ปฐมกาล 8 พระสัญญาแก่โลกใหม่

น้ำก็ลด
1  แต่พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์ สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยงทั้งหลายที่อยู่กับเขาในนาวา  พระองค์ทรงทำให้ลมพัดเหนือพื้นโลก แล้วน้ำก็ลดระดับลง
2 น้ำพุจากตาน้ำบาดาลก็หยุดไหล และประตูน้ำจากฟ้าสวรรค์ถูกปิด ฝนจากท้องฟ้าหยุดลง 
3 น้ำบนพื้นโลกลดระดับลงไปเรื่อย ๆ  จนเวลาผ่านไป 150 วัน น้ำลดระดับลงไปอีก
4 ในวันที่สิบเจ็ด ของเดือนที่เจ็ด นาวาใหญ่ ก็ติดค้างอยู่บนเทือกเขาอารารัต
5 น้ำลดระดับลงไปอีกจนถึงเดือนที่สอง วันแรกของเดือนที่สิบ มียอดเขาเริ่มปรากฏให้เห็น

ประเมินน้ำลด
6 สี่สิบวันต่อมา โนอาห์เปิดหน้าต่างนาวาที่เขาได้ทำไว้
7 และเขาปล่อยนกกาตัวหนึ่งออกไป มันบินวนไปมา จนกระทั่งน้ำแห้งจากผืนดิน



8 แล้วโนอาห์ก็ส่งนกพิราบตัวหนึ่งออกไป เพื่อประเมินว่า น้ำลดถึงพื้นดินแล้วหรือไม่ 
9 แต่นกพิราบไม่มีที่เกาะ มันจึงบินกลับมาหาโนอาห์ที่นาวา  โนอาห์ยื่นแขนออกไปหานก และนำมันกลับมาในนาวาอย่างเดิม
10 เขาคอยอีกเจ็ดวัน แล้วปล่อยนกพิราบออกไปจากนาวาอีกครั้ง
11 เมื่อนกพิราบกลับมาในตอนเย็น มันคาบใบมะกอกเขียวสดมาด้วย  โนอาห์จึงรู้ว่า น้ำลดลงไปแล้ว
12  หลังจากที่รออีกเจ็ดวัน เขาก็ปล่อยนกพิราบออกไปอีก คราวนี้ มันไม่บินกลับมาหาเขาอีก
13 เมื่อโนอาห์อายุได้ 601 ปี ในวันแรกของเดือนที่หนึ่ง น้ำก็แห้งจากผืนดินแล้ว  โนอาห์จึงเปิดหลังคานาวาออกและเห็นว่า ผืนดินแห้งแล้ว

ออกจากนาวา
14 พอถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดของเดือนที่สอง ผืนโลกก็แห้งสนิทจริง ๆ
 15 แล้วพระเจ้าตรัสกับโนอาห์ว่า
16 “ให้ทั้งเจ้า ภรรยาและลูกชาย ลูกสะใภ้ของเจ้าออกจากนาวาได้ 

17 จงนำสิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่อยู่กับเจ้าออกจากนาวา  ทั้งนก สัตว์เลี้ยง สัตว์เลื้อยคลาน เพื่อว่ามันจะได้มีลูกดก และทวีจำนวนขึ้นในโลก
18 ดังนั้น โนอาห์จึงออกจากนาวาพร้อมกับลูกชาย ภรรยา และลูกสะใภ้ของเขา 
19 สัตว์ทั้งหลาย สัตว์เลื้อยคลาน และนกทั้งหลายก็ออกมาจากนาวาเป็นระเบียบ ตามชนิดของมัน

พระสัญญาแก่โลกใหม่
20 จากนั้น โนอาห์ก็สร้างแท่นบูชาแด่พระยาห์เวห์ และเขาเลือกถวายสัตว์เลี้ยงที่สะอาด และนกเป็นเครื่องเผาบูชาถวายแด่พระเจ้าบนแท่นนั้น
21 พระยาห์เวห์ทรงยินดี(ทรงพอพระทัยกับกลิ่นของมัน)กับเครื่องบูชาเหล่านั้น  ทรงดำริว่า “เราจะไม่สาปแช่งแผ่นดินเนื่องจากมนุษย์อีกต่อไป แม้ว่าพวกเขามีใจโน้มไปทางชั่วตั้งแต่ยังเด็ก และเราจะไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนพื้นโลกอย่างที่เราทำไปในครั้งนี้”
22 “ตราบเท่าที่โลกดำรงอยู่
จะมีฤดูหว่าน และฤดูเก็บเกี่ยว
วันที่หนาวและวันที่ร้อน ฤดูร้อนกับฤดูหนาว วันและคืนจะไม่สิ้นสุด”

อธิบายเพิ่มเติม

น้ำก็ลด
8:1 พระเจ้าทรงกำหนดให้น้ำท่วมนาน แล้วพระองค์ก็ทรงระลึกถึงทั้งคนและสัตว์ที่อยู่ในนาวานั้น  พระองค์ทรงระลึกถึงพันธกิจที่จะต้องทำให้สำเร็จในเร็ววันนี้
ถ้าจะปล่อยให้น้ำลดโดยไม่ทรงช่วยแล้ว น่าจะต้องรออีกนาน พระเจ้าทรงทำให้เกิดลมพัดขึ้น น้ำระเหยขึ้นในอากาศ  ตาน้ำหยุด ฝนหยุดตก
ทุกอย่างกำลังอยู่ในกระบวนการที่ทำให้น้ำลด และน้ำที่ถูกกำหนดให้อยู่ในบรรยากาศของโลกไม่ว่าบนท้องฟ้า หรือบนแผ่นดิน กำลังกลับไปยังที่ทางของมัน
เมื่อโมเสสกล่าวว่า พระเจ้าทรงให้ลมพัดเหนือโลก เหมือนกับว่า พระเจ้าทรงนำ
ชีวิตกลับคืนมาอีก หลังจากที่ชีวิตต้องหมดลมหายใจเป็นอันมาก

8:2-3  ลมพัดเอาน้ำระเหยไป น้ำพุหยุดไหล ฝนหยุด ใช้เวลา 150 วันทำให้น้ำลดลง เป็นเวลาเท่ากับตอนที่น้ำท่วมโลก 150 วัน 

8:4-5  รายละเอียดของวัน คือ วันที่ 17 เดือน 7 นาวาไปติดที่ยอดเขาอารารัตในประเทศตุรกี  แสดงว่า ยังมีน้ำอยู่บ้าง จนกระทั่ง วันที่ 1 เดือน 10   ยอดเขาอื่น ๆ จึงโผล่ให้เห็น  

ประเมินน้ำลด
8:6-7  ไม่ใช่ว่าเห็นยอดเขาแล้วจะออกจากเรือได้ เพราะยังมีน้ำท่วมพื้นราบ  อีก 40 วัน โนอาห์ก็เปิดหน้าต่างออกดูเหตุการณ์ภายนอกเรือ น่าจะลองปล่อย อีการาเวนออกไป เป็นนกอึด อดทน กินอาหารหลากหลาย  มันบินวนจนน้ำแห้ง  ประเมินได้ว่า มันคงลงไปเกาะตามดิน  และมีอาหารที่เป็นซากให้กินได้
8:8-9  นกตัวที่สองคือ นกพิราบ ที่ไม่ได้แข็งแรงและอึดอย่างราเวน  เมื่อไม่มีที่เกาะมันก็กลับมา  โนอาห์ก็ประเมินได้ว่าน้ำลงไปขนาดไหนแล้ว

8:10-12 เจ็ดวันต่อมา น้ำลดลงไปอีก แต่เพื่อให้แน่ใจ โนอาห์ส่งนกพิราบไปอีกครั้ง คราวนี้มันคาบใบมะกอกเขียวสดมาให้ด้วย  เอาล่ะ ตอนนี้มีต้นไม้งอกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  เท่ากับชี้ว่า ชีวิตใหม่กำลังเกิดในโลกแกล้ว ทั้งครอบครัวคงดีใจกันมาก ที่ใกล้จะได้ออกจากนาวา  น่าจะขอบคุณพระเจ้ากันยกใหญ่ในนาวานั้น
แต่โนอาห์ไม่ได้ผลีผลาม เขารออีกเจ็ดวัน ปล่อยนกพิราบไป คราวนี้ นกมีที่สำหรับทำรังแน่นอน ดังนั้น มันจึงไม่กลับมาอีก
 
ออกจากนาวา
8:13-16  ตกลงว่า โนอาห์อายุ 601 ปี วันที่1  เดือนที่  1  เขาเปิดหลังคานาวาออก คราวนี้พื้นแห้งแบบลงตัว ลงไปไม่แฉะ เดินได้อย่างดี    รอไปอีก วันที่ 27 เดือนที่ 2  สามารถลงไปอยู่อาศัยได้แล้ว สร้างบ้านได้ ทำเกษตร เลี้ยงสัตว์ได้ พระเจ้าทรงสั่งให้พวกเขาออกจากนาวา  เท่ากับโนอาห์ ครอบครัว และสัตว์ อยู่ด้วยกันบนนาวา 

8:17–19 คำอวยพรของพระเจ้าชัดเจน จงมีลูกดก และทวีจำนวนขึ้น ย้ำพระพรที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยไว้แต่ต้นจากปฐมกาล 1:22   พวกเขาทำตามพระบัญชาด้วยความดีใจยิ่ง   คิดดูว่า ถ้าจะต้องอยู่ในเรือกับเหล่าสัตว์ทั้งหลายตลอดชีวิตนั้น มันยากเย็นเพียงใด คราวนี้ พวกเขาและสัตว์ทุกชนิดก็พากันออกมาเป็นคู่ ตามชนิดของมัน อย่างเป็นระเบียบ  
ถ้าจะย้อนกลับไปดูการทรงสร้างที่พระเจ้าทรงสร้างอาดัมและทรงสั่งให้เขาครอบครองโลก เราจะเห็นอาดัมที่ไม่รู้อะไรมาก่อน และต้องเผชิญกับโลก ที่เขาเองต้องเรียนรู้จากที่ไม่รู้อะไรเลย  และเวลานี้ โนอาห์กับครอบครัว ก็ได้รับพระบัญชาเช่นเดียวกัน แต่โนอาห์ได้ผ่านกระบวนการเชื่อฟัง การทำตามน้ำพระทัยพระเจ้าในการสร้างเรือถึง 100 ปี ชายสองคนนี้ ต่างเป็นผู้เริ่มต้น แต่ก็เริ่มอย่างแตกต่าง

พระสัญญาแก่โลกใหม่
8:20  แล้วโนอาห์ก็สร้างแท่นบูชาขึ้น เขากำลังตอบสนองต่อความดีของพระเจ้า ที่ทรงไว้ชีวิตของเขาและครอบครัว และตอบสนองต่อพันธสัญญาที่ทรงทำกับเขา
 
8:21 กลิ่นอันเป็นที่พอพระทัยต่อพระยาห์เวห์ ที่จริงกลิ่นก็เป็นที่พอใจต่อมนุษย์เช่นกัน  เมื่อพวกเขาได้กลิ่นเนื้อสัตว์ย่างไฟ เราจะพบคำว่า “กลิ่นที่พอพระทัย”อีกในหนังสือเลวีนิติ และพระเจ้าก็ทรงตั้งพระทัยว่า จะไม่สาปแผ่นดินอีก ไม่ทำให้น้ำท่วมและคร่าชีวิตจำนวนมากมายด้วยน้ำเช่นนี้อีก แต่พระเจ้าทรงส่งพระเยซูลงมา เพื่อให้โอกาสกับมนุษย์อีกครั้ง ตลอดสองพันกว่าปีที่ผ่านมา มีคนที่ตอบสนองพระคุณยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และมีคนที่ปฏิเสธพระองค์  
  
8:22 พระเจ้าทรงสัญญาว่า ความร้อนเย็น ฤดูต่าง ๆ วันและคืนจะไม่มีวันสิ้นสุด  เป็นพระสัญญาที่ทำให้มนุษย์สามารถทำไร่ทำนา
และจากนั้นมา จะกี่พันปี พระเจ้าก็ทรงให้โลกส่วนต่าง ๆ มีกลางวัน กลางคืน จากการหมุนรอบตัวเอง   มีฤดู จากการหมุนรอบดวงอาทิตย์ ที่มนุษย์คาด ได้ว่า แต่ละฤดูพวกเขาควรปลูกอะไร   ควรทำอะไรในการเกษตร การที่ฤดูกาลมีระบบที่ชัดเจน เป็นประโยชน์สำหรับโลกนี้
คำในข้อนี้เป็นบทกวีในภาษาเดิม
ต่อมาอิสยาห์ 54:9 ก็ได้ตอบรับพระสัญญานี้ว่า  “สำหรับเราแล้วเรื่องนี้เป็นเหมือนในสมัยโนอาห์เราปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ให้น้ำของโนอาห์ท่วมโลกอีกฉันใด
บัดนี้เราก็ปฏิญาณว่าจะไม่โกรธและไม่ตำหนิเจ้าอีกฉันนั้น
  แม้ภูเขาจะถูกเขย่า
และเนินเขาถูกเขยื้อนไปแต่ความรักมั่นคงที่เรามีต่อเจ้าจะไม่คลอนแคลน
และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่สูญสิ้นไป”
องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเมตตาเจ้าตรัสไว้ดังนั้นจะเห็นว่า พระเจ้ายังทรงซื่อตรง และความรักมั่นคงนั้น อยู่ด้วยอย่างไม่สิ้นสุด เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นในสมัยใด

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล  8
1* ปฐมกาล 19:29; อพยพ 14:21; 15:10
2* ปฐมกาล 7:11; เฉลยธรรมบัญญัติ 11:17; โยบ 38:37
3* ปฐมกาล 7:24
6* ปฐมกาล 6:16

16* ปฐมกาล 7:13
17* ปฐมกาล 1:22, 28; 9:1, 7
20* ปฐมกาล 12:7; เลวีนิติ 11; อพยพ 10:25
21* อพยพ 29:18, 25; ปฐมกาล 3:17; 6:7, 13 , 17; 6:5; 11:6; 9:11, 15
22* อิสยาห์ 54:9; เยเรมีย์​ 33:20,25

บรรณานุกรม
Phillip Bethancourt , David Platt , et al.,Exalting Jesus in Genesis (Christ-Centered Exposition Commentary) . Kindle Edition. 
Study Bible , ESV MacArthur. Holy Bible Study version (New testament and Old testament ) (Function). Kindle Edition.
Study Bible, The Nelson Study Bible, New King James Version,  Nashville, 1997

 


ปฐมกาล 7 ปลอดภัยในนาวา

ภาพวาดโดย James Tissot (1836-1902)

พากันเข้าไปในนาวา
1 แล้วพระยาห์เวห์ตรัสกับโนอาห์ว่า “จงเข้าไปในนาวา พร้อมกับครอบครัวของเจ้า เพราะเราเห็นว่า เจ้าเป็นคนเที่ยงธรรมในสายตาของเรา ท่ามกลางคนชั่วอายุนี้
2 จงเอาสัตว์สะอาดชนิดละเจ็ดคู่ ทั้งตัวผู้กับตัวเมียคู่ของมัน และสัตว์ที่เป็นมลทินชนิดละคู่ทั้งตัวผู้กับตัวเมียคู่ของมัน
 3 รวมทั้งนกในอากาศชนิดละเจ็ดคู่ทั้งตัวผู้ตัวเมีย เพื่อจะรักษาพันธุ์ของพวกมันไว้บนแผ่นดินโลก
 4 เพราะอีกเจ็ดวัน เราจะส่งฝนลงมาบนแผ่นดินโลก สี่สิบวัน สี่สิบคืน  และเราจะกวาดล้างสิ่งมีชีวิตทั้งสิ้นที่เราได้สร้างขึ้นมาจากผืนแผ่นดิน”
5 และโนอาห์ก็ทำตามทุกสิ่งที่องค์พระยาห์เวห์ทรงบัญชาเขา 

น้ำมาแล้ว!
6 ในเวลาที่น้ำท่วมแผ่นดินโลกนั้น โนอาห์อายุได้ 600 ปี
7 แล้วโนอาห์ ลูกชายของเขาและภรรยาของเขา และลูกสะใภ้ ก็เข้าไปในนาวาเพื่อพ้นภัยจากน้ำท่วม

 8 เหล่าสัตว์ที่สะอาด และสัตว์มีมลทิน เหล่านก และสัตว์ที่เลื้อยคลานบนดิน
 9 พากันมาหาโนอาห์ เข้าไปในเรือใหญ่เป็นคู่ ทั้งตัวผู้ตัวเมีย ตามที่พระเจ้าทรงบัญชาโนอาห์ไว้ 
10 หลังจากนั้นเจ็ดวัน น้ำก็เริ่มท่วมบนแผ่นดินโลก
11ในวันที่สิบเจ็ด เดือนที่สองของปีที่โนอาห์อายุได้ 600 ปี ตาน้ำบาดาลก็เปิดออก น้ำทะลักออกมา และประตูน้ำแห่งฟ้าสวรรค์ก็เปิดออก
12 แล้วฝนก็เทลงมาบนแผ่นดินโลก เป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน!

13 ในวันเดียวกันนั้น โนอาห์ กับเชม ฮาม และยาเฟท ลูกชายของเขา และภรรยาของโนอาห์ และลูกสะใภ้ทั้งสามก็เข้าไปในนาวาด้วยกัน
  14 ทั้งพวกเขา และสัตว์ป่าทั้งสิ้นตามชนิดของมัน และสัตว์เลี้ยงตามชนิดของมัน สัตว์เลื้อยคลานบนดินตามชนิดของมัน นกตามชนิดของมัน และสัตว์ปีกอื่น ๆ ด้วย
15 สัตว์ซึ่งมีลมหายใจแห่งชีวิต ได้มาหาโนอาห์ และเข้าไปในนาวาเป็นคู่ ๆ
16 สัตว์ที่ได้เข้าไปในนาวาตามที่พระเจ้าทรงบัญชาแก่โนอาห์ ก็คือ สัตว์ตัวผู้ ตัวเมียทั้งสิ้น จากนั้น พระยาห์เวห์ทรงปิดประตูเรือให้เขา

นานเท่าไรที่อยู่ในนาวา?
17 จากนั้น น้ำก็ท่วมท้นบนแผ่นดินโลกสี่สิบวัน เมื่อระดับน้ำสูงขึ้น มวลน้ำก็ยกนาวาขึ้น  ทำให้นาวานั้นลอยขึ้นเหนือแผ่นดิน  
18  และน้ำท่วมก็เพิ่มปริมาณอย่างมากจนมิดแผ่นดิน และทำให้นาวานั้นลอยอยู่บนผิวน้ำ     
19 และแล้วน้ำก็ท่วมสูงมากขึ้นบนแผ่นดิน ทำให้ภูเขาสูงทั้งหมดโลกใต้ท้องฟ้าจมมิดในน้ำ 
20 น้ำท่วมสูงเหนือยอดเขาขึ้นไปอีกประมาณ 15 ศอก   (20 ฟุต)
21 และสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวบนแผ่นดินก็สิ้นชีวิตไปหมด ทั้งนก และสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า และสัตว์เลื้อยคลาน รวมไปถึงหมู่มนุษย์ทั้งสิ้น
  22 สรรพสิ่งที่ใช้จมูกหายใจลมหายใจแห่งชีวิต ที่ใช้ชีวิตบนแผ่นดินแห้ง  ตายไปหมดสิ้น
23 ดังนั้น พระยาห์เวห์ทรงกวาดล้างสรรพสิ่งที่มีชีวิตบนพื้นแผ่นดิน  ทั้งมนุษย์ สัตว์ ไปจนถึงสัตว์เลื้อยคลาน นกในท้องฟ้า ทั้งสิ้นนี้ถูกกวาดล้างไปจากแผ่นดินโลก เหลือแต่เพียงโนอาห์และทุกชีวิตที่อยู่กับเขาในนาวา 
24 และน้ำได้ท่วมโลกนานถึง 150 วัน 

อธิบายเพิ่มเติม

พากันเข้าไปในนาวา
7:1 พระเจ้าทรงเห็นว่าโนอาห์เป็นคนเที่ยงธรรม เมื่อเทียบกับคนในยุคของเขา น่าเสียดายเหลือเกินที่คนเที่ยงธรรมมีน้อยมาก อย่างที่เล่ามาแล้วว่า มีผู้ที่คำนวนว่า คนในยุคของโนอาห์มีมากกว่าแปดพันล้านคนเสียอีก เพราะพวกเขามียีนที่ยังดีอยู่ อากาศดี อาหารดี ไม่มีมลพิษเหมือนอย่างเรา  และพระเจ้าทรงให้เขาขึ้นนาวาไปพร้อมกับครอบครัวที่ยังมีลูกชาย ลูกสะใภ้อีกสามคู่

7:2-3 นี่เป็นรายการที่เพิ่มขึ้นมาจาก 6:19  สัตว์สะอาด นกที่สะอาดในที่นี้คือสัตว์ที่ไม่มีมลทิน พระเจ้าทรงเตรียมเครื่องบูชาของพระองค์เองไว้หลังจากที่น้ำลดลง จนคนทั้งหมดและสัตว์ลงมาจากนาวาได้   พระเจ้าทรงเตรียมพระบุตรไว้เพื่อเราทั้งหลายเช่นกัน 

7:3 นกในอากาศก็ต้องเตรียมชนิดละเจ็ดคู่เช่นกัน พระเจ้าทรงเตรียมที่จะให้มันออกลูกหลานทวีขึ้นในโลกอีกครั้งหนึ่ง 

7:4 พระเจ้าทรงบอกโนอาห์เป็นขั้นตอนว่า จะเกิดอะไรขึ้น  เจ็ดวันก่อนที่น้ำจะมา โนอาห์น่าจะรีบไปเตือนคนทั้งหลายให้กลับใจอีก
สี่สิบวัน สี่สิบคืน เป็นทั้งเวลาจริง และเวลาที่มีความหมายว่า เวลาที่สมบูรณ์  ตัวอย่างเช่น มัทธิว 4:2, กันดารวิถี 32:13

7:5 เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้สร้างนาวาโนอาห์ทำตามทุกอย่าง เมื่อพระเจ้าทรงสั่งให้นำสัตว์สะอาดสัตว์มีมลทินนกในอากาศเป็นคู่เข้าไปในนาวา เขาก็ทำตามทุกอย่าง ไม่มีข้ออ้างที่จะหลบเลี่ยงเลย 

น้ำมาแล้ว!
7:6-9    ตอนอายุ 500 เขามีลูกชายสามคน เชม ฮาม ยาเฟท (5:32) อายุครบ 600 ปี ลูกชายทั้งสามก็อายุ ระหว่าง 100 ปีกว่า ช่วยพ่อสร้างนาวาได้  เมื่อสร้างนาวาเสร็จ  โนอาห์และครอบครัว สัตว์ต่าง ๆ มากันเหมือนนัดไว้ล่วงหน้า ต่างพากันขึ้นเรือที่สร้างไว้อย่างแข็งแรง  ดูว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับความดุร้ายของสัตว์ ราวกับว่า ต่างกลายเป็นสัตว์เชื่องไปเสียหมด  ถ้าเราไปเห็นเหตุการณ์จริง เราจะลืมไม่ลงเลยทีเดียว 
ดร. ทิม ชาฟฟีย์ ให้ความเห็นว่าเขาใช้เวลาสร้างประมาณ 75 ปี อ่านที่นี่

7:10  หลังจากเจ็ดวันในข้อสี่ น้ำก็เริ่มท่วมจริง ๆ แบบที่มนุษย์ทั้งโลกไม่เคยคาดคิด พวกเขาไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน
เมื่อโนอาห์อายุ 600  เดือนที่ 2  วันที่ 17 ผู้เขียนได้ให้รายละเอียดที่แปลกพอสมควร  ตั้งใจจะให้คนอ่านได้สามารถเห็นกรอบเวลาของน้ำท่วมที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้  พวกเขาก็ต้องตะลึงกับน้ำที่โผล่พลุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน  และยังมีฝนที่ตกลงมาอย่างมากมาย  เป็นภาพที่น่าหวาดหวั่นเอามาก ๆ   

7:11-12  น้ำท่วมด้วยวิธีที่น้ำจากพื้นดินทะลุพลุ่งขึ้นมา  ฝนก็ตกลงมาจากฟ้า  น้ำที่สะสมในเมฆได้เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ตลอดสี่สิบวัน  หากมาจากที่เดียวคงใช้เวลานานกว่านี้  สี่สิบวัน สี่สิบคืน ไม่มีการลดลงของน้ำ มีแต่เพิ่มขึ้น ๆ ทุกวัน

7:13-14  และในวันที่น้ำเริ่มเทเข้ามาในโลก พวกเขารีบขึ้นไปในนาวาพร้อม ๆ กับสัตว์ทั้งหลาย เขาจะทบทวนเสมอว่า มีสัตว์พวกใดบ้าง  เราจะเห็นว่า ผู้เขียนได้พูดบางอย่างมาล่วงหน้า ก่อน แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง เป็นแบบนี้หลายตอนในปฐมกาลช่วงต้น ๆ 

7:15 สัตว์ก็มีลมหายใจแห่งชีวิต  พวกมันเดินมาหาโนอาห์เป็นคู่ นี่คือความมหัศจรรย์ที่โนอาห์ไม่ต้องออกไปตามล่ามา  จะเห็นว่า พระเจ้าทรงให้มีทั้งคนและสัตว์ที่หลงเหลืออยู่ ลมหายใจแห่งชีวิตไม่ได้ถูกทำลายจากโลกจนหมดสิ้น  แต่มีการเตรียมไว้สำหรับโลกใหม่

7:16 พอสัตว์ขึ้นนาวาจนหมด เข้าไปอยู่ในคอกที่จัดไว้ นี่เป็นเรื่องราวที่น่าโกลาหล ชุลมุนไม่น้อย  ต้องให้ชนิดเดียวกัน ตัวผู้ตัวเมียอยู่ ในคอกเดียวกัน แล้วพระเจ้าทรงปิดประตูให้   ประตูนี้ จะไม่มีใครเปิดได้จนกว่าจะถึงเวลา
เราจะเห็นว่า ผู้เขียนได้ย้ำการที่น้ำท่วมขึ้นมาอย่างไม่มีโอกาสลดเลย มีแต่สูงขึ้น ๆ

นานเท่าไรที่อยู่ในนาวา?
7:17  กว่านาวาอันใหญ่โตมโหฬารนี้จะลอยน้ำได้  ก็ใช้เวลาถึง สี่สิบวัน แน่นอนว่า เมื่อน้ำท่วมย่อมมีคนมาเคาะประตูเรือ ขอเข้าไปหลบภัยน้ำท่วม  แต่ ไม่มีใครเปิดประตูนั้นได้  สี่สิบวัน นาวาใหญ่เริ่มลอยเหนือแผ่นดิน จากนิ่ง ๆ นาวาเริ่มขยับตัว  

7:18-20  นาวาใหญ่และหนักขนาดนี้ ต้องการน้ำจำนวนมากที่จะลอยตัวขึ้นมา  นาวานั้นลอยเหนือภูเขาทั้งมวลด้วย ผู้เขียนบอกว่าน้ำสูงขึ้นมากว่า 20 กว่าฟุตเหนือภูเขา จากนาวาที่อยู่บนดิน ที่ใคร ๆ เยาะเย้ยโนอาห์ว่า สร้างนาวาขึ้นมาทำไม ไร้สาระ บัดนี้  สิ่งที่คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้น
ความลึกของน้ำท่วมนั้น ทำให้เรารู้ว่า น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ แต่เป็นการท่วมทั่วโลก ซึ่งนักธรณีวิทยาหลายท่านก็ยอมรับเรื่องเหล่านี้ จากหลักฐานของชั้นหิน และฟอสซิล ตามที่ต่าง ๆ ในโลก ดูได้ที่นี่ มีเรื่องราวที่น่าสนใจ
สามารถตามได้
Ken Ham จาก Answer in Genesis เล่าว่า มีเรื่องราวของชนชาติต่าง ๆ เกี่ยวกับน้ำท่วมโลกเล่าต่อกันมาถึงการที่มีน้ำท่วมโลก เป็นเรื่องที่คล้ายคลึงกัน เขามีความเห็นว่าคนที่กระจัดกระจายไปจากบาเบลต่างเล่าเรื่องนี้ให้ลูกหลานฟัง

 7:21-22  จากตรงนี้ มนุษย์ทุกคน  (รวมทั้งเนฟิลิม ) สัตว์ทุกตัวที่มีลมหายใจแห่งชีวิตที่ไม่ได้ขึ้นนาวา  ก็จะจมน้ำไปหมด เพราะไม่มีที่จะเกาะ หรือพักเลย เราเห็นภาพน้ำที่มาอย่างเร็ว และมนุษย์หนีไม่ทันจากน้ำท่วมหลาย ๆ พื้นที่ น่ากลัวมาก แต่น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่มีโอกาสสักนิดเดียวที่จะรอดได้   จากที่มนุษย์มีพระวิญญาณจากพระเจ้าที่ทำให้เขาหายใจได้  มนุษย์จะกลับกลายเป็นดิน (ปฐมกาล 2:7; 3:19) 

7:23-24
ผู้ที่ตายคือ ทั้งมนุษย์และสัตว์ทั้งปวง  ผู้ที่มีชีวิตคือ โนอาห์ และทุกสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในเรือ และน้ำท่วมโลกอย่างนี้นาน 150 วัน  สิ่งมีชีวิตที่รอดส่วนใหญ่ก็คือปลาในทะเลนั่นเอง (แต่เมื่อน้ำลด ปลามากมายก็ต้องติดค้างอยู่บนดิน ดังนั้นสัตว์ทะเลส่วนหนึ่งก็จะไม่รอดเช่นกัน )

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 7
1* มัทธิว 11:28; 24:38; ปฐมกาล 6:9
2* เลวีนิติ 11; 10:10
4* ปฐมกาล 7:40; 7:12, 17
5* ปฐมกาล 6:22
6* ปฐมกาล 5:4;32
7* มัทธิว 24:38
11* มัทธิว 24:39 ; ปฐมกาล 8:2; สดุดี 78:23
12* ปฐมกาล 7:4,17

14* ปฐมกาล 6:19; 1:21
15* ปฐมกาล 6:19-20; 7:9
16* ปฐมกาล 7:2-3
17* ปฐมกาล 7:4, 12; 8:6
18* สดุดี 104:26
21* ปฐมกาล 6:7, 13, 17; 7:4
22* ปฐมกาล 2:7
23* 2 เปโตร 2:5
24* ปฐมกาล 8:3-4

บรรณานุกรม
https://enduringword.com/bible-commentary/genesis-7/
https://netbible.org/bible/Genesis+7
Study Bible , ESV MacArthur. Holy Bible Study version (New testament and Old testament ) (Function). Kindle Edition.
Study Bible, The Nelson Study Bible, New King James Version, Nashville.

ปฐมกาล 6 คำสั่งเพื่อจัดโลกใหม่

ภาพวาดโดย James Tissot (1836-1902)

ลูกชายของพระเจ้ากับลูกสาวของมนุษย์
1 สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อมนุษย์ทวีจำนวนขึ้นบนแผ่นดินโลก และพวกเขาก็มีลูกสาว
2  เหล่าลูกชายของพระเจ้าเห็นว่า ลูกสาวของมนุษย์ล้วนงดงาม ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกมาเป็นภรรยาเอาตามใจชอบ 
3  แล้วพระยาห์เวห์ตรัสว่า “วิญญาณของเราจะไม่อยู่ ในมนุษย์ตลอดไป เพราะพวกเขาเป็นแต่เนื้อหนัง และพวกเขาจะมีชีวิตอยู่เพียง 120 ปี” 
4 ในเวลานั้น มีเหล่าเนฟิลอยู่บนแผ่นดินโลกแล้ว  ต่อมาก็ยังมีอยู่  เมื่อลูกชายของพระเจ้าไปนอนกับลูกสาวของมนุษย์ และเกิดลูกหลานขึ้น คนเหล่านั้นเป็นนักรบที่มีชื่อเสียงร่ำลือมาแต่โบราณ 
5 แล้วพระยาห์เวห์ทรงเห็นว่า ความชั่วร้ายของมนุษย์นั้นรุนแรงบนแผ่นดินโลก พวกเขาทั้งคิดและตั้งใจทำแต่เรื่องชั่วร้ายอย่างต่อเนื่อง
 6 และพระยาห์เวห์ทรงเจ็บปวดในพระทัยที่ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นบนแผ่นดินโลก และพระองค์ทรงเศร้าพระทัยยิ่ง
7 และพระยาห์เวห์จึงตรัสว่า “เราจะกวาดล้างผู้คนที่เราได้สร้างขึ้นมาออกจากแผ่นดินโลก ทั้งมนุษย์ และสัตว์ และสัตว์เลื้อยคลาน และนกในอากาศ เพราะเราเสียใจที่ได้สร้างเหล่านี้ขึ้นมา”

โนอาห์เป็นที่พอพระทัย
8  แต่โนอาห์เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์! 

9 ลำดับวงศ์วานของโนอาห์เป็นดังนี้
โนอาห์เป็นคนเที่ยงธรรม และไร้ตำหนิเมื่อเปรียบเทียบกับคนในยุคของเขา เขาดำเนินไปกับพระเจ้า
10 โนอาห์มีลูกชายสามคนคือ เชม ฮาม และยาเฟท
11 ในเวลานั้น โลกเสื่อมทรามต่อสายพระเนตรของพระเจ้า  ในโลกเต็มด้วยความโหดร้ายรุนแรง
12 และพระเจ้าทรงเห็นว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนแผ่นดินโลกต่างใช้ชีวิตอย่างเสื่อมทราม

เตรียมสร้างนาวา
13   แล้วพระเจ้าตรัสกับโนอาห์ว่า “ เราจะให้ชีวิตมนุษย์ ทุกคนถึงจุดจบ ที่โลกเต็มด้วยความรุนแรงก็เพราะพวกเขา ดูเถิด เราจะทำลายล้างพวกเขาด้วยแผ่นดินโลก
14 เจ้าจะต้องต่อนาวาใหญ่ด้วยไม้สนโกเฟอร์ให้ตัวเจ้าเอง  และภายในนาวานั้นให้กั้นเป็นห้อง และชันด้วยยาทั้งข้างนอกและข้างในนาวา

15 นาวาลำนี้มีความยาว 300 ศอก  กว้าง 50 ศอก สูง 30 ศอก 
16  จงทำหลังคา  โดยระหว่างหลังคากับตัวนาวามีช่องสูง 1 ศอกเว้นไว้โดยรอบและทำประตูบานหนึ่งไว้ด้านข้าง ให้ันาวาลำนี้มีชั้นล่าง ชั้นกลาง และชั้นบน 
17 ดูเถิด เรากำลังจะให้เกิดน้ำท่วมแผ่นดินโลก เพื่อทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งปวงที่มีลมหายใจแห่งชีวิต ทุกสิ่งบนแผ่นดินโลกนั้นจะหมดลมหายใจ  
18  แต่เราจะทำพันธสัญญากับเจ้า และเจ้าจะเข้าไปในนาวา ทั้งเจ้าและลูกชาย ภรรยา และลูกสะใภ้ของเจ้า 

ผู้โดยสารที่ประหลาด
19 และให้เจ้านำสัตว์ทุกชนิด เป็นคู่ทั้งตัวผู้และตัวเมียเข้าไปในนาวาเพื่อรักษาชีวิตของมันให้รอดพร้อมกับเจ้า  
20  นกทุกชนิด สัตว์ทุกชนิด และสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดจะมาหาเจ้าอย่างละคู่ เพื่อเจ้าจะดูแลรักษามันให้รอดชีวิต   21  ส่วนเจ้านั้น จงรวบรวมอาหารทุกชนิดเป็นเสบียงสำหรับตัวเจ้า และสัตว์ทั้งหลาย” 
22 แล้วโนอาห์ก็ทำทุกสิ่งตามที่พระเจ้าทรงบัญชาเขา  

อธิบายเพิ่มเติม

ลูกชายของพระเจ้ากับลูกสาวของมนุษย์
6:1 เมื่อเราอ่านว่า มนุษย์ทวีจำนวนมากขึ้น เนื่องจาก การที่ชายคนแรกมีอายุมากหลายร้อยปี เราไม่ทราบว่าเขาจะมีลูกได้กี่คน    ผู้หญิงคนแรกจะมีช่วงวัยเจริญพันธุ์ได้ขนาดไหน และลูกหลานของเขาที่เกิดมา จะแต่งงานกันโดยที่ไม่มีปัญหาการผ่าเหล่า   พวกเขา จะมีลูกหลานเท่าไรกัน มีผู้เชี่ยวชาญคำนวนว่า ในช่วงชีวิตจากอาดัมถึงโนอาห์ น่าจะมีคนเกิดแล้วกว่าพันล้านคน
6:2  คำว่า ลูกชายของพระเจ้า มีหลายความเห็น เช่น เป็นทูตสวรรค์ที่ทำผิด และเข้ามาอยู่ในโลก    ลูกหลานของคาอิน   แต่แล้วปัจจุบัน ความเห็นคือ พวกเขาเป็นทูตสวรรค์เลว   
เนื่องจาก มีทูตสวรรค์ที่กบฏต่อพระเจ้าตั้งแต่ก่อนมีมนุษย์ มีพวกที่เร่ร่อนในโลก ไป ๆ มาๆ อย่างที่คุยกันในโยบ 1  ยังมีอีกพวกที่ถูกล่ามโซ่ รอวันพิพากษา ยูดา 5 
เมื่อไรที่พระคัมภีร์ฮีบรูเรียกว่า   בְּנֵ֤י  הָֽאֱלֹהִים֙ เบเนเอโลฮิม หรือ ลูกชายของพระเจ้านั้น จะหมายถึงทูตสวรรค์  พอพวกเขาเห็นผู้หญิงมนุษย์ ก็เห็นว่าสวย เมื่อมองเห็น ก็เกิดความอยากได้ สิ่งที่พวกเขาทำก็คือ ชอบลูกสาวมนุษย์คนใดก็จับมาเป็นของตน   แน่นอนที่จะมีการทำร้าย และขืนใจไม่น้อยในการนี้ 

 
6:3 พระวิญญาณของพระเจ้าทรงอยู่กับมนุษย์เพื่อช่วยให้พวกเขาได้มีชีวิตที่ดี พระองค์ทรงเรียกให้กลับใจเสมอ แต่มนุษย์ไม่ได้ฟังพระองค์เลย  ทรงอดทนเพื่อให้มนุษย์กลับใจสมัยเอโนค (ยูดา 14) และโนอาห์ (1 เปโตร 3:20) เป็นเวลาหลายร้อยปีที่พระเจ้าทรงรอ   อีกแค่ 120 ปี มีความหมายได้ว่า อีก 120 ปี พวกเขาก็จะพบกับน้ำท่วมโลก 

6:4 ผู้เขียนคือโมเสส อยู่ ๆ ก็พูดถึงเนฟิล   เนฟิลเหล่านี้คือ คนตัวใหญ่เหมือนยักษ์    คำว่า נְפִיל เนฟิล หมายถึงผู้ที่ตกลงมา ในสนามรบผู้ที่เป็นทรราช เป็นผู้ข่มขู่ ข่มเหงผู้อื่น
คำนี้ปรากฏอีกครั้งเมื่ออิสราเอลเข้าไปสอดแนมดูแผ่นดินที่ทรงสัญญาและพวกเขาเห็นคนตัวใหญ่มาก (กันดารวิถี 13:33)
ดูเหมือนว่า เนฟิล ลูกหลานของลูกชายพระเจ้า(ทูตสวรรค์)กับลูกสาวมนุษย์
กลายเป็นนักรบที่มีชื่อเสียง  


6:5 ตอนที่ทรงสร้างโลก พระเจ้าทรงเห็นว่าทุกอย่างดี และทรงพอพระทัยยิ่ง แต่มาบัดนี้ พระองค์ทรงเห็นว่ามนุษย์กลายเป็นชั่วช้าไปแล้ว ใจเอียงไปทำชั่วไม่หยุดยั้ง ทำต่อไปเรื่อย ๆ  เป็นความดาษดื่นที่เกิดขึ้นในทุกสังคมมนุษย์ นี่เป็นสภาพของมนุษย์สมัยโนอาห์ 



6:6 พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์มาเพื่อพวกเขาจะได้ครอบครองโลก เป็นผู้แทนของพระองค์ในการดูแลโลก แต่แล้วพวกเขากลับกลายเป็นคนที่ทำลาย มีแต่ความรุนแรง ไร้ระเบียบ
เราจะเห็นอารมณ์ของพระเจ้าที่ส่งต่อมายังมนุษย์ ทรงเจ็บปวดกับสิ่งที่มนุษย์ทำต่อกัน   พระองค์ทรงหวังดีต่อมนุษย์มาตั้งแต่ต้น บัดนี้ ความชั่วนั้นเกินเลยไปแล้ว
สิ่งที่พระเจ้าทรงรู้สึกคือ ทั้งเจ็บปวด และเศร้าพระทัย  พระเจ้าทรงเศร้าพระทัยเสมอเมื่อมนุษย์ไม่กลับใจ

6:7 พระเจ้าตัดสินพระทัยจะทำลายล้างโลก ทั้งคนและสัตว์ สัตว์เลื้อยคลานและนก  พระองค์ทรงเจ็บปวดในพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่เห็นคนทำร้ายกันอย่างรุนแรงตลอด
เมื่อมีการทำผิดเกิดขึ้น พระเจ้าทรงให้เวลากับการที่มนุษย์จะกลับใจ  โนอาห์ใช้เวลานานในการสร้างนาวาและเทศนา  เราจะเห็นว่าในพระคัมภีร์  เมื่อพระเจ้าทรงเรียกให้กลับใจนั้น ทรงใช้เวลานานมากที่จะอดทนต่อความดื้อด้านของมนุษย์ 

โนอาห์เป็นที่พอพระทัย
6:8-10  แต่…​ แต่แล้วมีคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นอย่างคนทั่วไป เขา บริสุทธิ์ (תָּמִים ทามิม)  ในสายพระเนตรของพระองค์ ไร้ตำหนิ  เขาเที่ยงธรรมจริง ๆ  เพราะชีวิตของเขาแตกต่างมาก นั่นคือ การเดินไปกับพระเจ้าทุกวัน   ผู้เขียนได้บอกเราว่า เขามีลูกชายสามคน …​ทั้งสามนี้ เป็นคนสำคัญที่จะสืบเชื้อสายของเขาต่อไป

6:11 คำว่าเสื่อมทรามนี้  ฮีบรูว่า שָׁחַת ขาคัท หมายถึงหายนะ ถูกทำลาย   ในโลกเต็มด้วยความชั่ว ความรุนแรง ที่สืบเนื่องมาจากคาอิน ต่อมาจนถึงลูกหลานของเนฟิลที่จับผู้หญิงที่เป็นมนุษย์มาทำร้ายตามใจตัวเองต่อเนื่องกันมา เบื้องหลังคือ ศัตรูของพระเจ้าต้องการที่จะทำลายความเป็นมนุษย์ให้หมดไป เชื้อสายของพระเจ้าที่เป็นมนุษย์จะไม่ได้มาเกิดเพื่อทำลายมัน

6:12 สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  พระเจ้าทรงมองลงมา ไม่มีใครทำดีเลย  สภาพของโลกเสียหายจนไม่อาจกลับคืนมาได้อีก 

เตรียมสร้างนาวา
6:13  ในภาษาเดิมว่า บาซาร์ คือเนื้อหนัง ร่างกาย บุคคล  เหล่านี้จะไม่มีอยู่ต่อไป
พระเจ้าไม่ได้ทรงส่งอุกกาบาตลงมา แต่พระเจ้าจะใช้แผ่นดินโลกนี้ทำลายล้างคนชั่วสายพันธุ์ที่ไม่อาจกลับคืนมาได้อีก  ทรงตั้งพระทัยเอาน้ำที่มีมหาศาลนี้เอง จัดการกับคนชั่วเหล่านี้  

6:14-16  สัดส่วนของนาวาคือ  300x50x30 ศอก เปลี่ยนเป็นฟุตจะได้ใกล้เคียง  510x85x51 ฟุต แบ่งเป็นสามชั้น และคำนวนแล้ว จะมีความจุประมาณ 1.88 ล้านลูกบาศก์ฟุต   มีหลังคา ช่องสูงที่เว้นไว้ ซึ่งจะทำให้มีอากาศเข้าไปได้ ยังมีประตูเพื่อให้สัตว์และคนได้เข้าไปในเรือ แน่นอนคงต้องมีทางลาดเพื่อให้พวกเขาขึ้นไปได้
ประตูบานเดียว ทำให้เรานึกถึงผู้เดียวเท่านั้นที่จะนำเราไปถึงพระบิดา องค์พระผู้สร้างได้ !
( ยอห์น 14:6)



6:17  หนังสือ 2 เปโตร 2:4-9 ได้กลับมากล่าวถึงเหตุการณ์นี้อีกครั้ง   ทุกสิ่งที่มี  ลมหายใจแห่งชีวิต   רוח החיים     รูอัค ฮาคายิม )  จะถูกทำลายสิ้น 
พระคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึงน้ำท่วมครั้งนี้   มัทธิว  24:37–39; ลูกา17:26–27; ฮีบรู 11:7; 1เปโตร 3:20; 2 เปโตร 2:5; 3:5–6.

6:18 แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงมีหนึ่งคนเป็นที่โปรดปราน  เขาและครอบครัวมีเพียง 8 คน เขาจะเป็นคนที่ต้องอยู่กับสัตว์ทั้งหลายในนาวา ช่วงที่น้ำท่วม อย่างมีสันติ 
พระเจ้าทรงบอกว่าจะทรงทำพันธสัญญากับโนอาห์ นี่เป็นครั้งแรกในพระคัมภีร์ที่กล่าวว่าพระเจ้าจะทรงทำพันธสัญญากับมนุษย์ เนื้อหาพันธสัญญาอยู่ใน ปฐมกาล 9:9-17  ครอบครัวของโนอาห์รับเกียรติยิ่งใหญ่ รับการปกป้องจากพระเจ้าด้วยพันธสัญญานี้    

ผู้โดยสารที่ประหลาด
6:19 สิ่งที่โนอาห์ต้องทำคือ ให้สัตว์เข้าไปในนาวาเป็นคู่ พระเจ้าทรงเตรียมให้สัตว์เหล่านี้ออกลูกหลานอีกครั้งเมื่อการล้างโลกเสร็จสิ้นลง  เป็นเหมือนการรื้อฟื้นสัตว์เหล่านี้ขึ้นมาใหม่ 

6:20 เราอาจสงสัยว่า เขาจะไปตามหาพวกสัตว์เหล่านี้ได้อย่างไร พระเจ้าทรงเตรียมไว้แล้ว ตรัสว่า มันจะมาหาเจ้าอย่างละคู่ พระเจ้าทรงสั่งมันมาทรงเลือกคู่ที่ทรงประสงค์เอง 

6:21 พระเจ้าทรงให้เขาเตรียมอาหารไว้สำหรับเวลาที่ต้องอยู่ในนาวา หน้าที่ส่วนนี้ ต้องใช้เวลา ต้องมีการตากพืชบางอย่าง ต้องเก็บจากพื้นดินและเอามาสะสมไว้ในนาวา

6:22 ไม่ว่าพระเจ้าทรงสั่งอะไร โนอาห์ก็ทำตามทุกอย่าง เขาเป็นคนที่เชื่อฟัง และไม่ต้องมีข้ออ้างใด ๆ  ไม่เคยสร้างนาวา  ทำไมต้องสร้างบนดิน ฯลฯ ไม่มีคำเหล่านี้ออกจากปากของโนอาห์เลย 

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 6
1* ปฐมกาล 1:28
2*เฉลยธรรมบัญญัติ 7:3-4
3* กาลาเทีย 5:16-17;
2 เธสะโลนิกา 2:7; สดุดี 78:39
4* กันดารวิถี 13:32-33
5* ปฐมกาล 8:21

6* 1 ซามูเอล 15:11, 29 ; อิสยาห์ 63:10;
มาระโก 3:5
7* ปฐมกาล 7:4, 23
8* ปฐมกาล 19:19
9* 2 เปโตร 2:5; ปฐมกาล 5:22, 24
10* ปฐมกาล 5:32; 7:13
11* โรม  2:13; เอเสเคียล 8:17
12* สดุดี 14:2 53:2-3; 14:1-3

13* 1 เปโตร 4:7; ปฐมกาล 6:17;
2 เปโตร 2:4-10
17* 2 เปโตร 2:5; 3:6 ; ลูกา 16:22
18* ปฐมกาล 8:20-9:17; 17:7; 7:1, 7, 13
19* ปฐมกาล 7:2, 8, 9,14-16
20* ปฐมกาล 7:9, 15
22* ปฐมกาล 7:5; 12:4,5; 7:9, 16;
1 ยอห์น 5:3

บรรณานุกรม
https://bibleproject.com/podcasts/gods-spirit-flood-narrative

https://enduringword.com/bible-commentary/genesis-6/
https://netbible.org/bible/Genesis+6
Study Bible , ESV MacArthur. Holy Bible Study version (New testament and Old testament ) (Function). Kindle Edition.

https://thebiblicalmind.org/article/male-violence-against-women-in-genesis/  Dr. Matthew J. Lynch

 The Roots of Violence: Male Violence against Women in Genesis
https://www.youtube.com/watch?v=6icv013EFS0


มัทธิว 17 พระวรกายแท้ของพระเยซู

พระกายมนุษย์เปลี่ยนสู่
พระกายเต็มด้วยพระสิริ
1  หกวันต่อมา พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นน้องชายยากอบขึ้นไปบนภูเขาสูงเพียงลำพัง  2 ขณะที่เขามองไปนั้น พระวรกายของพระเยซูก็เปลี่ยนไป พระพักตร์มีแสงฉายออกมาสว่างสุดใสดั่งดวงอาทิตย์  และฉลองพระองค์ก็ขาวเจิดจ้าดั่งความสว่าง  
3  แล้วโมเสสกับเอลียาห์ก็ปรากฏขึ้น ต่อหน้าพวกเขา ทั้งสองสนทนากับพระเยซู  
4 เปโตรทูลพระเยซูว่า “พระองค์เจ้าข้า ดีจริง ๆ ที่พวกเราได้มาอยู่ตรงนี้  หากพระองค์ทรงพอพระทัย ข้าพเจ้าจะสร้างพลับพลาขึ้นสามหลัง สำหรับพระองค์หนึ่งหลัง  อีกหลังสำหรับท่านโมเสส และอีกหลังสำหรับท่านเอลียาห์”



5 ขณะที่เปโตรกำลังพูดอยู่นั้น  ก็มีพระสุรเสียงดังขึ้นมาจากเมฆที่ปกคลุมพวกเขา “ผู้นี้ คือลูกชายเรารักมาก และเราพอใจเขามาก จงเชื่อฟังเขาเถิด”
6 เมื่อศิษย์ทั้งสามได้ยินเสียงนั้น พวกเขาก็ตกใจมากถึงกับล้มลงหน้าซบดิน 
7 แต่พระเยซูเสด็จมาหาและแตะต้องพวกเขา ตรัสว่า “ลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวไปเลย” 
8  เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมา ก็ไม่เห็นใคร พระเยซูทรงอยู่เพียงผู้เดียว 
9 ขณะที่พวกเขากำลังลงมาจากภูเขา พระเยซูทรงกำชับไม่ให้พวกเขาบอกใครเรื่องสิ่งที่เห็น จนกว่า บุตรมนุษย์จะคืนชีพจากความตาย 



10  แล้วพวกศิษย์ทูลถามว่า
“เหตุใดธรรมาจารย์ทั้งหลายกล่าวว่า เอลียาห์ต้องมาก่อนพระเจ้าข้า?”
11 พระเยซูตรัสตอบว่า “พวกเขาพูดถูกแล้ว เอลียาห์ต้องมาก่อน และเขาจะทำให้ทุกสิ่งคืนสู่สภาพที่ควรจะเป็น
12 แต่เราขอบอกพวกเจ้าว่า เอลียาห์ได้มาแล้ว และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นท่าน พวกเขาทำกับท่านตามใจตนเอง  บุตรมนุษย์เองก็จะต้องทนทุกข์เพราะพวกเขาเช่นกัน
13 นั่นเองที่ทำให้ศิษย์ทั้งหลายเข้าใจว่า พระเยซูกำลังตรัสถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมา

พระเยซูทรงรักษาเด็กที่ถูกผีทำร้าย

14 เมื่อพระเยซูกลับมายังฝูงชนอีก มีชายคนหนึ่งมาคุกเข่ากราบลงต่อพระพักตร์
15  ทูลว่า “พระองค์เจ้าข้า ขอทรงเมตตาต่อลูกชายข้าพเจ้าด้วย เขาเป็นโรคลมชักที่ทรมานเขามาก เพราะเขาตกในกองไฟ และตกน้ำบ่อย ๆ
16 ข้าพเจ้าพาเขามาหาศิษย์ของพระองค์แล้ว แต่พวกเขารักษาลูกชายไม่ได้”
17 พระเยซูตรัสตอบว่า “เจ้าทั้งหลายในยุคที่ขาดความเชื่อและดื้อรั้น เราต้องอดทนต่อพวกเจ้านานเท่าไรกัน? ไป ไปพาลูกชายของเจ้ามาหาเราที่นี่”
18  แล้วพระเยซูทรงบัญชากำราบผีนั้น มันจึงออกมาจากเด็กชาย และเขาก็หายเป็นปกติทันที! 
19 แล้วพวกศิษย์ก็มาหาพระเยซูเมื่อพระองค์ทรงอยู่ลำพัง ทูลถามว่า “เหตุใดพวกเราจึงขับไล่ผีออกไม่ได้พระเจ้าข้า?”

20 “ก็เพราะพวกเจ้านั้น มีความเชื่อน้อยเหลือเกิน เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า หากเจ้ามีความเชื่อแค่ขนาดของเมล็ดมัสตาร์ด เจ้าก็จะสั่งภูเขานี้ว่า  ‘จงออกไปจากที่นี่ไปที่นั่น’  มันก็จะเคลื่อนไป ทุกอย่างจะเป็นไปได้สำหรับเจ้า (หรือไม่มีสิ่งใดที่จะเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้า)
(21 ผีประเภทนี้ จะออกมาได้ก็ด้วยการอธิษฐานและอดอาหารเท่านั้น)

พระเยซูตรัสเรื่องการสิ้นพระชนม์
22 ขณะที่ศิษย์ของพระเยซูมาถึงกาลิลี พระเยซูตรัสว่า “บุตรมนุษย์จะถูกมอบให้กับมือมนุษย์”
23 พวกเขาจะประหารท่าน และท่านจะคืนชีพในวันที่สาม”  และพวกศิษย์ก็พากันโศกเศร้าเป็นทุกข์อย่างยิ่ง

เรื่องภาษีพระวิหาร
24 เมื่อพระเยซูกับศิษย์ทั้งหลายมาถึงเมืองคาเปอรนาอุมแล้ว  คนเก็บภาษีพระวิหารก็มาหาเปโตร ถามว่า “อาจารย์ของท่านไม่เสียภาษีพระวิหารหรือ? (เป็นเงิน 2 ดร๊าคมา จ่ายประจำปี อพยพ 30:13-16)

25 เปโตรตอบว่า “ท่านจ่ายสิ” เมื่อเปโตรเข้าไปในบ้าน แต่ก่อนที่เขาจะกล่าวอะไร พระเยซูตรัสว่า “ซีโมน เจ้าคิดอย่างไรหรือ? กษัตริย์ต้องเก็บภาษีจากใครกัน จากราชบุตรของท่านหรือจากคนอื่น?”

26 เปโตรตอบว่า “คนอื่นสิ พระเจ้าข้า” “นี่ก็หมายความว่า ราชบุตรของท่านรับการยกเว้นสินะ
27 แต่เราไม่ต้องการให้พวกเขาไม่สบายใจ ดังนั้นเจ้าจงไปตกเบ็ดที่ทะเล  จงเปิดปากปลาตัวแรกที่เจ้าจับขึ้นมานั้น เจ้าจะพบเหรียญหนึ่งสตาเต (มีค่าเท่ากับ สี่ดร๊าคมา)  ให้เอาเหรียญนั้นไปจ่ายภาษีพระวิหารสำหรับเจ้าและเรา”

อธิบายเพิ่มเติม

พระกายมนุษย์เปลี่ยนสู่พระกายเต็มด้วยพระสิริ
17:1-3 ภูเขาที่ขึ้นไปคือภูเขาเฮอร์โมน สูง 9400 ฟุตจากระดับน้ำทะเล พระเยซูทรงเลือกศิษย์สามคนคือ เปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงเพื่อให้พวกเขาได้เห็นความจริงบางอย่างที่ไม่คาดคิด
แล้วพระวรกายของพระเยซูก็เปลี่ยนไป เป็นพระเยซูที่มีแสงสว่างจ้าส่องออกมา ฉลองพระองค์ที่เป็นผ้าแบบพวกเขาก็กลับกลายเป็นเสื้อคลุมขาวเจิดจ้ามาก ตอนนั้นทั้งสามก็ตกใจพอสมควร
ที่ทำให้ตกใจขึ้นไปอีกคือ มีโมเสส กับเอลียาห์ยืนสนทนากับพระเยซูด้วย!
ศิษย์สามคนที่ขึ้นไปนั้น ได้เห็นโมเสสกับเอลียาห์ ซึ่งถ้าคิดให้ดีเท่ากับท่านทั้งสองเป็นตัวแทนของบทบัญญัติและผู้เผยพระดำรัสของพระเจ้า เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของท่านทั้งสองชี้มายังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระเมสสิยาห์คือองค์พระเยซูคริสต์อย่างชัดเจน

17:4 อีกแล้วที่เปโตรพูดเหมือนเป็นตัวแทนศิษย์ทุกคน เขากำลังกล่าวถึงพลับพลาในเทศกาลอยู่เพิงไหมนะ? เหมือนกับเขากำลังเอ่ยว่า เขาอยากจะกลับไปในบรรยากาศที่คนอิสราเอลเข้าไปอยู่ในเพิงในเทศกาลนั้น เพื่อระลึกถึงการเดินทางออกมาจากอียิปต์ แต่ในอีกแง่หนึ่ง เขากำลังเทียบพระเยซูเท่ากับผู้รับใช้ทั้งสองของพระเจ้าในอดีต ทั้งที่พระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่ามากนัก
17:5 ครั้งนี้ พระเจ้าพระบิดาตรัสทั้งที่เปโตรยังพูดไม่เสร็จดี …​สิ่งสำคัญคือ การเชื่อฟังพระบุตรที่พระองค์ทรงรักมาก … ไม่ต้องมีความคิดอื่น ๆ จำได้ไหม พระบิดาเคยตรัสคำเช่นนี้มาก่อน ย้อนกลับไปดู มัทธิว 3:17; อิสยาห์ 42:1 ก็มีข้อความคล้ายคลึงกัน
พระเจ้าตรัสให้เชื่อฟังพระเยซู ตามหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ 18:15 .. ท่านต้องรับฟังเขา


17:9 ขณะที่กำลังตกใจกลัวมาก ๆ พระเยซูตรัสห้ามไม่ให้พวกเขาบอกใครก่อนที่พระองค์จะเป็นขึ้นมาจากความตาย เหตุการณ์นี้ต้องเปลี่ยนความคิดของศิษย์ทั้งสามไปไม่น้อย
พวกเขาคงไม่เข้าใจการตรัสถึงการคืนพระชนม์ แม้พระองค์จะทรงบอกเขาก่อนมาล่วงหน้าหลายครั้งแล้วก็ตาม

17:10-13 แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นมา พวกเขาเห็นเอลียาห์กับโมเสส พูดคุยกับพระเยซูราวกับรู้จักกันมาก่อน ทำให้คิดถึงหนังสือมาลาคี 4:5-6 ที่กล่าวว่า เอลียาห์จะมาก่อนวันของพระเจ้า ซึ่งเหล่าธรรมาจารย์ก็คิดเช่นนั้น
พระเยซูทรงตอบชัดเจนว่า เอลียาห์ที่มาเตรียมทางให้นั้นมาแล้ว แต่เหล่าธรรมาจารย์ก็ไม่ได้รู้ว่า ท่านคือเอลียาห์ และทุกคนก็ข่มเหงยอห์นโดยไม่รู้ตัว ทำให้ศิษย์เข้าใจทันทีว่า เอลียาห์ที่มานั้น ก็คือ ยอห์นผู้ให้บัพติศมานั่นเอง

พระเยซูทรงรักษาเด็กที่ถูกผีทำร้าย
17:14- 16 หลังจากนั้น พระเยซูทรงกลับมาหาฝูงชน ปรากฏว่า มีคุณพ่อคนหนึ่งมาขอให้พระเยซูช่วยลูกที่เป็นลมชัก ตกในกองไฟ ตกน้ำเป็นประจำ พอเห็นอาการดังนี้ ก็รู้ได้ว่า เด็กถูกมารทำร้าย
เราจะเห็นจากบทก่อนหน้านี้ ศิษย์ของพระเยซูมีทั้งความเชื่อ และความสงสัยสลับกันไป ยังมีความไม่เข้าใจในหลาย ๆ เรื่อง หากเป็นเรา ตามพระเยซูไปเหมือนพวกเขา ก็คงยังไม่กระจ่างแจ้งเช่นกัน

17:17-18 พระเยซูตรัสว่า พวกเขาขาดความเชื่อ (ทรงกล่าวเช่นกันในมัทธิว 15:33, 8:26, 14:31,16:8, 17:20) จากคำตรัสของพระองค์ เราคิดออกไหมว่า อารมณ์ของพระองค์ตอนนั้นเป็นอย่างไร อำนาจของพระเจ้ามีอยู่แล้ว แต่การที่คนของพระองค์ไม่พร้อมที่จะใช้อำนาจนั้น ไม่เชื่อ ไม่เข้าใจ คนที่ถูกผีรังควาญ ก็จะไม่หลุดจากการรังควาญ
เมื่อเด็กคนนั้นมาถึงพระเยซู พระองค์ทรงบัญชากำราบผี มันก็ออกมาจากเขาทันที แค่พระองค์ตรัสกำราบมันก็ไปแล้ว

17:19-21 อย่าลืมว่า ครั้งที่พระเยซูทรงส่งพวกเขาออกไปเป็นคู่ ในมัทธิว 10:6-8 พวกเขาได้ทำการไล่ผีออกจากคนที่ถูกทรมาน พวกเขามีความเชื่อในเวลานั้น แต่ความสำเร็จครั้งนั้นไม่ได้ประกันว่า ครั้งต่อไปจะสำเร็จ
พระเยซูทรงบอกเหตุผลให้รู้คือ พวกเขาขาดความเชื่อ และในข้อ 21 บอกด้วยว่า ผีแบบนี้จะออกได้ด้วยการอธิษฐานและอดอาหารเท่านั้น ซึ่งทำให้เราประเมินได้ว่า ชีวิตจะต้องใกล้ชิดพระเจ้าเสมอ เพราะหน้างานที่เจอกับคนที่มีผีสิง จะมัวมาอธิษฐานอดอาหารก็ไม่ได้ แต่ต้องมีชีวิตประจำวันที่ใกล้ชิดกับพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์เหนือมารเหล่านี้

หันกลับมาข้อ 20 ความเชื่อที่พวกเขาต้องมีคือการยอมต่อพระเจ้า ความเชื่อเล็กน้อยแค่เมล็ดมัสตาร์ดซึ่งเล็กมาก ก็เท่ากับว่า มีความเชื่อในพระเจ้าแล้ว ที่พระเยซูตรัสถึงการสั่งภูเขาให้เคลื่อนไปนั้น บางท่านอาจคิดว่าต้องเป็นการอัศจรรย์ที่ได้เดี๋ยวนั้น แต่ในชีวิตจริง ความเชื่อบางกรณีอาจได้ทันที และบางเรื่องอาจใช้เวลาในการอธิษฐาน จนกระทั่งพระเจ้าให้สำเร็จได้ เวลาในการอยู่กับพระเจ้า และเข้าเฝ้านั้นจะทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้ โดยที่สิ่งเหล่านั้นเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าอยู่แล้ว .. (1 ยอห์น 5:14)
เราเห็นผู้รับใช้ที่ใกล้ชิดพระเจ้าในปัจจุบันไล่ผีออกได้จริง แต่คน ๆ นั้นเขามีความใกล้ชิดกับพระเจ้าทุกวัน ต่อเนื่อง ผลที่ได้คือความเชื่อที่ช่วยให้คนพ้นจากอำนาจมาร
ภูเขาที่พระเยซูตรัสถึงนั้นคืออุปสรรคทั้งหลายที่ขัดขวางน้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิตเรา เราอธิษฐานให้ คนในครอบครัวหรือเพื่อนที่หัวรั้นมารู้จักพระเจ้าเราอาจใช้เวลาหลายปีก็ได้ แต่ภูเขาแห่งความดื้อด้าน ท้าทายพระเจ้านั้นจะเคลื่อนออกไปแน่

เรื่องภาษีพระวิหาร
ผู้ชายอายุ 20 ปีขึ้นไป จะเสียภาษีพระวิหารปีละ สองดร๊าคมา (เท่ากับค่าจ้างรายวันสองวัน) เพื่อช่วยดูแล บำรุงพระวิหาร (อพยพ 30:13-14) แต่ถ้าคิดตามความจริงแล้ว พระบิดาทรงเป็นเจ้าของพระวิหาร พระองค์ย่อมไม่เก็บภาษีจากพระบุตร แต่เพื่อให้ไม่มีปัญหา พระเยซูทรงให้เปโตรไปหาเงินด้วยการตกเบ็ด แล้วจะได้เงินจากปากปลาสี่ดร๊าคมา เพื่อจ่ายเป็นภาษีของพระองค์เและเปโตร
ตรงนี้ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ในโลกปัจจุบัน คนที่เรียกร้องสิทธิ์ หรือเอาสิทธิของคนอื่นมาทำประโยชน์เพื่อตนเองมีดาษดื่น พระเยซูทรงทำให้เราเห็นว่า พระองค์ทรงยอมเสียสิทธิ์ของพระองค์ทั้งเรื่องเล็ก ไม่ให้ผู้คนครหา ไม่ให้เกิดเรื่อง และเรื่องใหญ่ ๆ ที่ทรงยอมเสียสิทธิ์ของพระองค์ในฐานะบุตรมนุษย์ที่ไม่เคยทำบาป แต่กลับไปรับโทษบาปของทุกคนบนไม้กางเขน
พระคำตอนนี้ทำให้เราเห็นพระนิสัยอันอ่อนโยนของพระองค์ในอีกแง่อย่างไม่คาดฝัน ส่วนเรื่องปลานั้นก็เป็นเรื่องการอัศจรรย์ที่ไม่ได้ใหญ่โต แต่ชัดเจนว่า พระองค์ทรงสั่งได้ทุกอย่างในโลกนี้!

พระคำเชื่อมโยง

มัทธิว 17
1*มาระโก 9:2-8
2* 2 เปโตร 1:17; มาระโก 1:11; มัทธิว 3:17; 12:18;
เฉลยธรรมบัญญัติ  18:15, 19
6* 2 เปโตร 1:18
7* ดาเนียล 8:18
10* มาลาคี 4:5
11* มาลาคี 4:6
12* มาระโก 9:12-13;มัทธิว 14:3, 10; 16:21




13* มัทธิว 11:14
14* มาระโก 9:14-28
17* ฟีลิปปี 2:15
18* ลูกา 4:41
20* ลูกา 17:6
22* มาระโก 8:31
23* มาระโก 15:37; กิจการ 10:40; ยอห์น 16:6; 19:30
24* มาระโก 9:33
25* อิสยาห์