ปฐมกาล 3 วันเริ่มต้นบาป

 Line Engraving, 19Th Century

ศัตรูหน้างูมาหลอกลวง
1 งู เป็นสัตว์ที่ฉลาดแกมโกง มากกว่าสัตว์ป่าทั้งหลายที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา  วันหนึ่งงูกล่าวแก่หญิงนั้นว่า “จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า เจ้าจะต้องไม่กินผลไม้จากต้นใด ๆ ในสวนแห่งนี้?” 
2 เธอตอบงูว่า
“เรากินผลไม้จากทุกต้นในสวนได้ 
3 แต่พระเจ้าทรงบอกเราว่า ‘เจ้าจะต้องไม่กินผลไม้จากต้นที่อยู่กลางสวน และเจ้าจะต้องไม่แตะมันด้วย ถ้าเจ้าทำ เจ้าจะตาย’”
4 แต่งูพูดกับเธอว่า “โอย.. เจ้าจะไม่ตายหรอก
5 เพราะพระเจ้าทรงรู้ว่า เมื่อใดที่เจ้ากินผลไม้จากต้นไม้นั้น ตาของเจ้าจะสว่างขึ้น   เจ้าจะเป็นเหมือนกับพระเจ้า เจ้าจะรู้ดีรู้ชั่วเชียวนะ”
6 เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นงามน่ากินและผลของมันก็ดูดี แล้วมันยังจะทำให้ฉลาดขึ้นอีก  เธอจึงเด็ดผลไม้จากต้นนั้นมากิน แล้วยังนำไปให้สามีที่อยู่กับเธอด้วย  และเขาก็กินผลไม้นั้น!
7 และแล้ว ทั้งสองก็ตาสว่าง เห็นว่าตนเองเปลือยอยู่  ดังนั้นจึงนำใบมะเดื่อมาเย็บต่อกันเพื่อช่วยปกปิดร่างกายของตน 

พระเจ้าทรงบอกอนาคต
8 เย็นวันนั้น ขณะมีลมเย็น ๆ พัดมา ทั้งสองก็ได้ยินเสียงพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าดำเนินในสวน  และชายนั้นกับภรรยาของเขาก็หลบซ่อนตัวจากพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าท่ามกลางแมกไม้ในสวน 

9 แต่พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงเรียกชายนั้น ตรัสว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน?”
10 ชายนั้นทูลตอบว่า “ข้าพเจ้าได้ยินพระองค์ดำเนินในสวน และข้าพเจ้ากลัวเพราะเปลือยกายอยู่ จึงซ่อนตัวพระเจ้าข้า”
11  พระองค์ตรัสถามว่า “ใครบอกว่าเจ้าเปลือยกายอยู่? นี่เจ้ากินผลไม้จากต้นที่เราสั่งห้ามอย่างนั้นหรือ?” 
12 ชายนั้นกล่าวว่า “พระองค์ประทานหญิงคนนี้ให้ข้าพเจ้า และเธอเอาผลไม้จากต้นนั้นมาให้ ข้าพเจ้าจึงกินเข้าไป”  13 แล้วพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าตรัสถามหญิงนั้นว่า “เจ้าทำอย่างนั้นไปได้อย่างไร?” เธอทูลตอบว่า “เจ้างูได้ล่อลวงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงกินผลไม้นั้นเจ้าค่ะ”
14 พระยาห์เวห์องค์พระเจ้า
จึงตรัสกับงูว่า
“จากสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่าทั้งปวงในทุ่ง เจ้าเองเป็นตัวที่ถูกสาปแช่ง
เพราะการกระทำของเจ้าในครั้งนี้  
เจ้าจะต้องใช้ท้องเลื้อยคลานไป
และต้องกินดินไปตลอดชีวิตของเจ้า”
15 เราจะทำให้เจ้ากับหญิงนั้น
เป็นปฎิปักษ์ต่อกัน 
ทั้งเชื้อสายของเจ้าและเชื้อสายของเธอก็จะเป็นอริกัน
เขาจะทำให้หัวของเจ้าแหลก
และเจ้าจะฉกกัดเท้าของเขา


การลงโทษมนุษย์
16 แล้วพระเจ้าตรัสกับหญิงผู้นั้นว่า
“เราจะให้เจ้าต้องพบความเจ็บปวด
อย่างมาก เมื่อเจ้าคลอดบุตรเจ้าจะคลอดบุตรด้วยความเจ็บปวดยิ่งนัก
แต่เจ้าก็ยังต้องการสามีของเจ้า
แต่เขาจะปกครองเจ้า” 

17 และพระเจ้าตรัสกับอาดัมว่า
“เพราะเจ้าฟังเสียงของภรรยา และ
กินผลจากต้นไม้ที่เราสั่งห้ามไว้
แผ่นดินจึงถูกสาปเพราะเจ้า
เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินอย่าง
ยากลำบากตลอดชีวิต 
18 ไม้หนาม พืชหนามจะงอกขึ้นแก่เจ้า
และเจ้าจะกินพืชจากทุ่ง 
19 ด้วยงานหนักเหงื่ออาบหน้า เจ้าจึงจะมีกิน ต่อมาเจ้าจะกลับไปเป็นดิน เพราะเจ้ามาจากดิน เพราะเจ้าเป็นผงดิน
เจ้าจะกลับไปเป็นผงดินดังเดิม”

20 อาดัมตั้งชื่อภรรยาว่า เอวา เพราะเธอเป็นแม่ของมนุษยชาติ 

ถูกไล่ออกจากสวนแห่งเอเดน
21พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงทำเสื้อ
จากหนังสัตว์ให้อาดัม และภรรยา
ของเขาสวมใส่
22 และแล้วพระยาห์เวห์องค์พระเจ้าตรัสว่า
มนุษย์ได้กลายมาเป็นเหมือนพวกเราแล้ว  พวกเขามีความรู้ดีรู้ชั่ว
เราต้องไม่ให้เขาไปเด็ดผลจากต้นไม้แห่งชีวิต
ไม่อย่างนั้นเขาจะมีชีวิตตลอดไป
23 ดังนั้น พระยาห์เวห์องค์พระเจ้าทรงไล่เขาออกไปจากสวนแห่งเอเดน ให้ทำการปลูกพืชบนดินซึ่งใช้สร้างเขามา 24 หลังจากที่พระองค์ทรงขับไล่เขาออกไปแล้ว
ก็ทรงตั้งเครูบและตั้งดาบเพลิงที่หมุนได้รอบทิศ ไว้ทางตะวันออกของสวนแห่งเอเดน เพื่อปกป้องทางที่จะไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิต

อธิบายเพิ่มเติม

ศัตรูหน้างูมาหลอกลวง
3:1-3 บทนี้ เราจะพบว่า ผู้หญิงที่พระเจ้าทรงมอบให้อาดัมนั้น เกิดไปพบกับงู ซึ่งเป็นศัตรูของพระเจ้า และผลจากการพบครั้งนั้น ยังคงอยู่สืบต่อมาจนทุกวันนี้ …​
มันเป็นสัตว์ที่ฉลาด โกง เจ้าเล่ห์ที่สุด และวันที่มันพบกับผู้หญิงของอาดัม มันสามารถพูดได้  และดูจากการคุยกัน ดูเหมือนว่าน่าจะเคยเห็นกันมาก่อนทั้งสองฝ่าย

3:4-5 แต่ตรงนี้เองที่งูเอ่ยคำที่ทำให้เธอสงสัยในความเที่ยงตรงของพระเจ้า  เพราะมันกำลังเสนอว่า ที่พระเจ้าทรงห้ามนั้น เพื่อให้เธอไม่ได้ก้าวข้ามไปสู่ความเป็นพระ ที่รู้แจ้งทุกเรื่อง  หากทั้งสองกินผลจากต้นรู้ดีรู้ชั่ว ทั้งสองจะก้าวสู่ความเป็นพระ  นี่เป็นการล่อลวงชวนให้มนุษย์ก้าวข้ามเขตหวงห้ามที่งูเสนอว่า พระเจ้าทรงวางไว้  เป็นเขตที่พระเจ้ากั้นจากพวกเขา  (net)

3:6 สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากคุยกับงู และคิดตามงู  คือ หญิงนั้นมองผลไม้ แล้วมีความเห็นอย่างที่งูแนะ ผลน่ากิน ดูดี แล้วงูยังบอกว่ากินแล้วจะเป็นเหมือนพระเจ้า   จึงเด็ดผลไม้  กินเข้าไป  นำไปให้สามี และเขาก็รับมากินด้วย!  น่าเสียดายเหลือเกิน เขาทั้งสองมีพระลักษณะของพระเจ้าอยู่ในตัวอยู่แล้ว พอกินเข้าไป
จึงได้ลบพระลักษณะของพระเจ้าบางส่วนออกไปจากตัว!  เมื่อไม่เชื่อพระเจ้าโลกที่แสนดี จะกลายเป็นโลกที่ถูกแช่งสาป นี่เป็นวันแรกแห่งความ มืดมิดฝ่ายวิญญาณ!
ข้อนี้ ทำให้เราเห็นตัวเอง หากเรายอมฟังคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า ฟังและดูโซเชียลเยอะ ๆ  และคิดตามเขา ตรงข้ามกับพระเจ้า ผลที่ได้ก็จะเหมือนหญิงคนนี้
ท่านเปาโลบอกชัดว่า คนที่ตั้งใจผิดในเรื่องนี้คืออาดัม 1 ทิโมธี 2:13-14 13 ด้วยว่าอาดัมถูกปั้นขึ้นก่อนเอวา 14 และอาดัมไม่ได้เป็นคนที่ถูกหลอกลวง ผู้หญิงต่างหากที่ถูกหลอกลวงและกลายเป็นผู้ทำบาป
3:7 ทันใดนั้น สิ่งที่มารบอกก็เกิดขึ้นจริง เขาเริ่มรู้จักความชั่วแล้ว แต่ก่อนรู้จักแต่ความดี  การหลอกลวงที่เชี่ยวชาญนี้ทำให้ชายหญิงคู่แรกของโลกที่เป็นคนเรียบง่ายไร้เดียงสา กลายเป็นคนบาปที่ผิดต่อพระเจ้าไปแล้ว ตาเปิดออกและพวกเขาก็เห็นว่าตนเองเปลือย น่าอาย  แล้วจึงพยายามหาใบไม้มาปกปิดร่างกาย  โลกแห่งความสุขที่เคยมีนั้น ไม่ได้มีอีกต่อไป เริ่มเป็นทุกข์ใจเพราะรู้อยู่ว่าได้ทำอะไรลงไป  
โรม 5:12 กล่าวว่า บาปเข้ามาในโลกเพราะมนุษย์คนเดียว … เราจะไปโทษเขาก็ไม่ได้ หากเราอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น 
 บาปได้เข้ามา ความตายตามมา ความตายแพร่กระจายไปสู่ทุกคน มันจึงครอบครองคนทั้งโลก ดังนั้น เราจึงต้องการพระเยซูผู้ที่ความตายไม่อาจยึดพระองค์ไว้ได้มาช่วยเราจากความตายอันน่าสะพรึงกลัวนี้    

พระเจ้าทรงบอกอนาคต
3:8 ดูเหมือนเป็นเวลาที่พระเจ้าจะเสด็จเข้ามาในสวนอยู่แล้ว น่าจะเป็นเวลาที่พระองค์ตรัสสนทนากับทั้งอาดัมและภรรยาของเขา  แต่วันนี้มโนธรรมฟ้องในใจว่า ทำผิดต่อพระเจ้า  เขารู้ทั้งดีและชั่วแล้ว   พวกเขาจึงหลบซ่อนตัว

3:9-10   พระเจ้าทรงทราบอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แทนที่พระองค์จะทรงเรียกตัวเขาออกมาลงโทษ  หรือพิโรธใส่เขา  พระองค์กลับทรงถามเขาให้มีโอกาสที่จะตอบพระองค์  ที่ไหน? เป็นคำถามแรก.. เป็นเหมือนสะพานที่จะทำให้เกิดการสนทนาหลังจากที่เขาได้ทำผิด พระองค์ทรงรู้อยู่แล้วว่า เขาแอบตรงไหน

นี่เป็นพระเมตตาของพระเจ้าต่อครอบครัวใหม่ และกับเราที่เป็นคนบาปทุกคนด้วย
อาดัมตอบด้วยความจริงใจว่า เขากลัว เขาซ่อนตัว เพราะเปลือยกายอยู่

3:11-12  คำถามต่อมาคือ ใคร..เป็นคนบอกว่าเขาเปลือยกาย? พระองค์ทรงสรุปให้พวกเขารู้ว่า ทรงรู้ว่าเขากินผลไม้ที่ทรงห้ามไปแล้ว ทรงถามอีกว่า กินผลไม้นั้นไปแล้วหรือ? พระองค์ทรงถามให้เขาตอบและอาดัมก็ปัดความผิดไปให้พระองค์ และภรรยาทันที เขาเป็นคนที่ต้องห้ามภรรยา แต่ก็ไม่ได้ทำกลับกินผลไม้ตามภรรยาเข้าไป   การโยนความผิดไปให้คนอื่นนี้ เกิดมาตั้งแต่โลกเริ่มต้นใหม่ ๆ และยังคงเป็นพฤติกรรมที่มนุษย์ทำอยู่ไม่เคยเลิกเลย 

3:13  ทรงถามผู้หญิงว่า เธอทำอะไร? เธอก็ตอบได้ชัดว่า ตนเองถูกหลอกลวง นี่ก็เป็นพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่งของมนุษย์คือ  ฉันถูกหลอก ฉันคือเหยื่อ  

3:14 พระเจ้าไม่ได้ทรงถามอะไรงูเลย พระองค์ทรงลงโทษมันในสวนนั่นเอง ทรงสาปแช่งให้มันต้องใช้ท้องเลื้อยไป กินดินไปตลอด ซึ่งมีความหมายถึงชีวิตที่ตกต่ำที่สุด  และทำให้เราพอจะประเมินได้ว่า ก่อนหน้านี้ มันคงมีร่างแบบอื่นคล้ายสัตว์อื่นที่มีขาสี่ขา   และในวันนั้นที่มนุษย์กินผลไม้ที่ต้องห้าม สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่าก็รับผลของบาปนั้นไปด้วย 

3:15 นี่เป็นคำพยากรณ์แรกถึงพระเมสสิยาห์ในพระคัมภีร์ หลังจากที่มนุษย์ได้ทำบาป พระเจ้าก็ทรงให้ผู้หญิงเป็นผู้ที่จะมีเชื้อสาย  จะมีท่านผู้หนึ่งออกมาจากเชื้อสายของหญิง และเชื้อสายผู้นี้จะทำให้หัวงู หัวซาตาน แหลก และมันจะทำให้เท้าของท่านฟกช้ำ
การเป็นศัตรูระหว่างงูกับผู้หญิง (คือมนุษยชาติ)จะมีต่อไป  เป็นศัตรูฝ่ายวิญญาณที่จะพยายามทำลายวิญญาณของมนุษย์ที่จะเกิดมาในโลกทุกคน   
เราจะเห็นว่า มารพยายามทำลายลูกหลาน อาดัมตั้งแต่แรก คายิน ฆ่าเอเบล
มนุษย์ชั่วช้าจนพระเจ้าทรงให้น้ำท่วมโลกตายกันหมด จากนั้น เมื่อเข้าไปอยู่ในอียิปต์ก็ถูกฟาโรห์พยายามฆ่าเด็กผู้ชายทั้งหมด แล้วในสมัยของเอสเธอร์ ก็มีฮามานที่ต้องการฆ่าคนยิวทั้งหมด ฯล ฯ  จนมารได้สมใจอยาก มันได้ประหารพระเมสสิยาห์บนไม้กางเขน แล้วปรากฏว่า มันแพ้
จนวันนี้ อิสราเอลก็ยังถูกจ้องทำร้าย ต้องการให้ชนชาตินี้หมดหายไปจากโลก ไม่มีอิสราเอลบนแผนที่โลกอีกต่อไป ทั้ง ๆ ที่แพ้แล้ว แต่มารก็ไม่ต้องการเห็นพระเยซูเสด็จกลับมาครอง ณ เยรูซาเล็ม มันยังสู้สุดฤทธิ์

การลงโทษมนุษย์
3:16 ผู้หญิงก็ไม่ได้พ้นโทษ  การตั้งครรภ์และการคลอดบุตรจะเป็นความเจ็บปวดอย่างยิ่ง  คำว่า จะยังปรารถนาสามี มีหลายความหมาย  แต่ความหมายที่ชัดตรงนี้ คืออการที่ต้องการจะควบคุมเขา คำเดียวกันใน 4:7  คำฮีบรูว่าเทชูคา תְּשׁוּקָה  คำนี้ มีความหมายว่า เธอต้องการควบคุมเขา และเขาก็จะเป็นคนที่จะปกครอง เป็นหัวหน้าของเธอ

 

3:17-19 อาดัมป้ายความผิดให้พระเจ้าและภรรยา แต่เขาต้องรับโทษของการไม่เชื่อฟัง  ชีวิตที่สบายกลายเป็นชีวิตที่ลำบาก ต้องหากินแบบหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน นึกถึงเวลาที่ยังไม่มีเครื่องมือใด ๆ วันแรกของอาดัมอาจจะต้องใช้มือขุดดินเสียด้วยซ้ำ พระเจ้าทรงให้เขามีอายุยืนถึง 900 ปี เพราะจำเป็นที่เขาจะต้องเรียนรู้การทำไร่ไถนา และประดิษฐ์เครื่องมือจากไม้ และหิน  แล้ววันหนึ่ง เมื่อถึงเวลา เขาจะค่อย ๆ โรยรา ร่างกายจะหมดแรง อวัยวะภายในจะหมดอายุ ไม่ทำงานเหมือนเคย เขาจะสิ้นชีวิต และถูกนำไปฝังดิน กลายเป็นดินเหมือนอย่างที่เขาเป็นมาก่อน   และปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับมนุษย์หลังจากเขาทุกคน 

3:20 และแล้ว อาดัมก็ตั้งชื่อภรรยาของเขาว่า เอวา ฮีบรูว่า חַוָּה คาวาห์ หรือ เอวา หรืออีฟในอังกฤษ เป็นคำที่ให้ความหมายถึงชีวิต และการมีชีวิตอยู่ผู้ให้ชีวิต
การที่อาดัมเลือกชื่อนี้เน้นย้ำถึงพระประสงค์ที่จะให้ให้มนุษยชาติ รุ่งเรืองจากชีวิตที่พระเจ้าประทานให้
เอวาเป็นทั้งคู่ชีวิตของอาดัม และเป็นคนแรกที่มีส่วนในการทำบาป เธอถูกสร้างจากข้างตัวอาดัม เธอคุยกับงู และต่อมาเมื่อมีลูก เธอก็ได้กล่าวคำที่ทำให้เรารู้ว่าเธอเข้าใจพระเจ้ามากพอสมควร เธอเป็นแม่คนแรกของโลก ต้องเรียนรู้อะไรมากมาย มีความถูกความผิดเกิดขึ้นในชีวิตมากมายด้วย เธอเป็นคนที่รับหน้าที่ใน
การทวีจำนวนมนุษย์คนแรก แม้ว่าจะยากลำบากเพียงไรก็ตามในการที่ต้องคลอดลูกออกมา  … ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเธอผู้นี้


3:21 ใบไม้ที่ทั้งสามีภรรยาช่วยกันเย็บ ปกปิดได้ชั่วคราว พระเจ้าทรงฆ่าสัตว์ และถลกหนังมันออกมา ทำเสื้อให้พวกเขาสวมใส่ ทรงสวมให้เขาด้วยพระองค์เอง  นี่เป็นครั้งแรกที่พระเจ้าทรงฆ่าสัตว์เพื่อให้ประโยชน์แก่มนุษย์  จะต้องมีการหลั่งเลือด พวกเขาไม่ได้ตายในเวลานั้น แต่มีสัตว์ที่ตายเพื่อชาย และหญิง  ทั้งสองสวมเสื้อหนังสัตว์ เป็นเสื้อชุดแรกของโลกนี้   พระเจ้าทรงแสดงว่า สัตว์ตัวหนึ่งสามารถมาแทนชีวิตของมนุษย์  และต่อไปพระเจ้าจะค่อย ๆ อธิบายให้มนุษย์เข้าใจมากขึ้น เพราะตอนนี้ ในโลกกลายเป็นโลกที่มีบาปแล้ว พระเจ้าเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้

ถูกไล่ออกจากสวนแห่งเอเดน
3:22 ต้นไม้แห่งชีวิต ปรากฏในวิวรณ์ 22:2 ใบของต้นไม้นี้ รักษาชาติต่าง ๆ ให้หาย
ซึ่งน่าจะหมายถึงการหายโรคต่าง ๆ  และเป็นต้นไม้ที่ให้ชีวิตเพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาในเมืองนั้น   
3:23 พระเจ้าทรงไล่อาดัมออกไปจากสวนแห่งเอเดน .. กลายเป็นว่า จากผู้ดูแลสวน ผู้ปกครองธรรมชาติที่พระเจ้าทรงสร้างมา เขาจะต้องหากินบนผืนดิน ดินที่พระเจ้าทรงใช้ปั้นเขาขึ้นมา และจะไม่มีมนุษย์คนใดเข้าไปในที่แห่งนี้ได้ จนกว่าถึงวันของพระเจ้าที่ทรงกำหนดไว้ 

3:24 พระเจ้าทรงให้เครูบปกป้องสวนแห่เอเดน     เครูบ หรือ คือสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือธรรมชาติที่ทำหน้าที่พิทักษ์ ปกป้อง และจะปรากฏตัวในรูปของสัตว์   อาจเป็นทั้งเดินสี่ขา หรือสองขา  (Cultural) ในสมัยต่อมาเมื่ออิสราเอลเดินทางผ่านถิ่นกันดาร พระเจ้าทรงให้มีเครูบพิทักษ์หีบพันธสัญญาในพลับพลา (อพยพ 25:18–22 )
เครูบใช้ดาบเพลิงหมุนได้รอบทิศเพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์เข้าไปในเขตสวนแห่งเอเดน   

พระคำเชื่อมโยง

ปฐมกาล 3
1* 1 พงศาวดาร 21:1; 2 โครินธ์ 11:3
2* ปฐมกาล 2:16-17
3* อพยพ 19:12-13
4* 2 โครินธ์ 19:12-13
6* 1 ยอห์น 2:16; 1 ทิโมธี 2:14
7* ปฐมกาล 2:25
8* โยบ 38:1; 31:33
10* ปฐมกาล 2:25



12* สุภาษิต 28:13
13* 2 โครินธ์ 11:3
14* เฉลยธรรมบัญญัติ 28:15-20
15* ยอห์น 8:44; อิสยาห์ 7:14; โรม  16:20
16* ยอห์น 16:21; ปฐมกาล 4:7; 1 โครินธ์  11:3
17* 1 ซามูเอล  15:23; ปฐมกาล 2:17; โรม  8:20-22; ปัญญาจารย์ 2:23

18* สดุดี 104:14
19* 2 เธสะโลนิกา 3:10; ปฐมกาล 2:7; 5:5 ; โยบ 21:26
20* 2 โครินธ์ 11:3
23* ปฐมกาล 4:2; 9:20
24* เอเสเคียล 31:3, 11;
สดุดี 104:4; ปฐมกาล 2:8-9