ปฐมกาล 19 ทำลายล้างโสโดม โกโมราห์

ชาวเมืองที่น่าอับอาย
1 ทูตสวรรค์ทั้งสองมาถึงเมืองโสโดมเวลาเย็น
ขณะนั้นโลทนั่งอยู่ที่ประตูเมือง เมื่อเขาเห็นทูตทั้งสอง ก็ลุกไปต้อนรับ น้อมตัวลงหน้าติดดิน
2 เขากล่าวว่า “เจ้านายของข้าพเจ้า  ขอเชิญท่านไปที่บ้านบ่าวของท่านและพักผ่อนสักหนึ่งคืน ขอให้ข้าพเจ้าได้ล้างเท้าของท่าน   แล้วท่านค่อยลุกตอนเช้าแล้วเดินทางต่อไปขอรับ” “ไม่เป็นไร เราจะค้างคืนที่ลานเมือง”
3แต่โลทขอร้อง รบเร้าทั้งสองไม่หยุด ในที่สุด  ทั้งสองจึงเข้าไปในบ้านเขา และโลทก็ได้จัดเตรียมอาหารมื้อใหญ่ มีขนมปังไร้เชื้อปิ้ง ทั้งสองก็รับประทาน

4 แต่ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเข้านอน พวกผู้ชายจากทุกมุมเมืองทั้งหนุ่มและชรา พากันมาล้อมบ้านไว้ 
5  พวกเขาร้องบอกโลทว่า “ผู้ชายที่มาหาเจ้าคืนนี้อยู่ที่ไหน? จงพาออกมาเพื่อเราจะได้นอนกับพวกเขา” 
6 แต่โลทออกไปพบพวกเขาข้างนอก  แล้วปิดประตู
7 กล่าวว่า “พี่น้องทั้งหลาย ขอร้องล่ะอย่าทำสิ่งชั่วร้ายแบบนี้เลย”
8 ข้ามีลูกสาวอยู่สองคน ที่ยังไม่เคยนอนกับผู้ชาย ข้าจะส่งออกมาให้พวกท่าน แล้วท่านจะทำอย่างไรกับทั้งสองก็ได้ แต่อย่าทำอะไรกับชายทั้งสองนี้ เพราะเขาอยู่ใต้ชายคาของข้าแล้ว”

99 แต่พวกนั้นไม่ยอม “ออกไปให้พ้น ถอยไป  ดูเจ้าโลทคนนี้มาขออาศัยในเมืองแล้วยังมา ตัดสินพวกเราอีก เราจะจัดการเจ้าให้หนักหนากว่าที่จะทำกับคนทั้งสอง”พวกเขาผลักโลท
อย่างแรงและเข้ามาใกล้ กำลังจะพังประตูได้แล้ว….
10 แต่ชายทั้งสองข้างในยื่นมือออกมาดึงโลทเข้าไปในบ้าน และปิดประตู 11เขาทั้งสองทำให้พวกผู้ชายที่อยู่หน้าบ้านทั้งหนุ่มและชราต่างตาพร่ามัวจนมองไม่เห็นพวกเขาจึงคลำหาทางเข้าบ้านไม่ได้

เตรียมพาออกจากเมือง
12ชายทั้งสองถามโลทว่า “เจ้ามีญาติคนอื่นในเมืองอีกบ้างไหม ไม่ว่าจะเป็นลูกเขย ลูกชาย ลูกสาวหรือคนของท่าน? จงพาพวกเขาออกไปจากที่นี่
13 เพราะเรากำลังจะทำลายเมืองนี้  เพราะมีเสียงที่คนร้องทุกข์ต้านเมืองนี้ ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างท่วมท้น จนพระองค์ทรงส่งเรามาทำลายสถานที่นี้เสีย”

14 โลทจึงไปบอกพวกลูกเขยซึ่งใกล้จะแต่งงานกับลูกสาวของเขาว่า“เร็วเข้า รีบออกจากที่นี่เถิดเพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าใกล้จะทำลายเมืองนี้!”แต่ลูกเขยคิดว่าโลทแค่พูดเล่น

15เช้าตรู่ ทูตทั้งสองก็เร่งโลท “ลุกขึ้นเร็ว!  เจ้าต้องพาภรรยากับลูกสาวทั้งสองออกไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นท่านจะตายไปพร้อมกับคนที่ถูกลงโทษทั้งเมือง
16 แต่ขณะที่โลทยังรีรออยู่ ทูตก็คว้ามือของเขารวมทั้งภรรยาและลูกสาวทั้งสองแล้วพาออกมานอกเมืองโดยปลอดภัย เพราะพระยาห์เวห์ทรงเมตตาพวกเขา 
17 เมื่อออกพ้นเมืองมาแล้ว ทูตองค์หนึ่งกล่าวว่า“ต่อไป จงหนีเอาชีวิตรอดเถิด!  อย่าหันกลับมามอง​ อย่าหยุดอยู่ในที่ราบนี้  ท่านจงหนีไปที่ภูเขา ไม่อย่างนั้นแล้วจะถูกกวาดล้างไปด้วย!” 

18 แต่โลทพร่ำว่า “อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย เจ้านายของข้าพเจ้า  โปรดเถิด”
19 “ดูเถิด บ่าวของท่านได้รับความโปรดปรานจากท่าน และท่านได้กรุณามากที่ได้ช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ แต่ข้าพเจ้าหนีไปถึงภูเขาไม่ไหวแล้ว หายนะอาจจะมาถึง และข้าพเจ้าก็จะตาย  
20 คือมีเมืองเล็ก ๆ ที่ใกล้พอที่จะหนีไปถึงทัน ขอข้าพเจ้าหนีไปที่นั่น เมืองนี้เล็กมากขอรับและข้าจะรอดชีวิต” 

21 ทูตจึงตอบว่า “ตกลงอย่างนั้น เราจะให้ตามที่เจ้าร้องขอ เราจะไม่ทำลายเมืองที่เจ้าพูดถึงถ้าอย่างนั้นแล้ว
22 จงรีบหนีไปที่นั่น เพราะเราทำอะไรไม่ได้จนกว่าเจ้าจะไปถึงที่นั่นเมืองนั้นจึงได้ชื่อว่า โศอาร์เพราะเหตุนี้(โศอาร์แปลว่า เล็ก ๆ, ไม่สำคัญ)

23อาทิตย์ขึ้นแล้ว เมื่อโลทมาถึงเมืองโศอาร์
24  แล้วพระยาห์เวห์ทรงส่งไฟกำมะถันจากท้องฟ้ามาเหนือเมืองโสโดมและโกโมราห์
25 เท่ากับว่าพระองค์ทรงทำลายเมืองเหล่านั้นรวมไปถึงที่ราบทั้งหมด รวมทั้งสิ่งมีชีวิตและพืชที่เกิดขึ้นมาจากดินทั้งหมด 
26 แต่ภรรยาของโลทที่ตามมาเหลียวหลังกลับไปดู เธอจึงกลายเป็นเสาเกลือ


 

27 และแต่เช้าตรู่อับราฮัมก็ออกไปยังสถานที่ ๆ เขาเคยยืนต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์  28 เขามองลงมายังเมืองโสโดมและโกโมราห์ และมองไปยังแผ่นดินทางที่ราบทั้งหมด  ดูเถิด มีควันขึ้นมาจากพื้นดิน เป็นเหมือนควันของเตาเผา 29    แต่เมื่อพระเจ้าทรงทำลายเมืองทั้งหลายในที่ราบนั้น พระองค์ทรงระลึกถึงอับราฮัม และทรงนำโลทออกมาจากหายนะของเมือง ตอนที่พระองค์ทรงทำลายล้างเมืองต่าง ๆ ที่โลทเคยอาศัยอยู่  

โลทกับลูกสาวทั้งสอง
30 แล้วโลทกับลูกสาวทั้งสองก็ออกจากเมืองโศอาร์ ไปอาศัยตามเนินเขาเพราะกลัวที่จะอยู่ในเมืองโศอาห์  โลทและลูกสาวทั้งสองอาศัยในถ้ำ
 31 ลูกสาวคนโตพูดกับน้องสาวว่า “พ่อของเราแก่แล้ว  ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกที่จะมาหา แต่งงานกับเราเหมือนอย่างที่ใคร ๆ ในโลกเขาทำกัน 32 มาเถอะ มามอมเหล้าพ่อ แล้วนอนกับพ่อเพื่อว่าเราจะรักษาเชื้อสายผ่านพ่อของเรา”
 33 ดังนั้นเธอทั้งสองจึงมอมเหล้าพ่อ (เหล้าองุ่น)  แล้วพี่สาวคนโตก็เข้าไปนอนกับพ่อ โดยที่โลทไม่รู้เลยว่า เธอมานอนด้วยเมื่อไร และลุกไปเมื่อไร  
34 วันต่อมา พี่สาวพูดกับน้องสาวว่า “เมื่อคืนพี่นอนกับพ่อแล้ว วันนี้เรามอมเหล้าพ่ออีก และเธอก็เข้าไปนอนกับพ่อ ทำอย่างนี้ เราจะได้รักษาเชื้อสายผ่านทางพ่อของเรา”
  35 คืนนั้นทั้งสองก็ทำให้พ่อเมาเหมือนคืนก่อน และน้องสาวก็เข้าไปนอนกับพ่อ โดยที่เขาไม่รู้ตัวว่า  เธอมานอนด้วยเมื่อไร และลุกไปเมื่อไร  
36 ดังนั้น เท่ากับลูกสาวทั้งสองของโลทได้ตั้งครรภ์กับพ่อของตนเอง
37 ลูกสาวคนโตมีลูกชาย เธอตั้งชื่อเขาว่า โมอับ เขาเป็นบรรพบุรุษของชาวโมอับจนทุกวันนี้ 
38 ลูกสาวคนเล็กก็มีลูกชายคนหนึ่ง และเธอเรียกเขาว่า เบนอัมมี เขาเป็นบรรพบุรุษของชาวอัมโมนในทุกวันนี้ 

อธิบายเพิ่มเติม

ถ้าเราอ่านปฐมกาล 19 แค่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น เราจะขาดความเข้าใจถึงเป้าหมายที่พระเจ้าทรงให้บันทึกเรื่องนี้ไว้  โซโดม โกโมราห์เป็นต้นแบบของสังคมปัจจุบันที่ไร้พระเจ้า และทำทุกอย่างตามความเร่าร้อนของตนเอง ทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน และมีผู้คนจำนวนมากได้ร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า และพระองค์ทรงลงมาเพื่อลงโทษเมืองนี้  อย่าลืมว่า ในวันของพระเจ้านั้น พระองค์จะทรงทำกับโลกแห่งความบาปอย่างเดียวกับเหตุการณ์ในบทนี้   เรามีทางหนีไม่ต้องพบความหายนะ … และเรารู้ว่าทางนั้นมาทางพระเยซูเท่านั้น 

ชาวเมืองที่น่าอับอาย
ปฐมกาล 19:1-2
หลังจากที่คุยกับอับราฮัมไปแล้ว แขกสองคนจากในสามคนก็มุ่งหน้าไปยังโสโดม เมื่อไปถึงพบโลทอยู่ที่ประตูเมือง แสดงว่า เขากำลังทำหน้าที่อย่างผู้ปกครองอยู่ที่หน้าเมืองนั้น แต่เมื่อเขาเห็นท่านทั้งสองก็รีบมาทักทายและพร้อมที่จะต้อนรับอย่างเต็มใจ เขามีใจต้อนรับแขกเหมือนลุงอับราฮัม ผู้มาเยือนทั้งสองทำท่าเหมือนกับว่า จะพักที่ลานเมือง ซึ่งโลทรู้อยู่เต็มอกว่า จะเกิดอะไรขึ้น

ปฐมกาล 19:3
ด้วยการรบเร้าของโลท แขกทั้งสองเข้าไปในบ้าน แล้วเจ้าของบ้านก็ต้อนรับแขกเป็นอย่างดี ราวกับจัดงานเลี้ยงใหญ่ นี่เป็นประเพณีโบราณที่เมื่อแขกมาเจ้าของบ้านจะเลี้ยงแขกดีเยี่ยม เป็นการแสดงไมตรี โลทเองมีความหวังว่าท่านทั้งสองจะปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง

ปฐมกาล 19:4-5
แล้วผู้ชายทั้งเมืองได้ข่าวว่ามีแขกมาเยือน พวกเขาต่างพากันมาล้อมบ้าน ขู่บังคับให้โลทส่งชายทั้งสองให้พวกเขา เพราะต้องการรุมโทรมผู้ชายด้วยกัน พวกเขาจะร่วมกันข่มขืนเหยื่อที่มาเป็นแขกของโลท

โลทเองนั้นเป็นคนของพระเจ้าที่เข้าไปอยู่ในเมืองที่ชั่วช้า 2 เปโตร 2:7-8 กล่าวว่า โลทผู้ชอบธรรมผู้มีความทุกข์เพราะการประพฤติลามกของคนชั่ว แต่เขาไม่ยอมให้ผู้มาเยือนต้องรับอันตรายเขาขอปกป้องชายทั้งสองไว้สุดชีวิต
 
ปฐมกาล 19:6-8
นี่ถ้าเราเป็นลูกสาวของโลท คงโกรธพ่อไปจนตายที่พ่อเห็นแก่แขกที่มาเยือนซึ่งไม่รู้จักมากกว่าลูกสาวที่พ่อเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด นี่มันอะไรกัน? ถ้าเราจะแปลความตามสมัยโบราณนั้นคือ เขามองว่าผู้หญิงต่ำต้อยกว่า ชีวิต ความปลอดภัย สวัสดิภาพของผู้มาเยือนสำคัญกว่าคนในครอบครัว รวมไปถึงชีวิตของเจ้าบ้านด้วย นี่เป็นภาพที่น่าสลดหดหู่สำหรับพวกเราแต่สำหรับพวกเขากลับเป็นที่ยอมรับกัน

ปฐมกาล 19:9
โลทเข้าใจว่า หากจะปกป้องแขก เขาจะต่อรองกับชาวเมืองที่กำลังหื่นกระหายอยู่ แต่ชาวเมืองรู้ว่าโลทเป็นคนนอกที่เข้ามาอาศัย และยังเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ผู้พิพากษาด้วย แน่นอน โลทต้องเจอกับเหตุการณ์ร้าย ๆ ทุกวัน การทะเลาะเบาะแว้งของชาวเมืองและปัญหาอื่น ๆ ที่มากมาย พวกเขาไม่ได้เคารพโลทในฐานะผู้พิพากษาเลย ถ้ากิเลส ความเร่าร้อนตัณหาในตัวต้องการอะไร พวกเขาจะเอาให้ได้ ตอนนี้ พร้อมที่จะพังประตูเข้ามา !

ปฐมกาล 19:10-11
แล้วผู้มาเยือนทั้งสองก็ช่วยจัดการศึกนี้ให้โลท ทุกคนที่มาขู่เข็ญ กลับกลายเป็นตามืดบอดไปไม่อาจหาประตูเข้าบ้านได้ …
เหตุการณ์คืนนั้นน่าจะชุลมุนสุดขีด การตัดสินใจของโลทที่เข้ามาอยู่ในเมืองนี้ ก็ทำให้เราเห็นว่า คนของพระเจ้าที่เข้าไปอยู่ในที่ ๆ บาปขนาดนั้น อยู่ยากที่จะไม่ทำผิด และคิดผิด
(ก่อนหน้านี้พระคัมภีร์ว่าเขาตั้งเต็นท์นอกเมือง)  ไป ๆ มา ๆ ก็เข้าไปอยู่ในเมือง  ย้อนกลับไปบทที่ 13 14  เราจะเห็นการเคลื่อนย้ายของโลท

เตรียมพาออกจากเมือง
ปฐมกาล 19:12-13
ทูตสวรรค์ที่ถูกส่งมาทำลายเมือง ไม่ได้สนใจแค่โลทและครอบครัว แต่ท่านถามถึงคนอื่นที่เป็นคนของโลท ไม่ว่าจะเป็นคนงาน หรือ
เพื่อนที่โลทสนิทด้วย พวกเขาเป็นห่วงสวัสดิภาพของเขา  พระเจ้าทรงส่งทูตทั้งสองมาเพื่อทำลาย แต่พระองค์ทรงเมตตาต่อโลท ซึ่งเป็นหลานของอับราฮัม ซึ่งได้รับการอธิษฐานเผื่อจากอับราฮัมอยู่แล้ว
การร้องทุกข์ที่มีเรื่องเมืองโสโดมนั้น เป็นเรื่องที่สอนให้เรารู้ว่า เมื่อเราเห็นคนที่ทุกข์ยาก ตกอยู่ในอันตราย ในหลายเหตุการณ์ เป็นสิ่งเกินความสามารถที่เราจะช่วย เช่นเขาอยู่กันคนละเมือง คนละประเทศ  เราทูลขอพระเจ้าทรงช่วยพวกเขาได้  อย่าคิดว่าเขาอยู่ไกลเรา  เพราะว่า พระเจ้าทรงอยู่ทุกที่ และทรงช่วยได้เสมอ   เมื่อเรามองเหตุการณ์ในโลก เราจะเห็นว่า พระเจ้าทรงส่งคนไปช่วยในที่ ๆ มีคนอธิษฐานเผื่อมาก ๆ  ตอนนี้ ข่าวต่าง ๆ ที่เราได้ยิน ความเดือดร้อนที่เราได้เห็นเป็นสิ่งที่อธิษฐานเผื่อได้..

ปฐมกาล 19:14
ในสมัยโบราณ แค่หมั้นเอาไว้ก็ถือว่าเป็นลูกเขยแล้วทั้ง ๆ ที่ยังไม่แต่งงาน น่าแปลกที่เมื่อโลทพูดกับเขาว่า พระเจ้ากำลังจะทำลายเมืองนี้ ลูกเขยกลับไม่เชื่อคิดว่า ว่าที่พ่อตาล้อเล่น ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? เราไม่ทราบว่า เขามีความสัมพันธ์กัน
อย่างไร แต่หนุ่ม ๆ เหล่านั้น ไม่ได้มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างคนที่เชื่อพระเจ้า ในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า พวกเขาคิดว่าโลทกำลังล้อเลียนวิถีการดำเนินชีวิตของพวกเขาอยู่

ปฐมกาล 19:15-16
ในขณะที่ทูตสวรรค์เร่งให้โลทออกจากเมืองตัวเขาเองกลับยังรีรอ ไม่รีบทำตามคำของทูต (เมื่อพระเจ้าทรงเตือนเรา อย่าผลัดเวลา รีบทำทันที)    เกิดอะไรขึ้นกับใจของโลท?​ เขาเป็นห่วงเมืองห่วงคน หรือห่วงบ้านเรือนที่อาศัยในเมืองนั้น?
เขาน่าจะเป็นห่วงบ้านตัวเอง แต่ก่อนเคยอยู่เต็นท์ แต่ตอนนี้อยู่บ้านแล้ว… ตั้งรกรากแล้ว
แต่ทูตไม่ยอมให้เขาทำตามใจตัวเอง เพราะว่าท่านทั้งสองรับคำสั่งมาให้พาโลทออกมาให้ปลอดภัย  เราจะเห็นว่า พระเจ้าทรงอวยพระพรตอบคำอธิษฐานของอับราฮัมจริงจัง พระองค์ไม่ได้ลืมสิ่งที่อับราฮัมทูลต่อรองไว้

ปฐมกาล 19:17
ต่อจากนั้น โลทจะต้องดูแลตัวเองและครอบครัว เขาต้องไปอย่างรวดเร็ว และจะต้องไม่หันกลับ มาอาลัยอาวรณ์เมืองนี้ ทูตสวรรค์เตือนว่าให้หนีไปไกล ไปบนภูเขา ไม่อย่างนั้นจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วย
ทูตสวรรค์บอกเขาชัดเจนมาก ทูตเองเป็นห่วงโลทยิ่งกว่าตัวเขาเองเสียอีก แต่แล้ว โลทกลับมีการต่อรองกับท่าน ประหลาดจริง….

 ปฐมกาล 19:18-20
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ที่ตนเองได้ออกมาจากเมืองโสโดม
แล้วนั้น เป็นพระเมตตตาคุณของพระเจ้าสูงสุด
แต่โลทก็ยังไม่อยากหนีไปไกลจากโสโดม
เขาขอต่อรองว่า ให้เขาหนีไปถึงแค่เมืองเล็ก ๆ
เมืองหนึ่งเท่านั้น อย่าให้ไปไกลขนาดภูเขาเลย
เราอาจไม่เข้าใจความรู้สึกของโลทตอนนั้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ตัวเขาเองก็เริ่มชินกับวิถีคนเมือง  แต่พระเจ้าไม่ให้เวลาแล้ว

ปฐมกาล 19:21-22
แต่ทูตสวรรค์ไม่อาจทำลายเมืองได้หากโลท
ยังไม่ปลอดภัย ตามที่พระเจ้าทรงสัญญากับ
อับราฮัม ใน 18:32 เพราะเห็นแก่สิบคนเราจะ
ไม่ทำลายเมืองนั้น แต่ครอบครัวของโลทมีแค่
สี่คนเท่านั้น พระเจ้าก็ยังทรงเมตตา สมกับที่
อับราฮัมกล่าวว่า ”ไม่มีวันที่พระองค์จะทรง
ทำลายคนเที่ยงธรรมไปพร้อม ๆ กับคนชั่ว”

ปฐมกาล 19:23-26
พอโลทเข้าเขตเมืองโศอาร์ ดูเหมือนยังไม่ทันเข้าตัวเมืองด้วยซ้ำ คำพิพากษาของพระเจ้าก็เกิดผลต่อเมืองโสโดม โกโมราห์ พระเจ้าทรงทำลายเมืองและผู้คนที่อยู่ในนั้นจริง ๆ แต่แล้วคนหนึ่งที่พระเจ้าทรงช่วยชีวิตไว้ หันหลังกลับไปดูทั้ง ๆ ที่ถูกห้ามแล้ว มีผู้ให้เหตุผลมากมายว่า ทำไมเธอถึงหันกลับไป ท่านผู้อ่านก็ลองคิดดูเองว่า หากเราเป็นตัวเธอ เราจะทำอย่างนั้นไหม เป็นเพราะอะไร?  เพราะความลังเล เธอยังคงโหยหาชีวิตเดิมของเธอ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น ทั้งเมืองกำลังเผาไหม้ด้วยไฟที่ร้อนจัด…
การหยุดของเธอทำให้เธอกลายเป็นเสาเกลือทันที นั่นคือเป็นผลจากความร้อนและปฏิกริยาเคมีของไฟกำมะถันนั้นเธอกลายเป็นอนุสรณ์ของความปรารถนาชีวิตที่ชั่วร้าย
หากเราไม่เกลียดบาป และยังปรารถนากลับไปทำบาปอีก เรายังจ้องมองไปที่ชีวิตเดิม ย้อนกลับไปยังชีวิตแห่งความตาย นี่เป็นอันตรายที่สุด  พระเจ้าจึงทรงให้เรามีใจอยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องบน (โคโลสี 3:1-4)  ให้เราจ้องมองไปยังพระผู้ช่วยของเรา  เมื่อไรที่เราหวนกลับไปคิดร่ำร้องอยากกลับไปยังชีวิตเดิม ให้เราได้กลิ่นฉุนของความตาย กลิ่นแห่งพระพิโรธแบบที่เกิดกับโสโดมนี้อย่างทันควัน 

ปฐมกาล 19:27-29
พระเจ้ามิได้ทรงเมินคำทูลขอของอับราฮัม และคนที่พระองค์ทรงเลือกให้รอดจากหายนะก็มีแค่โลทและครอบครัว แต่แล้วก็ต้องตายไปคนหนึ่งเราเห็นเลยว่า เมื่อมีการอธิษฐานเผื่อ พระเจ้าทรงฟัง ไม่ทรงเฉยเมยต่อคำทูลขอของผู้ที่เป็นมิตรกับพระองค์ ผู้ที่มีหัวใจ
ห่วงคนอื่น ๆ เราเองก็ต้องรู้ว่า การพิพากษาของพระเจ้าน่ากลัวมาก แล้วเราจะช่วยใครได้บ้างอย่างอับราฮัม?

โลทกับลูกสาวทั้งสอง
 ปฐมกาล 19:30-32
โลทเองต่อรองกับทูตสวรรค์ ขอไม่หนีไปบนภูเขา จะไปที่เมืองใกล้ ๆ แต่แล้วเขากลับไม่กล้าอาศัยในเมืองโศอาร์   น่าจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น โลทเป็นคนที่มองเห็นประโยชน์ เป็นหลักตั้งแต่ครั้งที่ต้องแยกกับอับราม คงต้องมีอะไรที่ทำให้เขาเลือกไปอาศัยในถ้ำกับลูกสาว  (ซึ่งอยู่แถบทะเลตาย) แล้วลูกสาวของโลทก็กลัวว่าจะไม่มีสามี และต้องการสืบเชื้อสายทางพ่อเอาไว้ จึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้องที่สุด แต่เป็นการตัดสินใจที่ไร้พระเจ้า ความคิดของพวกเธอเป็นแบบเดียวกับคนโสโดมโกโมราห์  แทนที่จะรอให้พระเจ้าทรงนำกลับคิดเอาเอง ตรงกันข้ามกับสุภาษิต 3:5-7 

ปฐมกาล 19:33-35
แล้วทั้งสองก็ทำตามแผนของตนเอง ลูกสาวมอมเหล้าพ่อ ทั้ง ๆ ที่พ่อเองพยายามทำให้ลูกปลอดภัยจากคนที่น่ากลัวในเมืองโศอาร์  พี่สาวน้องสาวทำตามแผน โดยที่พ่อไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป เธอทั้งสองไม่กลัวที่จะทำสิ่งอันน่าอับอายนี้  พวกเธอคิดทางอื่นไม่ออกเลย แถมมีเหตุผลสนับสนุนตัวเองด้วย  การอยู่กับคนไม่เชื่อพระเจ้ามาตั้งแต่เด็ก พ่อก็คงไม่ได้สอนอะไร ทำให้กล้าทำในสิ่งที่น่าอับอายเป็นที่สุด   เราทุกคนตอนนี้ก็กำลังอยู่ในความคิดอย่างโสโดมในโซเชียลมีเดีย
เราต้องระมัดระวังตัวไม่ไปรับอิทธิพลความคิดทางโลกเข้ามา
ต้องหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด

ปฐมกาล 19:36-38
ลูกสาวทั้งสองของโลทได้ทำให้พ่อกลายเป็นบรรพบุรุษของสองชนชาติ การเข้าไปอยู่ในเมืองโสโดมของโลทนั้น ทำให้ชีวิตของเขาห่างจากพระเจ้าทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนของพระองค์ คนรุ่นต่อไปคือลูกสาวทั้งสองยิ่งห่างมากขึ้นไปอีกเชื้อสายของโลทจากลูกสาวของเขา ได้กลายเป็นศัตรูยาวนานของอิสราเอล เหมือนกับลูกหลานของอิชมาเอล เสียดายชีวิตของโลทที่เหลืออยู่จริง ๆ 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 19
1* ปฐมกาล 18:2;, 16, 22; 18:1-5
2* ฮีบรู 13:2ปฐมกาล 18:4; 24:32;
ลูกา 24:28
3* ปฐมกาล 18:6-8; อพยพ 12:8
5 อิสยาห์ 3:9; ผู้วินิจฉัย 19:22; ปฐมกาล 4:1
6* ผู้วินิจฉัย 19:23
8* ผู้วินิจฉัย 19:24; ปฐมกาล 18:5
9* 2 เปโตร 2:7-8; อพยพ 2:14
11* ปฐมกาล 20:17-18
12* 2 เปโตร 2:7, 9


13* ปฐมกาล 18:20; 1 พงศาวดาร 21:15
14* มัทธิว 1:18; กันดารวิถี 16:21, 24, 26, 45; อพยพ 9:21
15* วิวรณ์ 18:4
16* 2 เปโตร 2:7; ลูกา 18:13; สดุดี 34:22
17* เยเรมีย์ 48:6; มัทธิว 24:16-18; ปฐมกาล 14:10
18* กิจการ 10:14
21* โยบ 42:8-9
22* อพยพ 32:10 ; ปฐมกาล 13:10; 14:2
24* เฉลยธรรมบัญญัติ  29:23; เลวีนิติ 10:2

25* สดุดี 107:34
26* ลูกา 17:32
27* ปฐมกาล 18:22
28* วิวรณ์ 9:2; 18:9
29* ปฐมกาล 8:1; 18:23
30* ปฐมกาล 19:17, 19
31* ปฐมกาล 16:2,4; 38:8-9
32* มาระโก 12:9
37* เฉลยธรรมบัญญัติ  2:9
38* เฉลยธรรมบัญญัติ   2:19