สดุดี 64 พระเจ้าทรงตอบสนองเอง

ภาพโดย Anton Kudryashov pixels.com

ถึงหัวหน้านักร้อง สดุดีของดาวิด

ดาวิดเข้ามาร้องทูล
1 โอ้พระเจ้าข้า โปรดฟังคำทูลเรื่องทุกข์ใจของข้า 
ขอทรงป้องกันข้าไว้จากศัตรูที่เข้ามาคุกคาม 
2 ขอทรงปกป้องข้าไว้จากการคบคิดของคนชั่ว 
ให้พ้นจากเล่ห์เหลี่ยมของคนร้าย 


สิ่งที่ศัตรูลงมือทำ
3 พวกเขาลับลิ้นราวกับลับคมดาบ
และเปล่งคำพูดชั่วราวกับลูกธนูอาบพิษ 
4 พวกเขาซุ่มตัวคอยดักคนบริสุทธิ์ และยิงทันที
โดยไม่มีความกลัวเกรงใด ๆ 
5 พวกเขาสมคบคิดวางแผนร้าย
พูดถึงการวางกับดักเพื่อล่อเหยื่อ
“ใครจะมามองเห็นได้เล่า?
6 ใครจะมาสืบพบว่าเป็นแผนของเรา
ในเมื่อเราวางแผนไว้อย่างดีแล้ว”


พระเจ้าทรงเอาคืนให้
7แต่พระเจ้าทรงยิงธนูของพระองค์ เล็งไปยังพวกเขา
ทำให้พวกเขาล้มทันที 
8 พวกเขาจะหายนะไปเพราะลิ้นของตนเอง 
ทุกคนที่เห็นก็พากันส่ายหัวเยาะหยันพวกเขา

ผลที่เกิดขึ้น
9 มนุษย์จะเกรงกลัว
และประกาศออกไปให้รู้ถึงพระราชกิจของพระองค์ 
10ให้คนที่เที่ยงธรรม ชื่นชมยินดีในพระเจ้า
และหลบภัยในพระองค์
ให้ผู้มีใจเที่ยงธรรมสรรเสริญพระองค์เถิด

พระคำเชื่อมโยง

1*กิจการ 27:24,18:9-10; สดุดี 143:1-3, 140:1, 130:1-2;

2* สดุดี 143:9, 109:2-3, 59:2; เยเรมีย์ 11:19;

3* ยากอบ 3:6-8; สุภาษิต 12:18; สดุดี 58:7, 57:4; เยเรมีย์ 9:3

4* 1 เปโตร 2:22-23; สดุดี 55:19; ยอห์น 19:6; ฮาบากุก 3:14

5* สดุดี 140:5; 10:11

6*เยเรมีย์ 17:9-10

7* สดุดี 7:12-13; 1 เธสะโลนิกา 5:2-3

8* สดุดี 18:7; สุภาษิต 12:13

9*เยเรมีย์ 51:10; เยเรมีย์ 50:28

10*สดุดี 32:11; ฟีลิปปี 4:4

สดุดี 64:1-2 ดาวิดเข้ามาร้องทูล
ชีวิตของดาวิดเต็มด้วยการรบทั้งสงครามเต็มรูปแบบ และสงครามเย็นแบบว่ามีการซุ่มทำร้ายอยู่ไม่หยุดหย่อน จากสดุดี เราจะเห็นว่า นี่เป็นเหตุผลที่ดาวิดต้องพึ่งพระเจ้าเต็มร้อย เพราะท่านรู้ดีว่า ท่านไม่สามารถพึ่งมนุษย์ได้เลย รอบตัวของท่านเต็มด้วยการสมคบคิดที่โผล่ขึ้นมาตรงนี้ที ตรงนั้นที เมื่อทุกข์ใจท่านก็มาหาพระเจ้าแบบคนจนตรอกเสมอ

สดุดี 64:3-6 สิ่งที่ศัตรูลงมือทำ
ดาวิดทูลต่อพระเจ้าชัดเจนว่า การโจมตีของศัตรูนั้น เกิดขึ้นโดยคำพูดชั่ว คำของพวกเขานั้นทำลายได้ราวลูกธนูอาบยาพิษ และเราก็เห็นว่า ทุกวันนี้ การโจมตีของคนเราที่มีต่อกัน ไม่ได้เกิดจากอาวุธเท่านั้น แต่เกิดจากการให้ร้าย การไม่ยอมรับ การออกกฎหมายที่ริดรอนสิทธิต่างๆ ของผู้เชื่อ ในประเทศตะวันตกที่เราคิดว่าเขามีเสรีภาพกลับกลายเป็นการห้ามประกาศพระนามของพระเจ้าในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะในโรงเรียน โรงพยาบาล ในที่ทำงาน และพวกเขาทำลายคนของพระเจ้า

สดุดี 64:7-8 พระเจ้าทรงเอาคืนให้
ตรงนี้ชัดเจนว่า ดาวิดไม่แก้แค้นเอง พระเจ้าตรัสว่า การแก้แค้นเป็นของพระองค์ ดังนั้นเมื่อเจอปัญหาแบบดาวิด ผู้เชื่อจึงเหมือนไม่ทำอะไรตอบโต้ แต่ที่จริงแล้ว การตอบโต้ต่อศัตรูของผู้เชื่อ พระเจ้าจะทรงทำเอง

สดุดี 64:9-10 ผลที่เกิดขึ้น
ผู้ที่ได้เห็นการตอบแทนของพระเจ้าจะเกิดความยำเกรง ผู้ที่หลบภัยในพระเจ้า และวางทั้งสิ้นไว้ให้พระองค์จะได้ชื่นชมในพระองค์

สดุดี 63 โหยหาพระเจ้ายิ่งนัก

ภาพโดยคุณ Diana Smykova จาก pexels.com

สดุดีของดาวิด เมื่อท่านอยู่ในถิ่นกันดารยูดาห์
กระหายหาพระเจ้า
1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้า
ข้าทุ่มเทใจแสวงหาพระองค์
จิตวิญญาณของข้าโหยหาพระองค์
ร่างกายของข้ากระหายหาพระองค์
ในแผ่นดินแห้งแล้ง กันดาร ในที่ซึ่งขาดน้ำ
2 ข้าเคยมองดูพระองค์ในพระวิหาร ได้เห็นฤทธิ์เดชและ
พระสิริตระการของพระองค์

สรรเสริญพระเจ้า
3เพราะความรักมั่นคงของพระองค์นั้น ดีกว่าชีวิต
ริมฝีปากของข้าจะสรรเสริญพระองค์
4 ข้าจะสรรเสริญพระองค์ตราบเท่าที่ยังมีชีวิต
ข้าจะยกมือขึ้นเมื่ออธิษฐานต่อพระองค์
5 จิตวิญญาณของข้าจะอิ่มราวกับได้รับอาหารอย่างบริบูรณ์
ปากของข้าจะกล่าวคำสรรเสริญพระองค์

ตามพระเจ้าติด ๆ
ข้าใคร่ครวญถึงพระองค์ขณะนอนอยู่บนเตียง
ข้าคำนึงถึงพระองค์ทุกยาม
7 เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยของข้า
ข้าจึงร้องเพลงภายใต้ร่มปีกของพระองค์
8 จิตวิญญาณของข้ายึดพระองค์ไว้อย่างมั่นคง
พระหัตถ์ขวาของพระองค์ปกป้องข้าไว้

พระเจ้าทรงปกป้อง
9 เหล่าคนที่ตามล่าเอาชีวิตของข้านั้น จะถูกทำลาย
เขาจะร่วงลงไปยังที่ลึกของแผ่นดิน
10 พวกเขาจะถูกตามล่าชีวิตด้วยดาบ
ตกเป็นอาหารของหมาจิ้งจอก
11 แต่องค์กษัตริย์ยินดีในพระเจ้า
คนทั้งหลายที่ปฏิญาณในพระนามของพระเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ ส่วนปากของคนมุสาจะถูกปิด

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 143:6, 84:2,42:1-2

2* สดุดี 27:4, 105:4, 84:2-11

3*สดุดี 69:16, 51:15,30:5

4*สดุดี 104:33, 134:2, 28:2

5*สดุดี 36:7-9;อิสยาห์ 25:6

6* สดุดี 42:8, 149:5, 119:55

7*สดุดี 27:9, 61:4; 2 โครินธ์ 1:10

8* สดุดี 18:35, 94:18; อิสยาห์ 41:10

9* สดุดี 55:15, 40:14, 9:17

10*เอเสเคียล 35:5, เยเรมีย์ 18:21

11* เฉลยธรรมบัญญัติ 6:13; อิสยาห์ 65:16

สดุดี 63:1-2 กระหายหาพระเจ้า ดาวิดเป็นเหมือนคนที่ขาดน้ำ กระหายจนจะขาดใจ ทั้งร่างกายและจิตใจต้องการพระเจ้าเป็นที่สุด ท่านคิดถึงวันที่เคยอยู่ในพระวิหาร เห็นความงาม ความยิ่งใหญ่ ฤทธิ์เดชของพระเจ้า แต่มาในวันนี้ท่านกำลังกระเสือกกระสนเหมือนคนที่กำลังใกล้ตาย ในช่วงนี้เป็นช่วงที่ท่านน่าจะกำลังหนีจากอับซาโลม ลูกชายของท่าน (2 ซามูเอล 15-19) เพราะท่านกล่าวถึงตนเองในข้อ 11 ว่าองค์กษัตริย์ ท่านกล่าวถึงพระเจ้าว่า พระเจ้าของข้า ท่านเป็นคนของพระเจ้า และพระเจ้าก็เป็นของท่าน เวลานี้ท่านเทใจทั้งหมดเพื่อแสวงหาพระองค์ ท่านไม่อาจอยู่ได้โดยไม่มีพระเจ้า

สดุดี 63:3-5 สรรเสริญพระเจ้า ดูเหมือนว่าตอนนี้ท่านจะได้สัมผัสกับพระเจ้า เพราะท่านว่าท่านอิ่มราวกับได้กินอาหารชั้นดีเกินพอ ท่านกล่าวว่าจะสรรเสริญพระองค์ซ้ำ ๆ ในทุกข้อ เมื่อได้สัมผัสพระเจ้า สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือร้องสรรเสริญพระองค์. ยกมือขึ้นต่อพระองค์​บอกพระองค์ว่า ความรักของพระองค์ดีกว่าชีวิตมากนัก ดังนั้น ถึงจะตายไปก็ไม่เป็นไรเพราะความรักนั้นท่วมท้นแล้ว

สดุดี 63:6-8 ตามพระเจ้าติด ๆ ในยามยากลำบากครั้งนี้ ท่านไม่อาจจะหลับลงได้ ทั้งคืนท่านคิดถึงแต่พระเจ้า ดาวิดเป็นบุรุษที่ตามติดพระเจ้า วิญญาณของท่านจึงอิ่มด้วยพระองค์ ที่ท่านหมกมุ่นมีความคิดอยู่กับพระเจ้าไม่ห่างไปไหน เพราะพระองค์ทรงช่วยท่านเสมอ ทรงปกป้องท่านไว้ ดังนั้นท่านจึงจะยึดพระองค์ไว้แน่น พระคำอย่างนี้เหมาะกับทุกคนที่กำลังต้องเผชิญความยากลำบากที่ไม่อาจหนีได้
ทุกยามในที่นี้ เหมือนกับการสับเปลี่ยนยามของทหารที่เฝ้าเมืองตอนกลางคืน

สดุดี 63:9-11 พระเจ้าทรงปกป้อง ดาวิดมั่นใจว่าในที่สุดศัตรูจะถูกพระเจ้าจัดการ ในชีวิตจริงของเรามีศัตรูที่น่ากลัวอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเรามองไม่เห็นจนกว่าจะเกิดวิกฤตขึ้น พี่น้องที่เชื่อในพระเจ้าในประเทศต่าง ๆ นั้น ถูกข่มเหงไม่หยุดหย่อน ถูกห้ามไม่ให้เชื่อ ถูกทำร้ายเมื่อรู้ว่าเป็นคนของพระเจ้า นี่เป็นเหตุผลชัดเจนว่าเหตุใดเราจึงต้องมีสดุดี พระวจนะที่บอกถึงความจริงของชีวิตชัดเจน บอกถึงว่าเราควรมองเหตุการณ์อย่างไร พึ่งพระเจ้าอย่างไร ที่สุดแล้ว พระเจ้าจะทรงช่วยคนของพระองค์ ชีวิตของผู้เชื่อไม่ได้เป็นชีวิตง่าย ๆ แต่เป็นชีวิตที่ดำเนินไปเพื่อเผชิญความยากลำบากจนชนะ

สดุดี 62 รอคอยพระองค์ผู้เดียว

ภาพจาก pexel.com โดย Philippe Donn

สดุดี 62
ถึงหัวหน้านักร้อง ตามทำนองเยดูธูน เพลงสดุดีของดาวิด

รอคอยด้วยความมั่นใจ
1 จิตวิญญาณของข้า นิ่งสงบรอคอยพระเจ้าเพียงผู้เดียว
เพราะความรอดของข้ามาจากพระองค์
2 พระองค์เท่านั้นที่ทรงเป็นศิลาและความรอดของข้า
ทรงเป็นป้อมอันมั่นคง ข้าจะไม่หวั่นเกรงสิ่งใด


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดาวิด
3 พวกเจ้าจะเข้ามารุมทำร้ายคน ๆ เดียวอย่างข้าอีกนานเท่าใด?
เจ้าทุกคนจะถูกสังหาร เหมือนกำแพงที่เอียง และรั้วที่โยกเยก
4 จริงสิ พวกเขาคิดจะดึงเหยื่อลงมาจากตำแหน่งที่มีเกียรติ
พวกเขาชอบการมุสา
ปากของเขาอวยพรแต่กลับแช่งอยู่ในใจ เซ ลาห์


เหตุการณ์ร้ายแค่ไหน พระเจ้าทรงเป็นพระศิลาที่ลี้ภัย
5 จิตวิญญาณของข้าเอ๋ย จงนิ่งสงบรอคอยพระเจ้าเพียงผู้เดียว เพราะพระองค์ทรงเป็นความหวังของข้า
6 พระองค์เท่านั้นทรงเป็นศิลาและความรอดของข้า
ทรงเป็นป้อมสูงของข้า ข้าจึงไม่หวาดผวา
7 ความรอด และเกียรติของข้านั้น อยู่กับพระเจ้า
พระองค์ทรงเป็นศิลามั่นคงและที่ลี้ภัยของข้า
8 โอ ประชาชนทั้งหลาย จงวางใจในพระเจ้าตลอดเวลา
จะเทใจของท่านต่อพระพักตร์พระองค์
พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยของพวกเรา เซ ลาห์

ความจริงเป็นอย่างนี้
9 จริงสิ คนที่ต่ำต้อย ก็เป็นเพียงลมหายใจ
คนสูงส่งก็เป็นแค่ภาพลวงตา เมื่อเอาไปชั่ง ก็ไม่มีน้ำหนัก
พวกเขารวมกันยังเบากว่าลมหายใจ
10 อย่าคิดพี่งการบีบบังคับ
อย่าหวังว่าจะได้ความสำเร็จจากการปล้น
แม้จะมีทรัพย์สมบัติมากขึ้น ก็อย่างวางใจในความมั่งคั่ง
11อย่างหนึ่งที่พระเจ้าได้ตรัส
และข้าได้ยินอย่างนี้สองครั้งแล้วคือ
ฤทธิ์เดชเป็นของพระเจ้า!
12 ข้าแต่องค์เจ้านาย พระองค์ทรงเต็มด้วยความรักมั่นคง และพระองค์ทรงตอบแทนทุกคนตามการกระทำของเขา

พระคำเชื่อมโยง

1* สดุดี 33:20; เพลงคร่ำครวญ 3:25;  ยากอบ 5:7

2* สดุดี 18:2; 2 โครินธ์ 4:8-9; อิสยาห์ 26:4

3*เยเรมีย์ 4:14; สุภาษิต 1:22; สดุดี 140:2

4*สดุดี 28:3; 55:21; 5:9

5* มีคาห์ 7:7; สดุดี 27:13-14; 42:11

6* สดุดี 62:2; 16:8; อิสยาห์ 45:17

7*สดุดี 3:3; เยเรมีย์ 3:23; กาลาเทีย 6:14

8*ฟีลิปปี 4:6; เพลงคร่ำครวญ 2:19 ; 1 ซามูเอล 1:15

9*สดุดี 39:5; 118:9; อิสยาห์ 40:15,17

10*1 ทิโมธี 6:17; เยเรมีย์ 17:11; สดุดี 52:7

11* วิวรณ์ 19:1; โยบ 33:14; อิสยาห์ 26:4

12* มัทธิว 16:27; สดุดี103:8; โยบ 34:11; โรม2:6

สดุดี 62:1-2 รอคอยด้วยความมั่นใจ
เวลานี้ ศัตรูกำลังคบคิดกัน พยายามที่จะถอดกษัตริย์ดาวิดออกจากบัลลังก์ ถึงเป็นกษัตริย์ แต่ถ้ามีศัตรูห้อมล้อมอยู่ และไม่รู้เลยว่าในบรรดาคนใกล้ชิดนั้น คนไหนเป็นหนอนบ่อนไส้ ทำให้เหตุการณ์น่าหวาดหวั่นยิ่งขึ้น ตอนนี้ สิ่งที่ท่านทำไม่ใช่การโวยวาย ไม่ใช่การตามหาตัวการ ท่านกลับหันมานิ่งสงบกับพระเจ้า นี่เป็นจุดแรกของการโต้กลับของท่าน
ท่านแจ้งว่า พระเจ้าผู้เดียวเท่านั้นเป็นศิลาที่ลี้ภัย เป็นความรอดของท่าน ไม่ใช่ทหารใกล้ตัวผู้ภักดีเสียด้วยซ้ำ ท่านย้ำกับตัวเองว่า จะไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
สดุดี 62:3-4 พระคำข้อนี้ แปลกที่มีการแปลแตกต่างกันไปมาก ในฉบับเดิมภาษาฮีบรู แปลตามที่มีข้างบนนี้ บางเล่มแปลว่า เจ้าทุกคนที่เป็นฆาตกรอันตรายราวกับกำแพงที่เอียงเหมือนรั้วที่โยกเยก
บางเล่มว่า เจ้าทั้งหมดจะโค่นล้มเขาที่เหมือนกำแพงเอียงและรั้วที่โยกเยกนี้หรือ จะอย่างไรก็ตาม เราจะพบว่าข้อสี่สรุปให้ว่า ศัตรูของดาวิดเป็นพวกปากปราศรัย ใจเชือดคอ
สดุดี 62: 5-8 เหตุการณ์ร้ายแค่ไหน พระเจ้าทรงเป็นพระศิลาที่ลี้ภัย
ดาวิดได้ย้ำความเชื่อมั่นคงในข้อ 1-2 อีกครั้ง ท่านบอกประชาชนของท่านว่า พระเจ้าคือผู้ใด และท่านก็ได้ชักชวนให้ทุกคนวางใจในพระองค์ตลอดเวลา ทั้งวางใจ และเทใจ คือการอธิษฐานอย่างทุ่มเทชีวิตเพื่อพระเจ้าจะทรงช่วยกู้
สดุดี 62:9-12 ความจริงเป็นอย่างนี้
ดาวิดได้มองเห็นสภาพแท้จริงของมนุษย์ว่า เป็นเช่นใด พวกเขาแม้จะดูน่าเกรงขามขนาดไหน แต่ก็เหมือนลมหายใจเบามาก พวกเขาวางใจในความเก่งกล้าสามารถของตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงคือ ฤทธิ์เดชเป็นของพระเจ้า และพระองค์จะทรงตอบแทนทุกคนอย่างแน่นอน ทำอะไรไว้จะได้อย่างที่ทำ

สดุดี 61 คำปฏิญาณจะสรรเสริญพระเจ้าทุกวัน

ภาพจาก Pexels.com ของ Alesia Kozic


ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสายของดาวิด
คำวิงวอน
1 โอพระเจ้า ขอทรงฟังเสียงร้องของข้า
ขอทรงเอียงพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้า
2 ข้าร้องหาพระองค์จากที่สุดปลายแผ่นดิน
ยามที่ใจของข้าอ่อนระโหย
ขอทรงนำข้าไปสู่ศิลาที่อยู่สูงกว่าข้า

ดาวิดมั่นใจ
3 ด้วยว่า พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงใจของข้า
เป็นป้อมที่มั่นคงเพื่อต่อต้านศัตรู
4 ข้าขออาศัยในพลับพลาของพระองค์ตลอดไป 
ข้าจะลี้ภัยใต้ร่มปีกของพระองค์ เซ ลาห์
5 โอ พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงสดับคำปฏิญาณของข้า
พระองค์ประทานมรดกของคนที่ยำเกรงพระนามให้แก่ข้า

คำทูลเพื่อกษัตริย์
6 ขอทรงให้องค์กษัตริย์ มีอายุยืนนานต่อไป
ขอให้ท่านมีอายุยืนนานไปทุกชั่วชาติพันธ์ุ
7 เพื่อองค์กษัตริย์จะครอบครองต่อพระพักตร์พระเจ้าเป็นนิตย์
ขอให้ความรักมั่นคงและความซื่อตรงของพระองค์รักษาท่านไว้

สัญญาทำตามคำปฏิญาณ
8 แล้วข้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์ตลอดไป
ขณะที่ข้าทำตามคำปฏิญาณของข้าทุกวัน

พระคำเชื่อมโยง

1*ฟีลิปปี 4:6; สดุดี 4:1; 130:2

2*สดุดี 18:2; 139:9-10; อิสยาห์ 32:2

3* สุภาษิต 18:10; สดุดี 62:7; 2 โครินธ์ 1:10

4* สดุดี 91;4; 27;4; 23:6

5*สดุดี 56:12; มาลาคี 3:16-18; 115:13

6*สดุดี 21:4; 89:36-37; 21:6, 136:21-22, 135:12

7*สดุดี 40:11; 41:12; 57:3

8*สดุดี 65:1; 145:1-2; 66:13-16

สดุดี 61:1-2. คำวิงวอน
จากที่สุดปลายแผ่นดิน.. นี่คือความรู้สึกของดาวิดยามที่ท่านร้องหาพระเจ้า เป็นความรู้สึกว่า ทั้งอยู่ไกลและเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เขารู้สึกห่างจากพระเจ้า สิ่งที่ทูลขอคือ ขอพระองค์ทรงนำไปยังศิลาที่สูงกว่า นั่นคือ ท่านกำลังขอพระเจ้านำท่านไปยังที่ปลอดภัย มั่นคงจากศัตรู ศิลานั้นไม่ใช่ก้อนหินธรรมดา แต่ศิลาคือบุคคล คือพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ดาวิดกับเราไม่ต่างกัน เมื่อเกิดความรู้สึกห่างไกลและท้อแท้เช่นนี้ เราต้องการให้พระเจ้าสถิตอยู่ด้วยอย่างชัดเจน

สดุดี 61:3-5 ดาวิดมั่นใจ
เมื่อท่านทูลขอแล้ว ก็ไม่ได้ลังเล สงสัยเลย ดาวิดมั่นใจว่าท่านได้อยู่ภายใต้การดูแลของพระเจ้า ดูสิว่า ท่านกล่าวถึงพระเจ้าอย่างไร พระองค์ทรงเป็นที่พักพิงใจ ทรงเป็นป้อมมั่นคง พลับพลา ร่มปีก. อย่างนี้แล้วจะให้ขาดความมั่นใจได้อย่างไร เรามองพระเจ้าอย่างนั้นไหมเมื่อเราท้อแท้ พระองค์เป็นที่พักพิงใจได้จริง ๆ แต่เราต้องเข้ามาหาพระองค์และมั่นใจอย่างดาวิด
ดาวิดได้สัญญาบางอย่างกับพระเจ้า และท่านมั่นใจว่าพระเจ้าทรงฟัง ท่านยังกล่าวถึงมรดกของคนที่ยำเกรงพระเจ้า ในความคิดของดาวิดนั่นคือ แผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาจะให้ชนอิสราเอล

สดุดี 61:6-7 คำทูลเพื่อกษัตริย์
กษัตริย์องค์นี้ก็คือตัวดาวิดเอง ท่านขอพระเจ้าทรงรักษาท่านให้มีอายุยืนนาน เพื่อว่าจะปกครองประเทศอย่างทรงธรรมต่อไป แปลกที่ท่านขอให้มีชีวิตยืนนานชั่วชาติพันธุ์ นั่นคือ ให้บัลลังก์ของท่านอยู่ไปตลอดนิรันดร์ ท่านกำลังมองไปในอนาคตถึงองค์พระเมสสิยาห์ที่จะมา และพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานนี้แล้วด้วยองค์พระเยซูคริสต์

สดุดี 66:8 สัญญาทำตามคำปฏิญาณ
แล้วเราก็มารู้ว่าท่านปฏิญาณสิ่งใดกับพระเจ้า ท่านสัญญาว่า จะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระเจ้าตลอดไป คำปฏิญาณนี้ยังสืบทอดต่อมารุ่นต่อรุ่นจนปัจจุบัน สดุดีของดาวิดไม่ได้เคยหายไปจากการนมัสการพระเจ้าของคนรุ่นต่อมา เป็นคำสรรเสริญที่พระเจ้ายังคงได้รับจากมวลมนุษย์ที่วางใจในพระองค์ เป็นวิถีชีวิตของคนที่เชื่อในพระองค์ เป็นชีวิตประจำวันของเราทุกคน ​​การสรรเสริญพระเจ้านั้นสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการยอมรับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าในแง่มุมต่าง ๆ และเมื่อการสรรเสริญเป็นกิจวัตรของใคร ชีวิตของคนนั้นก็จะเต็มด้วยพระพรที่หาจากไหนไม่ได้เลย