ยินดีต้อนรับสู่พระคำ.คอม

พระคำ.คอม นำพระคัมภีร์ มาเล่าพร้อมภาพประกอบ
พระคัมภีร์นี้ ใช้เวลาเขียนเกือบ 1600 ปี ตั้งแต่ประมาณปี 1500 ปีก่อนคริสตศักราชจนถึงปี ค.ศ. 90 และมีผู้เขียนมากกว่า 40 คน
ผู้เขียนแต่ละคนได้รับการบันดาลใจจากพระเจ้าให้เขียนบันทึกไว้ และมีความเชื่อมโยงกันอย่างมหัศจรรย์ตั้งแต่เล่มแรกจนเล่มสุดท้าย
มีการคัดลอกต่อเนื่องกันมา และเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงสมัยของเรา

ขอแนะนำให้ เริ่มอ่านจาก
หนังสือ มาระโก 

มียูทูบสำหรับเด็ก โดยดูได้จาก พระคัมภีร์สำหรับเด็ก


บุคคลสำคัญในพระคัมภีร์คือ คือ พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสร้างโลกนี้ และองค์พระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า ที่มาบังเกิดในโลกเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว
พระคัมภีร์เล่าวว่าพระองค์ทรงทำอะไรบ้าง และที่น่าทึ่งคือ มีคำบอกล่วงหน้าหลายร้อยปี ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของพระองค์ รวมถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันด้วย!!



แนะนำเรื่องขึ้นใหม่

พระคัมภีร์เดิม

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
Wisdom
Wisdom
มีเสียงอ่านประกอบ
Wisdom
Minor Prophet

พระคัมภีร์ใหม่

อยู่ระหว่างการเรียบเรียง
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
พระกิตติคุณ
ประวัติคริสตจักรแรก
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายท่านเปาโล
จดหมายไปยังพี่น้อง
จดหมายท่านยากอบ
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านเปโตร
จดหมายท่านยอห์น
จดหมายท่านยูดา

ปฐมกาล 12 ซารายในเงื้อมมือฟาโรห์

ออกจากฮารานถึงคานาอัน
1 พระเจ้าตรัสแก่อับราม “จงออกจากเมือง  จากญาติพี่น้อง จากบ้านของพ่อเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกแก่เจ้า2 เราจะให้เจ้าเป็นชาติใหญ่ (1)
เราจะอวยพรเจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงเลื่องลือ แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร(2)
3เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ (3) และเราจะอวยพรเจ้า (4) เราจะทำให้เจ้ามีชื่อเสียงเลื่องลือ (5) และเจ้าจะเป็นพรแก่ผู้อื่น
เราจะอวยพรคนที่อวยพรเจ้า และคนที่แช่งเจ้าเราจะแช่งเขา (6) ทุกชาติในโลกจะได้รับพรผ่านทาง (ใน)เจ้า
4. แล้วอับรามจึงเดินทางออกไปตามที่
พระเจ้าทรงบัญชา โดยมีโลทไปกับเขาด้วยอับรามอายุ 75 ปีตอนที่ออกจากเมืองฮาราน
5 อับรามพาซารายภรรยา
และโลทลูกชายของน้องชาย
พร้อมกับทรัพย์สิน และบ่าวไพร่ที่ได้มา
เมื่ออยู่ในเมืองฮาราน เขาเดินทางมาจนถึงคานาอัน เท่ากับพวกเขามาถึงแผ่นดินคานาอัน
6 อับรามเดินทางผ่านเข้าไปจนถึงเมืองเชเคม ณ ที่เรียกว่า ต้นโอ๊กแห่งโมเรห์
ซึ่งเวลานั้นมีคนคานาอันอาศัยอยู่

7 พระยาห์เวห์ทรงปรากฏ
แก่อับรามตรัสว่า “เราจะมอบดินแดนนี้
แก่เชื้อสายของเจ้า” เขาจึงสร้างแท่นบูชาถวายแด่พระยาห์เวห์ผู้ทรงปรากฏแก่เขา
8 จากนั้น อับรามย้ายจากที่นั่นไปตั้งเต็นท์
ที่ภูเขาทางตะวันออกของเมืองเบธเอล
เขาตั้งเต็นท์โดยให้เบเธลอยู่ทางตะวันตกและเมืองอัยอยู่ทางตะวันออก เขาสร้างแท่นบูชาพระยาห์เวห์ที่นั่น และนมัสการออกพระนามพระยาห์เวห์
9 แล้วอับรามเดินทาง
ต่อไปเรื่อย ๆ  มุ่งหน้าไปยังเนเกบ

เข้าไปยังอียิปต์
10 แต่แล้วก็เกิดความอดอยากขึ้นในแผ่นดิน ดังนั้นอับรามจึงเดินทางลงไปอาศัยในอียิปต์ เพราะว่าความอดอยากนั้นรุนแรงมาก 11 เมื่อเดินทางมาใกล้ กำลังจะเข้าแผ่นดินอียิปต์ อับรามกล่าวกับซาราย ภรรยาของเขาว่า “ดูสิ ฉันรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่งดงามมาก  12 เมื่อคนอียิปต์เห็นเธอ พวกเขาจะพูดว่า  ’เธอเป็นภรรยาของชายคนนี้’   แล้วพวกเขาก็จะฆ่าฉันเสีย แต่ไว้ชีวิตเธอ 


 13 ขอให้เธอบอกพวกเขาว่าเธอเป็นน้องสาวของฉัน แล้วเขาก็จะปฏิบัติต่อฉันอย่างดีเพราะเห็นแก่เธอ  และฉันก็จะรอดตายได้เพราะเธอ”
 14 เมื่ออับรามเข้าไปในเขตแดนอียิปต์
ชาวอียิปต์เห็นว่า สตรีคนนี้งดงามมาก
15 พวกข้าราชการในราชสำนักของฟาโรห์ ได้เห็นเธอ ก็จึงทูลชมความงามของเธอถวายฟาโรห์  ดังนั้น เธอจึงถูกนำตัวไปยังราชวังของฟาโรห์

16 ฟาโรห์เองจึงดีต่ออับรามเพราะเห็นแก่ซาราห์  ประทานฝูงแกะ ฝูงวัว ลาตัวผู้และตัวเมีย  ทาสชายและหญิง รวมทั้งอูฐด้วย
 17 แต่พระยาห์เวห์ทรงบันดาลให้เกิดวิบัติร้ายแรงในราชวัง เกิดกับผู้คนในครอบครัวของฟาโรห์เนื่องจากซาราย ภรรยาของอับราฮัม
 18 ฟาโรห์จึงเรียกอับรามมา กล่าวว่า “เจ้าได้ทำอะไรกับเรานี่? เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกว่าเธอเป็นภรรยาของเจ้าเล่า?
19 เหตุใดเจ้าพูดว่า ‘เธอเป็นน้องสาวของข้าพเจ้า’ เราตั้งใจจะรับตัวเธอมาเป็นภรรยาของเรา ? นี่ ภรรยาของเจ้า จงรับนางคืนไป และออกไปเสียจากที่นี่!” 
 20 ฟาโรห์จึงทรงบัญชาข้าราชการของพระองค์เรื่องอับราม
พวกเขานำส่งอับรามไปตามทางของเขาพร้อมกับภรรยาและทุกสิ่งที่เขาครอบครอง 

คำอธิบายเพิ่มเติม

หมายเหตุ น้องชายของอับรามชื่อฮาราน และมีเมือง ๆ หนึ่งชื่อฮารานด้วย

ย้อนกลับไปบทที่ 11 ผู้เขียนลำดับเชื้อสายเล่าว่า เทราห์ พ่อของอับรามได้พาครอบครัวออกจากเมืองอัยตั้งใจจะไปคานาอัน แต่ไปหยุดและตั้งรากฐานที่เมืองฮารานทางเหนือของเมโสโปเตเมีย และลูกชายคนหนึ่งของเขาก็เสียชีวิตก่อนหน้าเขา  ดังนั้นเท่ากับอับรามก็ต้องเจอความทุกข์ใจที่ไม่คาดคิดมาตั้งแต่หนุ่ม  ตัวเทราห์เองเป็นคนที่ทำงานเกี่ยวกับการขายรูปเคารพ  ลูกชายของเขาจึงต้องช่วยพ่อทำกิจการดังกล่าว  ตอนนี้เป็นช่วงเวลาประมาณ 2091/1925 B.C.

12:1 พระเจ้าทรงเริ่มต้นสนทนาจริงจังกับอับรามเรื่องการที่พระองค์จะประทานดินแดนใหม่ให้กับเขา   เหตุใดพระองค์ทรงเลือกชายคนนี้ที่มีข้อด้อยหลายอย่าง
เขามีภรรยาที่ไม่สามารถมีลูกได้ ซึ่งเป็นเรื่องน่าอายสำหรับชายชาวยิวมาก 
เขาเป็นคนที่ไหว้รูปเคารพตามพ่อของเขามาก่อน 
12:2 -3มื่อพระองค์สนทนากับเขา พระองค์ทรงสัญญาว่าจะทรงทำอะไรให้เขาหลายอย่าง    ในบทที่ 11:31 ดูเหมือนว่าทั้งพ่อ และตัวอับรามเองตั้งใจไปคานาอันอยู่แล้ว แต่กลับติดอยู่ที่เมืองฮารานเสียจนเทราห์สิ้นชีวิต
เมื่อพระเจ้าทรงบอกว่า อับรามจะมีชื่อเสียงเลื่องลือก็เป็นอย่างนั้นจริง
เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก (13:2)
คนที่รู้จักเขาจะเห็นว่า พระเจ้าสถิตอยู่ด้วยกับสิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาเป็น (21:22)
อับรามรบเก่งมากด้วย สามารถเอาชนะกษัตริย์ที่เข้มแข็งได้  (14:15-16)
เขาเป็นคนมีอำนาจมากในหมู่คนต่างชาติ (23:6)
ทำไมพระเจ้าทรงให้โลกได้รับพรผ่านอับราม
12:4  พระเจ้าจะทรงอวยพรคนที่อวยพรลูกหลานของอับราฮัม และจะทรงแช่งคนที่แช่งลูกหลานอับราฮัม 
ในโลกเวลานี้ เราเห็นคนที่ดีกับประเทศของอับราฮัม และคนที่ด่าแช่งพวกเขา  ไม่ว่าพวกเขาจะเชื่อในพระองค์หรือไม่ พระเจ้าทรงบอกไว้ล่วงหน้าแล้ว และเราเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ในประวัติศาสตร์ หลาย ๆ ประเทศที่ดูหมิ่น ก่นด่า ต้องการทำลายล้างอิสราเอล
ก็จะพบปัญหาอย่างที่ไม่คาดฝัน หากเราดูอังกฤษตอนนี้ เราก็จะเห็นความยุ่งยากของพวกเขาเรื่องคนต่างชาติที่ทะลักเข้ามาอย่างผิดกฎหมายและทำให้ประเทศนี้เกือบจะถูกกลืนอยู่แล้ว

12:5 ตอนที่พระเจ้าตรัสสั่งให้อับราฮัมออกจากเมืองฮาราน เขาก็ออกทันที  ขณะที่อยู่ในเมืองฮาราน เขาทำงานเพิ่มพูนทั้งทรัพย์สินและคนงานมากมาย การเดินทางมาถึงคานาอันครั้งนี้ จึงเป็นการย้ายครอบครัวใหญ่มาก   โลทหลานชายก็ติดสอยห้อยตามมาด้วย
ในที่สุดก็เข้ามาในคานาอัน แต่อย่าลืมว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมายึดครองดินแดน พวกเขาเข้ามาอยู่อย่างคนต่างถิ่น  ดินแดนนั้นมีลูกหลานของฮาม คือคนคานาอันอาศัยอยู่ก่อนแล้ว

12:6 การเข้าไปอยู่ที่หมู่ต้นโอ็กแห่งโมเรห์  คำว่าโมเรห์แปลว่าคำสอน  net bible ให้ความเห็นว่า น่าจะเป็นสถานที่ซึ่งคนคานาอันมารวมตัวกันเพื่อจะรับคำสอนจากผู้ใหญ่ของพวกเขา 

12:7  และอย่างไม่คาดฝัน พระยาห์เวห์ทรงปรากฏแก่เขาและทรงย้ำว่าจะทรงมอบดินแดนนี้ให้  พระเจ้าทรงย้ำพันธสัญญาของพระองค์ เพื่อมนุษย์จะไม่ลืมและหลงคิดทำตามใจตัวเอง    อับรามได้สร้างแท่นบูชาถวายพระเจ้า ซึ่งมีความหมายว่า   เขาทั้งอธิษฐาน และถวายเครื่องบูชาแด่พระยาห์เวห์ พระเจ้าเที่ยงแท้ที่ทรงเลือกเขาให้เป็นต้นครอบครัวที่จะเป็นพรแก่ชาวโลก  จากอับรามที่เป็นคนนอก เดี๋ยวนี้ เขารู้แน่แล้วว่า พระเจ้าผู้ที่เขาสมควรจะนมัสการคือผู้ใด 

12:8 ถึงแม้อับราจะตั้งเต็นท์ระหว่างเบธเอล และเมืองอัยและอาศัยอยู่ชั่วระยะหนึ่ง   เขามีความสัมพันธ์เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากพระเจ้าผ่านการนมัสการ มีความสัมพันธ์สนิทกับพระองค์  อับรามยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมายในชีวิตที่กำลังเริ่มต้นเป็นภาชนะที่พระเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องมือทำตามพระดำริให้สำเร็จ

12:9  แล้วต่อมาเขาก็เดินทางลงไปยังเนเกบ ซึ่งอยู่ทางใต้การเดินทางนี้ก็เพื่อไปหาทุ่งหญ้าเพื่อเลี้ยงสัตว์  การเดินทางครั้งนี้ เป็นการตั้งเต็นท์อยู่สักพัก หญ้าหมดแล้วก็ย้ายเต็นท์ไปเรื่อย ๆ โดยที่ลงไปทางทะเลทรายทิศใต้ของแผ่นดินคานาอัน 

12:10  แล้วระหว่างนั้นเอง ก็เกิดความอดอยากขึ้น ซึ่งหมายความว่า ไม่มีฝนเป็นระยะเวลานาน ทำให้พืชพันธ์ุตายหมด  แทนที่เขาจะหันมาหาพระเจ้า และปรึกษาพระองค์เสียก่อน อับรามทำตามที่เขาคิดว่า เขาน่าจะทำคือ เดินทางไปยังที่ มีน้ำลุ่ม (เขาเคยอยู่ในที่ซึ่งมีน้ำอุดมมาก่อนทางเหนือ) ที่ ๆ สัตว์จะมีหญ้าอุดม   ใกล้ที่สุดก็คือ แถบลุ่มน้ำไนล์

12:11-13 ผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์หลายท่านมีความเห็นว่า ครั้งนี้อับรามจะต้องเจอกับการทดสอบ เป็นการทดสอบความมั่นคงในพระเจ้า การทดสอบความเชื่อของเขา … และแล้วครั้งนี้ เขาเริ่มต้นแผนการขึ้นก่อนจากความกลัวตาย โดยเอาภรรยามาบังหน้า  หลายท่านเห็นว่า นี่เป็นเงาของสิ่งที่จะมาภายหน้า คือ อิสราเอลจะต้องเข้ามาในอียิปต์ และเป็นทาสแล้วจะได้ออกไปพร้อมกับทรัพย์สิน ครั้งนี้ อับรามเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับความปลอดภัย
ทั้ง ๆ ที่ซารายอายุประมาณ 65  ปีในเวลานั้น  เธอยังงดงามมาก แม้แต่อับรามก็ยังรู้ว่า สวยขนาดนี้อันตรายก็ยิ่งมาก  เขาจึงวางแผนการที่ลูกผู้ชายไม่น่าจะรับได้
ซารายก็แสนดี ทำตามแผนของอับราม คือบอกคนอียิปต์ว่าซารายเป็นแค่น้องสาว  คนอียิปต์จะดีกับซารายแน่นอน และจะไม่มาวอแวกับชีวิตของอับราม เขาจะปลอดภัย  ความจริงอับรามกับซารายก็เป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว คือเป็นพี่น้องต่างแม่

แผนการของเขาอาจทำให้เขามีเวลาคิดต่อไปว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้เขาและทั้งบริวารได้ปลอดภัยด้วย

12:14-16  ปรากฏว่า เหตุการณ์ที่อับรามคิดไว้ล่วงหน้าเกิดขึ้นจริง เหล่าชายชนชั้นสูงเห็นซารายเข้า ต่างก็ติดใจ แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้  เข้าไปทูลเรื่องสตรีงดงามคนหนึ่งเดินทางเข้ามาจากแผ่นดินคานาอัน

ฟาโรห์สั่งพาตัวซารายเข้าวังทันที  ฟาโรห์ก็คิดรวดเร็วตามประสาชายผู้มีอำนาจว่า ซารายคนนี้จะต้องมาเป็นภรรยาอีกคน  การนำตัวเข้าวังนี้ ขั้นต่อไปคือเข้าฮาเร็มของฟาโรห์นั่นเอง   และจึงมอบสมบัติเป็นรางวัลให้อับรามในฐานะพี่ชาย และดูแลเธอมาเพื่อวันนี้  มีการบรรยายว่า อับรามได้อะไรมาครอบครอง … แต่ต้องเสียภรรยาไป  

12:17  ความกลัวตายของอับรามโดยไม่ได้เห็นแก่ซาราย เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์บันทึกไว้ชัดเจน ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อก็มิได้เชื่อทุกครั้งไป  พระเจ้าทรงเปิดเผยให้เห็นสิ่งที่น่าอับอายในใจของเขา  ซึ่งเราทุกคนต้องเข้าใจว่า เราก็มีมุมที่เหมือนกับอับรามเช่นกัน ไม่มีใครถูกยกเว้น  อยู่ที่ว่าเราจะตัดสินใจทำอะไรด้วยความกลัวหรือการวางใจพระเจ้า 
พระเจ้าทรงช่วยซารายไว้ทันเวลา   เกิดวิบัติบางอย่างในครอบครัวของฟาโรห์  พวกเขาจึงตามหาเหตุแห่งวิบัติและก็มาพบว่า ซารายคือตัวปัญหา เป็นผู้สื่อนำวิบัติมาสู่ราชวงศ์ของฟาโรห์เพราะความที่ฟาโรห์กำลังจะไปทำลายสตรีที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับพระเมสสิยาห์! 

12:18-19  แล้วอับรามก็ถูกคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าสั่งสอน  ไม่น่าเลย  ความจริงแล้วฟาโรห์โกรธมากที่อับรามไม่ได้พูดความจริงเต็มร้อยกับเขา น่าแปลกที่เขาก็ไม่ได้เรียกทรัพย์สมบัติที่ให้ไปก่อนหน้านี้กลับคืนมา  สิ่งที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า การวางใจพระเจ้า และการรอคอยพระองค์นั้นมีเกียรติกว่าที่จะใช้วิธีซึ่งไม่เหมาะสม 
ครั้งนี้ อับรามถูกหมิ่นเป็นอย่างยิ่งจากคำถามของฟาโรห์ ” เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกว่าเธอเป็นภรรยาของเจ้าเล่า?” คำถามนี้บอกตรง ๆ ว่า อับรามเป็นคนพูดไม่จริง
หลายคนอาจมองว่า ทำไมอับรามทำไม่ถูกต้องแต่ยังได้ทรัพย์สมบัติเพิ่มพูนมา พวกเขามองว่าเป็นพระพรจากพระเจ้า   อาจมีหลายความเห็น แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากเรื่องนี้คือ ถึงได้ทรัพย์มามากมาย แต่ทำสิ่งที่ไม่ได้ถูกต้องตามน้ำพระทัยของพระเจ้าก็ไม่น่าภูมิใจเลย  
ความมั่งคั่งจึงไม่ใช่ตัววัดพระพรเสมอไป บางครั้งความทุกข์ยากที่เปลี่ยนชีวิตยังกลายเป็นพรมากกว่าความมั่งคั่งเสียอีก

12:20  อับรามต้องออกไปจากอียิปต์อย่างอับอายแม้ว่าจะมีทั้งสัตว์เลี้ยงและทาสบริวารมากขึ้น … แต่แน่ใจไหมว่า ทาสอียิปต์ที่เข้ามาในครัวเรือนจะไม่สร้างปัญหา? 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 12
1* กิจการ 7:2-3 ;ปฐมกาล 13:9
2* เฉลยธรรมบัญญัติ 26:5  ; ปฐมกาล 22:17; 24:35; 28:4
3* กันดารวิถี 24:9; กิจการ 3:25; อิสยาห์ 41:27
5* ปฐมกาล 14:14; 11:31; 13:18

6* ฮีบรู 11:9; เฉลยธรรมบัญญัติ 11:30; ปฐมกาล 10:18-19
7* ปฐมกาล 17:1; 18:1; 13:15; 15:18; 17:8; 13:4, 18; 22:9
8* ปฐมกาล 4:26; 13:4; 21:33
9* ปฐมกาล 13:1, 3; 20:1; 24:62
10* ปฐมกาล 26:1; สดุดี 105:13; ปฐมกาล 43:1

11* ปฐมกาล 12:14; 26:7; 29:17
12* ปฐมกาล 20:11; 26:7
13* ปฐมกาล 20:1-18; 26:6-11; 20:12
16* ปฐมกาล 20:14; 13:2
17* 1 พงศาวดาร 16:21
18* ปฐมกาล 20:9-10; 26:10
20* สุภาษิต 21:1