ซึ่งชื่อของเขามีความหมายว่า พัก บรรเทา
เขามองเห็นว่า โนอาห์จะช่วยแบ่งเบาภาระที่ต้องทำงานหนักบนแผ่นดิน ที่พระเจ้าทรงแช่งสาป
พวกเขาเห็นการช่วยเหลือของพระเจ้าก็จริง แต่การทำงานที่หนักหนาสาหัส ก็ทำให้พวกเขาเหนื่อยอ่อนมาก  พวกเขามีชีวิตบนโลกหลายร้อยปี และในหลายร้อยปีนั้นก็ต้องสู้กับธรรมชาติให้ครอบครัวอยู่ได้ เป็นชีวิตที่ยาวนานและเต็มด้วยความยากลำบาก   ชีวิตของโนอาห์น่าจะช่วยให้ความยากเย็นที่เกิดขึ้นจากการแช่งสาปเพราะบาปของอาดัม และคาอินจะบรรเทาลง
ลำดับเชื้อสายของอาดัมในบทนี้ รอคอยการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์ แต่พระเจ้ายังทรงมีแผนการใหญ่ไว้ สำหรับพวกเขา  ความยากลำบากที่ต้องเผชิญ จะกลายเป็นเรื่องเล็กเพราะพวกเขาจะได้สิ่งดีจากพระเจ้าอีกมากมาย 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 5
1* ปฐมกาล 2:4; 6:9; 1:26; 9:6
2* มาระโก 10:6 ; ปฐมกาล 1:28; 9:1
3* 1 โครินธ์ 15:48-49; ปฐมกาล 4:25
4* ลูกา 3:36-38 ;ปฐมกาล 1:28; 4:25
5* ฮีบรู 9:27







6* ปฐมกาล 4:26
18* ยูดา 14-15
22* ปฐมกาล 6:9; 17:1; 24:40; 48:15
24* 2 พงศ์กษัตริย์ 2:11; ฮีบรู 11:5
29* ลูกา 3:36 ; ปฐมกาล 3:17-19; 4:11
32* ปฐมกาล 6:10; 7:13;10:21







บรรณานุกรม
https://answersingenesis.org/bible-timeline/timeline-for-the-flood/?srsltid=AfmBOopDHC2XkNchtUTELRDORiYTzaKPx5216qmkO9djzkvSJrI26PPU

https://www.realclearbible.com/genesis/_5/

ปฐมกาล 4 ฆาตกรรมรายแรกของโลก

 พี่น้องคู่แรก
1 อาดัมเข้าไปรู้จักใกล้ชิด (יָדַ֖ע)กับเอวา ภรรยาของเขา แล้วเธอก็ตั้งครรภ์ และให้กำเนิดลูกชายชื่อ คาอิน เอวากล่าวว่า “ฉันได้ลูกชายคนนี้มาเพราะพระยาห์เวห์ทรงช่วย ” 
2 ต่อมาเธอก็ให้กำเนิดลูกชาย  เป็นน้องของคาอินชื่อ อาเบล อาเบลเป็นคนเลี้ยงสัตว์ ส่วนคาอินทำไร่ไถนา
3 วันเวลาผ่านไป คาอินนำผลจากผืนแผ่นดินมาถวายพระยาห์เวห์ 
4 ส่วนอาเบลนำสัตว์ลูกหัวปีจากฝูงแพะแกะของเขา มาถวาย
เป็นตัวที่อ้วนเต็มด้วยไขมันมากที่สุด
พระยาห์เวห์ทรงพอพระทัยอาเบลและสัตว์ถวายของเขา
5 แต่ไม่ทรงพอพระทัยคาอินและผลไม้ถวายของเขา
ดังนั้น คาอินจึงโกรธมาก
หน้าตาหดหู่หม่นหมอง
6 พระยาห์เวห์ตรัสกับคาอินว่า
“เจ้าโกรธทำไม?
เหตุใดหน้าตาจึงหดหู่เช่นนั้น ?
7 หากเจ้าทำสิ่งที่ดีแล้ว
เราจะไม่รับเจ้าอย่างนั้นรึ?
แต่ถ้าเจ้าทำอย่างไม่ถูกต้อง
บาปก็หมอบรออยู่ที่ประตู 
มันต้องการ(ควบคุม)เจ้า
เจ้าจึงต้องปราบมันให้ได้”

ฆาตกรรมครั้งแรก
8 คายินพูดกับอาเบลน้องชายว่า “เราออกไปในทุ่งกันเถอะ”เมื่ออยู่ในทุ่งด้วยกัน คาอินโถมตัวเข้าใส่อาเบลน้องชายของตน และฆ่าเขา!  
9 ต่อมา พระยาห์เวห์ตรัสถามคาอินว่า “อาเบล น้องชายเจ้าอยู่ที่ไหน?”
เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้ ข้าพเจ้าเป็นผู้ดูแลน้องชายหรือ?”

10พระองค์ตรัสว่า
“เจ้าทำอะไรลงไปที่ทำให้เลือดของน้องชายส่งเสียงร้องขึ้นจากผืนดินมาถึงเรา? 
11 บัดนี้ เจ้าถูกสาปจากผืนดินที่ซึมซับรับเลือดของน้องชายเจ้าที่ไหลนองออกมาจากมือของเจ้า 
12 เมื่อเจ้าทำไร่ พรวนดิน มันจะไม่ให้ผลดีแก่เจ้าอีกต่อไป เจ้าจะเป็นคนหลบหนีและพเนจรไปบนผืนโลก”


13คาอินทูลพระยาห์เวห์ว่า “การลงโทษนี้แรงเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะรับไหว
14 ดูสิ วันนี้ ทรงขับ ไล่ข้าพเจ้าออกจากแผ่นดิน และ ข้าพเจ้าต้องไปให้พ้นจากพระพักตร์ ข้าพเจ้าจะเป็นคนที่หลบหนี
พเนจรไปในแผ่นดินโลก ดังนั้น คนที่พบเห็นข้าพเจ้าก็จะฆ่าข้าพเจ้าเสีย”
15 พระยาห์เวห์ตรัสแก่คาอินว่า
“จะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะหากใครฆ่าคาอินเขาจะต้องรับโทษ 7 เท่า” แล้วพระยาห์เวห์ทรงทำเครื่องหมายไว้ที่ตัวคาอิน เป็นเครื่องหมายเตือนคนที่พบคาอิน ไม่ให้สังหารเขา
16 คาอินได้ออกไปพ้นพระพักตร์พระยาห์เวห์ ไปอยู่ในแผ่นดินโนด ( แปลว่า เร่ร่อน, พเนจร) ทางตะวันออกของสวนเอเดน

เชื้อสายของคาอิน (การเริ่มต้นอารยธรรม)
17แล้วคาอินก็เข้าไปรู้จักใกล้ชิด(יָדַ֖ע) กับภรรยาของเขา เธอตั้งครรภ์ ให้กำเนิดลูกชายชื่อเอโนค 
เวลานั้นเอง  เขาสร้างเมืองขึ้น ตั้งชื่อตามลูกชายคือเมืองเอโนค
18 เอโนคมีลูกชายชื่ออิราด อิราดมีลูกชายชื่อเมหุยาเอล เมหุยาเอลมีลูกชายชื่อเมธูชาเอล เมธูชาเอลมีลูกชายชื่อลาเมค

19 ลาเมคมีภรรยาสองคน คนหนึ่งคือ อาดาห์ อีกคนชื่อ ศิลลาห์
20 อาดาห์ให้กำเนิดลูกชายชื่อยาบาล ซึ่งเป็นพ่อของเหล่าคนที่อาศัยในเต็นท์ และเลี้ยงสัตว์
21 ยาบาลมีน้องชายชื่อ ยูบาล ยูบาลมีลูกหลานที่เป็นคนเล่นพิณ และเป่าปี่ 
22 ส่วนศิลลาห์ให้กำเนิดลูกชายชื่อ
ทูบัลคาอิน เขาทำเครื่องมือต่าง  ๆ จาก  ทองสัมฤทธิ์ และ เหล็ก ทูบัลคาอินมีน้องสาวชื่อ นาอามาห์
23 ลาเมคพูดกับภรรยาของตนว่า
“อาดาห์และศิลลาห์ จงฟังคำของข้า
ภรรยาทั้งสองของลาเมคเอ๋ย
จงฟังสิ่งที่ข้ากล่าว  
ข้าจะสังหารชายคนที่ทำให้ข้าบาดเจ็บ  ข้าจะสังหารเด็กหนุ่มที่มาตีข้า
24 หากคนที่สังหารคาอิน
ถูกลงโทษเจ็ดเท่า
คนที่มาสังหารลาเมค
จะถูกลงโทษเจ็ดสิบเจ็ดเท่า!”

อธิบายเพิ่มเติม

พี่น้องคู่แรก
4:1-2  คำว่าอาดัมเข้าไปรู้จักภรรยา(ฮีบรูว่า יָדַ֖ע ยาดา แปลว่ารู้จัก สังเกต รู้ว่า  มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดมาก) เป็นภาษาสุภาพของฮีบรู ที่มีความหมายในบริบทว่า เขามีความสัมพันธ์ทางเพศกับภรรยาของเขา   ไม่นานเอวาก็ตั้งครรภ์ เป็นประสบการณ์แรกของชายหญิงคู่นี้ ทั้งสองมีเรื่องต้องเรียนรู้มากมาย
คาอินเป็นเด็กชายคนแรกในโลกที่เกิดขึ้นจากท้องแม่ คาอินเป็นชื่อที่มีความหมายว่าสร้าง קַיִן, qayin เป็นความมหัศจรรย์สำหรับเอวาเป็นอย่างมาก เธออาจเคยเห็นสัตว์ออกลูกมาบ้าง คราวนี้เป็นเธอเองที่ได้คลอดลูกออกมา
ชื่อของอาเบล คือ הֶבֶל  (เฮเวล hevel) ซึ่งมีความหมายว่า ลมหายใจ ไอน้ำ ไร้ค่า  เหมือนอย่างที่ท่านปัญญาจารย์มักจะพูดบ่อย ๆ  ถ้าเราอ่านข้ามไปบทที่  5 ก็จะรู้ว่าคายินและอาเบลเกิดก่อนที่เขาจะอายุ 130 ปี  ดูเหมือนพี่น้องคู่นี้อายุไม่ต่างกันมาก 
ลูกชายทั้งสองทำงานต่างกัน
4:4-5
แล้ววันหนึ่งทั้งสองก็นำของถวายมาถวายแด่พระเจ้า  ของถวายนั้นต่างกัน และพระเจ้าก็ทรงพอพระทัยของอาเบล แต่ไม่พอพระทัยของคาอิน
ทั้ง ๆ ที่พี่น้องทั้งสองต่างก็มีความตั้งใจที่เหมือนกัน  พ่อ แม่ คงสอนแล้วว่า ถ้าจะถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าต้องทำอย่างไร  อาดัมและเอวา คงได้เรียนรู้จากพระเจ้าว่า เมื่อพวกเขาทำบาป ต้องมีการเสียเลือดของสัตว์แทนตัวเขา  
ที่พระเจ้าไม่รับของถวายของคาอิน เป็นเพราะท่าทีของเขา ทัศนคติของเขาโดยรวมที่มีอยู่ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเขาไม่ถวายสัตว์ ในการถวายเครื่องบูชานั้นมีหลายอย่างที่จะถวายได้อยู่แล้ว (เลวีนิติบอกเราชัดเจน)
4:6-7
จากฉากนี้ เราเห็นว่า พระเจ้าตรัสกับมนุษย์โดยตรง  พระองค์ทรงถามเพื่อให้เขาบอกความรู้สึกแท้จริงออกมา  เขาโกรธที่พระเจ้ารับของถวายอาเบล แต่ของถวายของเขากลับดูไร้ค่า  ไม่มีการเก็บอารมณ์ รู้สึกอย่างไรก็แสดงภาษาท่าทางออกมาชัดเจน
พระเจ้าทรงแจ้งให้เขารู้ชัดว่า เขาทำสิ่งที่ดี ถูกต้อง พระองค์ทรงรับแน่ แต่การทำไม่ถูกต้อง บาปมันกระหยิ่มรอตะครุบอยู่แล้ว เพราะมันต้องการเป็นเจ้าของ ครองใจมนุษย์  ตอนที่พระเจ้าตรัสนี้ คายินเลือกได้ว่า เขาจะฟังพระสุรเสียงหรือไม่ พระองค์ทรงเตือนแล้วว่า บาปอยากเป็นนายเหนือเขา  สิ่งที่เขาต้องทำคือกำราบบาปนั้น ด้วยการหันมาทำตามพระเจ้า  ข้อความตอนนี้ พระเจ้าทรงสื่อว่า เขาทำได้ เขาอยู่เหนือมารได้

ฮีบรู 11:4  โดยความเชื่ออาแบลถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าซึ่งดีกว่าของคาอิน โดยความเชื่ออาแบลได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ชอบธรรมเมื่อพระเจ้าทรงชมเชยสิ่งที่เขาถวาย และโดยความเชื่อเขาจึงยังพูดอยู่ทั้งๆ ที่เขาตายแล้ว
1 ยอห์น 3:11-12. นี่เป็นข้อความที่ท่านทั้งหลายได้ยินมาตั้งแต่แรกคือ เราควรรักซึ่งกันและกัน อย่าเป็นเหมือนคาอินผู้เป็นฝ่ายมารและฆ่าน้องชายของตน ทำไมเขาจึงฆ่าน้อง? ก็เพราะการกระทำของตนชั่วร้ายและการกระทำของน้องชอบธรรม
 

ฆาตกรรมครั้งแรก
4:8-9  หลังจากที่พระเจ้าทรงเตือนคาอิน เขาก็ชวนน้องไปทุ่งด้วยกัน  เมื่ออยู่ด้วยกัน เขาก็โจมตีน้องอย่างไม่ทันตั้งตัว และถึงกับฆ่าน้องตายคามือ นี่เป็นการฆาตกรรมที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า
เขาคิดว่า ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้อยู่แล้ว  น่าแปลกที่พระเจ้าเพิ่งบอกเขาไปหยก ๆ ว่า ให้เอาชนะบาปที่มันพยายามครอบงำเขา เขากลับทำสิ่งที่ตรงข้าม
จากโกรธพระเจ้า โกรธน้อง กลายเป็นฆาตกรรม ความบาปเพิ่มพูนอย่างรวดเร็ว  คนที่เราคิดว่าควรจะเป็นบรรพบุรุษของเชื้อสายที่พระเจ้าทรงบอกกับงู กลับกลายเป็นฆาตกร คนอีกคนที่น่าจะเป็นได้ กลายเป็นเหยื่อ 
แล้วพระเจ้าทรงถามเหมือนกับตอนที่อาดัมได้ทำผิด พระองค์ประทานโอกาสให้สารภาพ และกลับใจ แต่แล้วคาอินกลับโกหก เขาคิดว่า พระเจ้าไม่ทรงทราบ เขาตอบว่า “ข้าพเจ้าไม่รู้ (ซึ่งเป็นการโกหกและกลบความบาปของตน)  ข้าพเจ้าเป็นคนดูแลน้องชายหรือ?​(เท่ากับพูดว่า ข้าพเจ้าไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเขา  ซึ่งความจริง เขานั่นแหละต้องรับผิดชอบต่อการตายของอาเบล เป็นการใช้คำถามยอกย้อนต่อพระเจ้า พูดออกมาได้อย่างไร้ยางอาย คาอินเข้าใจว่าเขาหลอกพระองค์ได้ ) ยูดา 1:11 กล่าวถึง  แนวทางของคาอิน และการทุ่มตัวสู่ความผิดพลาด เป็นอย่างนั้นจริง ๆ 

4:10-12 แล้วเลือดของน้องฟ้องไปถึงสวรรค์…(ฮีบรู 12:24)   หลายคนมีความเห็นว่า การตายของอาเบล สื่อถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู 
ตอนนี้คาอินรู้แล้วว่า พระเจ้าทรงทราบ และพระองค์กำลังประกาศการลงโทษเขา  อาดัมเคยถูกให้ออกจากสวนแห่งเอเดน และเขาต้องทำงานหนักเพื่อจะได้พืชผลมาอยู่กิน  แต่คราวนี้คาอินจะไม่ได้ผลจากแผ่นดินไม่ว่าเขาจะทำงานหนักขนาดไหน
ในสมัยต่อมาโมเสสได้บอกถึงกฎสำคัญในชุมชนคนอิสราเอลว่า ฆาตกรรม เป็นการสร้างมลทินให้กับแผ่นดิน จะชำระแผ่นดินได้ก็ด้วยเลือดของฆาตกร (กันดารวิถี 35:33-34)

4:13-14 สิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับคาอินคือการที่ต้องกลายเป็นคนหลบหนี เร่ร่อน ไม่มีหลักแหล่ง เขาร้องขอพระเจ้าให้เห็นใจกับโทษที่เขาได้รับ เขาไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป เขาไม่ขอพระเจ้าทรงยกโทษเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้เขาเริ่มกลัวว่า ใครที่เจอเขาก็จะทำร้าย ซึ่งถ้าคิดให้ดีคือ น่าจะเป็นลูกคนอื่น ๆ ของอาดัมและเอวานั่นเอง

4:15-16 ถ้าคาอินกลับใจ เขาจะยอมเป็นฝ่ายพระเจ้า หันมาหาพระองค์ แต่เขากลับเป็นห่วงตัวเองจะโดนคนทำร้าย เขาจะไม่ได้อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าอีกต่อไป เขาถูกไล่ออกจากบ้านเกิด คล้ายกับพ่อที่ถูกไล่จากสวนแห่งเอเดน  กลายเป็นคนไม่มีพระเจ้า  แต่พระเจ้าทรงพระคุณ  ไม่ทรงประสงค์ให้เขาถูกฆ่าตายเหมือนน้อง ทรงทำเครื่องหมายให้คนทั้งหลายได้รู้ว่า จะแตะต้องชีวิตเขาไม่ได้  เราไม่ทราบว่าเป็นอะไร แต่คนสมัยนั้นเขารู้กัน  น่าจะเป็นอะไรที่ติดตัวเขา พอเห็นรู้ทันที
แผ่นดินโนดที่เขาไปอยู่นั้นมีความหมายว่า เร่ร่อน เตือนสติให้เขารู้ว่า เขาคือใคร คาอินมีเครื่องหมาย ติดตัวเขาอยู่เสมอ เขาควรระลึกว่า ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะพระคุณ  เสียดายที่เขาไม่ได้กลับใจจึงทำให้ชีวิตต้องขาดจากพระเจ้า   




 

ชื้อสายของคาอิน (การเริ่มต้นอารยธรรม)
แม้ว่าคายินดื้อดึงต่อพระเจ้า และเรียกร้องความปลอดภัยจากพระองค์ แต่พระเจ้าก็ทรงมีพระคุณต่อเขา พระองค์จะสังหารเขาก็ได้ แต่พระองค์ทรงให้โอกาสที่เขาจะมีชีวิตอยู่ แล้วลูกหลานของคาอินก็กลายเป็นคนที่สร้างสรรค์แผ่กระจายอารยธรรมออกไป  ส่วนลูกหลานของเสทเป็นชุมชนที่นมัสการพระเจ้า

4:17-18 คาอินมีภรรยา และหลายคนก็สงสัยว่า ผู้หญิงคนนี้มาจากไหน พอจะประเมินได้ว่า อาดัมและเอวายังมีลูกชาย ลูกสาวคนอื่นอีก และเขาก็จะต้องได้น้องสาวมาเป็นภรรยา ซึ่งในช่วงต้น ๆ นั้น พระเจ้ายังไม่ได้ทรงห้ามเรื่องนี้ การแต่งงานระหว่างพี่น้องก็ยังจำเป็นอยู่เพื่อเพิ่มจำนวนมนุษย์  พันธุกรรมของมนุษย์ยังบริสุทธิ์พอที่จะไม่เกิดการเสียหายเนื่องจากการแต่งงานในญาติสนิท  แต่ต่อมา  ในช่วงของโมเสสเป็นเวลาที่พระเจ้าทรงห้ามการแต่งงานระหว่างพี่น้อง (เลวีนิติ 18:9, 18:11; 20:17 โมเสสได้เขียนไว้ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องน่าละอาย)

การสร้างเมืองของคาอินทำให้เราเห็นว่า เขาไม่ได้อยู่แค่ในครอบครัวอีกต่อไป เขาสร้างเมืองเท่ากับมีคนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากลูกหลานของเขาเอง   กลายเป็นหลายครอบครัว กลายเป็นชุมชน จนกลายเป็นเมือง

4:19 ตอนที่คาอินมีลูกเอโนคนั้น เขากำลังสร้างเมือง เมื่อเสร็จเขาก็ตั้งชื่อเมืองตามลูก เท่ากับเขามีความสามารถระดับสูงทีเดียวที่ทำเช่นนี้ได้  ตรงนี้เราเห็นว่า อาดัมกำลังมีลูกหลานเพิ่มในสายของคาอินมากมาย  1อาดัม 2คาอิน  3เอโนค 4อิราด 5เมหุยาเอล 6เมธูชาเอล 7 ลาเมค  โมเสสเล่ามาจนถึงลาเมค พบว่า ลาเมคมีความคิดต่างจากรุ่นพ่อ รุ่นปู่.. เขาเริ่มมีภรรยาสองคน (พระเจ้าทรงวางไว้ว่า สามี1 ภรรยา 1 มัทธิว 19:4-6)   ตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม ลาเมคเป็นคนแรกที่ฝืนแบบอย่างที่พระเจ้าทรงวางไว้ว่าสามีภรรยาคู่กัน ผัวเดียวเมียเดียว

ชื่อของภรรยาทั้งสอง ทำให้เราเห็นภาพการเลือกผู้หญิงของลาเมค แม้แต่ชื่อลูกสาวก็ทำให้เราประเมินได้ว่า ความงดงามของผู้หญิงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลาเมคมาก
ภรรยาคนแรกชื่อ อาดาห์ (עָדָה) แปลว่า  เครื่องประดับ เป็นแม่ของยาบาลที่เป็นต้นกำเนิดคนเลี้ยงสัตว์ที่อาศัยในเต็นท์   และยูบาลที่รักการเล่นดนตรี 
ภรรยาคนที่สองชื่อศิลลาห์ แปลว่า (צִלָּה)  ร่มเงา ทำให้คิดถึงผู้หญิงผมดำ ผิวสีน้ำผึ้ง  เธอคนนี้เป็นแม่ของทูบัลคาอินที่เป็นช่างเหล็ก
ส่วนลูกสาวของเขา เขาตั้งชื่อว่า นาอามาห์ (נַעֲמָה) แปลว่า น่ารัก ร่าเริง  สวย
การที่โมเสสบันทึกเรื่องราวของพวกเธอไว้ ทำให้เราเห็นความสำคัญของผู้หญิงในสังคมยุคแรก พวกเธอทุกคนจะต้องมีความอดทนระดับสูงมากที่จะช่วยให้ครอบครัวไปต่อได้

4:23-24  ลาเมคเป็นคนที่ก้าวร้าว ยะโส วางโตเหนือคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ภรรยาทั้งสองของเขาก็คงกลัวเขามากเช่นกัน  ลาเมคทำให้เราเห็นครอบครัวที่มีหัวหน้าครอบครัวเป็นคนที่พร้อมจะทำให้เกิดการนองเลือด ไม่ยอมใคร
นิสัยรุนแรงของคาอินส่งผลมายังลูกหลานต่อมาอีกหลายชั่วอายุคน
เขาท้าทายพระดำรัสของพระเจ้าที่ทรงสัญญาจะตอบแทนคนที่ทำร้ายคาอินเจ็ดเท่า  นี่เป็นความอหังการที่ทำตัวใหญ่เหนือพระเจ้าเข้าไปอีก 
ลำดับเชื้อสายของครอบครัว ทำให้เราเห็น ภาพรวมการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปของ อารยธรรมต้น ๆ  ตั้งแต่การเลี้ยงสัตว์ ดนตรี และเครื่องเหล็ก ซึ่งเกิดขึ้นภายในครอบครัวขยายของคาอินอย่างชัดเจน  ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่ท่ามกลางจิตใจที่ไม่ยอมใคร พระเจ้าก็ยังทรงอวยพรให้พวกเขาเติบโตมีวัฒนธรรมที่ชัดเจน   การบันทึกของโมเสส ทำให้เราเห็นพระคุณของพระเจ้าเหนือความคาดหมาย 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 4
2* ลูกา 11:50-51
3*กันดารวิถี 18:12
4* กันดารวิถี 18:17; เลวีนิติ 3:16; ฮีบรู 11:4
8* 1 ยอห์น 3:12-15
9* ยอห์น 8:44; 1 โครินธ์  8:11-13
10*  ฮีบรู 12:24




14* สดุดี 511 ; อิสยาห์ 1:15 ; กันดารวิถี 35:19, 21, 27
15* ปฐมกาล 4:24
19* ปฐมกาล 2:24; 16:3
24* ปฐมกาล 4:15
25* ปฐมกาล 5:3
26* ปฐมกาล 5:6; เศฟันยาห์ 3:9

ปฐมกาล 3 วันเริ่มต้นบาป

 Line Engraving, 19Th Century

ศัตรูหน้างูมาหลอกลวง
1 งู เป็นสัตว์ที่ฉลาดแกมโกง มากกว่าสัตว์ป่าทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา  วันหนึ่งงูกล่าวแก่หญิงนั้นว่า “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า เจ้าจะต้องไม่กินผลไม้จากต้นใด ๆ ในสวนแห่งนี้?” 
2 เธอตอบงูว่า
“เรากินผลไม้จากทุกต้นในสวนได้ 
3 แต่พระเจ้าทรงบอกเราว่า ‘เจ้าจะต้องไม่กินผลไม้จากต้นที่อยู่กลางสวน และเจ้าจะต้องไม่แตะมันด้วย ถ้าเจ้าทำ เจ้าจะตาย’”
4 แต่งูพูดกับเธอว่า “โอย.. เจ้าจะไม่ตายหรอก
5 เพราะพระเจ้าทรงรู้ว่า เมื่อใดที่เจ้ากินผลไม้จากต้นไม้นั้น ตาของเจ้าจะสว่างขึ้น   เจ้าจะเป็นเหมือนกับพระเจ้า เจ้าจะรู้ดีรู้ชั่วเชียวนะ”
6 เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นงามน่ากินและผลของมันก็ดูดี แล้วมันยังจะทำให้ฉลาดขึ้นอีก  เธอจึงเด็ดผลไม้จากต้นนั้นมากิน แล้วยังนำไปให้สามีที่อยู่กับเธอด้วย  และเขาก็กินผลไม้นั้น!
7 และแล้ว ทั้งสองก็ตาสว่าง เห็นว่าตนเองเปลือยอยู่  ดังนั้นจึงนำใบมะเดื่อมาเย็บต่อกันเพื่อช่วยปกปิดร่างกายของตน 

พระเจ้าทรงบอกอนาคต
8 เย็นวันนั้น ขณะมีลมเย็น ๆ พัดมา ทั้งสองก็ได้ยินเสียงพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าดำเนินในสวน  และชายนั้นกับภรรยาของเขาก็หลบซ่อนตัวจากพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าท่ามกลางแมกไม้ในสวน 

9 แต่พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงเรียกชายนั้น ตรัสว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน?”
10 ชายนั้นทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าได้ยินพระองค์ดำเนินในสวน และข้าพเจ้ากลัวเพราะเปลือยกายอยู่ จึงซ่อนตัวพระเจ้าข้า”
11  พระองค์ตรัสถามว่า “ใครบอกว่าเจ้าเปลือยกายอยู่? นี่เจ้ากินผลไม้จากต้นที่เราสั่งห้ามอย่างนั้นหรือ?” 
12 ชายนั้นกล่าวว่า “พระองค์ประทานหญิงคนนี้ให้ข้าพเจ้า และเธอเอาผลไม้จากต้นนั้นมาให้ ข้าพเจ้าจึงกินเข้าไป”  13 แล้วพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าตรัสถามหญิงนั้นว่า “เจ้าทำอย่างนั้นไปได้อย่างไร?” เธอทูลตอบว่า “เจ้างูได้ล่อลวงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงกินผลไม้นั้นเจ้าค่ะ”
14 พระยาห์เวห์องค์พระเจ้า
จึงตรัสกับงูว่า
“จากสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าทั้งปวงในทุ่ง เจ้าเองเป็นตัวที่ถูกสาปแช่ง
เพราะการกระทำของเจ้าในครั้งนี้  
เจ้าจะต้องใช้ท้องเลื้อยคลานไป
และต้องกินดินไปตลอดชีวิตของเจ้า”
15 เราจะทำให้เจ้ากับหญิงนั้น
เป็นปฎิปักษ์ต่อกัน 
ทั้งเชื้อสายของเจ้าและเชื้อสายของเธอก็จะเป็นอริกัน
เขาจะทำให้หัวของเจ้าแหลก
และเจ้าจะฉกกัดเท้าของเขา


การลงโทษมนุษย์
16 แล้วพระเจ้าตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า
“เราจะให้เจ้าต้องพบความเจ็บปวด
อย่างมาก เมื่อเจ้าคลอดบุตรเจ้าจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวดยิ่งนัก
แต่เจ้าก็ยังต้องการสามีของเจ้า
แต่เขาจะปกครองเจ้า” 

17 และพระเจ้าตรัสกับอาดัมว่า
“เพราะเจ้าฟังเสียงของภรรยา และ
กินผลจากต้นไม้ที่เราสั่งห้ามไว้
แผ่นดินจึงถูกสาปเพราะเจ้า
เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินอย่าง
ยากลำบากตลอดชีวิต 
18 ไม้หนาม พืชหนามจะงอกขึ้นแก่เจ้า
และเจ้าจะกินพืชจากทุ่ง 
19 ด้วยงานหนักเหงื่ออาบหน้า เจ้าจึงจะมีกิน ต่อมาเจ้าจะกลับไปเป็นดิน เพราะเจ้ามาจากดิน เพราะเจ้าเป็นผงดิน
เจ้าจะกลับไปเป็นผงดินดังเดิม”

20 อาดัมตั้งชื่อภรรยาว่า เอวา เพราะเธอเป็นแม่ของมนุษยชาติ 

ถูกไล่ออกจากสวนแห่งเอเดน
21พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงทำเสื้อ
จากหนังสัตว์ให้อาดัม และภรรยา
ของเขาสวมใส่
22 และแล้วพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าตรัสว่า
มนุษย์ได้กลายมาเป็นเหมือนพวกเราแล้ว  พวกเขามีความรู้ดีรู้ชั่ว
เราต้องไม่ให้เขาไปเด็ดผลจากต้นไม้แห่งชีวิต
ไม่อย่างนั้นเขาจะมีชีวิตตลอดไป
23 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงไล่เขาออกไปจากสวนแห่งเอเดน ให้ทำการปลูกพืชบนดินซึ่งใช้สร้างเขามา 24 หลังจากที่พระองค์ทรงขับไล่เขาออกไปแล้ว
ก็ทรงตั้งเครูบและตั้งดาบเพลิงที่หมุนได้รอบทิศ ไว้ทางตะวันออกของสวนแห่งเอเดน เพื่อปกป้องทางที่จะไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิต

อธิบายเพิ่มเติม

ศัตรูหน้างูมาหลอกลวง
3:1-3 บทนี้ เราจะพบว่า ผู้หญิงที่พระเจ้าทรงมอบให้อาดัมนั้น เกิดไปพบกับงู ซึ่งเป็นศัตรูของพระเจ้า และผลจากการพบครั้งนั้น ยังคงอยู่สืบต่อมาจนทุกวันนี้ …​
มันเป็นสัตว์ที่ฉลาด โกง เจ้าเล่ห์ที่สุด และวันที่มันพบกับผู้หญิงของอาดัม มันสามารถพูดได้  และดูจากการคุยกัน ดูเหมือนว่าน่าจะเคยเห็นกันมาก่อนทั้งสองฝ่าย

3:4-5 แต่ตรงนี้เองที่งูเอ่ยคำที่ทำให้เธอสงสัยในความเที่ยงตรงของพระเจ้า  เพราะมันกำลังเสนอว่า ที่พระเจ้าทรงห้ามนั้น เพื่อให้เธอไม่ได้ก้าวข้ามไปสู่ความเป็นพระ ที่รู้แจ้งทุกเรื่อง  หากทั้งสองกินผลจากต้นรู้ดีรู้ชั่ว ทั้งสองจะก้าวสู่ความเป็นพระ  นี่เป็นการล่อลวงชวนให้มนุษย์ก้าวข้ามเขตหวงห้ามที่งูเสนอว่า พระเจ้าทรงวางไว้  เป็นเขตที่พระเจ้ากั้นจากพวกเขา  (net)

3:6 สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากคุยกับงู และคิดตามงู  คือ หญิงนั้นมองผลไม้ แล้วมีความเห็นอย่างที่งูแนะ ผลน่ากิน ดูดี แล้วงูยังบอกว่ากินแล้วจะเป็นเหมือนพระเจ้า   จึงเด็ดผลไม้  กินเข้าไป  นำไปให้สามี และเขาก็รับมากินด้วย!  น่าเสียดายเหลือเกิน เขาทั้งสองมีพระลักษณะของพระเจ้าอยู่ในตัวอยู่แล้ว พอกินเข้าไป
จึงได้ลบพระลักษณะของพระเจ้าบางส่วนออกไปจากตัว!  เมื่อไม่เชื่อพระเจ้าโลกที่แสนดี จะกลายเป็นโลกที่ถูกแช่งสาป นี่เป็นวันแรกแห่งความ มืดมิดฝ่ายวิญญาณ!
ข้อนี้ ทำให้เราเห็นตัวเอง หากเรายอมฟังคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า ฟังและดูโซเชียลเยอะ ๆ  และคิดตามเขา ตรงข้ามกับพระเจ้า ผลที่ได้ก็จะเหมือนหญิงคนนี้
ท่านเปาโลบอกชัดว่า คนที่ตั้งใจผิดในเรื่องนี้คืออาดัม 1 ทิโมธี 2:13-14 13 ด้วยว่าอาดัมถูกปั้นขึ้นก่อนเอวา 14 และอาดัมไม่ได้เป็นคนที่ถูกหลอกลวง ผู้หญิงต่างหากที่ถูกหลอกลวงและกลายเป็นผู้ทำบาป
3:7 ทันใดนั้น สิ่งที่มารบอกก็เกิดขึ้นจริง เขาเริ่มรู้จักความชั่วแล้ว แต่ก่อนรู้จักแต่ความดี  การหลอกลวงที่เชี่ยวชาญนี้ทำให้ชายหญิงคู่แรกของโลกที่เป็นคนเรียบง่ายไร้เดียงสา กลายเป็นคนบาปที่ผิดต่อพระเจ้าไปแล้ว ตาเปิดออกและพวกเขาก็เห็นว่าตนเองเปลือย น่าอาย  แล้วจึงพยายามหาใบไม้มาปกปิดร่างกาย  โลกแห่งความสุขที่เคยมีนั้น ไม่ได้มีอีกต่อไป เริ่มเป็นทุกข์ใจเพราะรู้อยู่ว่าได้ทำอะไรลงไป  
โรม 5:12 กล่าวว่า บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียว … เราจะไปโทษเขาก็ไม่ได้ หากเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น 
 บาปได้เข้ามา ความตายตามมา ความตายแพร่กระจายไปสู่ทุกคน มันจึงครอบครองคนทั้งโลก ดังนั้น เราจึงต้องการพระเยซูผู้ที่ความตายไม่อาจยึดพระองค์ไว้ได้มาช่วยเราจากความตายอันน่าสะพรึงกลัวนี้    

พระเจ้าทรงบอกอนาคต
3:8 ดูเหมือนเป็นเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จเข้ามาในสวนอยู่แล้ว น่าจะเป็นเวลาที่พระองค์ตรัสสนทนากับทั้งอาดัมและภรรยาของเขา  แต่วันนี้มโนธรรมฟ้องในใจว่า ทำผิดต่อพระเจ้า  เขารู้ทั้งดีและชั่วแล้ว   พวกเขาจึงหลบซ่อนตัว

3:9-10   พระเจ้าทรงทราบอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แทนที่พระองค์จะทรงเรียกตัวเขาออกมาลงโทษ  หรือพิโรธใส่เขา  พระองค์กลับทรงถามเขาให้มีโอกาสที่จะตอบพระองค์  ที่ไหน? เป็นคำถามแรก.. เป็นเหมือนสะพานที่จะทำให้เกิดการสนทนาหลังจากที่เขาได้ทำผิด พระองค์ทรงรู้อยู่แล้วว่า เขาแอบตรงไหน

นี่เป็นพระเมตตาของพระเจ้าต่อครอบครัวใหม่ และกับเราที่เป็นคนบาปทุกคนด้วย
อาดัมตอบด้วยความจริงใจว่า เขากลัว เขาซ่อนตัว เพราะเปลือยกายอยู่

3:11-12  คำถามต่อมาคือ ใคร..เป็นคนบอกว่าเขาเปลือยกาย? พระองค์ทรงสรุปให้พวกเขารู้ว่า ทรงรู้ว่าเขากินผลไม้ที่ทรงห้ามไปแล้ว ทรงถามอีกว่า กินผลไม้นั้นไปแล้วหรือ? พระองค์ทรงถามให้เขาตอบและอาดัมก็ปัดความผิดไปให้พระองค์ และภรรยาทันที เขาเป็นคนที่ต้องห้ามภรรยา แต่ก็ไม่ได้ทำกลับกินผลไม้ตามภรรยาเข้าไป   การโยนความผิดไปให้คนอื่นนี้ เกิดมาตั้งแต่โลกเริ่มต้นใหม่ ๆ และยังคงเป็นพฤติกรรมที่มนุษย์ทำอยู่ไม่เคยเลิกเลย 

3:13  ทรงถามผู้หญิงว่า เธอทำอะไร? เธอก็ตอบได้ชัดว่า ตนเองถูกหลอกลวง นี่ก็เป็นพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ  ฉันถูกหลอก ฉันคือเหยื่อ  

3:14 พระเจ้าไม่ได้ทรงถามอะไรงูเลย พระองค์ทรงลงโทษมันในสวนนั่นเอง ทรงสาปแช่งให้มันต้องใช้ท้องเลื้อยไป กินดินไปตลอด ซึ่งมีความหมายถึงชีวิตที่ตกต่ำที่สุด  และทำให้เราพอจะประเมินได้ว่า ก่อนหน้านี้ มันคงมีร่างแบบอื่นคล้ายสัตว์อื่นที่มีขาสี่ขา   และในวันนั้นที่มนุษย์กินผลไม้ที่ต้องห้าม สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่าก็รับผลของบาปนั้นไปด้วย 

3:15 นี่เป็นคำพยากรณ์แรกถึงพระเมสสิยาห์ในพระคัมภีร์ หลังจากที่มนุษย์ได้ทำบาป พระเจ้าก็ทรงให้ผู้หญิงเป็นผู้ที่จะมีเชื้อสาย  จะมีท่านผู้หนึ่งออกมาจากเชื้อสายของหญิง และเชื้อสายผู้นี้จะทำให้หัวงู หัวซาตาน แหลก และมันจะทำให้เท้าของท่านฟกช้ำ
การเป็นศัตรูระหว่างงูกับผู้หญิง (คือมนุษยชาติ)จะมีต่อไป  เป็นศัตรูฝ่ายวิญญาณที่จะพยายามทำลายวิญญาณของมนุษย์ที่จะเกิดมาในโลกทุกคน   
เราจะเห็นว่า มารพยายามทำลายลูกหลาน อาดัมตั้งแต่แรก คายิน ฆ่าเอเบล
มนุษย์ชั่วช้าจนพระเจ้าทรงให้น้ำท่วมโลกตายกันหมด จากนั้น เมื่อเข้าไปอยู่ในอียิปต์ก็ถูกฟาโรห์พยายามฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหมด แล้วในสมัยของเอสเธอร์ ก็มีฮามานที่ต้องการฆ่าคนยิวทั้งหมด ฯล ฯ  จนมารได้สมใจอยาก มันได้ประหารพระเมสสิยาห์บนไม้กางเขน แล้วปรากฏว่า มันแพ้
จนวันนี้ อิสราเอลก็ยังถูกจ้องทำร้าย ต้องการให้ชนชาตินี้หมดหายไปจากโลก ไม่มีอิสราเอลบนแผนที่โลกอีกต่อไป ทั้ง ๆ ที่แพ้แล้ว แต่มารก็ไม่ต้องการเห็นพระเยซูเสด็จกลับมาครอง ณ เยรูซาเล็ม มันยังสู้สุดฤทธิ์

การลงโทษมนุษย์
3:16 ผู้หญิงก็ไม่ได้พ้นโทษ  การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรจะเป็นความเจ็บปวดอย่างยิ่ง  คำว่า จะยังปรารถนาสามี มีหลายความหมาย  แต่ความหมายที่ชัดตรงนี้ คืออการที่ต้องการจะควบคุมเขา คำเดียวกันใน 4:7  คำฮีบรูว่าเทชูคา תְּשׁוּקָה  คำนี้ มีความหมายว่า เธอต้องการควบคุมเขา และเขาก็จะเป็นคนที่จะปกครอง เป็นหัวหน้าของเธอ

 

3:17-19 อาดัมป้ายความผิดให้พระเจ้าและภรรยา แต่เขาต้องรับโทษของการไม่เชื่อฟัง  ชีวิตที่สบายกลายเป็นชีวิตที่ลำบาก ต้องหากินแบบหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน นึกถึงเวลาที่ยังไม่มีเครื่องมือใด ๆ วันแรกของอาดัมอาจจะต้องใช้มือขุดดินเสียด้วยซ้ำ พระเจ้าทรงให้เขามีอายุยืนถึง 900 ปี เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องเรียนรู้การทำไร่ไถนา และประดิษฐ์เครื่องมือจากไม้ และหิน  แล้ววันหนึ่ง เมื่อถึงเวลา เขาจะค่อย ๆ โรยรา ร่างกายจะหมดแรง อวัยวะภายในจะหมดอายุ ไม่ทำงานเหมือนเคย เขาจะสิ้นชีวิต และถูกนำไปฝังดิน กลายเป็นดินเหมือนอย่างที่เขาเป็นมาก่อน   และปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับมนุษย์หลังจากเขาทุกคน 

3:20 และแล้ว อาดัมก็ตั้งชื่อภรรยาของเขาว่า เอวา ฮีบรูว่า חַוָּה คาวาห์ หรือ เอวา หรืออีฟในอังกฤษ เป็นคำที่ให้ความหมายถึงชีวิต และการมีชีวิตอยู่ผู้ให้ชีวิต
การที่อาดัมเลือกชื่อนี้เน้นย้ำถึงพระประสงค์ที่จะให้ให้มนุษยชาติ รุ่งเรืองจากชีวิตที่พระเจ้าประทานให้
เอวาเป็นทั้งคู่ชีวิตของอาดัม และเป็นคนแรกที่มีส่วนในการทำบาป เธอถูกสร้างจากข้างตัวอาดัม เธอคุยกับงู และต่อมาเมื่อมีลูก เธอก็ได้กล่าวคำที่ทำให้เรารู้ว่าเธอเข้าใจพระเจ้ามากพอสมควร เธอเป็นแม่คนแรกของโลก ต้องเรียนรู้อะไรมากมาย มีความถูกความผิดเกิดขึ้นในชีวิตมากมายด้วย เธอเป็นคนที่รับหน้าที่ใน
การทวีจำนวนมนุษย์คนแรก แม้ว่าจะยากลำบากเพียงไรก็ตามในการที่ต้องคลอดลูกออกมา  … ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเธอผู้นี้


3:21 ใบไม้ที่ทั้งสามีภรรยาช่วยกันเย็บ ปกปิดได้ชั่วคราว พระเจ้าทรงฆ่าสัตว์ และถลกหนังมันออกมา ทำเสื้อให้พวกเขาสวมใส่ ทรงสวมให้เขาด้วยพระองค์เอง  นี่เป็นครั้งแรกที่พระเจ้าทรงฆ่าสัตว์เพื่อให้ประโยชน์แก่มนุษย์  จะต้องมีการหลั่งเลือด พวกเขาไม่ได้ตายในเวลานั้น แต่มีสัตว์ที่ตายเพื่อชาย และหญิง  ทั้งสองสวมเสื้อหนังสัตว์ เป็นเสื้อชุดแรกของโลกนี้   พระเจ้าทรงแสดงว่า สัตว์ตัวหนึ่งสามารถมาแทนชีวิตของมนุษย์  และต่อไปพระเจ้าจะค่อย ๆ อธิบายให้มนุษย์เข้าใจมากขึ้น เพราะตอนนี้ ในโลกกลายเป็นโลกที่มีบาปแล้ว พระเจ้าเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้

ถูกไล่ออกจากสวนแห่งเอเดน
3:22 ต้นไม้แห่งชีวิต ปรากฏในวิวรณ์ 22:2 ใบของต้นไม้นี้ รักษาชาติต่าง ๆ ให้หาย
ซึ่งน่าจะหมายถึงการหายโรคต่าง ๆ  และเป็นต้นไม้ที่ให้ชีวิตเพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาในเมืองนั้น   
3:23 พระเจ้าทรงไล่อาดัมออกไปจากสวนแห่งเอเดน .. กลายเป็นว่า จากผู้ดูแลสวน ผู้ปกครองธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้างมา เขาจะต้องหากินบนผืนดิน ดินที่พระเจ้าทรงใช้ปั้นเขาขึ้นมา และจะไม่มีมนุษย์คนใดเข้าไปในที่แห่งนี้ได้ จนกว่าถึงวันของพระเจ้าที่ทรงกำหนดไว้ 

3:24 พระเจ้าทรงให้เครูบปกป้องสวนแห่เอเดน     เครูบ หรือ คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติที่ทำหน้าที่พิทักษ์ ปกป้อง และจะปรากฏตัวในรูปของสัตว์   อาจเป็นทั้งเดินสี่ขา หรือสองขา  (Cultural) ในสมัยต่อมาเมื่ออิสราเอลเดินทางผ่านถิ่นกันดาร พระเจ้าทรงให้มีเครูบพิทักษ์หีบพันธสัญญาในพลับพลา (อพยพ 25:18–22 )
เครูบใช้ดาบเพลิงหมุนได้รอบทิศเพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์เข้าไปในเขตสวนแห่งเอเดน   

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 3
1* 1 พงศาวดาร 21:1; 2 โครินธ์ 11:3
2* ปฐมกาล 2:16-17
3* อพยพ 19:12-13
4* 2 โครินธ์ 19:12-13
6* 1 ยอห์น 2:16; 1 ทิโมธี 2:14
7* ปฐมกาล 2:25
8* โยบ 38:1; 31:33
10* ปฐมกาล 2:25



12* สุภาษิต 28:13
13* 2 โครินธ์ 11:3
14* เฉลยธรรมบัญญัติ 28:15-20
15* ยอห์น 8:44; อิสยาห์ 7:14; โรม  16:20
16* ยอห์น 16:21; ปฐมกาล 4:7; 1 โครินธ์  11:3
17* 1 ซามูเอล  15:23; ปฐมกาล 2:17; โรม  8:20-22; ปัญญาจารย์ 2:23

18* สดุดี 104:14
19* 2 เธสะโลนิกา 3:10; ปฐมกาล 2:7; 5:5 ; โยบ 21:26
20* 2 โครินธ์ 11:3
23* ปฐมกาล 4:2; 9:20
24* เอเสเคียล 31:3, 11;
สดุดี 104:4; ปฐมกาล 2:8-9