พระบุตรทรงครองความยิ่งใหญ่สูงสุด (โคโลสี 1:15-23)
1:1 ในอดีตที่ผ่านมา พระเจ้าตรัสกับบรรพบุรุษของเราหลายครั้ง
ผ่านทางผู้เผยพระดำรัสด้วยวิธีต่าง ๆ
1:2 แต่ในยุคสุดท้ายนี้ พระองค์ตรัสกับเราผ่านพระบุตรของพระองค์
ผู้ซึ่งพระองค์ทรงตั้งให้เป็นทายาทซึ่งจะรับสรรพสิ่งเป็นมรดก
และพระองค์ทรงสร้างจักรวาลโดยพระบุตรองค์นี้
1:3 พระบุตรทรงเป็นรัศมีแห่งพระเกียรติสิริตระการของพระเจ้า
ทรงมีพระลักษณะเหมือนพระองค์ทุกประการ
และทรงผดุงรักษาสรรพสิ่งไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์
หลังจากที่ทรงชำระบาปแล้ว ก็ประทับนั่งเบื้องขวา
พระหัตถ์ของพระองค์ผู้ยิ่งใหญ่เบื้องบน

1:4 ดังนั้น พระองค์ทรงมาเป็นผู้ที่ดำรงสถานะเหนือเหล่าทูตสวรรค์
เพราะว่าพระนามที่พระองค์ทรงได้รับมานั้น
สูงส่งเหนือกว่านามของทูตสวรรค์ทั้งหลาย!
1:5 เพราะมีทูตสวรรค์องค์ใดที่พระเจ้าได้ตรัสกับท่านว่า
“เจ้าเป็นลูกชายของเราวันนี้ เราได้เป็นบิดาของเจ้า?” หรือได้ตรัสว่า
“เราจะเป็นบิดาของเขา และเขาจะเป็นลูกชายของเรา?”
1:6-7 และอีกครั้งที่พระเจ้าทรงนำพระบุตรหัวปีของพระองค์เข้ามาในโลก
พระองค์ตรัสว่า “ให้เหล่าทูตสวรรค์ของพระเจ้า
นมัสการพระองค์” พระองค์ได้ตรัสถึงทูตสวรรค์ดังนี้
“พระองค์ทรงทำให้ทูตสวรรค์เป็นลมของพระองค์
ให้ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นเปลวเพลิง”

1:8 แต่กับพระบุตรนั้น พระองค์ตรัสว่า
“โอ พระเจ้า ราชบัลลังก์ของพระองค์จะยืนยงดำรงนิรันดร์ พระองค์ทรงปกครองราชอาณาจักรของพระองค์ด้วยคทาแห่งความยุติธรรม
1:9 พระองค์ทรงรักความเที่ยงธรรมและทรงชังความชั่วร้าย
ดังนั้น พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์ ได้ทรงเจิมพระองค์เหนือสหายทั้งหลายด้วยน้ำมันแห่งความยินดี”
1:10 และพระองค์ตรัสต่อไปว่า “โอ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลกและฟ้าสวรรค์ก็เป็นผลงานแห่งฝีพระหัตถ์
1:11-12 สิ่งเหล่านี้จะสูญไป แต่พระองค์ทรงดำรงอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเก่าผุไปเหมือนเครื่องนุ่งห่มพระองค์จะทรงม้วนสิ่งเหล่านี้เหมือนม้วนเสื้อคลุม และสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไป เหมือนเสื้อผ้า แต่พระองค์ยังทรงดำรงเหมือนเดิม”
ฮีบรู 1:13-14 พระเจ้าได้ตรัสกับทูตสวรรค์องค์ไหนบ้างว่า.. “จงมานั่งทางด้านขวามือของเรา จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของเจ้าเป็นแท่นวางเท้าของเจ้า”
ทูตสวรรค์ทั้งหลาย มิได้เป็นวิญญาณผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงส่งไปรับใช้คนที่จะได้รับความรอดเป็นมรดกหรอกหรือ?

www.publicdomainpictures.net
อธิบายเพิ่มเติม
พระบุตร ผู้เป็นตัวแทนการเปิดเผยครั้งสุดท้ายของพระเจ้า
1:1 จากพระคัมภีร์เดิม เราจะเห็นวิธีการที่พระเจ้าตรัสกับมนุษย์ ทั้งตรัสด้วยพระองค์เอง เช่นตรัสกับอาดัม ทั้งผ่านผู้รับใช้อย่างโมเสส
ทั้งผ่าน ชีวิตของคนที่พระองค์ทรงเลือกอย่างโยเซฟ พระองค์ทรงใช้วิธีต่าง ๆ มากมาย กับโนอาห์ทรงให้เขาสร้างเรือ กับโยนาห์ทรงให้เขาต้องลงไปอยู่ในท้องปลา กับดานิเอลทรงให้เขาคุยกับทูตสวรรค์ของพระองค์ ลองสำรวจดูว่า พระเจ้าตรัสกับมนุษย์ผ่านแต่ละคนอย่างไร
1:2 สำหรับยิวแล้ว ยุคสุดท้ายคือยุคของพระเมสสิยาห์ พระบุตรของพระเจ้าจะมาเป็นผู้ตรัสพระดำรัสของพระบิดาด้วยพระองค์เอง
พระเยซูตรัสว่า “ถ้าพวกเจ้ารู้จักเรา เจ้าก็รู้จักพระบิดาของเราด้วย ต่อจากนี้ไปเจ้าก็รู้จักพระบิดาจริง ๆ และได้เห็นพระองค์แล้ว (ยอห์น 14:7)
พระบุตรองค์นี้ เป็นทั้งผู้ทรงสร้างจักรวาล และทรงเป็นทายาทที่จะรับทุกสิ่งเป็นมรดก “อาณาจักรจะเป็นของพระคริสต์และจะทรงครอบครองเป็นนิตย์” (วิวรณ์ 11:1
1:3 ข้อความตอนนี้มหัศจรรย์.. พระเยซูทรงเป็นราศีที่มาจากพระเจ้าโดยตรง และไม่ใช่ แค่แสงสะท้อน ตรัสว่า เราคือความสว่างของโลก (ยอห์น 8:12) ทรงเหมือนพระบิดา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง (ยอห์น 1:14) พระองค์ประทับข้างขวาของพระบิดา
เป็นตำแหน่งแห่งฤทธานุภาพ สิทธิอำนาจ และพระเกียรติสูงสุด ณ ที่นั้นยังมีเหล่าทูตสวรรค์ และผู้มีอำนาจท่านอื่นอยู่ใต้พระบัญชาของพระองค์ด้วย (1 เปโตร 3:22) แต่แม้ว่าพระองค์ทรงปราบสรรพสิ่งให้อยู่ใต้พระองค์ พระบุตรจะทรงอยู่ใต้พระเจ้าผู้จะทรงเป็นใหญ่เหนือทั้งปวง (1 โครินธ์ 15:28)
1:4 ยิ่งกว่านั้น พระนามของพระองค์สูงส่ง มีฤทธิ์สูงยิ่งเหนือนามทั้งหลายที่เป็นทูตสวรรค์ อย่างกาเบรียล มิคาเอล (ยิวมองเห็นทูตสวรรค์เป็นรองจากพระเจ้ามีบางกลุ่มถึงกับสอนว่า มิคาเอลมีอำนาจเท่าเทียมหรือเหนือกว่าพระเมสสิยาห์ 2 และพวกเขายังเรียกทูตสวรรค์ว่า บุตรพระเจ้า (โยบ 2:1) ) แม้ว่าระยะหนึ่งพระองค์ทรงถูกทำให้ต่ำกว่าทูตสวรรค์ ทรงมาเป็นมนุษย์ทรงอยู่กับชุมชน คนยากจนในกาลิลี ในฐานะผู้รับใช้ (ฟีลิปปี 2:9-11)
1:5 พระเยซูเท่านั้นที่ทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า ทูตสวรรค์อาจได้ชื่อว่าบุตรของพระเจ้า แต่ก็มีทูตจำนวนมาก และมีลักษณะของความเป็นทูตสวรรค์ที่ไม่เหมือนพระเจ้าอย่างพระเยซู
ข้อนี้อ้างถึงพันธสัญญาเดิมสองที่คือ สดุดี 2:7, 1 ซามูเอล 7:14 สดุดีเน้นการเป็นลูกชาย ซามูเอลเน้นการเป็นกษัตริย์เชื้อสายดาวิด
พระเยซูเท่านั้นที่ทรงเป็นพิมพ์เดียวกับพระเจ้า ทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวที่พระเจ้าทรงส่งมาในโลก เพื่อทำราชกิจสำคัญตามพระดำริ คือการช่วยมนุษย์ให้พ้นจากโทษบาป
การคืนพระชนม์จากความตาย เป็นบุตรของพระเจ้า โรม 1:4
1:6-8 เมื่อพระบุตรเข้ามาในโลก ผู้ที่ปรนนิบัติพระบุตรก็คือทูตสวรรค์ และพวกเขาก็นมัสการพระองค์ด้วย ข้อนี้ สื่ออย่างชัดเจนว่า พระเยซูทรงยิ่งใหญ่กว่าทูตสวรรค์มากนัก ผู้เขียนเน้นย้ำความแตกต่างนี้ในข้อ 5-14 โดยอ้างถึงสิ่งที่บันทึกไว้ในสดุดีทูตสวรรค์บอกเสมอว่า พวกเขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า คนทั้งหลายจะต้องไม่นมัสการกราบไหว้พวกเขา แต่จะต้องนมัสการพระเจ้า ทั้งดานิเอลยอห์น และอีกหลาย ๆ คนก็ได้ฟังคำแบบนี้จากปากของทูตสวรรค์เอง ส่วนทูตที่ต้องการให้คนกราบไหว้นั้น เป็นฝ่ายมารแน่นอน
ดังนั้น พระเยซูทรงยิ่งใหญ่กว่าทูตสวรรค์จริง ๆ ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งระดับทูตสวรรค์ ทูตสวรรค์เป็นลมเป็นเปลวเพลิงที่รับใช้พระเจ้าอยู่ ก็ได้บอกชัดเจนว่า พระเยซูทรงเป็นองค์ราชาที่ปกครองตลอดไป ผู้เขียนอ้างถึงสดุดี 45:6 ซึ่งมีความหมายถึงพระเยซูผู้ทรงมีเจ้าสาวคือคริสตจักร และจะทรงครอบครองเป็นนิตย์
ฮีบรู 1:9
ผู้เขียนอ้างถึงสดุดี 45:7 อย่างตรงไปตรงมา เพื่อจะแจ้งให้ทราบว่า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงครอบครองนั้นทรงอยู่ฝ่ายความเที่ยงธรรม ทรงเป็นความสว่าง ทรงอยู่ตรงข้ามกับความชั่ว ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงเป็นผู้ที่
พระบิดาทรงเจิมด้วยน้ำมันแห่งความยินดี (มีความหมายถึงองค์พระวิญญาณบริสุทธิ์) คำว่าสหายทั้งหลายอาจจะหมายถึงทูตสวรรค์ หรือคนอื่น ๆ ในหมู่ผู้เผยพระดำรัส ปุโรหิต และกษัตริย์ ซึ่งอย่างไร ๆ พระเยซูก็ทรงอยู่เหนือพวกเขาเช่นกัน
ฮีบรู 1:10-12
ที่เขียนมาล้วนแล้วแต่นำมาจากพันธสัญญาเดิมข้อ10-12 มาจาก สดุดี 102 :25-27 เพื่อบอกเราว่า พระเยซูผู้ทรงเป็นพระเจ้านั้น ทรงเป็นอย่างไรในแง่มุมต่าง ๆ นอกจากทรงครอบครองเป็นนิตย์แล้ว ทุกสิ่งในธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินและอวกาศ ดวงดาวต่าง ๆ ล้วนเป็นผลงานของพระองค์ทั้งสิ้น พระเยซูทรงเต็มด้วยความยิ่งใหญ่ตระการ พระนามของพระองค์อยู่เหนือนามทั้งสิ้นในโลกนี้ ไม่มีใครมาเปรียบเทียบกับพระองค์ได้
น่าประหลาดที่โลกอันสวยงาม ธรรมชาติที่ไม่มีใครสร้างได้ ท้องฟ้ายิ่งใหญ่ ภูเขา ป่าไม้ ทะเลเป็นสิ่งทรงสร้างที่จะสูญไป พระคำตอนนี้ได้บอกเราว่า พระเจ้าจะทรงม้วนฟ้าสวรรค์เข้าไปเหมือนกับม้วนเสื้อผ้า ฟ้าสวรรค์เปลี่ยนแปลงไป เก่าไป ซึ่งเราเองก็เห็นอยู่ตำตาว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมา ก็ตั้งต้นที่จะเก่า แต่ที่ประหลาดคือ พระเจ้าไม่ทรงเก่า ไม่ทรงแก่ พระองค์ยังทรงดำรงเป็นอย่างเดิมตลอดไป นี่คือพระลักษณะของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์นิรันดร์ ฮีบรู 1:13-14
สำหรับพี่น้องชาวยิวที่ได้อ่านฮีบรูบทที่ 1 นี้ พี่น้องที่ยังเคยคิดว่าทูตสวรรค์ยิ่งใหญ่ก็จะพบแล้วว่า พระเยซูผู้เป็นพระบุตรของพระเจ้านั้นทรงยิ่งใหญ่กว่าทูตสวรรค์ที่พวกเขาเข้าใจว่าใหญ่และศักดิ์สิทธิ์
สดุดี 110:1 กล่าวว่า “จงมานั่งทางด้านขวามือของเราจนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของเจ้าเป็นแท่นวางเท้าของเจ้า” พระเยซูจะเป็นผู้เดียวที่ทั้งโลกต้องสยบให้ (ฟีลิปปี 2:10)
สิ่งที่น่าตกใจสำหรับพวกเขาคือพระเยซูทรงปกครองสูงสุด ส่วนทูตสวรรค์ไม่ได้เป็นเจ้าเหนือหัว แต่กลับเป็นวิญญาณผู้รับใช้ของพระเจ้าที่พระเจ้าทรงส่งมาเพื่อดูแล ปกป้องช่วยเหลือคนที่กำลังจะได้รับความรอด เราล่ะ ตื่นเต้นไหม?
13Feb2026
พระคำเชื่อมโยง
1* กันดารวิถี 12:6,8
3* ยอห์น 1:14; 2 โครินธ์ 4:4; โคโลสี 1:17; ฮีบรู 7:27; สดุดี 110:1
4* ฟีลิปปี 2:9-10
5* สดุดี 2:7; 2 ซามูเอล 7:14
6* โรม 8:29; เฉลยธรรมบัญญัติ 32:43
7* สดุดี 104:4
8* สดุดี 45:6-7
9* อิสยาห์ 61:1,3
10* สดุดี 102:25-27
11* อิสยาห์ 34:4, 50:9, 51:6
12* ฮีบรู 13:8
13* สดุดี 110:1
14* สดุดี 103:20; โรม 8:17
